ความคิดเห็นที่ 54 : (pop_iba)
แสดงความคิดเห็นไปหลายกระทู้แล้ว เข้ามาแนะนำตัวหน่อยก็ดี : Email : pop_iba@hotmail.com , ชื่อจริง : วิมล บุญยง , ชื่อเล่น : ป๊อป อายุ: 25 , เพศ : หญิง ,สัดส่วน : เอ่อ....ไม่ต้องก็ได้มั้ง ,ที่อยู่ : สมุทรปราการ , การศึกษา : ป.ตรี วิศวกรรมศาสตร์ (ต่อเนื่อง) ลาดกระบัง , ปัจจุบัน ทำงาน : R&D Engineer ทำจอมอนิเตอร์ที่ใช้กับPC บ.เดลต้า อิเล็คฯ (ใครมีปัญหาเรื่องจอมอนิเตอร์ หรือเรื่องไฟฟ้า-อิเล็คทรอนิคส์ ก็ลองถามมาดู ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้คำปรึกษาหรือความช่วยเหลือ)
ธรรมมะ : เริ่มศึกษาตั้งแต่อายุ16 อ่านหนังสือมาหลายอาจารย์ เมื่อก่อนนี้ ก็อาศัยอ่านหนังสือของสำนักพิมพ์โลกทิพย์ สัก5-6ปีหลังนี้เองพึ่งได้อ่านหนังสือของท่านพุทธทาส .....ชอบมาก....กกก สนใจธรรมะมานาน มีปัญหามากมายที่เกิดจากการอ่านแล้วไม่สามารถถามใครได้เลย ที่นุ่งห่มผ้าเหลืองกันเยอะแยะ ก็ใช่ว่าจะรู้ธรรมกัน เก็บความไม่เข้าใจต่างๆไว้ ทำได้แค่อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ ทำบุญบ้าง ไหว้พระสวดมนต์ก็ขอให้รู้ทางไปนิพพาน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อ4ปีที่แล้ว ได้พบกับพระอาจารย์ณรงค์ วัดถ้ำพรสวรรค์ ท่านนั่งสอนธรรมมะอยู่ใต้ต้นมะขามที่สนามหลวง ได้ฟังพักหนึ่งก็รู้ว่าคนที่เราหามานานอยู่นี่เอง อาจารย์ท่านอธิบายธรรมมะแบบแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาที่เข้าใจง่ายๆ อธิบายจนกว่าลูกศิษย์จะเลิกถาม ท่านไม่ค่อยคุยเรื่องทางโลก ท่านบอกว่ามีเวลาเจอกันแค่สัปดาห์ละครั้ง อย่ามัวคุยเล่นอยู่ ท่านสอนแบบไม่สนใจว่าตัวเองจะเหนื่อยแค่ไหน เดินแบกบาตร แบกย่ามมาเห็นหน้าศิษย์ก็พูดธรรมะเลยทันที ไม่ต้องรอให้นั่งเรียบร้อยก่อน หลายคนมองว่าท่านไม่สำรวม ประกอบกับท่านบุคลิกค่อนข้างดุดัน เสียงดัง และสอนธรรมมะลึกๆ เรื่องรูป-นาม ฯลฯ หลายๆคนจึงรับท่านไม่ได้ แต่ป๊อปรับได้ แฮะๆๆ
ป๊อปก็แบบเดียวกับอาจารย์นี่แหละ มีแต่"สุตตมยปัญญา กับ จินตมยปัญญา" เรื่องภาวนามยปัญญาไม่เคยรู้ลักษณะเลยว่าเป็นยังไง อาจารย์มีคาถา24บถให้ท่องด้วย เพื่อเป็นภาษาไว้พูดคุยกัน ทำให้การเรียนรู้เป็นไปได้เร็ว และเจริญสติในชีวิตประจำวันก็ดีด้วย คงต้องโชว์ซักหน่อยว่าท่องอะไรกัน เป็นพระคาถาบทที่4 ชื่ว่าพระคาถา"อารมณ์อกุศล" ทั้งรูปอดีตที่ผ่านมา ทั้งรูปอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทั้งรูปปัจจุบันเดี๋ยวนี้ จะปราณีตก็ตาม จะละเอียดก็ตาม จะหยาบก็ตาม อยู่ใกล้ก็ตาม อยู่ไกลก็ตาม วิญญาณเฉยอยู่ พร้อมวิตก วิจารณ์ว่า นั่นสัตว์บุคคล ตัวตน เรา เขา มีความยั่งยืนคงที่ ไม่แปรปรวน อยู่ในอำนาจตนได้ ขณะนั้นเป็นอารมณ์หลงไม่รู้จริง ไม่ละอายก็ดี ไม่กลัวบาปก็ดี ซ่านไปตามของชอบทั้ง 5 ก็ดี เมื่ออารมณ์หลงไม่รู้จริงมีขึ้น อารมณ์อกุศลเหล่านี้ก็เกิดขึ้นตามลำดับ
รูปนิมิตอันใดที่วิญญาณดีใจอยู่ก็ตาม เฉยอยู่ก็ตาม มีวิตก วิจารณ์ขึ้น แต่ตัดสินความนั้นผิดไปจากความจริง ขณะนั้น เป็นอารมณ์เห็นผิด อยากได้ก็ดี ถือตัวก็ดี เมื่ออารมณ์เห็นผิดมีขึ้น อารมณ์อกุศลเหล่านี้ก็เกิดขึ้นตามลำดับ
รูปนิมิตอันใดที่วิญญาณเสียใจอยู่ มีวิตกวิจารณ์ขึ้น เพราะไม่เป็นไปตามอำนาจที่ตนต้องการ ขณะนั้นเป็นอารมณ์ขัดเคือง รำคาญก็ดี อิจฉาไม่อยากให้ใครเกินตนก็ดี เมื่ออารมณ์ขัดเคืองมีขึ้น อารมณ์อกุศลเหล่านี้ก็เกิดขึ้นตามลำดับ เหตุที่มีอารมณ์ขัดเคืองนั่นเอง จึงทำให้มีอารมณ์ท้อแท้เซื่องซึม เหตุที่มีอารมณ์หลงไม่รู้จริงนั่นเอง จึงทำให้มีอารมณ์สงสัยขึ้น
|