ฝึกสมาธิด้วยเสียงกระดิ่ง
 เนื้อความ :

การฝึกสมาธิซึ่งมีอยู่๔๐ วิธีนั้น การกำหนดลมหายใจ ดูเหมือนจะเป็นวิธีทีู่กแนะนำมากที่สุด แต่ผมรู้สึกว่าผมไม่ค่อยจะนัดสักเท่าใดนักกับวิธีนี้ คือมักจะจับลมไม่ค่อยได้
บังเอิญผมได้ไปพบ เทปบทสวดที่เป็นของพระจีน(เพราะที่ปกเทปมีแต่ตัวหนังสือ ภ.จีน) เทปทั้งม้วนมีแต่สวดคำว่า  AMITABHA ช้าๆ และเสียงกระดิ่งเคาะ ที่มีจังหวะสมำ่เสมอ (้าไม่ทราบเป็นอย่างไร ลองนึกึง การสวดกงเต็ก ในงานศพชาวจีนดู) ผมเลยลองทำสมาธิโดย จับเสียงกระดิ่งดู รู้สึกว่ามีสติอยู่กับสิ่งนั้นได้ดีกว่าจับลมหายใจ แต่ยังไม่ชำนาญเพราะเพิ่งทดลองได้ ไม่เท่าไรนัก ผมจึงต้องการขอคำแนะนำพี่ๆเพื่อนๆว่า ผมควรจะฝึกวิธีนี้ดีไหมครับ

 จากคุณ : Du [ 25 ก.ค. 2542 / 17:24:56 น. ]
     [ IP Address : 195.92.194.21 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (BlueJeans)

พระจีนท่านทำสมาธิโดยเคาะกระโหลกมะพร้าว ด้วยนะครับ ถ้าสมาธิชักจะคุมไม่ได้ ท่านก็เคาะกระโหลกมะพร้าวเร็วขึ้นๆ คุณ Du ลองทำแล้วหรือยังครับ

 จากคุณ : BlueJeans [ 25 ก.ค. 2542 / 23:34:28 น. ]
     [ IP Address : 209.30.179.151 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (kobe)

ส่ิ่งที่พระจีนท่านฝึกนั้น ก็เป็นสมาธิได้ครับ สังเกตุถ้าจิตหลุดจากสมาธิหรือเผลอไป ก็จะเคาะเร็วขึ้น หรือช้าลงได้ ไม่สม่ำเสมอ ครับ

 จากคุณ : kobe [ 26 ก.ค. 2542 / 07:43:19 น. ]
     [ IP Address : 202.44.228.8 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (นิดนึง)

อุบายวิธีต่างๆ ที่ทำให้เกิดสมาธินั้น
เดิมทีก็มีอยู่มากมายก่อนที่พระพุทธองค์จะทรงประกาศศาสนาค่ะ
ถ้าเราฝึกแบบไหนแล้วผลเป็นจิตนิ่งได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเราค่ะ
เพราะแต่ละคนนัันจริตต่างกันจริงๆ แต่เราต้องรู้ชัดนะคะว่าเรา
กำลังทำอะไรอยู่ และต้องการผลอย่างไร

ในจุดนี้เราต้องการสมาธิ เพื่อให้เราได้รู้จักกับจิตที่สงบนิ่ง ไม่ผิดอะไรค่ะ

 จากคุณ : นิดนึง [ 26 ก.ค. 2542 / 09:58:29 น. ]
     [ IP Address : 203.155.128.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (สันตินันท์)

สมถกรรมฐานนั้น มีหลาย "วิธี" นับไม่ถ้วนครับ.  แต่มี "หลักการ" เพียงอันเดียว.   คือการที่เอาสติจดจ่ออยู่กับอารมณ์อันเดียวโดยต่อเนื่อง.    เช่นเอา สติ จดจ่อ รู้ลมหายใจเข้าออก.  รู้การเคลื่อนไหวร่างกาย.  รู้คำบริกรรม.  รู้รูปกสิณ.  รู้เสียงกระดิ่ง.    ทั้งหมดนี้มีผลอันเดียวกัน คือทำให้จิตไปจดจ่อกับอารมณ์อันเดียว.  ผลก็คือความสงบสุขของจิต.  ที่ไม่ต้องร่อนเร่ตามอารมณ์ไปเรื่อยๆ เหมือนเด็กจรจัด.    และถ้าจะพลิกการฟังเสียงกระดิ่งให้เป็นวิปัสสนาก็ทำได้ครับ.  แต่ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกเสียก่อน.  ว่าเสียงกระดิ่งเป็นอารมณ์ที่ถูกรู้ (เป็นรูป).  จิตคือผู้รู้อารมณ์ (เป็นนาม).  จากนั้นก็ฟังเสียงกระดิ่งไป จะได้ยินเสียงที่มีระดับไม่คงที่.  เริ่มจากเสียงที่ถูกเคาะ จนถึงเสียงครางกระหึ่มที่ต่อเนื่องมา จนแผ่วหายไป.  เสียงทั้งหมดนั้นไม่คงที่ (อนิจจัง).  เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไป (ทุกขัง).  เสียงไม่ใช่เรา (อนัตตา).    หากฟังเสียงกระดิ่งแล้ว จิตเกิดความยินดี ยินร้ายกับเสียงนั้นขึ้นมา.  เช่นชอบใจ หรือรำคาญใจ.  ก็ให้รู้เท่าทัน จนกระทั่งจิตเป็นกลาง.  แล้วรู้เสียงด้วยจิตที่เป็นกลางต่อไป.  เสียงจะแสดงไตรลักษณ์ให้จิตรู้อย่างชัดแจ้ง.

 จากคุณ : สันตินันท์ [ 3 ส.ค. 2542 / 08:51:20 น. ]
     [ IP Address : 203.151.110.183 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!