กระทู้แนะนำตัว อีกที
 เนื้อความ :

เห็นกระทู้แนะนำตัวกระทู้แรก ตกไปไกลแล้วครับ เลยคิดตั้งอีกกระทู้ เพราะเห็นคนมาใหม่หลายคน อยากให้แนะนำตัวให้รู้จักกันให้หมดครับ ผมมองว่าการแนะนำตัว ให้ทุกคนได้อ่านนี้ ดีกว่าระบบล๊อกอินครับ อีกหน่อยอาจจะให้แต่คนที่แนะนำตัวแล้วเขียนตอบได้ก็ได้ แล้วแต่จะเลือกครับ

คราวก่อนผมแนะนำตัวผมเองไว้นิดหน่อย คราวนี้ขอแนะนำเพิ่ม เกี่ยวกับความสนใจในพุทธศาสนาบ้าง ผมสนใจมาตั้งแต่เด็ก ชอบเอาหนังสือทุกชนิดมาอ่าน รวมทั้งหนังสือธรรมะด้วย พอ ม.4 ก็ได้บวชที่วัดชลประทาน ได้ความรู้มาบ้าง แล้วศึกษาธรรมะมาเรื่อยๆ ชอบอ่านงานของท่านพุทธทาส แล้วก็มาชอบอ่านงานของท่านพระธรรมปิฎก โดยเฉพาะพุทธธรรม

พอ อยู่ปีหนึ่งที่คณะวิศวะจุฬา ก็ไปอบรมธรรมทายาท วัดที่มีปัญหาขณะนี้ ตอนนั้นก็คงเพราะสิ่งแวดล้อมดึงไป คือศรัทธาวัดมาก จนพอสึกออกมา ได้รู้อะไรกว้างขึ้น แล้วเห็นว่าขัดกับพระไตรปิฎกมาก เลยถอนตัวได้ หลังจากนั้นก็ได้ไปอบรมยุวพุทธฯ บ้าง สุดท้ายก็ได้มาฝึกการดูจิต(จิตตานุปัสสนา) แล้วเห็นว่าเป็นวิธีที่มีข้อดีมาก จึงปฏิบัติมาเรื่อยๆ แล้วก็มีศรัทธามาช่วยสร้างบอร์ดนี้ กับทองคำขาว เพื่อให้ทุกคนได้มาสนทนากันครับ

 จากคุณ : morning_glory [ 4 ก.ค. 2542 / 07:01:15 น. ]
     [ IP Address : 194.83.240.22 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (Dolly)

ขอแนะนำตัวบ้างนะคะ เป็นน้องใหม่ ชื่อไทย ตุ๊กตา เพิ่งจะได้เข้ามาอ่านกระทู้ที่นี่เมื่อวานนี้เอง แล้วก็ลังเลใจว่าจะแนะนำตัวดีมั้ย
เคยไปที่ศาลาลุงชิน มาเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วครั้งแรก (และกะว่าจะไปอีกหลายๆ ครั้ง) สนใจธรรมะจากที่คุณ rising_sun ส่งกระทู้ดีๆ มาให้อ่านเรื่อยๆ
แล้วก็ส่ง URL เรื่องทางนฤพานมาให้อ่าน (ก็ติดตามอ่านตลอด) แต่ยังไม่จริงจังอะไร จนกระทั่ง ปู่ใกล้เสีย เห็นสภาพความทรมานมาก เลยรู้สึกว่าไม่อยากเกิดอีกจริงๆ
จากนั้นคุณ rising_sun ก็ได้พาไปหาพี่สันตินันท์ ก็ปฏิบัติบ้าง ตามสมควร แต่ก็ยังเป็นเด็กแบเบาะอยู่ อย่างไรก็ขอฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ๆ ทุกคนด้วยค่ะ
ไม่ค่อยมีเวลาได้เล่นเน็ตซักเท่าไหร่ แต่ก็จะแวะมาอ่านกระทู้ที่นี่ ทุกๆ สุดสัปดาห์ค่ะ
ลืมแนะนำตัว เป็นเพื่อนที่เรียนมากับคุณ rising_sun , lostboy , snow_creeper แล้วก็คุณบอยเองค่ะ
Dolly : icq no: 9707634
e-mail address : tookkata@hotmail.com

 จากคุณ : Dolly [ 4 ก.ค. 2542 / 10:31:40 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.163 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (จิตฐิ)

ในกระทู้แนะนำตัว #45 จิตฐิ เพิ่งเข้าไปตอบเมื่อคืนนี้เอง เป็นคนสุดท้าย คนที่ 77 แต่มากระทู้แนะนำตัว #101 อันใหม่นี้ ก็จะขอแนะนำตัวอีกรอบแล้วกันนะคะ

ขอแนะนำตัวเองบ้างนะคะ .... o(*_*)o
เพิ่งเริ่มเข้ามาห้องสมุดพันทิพย์เมื่อเดือนมีนาคม ปี 42 นี้เอง ใช้ชื่อว่า จิตฐิ เพราะอย่างให้จิตของตัวเองมีสัมมาทิฎฐิ (ความเห็นชอบตามหลักความเป็นจริง) จึงเอาคำว่า จิต และ ฐิ มารวมกันใช้เป็นนามแฝง ในห้องสมุดเวลาเข้าไปแจมเรื่องธรรมะ

เป็นศิษย์เก่าอัสสัมชัญศึกษา, บางรัก มาเรียนต่อ High School ที่อเมริกา แล้วก็ต่อปริญญาตรีที่ UTA ( University of Texas at Arlington) สาขา MIS ขณะนี้ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา อยู่ที่นี่มาได้ 20 ปีแล้วค่ะ

เกิดมาในครอบครัวคาทอลิก แต่รู้ว่าคิดไม่เหมือนใครเค้า พอมาเจอมรสุมชีวิตแทบเอาชีวิตไม่รอด แล้วในที่สุดชีวิตก็ได้หักเหได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาทางพุทธ นั่งสมาธิตั้งแต่ปี 1981 ได้ฝึกอยู่หลายอย่าง ฝึกไท้เก๊ก ฝึกโยคะ ฝึกหายใจลมปราณ ฝึกพลังภายใน ฝึกพลังจิต ฝึกพลังจักรวาล ฝึกกสิณ ฝึกเพ่งรักษาตัวเอง ฝึกทำน้ำมนต์ล้างหน้าและดื่มเพื่อสุขภาพให้ตัวเอง ฝึกดูหมอ ฝึกนั่งสมาธิ และก็พัฒณาขึ้นไปเรื่อยๆ นั่งได้นานขึ้นๆ จนบางครั้งสงบมากนึกว่านั่งแค่เดี๋ยวเดียวแต่พอดูนาฬิกาแล้วถึงกับตกใจ ไม่อยากจะเชื่อเลย....และแล้ว...

และแล้วก็มีเหตุการณ์ผกผันครั้งใหญ่อีกครั้งในชีวิต ชีวิตและจิตนี้ก็ได้หักเหอีกครั้ง คราวนี้มาเริ่มฝึกใช้ความคิด ฝึกปัญญา ฝึกพิจารณา..และพยายามที่จะเปลี่ยนความคิดของตัวเองที่ถูกกิเลสหลอกมานานหลายกัปล์ หลายอสงไข ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ ให้มาเป็น สัมมาทิฏฐิ (ความคิดเห็นที่ถูกที่ชอบ ตามหลักสัจธรรม) เพราะคิดว่า....ถ้าคิดชอบ คิดถูกตามหลักสัจธรรมแล้ว...ผิด-เป็น-ไม่-มี... ตอนนี้ก็ยังเป็นนักเรียนอนุบาลอยู่ค่ะ แต่ก็ได้เห็นจริงดั่งคำที่พระพุทธเจ้าท่านว่า ธรรมะ คือ ธรรมชาติ มีอยู่ทั่วไปพอเริ่มมอง ก็เห็นจริงตามที่ท่านกล่าวสอน......ขอกราบระลึกถึงพระคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า......
e-mail add: mod_k@hotmail.com

 จากคุณ : จิตฐิ [ 4 ก.ค. 2542 / 21:21:29 น. ]
     [ IP Address : 209.30.10.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (จิตฐิ)

ขอแก้ไขคำนิดค่ะ...ชื่อว่า จิตฐิ เพราะอยากให้จิตของตัวเองมีสัมมาทิฎฐิ (ความเห็นชอบตามหลักความเป็นจริง ,ความคิดเห็นที่ถูกที่ชอบ ตามหลักสัจธรรม )

นี่ขนาดอ่านทวนตั้งหลายรอบ ก็ยังพิมพ์ผิดอีก..

 จากคุณ : จิตฐิ [ 4 ก.ค. 2542 / 21:29:41 น. ]
     [ IP Address : 209.30.10.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (rising_sun)

เห็นกลอรี่แนะนำตัวเพิ่มแล้วผมก็เลยเอาบ้างครับ

ผมศึกษาพุทธศาสนาจริงจังมาตั้งแต่ม.4 เคยรู้สึกอิ่มตัวกับการอ่านหนังสือธรรมะสองครั้งคือตอนอยู่ม.5 กับตอนเรียนปริญญาตรีหลังจากอ่านหนังสือพุทธธรรมเสร็จ

ครั้งแรกที่อิ่มตัวก็ได้นั่งสมาธิอยู่พักนึงก็เลิก แต่หลังจากนั้นมาก็รักษาศีลได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ครั้งที่สองที่อิ่มตัวจากการอ่านก็ไม่ได้ศึกษาอะไรเพิ่ม จนกระทั่งเรียนจบก็ไปบวชอยู่สามสัปดาห์ พยายามทำสมถะแต่ก็ไม่ได้อะไรอีก เพราะตอนนั้นเหมือนมันเคว้ง อยากปฏิบัติ อยากได้ผล อยากพิสูจน์ธรรมะของพระพุทธเจ้า

จนสึกออกมาก็ได้รู้จักกับกลอรี่และในที่สุดก็รู้จักกับพี่สันตินันท์ครับ

ตั้งแต่นั้นมาก็ปฏิบัติมาตลอด เพียรบ้าง ย่อหย่อนบ้าง แต่รู้ตัวเลยว่าชีวิตนี้ทิ้งการปฏิบัติไปไม่ได้แล้ว

 จากคุณ : rising_sun [ 5 ก.ค. 2542 / 00:32:07 น. ]
     [ IP Address : 203.134.2.91 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (robocon)

เพิ่งเข้ามาที่นี่ได้เอง จากเครือข่ายลาดกระบังออกมาที่นี่ช้ามากๆ ( 18 byte/sec )
มิน่า เพื่อนๆถึงบ่นว่าต่อเข้าไปลาดกระบังได้ช้ามากๆ :-)
อยากจะขอรบกวนคุณทองคำขาวกับ moring glory หน่อย
ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้มีการbackup กระทู้ทุกๆวันเป็น .tar.gz ไฟล์ หรือ compression file อื่นๆได้ไหมครับ
ผมจะได้ตามเข้ามา 'ดูด' ทีเดียวเลย :-) ถ้าได้ก็ดีนะครับ จะได้มีระบบสำรองข้อมูลด้วย :-)

เคยแนะนำตัวไปแล้ว อวยพรวันเกิดคนอื่นบ้างดีกว่า
สุขสันต์วันเกิดคุณมะเหมี่ยว ( ย้อนหลัง 1 วันครับ - เมื่อวานผมไม่ได้มาทำงาน )
ขอให้เจริญในทางโลก และทางธรรม มีความสุขมากๆ สมปราถนาในทุกๆสิ่ง
..และตัดใจจากถุงนอนนุ่มๆได้ซักทีนะครับ :-)

 จากคุณ : robocon [ 5 ก.ค. 2542 / 07:36:53 น. ]
     [ IP Address : 161.246.10.22 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (ทองคำขาว)

ขอบคุณครับพี่ robocon
กำลังคุยๆกับ morning_glory เมื่อหลายวันก่อนให้ทำ Backup้
เผื่อกรณีฉุกเฉินไว้ด้วย แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะแปลงเป็น tgz
ได้อย่างไร เพราะทาง site บังคับให้ใช้ได้เพียง ftp เท่านั้น
อย่างอื่นอย่าง telnet ใช้ไม่ได้เลย เลยเหมือนแขนขาถูกตัดไปหมด
ต้องมาลำบากเขียนโปรแกรมยาวๆเอาเอง เพื่อให้สามารถใช้ผ่าน
ทาง ftp ได้

หากผมสร้างโปรแกรมแปลงเป็น tgz เสร็จ ก็ขอรบกวนฝาก
พี่ robocon ทำการ backup เก็บไว้ด้วยเช่นกันนะครับ :-)

 จากคุณ : ทองคำขาว [ 5 ก.ค. 2542 / 10:01:45 น. ]
     [ IP Address : 133.46.12.218 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (ชอบธรรม)

สงสัยว่าคงจะต้องขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องไท้เก็กกับคุณฐิติมั่งแล้วล่ะครับ (ไม่เกี่ยวกับการต่อสู้นะครับ) ขอความรู้น่ะครับ ผมก็อยู่อเมริกาช่วงนั้นเหมือนกัน (1981-85) แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจเรื่องนี้

 จากคุณ : ชอบธรรม [ 5 ก.ค. 2542 / 20:58:19 น. ]
     [ IP Address : 203.149.34.171 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (มะเหมี่ยว)

ไหน ๆ ก็มีคนใช้กระทู้แนะนำตัวอีกทีนี้อวยพรวันเกิด
(ขอบคุณค่ะ คุณโรโบคอน)
ถ้าจะขอใช้เพื่อการอื่นมั่ง คงไม่มีใคร(กล้า)ว่ากระไร :-)

นึกไว้นานแล้วว่า จะต้องหาโอกาสขอบคุณผู้มีพระคุณอีกอย่างน้อย 2 ท่านค่ะ
ที่ได้กรุณาตอบคำถามสมัยที่ยายมะเหมี่ยวยังเป็นเด็กเจ้าปัญหา (ดี๊...ที่ไม่ได้
เติบโตเป็นผู้ใหญ่ฮาร์ด) ยังมีใครรู้จักคำว่า เด็กฮาร์ด กันอยู่หรือเปล่านะ

สองท่านที่สมควรได้รับความขอบคุณไว้ ณ ที่นี้คือ คุณทองคำขาว
และคุณ rising_sun ขอบคุณค่ะ

จริง ๆ ยังมีอีกหลายท่าน เก็บไว้ทยอยขอบคุณในกระทู้แนะนำตัวคราวหน้าบ้าง
ดีกว่า มีรอบ 3 มั้ยคะ คุณกลอรี่ ? แว่ว ๆ ว่าจะมีอีกทีที่ สว่างดอทคอม ข่าวลือ
หรือเปล่าคะ :-)

และเพื่อไม่ให้หลุดออกนอกประเด็นมากไป แถมเรื่องแนะนำตัวเองอีกสักนิด
เลียนแบบคนแถวนี้หน่อยแล้วกัน กลัวไม่เป็นที่รู้จักนี่

วันก่อนนู้น เจอคุณนุดีกับเพื่อนชื่อคุณพรที่ศาลาลุงชิน ถามว่า พี่มะเหมี่ยว
ทำงานอะไรที่ไหนคะ คงจะอ่านบทแนะนำตัวเองรอบแรกแล้วงง ตอบใหม่ไว้ตรงนี้
เสียเลยเผื่อจะมีใครสงสัยอีก ว่าทำงานอยู่ในบริษัทส่งออกค่ะ
ออฟฟิศใหญ่อยู่กรุงเทพฯ โรงงานอยู่ทางใต้ใกล้ทะเล ก็เลยต้องไป ๆ มา ๆ
ช่วงไหนต้องอยู่ต่างจังหวัดนาน ๆ คิดถึงบ้าน คิดถึงผู้คนทางนี้นัก ก็จะมาบ่น ๆ
ไว้ในกระทู้พอให้หายคิดถึง (บ่นไป ดูจิตตัวเองไป ก็พอกล้อมแกล้มนะ ไม่เห็น
จะขาดใจเสียที) ถ้าเลือกได้ ก็จะกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ให้ตรงกับวันอาทิตย์ที่
พวกเรานัดไปเจอกันที่ศาลาลุงชินค่ะ จะได้ไต่ถามคุณครูถึงข้อสงสัยจากการปฏิบัติ
ได้ด้วย

แค่นี้ก่อนนะคะ ขอตัวไปค้นคำว่า นามรูปปริจเฉทญาณ สักหน่อย อ่านความหมาย
จากพจนานุกรมข้างบนแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ กำลังอยากรู้อยู่เป็นอันมาก
สวัสดีค่ะ

 จากคุณ : มะเหมี่ยว [ 6 ก.ค. 2542 / 19:50:54 น. ]
     [ IP Address : 202.183.252.218 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (snow_creeper)

ก่อนอื่นก็ขออวยพรวันเกิดให้คุณมะเหมี่ยวด้วยนะคะ
เห็นเพื่อนๆมาแนะนำตัวเลยขอแนะนำบ้าง ชื่อ snow_creeper
ส่วนชื่อเล่นจริงๆชื่อ โบว์ ไม่ค่อยสนใจอ่านธรรมะซักเท่าไหร่
ถนัดถามกับฟังเสียมากกว่าเพราะไม่ค่อยมีเวลา(จริงๆแล้วคือ
ถ้าเข้ามาแล้วจะติดต้องอ่านเป็นชั่วโมงๆ เลยไม่อยากเข้า)
ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆค่ะ

 จากคุณ : snow_creeper [ 6 ก.ค. 2542 / 20:26:35 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.163 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (ทองคำขาว)

วันเกิดผ่านมาแล้วก็เลยไป ขอให้คุณมะเหมี่ยวเก็บสิ่งเหล่านี้
สอนใจตัวเองต่อๆไปด้วยเช่นกัน

ก้าวหน้าทั้งทางการงาน ทางจิตใจขึ้นๆไปพร้อมกันนะครับ :)

 จากคุณ : ทองคำขาว [ 8 ก.ค. 2542 / 10:21:33 น. ]
     [ IP Address : 133.46.12.238 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (ลิตา)

จะช้าไปหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกันน่ะกับการเข้ามาแนะนำต้วเองกับสถานที่ใหม่
มิน่าล่ะ พักหลังเข้าไปใน ห้องสมุด ไม่ค่อยเจอใครเลย จนเปิด www ของคุณพี่ดังตฤณ
ถึงเห็นว่ามีสถานที่ใหม่สำหรับชาวห้องสมุดด้วย
อายุ 26 ค่ะ จบ บริหารคอมพิวเตอร์
ทำงานแล้ว ทำในส่วนคอมพิวเตอร์ ประมาณ 5 ปีแล้วค่ะ
เข้าในส่วนห้องสมุด ก็แว้บไปแว้บมาค่ะ ก็นานพอสมควรแล้วค่ะ ก็ยังวน ๆ อยู่ในพันทิพ
ส่วนใหญ่จะเข้าไปอ่านมากกว่าจะอะไรทั้งนั้นค่ะ

 จากคุณ : ลิตา [ 8 ก.ค. 2542 / 18:47:24 น. ]
     [ IP Address : 203.149.3.154 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (deedi)

กราบสวัสดีเพื่อนทางธรรมพร้อมทั้งเป็นเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย
ต้องขออภัยล่วงหน้านะคะ ดิฉันเขียนอะไรสั้นๆ ไม่ค่อยจะเป็น เขียนแล้วก็ยาวทุกที

ที่จริงไม่อยากแนะนำตัวเลย เพราะว่ายังรู้สึกอยากอยู่เงียบๆ อยากให้รู้จักกันเพียงจากแนวความคิด ทว่าเนื่องจากเริ่มเข้ามารับความรู้ เริ่มเข้ามาร่วมฟังความคิดเห็น เริ่มเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นอยู่พอสมควร จึงเห็นว่าไม่ยุติธรรมและคงเสียมารยาทมากเพราะดูเหมือนทุกท่านจะแนะนำตัวกันทั้งนั้น ก็เลยต้องร่วมวงไพบูลย์กับพวกเราด้วยซักหน่อย ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

ชื่อที่ใช้เพื่อการสื่อสารในการสนทนาธรรมทั้งในห้องสมุดและตรงนี้คือ deedi ค่ะ ไม่มีความหมายใดๆ ไม่ตั้งใจให้มีความหมายใดๆ เลย ครั้งแรกที่จะต้องลงชื่อก็นึกชื่อนี้ขึ้นมา ก็ชอบ สงสัยเพราะชื่อนี้คุ้นหูอยู่แล้วเพราะดูการ์ตูนกับหลานตัวเล็กห้าขวบ ดีดีเป็นพี่สาวของเด็กซ์เตอร์ แต่ไม่ทราบ จำไม่ได้แน่นอนว่า ดีดี สะกดภาษาอังกฤษอย่างไร เหมือนที่ดิฉันใช้หรือไม่ แต่ดิฉันอ่านในใจว่าสำหรับของตัวเองว่า ดีดิ ไม่ใช่ ดีดี และไม่ได้คิดว่าเกี่ยวอะไรกับคำวิเศษณ์ที่แปลว่า "ดี ความดี" หรืออะไรทั้งนั้นค่ะ ยังมีชื่ออื่นที่ใช้ในห้องสมุดอีกตอนนี้หนึ่งชื่อ เพราะจะใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ อารมณ์และเรื่องที่ต้องการจะสื่อค่ะ

เมื่อเด็กๆ จำได้ว่าเคยแปลกใจตัวเองว่าทำไมไม่ค่อยชอบตบยุง จำได้ว่าชอบวิชาศีลธรรมมาก เมื่อโตพอเรียกว่าเป็นวัยรุ่นวัยวุ่นวัยสับสน ก็ได้เข้าร่วมวงสับสนกับเค้าด้วย ตอนนั้นนับถือศาสนาอื่น อยู่ๆ ก็ตัดสินใจด้วยตัวเอง เปลี่ยนเป็นพุทธศาสนิกชน เนื่องด้วยไม่ชอบเชื่ออะไรง่ายๆ ชอบได้ฟังเหตุผลและคำอธิบาย วันหนึ่งบังเอิญไปเจอคำสอนของพระพุทธองค์ที่ทรงบอกว่า อย่าเชื่อเพียงเพราะ …ฯลฯ… (ยาว ไม่ขอ quote มานะคะ พวกเราก็คงเคยๆ เห็นกันอยู่แล้ว) รวมทั้งอย่าด่วนเชื่อแม้แต่คำสอนของพระพุทธองค์เองก็เถอะ ต้องพิจารณา ต้องพิสูจน์ด้วยตนเองก่อน อะไรทำนองนี้ เฮ้อ…อย่างนี้สิถูกจริต ใช่เลย! ก็เลยเริ่มภาคหนึ่งของความเป็นพุทธศาสนิกชนค่ะ

นับแต่นั้นมาหลายๆๆๆ ปี จนกระทั่งก่อนสองปีที่แล้ว ดิฉันก็เป็นพุทธศาสนิกชนแต่เปลือก ไม่ได้รู้อะไรเลย ไม่สนใจด้วย พร้อมๆ กันก็สงสัยว่าทำไมหนอ เราถึงเกิดมาเป็นคนไทย เราไม่ชอบกรุงเทพฯ อากาศร้อน เราไม่ชอบอากาศร้อน สงสัยจริงๆ ไม่เข้าใจ ก็สงสัยเรื่อยมา

วันหนึ่งเมื่อสามปีที่แล้ว ดิฉันต้องสูญเสียญาติผู้ใหญ่ผู้เป็นที่รักยิ่ง รักที่สุด รักเหลือเกิน ทั้งที่ทำใจมาเกินสิบปี เพราะท่านก็แก่ตั้งแต่เราเด็กๆ แล้ว ก็ทำใจมานานแล้วว่าวันหนึ่งจะต้องสูญเสียท่านไป แต่พอเวลามาถึงจริงๆ ที่ว่าทำใจๆ ไว้นั้นก็เปล่าเลย ดิฉันร้องไห้แบบไร้สติสุดๆ ร้องเป็นวันๆ เมื่อเวลาผ่าน เมื่อเริ่มสงบลงบ้าง ก็ถามตัวเอง ถามฟ้า ถามแม่น้ำเจ้าพระยา ว่าท่านไปอยู่ที่ไหน เมื่อไหร่ดิฉันจะได้พบท่านอีก ความตายคืออะไร เป็นอย่างไร จะได้พบกันอีกหรือไม่ สารพัดจะคิด มองไปในฟ้า หาว่าท่านไปอยู่ไหน ชีวิตคืออะไร ทำไมต้องเกิดมาแล้วจะต้องเกิดอีกหรือเปล่า สวรรค์มีจริงไหม ต้องหาคำตอบให้ได้

ด้วยจุดนั้น ดิฉันหาหนังสือทุกประเภทที่คิดว่าอาจมีคำตอบที่ต้องการมาอ่าน คำสอนจากศาสนาต่างๆ ปรัชญา วิทยาศาสตร์ แควนตัมเมคคานิค (อ่านไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ แต่ก็พยายามสุดๆ) หนังสือเกี่ยวกับความตาย ชีวิตหลังความตาย ศึกษาหนังสือของปราชญ์ทั้งสมัยใหม่สมัยเก่า บทความต่างๆ หนังสือกองเป็นตั้งเลย เที่ยวไปขอยืมเขามาอ่านไปหมด บางเล่มก็แค่ scan บางเล่มก็อ่านเอาจริงๆ จังๆ อ่านไปอ่านมา หนังสือก็ค่อยๆ แคบแนวลงมาเอง แปลกนะ… อ่านไปอ่านมา ทำไมเหลือแต่หนังสือทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น (สงสัยถูกจริตจริงๆ ด้วย) ความสงสัยหลายๆ เรื่องเริ่มคลี่คลาย (ในระดับสุตมยปัญญาและจินตามยปัญญา)

เริ่มเห็นคำว่าสมถะกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน ฟังว่ายกจิตขึ้นสู่วิปัสสนาก็รู้สึกว่าวิปัสสนานี่คงยากน่าดู แต่สนใจจังเลย เพราะท่านว่าด้วยวิปัสสนาเท่านั้น ทางสายเอก ทางสายเดียวที่จะพาไปสู่ความพ้นทุกข์พบสันติสุขอย่างแท้จริงได้ จิตก็รู้สึกจะมีแว่บตั้งปรารถนาอยากจะได้พบการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเหลือเกินคงอยากพ้นทุกข์ แค่นั้นแล้วก็ลืมไปเลยค่ะ

จากนั้นก็อ่านอีก อ่านอีก อ่านไปพบเรื่องโน้นเรื่องนี้ แล้วก็เกิดนึกอยากหัดทำสมาธิขึ้นมา จำได้ว่าเมื่อสมัยเด็ก (จำอายุไม่ได้ คงสิบกว่าๆ) เคยนอนทำสมาธิไม่กี่ครั้ง ดีเหลือเกิน สุขมาก (พอจำได้เลาๆ) แต่คืนหนึ่งอยู่ดีๆ รู้สึกตัวจะลอย ก็เลยตกใจ ออกจากสมาธิและเลิกทำมานับแต่นั้น

ก็เลยเริ่มอีกที ฝึกทำเอง ก็ดีสงบ สุข แต่วันหนึ่งไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับสมาธิ อภินิหารจิตอะไรทำนองนั้น ก็เอามาทำตาม ตามไปดูนิมิตเป็นครั้งแรก เกิดเรื่องเลยค่ะ เกือบแย่กว่าจะแก้ได้ รายละเอียดไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่เล่าดีกว่านะคะ ไม่เกี่ยวกับการพยายามทำตัวให้หลุดพ้นสักหน่อย

คราวนี้กลัวๆ แต่ก็รู้ว่าทางนี้ดี แต่ก็หยุดไป แต่หัวใจก็บอกมาตลอดคงทุกวันทุกคืนว่าอยากเรียนวิธีที่ถูกต้อง ใจบอกว่าเราอยากทำสมาธิอีก ไม่อยากหยุดอยู่แค่นี้ ไม่นานแค่ประมาณสองเดือน อยู่ๆ ก็มีทางได้ไปฝึกทั้งๆ ที่ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้หรือเรื่องวัดวาเลย ครูบาอาจารย์ท่านเรียกการฝึกนี้ว่าวิปัสสนากรรมฐาน ก็ลืมไปแล้วล่ะเรื่องวิปัสสนาแล้วคราวนี้ก็ไม่ได้สนใจอะไรด้วย นึกแต่ว่าไม่เป็นไร เราต้องหาครูดีตรงที่เราเชื่อถือวางใจให้สอนเราได้ ครูบาอาจารย์ท่านนี้คิดว่าเชื่อถือได้ ลองดูแล้วกัน ตั้งใจว่าจะไปเอาหลักการทำสมาธิเท่านั้นเอง เพื่อจะสามารถมาปฏิบัติต่อได้ด้วยตนเองโดยไม่มีปัญหาอย่างที่แล้วมา

เมื่อไปปฏิบัติ ตั้งใจเรียนรู้ว่าฉันจะต้องเอาหลักการทำสมาธิกลับไปให้ได้ ภายในไม่กี่วันก็ต้องตกใจ ตื่นใจ ถามตัวเองว่านี่เราจะมาเอาแค่หลักการทำสมาธิแต่นี่เรากลับมาได้อะไรกันนี่ ได้เกินจากที่ตั้งความปรารถนาตั้งเยอะ นี่อย่างไร วิปัสสนากรรมฐานและมหาสติปัฏฐานสูตร ทางสายเอกและทางสายเดียวที่แต่ละคนต้องเดินเอง ไปสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ไปสู่การลด ละและเลิกจากกิเลสตัณหาอุปาทานทั้งปวง นี่มันอะไรกัน ดิฉันอุทานในใจอย่างนั้นจริงๆ

รายละเอียดต่อไปจะไม่เล่านะคะ ยาวเยิ่นเย้อ เอาเป็นว่าดิฉันนำเอากลับมาปฏิบัติเองที่บ้านตลอดเวลาอีกประมาณหนึ่งปีจากนั้น พร้อมๆ กันก็ศึกษาและไปเข้าอบรม ไปเรียนสารพัดศาสตร์เพราะยังไม่อยากด่วนเชื่อว่าวิปัสสนากรรมฐานและสติปัฏฐานสี่ที่เราฝึกมาเป็นคำตอบสุดยอดของชีวิตตัวเอง ก็เรียนโน่นเรียนนี่ เกี่ยวกับศาสตร์ทางจิต ยิ่งเรียนก็ยิ่งเป็นการย้ำให้เห็นว่าเรามาถูกทางแล้ว ทางสายนี้ใช่แน่แล้ว หลังจากหนึ่งปีก็เลิกไปเรียนวิชาอื่น เพราะวิชาของพระพุทธองค์วิชานี้ครอบคลุมคำตอบไว้หมดแล้ว ทั้งเรื่องโลกเรื่องธรรม อยากรู้อยากแก้ปัญหาอะไรใช้วิชานี้ก็ตอบก็คลี่คลายไปได้หมดด้วยสติและด้วยการใช้ปัญญา (ที่ยังกะพร่องกะแพร่งอยู่เลยจนเดี๋ยวนี้)

ทำไมดิฉันถึงแน่ใจว่าทางสายนี้ ใช่แน่แล้ว (สำหรับตัวเองนะคะ)
๑. เพราะดิฉันได้พิสูจน์ด้วยการศึกษาวิชาเกี่ยวกับจิตอีกหลายวิชาและไม่เจออะไรจะยิ่งกว่าหรือจะครอบคลุมไปได้หมดและรอการพิสูจน์เช่นวิชาของพระพุทธเจ้าเลย
๒. เพราะนอกจากรอการพิสูจน์แล้วยังทนต่อการพิสูจน์เสียด้วย ก็ดิฉันเห็นว่าครูบาอาจารย์ท่านก็สอนแต่วิธีปฏิบัติ ไม่เคยบอกว่าคุณต้องเจอนั่น เห็นนี่ ไม่เคยบอกว่าคุณจะเจออาการนั้นนี้ แต่ทำไม คนปฏิบัติกันตั้งหลายคน อาการเหมือนๆ กันเลย ความรู้ พัฒนาการที่เกิดก็ยังเป็นไปในทางเดียวกันอีก ก็ไม่ได้พูดกันสักคำ หน้ายังไม่เห็นกันเลยถึงจะอยู่ด้วยกันตั้งหลายวัน ต่างก็ปฏิบัติ สำรวมกาย วาจา ใจ ของตนไป ตั้งหน้าตั้งใจปฏิบัติไป
๓. เพราะเมื่อกลับมาปฏิบัติเองที่บ้าน ก็อ่านค้นคว้ามากมายเพื่อสอบทาน ทำไมถึงไปตรงกับที่ท่านพูดไว้ล่ะ สิ่งที่เรียนรู้ สิ่งที่ได้จากการปฏิบัติ ตรงเป๊ะ ยังกับอ่านตำรามาพูดแน่ะว่าปฏิบัติแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ยังกับไม่ใช่ปฏิบัติแล้วมาพูด อะไรทำนองนั้น

นับแต่วันแรกที่ปฏิบัติมาจนถึงวันนี้ก็สองปีกับอีกสองเดือนแล้วค่ะ ดิฉันกล้าคิดแล้วว่า สำหรับตัวเองแล้วเส้นทางนี้แหละที่จะเพียรพยายามเดินต่อไป อยากจะรีบเดินด้วยซ้ำเพราะไม่ทราบว่าจะตายวันตายพรุ่งแต่ก็ต้องปล่อยวางเพราะไม่อย่างนั้นก็กิเลสชัดๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เกิดมาเจอพระพุทธศาสนาอีก ยังกลัวว่าถึงจะได้เกิดมาในแผ่นดินพุทธแต่เกิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ เกิดเจอะเจอครูบาอาจารย์ไม่รู้จริงพาเราหลงทางไปจะทำอย่างไร กลัว กลัว กลัวและกลัวค่ะและตอนนี้ก็ได้รู้คำตอบแล้วว่าทำไมเราไม่อยากตบยุง สงสัยเคยถือศีลมาบ้างนะเนี่ย แล้วก็ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมต้องมาอยู่ในกรุงเทพฯ อันแสนร้อน อึดอัด อบอ้าว ก็เพราะที่นี่มีคำตอบน่ะสิ เพราะที่นี่นี่เองที่พระพุทธศาสนาประดิษฐานรอการเข้ามาพิสูจน์อยู่

เอาเป็นอันสรุปดีกว่านะคะ รู้ว่าตัวเองยังต้องเดินทางอีกไกลมากแต่ก็ไม่ท้อ (มีเบื่อ มีขี้เกียจ ทุกวันเลยแต่ก็ต้อง "พากเพียร" เข้าไว้ค่ะ) พอดีเมื่อประมาณสิบวันที่แล้วเกิดสนใจอยากอ่านความคิดเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่กำลังมีปัญหากันเหลือเกิน ก็เลยเข้ามาดูในพันธ์ทิพย์ พบห้องสมุด ไม่ได้คาดหวังอะไร

ปรากฏว่าได้เจอกระทู้หลายๆ กระทู้ น่าสนใจมาก เมื่อเข้าไปอ่านกระทู้ ก็ได้พบผู้รู้ในแนวการปฏิบัติ ได้พบความเมตตา ได้พบความพยายามที่จะเรียนรู้เสาะแสวงหาธรรมที่แท้ ได้พบการพยายามแบ่งปันสาระธรรม ได้พบการแสดงความคิดเห็นอย่างใจกว้าง ได้พบว่าต่างคนที่เข้าไปเขียนเข้าไปคุยก็มาจากต่างที่ต่างพื้นฐาน ต่างอุบายในการปฏิบัติและได้พบว่าในท่ามกลางการช่วยเหลือหรือแลกเปลี่ยนความคิดกันนั้น มีอย่างหนึ่งที่ไม่แตกต่างก็คือ ทุกคนสนใจเกี่ยวกับธรรมะแท้ แก่นแห่งพระพุทธศาสนา สนใจอยากรู้อยากแบ่งปันธรรมะในแง่มุมต่างๆ ทุกคนสนใจเรื่องการพ้นทุกข์ สนใจเรื่องการหมดสิ้นกิเลสและหยุดการเวียนว่ายตายเกิดอันทุกข์ทรมาณและมืดมิดไปด้วยความไม่รู้ ในระนาบและแง่มุมที่หลากหลายกันไป

ประทับใจสุดๆ จริงๆ ค่ะ ชื่นใจ อิ่มเอมด้วย ตามอ่านกระทู้ที่สนใจทั้งหมด (สงสัยเดือนนี้ค่าอินเทอร์เน็ตอานแน่ๆ เลย :>) แล้วก็ได้ตามไปในรวมกระทู้ธรรมะรู้สึกจะที่คุณพัลวันรวบรวมไว้ (ถ้าจำผิดขออภัยนะคะ) ยิ่งตามก็ยิ่งเจอของดีๆ ได้เห็นความคิดของคุณสันตินันท์ที่ทำเอาสะดุ้งเลยค่ะ แค่อ่านความคิดข้อธรรมอันแรกก็จำชื่อได้ไม่ลืมเลยค่ะ ช่างนำธรรมออกมาแสดงได้อย่างบริสุทธิ์ แตกฉานด้วยความรู้ที่เกิดจากปัญญาในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแท้ๆ ได้เห็นจิตที่สงบเย็น ได้สัมผัสว่าต้องมีประสบการณ์มากมายในการปฏิบัติธรรมเพื่อการพ้นจากทุกข์จากคำที่สั้นกระชับแต่ได้ใจความเต็มเปี่ยมทุกครั้ง ฯลฯ (ขออภัย ไม่ได้บังอาจวิพากษ์วิจารณ์อะไรนะคะ ดิฉันรู้น้อย พูดอย่างที่รู้สึกจริงๆ เท่านั้น) แล้วก็คุณ rising_sun คุณดังตฤณ คุณ morning_glory คุณบัวใต้น้ำ คุณนิดนึง คุณมะเหมี่ยว คุณวันวิสาข์ คุณทองคำขาวและใครต่อใคร ขอโทษด้วยจาระนัยไม่หมดจริงๆ

จากนั้นก็ตามไปเรื่อยๆ ตามไปจนเจอทางนฤพาน จนเจอทางเข้าลานธรรมจากทางนฤพานเจอไซท์เกี่ยวกับสติปัฏฐานและก็แน่ละ ตอนนี้ก็มาอยู่ตรงนี้อีกที่นึงแล้ว

แฮ่ะ… กำลังรอทางนฤพานตอนต่อไปด้วยค่ะ เขียนได้ยังไงนี่ amazing จริงๆ คุณดังตฤณรู้สึกจะบอกว่าเคยเขียนเรื่องอื่นไว้อีกสมัยเด็กๆ ไม่เอามาแบ่งกันอ่านบ้างหรือคะ

หมู่นี้ดิฉันขยันเข้ามาบ่อย พบอะไรดีๆ ก็จะคัดลอกมาฝากพวกเรากัน ช่วงนี้ค่อนข้างมีเวลาค่ะ

มีอีกนิดนึงค่ะขอใส่ไว้ตรงนี้เลย เพราะว่าดิฉันก็พบที่นี่โดยประตูจากห้องสมุด ก็เห็นด้วยกับคุณ filmman (ถ้าเขียนผิดขออภัยค่ะ) ว่าพวกเราอย่าทิ้งห้องสมุดกันนะคะ คงมีคนใหม่ๆ เปิดเข้ามาเสมอ

พบกันอีกตามกระทู้ต่างๆ นะคะ
ขอให้พวกเราทุกคนได้เจริญก้าวหน้าทั้งทางโลกและทางธรรมตามที่ใจปรารถนายิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ

 จากคุณ : deedi [ 19 ก.ค. 2542 / 20:41:35 น. ]
     [ IP Address : 208.147.5.34 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (ดังตฤณ)

ดีใจที่ทราบว่าคุณลิตากับคุณ deedi มาจากทางนฤพานครับ
ว่าแต่ทั้งสองคนเลย ไม่ให้แอดเดรสไว้แล้วจะติดต่อกันอย่างไร

เรื่องอื่นที่ผมเขียนไว้ไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพายหรอกครับ
เคยเขียนเรื่องสั้นไว้บ้างเมื่อหลายๆปีก่อน
อย่างเรื่องทางลัด ก็เอาไว้ที่โฮมเพจทางนฤพานนั่นแหละ แต่ไม่ได้ทำลิงค์ไว้ :-) เรื่องอื่นๆนี่ออกโลกๆไปหน่อย

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 20 ก.ค. 2542 / 14:05:17 น. ]
     [ IP Address : 203.144.244.90 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (หนู)

อยากอ่านนิยายเรื่องอื่นๆที่คุณดังตฤนเขียนนอกจาก ทางนฤพาน กับ ทางลัด จะหาอ่านได้ที่ไหนบ้างคะ ชอบสำนวนคุณดังตฤนมากค่ะ

 จากคุณ : หนู [ 20 ก.ค. 2542 / 14:39:43 น. ]
     [ IP Address : 203.145.15.71 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (deedi)

deedi@ilovechocolate.com ค่ะ

แล้วจะได้อ่านเรื่อง  ทางลัด  มั้ยนี่
แล้วเรื่องที่ว่านอกโลกน่ะ ดีสิคะ
อยากอ่าน...

ขอเสียงสนับสนุนจากเพื่อนๆ หน่อยค่ะ 
คุณดังตฤณจะได้ใจอ่อนยอมให้อ่านเร็วๆ
มีคุณหนูด้วยคนแล้วละ  

:>

 จากคุณ : deedi [ 20 ก.ค. 2542 / 18:29:20 น. ]
     [ IP Address : 208.147.5.107 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (จัสมิน)

ขอบคุณค่ะ ดังตฤณ
เพิ่งจะพบว่ามี "ทางลัด"  ด้วย ^.^

 จากคุณ : จัสมิน [ 20 ก.ค. 2542 / 19:41:59 น. ]
     [ IP Address : 203.149.11.224 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (พีทีคุง)

พี่ดังตฤณ เขาทำ link ไว้ตรงคำว่า "ทางลัด" ไว้แล้ว
ลอง click ดูครับ :)

 จากคุณ : พีทีคุง [ 20 ก.ค. 2542 / 20:15:25 น. ]
     [ IP Address : 133.46.12.214 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (จัสมิน)

^.^ 
วันนี้พี่ขอเดินทางตรงก่อนนะคะ พีทีคุง
ให้คุณ deedi ล่วงหน้าไปก่อน

 จากคุณ : จัสมิน [ 20 ก.ค. 2542 / 20:21:07 น. ]
     [ IP Address : 203.149.11.224 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (ดังตฤณ)

ส่งให้คุณหนูกับคุณ deedi แล้วนะครับ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 21 ก.ค. 2542 / 08:11:25 น. ]
     [ IP Address : 203.144.244.124 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (deedi)

สงสัยดิฉันอยู่บนหน้าจอหลายวันจนตาลาย

คุณดังตฤณเขียนว่า เรื่องอื่นๆ "โลกๆ"
ดิฉันอ่านเป็น "นอกโลก"
เลยเขียนผิด  ขออภัยค่ะ :>

ยังไง แนวไหน ก็อยากอ่านอยู่ดี  
อย่างน้อยก็เรื่องทางลัดนี่แหละ
ขอบคุณมากนะคะ

 จากคุณ : deedi [ 21 ก.ค. 2542 / 09:43:41 น. ]
     [ IP Address : 203.146.28.226 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (ลูกหมี)

เรียนคุณดังตฤณ
เป็นแฟนเรื่องทางนฤพานเหมือนกันค่ะ แล้วยัง print ไปให้น้องสาวอ่านที่บ้านด้วย ไม่ทราบว่าจะอ่านเรื่องทางลัดได้อย่างไร เพราะไม่สามารถอ่าน zip file ได้ค่ะ

 จากคุณ : ลูกหมี [ 21 ก.ค. 2542 / 18:10:06 น. ]
     [ IP Address : 202.44.241.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (ลิตา)

คุณดังตฤณค่ะ  mail ค่ะ
lita_11@hotmail.com
สำหรับทางลัดอ่านจบแล้วค่ะ รู้สึกว่านานแล้วด้วยค่ะ

 จากคุณ : ลิตา [ 22 ก.ค. 2542 / 11:52:58 น. ]
     [ IP Address : 203.149.3.154 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (เล็ก)

สวัสดีค่ะ
จริงๆ ตั้งใจจะเป็นผู้อ่านที่ดี อย่างเดียว หรือคอยให้ความช่วยเหลือเท่าที่ตัวเองจะทำได้
จึงไม่คิดจะแนะนำตัว เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรน่าสนใจ แถมเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าออก
ความคิดเห็น โดยเฉพาะในเรื่องธรรม แต่โดนขู่จากผู้ดูแลบอร์ดว่า
"อีกหน่อยอาจจะให้แต่คนที่แนะนำตัวแล้วเขียนตอบได้ก็ได้" แหม! ทำไมใจร้ายจัง
ข้าพเจ้ามีนามจริงว่า "ประภา" นิคเนมว่า "เล็ก" ไม่มีฉายานาม เพราะคิดไม่ทัน
อายุก็ยังไม่เท่าไหร่ แค่ 37 ปีเท่านั้น พอเป็นรุ่นเพื่อนได้ไหม? (จิตใจยังจ๊าบอยู่นะ)
เป็นน้องพี่มาตา เข้ามา Web นี้ได้เพราะโดนพี่ขู่เข็นให้อ่าน ถามเราทุกวันว่า
เข้ามาอ่านหรือยัง จนรำคาญ ต้องเข้ามา เอ๊ะ! อ่านไปอ่านมาชักติดใจ ต้องเข้ามา
อ่านทุกวัน อ่านมาได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะเป็นคน
ชอบอะไรง่ายๆ กระทู้ไหนยาก ปัญญาไม่ถึง ก็กระโดดข้ามไป เป็นคนปฏิบัติธรรมสไตล์ง่ายๆ
ไม่ค่อยมีความเพียร นั่งสมาธิก็ไม่เคยสงบกับเค้าสักครั้ง ดูจิต ตามจิต อย่างเดียว
เห็นทุกข์ ดับทุกข์ อันไหนยังดับไม่ได้ก็ปล่อยไปก่อน ยอมรับสิ่งที่มันเป็นอยู่
ถือคติ "ช่างมัน โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างเป็นสิ่งสมมติ แล้วจะไปเอาอะไรกับมัน"
เริ่มปฏิบัติธรรมแบบยิ่งทำยิ่งทุกข์ มา 10 กว่าปี เพราะพยายามทำให้เหมือนคนอื่น ทั้งที่ๆ ไม่
ถูกกับจริตเราเลย คือทำอะไรก็ต้องคิดถึงอานิสงค์ ทำอะไรก็ต้องหวังผล ทำอย่างงั้นแล้วจะได้
บุญใหญ่ ต้องไปร่วมงานนี้ไห้ได้นะ จะได้มีบุญช่วยให้ถึงนิพพาน ลำบากใจมาก บางครั้งทำไม่ได้
ก็จะทุกข์มาก เพราะกลัวจะไม่ได้บุญกับเขา และที่ทำตามเขาไม่ได้ เพราะอาจจะไม่มีศรัทธาด้วย
จึงไม่เกิดความแช่มชื่นในจิต (ไม่ใช่ว่างกนะ แต่เวลาทำบุญจะรู้สึกเหมือนโดนบังคับ ไม่รู้สึกว่า
เราได้ช่วยเขา) เห็นคนอื่นเขาเล่าประสบการณ์ การนั่งสมาธิ ก็ยิ่งกลุ้ม ทำไม๊ ทำไม เราทำไม่ได้สักที
เพราะใจเราไหลไปตามเขา ไม่ได้คิดว่าแต่ละคนมีวิธีปฏิบัติไม่เหมือนกัน สิ่งนั้นอาจจะเหมาะกับเขา
แต่ไม่เหมาะกับเรา จนพี่สาวพาไปพบหลวงพ่อที่เป็นพระอาจารย์ในปัจจุบัน สอนการดูจิต
ท่านมีคำสอนที่ง่ายๆ ปฏิบัติตามได้ ไม่ต้องกังวลกับอะไร และพี่สาวจะคอยเอาหนังสือของหลวงปู่
หลายๆ องค์ ที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายมาให้อ่าน เช่น คำสอนของหลวงปู่ดุลย์ ฯลฯ ทุกวันนี้เลยเป็นคน
หัวเราะง่าย ไม่มีเรื่องทุกข์ใจ ต้องขอบคุณพี่สาวจริงๆ ที่เป็นสื่อนำพาให้เราได้พบคำสอนของ
พระพุทธองค์ ทำให้เราพบความสุขทางใจ ถึงแม้จะยังไม่ไปถึงไหน เป้าหมายคือนิพพาน
แต่ตอนนี้ทำได้เท่านี้ ก็พอใจแล้ว คงมีสักวันที่จะถึงเป็าหมาย ตราบใดที่ยังเกิดในพุทธศาสนา
ขอบคุณค่ะ ที่ให้เนื้อที่เราระบายความในใจ ที่อยากจะบอกใครว่า อย่าหลงผิดเหมือนเรา
อยากบอกคนที่เริ่มปฏิบัติว่า อย่ากังวลกับการปฏิบัติธรรมจนเป็นทุกข์ ดูจิตตนไปเรื่อยๆ
เผลอบ้าง ดูบ้าง ก็ทำไป เดี๋ยวมันก็เคยชินไปเอง ค่อยเป็น ค่อยไป อย่าใจร้อน
ขอจบสั้นๆ เพียงเท่านี้นะคะ ถ้าใครอยากรู้ว่ายาวจะแค่ไหน ก็ลอง mail ไปถามดูสิคะ
email : prapha_c@email.com 

 จากคุณ : เล็ก [ 22 ก.ค. 2542 / 20:17:25 น. ]
     [ IP Address : 202.28.179.1 ]


 ความคิดเห็นที่ 24 : (เล็ก)

ขอโทษค่ะ ขอเปลี่ยน Email address ค่ะ
ลืมไปว่าตัวเองสมัครไปที่ใหม่แล้ว (เป็นโรคความจำเสื่อมนิดๆ)
email address: prapha_c@eudoramail.com

 จากคุณ : เล็ก [ 22 ก.ค. 2542 / 21:35:55 น. ]
     [ IP Address : 202.28.179.1 ]


 ความคิดเห็นที่ 25 : (ดังตฤณ)

คุณลูกหมีให้อีเมลแอดเดรสไว้ผิดนะครับ
ช่วยลองตรวจดูนิดหนึ่ง

สำหรับไฟล์ zip นั้น
ง่ายนิดเดียวครับ
ไปดาวน์โหลดโปรแกรมที่จะจัดการกับไฟล์ zip มา
ที่  ไซท์ของ winzip    หรือถ้ายังติดขัดยังไงก็ส่งเมลมาถามได้ครับ :-)

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 23 ก.ค. 2542 / 11:15:05 น. ]
     [ IP Address : 203.144.244.95 ]


 ความคิดเห็นที่ 26 : (deedi)

ขอเปลี่ยน email address ใหม่นะคะ
เป็น
deedi_deedi@email.com

เพราะอันเก่าดิฉันใช้ไม่เป็น
พิมพ์ภาษาไทยไม่ได้ค่ะ

:>

 จากคุณ : deedi [ 23 ก.ค. 2542 / 14:12:12 น. ]
     [ IP Address : 203.146.28.226 ]


 ความคิดเห็นที่ 27 : (pingtour@samart.co.th)

ขอแนะนำตัวด้วยคนครับ เรียกผมว่า Eddy ก็แล้วกันน่ะครับ เพราะผมทำงานที่ต้อง
เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ เลยหาชื่อที่มันเรียกง่ายหน่อย ส่วนตัวผมเคยบวชมาแล้ว
แต่ไม่ได้เรียนอะไร เคยไปอยู่ที่วัดชลประทาน และเคยไปอยู่กับท่านวชิระ ที่สวนโมกข์
ความรู้ทางธรรมก็ได้จากการอ่านหนังสือของท่านพุทธทาส ผมไปอยู่สวนโมกข์ ก่อน
ท่านพุทธทาสมรณภาพได้ 2 ปี จึงได้มีโอกาสฟังธรรมจากท่านในตอนเช้ามืด ประทัปใจ
มาก ต่อมาก็ได้อ่านหนังสือประวัติหลวงปู่มั่น ของหลวงปู่มหาบัวฯ สนุกมาก และรู้สึก
กลัวบาป กลัววัฏฏสงสาร ผมเชื่อว่าท่านสำเร็จพระอรหันต์ และลูกศิษย์์ของท่านก็เป็น
พระอริยเจ้าทั้งนัั้น ตอนนี้ผมก็เคารพท่านหลวงปู่มหาบัวฯ มาก ที่ร้านของผมก็ติดรูป
พระสายพระอาจารย์มั่นเอาไว้ ผม download รูปท่านจากที่นี่เก็บไว้ทุกรูปแล้ว ขอ
อนุโมทนาด้วยครับ มีข่าวคราวเรื่องพระสายหลวงปู่มั่นก็แจ้งข่าวกันบ้างน่ะครับ
ถ้ามีเวลาผมจะได้ขึ้นไปร่วมทำบุญและฟังธรรม ศึกษาธรรมร่วมกัน อ้อ ผมอยู่ที่
ภูเก็ตน่ะครับ วัดเจริญสมนกิจ (วัดหลังศาล) ก็เป็นวัดที่หลวงปู่เทสก์ ท่านสร้างและ
วางรากฐานพระฝ่ายธรรมยุตนิกายไว้ที่ภาคใต้ ท่านใดมาเที่ยวภูเก็ต ก็ติดต่อมาได้น่ะ
ครับ ผมยินดีอำนวยความสะดวกให้ตามความสามารถครับ
ขออนุโมทนากับท่านคณะผู้จัดทำลานธรรมเสวนาน่ะครับ เป็นประโยชน์ครับ ได้ประ
โยชน์จริง ๆ
สาธุฯ

 จากคุณ : pingtour@samart.co.th [ 24 ก.ค. 2542 / 15:47:07 น. ]
     [ IP Address : 203.149.2.132 ]


 ความคิดเห็นที่ 28 : (ดู๋ (Du) samor@hotmail.com หรือ anchor@liv.ac.uk)

สวัสดีครับ รู้สึกว่าสมาชิกส่วนใหญ่ในที่นี้จะรู้จักกันดี ส่วนผมเพิ่งจะได้รู้จักที่นี้จากคุณ นิดนึงเมื่อสักครู่ก็เลยแวะเข้ามาเยี่มเลยขอแนะนำตัวบ้างครับ หวังว่ายังไม่สายเกินไป

ดู๋ (Du) คือชื่อที่เพื่อนทั้งรุ่นตั้งให้ (ไม่ทราบว่าทำไม) เป็นนักศึกษาอยู่ึงแม้อายุใกล้เลขสาม
ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยรู้ซึ้งึงความงดงามของพุธศาสนา ึงแม้คุณพ่อผมจะเป็นตัวอย่างที่ดี
มัวแต่ฝักใฝ่ในสิ่งที่ไม่เป็นแก่นสาร ตามประสาคนหนุ่มในเมืองกรุง เรียกว่าใกล้เกลือกินด่าง
จนกระทั่งต้องจากบ้านมาเรียนหนังสือตัวคนเดียวจึงเริ่มที่จะสำนึกในสิ่งต่างๆขึ้นมา  เริ่มพิจารณาเกี่ยวกับชีวิตตัวเองในแง่มุมต่างๆ  เริ่มสนใจนั่งสมาธิเมื่อได้อ่าน เรื่อง หักลิ้นช้าง(ึงแม้ไม่เกี่ยวกับศาสนาก็ตาม) พบตัวเอกมักจะนั่งสมาธิเพื่อผ่อนคลาย และแก้ปัญหาต่างๆ จึงลองทำดูบ้างผิดูกไม่รู้ ก็เริ่มหาหนังสือมาอ่าน แต่กลับกลายทำให้ผมเริ่มสนใจธรรมะและการปฏิบัติธรรมเป็นลำดับ ก็มีโอกาสได้สทนาธรรม กับพระฝรั่งที่นี่เป็นบางครั้ง  จนได้มาพบ Pantip.com โดยบังเอิญแต่มักจะเป็นผู้อ่านเสียส่วนใหญ่ ได้อ่านกระทู้ของหลายๆท่านเช่น คุณดังตฤน คุณสันตินันท์ คุณนิดนึง คุณเอิงเอย คุณบัวใต้นำ้ และอีกหลายๆท่านที่ไม่อาจกล่าวได้หมด รู้สึกประทับใจมาก ึงแม้ผมจะไม่มีครูอาจารย์(พระ) ที่มีตัวตนแต่ผมก็รู้สึกมี 
`ครูเสมือน ` (Virtual Teacher) ที่นี่ตลอดเวลา ขออนุโมทนา และฝากตัวเป็นน้องใหม่(ึงจะแก่ก็ตาม) ครับ

 จากคุณ : ดู๋ (Du) samor@hotmail.com หรือ anchor@liv.ac.uk [ 25 ก.ค. 2542 / 00:09:12 น. ]
     [ IP Address : 195.92.194.80 ]


 ความคิดเห็นที่ 29 : (หลังเขา)

มาขออนุญาตแนะนำตัวบ้างครับ
ผมใช้ชื่อหลังเขา
จบมาจากวิศวฯจุฬาได้เกือบ 2 ปีแล้ว
เรื่องธรรมะก็ศึกษาเอาเองเป็นส่วนใหญ่
เริ่มจากอ่านพวกชาดกตอนเด็ก
มาเริ่มภาวนาเอาตอนม.5 เพราะไปบวชเณรที่วัดเขาสุกิม
แล้วลงท้ายที่ขี้เกียจไม่ค่อยได้ทำติดต่อ
ล่าสุดก็มาได้โอกาสจากคุณอาสันตินันท์แนะให้ไปบวชมา แต่อยู่ได้แค่เดือนกว่าก็ถอยซะแล้ว
ยังไงก็จะพยายามต่อหละครับ
ได้เท่าไรก็เท่านั้น

 จากคุณ : หลังเขา [ 25 ก.ค. 2542 / 00:54:03 น. ]
     [ IP Address : 203.148.200.249 ]


 ความคิดเห็นที่ 30 : (loardm@hotmail.com)

ขอแนะนำตัวนะครับ เคยเรียนที่มอชอ เคยเข้าชมรมพุทธศิลป์สมัยที่ธรรมกายยกพวกมาเทคโอเวอร์มาก่อน 
แต่สนใจในเรื่องของ ลัทธิมากซ์ มากกว่า แต่ไม่เห็นด้วยกับลัทธิมากซ์ตรงที่ใช้ความรุนแรงในการเปลี่ยนแปลง่ทางสังคม
เห็นด้วยกับลัทธิความเชื่อสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นมาที่สามารถตอบปัญหาสังคมที่ซับซ้อนได้มากกว่าพุทธศาสนาแบบอนุรักษ์
ต่อต้านความเป็นเจ้ากุ ยศ ช้าง ขุนนางพระ ทุกประเภท ที่เป็นอยู่โดยผนวกกับรัฐอันโสโครกอยุขณะนี้

 จากคุณ : loardm@hotmail.com [ 30 ก.ค. 2542 / 20:36:49 น. ]
     [ IP Address : 202.183.255.24 ]


 ความคิดเห็นที่ 31 : (นายโจโจ้)

เห็นที่คุณ deedi เขียนไว้ เผอิญเคยทราบมา ก็เลยมาเล่าครับ

Dadi คือ พี่สาว ส่วน didi คือน้องสาวครับผม ทราบมาว่าเป็น
ภาษาอินเดีย ซึ่งไม่มีรายละเอียดว่าเป็นภาษาใดในภาษาพื้นเมือง
2 หมื่นกว่าภาษาของอินเดีย =)

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 31 ก.ค. 2542 / 17:03:04 น. ]
     [ IP Address : 203.149.34.193 ]


 ความคิดเห็นที่ 32 : (ลูกหมี)

ขอโทษค่ะ ที่ให้ email address อีกอันโดยมิได้สำรวจว่า email ดังกล่าวใช้ไม่ได้แล้ว
ยินดีติดต่อกัลยาณมิตรทุกท่าน ทาง web นี้ หรือ email  ที่ s_sawitree@hotmail.com
ขอบคุณค่ะ

 จากคุณ : ลูกหมี [ 2 ส.ค. 2542 / 18:47:32 น. ]
     [ IP Address : 202.44.241.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 33 : (ต.เชียงใหม่)

ได้รับที่อยู่ใหม่จากคุณทองคำขาวครับ จากการไปเยี่ยมที่ห้องสมุดหลังจากที่ห่างเหินจาก net ไปนาน พบว่าสังคมกว้างใหญ่กระแสหลากหลายขึ้นมาก คนเก่าๆที่ผมเคยชื่นชมในความรู้จากการปฏิบัติธรรมหลายท่านหายไป ก็เลยตั้งกระทู้ถามและคุณทองคำขาวกรุณาให้ข่าว จึงติตามมาพบท่านทั้งหลายด้วยที่นี่ครับ เคยร่วมแจมกระทู้กับหลายท่านบ้างประปรายในห้องสมุดจำไม่ได้ว่านานเท่าไร และก็ไม่ได้แนะนำตัวไว้แต่ทราบจากกระทู้เก่าๆในห้องสมุดที่เคยแนะนำตัวกันไว้นานแล้ว เข้ามาที่แห่งใหม่นี้ จึงต้องเคารพและให้เกียรติแก่ผู้ตั้งใจทำคือคูณmorning_glory และคุณทองคำขาว ที่ได้ทำศุนย์รวมแห่งผู้สนใจในธรรม อันจะเป็นที่ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความตั้งใจตรงกัน จึงขอแนะนำตัวครับ  ต.เป็นชื่อย่อของชื่อเล่น เชียงใหม่เป็นที่อยู่ อยู่มา 17 ปี หลังจากที่เรียนจบและมาทำงาน อายุ 38 ปีแล้วครับ  สนใจในธรรม เพราะการซึมซับมาเรื่อยจากหลายๆทาง ทั้งจากปัญหาชีวิต และการได้พบพระอริยสงฆ์ได้เห็นการปฏิบัติของท่าน แล้วเกิดความยินดีในแนวทางนี้ รวมถึงการได้อ่านหนังสือของพระอริยสงฆ์ โดยเฉพาะของท่านพุทธทาส และคุณพ่อซึ่งเป็นนักปฏิบัติท่านหนึ่งที่ผมรับรู้ว่าท่านมีทางดำเนินไปด้วยดี แต่เป็นในลักษณะปัจเจกบุคคล  และท่านก็พ้นไปแล้วจากสังคมวุ่นวายนี้ เคยนั่งคิดพิจารณาอยู่เงียบๆในเรื่องของชีวิต กรรม แล้วมีโอกาสมาพบสังคมในห้องสมุดเห็นว่ามีหลายๆท่าน ที่อยู่ในกระแสแห่งธรรม เป็นผู้เดินทางในทางสายเอกนี้ จึงได้ติดตามรับรู้ผลการปฏิบัติและรวมถึงปัญหาของหลายๆท่านทั้งที่เกิดจากความลังเลสงสัย กล้าๆกลัวๆที่จะเข้ามาเดินในทางสายนี้หรือไม่ หรือจากปัญหาจากผู้เริ่มปฏิบัติอีกมากมาย ซึ่งก็ถือว่าได้รับประโยชน์จากการซึมซับข้อมูลจากสังคมนี้  ทำให้รู้ว่าสังคมนี้กว้างใหญ่ และต้องขอบคุณวิทยาการเทคโนโลยีการสื่อสาร และโดยเฉพาะผู้ก่อตั้งสังคมแห่งนี้ ที่มีใจปรารถนาอันบริสุทธิ์ ที่จะทำให้หลายๆท่านได้รับสิ่งที่เป็นสาระประโยชน์แก่ชีวิต  แล้วแต่ว่าจะเดินทางอยู่ ณ จุดใด เชื่อว่าที่นี่ จะเป็นที่ๆ เหล่านักเดินทางจะเป็นผู้แนะนำชักจูง แก่กันและกัน เป็นสังคมแห่งความเมตตาอารีเอื้อเฟื้อ ไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝงนอกจากความเจริญในธรรม ดังที่พระอริยสงฆ์ทั้งหลายที่ท่านได้แผ้วถางทางสว่างไว้ในอดีตแต่ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายทำให้เกิดสังคมที่สื่อกันได้ด้วยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า ดีใจครับที่ความเจริญทางวัตถุไม่ได้ทำให้กระแสแห่งธรรมต้องเจือจางลงไป แต่ตรงข้ามสังคมนี้จะทำให้ธรรมของพระพุทธองค์ได้รับการเผยแพร่ไปด้วยจิตอันบริสุทธิ์ต่อกัน                                                     ต.เชียงใหม่

 จากคุณ : ต.เชียงใหม่ [ 3 ส.ค. 2542 / 10:01:07 น. ]
     [ IP Address : 202.6.107.20 ]


 ความคิดเห็นที่ 34 : (พุทธบุตร)

ผมเข้ามาในพันทิพห้องสมุดก่อน ก็เลยบอกตัวเองว่าใช่เลยเจอสิ่งที่หามานานแล้ว ได้เข้ามาลานธรรมสนทนา  จการความกรุณาของน้อง Lost-boy ที่บอกที่อยู่ให้ ปัจจุบันจะ 28 ปีแล้ว  จบ food-science จาก ม.สงขลานคริทร์  ปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่ราชภัฏแห่งหนึ่งทางภาคใต้ ใช้ชื่อพุทธบุตร เพราะว่าเป็นชื่อที่เป็นมงคลนาม ก็คิดว่าย่อมนำ  สิริมงคลมาสู่ตน เริ่มนั่งสมาธิครั้งแรกตอน ป.4โดยไม่มีใครสอนอยู่ๆก็เกิดอยากจะนั่งขึ้นมาเอง นั่งแล้วได้โอภาสเห็นแสง  สว่างขาวนวล มีความรู้สึกสุขอย่างบอกไม่ถูก แล้วก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นจิตก็ตกลงทันที หลังจากนั้นก็เห็นหนังสือประวัติ  ิหลวงพ่อครูบาอาจารย์เป็นไม่ได้จะต้องอ่านทุกเล่มจนจบ จนในห้องสมุดโรงเรียนสมัยเรียนมัธยมตู้ศาสนาจะถูกมายืม  อ่านหมดทุกเล่ม ปัจจุบันปฏิบัติโดยใช้ลมหายใจเข้า-ออกควบคู่กับการกำกับสติไว้กับทุกอิริยาบถ สนใจในแนว กสิณ และ  อภิญญา ตลอดจนอานุภาพแห่งจิต  ณ บัดนี้ สถานแห่งธรรมปุจฉา-วิสัชนา ได้เกิดขึ้นแล้วในอินเทอร์เนต ขออนุโมทนา  เป็นอย่างยิ่งในกุศลจิตของท่านทั้งหลายที่ได้ร่วมแรงร่วมใจจนได้สิ่งนี้ขึ้นมา      การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวงแล  UIN 15917704      surasak@cs1.ripk.ac.th 

 จากคุณ : พุทธบุตร [ 3 ส.ค. 2542 / 12:46:46 น. ]
     [ IP Address : 203.154.19.107 ]


 ความคิดเห็นที่ 35 : (โอม/sukit@bpe.co.th)

สวัสดีครับ ผมขอสมัครเป็นน้องใหม่ด้วยคนครับ ผมชื่อ สุกิจ ทวีทรัพย์ อายุ 39 ปี ส่วนนิคเนม "โอม" เป็นชื่อลูกชายนะครับ (ยังไม่ได้ขออนุญาติลูกชายเลยนะเนี่ย) 

 จากคุณ : โอม/sukit@bpe.co.th [ 4 ส.ค. 2542 / 08:05:08 น. ]
     [ IP Address : 203.151.2.159 ]


 ความคิดเห็นที่ 36 : (นอย)

สวัสดีค่ะ
เป็นน้องใหม่ของที่นี่ค่ะ พึ่งจะเข้ามาอ่านเมื่อวานเองค่ะ
อยากจะขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ
e-mail: wk08@uow.edu.au
ป.ล. ถึงคุณดังตฤณ linkที่ทำไปที่เรื่องทางลัดไม่สามารถlinkไปได้ค่ะ
กรุณาช่วยทำใหม่อีกครั้งได้ไหมค่ะ หรือช่วยกรุณาส่งzip file ของเรื่องนี้
มาที่e-mail addressของนอยก็จะเป็นความกรุณาอย่างมากค่ะ
เพราะเคยอ่านเรื่องทางนฤพานแล้วชอบมากค่ะ
อยากจะลองอ่านเรื่องทางลัดดูบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ

 จากคุณ : นอย [ 6 ส.ค. 2542 / 11:23:29 น. ]
     [ IP Address : 130.130.68.5 ]


 ความคิดเห็นที่ 37 : (ขอเปลี่ยน โอม -> อนัตตา เนื่องจากซ้ำ)

ต้องขอโทษด้วยครับ เนื่องจากเพิ่งไปอ่าน แนะนะตัวเองอันแรก พบว่า มีโอมแล้ว จึงขอเปลี่ยนนิคเนมใหม่ เป็น อนัตตา ครับ

 จากคุณ : ขอเปลี่ยน โอม -> อนัตตา เนื่องจากซ้ำ [ 6 ส.ค. 2542 / 14:51:09 น. ]
     [ IP Address : 203.151.2.159 ]


 ความคิดเห็นที่ 38 : (ประสงค์)

เอ่อเท่าที่อ่านมานี้ไม่รู้จะแนะนำตัวดีอะป่าวพี่คิดเอาเองแนะนำมา
ผมก็ขอแนะนำตัวหน่อยขอฝากเนื้อฝากตัวขอนิสัยจากพวกท่านๆ
ให้ติเตือนแนะนำสั่งสอนผมได้ตลอดนะ(โดยเฉพาะพี่โจโจ้)
ผมอายุ16ขวบครับเรียนอยู่ม.4ที่วัดราชโอรส  จอมทอง  กทม.
สนใจด้านศาสนามาตั้งแต่เล็กๆแต่ก็ขาดครูบาอาจารย์
ผมก็ปรารถนาที่จะละกิเลสตัวเองให้น้อยที่สุด
ตัดภพ  ตัดชาติ
E-MAILก็คือprasong@iname.com

พุทโธใจรู้  พุทโธรู้ใจ

 จากคุณ : ประสงค์ [ 6 ส.ค. 2542 / 21:15:57 น. ]
     [ IP Address : 202.44.8.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 39 : (deedi)

คุณ นายโจโจ้ คะ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับความรู้เกี่ยวกับชื่อ
ที่ตั้งแบบไม่ได้ตั้งใจให้มีความหมายนี้
ดีค่ะ
เป็นพี่สาว เป็นน้องสาว ดีทั้งนั้นเลย

:>

 จากคุณ : deedi [ 7 ส.ค. 2542 / 14:57:08 น. ]
     [ IP Address : 203.146.89.65 ]


 ความคิดเห็นที่ 40 : (Titan)

อ่านจากข้างล่างขึ้นข้างบนครับ เลยไม่เห็นว่ามีกระทู้แนะนำตัวใหม่ด้วย ยังไงรบกวนอ่านที่กระทู้นู้นนะครับ ตั้งใจเขียนมาก ยาวสุด ๆ

ขอบคุณครับ
titan_7@hotmail.com
UIN 21536670

 จากคุณ : Titan [ 7 ส.ค. 2542 / 23:48:40 น. ]
     [ IP Address : 203.159.0.15 ]


 ความคิดเห็นที่ 41 : (ศัทธาพุทธ)

เมื่อเห็น web นี้ผมดีใจจริงๆ ครับไม่นึกว่าจะมีสิ่งดีๆ แบบนี้เกิดขึ้น
ผมเป็นคนหนึ่งที่นับถือในศาสนาพุทธ พอมีความรู้ในสิ่งที่ชาวพุทธ
ควรจะรู้ อยู่บ้างไม่มากก็น้อย หวังว่าจากนี้ผมคงได้มีโอกาสได้
แลกเปลี่ยนความรู้กับท่านทั้งหลายเพื่อเป็นประโยชน์ร่วมกันนะครับ  ขอบคุณมากครับ

 จากคุณ : ศัทธาพุทธ [ 8 ส.ค. 2542 / 20:31:49 น. ]
     [ IP Address : 165.85.61.2 ]


 ความคิดเห็นที่ 42 : (peng/ icq 37967749)

วันนี้ เข้ามาครั้งแรกน่ะ เห็นว่ามีการส่งเมล์ เรื่องทาง นฤพานหรอ ถ้ายังไงมีอะไรดีๆ ช่วยส่งเมล์มาที่ผมด้วยนะครับ
sitthart@hotmail.com
ขอบคุณหลายๆ ครับ

 จากคุณ : peng/ icq 37967749 [ 9 ส.ค. 2542 / 16:07:12 น. ]
     [ IP Address : 203.149.22.136 ]


 ความคิดเห็นที่ 43 : (FON..)

กลัวผิดกฎแล้วอดเข้ามาในลานธรรมค่ะ อิอิอิ

ฝนเข้ามาวนเวียนอ่านนานแล้วค่ะแต่ไม่ค่อย
ได้ตอบหรือถามค่ะ  แทบไม่มีความรู้เรื่องธรรมะ
เลยค่ะ  อาศัยจากการอ่านแล้วก็ถามพี่ดังตฤณ
จากทาง icq  แล้วก็การถามตอบกระทู้ของทุกๆ
ท่านค่ะ  ขอบคุณพี่โจ้ที่แนะนำให้ฝนได้รู้จักและ
เข้ามาอยู่ในทางธรรมค่ะ แต่ยังไม่ค่อยพัฒนา
ในเรื่องทางปฏิบัติเท่าไหร่เลยค่ะ (ฮือ...)

ตอนนี้อายุ 22  ค่ะ

icq 18882215

 จากคุณ : FON.. [ 13 ส.ค. 2542 / 00:00:23 น. ]
     [ IP Address : 202.59.252.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 44 : (เมล็ดโพธิ์)

สวัสดีครับ

ผมได้รับคำแนะนำจากคุณ morning_glory ว่ามีอะไรที่น่าสนใจอยู่ที่นี่ เมื่อเข้ามาแล้วก็ถึงได้รู้สึกจริงๆ ว่าสมใจครับ
เป็นธรรมเนียมใช่มั้ยครับที่ต้องแนะนำตัวให้รู้จักกัน เอาเป็นว่าผมเดาเอาว่าในหัวข้อนี้คือหัวข้อแนะนำตัว ถ้าผมทำ
อะไรที่ไม่ถูกต้องก็ขอช่วยเตือนด้วยนะครับ

ผมมีชื่อจริงว่า อภิรักษ์ สุวรรณรัตน์ เป็นชาวเชียงรายโดยกำเนิด ตั้งแต่เด็กมาผมจะเป็นคนจิตใจอ่อนไหวและขี้แย
อาจจะเป็นเพราะว่า คุณย่าชอบพาไปวัดก็เลยมีจิตใจที่เอนเอียงมาทางศาสนามาตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อโตขึ้นก็วุ่นวายไป
ตามกระแสโลก จนกระทั่งเมื่อประมาณ ๕ ปีก่อนมีคนที่ผมรู้จักแนะนำให้อ่านหนังสือหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
(ฤาษีลิงดำ) เมื่อได้อ่านหนังสือแล้วความที่อยากจะเป็นคนเก่งมีฤทธิ์เดชก็เลยดั้นด้นไปถึงสายลม และเมื่อยิ่งฝึกก็ยิ่ง
ได้พบสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นใจ ความกล้า ปิติ สุข มองเห็นสภาวะใจของตนเองว่าดีหรือตก
ข้อคิดหรือธรรมอื่นๆ ที่มีความลึกซึ้งเกินกว่าที่ผมจะปฏิบัติได้ ก็จะอ่านแบบผ่านๆ เพียงให้จิตมีความชุ่มชื่นในการ
ปฏิบัติต่อไป แต่ถ้าธรรมข้อใดเป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติได้ในปัจจุบัน ก็จะศึกษาและปฏิบัติตามกำลังความสามารถที่จะ
ทำได้ เมื่อประมาณในปีนี้ผมได้มีโอกาสได้ไปกราบพระสุปฏิปันโนสายพระป่าทางภาคอิสาน ได้เห็นกำลังใจที่จะปฏิบัติ
ธรรมของพระป่าหลายๆ องค์รวมถึงความเป็นอยู่ ยิ่งทำให้ผมมีกำลังใจที่จะฝึกฝนมากขึ้นไปเท่านั้น มีข้อคิดที่ได้มา
จากพระสายอิสานว่า คนเราจะเริ่มเข้ามาศึกษาในธรรมได้ก็เพราะมีสัมมาทิฐิเป็นตัวต้น จึงจะเป็นเหตุให้กงล้อแห่งธรรม
อันประกอบด้วยทานเป็นพื้นฐานเริ่มหมุน ได้รับจากหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ว่าอธิษฐานเป็นแนวเส้นทางให้เดิน พวกเรา
หลายคนอาจจะคิดว่าการอธิษฐานขอสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นกิเลส ลองพิจารณาใหม่ว่าหากเราไม่คิดปราถนาสิ่งใด เส้นทาง
ของเราก็จะสะเปะสะปะ อาจจะเดินถูกทางบ้างผิดทางบ้างอ้อมไปบ้าง ถึงแม้ว่าในที่สุดก็ถึงเหมือนกัน แต่ก็คงจะสู้
ท่านผู้ที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ไม่ได้ ผมเองก็ได้อธิษฐานเอาไว้เช่นเดียวกับศิษย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำทุกๆ คน แต่ต่าง
ตรงที่ว่าส่วนใหญ่ลูกศิษย์หลวงพ่อจะปราถนาที่จะนิพพานชาตินี้ ผมปราถนาพุทธภูมิ ส่วนการปฏิบัตินั้นไม่แตกต่าง
กันมากนัก เพราะว่าไม่ว่าสิ่งใดที่ท่านผู้รู้ได้แนะนำเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี สามารถปฏิบัติได้ ผมก็จะพยายามทำตามที่ท่าน
แนะนำไว้ทุกประการ

กระทู้ต่างๆ ที่เขียนถามตอบกันผมคงเข้ามาอ่านมากกว่าที่จะตอบ เพราะความรู้ผมเองที่จะตอบคำถามของทุกๆท่าน
คงมีไม่มากนักจะมีก็แต่เพียงประสบการณ์ในการปฏิบัติที่ผ่านๆมาเท่านั้น สิ่งที่ยังปฏิบัติไม่ถึงก็ไม่สามารถที่จะแนะนำ
หรือเขียนได้ดีนัก หากจะเขียนก็คงจะเขียนตามความเข้าใจที่ได้ผ่านการอ่านจากหนังสือของครูบาอาจารย์เท่านั้น

หากว่าผมเขียนเพ้อเจ้อมากเกินไปก็ขออภัยด้วยครับ เพลินไปหน่อย

ติดต่อผมได้ที่ asuwannarat@yahoo.com ครับ :)

 จากคุณ : เมล็ดโพธิ์ [ 14 ส.ค. 2542 / 01:15:12 น. ]
     [ IP Address : 203.145.3.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 45 : (FON..)

เอ่อ.. ฝนลืมบอก e-mail ร้างๆ ของฝนค่ะ
bluerain55@hotmail.com ค่ะ

 จากคุณ : FON.. [ 14 ส.ค. 2542 / 20:35:53 น. ]
     [ IP Address : 203.149.11.65 ]


 ความคิดเห็นที่ 46 : (deedi)

ได้เห็นคำแนะนำตัวของคุณเมล็ดโพธิ์แล้วก็อึ้งไปเลย
ด้วยความปิติ  มิน่าล่ะถึงได้ชื่อว่าเมล็ดโพธิ์
ขออนุโมทนาสาธุการกับการตั้งปรารถนา
อันสูงส่งของคุณเมล็ดโพธิ์ด้วยนะคะ
เพื่อประโยชน์ให้หมู่สัตว์ในภายภาคหน้าอันแสนไกล
นับเป็นความหวังของจักรวาลและวัฏสงสาร
อันเศร้าหมองและร้อนรนทนทุกข์นี้
คุณเมล็ดโพธิ์คงจะต้องเพียรพยายามอุตสาหะฝ่าฟัน
อีกมากมายเหลือเกินในสังสารวัฏ
เข้ามาแสดงความชื่นชมและสาธุการ
ด้วยความคารวะและนับถือเป็นอย่างยิ่งที่สุดค่ะ

:>

 จากคุณ : deedi [ 16 ส.ค. 2542 / 12:08:32 น. ]
     [ IP Address : 208.147.5.82 ]


 ความคิดเห็นที่ 47 : (เต่าตาบอด)

     ผมขอแนะนำตัวตามกติกาบ้างก็แล้วกันนะครับ  ผมรู้จักลานธรรมแห่งนี้ก็ต้องขอขอบคุณ Noisy08 ที่ได้กล่าวแนะนำเพื่อนคนหนึ่งในมิติพิศวง (Sanook) จึงได้ลองเข้ามา  จึงถือได้ว่าตัวเองยังมีกุศลกรรมอยู่บ้างจึงได้เข้ามาพบกับกัลยาณมิตรทุกท่าน  และขออนุโมทนากับกุศลเจตนาของทุกๆท่านด้วยนะครับ
      เต่าตาขอด  คือผู้ที่พยายามโผล่ขึ้นสู่ผิวน้ำให้ครงรูแอกครับ  ด้วยเหตุที่ยังเป็นผู้แสวงหา  และผมก็คงจะแสวงหาธรรมชาติที่มีอยู่โดยเราไม่แจ้งในเหตุที่มีอยู่จนกว่าจะแจ้ง
     ขอความเจริญในธรรมจงมีแก่ทุกท่านนะครับ

 จากคุณ : เต่าตาบอด [ 16 ส.ค. 2542 / 13:35:56 น. ]
     [ IP Address : 203.144.251.66 ]


 ความคิดเห็นที่ 48 : (นอย (Noisy08))

สวัสดีค่ะคุณเต่าตาบอด ตอนที่ดิฉันส่งaddress ของลานธรรมแห่งน
ื้ไปที่กลุ่มมิติพิศวง(X-file) ของSanook
ดิฉันก็ไม่ได้หวังว่าจะมีเพื่อนสมาชิกเข้ามาสนทนากันในลานธรรมแห่งนี้หรอกค่ะ
เพราะเป็นแค่คำตอบเล็กๆในกระทู้เท่านั้น
รู้สึกยินดีมากเลยค่ะ ที่คำบอกเล่าของดิฉันได้เป็นประโยชน์แก่คุณบ้าง
เจริญในธรรมค่ะ
ยินดีต้อนรับค่ะ

 จากคุณ : นอย (Noisy08) [ 16 ส.ค. 2542 / 17:02:19 น. ]
     [ IP Address : 130.130.68.5 ]


 ความคิดเห็นที่ 49 : (still)

เห็นหลาย ท่าน ได้ทำการแนะนำตัวแล้ว  ผมเองก็เลยต้องขอปฏิบัติตามธรรมเนียม บ้าง ทั้งที่ ๆ จริงแล้ว ผมไม่อยากแนะนำตัวเท่าไรเลย เพราะรู้สึกประหม่า ยังไงก็ไม่ทราบ

ผมได้เข้ามาที่ ลานธรรม แห่งนี้ ได้ก็ด้วยความอนุเคราะห์กรุณาของคุณ morning_glory ซึ่งเป็นความอนุเคราะห์อันยิ่งใหญ่สำหรับผมเป็นอย่างมาก

ผมเริ่มศึกษาธรรมมะ เมื่อประมาณช่วงที่ผมศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ปีหนึ่งจากการแนะนำชักจูง (อยากจะเรียกว่าฉุดกระชากลากถู) จากเพื่อน ๆ ของผม  แต่ในช่วงนั้น ก็เป็นในทำนองการแสวงหาบุญ และ สะสมบุญ ไม่เคยรู้และเข้าใจว่าที่แท้แล้วศาสนาพุทธคืออะไร  ช่วงที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ก็อาศัย แรงศรัทธา ชักจูงให้จิตใจไม่หลุดห่างออกจากศาสนามาตลอด  จนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย แล้ว มีโอกาส ได้อ่าน หนังสือ วิมุตรัตนมาลี ที่เขียน โดย พระพรหมโมลี  (ถึงแม้ว่าท่านจะโดนโจมตี อยู่ในขณะนี้ แต่ โดยส่วนตัวผม ไม่ว่าท่านจะผิดจริง หรือ ไม่ ยังไง ผมก็ยังถือว่าท่านเป็นผู้มีคุณอันยิ่งใหญ่กับผมท่านหนึ่ง) ก็ทำให้ผมเริ่มเรียนรู้เข้าใจในแก่นของพระพุทธศาสนามากขึ้น 

จากนั้นก็อ่านหนังสือธรรมะ อื่น ๆ เรื่อยมา จนกระทั้งได้มาอ่านหนังสือ พุทธธรรม ของท่าน พระธรรมปิฎก  ซึ่งหนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือเล่มยิ่งใหญ่ที่สุดในดวงใจผม (ซึ่งผมคิดว่าไม่ว่าจะตอนนี้ หรือตอนไหน ก็ยากที่จะมีใครมาเปลี่ยนความคิดของผมอันนี้)

เกริ่นมาแต่เรื่องการอ่านหนังสือธรรมมะ ยังไม่ได้พูดถึงการปฏิบัติเลย 

ในส่วนของการปฏิบัตินั้น ผมยังเหมือนเด็กแบเบาะ ทั้งที่ก็ได้ปฏิบัติมาตลอดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มสนใจธรรมะ  แต่ก็อย่างว่า ผมยอมรับว่าผมเองเป็นคนเหยาะแหยะพอสมควร จึงไม่ได้รับผลของการปฏิบัติที่เป็นรูปเป็นร่างสักที  เวลามีใครพูดเรื่อง ณาน ผมก็ได้แต่ทำตาปริบ ๆ และก็พยักหน้า หงึก ๆ ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหนเรืยกว่า ณาน กันแน่  อย่างไรก็ตามผมก็ยังไม่เลิกปฏิบัติทางด้านสมาธิ ยังคงปฏิบัติอยู่ทุก ๆ วัน  มากบ้าง น้อยบ้าง ตามแต่ปัจจัยจะเอื้ออำนวย

คงจะขอแนะนำในส่วนความรู้ทางด้านธรรมะของผมแค่นี้ก่อน ตอนนี้ผมก็ช่วยกิจการงานส่วนตัวของคุณพ่อของผม เป็นกิจการเกี่ยวกับการผลิตถุงพลาสติก (อาจจะทำลายสิ่งแวดล้อมบ้าง แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะผมเติบโตมากับกิจการนี้)

สุดท้ายนี้ก็คงต้องขอบอกอีกครั้งว่า ผมรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสมาชิก ณ ลานธรรม แห่งนี้ และ ถ้าเพี่อน ๆ มีอะไรจะแนะนำหรือแจ้งให้ผมทราบ ก็ช่วยส่ง mail มาที่ tawat1907@chaiyomail.com นะครับ 

 จากคุณ : still [ 16 ส.ค. 2542 / 19:59:55 น. ]
     [ IP Address : 203.148.200.249 ]


 ความคิดเห็นที่ 50 : (still)

ว้า พิมพ์ที่อยู่ mail ผิด ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่อยู่ mail ที่ถูกต้องของ ผม คือ tawat1970@chaiyomail.com

 จากคุณ : still [ 16 ส.ค. 2542 / 20:07:42 น. ]
     [ IP Address : 203.148.200.249 ]


 ความคิดเห็นที่ 51 : (รูปนามหนึ่ง)

อายุ ๔๐ ปี
วิศวฯจุฬาฯ (ไฟฟ้า) MBA-EXEC.
นักธุรกิจ,วิศวกร
เริ่มศึกษาพุทธศาสนา ๒๕๓๓
เริ่มปฏิบัติธรรมแนวสติปัฏฐาน ปีพ.ศ.๒๕๓๔
เข้าห้องสมุดพันธ์ทิพย์เป็นครั้งคราว เมื่อเมษาฯ๒๕๔๒
ใช้"รูปนามหนึ่ง" LINK เข้าลานธรรมฯ ผ่าน LINK ของคุณ
JAKSIT
ชื่นชมกับสหธรรมมิกที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมตั้งแต่อายุน้อยๆ
ขออนุโมทนาในกุศลธรรมของทุกๆท่านในที่นี้
ขอขอบคุณและอนุโมทนากับผู้เสียสละจัดทำ เวปซ์นี้ขึ้น
และยินดีที่รู้จักกับทุกๆท่าน
email addr: wanchait@cscoms.com

 จากคุณ : รูปนามหนึ่ง [ 17 ส.ค. 2542 / 00:51:04 น. ]
     [ IP Address : 202.183.249.153 ]


 ความคิดเห็นที่ 52 : (นิดนึง)

ที่จริงพวกเราคงรู้จักกันบ้างพอสมควรแล้ว
แต่ยังไม่เคยแนะนำตัวในทางปฏิบัติเลย
ถือโอกาสนี้แนะนำตัวในด้านนี้บ้าง

เดิมแวดล้อมอยู่กับผู้ที่เป็นศิษย์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ทั้งที่ทำงานเก่าและที่ทำงานใหม่ แต่ไม่เคยปฏิบัติหรือ
ฝึกมโนมยิทธิแต่อย่างไร แต่ก็อ่านหนังสือของท่าน
โดยเฉพาะการฝึกอาณาปาณสติกรรมฐาน และกรรมฐาน40
ไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์ จนกระทั่งตัวเองประสบกับปัญหาชีวิต
ที่หาทางออกอะไรไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องลูกที่ได้รับอุบัติเหตุที่ศีรษะ
ตอนนั้นรุ้ว่าทำได้อย่างเดียวคือ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิช่วย
ให้ลุกกลับมาเป็นคนปกติได้ และนึกได้แต่หลวงพ่อโสธร
กราบจากโรงพยาบาลไปถึงท่าน ขอยกลูกให้ท่านไป
และก็นึกถึงหลวงพ่อฤาษีลิงดำขอให้ท่านช่วยด้วย
วันที่ออกจากโรงพยาบาล แต่ลูกยังอยู่ที่โรงพยาบาล
หลวงพ่อมาที่ซอยสายลม ก็เลยขอให้คุณพ่อพาไป
ทั้งที่วันนั้นเพิ่งผ่าท้องออกมาได้ 5 วัน ยกถังสังฆทาน
ไปถวายท่านเอง ไม่ได้พูดกับท่านโดยตรง เพราะคนเยอะมาก
ได้แต่อธิฐานจิต ขอให้ท่านรับรู้ และช่วยด้วย ซึ่งหลังจากนั้นมา
เป็นเวลา 6 เดือน ที่เฝ้าคอยดูลูกว่าจะเป็นปกติหรือไม่
พอครบ 6 เดือน ลูกนั่งได้อย่างเด็กปกติทั่วไป อาการเกร็งที่ขา
ก็หายไป หมอบอกว่าไม่ต้องมาแล้ว ปกติทุกอย่าง
เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นในชีวิต ที่ไม่สามารถ
จะมีสิ่งใดช่วยได้เลย นอกจากสิ่งศักดิ์สิทธิเท่านั้น เพราะเด็กคนอื่นๆ
ที่เกิด case คล้ายๆ กัน คือ เด็กได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ
เมื่อแรกคลอดนั้น โอกาสที่เซลสมองจะสร้างขึ้นมาใหม่ได้นั้น
มีเพียง 50% เท่านั้น ซึ่งเราจะช่วยอะไรเขาได้นอกจากอธิฐานขอเท่านั้น
ตรงนี้อาจจะเป็นกรรม วิบากอย่างไร เราก็ไม่ทราบได้ แต่ตรงนี้ก็ต้องกราบ
ขอบพระคุณในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลให้เท่านั้น และสำนึกในบุญคุณนี้ตลอดไป

ประทับใจหนังสือธรรมะเล่มแรก
คือปฏิจจสมุปบาทของท่านพุทธทาส ที่ประทับใจก็เพราะ
อ่านแล้วไม่รู้เรื่องเลย  งงอยู่นานว่าทำไมเราถึงไม่สามารถ
เข้าใจที่ท่านส่ือเลย แต่ก็ไม่รู้จะถามใคร ก็เลยใช้วิธีไปให้คนอื่น
ช่วยอ่าน แต่เขาก็เป็นเหมือนเราคือ อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ก็เลยวางไว้ก่อนเรื่องธรรมะ

แต่ด้วยใจที่แสวงหาก็ยังคงหาหนังสือธรรมะอ่านไปเรื่อย
จนกระทั่งได้มาอ่านหนังสือของหลวงพ่อชา รู้สึกเข้าใจลึกซึ้ง
เข้าไปในเนื้อความธรรมดาๆ นั้นเอง เกิดความรู้สึกอยากนั่งสมาธิ
ในขณะที่อ่านๆ อยู่นั้นเอง และวางหนังสือนั่งสมาธิทันทีเลย
รู้จักกับจิตที่สงบที่แท้จริงจากนั้้น ผลจากนั้นก็เลยทำให้มุ่งมั่น
ในการปฏิบัติมากขึ้น รักษาศีลแปด ตื่นตีสี่หุงข้าวใส่บาตรทุกวัน
นั่งสมาธิ เดินจงกรม อย่างขมักเขม้น จนวันหนึ่งรู้สึกตัวเองตื่น
อยู่ตลอด24 ชั่วโมง แม้แต่ตอนที่นอนหลับ ก็รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา
ทั้งที่ใจหนึ่งก็เกรงว่าจะง่วงนอนในตอนกลางวันเวลาไปทำงาน
แต่ปรากฏว่า จิตใจสดใส สว่างไสวไปหมด เวลาเดินก็รู้สึกเหมือน
ตอนเวลาเดินจงกรม จิตใจสงบเงียบ เห็นตัวเองเดินๆ ไป เห็นกิริยา
อาการของตัวเองในการขยับเขยื้อนทุกอย่าง เหมือนเป็นคนอีกคนหนึ่ง
ที่มองเห็นอีกคนหนึ่ง เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเข้ามา ก็เหมือนมีการเทศน์
มีการชี้แนะแจกแจงเป็นธรรมะไปเสียทุกอย่าง เกิดความรู้สึกแปลกใจ
เอ..เราเป็นอะไรนี่ หรือจะเป็นบ้า อย่างที่ใครเขาว่ากันว่า ปฏิบัติไปโดย
ไม่มีครูบาอาจารย์ อาจจะบ้าได้ เลยหยุด พยายามทำทุกอย่างให้เป็นปกติ
ธรรมดา หยุดทำทุกอย่างที่ทำ และพยายามสงบใจอย่างเดียว ทำให้นิ่งอย่าง
เดียว แต่ยังไปฟังเทศน์ วันหนึ่งได้ไปฟังเทศน์ที่บ้านพี่สรศักดิ์ หลวงพ่อทูล
ท่านมาเทศน์ เกี่ยวกับวิปัสสนา และเทศน์เกี่ยวกับจิตที่ฟุ้งไปในธรรม ก็เลย
ทำให้ถึงบางอ้อ และเข้าใจที่ท่านเทศน์ วันนั้นหลายๆ คนที่ไม่เข้าใจท่าน
เป็นมิจฉาทิฏฐิไปก็มี แต่คนที่เข้าใจ ก็ถึงกับตามท่านไปที่วัดในวันนั้นเลย
แต่ตัวเองมีภาระไม่สามารถไปได้ ได้แต่คอยถามคุณลุงคนหนึ่งที่ได้ตาม
ท่านไป คุณลุงคนนี้บอกว่าท่านปฏิบัติมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ไม่เคยได้รับรู้
รับฟังอะไรอย่างนี้มาก่อน ช่วงหลังๆ ก็ไม่ได้เจอกันอีก

สิ่งที่ได้รับมาจากการปฏิบัติธรรมนั้น ยังติดข้องสงสัยอยู่นาน
ก็ค่อยๆ หาความรู้ไป และได้เข้าไปอบรมปฏิบัติธรรมที่วัดชลประทาน
ซึ่งก็ไม่ได้ความรู้อะไรมากนัก เนื่องจากเป็นการสอนพื้นฐานของการ
ปฏิบัติ ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียง 3 วัน

ข้อข้องใจต่างๆ เริ่มมาคล่ีคลายจากการได้เข้ามาห้องสมุดพันทิพ
ได้มารู้จักสหมิกธรรมที่นี่ โดยเฉพาะพี่สันตินันท์และคุณดังตฤณ
ที่ให้ความกรุณาอย่างมากและได้ปฏิบัติธรรมในแนวที่กำลังสนใจ
อยู่พอดีคือการดูจิต หรือจิตตานุปัสสนาที่เป็นทางสายเอก
ได้รับกำลังใจ ไม่รู้สึกว่าตัวเองปฏิบัติธรมอยู่เพียงลำพังอีกต่อไป
สำหรับสองท่านหลังนี้ วันหนึ่งคงต้องเขียนถึงท่านอย่างแน่นอน
ในฐานะที่เป็นผู้ทำให้การปฏิบัติเป็นก้าวสำคัญก้าวหนึ่งในชีวิตทีเดียว
แต่ตอนนี้ขออุบเอาไว้ก่อน


 จากคุณ : นิดนึง [ 17 ส.ค. 2542 / 09:40:30 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.8 ]


 ความคิดเห็นที่ 53 : (นิดนึง)

จำได้ว่าเคยให้ E-mail ไปแล้ว ไม่แน่ใจ ให้ใหม่แล้วกันค่ะ
naiyanit@hotmail.com และ
naiyanit@ibsram.org
ส่วน icq ยังพยายามติดตั้งอยู่ค่ะ

 จากคุณ : นิดนึง [ 17 ส.ค. 2542 / 11:23:08 น. ]
     [ IP Address : 203.155.33.8 ]


 ความคิดเห็นที่ 54 : (จีรวุฒิ)

( I'm sorry that I can print in Thai font krub.)
  My name is Jirawut Hongsakul. I'm engineer work in
Seagate(Thailand)and  Nice to meet everyone krub. (^_^)

PS, My e-mail address is PIN09@CHAIYO.COM krub.
    ( I can use Thai font as above e-mail krub !)

 จากคุณ : จีรวุฒิ [ 17 ส.ค. 2542 / 11:32:43 น. ]
     [ IP Address : 204.160.183.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 55 : (มะขามป้อม)

ลืมให้ e-mail address ครับ กลัวตกข่าว
pakpoom@ttl.nectec.or.th

 จากคุณ : มะขามป้อม [ 17 ส.ค. 2542 / 11:39:58 น. ]
     [ IP Address : 203.150.154.5 ]


 ความคิดเห็นที่ 56 : (สนทนาธรรม)

สวัสดีครับ… ผมขอแนะนำตัวบ้างนะครับ… ขืนไม่รีบแนะนำ… เดี๋ยวคุณ Glory ทำระบบ login เสร็จ… อดเข้ามาแจมกระทู้ในลานธรรมเสวนาเลย… อิ อิ 8-)

เอาเลยนะครับ… ขอพร่ำหน่อยนะครับ… เอาละ… 1… 2… 3… 

ตอนเด็กๆ… คุณยายหนีบไปทำบุญตักบาตรด้วยเป็นประจำ… ก็ได้รู้เห็นความสงบสุขจากการทำบุญ… จึงฝังใจและชอบความสงบสุขดังกล่าว… พอเริ่มเข้าโรงเรียนตอนอนุบาลก็ห่างวัดห่างบุญมาแล้ว… ก็ซนไปตามเรื่องตามราวของเด็กที่ค่อนข้างซน… แต่จะมีนิสัยประจำตัวอยู่อย่างหนึ่งคือ… ชอบที่จะสังเกตสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว… แล้วก็นำมาคิดพิจารณาอยู่ในใจเสมอ… เช่นเห็นคนตาย… ก็มานั่งคิดพิจารณาว่าทำไมต้องตาย… หรือเห็นความไม่ชอบใจจากการไม่สมหวัง… หรือไม่ชอบใจในสิ่งต่างๆ… ก็นำมาคิดพิจารณาถึงสาเหตุและความเป็นไป… คิดไปคิดมาก็ทำให้รู้สึกเบื่อ… เห็นอะไรก็ไม่รู้สึกว่ามันเป็นความสุขจริงๆ… เห็นความทุกข์มันแทรกตัวอยู่ในสิ่งต่างๆ เสมอ… แต่ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ความเบื่อในใจนี้ได้อย่างไร…

จนกระทั่งในระดับมัธยมต้น… ตอนนั้นเห็นภาพเด็กคนหนึ่งสวมชุดสีขาวนั่งสมาธิอยู่… ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความสงบสุขเสียเหลือเกิน… ก็เกิดความรู้สึกประทับใจ… และปรารถนาจะทำแบบนั้นบ้าง…  แต่ก็จนใจเพราะไม่รู้จะหาหนทางไปได้อย่างไรเนื่องจากยังเด็ก… แต่จิตใจลึกๆ ก็ชอบ… และปรารถนาอยู่อย่างนั้นตลอดมา…

จนกระทั่งได้เปลี่ยนสถานศึกษา… และที่นั่นก็มีชมรมพุทธศาสตร์… จึงไม่ลังเลใจเลยที่จะไปเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชมรมฯ… เนื่องจากตรงกับใจอยู่แล้ว… ทุกๆ เย็นจะมีการสวดมนต์… และทำสมาธิทุกวัน… จนกระทั่งวันหนึ่งทางชมรมฯ… ก็จัดให้มีการไปปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย ( ประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว )… ซึ่งวันนั้นฝันก็เป็นจริง… เพราะภาพเด็กที่เห็นในตอนมัธยมต้นก็คือ… ใบประกาศเชิญชวนให้ไปปฏิบัติธรรมของวัดพระธรรมกายนั่นเอง…

พอไปถึงที่นั่นก็ไปช่วยงานบุญของวัดหลายอย่าง… ตอนกลางคืนก็จะมีการจัดเตรียมสิ่งของต่างๆ… เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สาธุชนที่จะมาทำบุญในตอนเช้า… พอตระเตรียมของเรียบร้อยแล้วก็ไปนั่งภาวนาในโบสถ์สีขาวของวัด… ตอนนั้นก็ภาวนาไปเรื่อยๆ… ตามเรื่องตามราว… ก็สงบสุขสงบใจดี… พอตอนเช้าก็ไปช่วยแจกหนังสือ ให้สาธุชนต่างๆ ที่มาร่วมทำบุญ… และตอนนั้นเองก็ได้เห็นตัวบุญจริงๆ… ก็คือเมื่อมีคนเดินผ่านซุ้มแจกหนังสือที่เราทำหน้าที่อยู่… บริเวณประตูตรงทางเข้าของหน้าวัด… เราก็จะไหว้เขาและแจกหนังสือให้เขา… เมื่อเขารับแล้วเราก็จะกล่าวคำว่า… " ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ "… ในตอนนั้นคนที่มาทำบุญส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ… ก็จะมองเราด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปิติและยินดี… ( คือเห็นเขาทำตาซึ้งๆ หน่ะครับ )… คงจะไม่คาดว่าคนอายุน้อยๆ ยังมาเข้าวัดเข้าวา… ช่วยทำประโยชน์ให้วัด…ในตอนนั้นวัดนี้วัดเดียวละมั๊งครับ… ที่เป็นศูนย์รวมของนักเรียน… นิสิต… นักศึกษา… เมื่อกลับบ้านก็นำแนวทางของลูกแก้วมาภาวนาอยู่ตลอด… แต่รู้สึกว่าไม่ตรงจิตตรงใจเลย… เพราะค่อนข้างจะกำหนดยาก… เนื่องจากตอนนั้นเพิ่งหัดภาวนาใหม่ๆ… การกำหนดอะไรหลายอย่างพร้อมกันจึงค่อนข้างยาก… แต่ความที่มีศรัทธามากก็พยายามอย่างเต็มที่… คุณแม่ก็กลัวเหมือนกันว่าจะไปบวชตลอดชีวิต… เพราะเห็นเราฝักใฝ่แต่ในธรรมมาก… จนอยู่มาวันหนึ่งญาติซึ่งเขาเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อฤษีลิงดำ… วัดท่าซุง ที่จังหวัดชัยนาท… มาชวนไปทำบุญ… ซึ่งเรื่องบุญเนี่ยเป็นของชอบอยู่แล้ว… จึงไปทำบุญกับเขา… และก็ได้ไปช่วยทางวัดจำหน่ายดอกไม้ธูปเทียน… และก็ได้รับการสอนเกี่ยวกับมโนยิทธิด้วย… ในขณะที่ปฏิบัติอยู่ก็เกิดนิมิตหลายอย่าง… ตามที่เขาเห็นกันในตอนฝึกนั่นแหละ… ไม่ว่าจะเป็นนรกหรือสวรรค์… ซึ่งวิธีดังกล่าวก็ช่วยให้มีศรัทธาเพิ่มมากขึ้นทีเดียว… เพราะเราได้เห็นประสบการณ์ประหลาดจากการปฏิบัติ… แต่ความรู้สึกของตัวเองก็บอกว่า… ยังไม่ใช่ทางอยู่นั่นเอง… เพราะการเห็นไม่ใช่ทางที่จะทำให้หายเบื่อ… เรียกว่ามันก็ยังไม่ตรงจิตตรงใจเสียทีเดียว… ตอนนั้นก็เลยเคว้งคว้างอยู่เหมือนกัน… ไม่รู้จะไปแนวไหนดี… แต่ความที่ชอบและคิดว่านี่แหละ… เรากำลังเข้าใกล้ทางที่จะทำให้หายเบื่อแล้ว… ก็เลยศึกษาจากตำหรับตำราต่างๆ เอาเอง… อ่านไปอ่านมาจิตก็เริ่มซึมซับธรรมะมากขึ้น… ความที่เป็นคนที่มีนิสัยช่างคิดพิจารณาอยู่แล้วก็เลยวิเคราะห์จากเนื้อหาต่างๆ… แล้วนำมาประยุกต์เรียกว่าเอาสัญญามาเปลี่ยนเป็นปัญญานั่นเอง… หรือถ้าเรียกแบบคอมพิวเตอร์ก็ต้องเรียกว่า… เอา Data มาเปลี่ยนเป็น Information… บางช่วงก็ห่างเหินธรรมะไปเลย… ไปติดเอากิเลสของคนหนุ่มอยู่พักหนึ่ง… ตอนนั้นคุณแม่เริ่มคิดวิตกว่า… เอ… เมื่อไหร่หนอมันถึงจะบวชเสียที… ด้วยความที่เป็นคนชอบสังเกตเห็นความไหลเวียนเปลี่ยนแปลงไปของสิ่งต่างๆ เสมอ… เมื่อไปเล่นกับกิเลสอยู่พักหนึ่งก็รู้สึกเบื่ออีก… คือความสุขมันไม่เที่ยงหน่ะ… เมื่อหมดสุขแล้ว… ใจก็รู้สึกทุกข์เพราะอยากยึดสุขเอาไว้นานๆ… หลังจากนั้นก็เลยหันกลับมาปฏิบัติธรรมอีก… คราวนี้ก็เริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับธรรมะอีก… อ่านไปก็คิดตามและพิจารณาไป… และก็สรุปลงว่าจะทำสมาธิโดยกำหนดรู้ลงที่ลมหายใจ… และภาวนาว่าพุทโธ… เมื่อทำดูก็รู้สึกชอบเนื่องจากกำหนดไม่ยาก… และไม่ง่ายจนเกินไป… ก็ภาวนาไปเรื่อยๆ… แรกๆ ก็ภาวนาไปโดยหวังว่าจะรู้… หรือเห็นอะไรกับเขาบ้าง… ก็คิดว่าทางนี้แหละคงจะทำให้หายเบื่อได้… แต่ทำไปทำไปก็ไม่เห็นผลอะไรเลย… ก็รู้สึกท้อแท้ใจเหมือนกัน… แต่เมื่อภาวนาไปเรื่อยๆ… ติดขัดอะไรก็มักจะพบแนวทางที่สามารถแก้ไขปัญหาที่ติดขัดได้เสมอๆ… เนื่องจากมีนิสัยชอบสังเกต… และค้นหาสาเหตุ… เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นก็รู้ว่าที่ยังติดขัดอยู่นั้น… ก็เพราะเราไปหวังผลมากเกินไปนั่นเอง… ( มันเป็นกิเลส… เมื่อมีกิเลสมันก็ไม่เห็นธรรมตามสภาวะความเป็นจริง )… จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดปรากฏการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับตนเองโดยบังเอิญ… ก็เลยยิ่งมีความศรัทธา… และวิริยะมากกว่าเดิม… ตอนนั้นก็เริ่มเล่น Net แล้ว… ก็ได้เข้าไปอ่านบทความต่างๆ… ใน Web ธรรมะ… และในห้องสมุด… เห็นมีบุคคลอยู่ 2 ท่าน… ซึ่งตอบปัญหาได้ตรงจิตตรงใจเรามาก… ความรู้สึกในจิตบอกว่า 2 ท่านนี้ไม่ธรรมดา… ตอบได้ขนาดนี้นั้น… ถ้าไม่ผ่านการปฏิบัติมาอย่างโชกโชน… ไม่มีทางตอบได้ขนาดนี้แน่ๆ… ความรู้สึกมันบอกว่าควรทำความรู้จักกับ 2 ท่านนี้ไว้… เป็นกัลยาณมิตรร่วมทางนั้นมีแต่ได้ไม่มีเสีย… จึงสืบเสาะหาช่องทางในการติดต่อพูดคุย… และสนทนาเพื่อสอบถามข้อธรรมต่างๆ… ที่ปฏิบัติแล้วติดขัด… ให้หายสงสัย… เรียกว่าแทนที่จะเสียเวลาไปลองผิดลองถูก… ก็ถามเอาวิธีแก้ไขเอาเลย… จะได้ไม่ติดขัดในขั้นตอนต่างๆ เป็นเวลานานๆ… จึงได้นัดหมายกับพี่เขา… ไปที่ศาลาลุงชิน… เพื่อให้พี่เขาสอนวิธีการกำหนดรู้… หรือที่นิยมเรียกกันว่าวิธีการดูจิตนั่นเอง… เพราะยังไม่เข้าใจว่าการดูจิตนั้นเขาทำกันอย่างไร… เมื่อไปถึงก็ทักทายพี่เขาและเห็นพี่เขากำลังดูจิตให้ท่านอื่นอยู่… ความที่เราอยากได้วิชาก็เลยรีบนั่งข้างๆ พี่เขา… และเริ่มกำหนดจิตลงเป็นสมาธิเลย… เมื่อกำหนดจิตไปพี่เขาก็จะคอยบอกว่า… อันนี้ไม่ใช่… อันนี้ใช่… เราก็เข้าใจเลยว่า… สมถะกับวิปัสสนานั้นแตกต่างกันอย่างไร… และการแยกจิตผู้รู้กับสิ่งที่ถูกรู้ออกจากกันเขาทำอย่างไร… อาการที่เรียกว่า รู้ เพ่ง หรือเผลอ นั้นแตกต่างกันอย่างไร… แรกๆ ตอนกำหนดจิตอยู่พี่เขาต้องคอยสะกิดเตือนตลอด… เพราะเราเผลอไปเพ่งเสียบ่อยๆ… คือจิตเข้าไปยึดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสิ่งที่ถูกรู้… เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น… เน้นฝึกมาแต่ทางสมถะเสียมากนั่นเอง… ไม่เคยปฏิบัติในการเดินปัญญาลักษณะนี้… หลังจากนั้นก็นำแนวทางที่พี่เขาแนะนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ทันที… เพราะวิธีนี้สามารถปฏิบัติได้ทั้งวัน… และตลอดเวลา… การปฏิบัติวิธีนี้นั้น… ผมพูดได้เลยว่าศีล สมาธิ ปัญญานั้นครบอยู่แล้ว… ไม่ต้องคอยระวังเรื่องศีลเลย… สมาธิก็ได้… ปัญญาก็เกิด… แถมเวลากลับบ้านไปนั่งทำสมถะนั้น… ก็ปรากฏว่าได้ผลรุดหน้าเร็วกว่าเดิมเสียอีก… เพราะว่าจิตนั้นได้ Lock ตัวอยู่ในอารมณ์ฌานแทบจะทั้งวันอยู่แล้ว… และพอมาทำสมถะซึ่งแต่ก่อนจิตก็จะไป Lock ตัวเข้ากับความสงบอย่างเดียว… ก็สามารถนำวิธีนี้มาเดินปัญญาในทางสมถะได้เช่นกัน… พอติดขัดหรือพบเห็นประสบการณ์อะไรจากการเดินปัญญาในทางสมถะ… ก็เอาปัญหาข้อติดขัดต่างๆ นั้นมาถามพี่เขาทาง Email ได้อีกต่างหาก… นับว่าเป็นบุญของผมจริงๆ ครับ… คุ้มเสียยิ่งกว่าซื้อแฟลตปลาทองอีก… อิ อิ 8-)

สุดท้ายก็ขอยกความดีนี้ให้พี่เขา… และก็หวังว่าพี่เขาจะอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร… เป็นที่ปรึกษาให้น้องๆ ได้นานๆ… อย่าเพิ่งรีบตัดช่องน้อยเสียแต่พอตัวเลยนะครับพี่… เพราะผมเห็นว่าไม่มีอริยะเจ้าท่านใดที่ทำประโยชน์ให้คนอื่นได้สะดวกสบายได้เท่าพี่อีกแล้ว… แบบว่าสอบถามข้อธรรมทาง Net ได้ด้วยหน่ะครับ… อิ อิ 8-)… แล้วก็นึกถึงบุญคุณของหลวงปู่ดูลย์ และหลวงพ่อพุธ… ซึ่งท่านได้เล็งเห็นการณ์ไกลว่าพี่จะทำประโยชน์ให้คนอื่นได้อีกมากมายขนาดไหนหน่ะครับ… สาธุ… สาธุ… สาธุ… ครับ…

Email : bonbak@yahoo.com หรือ bonbak@mail.com
Icq     : 33069469

 จากคุณ : สนทนาธรรม [ 17 ส.ค. 2542 / 21:34:33 น. ]
     [ IP Address : 202.44.216.129 ]


 ความคิดเห็นที่ 57 : (เกิดแต่ตม ICQ 31836642)

ตามจากห้องสมุดพันธ์ทิพย์เข้ามาเจอที่นี่เมื่อวานนี้เองครับ
ไม่ค่อยอยากจะเผยตัวเท่าไร ใช้ชื่อเกิดแต่ตมเมื่อตอนเข้าไปห้องสมุด
ครั้งแรกเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นคนละคนกับคุณ
"ดอกบัวที่เกิดแต่ตม"นะครับ รู้สึกท่านนั้นจะเข้าไปหลังผม
แต่ท่านเป็นขุนศึกรบกับธรรมกายจนผมเกือบจะเปลียนชื่อใหม่
ก็บังเอิญท่านหายเงียบไป เลยใช้ชื่อนี้ต่อมา
ส่วนที่มาของชื่อเกิดแต่ตมนั้น ใช้เพราะทั้งทางโลก
และทางธรรมของผม ก็เหมือนเริ่มต้นมาจากไม่มีอะไรเลยทีเดียว
ตอนนี้ทางโลกก็เกือบจะไปได้สุดแล้วเหมือนดอกบัวจะบานแล้ว
ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีมากไปกว่านี้แล้ว
ก็กะว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดในหน้าที่ทางโลก
เสร็จแล้วก็จะหันมาปฎิบัติธรรมให้เต็มที่ซะที
จำได้คืนวันเพ็ญสวยเต็มดวงวันลอยกระทง เด็กชายคนหนึ่ง
อายุประมาณ 9 ขวบไม่เคยนั่งสมาธิมาก่อน รู้จักศาสนาพุทธก็แค่ผิวเผิน
ไม่รู้ด้วยซํ้าว่าตั้งแต่อดีตมีพระพุทธเจ้ามาแล้วหลายพระองค์
อยู่ๆไม่รู้มีอะไรมาดลใจให้ปรารถนาพุทธภูมิ
จากนั้นประมาณ 2-3 ปีจึงได้อ่านหนังสือสอนทำสมาธิเล่มแรก
จากหิ้งพระคุณยาย ตอนนั้นอยู่ชั้นบนคนเดียว บ้านที่อยู่ก็ได้ชื่อว่าผีดุ
ก็กลัวกลัวกล้ากล้า เลยอธิฐานว่าจะตายก็ให้ตายคาสมาธินี่แหละ
จะเกิดอะไรก็ไม่ลืมตา ไม่ลุกหนีไปไหน นั่งแล้วก็มีความสงบ
ที่ไม่เคยมีมาก่อน ก็เลยปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่นั้น บางช่วงขยัน
ก็ตื่นแต่ตี 3 มานั่งสมาธิ บางช่วงขี้เกียจหรือมีงานมากก็หายต๋อมไปเลย
แต่นิสัยเป็นประเภทดื้อรั้น ทั้งการเรียนหนังสือทั้งการปฏิบัติธรรม
ทั้งการดำเนินชีวิตก็เหมือนกัน ต้องพบเองหาเองจึงจะพอใจ
เจอทฤษฎีคณิตศาสตร์เค้าพิสูจน์แล้วก็ไม่ยอมเชื่อ ต้องพิสูจน์มันซะเอง
สมัยเรียนกายวิภาค ตำรามีอยู่แล้วก็ไม่อ่าน นั่งหั่นศพอาจารย์ใหญ่
ตามเส้นเอ็น เส้นประสาทไปหามันเอง ว่ามาจากไหนไปทางไหน
ตอนสอบเกือบตายแหนะเพราะอาจารย์ใหญ่แกรูปร่างอ้วน ไขมันมาก
ทำให้ดูได้ไม่หมด
เรื่องธรรมะก็เหมือนกัน ใครจะมีอาจารย์ธรรมมะดีที่ไหนก็ให้เค้าไป
ตัวเองค้นหาทางเองมันถึงจะพอใจ ให้มันได้อย่างนั้นสิตัวเรา
ปํจจุบันตัวเองก็พอได้ความก้าวหน้าในการนั่งสมาธิพอสมควร
แต่พอเทียบความก้าวหน้าของคนอื่น กับระยะเวลาที่เริ่มต้น
แล้วบางครั้งก็ท้อ แต่ไม่เคยละทิ้งความตั้งใจเดิมครับ
อันสายนํ้านั้นลองได้ไหลลงถูกร่องทางของมันแล้ว จะช้าหรือเร็ว
มันก็ไหลไปถึงจุดหมายปลายทางละครับ ก็หวังว่าเพื่อนทุกคนสุดท้าย
คงไปรวมกันที่มหาสมุทรใหญ่ เพียงแต่ว่าใครจะถึงก่อนถึงหลังครับ

 จากคุณ : เกิดแต่ตม ICQ 31836642 [ 18 ส.ค. 2542 / 09:02:46 น. ]
     [ IP Address : 144.92.44.76 ]


 ความคิดเห็นที่ 58 : (เต่าตาบอด)

คุณนอยครับ
     ประกายไฟเพียงเล็กน้อย  ยังอาจก่อให้เกิดกองไฟมหึมาได้ครับ  คำแนะนำเพียงเล็กน้อยก็เป็นบ่อเกิดแห่งปัญญาอันมหาศาลได้ครับ  จึงต้องขอขอบคุณอีกครั้ง
                                     ขอให้มีความเจริญในธรรมครับ

 จากคุณ : เต่าตาบอด [ 18 ส.ค. 2542 / 09:18:05 น. ]
     [ IP Address : 203.144.251.66 ]


 ความคิดเห็นที่ 59 : (แมวแก่)

เป็นผู้แอบอ่านอย่างเงียบเชียบมากว่า 1-2 เดือนแล้วครับ
วันนี้ก็ตั้งใจมาแอบอ่านเช่นเคยแต่ก็มาพบข้อความตัวเบ้อเริ่ม
บอกให้แนะนำตัวเสียที :-)

ตั้งแต่จำความได้ ผมจัดเป็นพวกเด็กนอกศาสนาครับ
เกิดในครอบครัวที่คุณพ่อเป็นคริสต์แต่คุณแม่เป็นพุทธ
ที่บ้านจึงอยู่แบบไม่มีพิธีการใดๆเท่าไรนัก
ผมศึกษาสารพัดอย่างทั่วไปหมดยกเว้นเรื่องเดียวคือ ศาสนา
ถ้าลองเป็นเรื่องศาสนาแล้วกลัวครับ ไม่รู้มันกลัวอะไร สงสัยอะไร
หนักหนา เป็นต้องพยายามหลีกเลี่ยงทุกครั้ง

ยังโชคดีอยู่บ้างครับ ที่ขณะเรียนอยู่ ม. 1 มีอาจารย์ท่านหนึ่งชื่อ
อาจารย์ สุรินทร์ กลิ่นฟุ้ง ท่านกรุณาสอนให้นักเรียนทั้งชั้นให้ฝึก
นั่งสมาธิในชั่วโมงภาษาไทยของท่าน จึงรู้จักสมาธิเป็นครั้งแรก
เอามาฝึกเป็นพักๆในช่วงต่างๆของชีวิตแต่ก็เป็นเพียง สมถกรรมฐาน
เพียงอย่างเดียวแถมยังทำๆหยุดๆอีก เพราะขาดความเข้าใจ

จากนั้นต่อมาก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้นครับ โตขึ้นมาอีกความคิดก็ค่อยๆ
กลายเป็นวัตถุนิยมล้วนๆ  เรียนจบจากวิศวะ จุฬา ประมาณปี 2532
ออกมาก็ทำงานเลยด้วยความหน้ามืดตามัวในเป้าหมายทางโลกล้วนๆ
โชคดีที่ว่าถึงแม้จะกระทำตัวเป็นผู้ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับทางศาสนาเท่าใดจน
เพื่อนๆสงสัยกันว่าหมอนี่จะเป็นมาร แต่ก็มีหลักประจำใจที่ครอบครัวอบรม
มาไม่ให้ทำบาปหรือเบียดเบียนใคร มีทุกข์หนักขนาดไหนก็ทนเอา
ก้มหน้าก้มตาทำงานไปแบบที่ว่า เรื่องอื่นทุกอย่างเอาไว้ก่อน
ขอให้เรื่องนี้สำเร็จให้ได้

ปรากฏว่าได้ผลครับ  ได้ผลตามเป้าหมาย ปัจจัยไหลมาเทมา
เฮ้อ ! พอตอนที่สมหวังนั้นเองแหละครับ จึงรู้ตัวว่า .. หลงทางเสียแล้ว ...
ชีวิตไม่มีอะไรดีขึ้นเลยและกำลังจะสูญไปโดยสิ้นเชิงไปกับการทะยานไปตาม
แรงกิเลส และสะสมโน่นนี่เพื่อหวังอารมณ์ดีๆ  เฮ้อ !  เฮ้อ ! เฮ้อ ! 
คราวนี้เลยเลิกคิดอย่างเก่าแล้วหันมาขวนขวายศึกษาครับ พักหนึ่งก็เพิ่งรู้ว่า
ตนเองโง่สนิทที่ไม่เห็นความโชคดีที่เกิดมาในศาสนาพุทธ และสรุปได้ว่าวิธี
ปฏิบัติที่ตนเองควรทำคือทางมหาสติปัฏฐาน 4 จึงเริ่มปฏิบัติตั้งแต่นั้นมา
ยิ่งได้รับคำสั่งสอนจากคุณอาสันตินันท์ในภายหลังว่า ให้เพียรเข้าไว้และ
พยายามอย่าเผลอ ยิ่งมั่นใจว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรจะไม่ยอมเลิกปฏิบัติแน่

ต่อมาได้รู้จักกับคุณ "น้องน้อย" ซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนสนิทครับ คุณน้องน้อย
(ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนกันไปแล้ว) จึงกรุณาแนะนำให้รู้จัก Website นี้ แถมยัง
ทราบว่าเคยพบกับคุณ "ปุถุชน"  ซึ่งเคยรู้จักและสนิทสนมกันตั้งแต่สมัยเรียน
มหาวิทยาลัย ก็เลยตามไปที่ศาลาลุงชิน ด้วยความคิดถึงเพราะไม่ได้พบกัน
นานหลายปีแล้ว  จากนั้นจึงได้พบคุณอาสันตินันท์เป็นครั้งแรกที่นั่นแถมยังตาม
ไปรบกวนถามปัญหาธรรมจากท่านกลางงานแต่งงานของคุณปุถุชนเสียอีก
(ขนาดงานรื่นเริงยังตามไปเบียดเบียนท่านจนได้) :-)
จำได้ว่าวันนั้นที่ไปศาลาลุงชินยังได้พบสมาชิกที่นี่อีกหลายท่าน เช่น คุณมะเหมี่ยว
คุณดังตฤณ คุณโจโจ้  คุณนักเรียนใหม่ และอีกหลายๆท่าน แต่ไม่มีโอกาสได้คุยกันครับ

ถึงจะอายุใกล้ 31 แล้ว ประสบการณ์ปฏิบัติยังมีน้อยเกินกว่าที่จะถือเป็นสาระ
ครับ แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์เล็กๆน้อยๆแก่ทุกท่านที่นี่ได้ในอนาคต ให้สมกับ
ที่ได้แอบอ่านข้อเขียนของทุกท่านมานาน 

Email : klss@ksc11.th.com

 จากคุณ : แมวแก่ [ 18 ส.ค. 2542 / 12:45:43 น. ]
     [ IP Address : 203.155.128.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 60 : (วัฒน์)

ผมสนใจเรื่องอัศจรรย์และอภินิหารที่ผสมอยู่ในพุทธศาสนา
ตั้งแต่เด็กร฿ู้สึกว่าสนุกยิ่งกว่านิยายกำลังภายใน ชอบอ่านหนังสือ
อย่างนี้มาก แล้วค่อยๆเปลี่ยนมาสนใจแนวทางการปฏิบัติธรรม
เมื่ออายุมากขึ้น  (เกิด ๒๕๐๖)

ผมยังห่างจากคำว่าผู้ปฏิบัติธรรม หรือผู้เจริญในธรรมอยู่อย่าง
มาก ได้แต่พยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ที่สุดในการช่วยเผยแพร่
หลักพุทธธรรม ตอนนี้กำลังทำงานเผยแพร่ธรรมทางหนึ่ง
โดยรวบรวมที่อย฿ู่ของบทความทางพุทธศาสนาบนอินเทอร์เนต
ที่เป็นภาษาไทยให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้สดวกแก่ผู้ที่ต้องการศึกษา
เพื่อจะนำไปปฏิบัติธรรม ตั้งชื่อว่า

สารบัญธรรมปฏิบัติ

ท่านใดที่มีศรัทธาจะจัดทำบทความเผยแพร่ธรรม โปรดตรวจ
สอบสารบัญก่อนจะได้ไม่ทำซ้ำกัน และถ้าท่านได้จัดทำบทความ
ธรรมขึ้นมา ขอความกรุณาแจ้งมาด้วย จะได้นำมารวบรวม
ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 จากคุณ : วัฒน์ [ 18 ส.ค. 2542 / 15:13:32 น. ]
     [ IP Address : 63.10.89.97 ]


 ความคิดเห็นที่ 61 : (ประพันธ์ เศวตนันทน์)

ผมเห็นพวกเราแนะนำตัวกันแล้ว ก็คิดว่าตัวเองควรแนะนำตัวเองด้วยเช่นกัน ผมได้เข้ามามีส่วนร่วมใน website นี้ จากการแนะนำของ Glory  ผมคงมีอายุมากกว่าสมาชิกหลายคนตอนนี้ย่าง 57 ปี แต่ในเรื่องธรรมะคงไม่แก่ตามอายุ เพราะสนใจธรรมะตอนแก่แล้ว แต่ก็คงนานกว่า 20 ปีเหมือนกัน  ผมเป็นอาจารย์จุฬา สอนทึ่คณะเศรษฐศาสตร์  เคยทำสมาธิมานาน ตอนหลังสนใจด้านวิปัสสนากรรมฐาน แต่ส่วนใหญ่ปฏิบัติธรรมโดยการควบคุมสติมากกว่าวิธีอื่นๆ เนื่องด้วยมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ก็แนะนำแค่นี้แหละครับ
ผมมี Homepage จำนวนหนึ่ง แต่ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา คือ http://www.geocities.com/Athens/Troy/8697/
ก็ขอเชิญพวกเราไปเยี่ยมชมกันได้นะครับ
ICQ #13585440
e-mail: sprapant@netserv.chula.ac.th

 จากคุณ : ประพันธ์ เศวตนันทน์ [ 18 ส.ค. 2542 / 17:32:22 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.163 ]


 ความคิดเห็นที่ 62 : (พูลสวัสดิ์ )

ผมติดตามอยู่ที่ห้องสมุด จนมาในระยะหลังๆ รู้สึกว่ากระทู้เกี่ยวกับธรรมะเริ่มหายๆไป ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน
ว่าหายไปไหน แต่ก็ไม่ได้แวะเวียนที่ไหน และก็ไม่ได้ถามใคร ทั้งๆที่เข้าห้องสมุดเกือบทุกวัน
ผมอายุ 51 จบการศึกษาทางการเกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี 2511 ปัจจุบันทำงานอยู่ที่
สถาบันราชภัฏภูเก็ตครับ ผมเพิ่งตามหาพวกคุณเจอเมื่อวานนี้ วันนี้ก็เลยต้องมารายงานตัวตามระเบียบครับ
poonswat@phuket.a-net.net.th หรือ psw@cs1.ripk.ac.th(ตอนนี้ใช้ไม่ได้)

 จากคุณ : พูลสวัสดิ์ [ 18 ส.ค. 2542 / 18:11:07 น. ]
     [ IP Address : 203.148.255.68 ]


 ความคิดเห็นที่ 63 : (tan~)

ต๊านค่ะ เข้ามาแนะนำตัวช้าไปหน่อย เอ้ย มากเลยค่ะ
แต่วันนี้ขอสั้นๆไปก่อนนะคะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปสุโขทัย
ต้องถึงคณะ7โมงค่ะ เรียนอยู่ที่ ถาปัดภายใน ลาดกระบัง ปี5ค่ะ
เพิ่งเริ่มสนใจพุทธศาสนามาได้ปีกว่าๆค่ะ เพราะไปปฏิบัติธรรม
กับลูกพี่ลูกน้อง แนวคุณแม่สิริ กรินชัย แล้วก็ได้มาเจอห้องสมุด
พันทิพ แล้วก็ได้รู้จักอาจารย์ พี่ๆเพื่อนๆ  เยอะแยะเลย
แล้วก็ตามมาตลอดค่ะจนถึงลานธรรม

 จากคุณ : tan~ [ 19 ส.ค. 2542 / 01:55:27 น. ]
     [ IP Address : 202.44.32.225 ]


 ความคิดเห็นที่ 64 : (wandee@it.kmutt.ac.th)

poo (วันดี)
ขอแนะนำตัวนะค่ะ ตอนนี้อายุ 33
จบปริญญาตรีบัญชี รับราชการ
เพิ่งสนใจเรื่องปฏิบัติธรรม มีคนพาไปปฏิบัติธรรมมาค่ะ ตอนแรก ๆ
ไม่ได้สนใจอะไร เพราะทำตามแล้วมีความรู้สึกปวดหัวมาก แล้วใจก็รู้สึก
ไม่สงบเลย คิดว่าคงไม่มีวาสนา อยากได้คำแนะนำจากทุกคนเลย
ช่วยสงเคราะห์ด้วยนะคะ ว่าจริง ๆ เราต้องเริ่มจากอะไรก่อน เพราะ
ไม่รู้จะเริ่มต้นปฏิบัติยังไงดี หนังสือแต่ละเล่มที่หาอ่านได้ก็สอนให้ปฏิบัติ
ไม่เหมือนกันแล้วก็ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน ช่วยอนุเคราะห์หน่อยแล้วกันนะคะ
ช่วยส่งมาตาม e-mail นี้ด้วยนะคะ wandee@it.kmutt.ac.th

 จากคุณ : wandee@it.kmutt.ac.th [ 19 ส.ค. 2542 / 08:34:56 น. ]
     [ IP Address : 202.44.8.14 ]


 ความคิดเห็นที่ 65 : (สันตินันท์)

ผมเห็นพวกเราแนะนำตัวกันอย่างละเอียด
เหมือนการแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อกัน
เพื่อพวกเราจะอยู่ในสังคมเดียวกันต่อไป
จึงเห็นว่า สมควรแนะนำตัวบ้างครับ

ผมเกิดเมื่อปี 2495 เป็นชาวจังหวัดพระนคร โดยกำเนิด
บ้านเกิดอยู่ที่ถนนบริพัตร ริมคลองโอ่งอ่าง อำเภอป้อมปราบฯ
ตั้งแต่อายุ 3 เดือน แม่ก็พาเข้าวัดฟังธรรมไม่ได้ขาด
(ความจริงแม่เขาฟัง ส่วนผมฟังไม่รู้เรื่องหรอก)
วัดที่ไปก็ได้แก่วัดพระพิเรนทร์(วัดเดิมของท่านเจ้าคุณประยุทธิ์) กับวัดโพธิ์
พออายุ 7 ขวบ พ่อก็พาไป วัดอโศการาม ของ ท่านพ่อลี
ได้รับคำสอนในเรื่องอานาปานสติ ก็นำกลับมาปฏิบัติเองที่บ้าน
และเนื่องจากอยู่ห่างอาจารย์และยังไม่มีสัมมาทิฏฐิ
การปฏิบัติตั้งแต่เด็กจึงเป็นเรื่องการส่งจิตออกนอกทั้งสิ้น
คือพอสงบแล้ว ก็เที่ยวออกรู้เห็นภายนอก หาสาระแก่นสารอะไรไม่ได้เลย

เข้าเรียนประถมต้นที่โรงเรียนสุรวงศ์
แล้วไปต่อประถมปลายที่โรงเรียนวัดพลับพลาชัย
ที่วัดพลับพลาชัยนี้เอง เกิดความสลดสังเวชใจเกี่ยวกับพระศาสนาขึ้น
เพราะมองวัดวาอารามและพระสงฆ์องค์เจ้าแล้ว รู้สึกแปลกแยก
รู้สึกตลอดเวลาว่า นี้ไม่ใช่! พระพุทธศาสนาจริงๆ อยู่ที่ไหน?
ก็ได้แต่กำหนดลมหายใจเรื่อยมา โดยไม่ทราบว่า ทำไปทำไม
รู้แต่ว่าต้องทำเท่านั้น

จากนั้นไปเรียนมัธยมที่โรงเรียนโยธินบูรณะ
จบแล้วเรียนตรี - โท ที่คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ
ในช่วงที่เรียนปริญญาตรีนั้น เข้าร่วมกิจกรรมกับศูนย์นิสิตโดยตลอด
งานหลักไม่ใช่การเรียนหนังสือ แต่ได้แก่งานล้มรัฐบาลในช่วง 14 ตุลาคม
หลังจากนั้นก็ออกชนบทในฐานะผู้ประสานงานของศูนย์นิสิต
จะว่าเป็นบุญก็คงได้ครับ เพราะชนบทที่เลือกไปนั้น คือภาคอีสาน
นับจากนั้นเป็นต้นมา ก็คุ้นเคยกับภาคอีสาน
แล้วเป็นโอกาสให้เข้าไปศึกษาธรรมตามวัดป่าในเวลาต่อมา

ต่อมาเกิดไปคลั่งลัทธิวัตถุนิยมเข้าอย่างแรงครับ
ได้ศึกษาลัทธิมากซ์กับกรมการเมือง และกรรมการกลางพรรค บางคน
แต่ไม่ว่าจะศึกษาอย่างไร ใจก็ไม่เชื่อว่าจะเหมาะกับเมืองไทย

หลังจากนั้น ไปบวชที่วัดชลประทาน
ได้ศึกษางานของ ท่านอาจารย์พุทธทาส  แต่ขาดความรอบคอบ
จึงเกิดทิฏฐิวิปลาส เห็นว่าตายแล้วสูญ โอปปาติกะไม่มี

พอเรียนจบแล้วไปรับราชการ ทำหน้าที่ปราบลัทธิเพี้ยนๆ อยู่ 17 ปี
ช่วงนั้นได้พบและร่วมงานกับ ท่านอาจารย์สุชีพ ปุญญานุภาพ
ท่านคงสมเพช ก็เลยสอนปริยัติให้
แล้วผมก็พากเพียรอ่านพระไตรปิฎกจนจบ
แต่ความรู้สึกก็บอกตนเองเสมอว่า การเรียนรู้นี้ยังไม่ใช่ทางพ้นทุกข์
ยังมีอะไรที่เราไม่รู้อยู่อีกในพระพุทธศาสนา

ช่วงต้นปี 2525 ได้อ่าน อริยสัจจ์แห่งจิต ของ หลวงปู่ดูลย์
แล้วรู้สึกดูดดื่มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
จึงขึ้นไปกราบท่านที่สุรินทร์เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2525
หลังจากนั้นก็ปฏิบัติเรื่อยมาในสายพระป่า
นอกจากการดูจิตตามที่หลวงปู่สอนแล้ว
ก็วนเวียนไปหาประสบการณ์ตามสำนักครูบาอาจารย์เป็นจำนวนมาก
ซึ่งท่านก็เมตตาสั่งสอนให้ด้วยดีทุกครั้ง
เช่น หลวงพ่อพุธ เจ้าคุณอริยเวที หลวงปู่สาม หลวงปู่เทสก์ หลวงปู่สิม
หลวงปู่เหรียญ หลวงปู่บัวพา หลวงปู่หลุย หลวงปู่ชอบ
หลวงตามหาบัว ท่านอาจารย์บุญจันทร์

นอกจากนั้นก็เที่ยวศึกษาแนวทางปฏิบัติของสำนักต่างๆ เพิ่มเติมมาเรื่อยๆ
กระทั่งสำนักปฏิบัติในฝ่ายอภิธรรม ก็เข้าไปศึกษาจากหลายสำนักเหมือนกัน
แต่เป็นการไปเรียนเพื่อรู้
เพราะการปฏิบัตินั้น ถ฿ูกจริตกับการดูจิตเสียแล้ว

รับราชการจนได้ชั้นพิเศษ แล้วเกิดเบื่อหน่ายในระบบราชการ
ก็เลยลาออกมาเป็นผู้ใช้แรงงาน (ดีใจที่ได้หยุดงานวันแรงงานด้วย)
ทำหน้าที่รับจ้างวิเคราะห์งานไปวันหนึ่งๆ พอไม่ให้อดตาย

เริ่มรู้จัก Internet  เมื่ออายุมากแล้ว
ครั้งแรกเข้าไปที่ Pantip ไปเจอกลุ่มนักเขียนเข้าก่อน
แล้วต่อมาเจอกระทู้ "พบพระพุทธเจ้าให้ฆ่าพระพุทธเจ้า" ของอาจารย์วันวิสาข์
ก็เลยอยู่ในกระทู้ธรรมะเรื่อยๆ มา
จึงเป็นบุญวาสนาที่ได้เจอกัลยาณมิตรมากมาย

อนาคตกะว่าถ้าหมดภาระต้องเลี้ยงพ่อแล้ว จะพาภรรยาออกบวชครับ
เพื่อพยายามทำธุระชิ้นสุดท้ายที่ตั้งใจไว้ให้เสร็จเสียที

เมล์ thpmote@hotmail.com
(santinan@thaimail.com ใช้ไม่ได้แล้วนะครับ)

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 19 ส.ค. 2542 / 14:27:49 น. ]
     [ IP Address : 203.151.110.205 ]


 ความคิดเห็นที่ 66 : (จิตใส)

สวัสดีค่ะทุกท่าน ขอแนะนำตัวบ้างแล้วกันนะคะ ชื่อ จิตใส เพราะอยากมีจิตใจที่ใสสะอาดค่ะ ปล่อยวางทุกอย่าง ตอนแรกก็ไม่คิดจะแนะนำตัวหรอกค่ะ แต่เข้ามาแอบอ่านบทความของคนอื่น เป็นประจำวัน ๆ นึงอยู่ที่เวปนี้เป็นชั่วโมงแหล่ะค่ะ เข้ามาแล้วออกยากจริง ๆ รู้จักเวปนี้ได้ก็เพราะ ทางนฤพานค่ะ อ่านแล้วติดใจมาก มากจนอยากจะรู้ว่าคนเขียนมีแนวคิดอย่างไร ก็เลยได้มีโอกาสสนทนากับ พี่ดังตฤณ นับว่าเป็นพระคุณมากค่่ะ ทั้งยังสอนวิธีฝึกสมาธิให้ด้วย ตอนนี้ก็กำลังพยายามอยู่ค่ะ อ๋อ ลืมบอกข้อมูลส่วนตัวค่ะ ตอนนี้ทำงานด้วย แล้วก็เรียนควบคู่ไปด้วยค่ะ อายุอานามก็ 20 เศษเล็ก ๆ ค่ะ ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ ดีใจที่ได้รู้จักที่นี่ค่ะ

 จากคุณ : จิตใส [ 19 ส.ค. 2542 / 16:04:04 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.163 ]


 ความคิดเห็นที่ 67 : (พิม)

สวัสดีค่ะ..
ขออนุญาตแนะนำตัว ตามระเบียบค่ะ
ดิฉันทราบข่าวเรื่องลานธรรมจากคุณ morning_glory ค่ะ
นับเป็นความโชคดีของดิฉันที่ได้พบสิ่งที่มีคุณค่าและสถานที่ดีๆ
ที่เต็มไปด้วยกัลยาณมิตรที่ทรงคุณทั้งเมตตาธรรมและภูมิความรู้เช่นนี้  การเข้ามาที่นี่ของดิฉันคงเป็นการ  "มารับ"  ความรู้เสียมากกว่า
การ "มาให้"  เพราะดิฉันเองจะว่าไปแล้วยังไม่เคยปฎิบัติธรรมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว   อาศัยอ่านหนังสือเพียงอย่างเดียว แล้วก็เต็มไปด้วยคำถาม ความสงสัยมากมาย   แต่พอได้มาสัมผัสกับสิ่งที่ทุกท่านบอกในลานธรรมนี้ รวมทั้งที่ได้กลับไปอ่านกระทู้เก่าๆในpantip แล้วก็คิดว่าเห็นจะต้องเริ่มปฎิบัติเสียที
อย่างไรก็...ขอฝากเนื้อฝากตัว...ด้วยนะคะ
โปรดเมตตาสั่งสอนดิฉันสักคน....อย่าปล่อยให้ดิฉันลอยไปในสังสารวัฎด้วยความโง่เขลาอีกเลย
ขอบพระคุณค่ะ...
พิมบุญ
      pimbun@hotmail.com

 จากคุณ : พิม [ 19 ส.ค. 2542 / 17:26:09 น. ]
     [ IP Address : 203.149.32.139 ]


 ความคิดเห็นที่ 68 : (gun / kwarasiri@hotmail.com)

ติดตามมานานครับ   ย้ายมาทีแรกสหายธรรมคือคุณ nok-iang  แจ้งข่าว
ไม่ได้แนะนำตัว  เพราะทุกสิ่งเป็นสิ่งสมมุติ
แต่เจอคำขู่ของผู้ดูแลบอร์ด   กติกาย่อมเป็นกติกา
เกิด 2496
บวช  อายุ  เบญจเพศ   บวชแล้วเรียนทั้งปริยีติและปฏิบ้ติที่วัดพรหมจริยวาส  นครสวรรค์  มีท่านพระครูนพกรขันติโก และพระครูสมุหวิรัช  อบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิด     
ตอนบวชศึกษาทั้งปริยัติและปฏิบัติอย่างจริงจัง จนตั้งใจไม่สึก   ทั้งๆที่เคยปฏิเสธคุณแม่ในการบวชว่า
คนเราบวชใจแล้วทำไมต้องบวชกายด้วย
แต่ด้วยความจำเป็นบางอย่าง ต้องทำงานใช้หนี้หลวงเพราะเรียน ตรีและโท ใช้เงินหลวงเรียน ต้องทำงานใช้หนี้  มิเช่นนั้นคุณพ่อต้องจ่ายค่าปรับแทน
ฝึกปฏิบัติโดยแพ่ง  เอาขันน้ำมาตั้งกลางแดด ใช้ทั้งน้ำและไฟ
ผล   ไม่ได้อะไร     พิจารณาอสุภ จนมีความคิดคล้ายท่านสันตินันท์ที่ว่า เอ คนเรา ตายไปก้อเท่านี้เป็นดินเหลือแต่ เกศา โลมา นขา ทันตา ตโจ จึงเกิดทิฏฐิ ซึ่งเหมือนดังที่ท่านสันตินันท์ว่าวิปลาส เห็นว่าตายแล้วสูญ โอปปาติกะไม่มี

จนมาได้ฝึกอีกครั้งที่ NIDA  มีหลักสูตร เพิ่มคุณถาพ
มีการฝึกวิปัสนาหลักสูตรคุณแม่สิริ  แต่ไม่เข้มเท่า

ทำงานในศูนย์คอมพิวเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
อบรมลูกสาวสองคนในเรื่องธรรม จนซึมซับได้บ้าง

ขอบคุณที่มีแหล่งเผยแพร่ ความดีงาม
น่าภูมิใจที่สังคมไทย มี คนอายุ 20-30 เศษสนใจธรรม และมีความรู้ลึกซึ้งมากมายขนาดนี้

ขอบคุณท่านสันตินันท์ คุณดังตฤน คุณพัลวัน คุณมวยวัด(คุณเอี้ยงบอกผมเคยพบคุณมวยวัดใน pirc ห้องสายธารแห่งสัจจธรรม)   ซึ่งเป็นเสาหลัก ขอให้ท่านอยู่เป้นหลักนานๆๆๆๆหน่อยนะครับ
และอีกหลายท่านที่มิอาจกล่าวนามได้หมด
รวมทั้ง ท่านผู้ดูแลบอร์ดด้วยครับ ดุจัง  อิอิ

 จากคุณ : gun / kwarasiri@hotmail.com [ 19 ส.ค. 2542 / 21:06:18 น. ]
     [ IP Address : 203.146.89.65 ]


 ความคิดเห็นที่ 69 : (นัยนะ)

เพิ่งเข้ามาเป็นวันแรก
ดีใจมากครับ ที่ได้รู้จักกับเพื่อนๆ พี่ น้องทุกท่าน
ผมเกิด 2512 กำลังสนใจที่จะศึกษาในเรื่องของพุทธศาสนา
ขอนอบรับคำแนะนำจากทุกท่านนะครับ...

 จากคุณ : นัยนะ [ 19 ส.ค. 2542 / 21:24:33 น. ]
     [ IP Address : 203.149.32.38 ]