วันพระ-วันเพ็ญ ข้างขึ้น-ข้างแรม และปฏิทินไทย
 เนื้อความ :

ไม่ทราบว่าท่านใดพอทราบกฏเกณฑ์การกำหนดว่าปีใดเป็น ปีอธิกมาส (มีเดือนแปดสองหน)
และ ปีใดเป็นปีอธิกวาร (เดือน 7 มีข้างแรมเป็น 15 ค่ำ) บ้างครับ

พอดีช่วงนี้มีเพื่อนนักภาวนาท่านนึงจะออกภาวนาในช่วงวันพระ
เลยเกิดอยากจะทราบวันพระขึ้นมา
และเพื่อนนักภาวนาท่านนี้ก็ไม่มีปฏิทินข้างขึ้นข้างแรมเสียด้วย จึงได้เรื่องวันพระมา
ผมเลยเกิดความคิดในใจและก็เห็นเป็นการดี หากจะมีปฏิทินไทยที่เป็น digital
ที่คำนวณมีการแสดงวันที่พร้อมมีเป็นข้างขึ้นข้างแรมประกอบไปด้วย
เลยได้ลงมือ ศึกษาหากลองหาข้อมูลอยู่ 3 วัน
ก็ยังหาไม่พบกฏเกณฑ์ที่แน่นอนเลย ไม่ทราบว่ามีท่านใดทราบบ้างไหมครับ

 จากคุณ : พีทีคุง [ 9 มิ.ย. 2545 / 18:26:04 น. ]
     [ IP Address : 203.156.12.88 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (พีทีคุง)

จากเท่าที่ค้นหาตาม net ในช่วง 2-3 วันมานี้
ก็ได้แต่ความรู้ สรุปย่อๆได้ดังนี้

------------------------------------------
ปีที่แบ่งตามรอบพระอาทิตย์ (สุริยคติ) มี 2 แบบ คือ
1. ปกติสุรทิน คือ มี 365 วัน
2. อธิกสุรทิน คือ มี 366 วัน (เดือนกุมภาฯมี 29 วัน)

การคำนวน ปีอธิกสุรทิน
ตรงนี้บางท่านจะจำได้แต่เพียง ว่า หาร 4 ซึ่งไม่ใช่แค่นั้นครับ
ความจริงแล้ว จะมีสูตรคำนวณที่ถูกต้องคือ
ให้เอา ค.ศ.ตั้ง แล้วเอา 4 หาร หากหารลงตัวก็ใช่
ยกเว้น 100 หารลงตัว แต่หาก 400 ลงตัวก็ให้นับเป็นอธิกสุรทินด้วย
(เช่น ปี 1900 ไม่เป็นอธิกสุรทิน แต่ปี 2000, 2004 เป็นปีอธิกสุรทิน)

------------------------------------------
ปีที่แบ่งตามรอบพระจันทร์ (จันทรคติ) แบ่งเป็น 3 คือ
1. ปกติมาส-ปกติวาร  (บางที่เขียนย่อ เป็น ปกติมาส-วาร)
      คือ ปีที่เป็นปกติ มีเดือนคู่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 15 วัน
      และมีเดือนคี่ ข้างขึ้น 15 วัน ข้างแรม 14 วัน
      รวมวันใน 1 ปี เป็น (30*6+29*6) = 354 วัน
2. ปกติมาส-อธิกวาร (บางที่เรียกเป็น อธิกวาร)
      คือ ปีที่เป็นปกติ แต่เดือน 7 จะมีข้างแรม 15 วัน
       รวมวันใน 1 ปี เป็น 354+1 = 355 วัน
3. อธิกมาส-ปกติวาร (บางที่จะเรียกเป็น อธิกมาส)
      คือ ปีที่มีเดือนแปดเพิ่มอีกเดือน หรือที่เรียกกันว่า มีเดือนแปดสองหน
      รวมวันใน 1 ปี เป็น 354+30 = 384 วัน
และจะไม่มีปีใดที่เป็น "อธิกมาส-อธิกวาร" หรือ
ไม่มีปีไหนที่เป็นทั้งเดือนแปดสองหนและ เดือน 7 เพิ่มอีกวันไปพร้อมๆกัน

*** คำและความหมาย ***
อธิก- (อ่านว่า อะ-ทิ-กะ) ในที่นี้หมายถึง "เกิน, เพิ่ม"
ส่วนคำว่า วาร แปลว่า "วัน"
มาส แปลว่า "เดือน"
คำว่า สุรทิน มาจาก สุร + ทิน
ทิน แปลว่า "วัน"
สุร ในที่นี้น่าจะแปลว่า "พระอาทิตย์"

------------------------------------------

จากตัวเลขเหล่านี้ ทำให้ทราบว่า
ปีปกติพระจันทร์ จึงน้อยกว่าปีปกติพระอาทิตย์อยู่ 365-354 = 11 วัน
เมื่อครบ 3 ปีเลยทำให้มีวันขาดอยู่ 33 วัน
เลยมีการเกิดเป็นปี อธิกมาส หรือมีเดือน 8 เพิ่มอีกหน
ส่วนเศษ 3 ก็มีการกระจัดกระจาย ให้เป็นปี อธิกวารแทน

ได้มีผู้รู้ท่านนึงกล่าวว่า สูตรของปีอธิกมาส จะห่างกันเป็น 3332332 ในทุกๆ 19 ปี
ซึ่งเมื่อลองเปรียบเทียบกับปฏิทินจริง ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2400 ถึง 2575
ก็พบว่าคล้ายๆจะมีสูตรเช่นนี้จริง แต่ไม่ลงเสมอไป
และก็ไม่ทราบจะลงว่าปีไหนเป็นปีอธิกวารด้วย
เพราะกระจัดกระจายไม่แน่นอนเหลือเกินครับ

 จากคุณ : พีทีคุง [ 9 มิ.ย. 2545 / 18:27:40 น. ]
     [ IP Address : 203.156.12.88 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (พีทีคุง)

ข้อมูลปีตามจันทรคติที่เป็น
0 : ปกติมาส-วาร
1 : อธิกวาร
2 : อธิกมาส
ข้างล่างนี้เป็นข้อมูลตามปฏิทินอยู่ 2 เล่ม
ซึ่งเมื่อทานความถูกต้อง แล้ว
ก็พบว่ามีความถูกต้องเหมือนกันทั้ง 2 เล่ม


+-------+-------+---------+
|  2400 |  1857 |       0 |
|  2401 |  1858 |       2 |
|  2402 |  1859 |       0 |
|  2403 |  1860 |       1 |
|  2404 |  1861 |       2 |
|  2405 |  1862 |       0 |
|  2406 |  1863 |       2 |
|  2407 |  1864 |       0 |
|  2408 |  1865 |       1 |
|  2409 |  1866 |       2 |
|  2410 |  1867 |       0 |
|  2411 |  1868 |       0 |
|  2412 |  1869 |       2 |
|  2413 |  1870 |       0 |
|  2414 |  1871 |       1 |
|  2415 |  1872 |       2 |
|  2416 |  1873 |       0 |
|  2417 |  1874 |       2 |
|  2418 |  1875 |       0 |
|  2419 |  1876 |       1 |
|  2420 |  1877 |       2 |
|  2421 |  1878 |       0 |
|  2422 |  1879 |       0 |
|  2423 |  1880 |       2 |
|  2424 |  1881 |       1 |
|  2425 |  1882 |       2 |
|  2426 |  1883 |       0 |
|  2427 |  1884 |       0 |
|  2428 |  1885 |       2 |
|  2429 |  1886 |       0 |
|  2430 |  1887 |       1 |
|  2431 |  1888 |       2 |
|  2432 |  1889 |       0 |
|  2433 |  1890 |       2 |
|  2434 |  1891 |       0 |
|  2435 |  1892 |       1 |
|  2436 |  1893 |       2 |
|  2437 |  1894 |       0 |
|  2438 |  1895 |       0 |
|  2439 |  1896 |       2 |
|  2440 |  1897 |       0 |
|  2441 |  1898 |       1 |
|  2442 |  1899 |       2 |
|  2443 |  1900 |       0 |
|  2444 |  1901 |       2 |
|  2445 |  1902 |       0 |
|  2446 |  1903 |       1 |
|  2447 |  1904 |       2 |
|  2448 |  1905 |       0 |
|  2449 |  1906 |       0 |
|  2450 |  1907 |       2 |
|  2451 |  1908 |       1 |
|  2452 |  1909 |       2 |
|  2453 |  1910 |       0 |
|  2454 |  1911 |       0 |
|  2455 |  1912 |       2 |
|  2456 |  1913 |       0 |
|  2457 |  1914 |       1 |
|  2458 |  1915 |       2 |
|  2459 |  1916 |       0 |
|  2460 |  1917 |       1 |
|  2461 |  1918 |       2 |
|  2462 |  1919 |       0 |
|  2463 |  1920 |       2 |
|  2464 |  1921 |       0 |
|  2465 |  1922 |       0 |
|  2466 |  1923 |       2 |
|  2467 |  1924 |       0 |
|  2468 |  1925 |       1 |
|  2469 |  1926 |       2 |
|  2470 |  1927 |       0 |
|  2471 |  1928 |       2 |
|  2472 |  1929 |       1 |
|  2473 |  1930 |       0 |
|  2474 |  1931 |       2 |
|  2475 |  1932 |       0 |
|  2476 |  1933 |       1 |
|  2477 |  1934 |       2 |
|  2478 |  1935 |       0 |
|  2479 |  1936 |       1 |
|  2480 |  1937 |       2 |
|  2481 |  1938 |       0 |
|  2482 |  1939 |       2 |
|  2483 |  1940 |       0 |
|  2484 |  1941 |       0 |
|  2485 |  1942 |       2 |
|  2486 |  1943 |       0 |
|  2487 |  1944 |       2 |
|  2488 |  1945 |       1 |
|  2489 |  1946 |       0 |
|  2490 |  1947 |       2 |
|  2491 |  1948 |       0 |
|  2492 |  1949 |       1 |
|  2493 |  1950 |       2 |
|  2494 |  1951 |       0 |
|  2495 |  1952 |       1 |
|  2496 |  1953 |       2 |
|  2497 |  1954 |       0 |
|  2498 |  1955 |       0 |
|  2499 |  1956 |       2 |
|  2500 |  1957 |       1 |
|  2501 |  1958 |       2 |
|  2502 |  1959 |       0 |
|  2503 |  1960 |       0 |
|  2504 |  1961 |       2 |
|  2505 |  1962 |       0 |
|  2506 |  1963 |       1 |
|  2507 |  1964 |       2 |
|  2508 |  1965 |       0 |
|  2509 |  1966 |       2 |
|  2510 |  1967 |       0 |
|  2511 |  1968 |       0 |
|  2512 |  1969 |       2 |
|  2513 |  1970 |       1 |
|  2514 |  1971 |       0 |
|  2515 |  1972 |       2 |
|  2516 |  1973 |       1 |
|  2517 |  1974 |       0 |
|  2518 |  1975 |       2 |
|  2519 |  1976 |       0 |
|  2520 |  1977 |       2 |
|  2521 |  1978 |       0 |
|  2522 |  1979 |       1 |
|  2523 |  1980 |       2 |
|  2524 |  1981 |       0 |
|  2525 |  1982 |       0 |
|  2526 |  1983 |       2 |
|  2527 |  1984 |       0 |
|  2528 |  1985 |       2 |
|  2529 |  1986 |       0 |
|  2530 |  1987 |       1 |
|  2531 |  1988 |       2 |
|  2532 |  1989 |       0 |
|  2533 |  1990 |       1 |
|  2534 |  1991 |       2 |
|  2535 |  1992 |       0 |
|  2536 |  1993 |       2 |
|  2537 |  1994 |       0 |
|  2538 |  1995 |       0 |
|  2539 |  1996 |       2 |
|  2540 |  1997 |       1 |
|  2541 |  1998 |       0 |
|  2542 |  1999 |       2 |
|  2543 |  2000 |       1 |
|  2544 |  2001 |       0 |
|  2545 |  2002 |       2 |
|  2546 |  2003 |       0 |
|  2547 |  2004 |       2 |
|  2548 |  2005 |       0 |
|  2549 |  2006 |       1 |
|  2550 |  2007 |       2 |
|  2551 |  2008 |       0 |
|  2552 |  2009 |       1 |
|  2553 |  2010 |       2 |
|  2554 |  2011 |       0 |
|  2555 |  2012 |       2 |
|  2556 |  2013 |       0 |
|  2557 |  2014 |       1 |
|  2558 |  2015 |       2 |
|  2559 |  2016 |       0 |
|  2560 |  2017 |       0 |
|  2561 |  2018 |       2 |
|  2562 |  2019 |       0 |
|  2563 |  2020 |       0 |
|  2564 |  2021 |       2 |
|  2565 |  2022 |       0 |
|  2566 |  2023 |       2 |
|  2567 |  2024 |       0 |
|  2568 |  2025 |       1 |
|  2569 |  2026 |       2 |
|  2570 |  2027 |       0 |
|  2571 |  2028 |       0 |
|  2572 |  2029 |       2 |
|  2573 |  2030 |       1 |
|  2574 |  2031 |       2 |
|  2575 |  2032 |       0 |
+-------+-------+---------+

 จากคุณ : พีทีคุง [ 9 มิ.ย. 2545 / 18:30:41 น. ]
     [ IP Address : 203.156.12.88 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (ศิษย์พระป่า)

เคยพบพระเถระองค์หนึ่ง รู้สึกว่าเป็นเจ้าคุณชั้นราช อยู่ในวัดใดวัดหนึ่งในกรุงเทพฯ นั่นแหละ ขณะนั้นอายุ กว่า ๗๐ แล้ว  เป็นองค์เดียวที่รู้วิธีการคำนวณแบบนี้โดยละเอียด  ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า  ท่านปรารภด้วยความห่วงใยที่หาทายาทถ่ายทอดวิชาไม่ได้สักคน  เรียนไปสักพักล้มเลิกหมด  ท่านเป็นผู้คำนวณปฏิทินให้พระสายธรรมยุตใช้(พระธรรมยุตใช้ปฏิทินในการคำนวณข้างขึ้นข้างแรมต่างกับพระมหานิกาย  เหลื่อมกันนิดหน่อย  โดยสืบทอดมาจากรัชกาลที่ ๔ ที่ทรงวางตารางคำนวณขึ้นมาใหม่)  ถ้าอยากเรียนลองไปสืบถามดู  ไปที่วัดบวรนิเวศ น่าจะสืบรู้ได้ว่าหลวงปู่องค์ที่ว่านั้นอยู่วัดไหน  และควรจะถ่ายทอดวิชาของท่านมาก่อนที่จะหาผู้ที่จะถ่ายทอดไม่ได้  ดูท่าขณะนี้ท่านอาจมีสมณศักดิ์ชั้นเทพกระมัง   แต่ดูท่าวิชานี้คงปวดหัวยุ่งยากในการคำนวณพอควร  ซึ่งวงการพระภิกษุไม่ชำนาญในทางคำนวณ มักจะชำนาญไปทางท่องจำ เพราะได้รับการฝึกฝนมาทางนั้นตั้งแต่เริ่มต้นการบวช  เหมาะสำหรับคนมีหัวทางคำนวณ

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 9 มิ.ย. 2545 / 19:54:18 น. ]
     [ IP Address : 216.218.84.98 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (แสวงธรรม)

หนังสือ

พระบรมราชาธิบาย
อธิกมาส อธิกวาร และปักขคณนาวิธี
ของ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
พิมพ์ครั้งที่ ๒/๒๕๑๑

ราคา ๑๐ บาท (สิบบาทถ้วน)

จำหน่ายที่
สำนักงานมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
๒๔๑  หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร
ถนนพระสุเมรุ เขตพระนคร กทม ๑๐๒๐๐

สั่งซื้อทางไปรษณีย์ สั่งจ่าย ปณ. บางลำภูบน เขตพระนคร

โทร. ๐-๒๒๘๑-๑๐๘๕, ๐-๒๖๒๙-๔๐๑๖

ร้านหนังสือ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
หน้าวัดบวรนิเวศวิหาร

เปิดทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

 จากคุณ : แสวงธรรม [ 10 มิ.ย. 2545 / 07:28:26 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (แสวง ธรรม)

จากหนังสือพระบรมราชาธิบาย
อธิกมาส อธิกวาร และปักขคณนาวิธี
ของ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย
พิมพ์ครั้งที่๒/๒๕๑๑

คำชี้แจ้ง

ปี ๒๕๑๑ เป็นวาระครบร้อยปีนับแต่ปีสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๑๑ มหามกุฏราชวิทยาลัย มีวัตถุประสงค์ที่จะรวบรวมพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พิมพ์ไว้เป็นอนุสรณ์ ได้พิมพ์เสร็จและมีจำหน่ายแล้ว ๒ เล่ม คือ
๑.        ประชุมพระราชนิพนธ์ภาษาไทยในรัชกาลที่ ๔
๒.        ประชุมพระราชนิพนธ์ภาษาบาลีในรัชกาลที่ ๔

ส่วนพระบรมราชาธิบาย อธิกมาสอธิกวาร และปักขคณนาวิธี เป็นตำราหลักวิชาที่เคยพิมพ์มาหลายครั้ง พิมพ์ครั้งหลังที่สุดเมื่องานพระเมรุสนามหลวง พระบรมศพสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เมื่อ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๙

ครั้งนี้พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระยาบริรักษ์เวชชการ (บริรักษ์ ติตติรานนท์) กรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๑๑

ในการพิมพ์ครั้งนี้ ได้พิมพ์กำหนดวัน ทำวิสาขบูชา มาฆบูชา และเข้าพรรษาของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส กับขยายความแห่งพระบรมราชาธิบายของนายพิพัฒน์ สุขทิศ เพื่อผู้สนใจจะได้สะดวกในการค้นคว้าหาดูง่ายเข้าใจง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มวิธีการเดินปักษ์ของพระครูปลัดสุวัฒนปัญญาคุณ (ลอย) วัดโสมนัสวิหาร สำหรับท่านผู้ใคร่ในการศึกษาเรื่องเดินและนับปักขคณนาสืบต่อไป


                                        มหามกุฏราชวิทยาลัย
(ต่อ)

 จากคุณ : แสวง ธรรม [ 10 มิ.ย. 2545 / 12:59:26 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (แสวงธรรม)

วิธีเดินปักขคณนา

        ปักษ์สองแถวข้างล่างสุด ให้เดินไป ๑๕ วันครั้งหนึ่ง พอถึงตัว จ. ที่สุดให้เดินเพียง ๑๔ วันเป็นปักษ์ขาด ให้เดินไปอย่างนี้ทีละตัวตั้งแต่ ๑ ถึง ๔-๕ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่ ก็ให้เดินวรรคไปได้ตัว ๑ แล้วเดินปักษ์ต่อไป เมื่อเดินปักษ์ไปถึงที่ ๔-๕ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่ ก็ให้เดินวรรคไปได้ทุก ๆ ครั้งที่ปักษ์เดินไปถึงที่ ๔-๕ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่

        วรรคแถวบนจากปักษ์ขึ้นไป เดินไปได้ตั้งแต่ที่ ๑ ถึง ๓-๔ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่ ก็ให้เดินสมุหะไปได้ตัวหนึ่ง แล้วจึงเดินวรรคต่อไป เมื่อเดินไปถึงที่ ๓-๔ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่ ก็ให้เดินสมุหะไปได้ทุก ๆ ครั้งที่วรรคเดินไปถึงที่ ๓-๔ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่
       
        สมุหะแถวบนจากวรรคขึ้นไป เดินไปได้ตั้งแต่ ๑ ถึง ๖-๗ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่ ก็ให้เดินพยุหะไปได้ตัวหนึ่ง แล้วเดินสมุหะต่อไป เมื่อสมุหะเดินไปถึงที่ ๖-๗ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่ ก็ให้เดินพยุหะไปได้ทุก ๆ ครั้งที่สมุหะเดินไปถึงที่ ๖-๗ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่

        พยุหะแถวบนจากสมุหะขึ้นไป เดินไปได้ตั้งแต่ ๑ ถึง ๑๐-๑๑ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่ ก็ให้เดินสัมพยุหะไปได้ตัวหนึ่ง แล้วจึงเดินพยุหะต่อไป เมื่อพยุหะเดินไปถึงที่ ๑๐-๑๑ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่ ก็ให้เดินสัมพยุหะไปได้ทุก ๆ ครั้งที่พยุหะเดินไปถึงที่ ๑๐-๑๑ แล้วกลับมาหา ๑ ใหม่

        หมุดทั้ง ๕ หมวดนั้น จะเดินอยู่ที่แถวบนหรือแถวล่างให้สังเกตดังนี้ ถ้าหมุดสัมพยุหะปักอยู่ที่ตัว “ม” บังคับให้หมุดพยุหะเดินแถวบน คือ แถวมหา ถ้าหมุดสัมพยุหะปักอยู่ที่ตัว “จ” บังคับให้หมุดพยุหะเดินแถวล่าง คือ แถวจุล

        ถ้าหมุดพยุหะปักอยู่ที่ตัว “ม” บังคับให้หมุดสมุหะเดินแถวบน คือแถวมหา ถ้าหมุดพยุหะปักอยู่ที่ตัว “จ” บังคับให้หมุดสมุหะเดินแถวล่าง คือ แถวจุล
       
        ถ้าหมุดสมุหะปักอยู่ที่ตัว “ม” บังคับให้วรรคเดินแถวบน คือแถวมหา ถ้าหมุดสมุหะปักอยู่ที่ตัว “จ” บังคับให้วรรคเดินแถวล่าง คือ แถวจุล

        ถ้าหมุดวรรคปักอยู่ที่ตัว “ม” บังคับให้ปักษ์เดินแถวบน คือ แถวมหา ถ้าหมุดวรรคปักอยู่ทตัว “จ” บังคับให้ปักษ์เดินแถวล่าง คือ แถวจุล

        หมายเหตุ อย่าลืมข้อบังคับข้างบนนี้ คือ การเดินแถวบนหรือแถวล่าง ถ้าลืมข้อบังคับนี้แล้วก็ไม่สามารถจะเดินปักขคณนาให้ถูกต้องได้ อย่าลืม อย่าลืม


(ต่อ)

 จากคุณ : แสวงธรรม [ 10 มิ.ย. 2545 / 13:01:18 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (แสวงธรรม)

การนับปักขคณนา

        หมุดที่ปักอยู่แถวปักษ์ข้างล่างทั้งสองแถวนั้น ถ้าหมุดปักอยู่ที่ตัว “ม” เรียกว่า “ปณฺณรสี” คือปักษ์ถ้วน ต้องนับให้ได้ ๑๕ วันหลังจากวันทำอุโบสถแล้ว เช่นทำอุโบสถวันขึ้นหรือแรม ๑๕ ค่ำ ให้นับวันขึ้นหรือแรม ๑ ค่ำ เป็นที่ ๑-๒-๓ จนถึง ๑๕ หรือทำอุโบสถวันขึ้นหรือแรม ๑ ค่ำ ให้นับวันขึ้นหรือแรม ๒ ค่ำ เป็นที่ ๑-๒-๓ จนถึง ๑๕ เช่นกัน จึงจะเดินหมุดที่ปักอยู่แถวปักษ์ไปได้ตัวหนึ่ง ถ้าหมุดปักษ์ปักอยู่ที่ตัว “จ” เรียกว่า “จาตุทฺทสี” คือ ปักษ์ขาด ต้องนับให้ได้เพียง ๑๔ วัน หลังจากวันทำอุโบสถดังกล่าวข้างต้น จึงเดินหมุดปักษ์ไปได้ตัวหนึ่ง เมื่อเดินไปแล้วก็ให้นับให้ได้ ๑๔-๑๕ วัน ทุก ๆ ทีที่หมุดปักษ์ปักอยู่ที่ตัว “ม” หรือ “จ” ส่วนกึ่งปักษ์ ให้นับให้ได้ ๘ วัน หลังจากวันทำอุโบสถแล้ว เช่นทำอุโบสถวันขึ้นหรือแรม ๑ ค่ำ ก็ให้นับวันขึ้นหรือแรม ๒ ค่ำ เป็นที่ ๑-๒-๓  จนครบ ๘ จะได้แก่วันขึ้นหรือแรม ๙ ค่ำ เป็นวันอุโบสถกึ่งปักษ์ตามปักขคณนา หรือทำอุโบสถวันขึ้นหรือแรม ๑๔ ค่ำที่มี ๑๕ ค่ำอยู่ด้วย ก็ให้นับวันขึ้นหรือแรม ๑๕ ค่ำ เป็นที่ ๑-๒-๓ จนครบ ๘ วัน จะได้แก่วันขึ้นหรือแรม ๗ ค่ำ เป็นวันอุโบสถกึ่งปักษ์ตามปักขคณนา

        ปักขคณนานี้ ใช้การทรงจำกันมาเรื่อย ๆ ไม่มีหลักเกณฑ์กำหนดให้รู้ได้ว่าวันไหน ปักขคณนาปักอยู่ในหลักไหนใน ๕ หมวดนั้น คงใช้การทรงจำติดต่อกันเรื่อยมา นับว่าล่อแหลมต่อการผิดพลาดมากอยู่ไม่เป็นการสะดวก จึงได้คิดแบบคำนวณนี้ขึ้น จึงพอช่วยในการทรงจำได้ดี แต่การจะคำนวณตามวิธีนี้ ผู้คำนวณจะต้องรู้หลักเบื้องต้น คือ วิธีและกฎเกณฑ์ของปักขคณนามาดีแล้ว วิธีคำนวณดังนี้


แบบคำนวณปักขคณนา

๑.        ให้ตั้ง พ.ศ. ของปีที่ต้องการลง เอาเกณฑ์ ๒๑๙๘ ลบ เหลือเท่าใดตั้งเป็น ๒ ฐาน
ก.        ฐานที่ ๑ เอา ๓๖๕ คูณ แล้วเอา ๒๙๐ ลบ
ข.        ฐานที่ ๒ เอา ๒๐๗ คูณ เอา ๒๕๒ บวก แล้วเอา ๘๐๐ หาร เศษทิ้ง
ค.        เอาลัพธ์ฐานที่ ๑ ตั้ง เอาลัพธ์ฐานที่ ๒ บวก ได้ลัพธ์เท่าใด หมายไว้ว่า “วันที่คำนวณ”
ง.        ให้นับ ๑ ตั้งแต่หลังจากวันเถลิงศกปีนั้นไปจนถึงวันที่ต้องการจะได้สักกี่วัน เอาไปบวกกับ “วันที่คำนวณ” ในข้อ ค. เสร็จแล้วเรียกว่า “วันที่ต้องการ”

หมายเหตุ กฎเกณฑ์ในการหาวันเถลิงศก คือ ให้ตั้ง ๒๙๒๒๐๗ ลง เอาจุลศักราชของปีที่จะทำคูณ แล้วเอา ๓๗๓ บวก เอา ๘๐๐ หาร ได้ลัพธ์เท่าใดเอา ๑ บวก แล้วเอา ๗ หาร เศษเป็นวันเถลิงศก (วันในสัปดาห์ของปีนั้น วันที่ ๑๕-๑๖ เมษายนของทุกปี)

        ตัวอย่างหาวันเถลิงศก ปี พ.ศ. ๒๕๑๔
ตั้ง ๒๙๒๒๐๗  x  ๑๓๓๓ = ๓๗๙๕๑๑๙๓๑ +  ๓๗๓ = ๓๘๙๕๑๒๓๐๔  หารด้วย ๘๐๐ = ๔๘๖๘๙๐ เศษ ๓๐๔

ตั้ง ๔๘๖๙๐ + ๑ = ๔๘๖๘๙๑ หารด้วย ๗ = ๖๙๕๕๕ เศษ ๖ เป็นวันเถลิงศก
(วันศุกรที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นวันเถลิงศก)
        วันเถลิงศกโดยปกติตกตรงกับวันที่ ๑๕ เมษายน เสมอ ฉะนั้นให้นับ ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายนไป แต่เวลาคำนวณต้องตรวจดูให้แน่นอนเสียก่อน เพราะวันเถลิงศกอาจเลื่อนไปวันอื่นก็ได้ เมื่อคำนวณถึงตอนนี้แล้ว ต้องการจะสอบดูว่า ตามที่คำนวณมาแล้วถูกต้องหรือไม่ ให้ตั้ง “วันที่ต้องการ” ลง เอา ๑ ลบ แล้วเอา ๗ หาร ถ้าเศษออกตรงกับวาร คือ วันในสัปดาห์ของวันที่คำนวณเป็นการถูกต้อง ถ้าเศษออกไม่ตรงกัน นับเป็นผิด คือ เศษออกไมตรงกับวันในวันที่ต้องการ เช่นวันที่ต้องการเป็นวันพุธ  เมื่อลบและหารแล้ว ออกเศษไม่ตรงกับ ๔ คือวันพุธ ดังนี้จึงนับเป็นผิด

๒.        ให้ตั้ง “วันที่ต้องการ” ลง
ก.        เอา ๑๖๑๖๘ หาร ลัพธ์เท่าใดให้เอา ๑ บวก เป็นสัมพยุหะปัจจุบัน เศษหมายไว้
ข.        เศษในข้อ ก. ตั้ง เอา ๑๔๔๗ หาร ลัพธ์เท่าใด เอา ๑ บวก เป็นพยุหะปัจจุบัน เศษหมายไว้
ค.        เศษในข้อ ข. ตั้ง เอา ๒๕๑ หาร ลัพธ์เท่าใด เอา ๑ บวก เป็นสมุหะปัจจุบัน เศษหมายไว้
ง.        เศษในข้อ ค. ตั้ง เอา ๕๙ หาร ลัพธ์เท่าใด เอา ๑ บวก เป็นวรรคปัจจุบัน เศษหมายไว้
จ.        เศษในข้อ ง. ตั้ง เอา ๑๕ หาร ลัพธ์เท่าใด เอา ๑ บวก เป็นปักษ์ปัจจุบัน เศษเป็นดิถีของปักษ์ปัจจุบัน
(ต่อ)

 จากคุณ : แสวงธรรม [ 10 มิ.ย. 2545 / 13:02:11 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (แสวงธรรม)

หมายเหตุ  การคำนวณในข้อ ๒ ตั้งแต่ข้อ ก. ถึง ข้อ จ. เนื่องกันเป็นลำดับ ฉะนั้นต้องคำนวณโดยลำดับอย่าให้สับกัน เศษที่เหลือจากข้อต้น ๆ ถ้าหากเอาเลขในข้อต่อ ๆ ไปมาหารไม่ได้ให้ใส่ลัพธ์ ๑ ไว้ แต่ห้ามไม่ให้เอา ๑ บวกตามกฎ ปล่อยให้เลขจำนวนนั้นเป็นเศษต่อไป อนึ่ง ถ้าเอาเลขในข้อใด ๆ หารลงตัวไม่มีเศษเหลือ ห้ามไม่ให้เอา ๑ บวกลัพธ์ คงถือลัพธ์นั้นเป็นส่วนปัจจุบัน ถ้ามีเศษตั้งแต่ ๑ ขึ้นไปจึงให้เอา ๑ บวกลัพธ์ตามกฎได้ อีกอย่างหนึ่ง หลักสุดท้ายของหมวดพยุหะ และหมวดวรรคนั้น มีกำลังมากกว่าหลักต้น ๆ คือหลักต้น ๆ หมายด้วยอักษร “จ” แต่หลักสุดท้ายหมายด้วยอักษร “ม” ฉะนั้นต้องคำนวณถอยเลขลัพธ์เข้ามาอีก ๑ ตัว แม้ว่าทำโดยทำนองนี้จะทำใหมีเศษมากกว่าส่วนก็ตามก็ใช้ได้ จงดูตัวอย่างดังต่อไปนี้
        อยากทราบว่า ในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๕ นี้ ปักขคณนาทั้ง ๕ หมวดนั้น หมวดไหนปักอยู่ที่หลักไหน (พ.ศ.นี้ วันเถลิงศกตรงกับวันที่ ๑๕ เมษายน)


วิธีคำนวณปักขคณนา

๑.        ตั้ง พ.ศ. ๒๕๑๕ – ๒๒๗๘ = ๒๓๗
ก.        ๒๓๗ x ๓๖๕ – ๒๙๐ = ๘๖๒๑๕
ข.        ๒๓๗ x ๒๐๗ + ๒๕๑ หารด้วย ๘๐๐ = ๖๑ เศษ ๕๑๐
ค.        ๘๖๒๑๕ + ๖๑ = ๘๖๒๗๖ หมายไว้ว่า “วันที่คำนวณ”
ง.        นับตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายน ถึงวันที่ ๑๓ พฤษ-ภาคน ๒๕๑๕ ได้ ๒๘ วันเอาไปบวกกับ “วันที่คำนวณ” ๘๖๒๗๖ + ๒๘ = ๘๖๓๐๔ หมายไว้ว่า “วันที่ต้องการ”
เมื่อคำนวณมาถึงตอนนี้ต้องทดสอบดูว่าถูกต้องหรือไม่ ให้ตั้ง”วันที่ต้องการ”ลงเอา ๑ ลบ เอา ๗ หาร ดังนี้  ๘๖๓๐๔ – ๑ หารด้วย ๗ = ๑๒๓๒๙ เศษ ๐ ตรงกับวันเสาร์ นับว่า ถูกต้อง เพราะวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๕ นี้ เป็นวันเสาร์
๒.        ตั้ง “วันที่ต้องการ” ๘๖๓๐๔
ก.        ๘๖๓๐๔ หารด้วย ๑๖๑๖๘ เศษ ๕๔๖๔ ลัพธ์ ๕ + ๑ = ๖ เป็นสัมพยุหะปัจจุบัน
ข.        ๕๔๖๔ หารด้วย ๑๔๔๗ เศษ ๑๑๒๓ ลัพธ์ ๓ + ๑ = ๔ เป็นพยุหะปัจจุบัน
ค.        ๑๑๒๓ หารด้วย ๒๕๑ เศษ ๑๒๑ ลัพธ์ ๔ + ๑ = ๕ เป็นสมุหะปัจจุบัน
ง.        ๑๒๑ หารด้วย ๕๙ เศษ ๓ ลัพธ์ ๒ + ๑ = ๓ เป็นวรรคปัจจุบัน
จ.        ๓ หารด้วย ๑๕ หารไม่ได้ให้ใส่ลัพธ์ ๑ ห้ามเอา ๑ บวก เอา ๑ เป็นปักษ์ปัจจุบัน เศษ ๓ เป็นดิถีของปักษ์ปัจจุบัน

หมายเหตุ ในข้อ ง. นั้น ตามปกติเมื่อเอา ๕๙ หารเลขจำนวนเท่าใดก็ตาม อย่างมากลัพธ์เพียง ๓ เท่านั้น แต่เนื่องจากกฎของการเดินปักษ์บังคับว่า ในหมวดวรรคนี้ แถวล่างมีเพียง ๓ เมื่อ ๕๙ หารได้ลัพธ์อย่างมากเพียง ๓ ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดของหลักแถวล่างของหมวดวรรค ต้องถอยลัพธ์มาเสียตัวหนึ่ง คงได้ลัพธ์  ๒ เท่านั้น  แม้เศษจะมีมากกว่าตัวหารก็ใช้ได้ ส่วนวรรคแถวบน ได้ลัพธ์อย่างมากเพียง ๓ เมื่อหารแล้วได้ลัพธ์มากกว่า ๓ ให้ถอยลัพธ์มาเสียตัวหนึ่ง คงได้ลัพธ์อย่างมากเพียง ๓ เท่านั้น เป็นอันว่า ในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๕ นี้ สัมพยุหะที่ ๖ พยุหะที่ ๔ สมุหะที่ ๕ วรรคที่ ๓ ปักษ์ที่ ๑ ดิถี ๓ แห่งปักษ์

(ต่อ)

 จากคุณ : แสวงธรรม [ 10 มิ.ย. 2545 / 13:02:50 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (แสวงธรรม)

วิธีคิดทดอธิกมาส

        วิธีทดอธิกมาสตามปักขคณนา ดังต่อไปนี้ ถ้าใคร่รู้ว่า อธิกมาสจะมาในเดือนใด ให้ตั้ง พ.ศ. ของปีที่ต้องการลง เอา ๒๓๕๑ ลบ แล้วเอา ๑๙ หาร ถ้าเศษ ๓ ที่หนึ่งอธิกมาสมาในเดือนยี่ เศษ ๖ ที่สอง  อธิกมาสมาในเดือน ๑๐ เศษ ๙ ที่สาม อธิกมาสมาในเดือน ๗ เศษ ๑๑ ที่สี่ อธิกมาสมาในเดือน ๓ เศษ ๑๔ ที่ห้า อธิกมาสมาในเดือน ๑๒ เศษ ๑๗ ที่หก อธิกมาสมาในเดือน ๘ เศษ ๐ ที่เจ็ด อธิกมาสมาในเดือน ๕ (หรือให้ตั้ง พ.ศ. ลง เอา ๑ ลบ แล้วเอา ๑๙ หาร ถ้ามีเศษ ๓-๖-๙-๑๑-๑๔-๑๗-๐ เป็นปีที่มีอธิกมาส นอกจากเศษที่กล่าวแล้วไม่มีอธิกมาส) อธิกมาสที่มาในเดือนต่าง ๆ นั้น มีหลักเกณฑ์อยู่ว่า ถ้าปีใดอธิกมาสมาก่อนเดือน ๑๐ เช่นเดือน ๕-๗ เป็นต้น ก็ให้เพิ่มเดือน ๘ สองหนเข้าในปีนั้น ถ้าปีใดอธิกมาสมาในเดือน ๑๒ หรือพ้นฤดูฝนแล้ว ก็ให้เพิ่มอธิกมาสเข้าในปีต่อไป คือปีหน้าตามความนิยมของโลก แต่ตามปักขคณนานี้ อธิกมาสมาในเดือนใดของฤดูใด ให้เพิ่มอธิกมาสเข้าในเดือนนั้นของฤดูนั้น เช่นอธิกมาสมาในเดือน ๕ ให้เพิ่มอธิกมาสเข้าในฤดูคิมหันต์เป็น ๑๐ อุโบสถเป็นต้น
       
        การทดอธิกวาร คือเดือน ๗ ถ้วน ให้ตั้ง พ.ศ. ของปีที่ต้องการลง เอา ๒๓๔๘ ลบ เอา ๓๘ หาร เศษ ๖-๑๑-๑๗-๒๒-๒๘-๓๓-๐ เท่านี้เป็นปีที่มีอธิกวาร ถ้าลบไม่ได้ให้เอา ๑๑ บวกแล้วจึงหาร เศษดังกล่าวแล้วควรเพิ่มอธิกวาร วางระยะปีดังนี้ ๖-๕-๖-๕-๖-๕-๕

        การคิดทดอธิกสุรทิน ดังต่อไปนี้ คือ ถ้าใคร่รู้ว่าอธิกสุรทินจะมีมาในปีใด ให้ตั้ง พ.ศ. ของปีนั้นลงแล้วเอา ๕๔๓ ลบ แล้วเอา ๔ หาร ถ้ามีเศษเป็นปีปกติ คือเดือนกุมภาพันธ์มี ๒๘ วัน ถ้าหารแล้วไม่มีเศษลงตัวพอดี เป็นปีที่มีอธิกสุรทิน คือเดือนกุมภาพันธ์มี ๒๙ วัน แต่ถ้าเอา ๕๔๓ ลบแล้วมีเลขเหลือครบ ๑๐๐ พอดี ให้เอา ๔๐ หาร เมี่อหารแล้วมีเศษ แม้เอา ๔ หารอีกลงตัวพอดีในปีนั้นก็ไม่ควรเพิ่มอธิกสุรทิน แต่ลบแล้ว เลขเหลือจำนวนครบ ๑๐๐ พอดี เอา ๔๐ หารลงตัวจึงให้เพิ่มอธิกสุรทินเข้าในปีนั้น

        การคิดหาวันทำมาฆบูชาว่า จะตกในเดือน ๓ หรือเดือน ๔ วิธีหาวันทำมาฆบูชา ดังนี้ ให้ทำมาฆบูชาในวันเพ็ญเดือนกุมภาพันธ์ จะเป็นเดือน ๓ หรือเดือน ๔ ก็ได้ใช้เป็นวันทำมาฆบูชา อีกอย่างหนึ่ง ให้นับแต่วันสงกรานต์ไปให้ได้ ๓๐๓ วันเป็นอย่างน้อย และไม่เกิน ๓๓๐ วัน คือในระหว่าง ๓๐๓ วัน ถึง ๓๓๐ วัน วันเพ็ญมีในวันใดในระหว่างนั้น จะเป็นเดือน ๓ ก็ตาม เดือน ๔ ก็ตาม ให้ทำมาฆบูชาในวันเพ็ญนั้น

        การคิดวันทำวิสาขบูชาว่าจะตกในเดือน ๖ หรือเดือน ๗ คือให้ทำวิสาขบูชาในวันเพ็ญเดือนพฤษภาคม ถ้าในเดือนพฤษภาคมนั้นมีวันเพ็ญ ๒ วัน คือวันที่  ๑ กับวันที่ ๓๑ เช่นนี้ก็ให้ทำวิสาขบูชาในวันเพ็ญหลัง คือในวันที่ ๓๑ อีกอย่างหนึ่ง ให้นับแต่วันสงกรานต์ไปให้ได้ ๒๐ วันเป็นอย่างน้อย ไม่เกิน ๕๐ วันเป็นอย่างมาก คือในระหว่าง ๒๐ วันถึง ๕๐ วัน มีวันเพ็ญในวันใดในระหว่างนั้น จะเป็นเดือน ๖ ก็ตาม เดือน ๗ ก็ตาม ให้ทำวิสาขบูชาในวันเพ็ญนั้น.



                                พระครูปลัดสุวัฒนปัญญาคุณ
                                วัดโสมนัสวิหาร พระนคร
(จบ)

 จากคุณ : แสวงธรรม [ 10 มิ.ย. 2545 / 13:03:32 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (แสวงธรรม)

หน้า ๑๐๕ - ๑๑๒

เรื่องปักขคณนา

การกำหนดวันธรรมสวนะ คือ วันรักษาอุโบสถศีลและการฟังธรรม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงค้นคิดขึ้นโดยที่ทรงพระดำริว่า ตามพระบรมพุทธานุญาตให้พุทธบริษัทประชุมกันรักษาศีลฟังธรรม ปักษ์ละ ๒ ครั้ง คือในวันที่ ๘ และ วันที่ ๑๔ หรือ ๑๕ แห่งปักษ์นั้น กำหนดถือเอาพระจันทร์เป็นหลัก วันพระจันทร์กึ่งดวงเป็นวันอัฏฐมี คือนับแต่หน้าวันเพ็ญ หรือวันดับไป ๘ วัน จะตรงกับพระจันทร์มีแสงสว่างกึ่งดวง วันที่พระจันทร์เต็มดวง นับแต่หน้าพระจันทร์ดับไป ๑๕ วัน เรียกว่าวันปัณณรสีหรือนับแต่หน้าวันเพ็ญไป ๑๔ วัน เรียกว่า จาตุททสี การที่พระจันทร์เป็นเช่นนี้ ก็เป็นกฎธรรมดา ไม่มีใครจัด ไม่มีใครบังคับ แต่ตามความนิยมของคนทั่วไป จัดวันทางจันทรคติ เป็นเดือนขาดเดือนหนึ่ง เดือนถ้วนเดือนหนึ่งสลับกันไป เมื่อการจัดโดยวิธีนี้ ปักษ์ขาดจะมีได้ก็เฉพาะแต่เดือนขาดและเฉพาะแต่ในกาฬปักษ์ คือปักษ์ข้างแรมเท่านั้น ส่วนในเดือนถ้วนและศุภรปักษ์ คือปักษ์ข้างขึ้นหามีปักษ์ขาดไม่ การจัดตามความนิยมของคนทั่วไปนี้ ค่อนข้างจะบังคับพระจันทร์อยู่สักหน่อย และเป็นการขัดแย้งกับคติของพระจันทร์ที่แท้จริง

        ฉะนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงสังเกตเห็นความขัดแย้งกันเช่นนี้ จึงทรงค้นคิดวิธีที่จะให้ถูกต้องตามคติของพระจันทร์ คือวันธรรมสวนะควรจะให้เป็นวันที่พระจันทร์กึ่งดวง เต็มดวงและดับจริง ๆ จึงได้ทรงค้นคิดทำปักขคณนาขึ้นใช้ในพระสงฆ์คณะธรรมยุตนี้เป็นสาเหตุที่ให้เกิดปักขคณนาขึ้น

        มาบัดนี้การเรียนปักขคณนานั้นชักให้เลือนลางเต็มที เพราะหาผู้ที่ชำนาญเรื่องนี้ยากนัก โดยมากเพียงแต่รู้เฉพาะตนเท่านั้นรวมทั้งผู้เขียนด้วย วิธีเดินและนับปักษ์นี้ ผู้เขียนเองก็เขียนไปตามความรู้ความสามารถเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะอธิบายนั้น จะขอคัดเอาปักขคณนามาตั้งไว้เสียก่อนดังนี้

ปักขคณนา

มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ  จฺ                มหาสัมพยุหะ
จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   มฺ                                        มหาพยุหะ
จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   จฺ   มฺ                                        จุลพยุหะ
มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ  จฺ                                                มหาสมุหะ
มฺ   มฺ   มฺ   มฺ   มฺ  จฺ                                                        จุลสมุหะ
จฺ   จฺ   จฺ   มฺ                                                        มหาวรรค
จฺ   จฺ   มฺ                                                                จุลวรรค
มฺ   มฺ   มฺ   มฺ  จฺ                                                        มหาปักษ์
มฺ   มฺ   มฺ  จฺ                                                        จุลปักษ์

        อธิบาย ปักขคณนานี้ มี ๕ หมวด ๆ ละ ๒ แถว คือหมวดที่ ๑ มีแถวเดียวเรียกว่า มหาสัมพยุหะ หมวดที่ ๒ มี ๒ แถว ๆ บนเรียกว่า มหาพยุหะ แถวล่างเรียกว่า จุลพยุหะ หมวดที่ ๓ มี ๒ แถว ๆ บนเรียกว่า มหาสมุหะ แถวล่างเรียกว่า จุลสมุหะ หมวดที่  ๔ มี ๒ แถว ๆ บนเรียกว่า มหาวรรค แถวล่างเรียกว่า จุลวรรค และตัวหนึ่ง ๆ มีจุดไว้ทุกตัวสำหรับเจาะรูไว้ใช้ปักหมุดในเวลาเดิน การอธิบายนี้จะไม่เรียกว่า จุด จะเรียกว่า หมุด แทน คือ มหาสัมพยุหะหมุดหนึ่ง พยุหะหมุดหนึ่งรวมทั้งแถวบนและแถวล่างด้วย ปักษ์หมุดหนึ่งรวมทั้งแถวบนและแถวล่างด้วย เพื่อผู้ต้องการรู้จะได้ทำแบบฝึกหัดเดินตามข้างบนนี้ต่อไป

 จากคุณ : แสวงธรรม [ 10 มิ.ย. 2545 / 13:08:43 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (แสวงธรรม)

แก้ความผิดพลาด

ความคิดเห็นที่ ๕
คำชี้แจ้ง ผิด ที่ถูกเป็น คำชี้แจง

เนื่องจากความผิดพลาดในการ ตัด และ แปะ

ขอเรียงลำดับความคิดเห็นดังนี้

ความคิดเห็นที่ ๔ ตามด้วย ความคิดเห็นที่ ๕ ตามด้วย ๑๐ ตามด้วย ๖ ตามด้วย ๗ ตามด้วย ๘ ตามด้วย ๙ ตามลำดับ

 จากคุณ : แสวงธรรม [ 10 มิ.ย. 2545 / 13:13:12 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (เป็นงง...)

โอ้... ขอบคุณมากๆครับ จะลองพยายามศึกษาอีกทีครับ

คุณพีทีคุงครับ หากได้ algorithm มาแล้ว ช่วยสงเคราะห์คนอายุมากด้วยการส่ง code เป็น โปรแกรมภาษาไหนก็ได้ (หมายถึง C, C++, PASCAL, Delphi, JAVA) มาให้ด้วยนะครับ ส่วนจะให้ผมได้ที่ไหน ก็ถามคุณโจโจ้ก็แล้วกันครับ

 จากคุณ : เป็นงง... [ 10 มิ.ย. 2545 / 13:29:55 น. ]
     [ IP Address : 192.168.3.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (เป็นงง...)

ผมล่ะอยากจะเทียบอยู่เหมือนกันครับ ว่า วันพระตามปฎิทิน มีกี่สูตร แล้วสูตรไหนต่างจากวันพระจริงๆทางดาราศาสตร์อย่างไร มีคำศัพท์ว่า ดิถีเพียร ดิถีตลาด ก็เลยอยากจะทราบน่ะครับ (เท่าที่เคยสังเกตดู จะอยู่ราวๆ +/- 1-2 วัน ครับ)

 จากคุณ : เป็นงง... [ 10 มิ.ย. 2545 / 13:31:29 น. ]
     [ IP Address : 192.168.3.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (ขอม)

อ้อ จาก คุณแสวงธรรม #9 ก็เลยทำให้เห็นว่าทำไมปฏิทินที่ทำขึ้น วันพระก็ตรงแต่ว่าวันวิสาขะ
เหลื่อมไปเดือนนึง,  เพิ่งจะได้เห็นตำราของ ร.4 จริงๆนี่เอง ขอบคุณมากครับ

ปฏิทินที่ทำใช้อยู่ก็ใช้หลักการเหมือนกับของคุณพีทีคุงใน #1 ครับ แต่ว่าผมต้องเก็บตารางเหมือน
กับ #2 แต่ต้องเพิ่มว่าวันแรกของเดือนเมษาเป็นวันข้างขึ้นข้างแรมกี่ค่ำไปด้วย ในปีนั้นก็จะคำนวน
วันขึ้นแรมได้ตรงไปตลอดทั้งปี แต่ว่ายังคำนวนเกิน 2575 ไม่ได้ครับ

เพิ่งจะทำปฏิทินแจกไปเมื่อต้นปี มาเห็นวันวิสาขะผิดไปเดือนนึง

 จากคุณ : ขอม [ 10 มิ.ย. 2545 / 18:24:04 น. ]
     [ IP Address : 155.198.123.18 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (พีทีคุง)

เข้ามาอีกที ได้แต่โอโห ขอบคุณมากๆครับคุณแสวงธรรม
วันอาทิตย์ ผมได้พยายามนั่งค้นหาสูตรออกมา ถึงตีสองตีสาม
ก็ได้แต่พอๆแค่เริ่มๆพบวิธีคำนวณปฏิทินอยู่บางส่วนเท่านั้น
ในการจะเทียบกับ เวลาเดินของวันพระอาทิตย์จริง และเวลาเดินของพระจันทร์จริง
เพื่อให้เกิดเป็นปฏิทินที่มีคลาดเคลื่อนจากทั้งพระอาทิตย์และพระจันทร์ให้น้อยที่สุด
ได้พบ loop 3332332 และ นานๆไปจึงมีการเหลื่อมๆกันอยู่
ขาดเหลือแต่ข้อมูลกฏเกณฑ์การเพิ่มเดือน เพิ่มวัน
ตามที่สมเด็จ ร. 4 ท่านได้กำหนดวางไว้เป็นแบบแผน
ที่คุณแสวงธรรมมาเติมเต็มให้นี่แหละ
ก็ต้อง save ไว้เสียแล้วหล่ะครับ ยังไงก็ขอบคุณมากๆครับ

========
คุณ เป็นงง....
เอาสิครับ ถ้าได้เป็น algorithm แล้ว ซึ่งก็คงเป็น php เน้นมาใช้บน Web ได้เลย
แต่ยังไงอาจใช้เวลาบ้างครับ เพราะทำแบบลูกทุ่ง
ไม่ได้จับ programming เป็นงานหลักอย่างแต่ก่อน
ได้แต่อาศัยเวลาหลังทำการทำงาน พักผ่อน กะจะทำเอา
ถือเป็นงานอดิเรกไปพลางๆ ครับ

 จากคุณ : พีทีคุง [ 10 มิ.ย. 2545 / 19:13:47 น. ]
     [ IP Address : 203.156.10.38 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (พีทีคุง)

ตอนแรกทำอย่างคุณขอมเช่นกันครับ
ได้ถือ fix วันแรกของปี เก็บ database เอาไว้
(ผมเก็บย้อนไป ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑  เลย
แทนที่จะใช้ วันที่ 1 เมษาฯ ที่จะเป็นราวๆ กลางเดือน ๕ )
แต่พบว่า เวลาจะย้อนหักลบกลับไปดูปีเก่าปีใหม่ต่างๆลำบาก

ยังไงถ้าคุณขอม สร้าง algoฯ หรือ ใครที่สนใจสร้างได้
ก็ถือว่านำมาแลกๆเปลี่ยนกันแล้วกันนะครับ

 จากคุณ : พีทีคุง [ 10 มิ.ย. 2545 / 19:20:53 น. ]
     [ IP Address : 203.156.10.38 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (aratana)

เมื่อไปอยู่ในอวกาศ...ผมหา ทิศ ไม่เจอ
ไม่มี ตะวันออก - ตก ข้างหงายข้างคว่ำ

 จากคุณ : aratana [ 10 มิ.ย. 2545 / 20:24:01 น. ]
     [ IP Address : 203.113.61.199 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (บูชา bujadham@hotmail.com)

พีทีฯ
อยากทราบแรงบันดาลใจครับ ว่าทำไมถึงสนใจที่จะทำปฏิทินไทย นี้

 จากคุณ : บูชา bujadham@hotmail.com [ 10 มิ.ย. 2545 / 23:36:02 น. ]
     [ IP Address : 203.155.236.74 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (พีทีคุง)

หลังจากพยายามอ่านสำนวนเก่าภาษาไทย  ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้กันคนละยุคสมัย
อ่านแล้วต้องตีความหมายไปพลางๆด้วย
จากคำอธิบาย ก็ได้ถอดมาเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ ต่างๆ
แต่ก็ได้พบจุดข้อสงสัยอยู่หลายที่ครับ

========================================
ความเห็น #10 , #6 และ #7 ส่วนต้น
จะเป็น วิธีการนับปักขคณนา แบบไล่ตำแหน่งนับ
การเดินทางของพระจันทร์ด้วยหลักนับ
สัมพยุหะ - พยุหะ - สมุหะ - วรรค - ปักษ์ และ ดิถี
วิธีการเลื่อนเป็นวิธีโบราณที่น่าสนใจดี
(....ย่อ ข้ามไป...)

========================================
มาที่กลางความเห็น #7 ซึ่งเป็นสูตร
สรุป ออกมาเป็นสำนวนปัจจุบันทางคณิตศาสตร์ได้ง่ายๆ อย่างนี้

1. สูตรการเตรียมตัวเลขพื้นฐาน ก่อนการจะนำมาคำนวณหา
สัมพยุหะ - พยุหะ - สมุหะ - วรรค - ปักษ์ และ ดิถี จะมีดังนี้

      ก. X =  (พ.ศ. - 2198) x 365 - 290
      ข. Y =  FLOOR(  ((พ.ศ. - 2178) x 207 + 252 ) / 800 )
                โดย FLOOR แทน funtion ปัดลง เป็นจำนวนเต็มของ ผลลัพธ์ที่ได้
      ค. Z = X + Y
                ให้ Z ที่นี้ กำหนดเรียกว่า "วันที่คำนวณ"
      ง. ให้  d = จ.น.วันที่จะนำมาคำนวนในปฏิทินปัจจุบัน โดยนับเริ่มจาก วันเถลิงศก เป็น ลำดับเลขที่ 1 ไป
                W = Z + d
                โดย W ที่นี้ กำหนดเรียกว่า "วันที่ต้องการ"

จากนั้น ก็มี การแทรก สูตรการหาวันเถลิงศก
      วันเถลิงศก =   (  1 + FLOOR ( ( 292207 x จ.ศ. + 373 ) / 800 )  )  %  7
                โดย % แทน Modulo หรือ เศษที่มาจากตัวหาร

และก็มีต.ย. การหาวันเถลิงศก ของปี พ.ศ. 2514  ( หรือ จ.ศ. 1333 ) ดังนี้
      จะได้ว่า วันเถลิงศก  =  ( 1 + FLOOR( (292207 x 1333 + 373 ) / 800 )  ) % 7
                                    =  6   (ตัวเลขจากการคำนวณถูกต้อง)
      แล้วท่านก็สรุปว่า 6 ที่ได้มานั้น ฉะนั้น เป็นวันศุกร์ที่ 16 เม.ย. เป็นวันเถลิงศก
      แต่ไม่ได้บอกว่า 6 นี้คืออะไร ?
       red   ----> สมมติฐานไว้ว่า 6 นี้ แทน วันศุกร์   หรือ ไม่ก็ 16 ???? </red>

      แต่ท่านก็กล่าวต่อไปอีกว่า
      "วันเถลิงศกโดยปกติตกตรงกับวันที่ ๑๕ เมษายน เสมอ
       ฉะนั้นให้นับ ๑ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายนไป
       แต่เวลาคำนวณต้องตรวจดูให้แน่นอนเสียก่อน
       เพราะวันเถลิงศกอาจเลื่อนไปวันอื่นก็ได้"

2. วิธีการหา สัมพยุหะ - พยุหะ - สมุหะ - วรรค - ปักษ์ และ ดิถี ของ "วันที่ต้องการ" หรือ W นั้น
สรุปเป็นสูตรได้ดังนี้

         ก. สัมพยุหะ =  1 + FLOOR(  W / 16168 )
         ข. พยุหะ      =  1 + FLOOR(  ( W % 16168 ) / 1447 )
         ค. สมุหะ      =  1 + FLOOR(  ( (W % 16168) % 1447 ) / 251 )
         ง. วรรค        =  1 + FLOOR(  ( ( (W % 16168) % 1447) % 251 ) / 59  )
         จ. ปักษ์        =  1 + FLOOR(  ( ( ( (W % 16168) % 1447) % 251) % 59 ) / 15 )
           และ ดิถี     =   ( ( ( (W % 16168) % 1447) % 251) % 59 ) % 15

 จากคุณ : พีทีคุง [ 11 มิ.ย. 2545 / 00:48:37 น. ]
     [ IP Address : 203.156.10.220 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (พีทีคุง)

******************************************************
แทรกเป็นเกร็ดความรู้ไว้ จากเท่าที่เคยค้นหามาก่อน....

"จ.ศ. เคยนิยมใช้กันในประเทศไทยครั้งหนึ่ง
สมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
จากรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 5
ต่อมาเห็นว่าไม่เหมาะสมกับประเทศไทยเพราะนับถือพระพุทธศาสนา
และยึดถือเอา พ.ศ. ใช้แทนต่อมาตราบทุกวันนี้

จ.ศ. กำเนิดมาโดยการตั้งขึ้นของพระเจ้าปุพโสรหันแห่งประเทศพม่า
เดิมทีเดียว พระองค์เป็นพระสงฆ์ เป็น สังฆราชแห่งพม่า
ต่อมาได้ลาสิกขา และชิงราชบังลังก์ ตั้งราชวงศ์ปกครอง พม่า-รามัญ ขึ้นใหม่ เมื่อปีกุน
เมื่อเทียบ พ.ศ. แล้ว จ.ศ. ตั้งหลัง พ.ศ. ถึง 1181 ปี"

ฉะนั้น  จะได้ว่า     จ.ศ.  =  พ.ศ. - 1181

******************************************************

 จากคุณ : พีทีคุง [ 11 มิ.ย. 2545 / 00:59:02 น. ]
     [ IP Address : 203.156.10.220 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (พีทีคุง)

พอมาถึง ใน ความเห็น #8 มี ต.ย. คำนวณให้ดู
แต่กลับมีตัวเลขบางแห่งไม่ได้ตรงตามสูตรที่ได้อธิบายไว้  ????

( จาก ต.ย. ได้ใช้ ปี 13 พ.ค. 2515 ในการคำนวณ เพื่อจะหา
สัมพยุหะ - พยุหะ - สมุหะ - วรรค - ปักษ์ และ ดิถี ของวันนั้น )

     1.    (2515 - 2278) = 237  ....   red   Q. ตัวเลขถูก แต่ไม่ใช่ เอา 2198 ลบตามที่อธิบายข้างต้น (?)</red>
              ก. X =  237 x 365 -290 = 86215    (ตัวเลขถูกต้อง)
              ข. Y = FLOOR( ( 237 x 207 + 251 ) / 800 ) = 61   (ตัวเลขคูณบวกหาร ปัดถูกต้อง)
                              red  Q. ตัวเลขคำนวณมาถูกต้อง แต่ มีการใช้ 251 บวก
                             แทนที่จะใช้ 252 บวก ตามในคำอธิบายข้างต้น (?)</red>
              ค. Z =  X + Y = 86276   ( "วันที่คำนวณ" )
              ง. 16 เม.ย. ถึง 13 พ.ค. ห่างกันเป็น d = 28 วัน (โดย start 1 ที่ 16 เม.ย.)
                    W = Z + d = 86304  ( "วันที่ต้องการ" )

    ... แล้วเอา ตัวเลข W นี้ มาคำนวณ หา
        สัมพยุหะ - พยุหะ - สมุหะ - วรรค - ปักษ์ และ ดิถี ต่อไป
        จึงได้ 6 - 4 - 5 - 3 - 1 - 3 เป็นลำดับ  ....


***************************************************
คำถาม Q สีแดงๆ นั้น ฝากรบกวน คุณแสวงธรรม
ช่วยตรวจสอบด้วยครับว่าสูตรต้องใช้เลขไหนกันแน่ครับ
(ซึ่งก็น่าจะใช้ตามเลขในตัวอย่าง ? )
***************************************************

 จากคุณ : พีทีคุง [ 11 มิ.ย. 2545 / 01:12:03 น. ]
     [ IP Address : 203.156.10.220 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (พีทีคุง)

มาที่ ความเห็น #9
ซึ่งเป็นวิธีการหาว่าปีใดเป็น ปีอธิกมาส หรือ ปีอธิกวาร (ตามจันทรคติ)
หรือปีใดเป็น ปีอธิกสุรทิน (ตามสุริยคติ)

สำหรับ การหาปีอธิกสุรทิน ขอข้ามไป เพราะถูกต้องแล้ว
หรือ กล่าวให้สั้น ว่า ค.ศ. ปีหากหารด้วย 4 ลงตัว ถือว่าใช่
แต่ยกเว้น กรณีที่หารด้วย 100 ลงตัว
แต่หากเป็น 400 หารลงตัวอีก ก็ถือว่าเป็นอีกครั้ง

( หรือ พูดอีกอย่างได้ว่า ในรอบ 1000 ปี จะมีปีอธิกสุรทินอยู่ 97 ครั้ง
โดยเว้นปีที่ 100, 200 และ 300 นอกนั้น 4 หารลงตัวถือว่าใช่หมด)

 จากคุณ : พีทีคุง [ 11 มิ.ย. 2545 / 01:12:51 น. ]
     [ IP Address : 203.156.10.220 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (พีทีคุง)

มาที่ปีอธิกมาส ท่านบอกสูตรไว้ว่า

" วิธีทดอธิกมาสตามปักขคณนา ดังต่อไปนี้
ถ้าใคร่รู้ว่า อธิกมาสจะมาในเดือนใด ให้ตั้ง พ.ศ. ของปีที่ต้องการลง เอา ๒๓๕๑ ลบ แล้วเอา ๑๙ หาร
ถ้าเศษ ๓ ที่หนึ่งอธิกมาสมาในเดือนยี่
เศษ ๖ ที่สอง  อธิกมาสมาในเดือน ๑๐
เศษ ๙ ที่สาม อธิกมาสมาในเดือน ๗
เศษ ๑๑ ที่สี่ อธิกมาสมาในเดือน ๓
เศษ ๑๔ ที่ห้า อธิกมาสมาในเดือน ๑๒
เศษ ๑๗ ที่หก อธิกมาสมาในเดือน ๘
เศษ ๐ ที่เจ็ด อธิกมาสมาในเดือน ๕

(หรือให้ตั้ง พ.ศ. ลง เอา ๑ ลบ แล้วเอา ๑๙ หาร
ถ้ามีเศษ ๓-๖-๙-๑๑-๑๔-๑๗-๐ เป็นปีที่มีอธิกมาส
นอกจากเศษที่กล่าวแล้วไม่มีอธิกมาส)

ลองมาย่อยดู จากคำพูดข้างต้นจะได้ สูตรออกมาว่า
            เศษจาก     ( พ.ศ.  -  2351 ) / 19  หรือ ( พ.ศ  -  1 ) / 19
            หากเศษนี้เป็นสมาชิกใน { 3, 6, 9, 11, 14, 17, 0 } ก็ถือว่าปีนั้นเป็นปีอธิกมาส

แต่!!! ผมได้ทดสอบดูแล้วครับว่า ผลของเศษ ที่ลบด้วย 2351 กับที่ลบ 1 ไม่ตรงกัน
บางที เมื่อคำนวณด้วย ลบ 2351 จะอยู่ในกลุ่มเศษที่ท่านว่า
แต่พอลบด้วย 1 จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มเศษ
ซึ่งนั้นคือ ได้ผลไม่ตรงกัน !!!

(หากพูดตามภาษานักคณิตศาสตร์)
ตรงนี้ นักคณิตศาสตร์ จะทราบดีครับว่า
2351 จะไม่คอนกูแอน กับ 1 เมื่อ modulo ด้วย 19
แต่ถ้า เป็น
2357 จะคอนกูแอน กับ 1 เมื่อ modulo ด้วย 19

(พูดตามภาษาคนทั่วไป)
แต่ถ้า ใช้ 2357 มาลบ แทน 2351 ผลจะออกมาตรงกับ
ผลเมื่อลบด้วย 1 ครับ

ฉะนั้น สมมติฐานตรงนี้ ให้ว่า ใช้สูตรนี้ ลบด้วย 2357 หรือ 1 แทนก็แล้วกันครับ

ซึ่งเมื่อผมเอาปีจริงที่เป็นปีอธิกมาสจริงจากตารางใน ความเห็น #3
อย่างเช่น ปี พ.ศ. 2545  (ซึ่งเป็นอธิกมาสจริงตามปฏิทิน)
มา ลบด้วย 2357 หรือ ลบด้วย 1 ก็ได้ครับ
ก็จะได้เศษ ออกมาอยู่ในกลุ่ม { 3, 6, 9, 11, 14, 17, 0 }

ฉะนั้น ตัวเลข 2351 น่าจะมีการพิมพ์มาผิด
น่าจะเป็น 2357 หรือเปล่า (???)

ตกประเด็นเรื่อง ตัวเลขไป
มาดูกันที่ กลุ่มเศษ คือ { 3, 6, 9, 11, 14, 17, 0 }
หรือ { 3, 6, 9, 11, 14, 17, 19 } นั้น
หากลองมาหาระยะห่างกัน ก็จะได้
ออกมาเป็นสูตรระยะห่าง คือ 3332332 ในวนในทุกๆ 19 ปี
(*** เวลาเมื่อหารด้วย 19 เศษ 0 กับ เศษ 19 จะมองเหมือนกัน ได้ ***)

ซึ่งตามที่ผมได้กล่าวเป็นความเห็น ใน ความเห็น #2
ได้พบว่า หากดูจากปฏิทินที่เป็นจริงแล้ว
ระยะห่างของ 3332332 นั้น จะไม่เที่ยงเสมอไปครับ

หากลองยกตัวอย่างก็ได้ครับ
เช่น จากตารางปฏิทินจริง ยกตัวอย่างปี พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นปีอธิกมาส
มาทดสอบกันดู แต่หากคำนวณด้วยสูตรเศษจะได้
เศษจาก ( 2536-1 ) / 19 มีค่าคือ 8
ซึ่งไม่อยู่ในกลุ่มเศษ { 3, 6, 9, 11, 14, 17, 19 } เหล่านี้เลย !!!

สรุปได้ว่า สูตรนี้ จะไม่ตรงกับ ปฏิทินที่ใช้อยู่จริงในปัจจุบัน
จะใช้ได้คร่าวๆเท่านั้น แต่ยังไม่สามารถใช้ได้จริงครับ

 จากคุณ : พีทีคุง [ 11 มิ.ย. 2545 / 01:24:28 น. ]
     [ IP Address : 203.156.10.220 ]


 ความคิดเห็นที่ 24 : (พีทีคุง)

ถัดมาที่สูตรการหา ปีอธิกวาร กันบ้าง
ท่านกล่าวไว้ดังนี้ครับว่า
"การทดอธิกวาร คือเดือน ๗ ถ้วน
ให้ตั้ง พ.ศ. ของปีที่ต้องการลง เอา ๒๓๔๘ ลบ เอา ๓๘ หาร
เศษ ๖-๑๑-๑๗-๒๒-๒๘-๓๓-๐ เท่านี้เป็นปีที่มีอธิกวาร
ถ้าลบไม่ได้ให้เอา ๑๑ บวกแล้วจึงหาร
เศษดังกล่าวแล้วควรเพิ่มอธิกวาร วางระยะปีดังนี้ ๖-๕-๖-๕-๖-๕-๕"

เช่นกันครับ เมื่อทดสอบจากปฏิทินจริง
ก็ไม่ได้เป็นผลอย่างนั้นในทุกกรณีครับ
แต่อย่างไรทำให้ทราบว่าปีอธิกวาร ก็มีการประมาณด้วยหลักคร่าวๆ
คือ 6565655 ในทุกๆ 38 ปี

 จากคุณ : พีทีคุง [ 11 มิ.ย. 2545 / 01:28:53 น. ]
     [ IP Address : 203.156.10.220 ]


 ความคิดเห็นที่ 25 : (แสวงธรรม)

ความผิดพลาดที่ตรวจพบ

นอกจากการพิมพ์สระ การันต์และวรรณยุกต์ตกหล่นบ้างแล้ว ตัวเลขที่พิมพ์ทั้งหมดถูกต้องตามต้นฉบับทุกตัวเลข แม้ขณะพิมพ์จะเห็นว่า ตัวเลขบางตัวผิดไปจากที่ควรก็ตาม

พิมพ์ตก หนึ่ง บรรทัด ในความเห็นที่ ๘
พิมพ์ว่า
“...ฉะนั้นต้องคำนวณถอยเลขลัพธ์เข้ามาอีก ๑ ตัว แม้ว่าทำโดยทำนองนี้จะทำใหมีเศษมากกว่าส่วนก็ตามก็ใช้ได้ จงดูตัวอย่างดังต่อไปนี้...”

ต้องเป็น
“....ฉะนั้น ต้องสังเกตว่าในข้อ ก.และข้อ ง.นั้น เมื่อคำนวณไปได้ลัพธ์มากที่สุดของหลักนั้น แล้ว ต้องคำนวณถอยเลขลัพธ์เข้ามาอีก ๑ ตัว แม้ว่าทำโดยทำนองนี้จะทำให้มีเศษมากกว่าส่วนก็ตามก็ใช้ได้ จงดูตัวอย่างดังต่อไปนี้...”


พิมพ์ตก หนึ่งบรรทัด ในความเห็นที่ ๑๐

พิมพ์ว่า
“...หมวดที่  ๔ มี ๒ แถว ๆ บนเรียกว่า มหาวรรค แถวล่างเรียกว่า จุลวรรค และตัวหนึ่ง ๆ มีจุดไว้ทุกตัว...”

ต้องเป็น
“...หมวดที่  ๔ มี ๒ แถว ๆ บนเรียกว่า มหาวรรค แถวล่างเรียกว่า จุลวรรค หมวดที่ ๕ มี ๒ แถว ๆ บนเรียกว่า มหาปักษ์ แถวล่างเรียกว่า จุลปักษ์     และตัวหนึ่ง ๆ มีจุดไว้ทุกตัว....”

พิมพ์ตก หนึ่ง บรรทัด ในความเห็นที่ ๑๐

พิมพ์ว่า
“....พยุหะหมุดหนึ่งรวมทั้งแถวบนและแถวล่างด้วย ปักษ์หมุดหนึ่งรวมทั้งแถวบนและแถวล่างด้วย....”

ต้องเป็น
“.....พยุหะหมุดหนึ่งรวมทั้งแถวบนและแถวล่างด้วย สมุหะหมุดหนึ่งรวมทั้งแถวบนและแถวล่างด้วย วรรคหมุดหนึ่งรวมทั้งแถวบนและแถวล่างด้วย    ปักษ์หมุดหนึ่งรวมทั้งแถวบนและแถวล่างด้วย....”

คำผิดในความเห็นที่ ๑๐
พิมพ์ว่า “ศุภรปักษ์”
ต้องเป็น “ ศุกรปักษ์”

 จากคุณ : แสวงธรรม [ 11 มิ.ย. 2545 / 06:55:04 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 26 : (แสวงธรรม)

ท่านเจ้าคุณ พระราชวิสุทธิญาณ (เฉลิม สนธิสัมพันธ์)
เป็นพระเถระผู้ทรงภูมิในด้านการคำนวณนี้มาก

ท่านอยู่ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม (ติดกับกระทรวงมหาดไทย ใกล้สนามหลวง) ครับ

 จากคุณ : แสวงธรรม [ 11 มิ.ย. 2545 / 07:07:36 น. ]
     [ IP Address : 161.200.97.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 27 : (ศิษย์พระป่า)

รู้สึกจะเป็นพระมหาเถระองค์นี้แหละ ที่ผมว่าไว้  น่าจะเป็นท่านนี้เอง ขอบคุณคุณแสวงธรรม

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 11 มิ.ย. 2545 / 11:54:05 น. ]
     [ IP Address : 216.218.83.184 ]


 ความคิดเห็นที่ 28 : (เป็นงง...)

เรียน คุณพีทีคุง

หากสนใจข้างขึ้นข้างแรมตามดาราศาสตร์(moon phase) ผมมีสูตรอยู่นะครับ เป็นดาราศาสตร์สากลครับ หากสนใจ จะพิมพ์มาปะไว้ให้ครับ (แต่คงต้องค้นก่อนครับ ว่าหนังสืออยู่ตรงไหน ไม่ได้เปิดมาเป็นปีแล้วครับ)

 จากคุณ : เป็นงง... [ 11 มิ.ย. 2545 / 12:19:00 น. ]
     [ IP Address : 192.168.3.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 29 : (พีทีคุง)

เมื่อคืน ง่วงนอนมาก หลังเข้ามา post เลยไม่ได้ทันจะได้ตอบพี่บูชา

ว่าสั้นๆ ก็จาก ได้คุยๆกับเพื่อนที่ต้องการทราบวันพระช่วงนี้
แต่เพื่อนคนนี้กลับไม่มี แค่นั้นแหละครับพี่

โดยส่วนตัว ปกติเวลาจะดูปฏิทินวันเวลา
บางครั้งจะใช้ computer นี้แหละเปิดดูนี่แหละครับ
แต่ตอนนั้นไม่มีอะไรจะบอกได้เลย
ทราบแต่จำได้ว่า วันที่ 26 เดือนก่อนๆ เป็นวันวิสาขบูชา
เลยบอกไปว่าก็นับไปประมาณ 8 วัน 15 วัน 8 วัน 15 วันแล้วกัน
ตอนนั้นไม่ทราบว่า เดือนคู่ จะเป็น ขึ้น 15 แรม 15
เดือนคี่ ขึ้น 15 แรม 14 และไม่ทราบว่าปีนี้ปีอธิกมาสด้วย
เปิดดูก็ทราบว่า อ้าว จริงๆแล้ว ปีนี้มีเดือน 8 สองหน นี่

ด้วยความสนใจ ก็ลองๆ หาดูกฏเกณฑ์
ก็ทราบอย่างคร่าวๆ ถึงเรื่องเดือนคู่เดือนคี่
คำเรียก อธิกมาส อธิกวาร อธิกสุรทิน และต่างๆ ไปในตัว
แค่นี้เองครับ

พูดกับพี่บูชา คงต้องนอกเรื่องไป เรื่องญี่ปุ่น
ซึ่งพี่บูชาก็คงพอจะนึกออกมั้งครับ
เขาสามารถรวบรวมอะไรหลายๆ ไว้ได้ไม่น้อย
อย่างนึง ผมเองเคยไปเดินตามร้านหนังสือนะครับ
เคยไปเจอหนังสือ ฐานข้อมูลบ้านเรา
เป็นข้อมูลก็ราวๆ แนวโน้มเศรษฐกิจ เบอร์โทร สถานที่
และวิเคราะห์แนวโน้มต่างๆ เป็นข้อมูลตัวเลขมากมาย
เห็นแล้วก็ ยังเกิดความคิดในใจเลยครับว่า
เขารู้เรื่องบ้านเราดีกว่าเรารู้เรื่องบ้านเราอีกนะครับ
เป็นตัวอย่างง่ายๆ

ก็แปลกดีครับ มารู้อีกที แรงบันดาลใจอะไรๆ มันเกิดสั้นๆนิดเดียว
เห็นออกแล้วก็ทำไปตามควร
เหมือนกับ รู้ทันกุศล อุศลในใจเรานี่เอง
สมัยแรกๆที่ยังรู้ดูไม่เป็นเลย
พอครูบาจารย์แนะให้เห็นทัน กุศล อกุศลขณะนั้นให้เห็น
ผมก็ได้แต่ดู แต่ดูๆไปก็เกิดความสงสัยดูไปแล้ว จะทำอย่างไรต่อ
ท่านก็เมตตาตอบทำนองว่า
"เห็นแล้วว่าอันไหนเหมาะอันไหนควรก็ทำไปตามเหตุปัจจัย"

 จากคุณ : พีทีคุง [ 11 มิ.ย. 2545 / 16:03:35 น. ]
     [ IP Address : 203.156.11.93 ]


 ความคิดเห็นที่ 30 : (พีทีคุง)

ขอบคุณมากอีกครั้งครับ คุณแสวงธรรมที่ช่วยตรวจสอบตัวเลขให้

เรื่องวิธีนับและการเปิด ปักขคณนาด้วยการเดินหมุดไปตาม
สัมพยุหะ - พยุหะ - สมุหะ - วรรค - ปักษ์ และดิถี นั้นน่าสนใจไม่น้อย
หากมีเวลาจะมาช่วยย่อย โดยอธิบายถึงวิธีเดินให้ครับ
(ซึ่งว่าไปตามที่ท่านอธิบายนั่นแหละครับ โดยคงจะกล่าวแบบชาวบ้านๆ ง่ายๆ
แต่ใครสนใจและอ่านแกะออกก็เป็นการดีเลยครับจะได้มีคนช่วยๆตกทอดไว้)

พึ่งทราบมาจากพี่ไก่แก้วว่า
ความจริงแล้ว ทางพระป่าบ้านเราก็รู้จักวิธีนับปักขคณนาเช่นกัน
โดยมี หลวงปู่สุวัจน์ท่านได้สืบทอดการนับปักขคณนามาจากหลวงปู่ฝั้นอีกต่อนึง
และหลวงปู่ท่านก็ได้มีเขียนเป็นหนังสือไว้ด้วย
แต่ยังหาหนังสือไม่พบ

หากมีข่าวอย่างไรก็จะนำมารวบรวมในลานธรรมนี้แหละ
ไว้ให้คนรุ่นถัดสืบๆไป

===================
ดีครับคุณเป็นงง...

วันอาทิตย์ดึกๆที่ผมได้พบ pattern อย่างลงตัวเลขได้เลยนั้น
ผมเองก็ได้คำนวณมาจากเวลาเดินของพระอาทิตย์จริง กับเวลาเดินของพระจันทร์จริงอยู่
ไม่แน่ใจว่าจะลงกันได้หรือเปล่า
ส่วนที่ได้นั้น ยังขาดเหลือแต่วิธีการกำหนดลง วันเกิน เดือนเกิน โดยจะให้เริ่มทด ที่ปีใดดี
(บางทีทด เดือนเพิ่มแล้ว วันก็ยังขาดอยู่ 1 ซึ่งต้องทดให้เป็นปีอธิกวารอีก)
ตรงนี้ ยังจับ pattern ให้มาลงพอดิบพอดีกับ ปฏิทินข้างขึ้นแรมที่ใช้อยู่ไม่ได้
เลยได้แต่กำหนดไปอย่างคร่าวๆ ตามที่เห็นว่าเหมาะสมว่าน่าจะลงในปีนี้ๆไปเท่านั้น

ยังไงก็รออ่านครับคุณเป็นงง... ไว้เปรียบเทียบเป็นข้อมูลอีกทาง

=========================

 จากคุณ : พีทีคุง [ 11 มิ.ย. 2545 / 16:25:37 น. ]
     [ IP Address : 203.156.11.93 ]


 ความคิดเห็นที่ 31 : (แก้ครับ)

เรื่องวิธีนับและการเปิด --> เรื่องวิธีนับและการเดิน

 จากคุณ : แก้ครับ [ 11 มิ.ย. 2545 / 16:26:19 น. ]
     [ IP Address : 203.156.11.93 ]


 ความคิดเห็นที่ 32 : (ขอม)

ขอขอบคุณแสวงธรรมที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ

1.) ช่วงของระยะห่างของปีที่มี อธิกวาร ดูจากความเห็นที่ 2 ครับ
2403:x
2408:5
2414:6
2419:5
2424:5
2430:6
2435:5
2441:6
2446:5
2451:5
2457:6
2460:3
2468:8
2472:4
2476:4
2479:3
2488:9
2492:4
2495:3
2500:5
2506:6
2513:7
2516:3
2522:6
2530:8
2533:3
2540:7
2543:3
2549:6
2552:3
2557:5
2568:11
2573:5
(จากปฏิทินที่มีจะต่างจากนี้ไปเล็กน้อยแต่เหมือนกันเป็นส่วนใหญ่,
บางทีตรงหัวเขียนปรกติวาร แต่มี แรม 15 ค่ำเดือน 7,  หรือปรกติมาส
แต่มีเดือนแปดสองหนโผล่มาก็มีครับ)

2.) จากความคิดเห็นที่ 23 เรื่อง อธิกมาส เห็นว่าไม่ตรงกันเช่นกันครับ
จากตัวเลขที่เอามาลบกับพ.ศ.แล้ว

2351 จะคอนกูแอนกับ 14 mod 19
1 จะคอนกูแอนกับ 1 mod 19
และ
2357 จะคอนกูแอนกับ 1 mod 19

เพราะฉะนั้นถ้านำ 1 หรือ 2357 มาลบกับพ.ศ. จะให้ผลออกมาเหมือนกัน
แต่จะไม่เหมือนกับนำ 2351 มาลบครับ

3.) จากตัวอย่างวิธีคำนวนปักคณนา (มีหลายส่วนผมคาดคะเนไปเองตาม
ความเข้าใจนะครับ ถ้าอย่างไรกรุณาชี้แนะ) จากความคิดเห็นที่ 8

๑.        ตั้ง พ.ศ. ๒๕๑๕ - ๒๒๗๘ = ๒๓๗
ก.        ๒๓๗ x ๓๖๕ - ๒๙๐ = ๘๖๒๑๕
...
เมื่อคำนวณมาถึงตอนนี้ต้องทดสอบดูว่าถูกต้องหรือไม่ ให้ตั้ง”วันที่ต้องการ”ลงเอา ๑ ลบ เอา ๗
หาร ดังนี้  ๘๖๓๐๔ – ๑ หารด้วย ๗ = ๑๒๓๒๙ เศษ ๐ ตรงกับวันเสาร์ นับว่า ถูกต้อง
เพราะวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๕ นี้ เป็นวันเสาร์

จากการคำนวนในช่วงแรก ก. ถึง ง. สามารถตรวจความถูกต้องได้ในตอนท้ายโดยบอกได้ว่า
เป็นวันอะไรในสัปดาห์

ดูแล้วเป็นการใช้วันอ้างอิงที่ทราบว่าเป็นวันอะไรในสัปดาห์แน่นอน เช่น
วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2278 เป็นวันเสาร์. จากนั้นก็จะคำนวนระยะห่าง
จากวันที่ต้องการจากวันอ้างอิง โดยการ
- หาระยะวันของช่วงปีต่างโดยใช้ 365 คูณปีต่าง (ก)
  days = 365 * r - 290  ( 290 ถ้านับจากวันท้ายปีจะตรงกับ 16 มีนาคม)
- บวกด้วยวันที่ 29 กุมภา ในช่วงที่ผ่านมา (ข) ใช้สูตร
  feb29 = int { ((r * 207) + 251) / 800 }
เมื่อนำทั้งสองค่ามารวมกันก็จะได้เป็นจำนวนวัน จากวันอ้างอิง ซึ่งถ้านำ
มาหาเศษ จากการหารด้วย 7 ก็จะได้วันในสัปดาห์ที่แน่นอนทีเดียว

ที่สงสัยคือสูตรที่สองเกี่ยวกับการหาจำนวนวันที่ 29 กุมภา ที่ผ่านมาครับ
ว่าเป็นไปตามนี้หรือเปล่า หรือว่าข้อ 3.) ที่สงสัยนั้น คิดไปเองทั้งหมด

4.) เห็นจะต้องรบกวนขอวิธีคำนวนทางเดินพระอาทิตย์และพระจันทร์จากทั้ง
คุณพีทีคุง และคุณเป็นงง... ครับ

สังเกตว่าพระจันทร์ตอนขึ้น 15 ค่ำกับตอนแรม 1 ค่ำ อันนึงจะออกสว่างจ้า
ส่วนอีกอันออกสีส้ม ถ้าปฏิทินหาได้ตรงก็จะดีไม่น้อยครับ

 จากคุณ : ขอม [ 11 มิ.ย. 2545 / 19:20:34 น. ]
     [ IP Address : 155.198.123.18 ]


 ความคิดเห็นที่ 33 : (ขอม)

ระยะห่างระหว่างปีที่เป็น อธิกมาส จากความคิดเห็นที่ 2
ค่อนข้างจะตามลำดับ ๓-๓-๓-๒-๓-๓-๒ ครับ

2401:x
2404:3
2406:2
2409:3
2412:3
2415:3
2417:2
2420:3
2423:3
2425:2
2428:3
2431:3
2433:2
2436:3
2439:3
2442:3
2444:2
2447:3
2450:3
2452:2
2455:3
2458:3
2461:3
2463:2
2466:3
2469:3
2471:2
2474:3
2477:3
2480:3
2482:2
2485:3
2487:2
2490:3
2493:3
2496:3
2499:3
2501:2
2504:3
2507:3
2509:2
2512:3
2515:3
2518:3
2520:2
2523:3
2526:3
2528:2
2531:3
2534:3
2536:2
2539:3
2542:3
2545:3
2547:2
2550:3
2553:3
2555:2
2558:3
2561:3
2564:3
2566:2
2569:3
2572:3
2574:2

 จากคุณ : ขอม [ 11 มิ.ย. 2545 / 19:29:09 น. ]
     [ IP Address : 155.198.123.18 ]


 ความคิดเห็นที่ 34 : (บูชา bujadham@hotmail.com)

แมน
ใช่ครับ เรื่องข้อมูลยิบย่อยนี่ต้องยกให้ญี่ปุ่นครับ
ผมมีรุ่นพี่ที่จบที่โน่นด้วยกัน ทำงานกับ JICA เค้าเก็บข้อมูลแม่น้ำทุกสายในเมืองไทยไว้หมดครับ
เรียกว่านั่งเรือไปวัดกระแสกันเป็นจุดๆเลยครับ

นอกเรื่องนิดหนึ่งครับ
พระไตรปิฏกฉบับลานธรรมที่แมนทำไว้บน net
ถ้าจะทำเอามาไว้บน CD จะได้ไหมครับ และต้องมีเนื้องานส่วนไหนบ้างน่ะครับ
คือผมรู้สึกว่าที่แมนทำนั้นใช้ได้ดีมาก เพราะสามารถใช้คำค้นได้หลายๆคำ
ซึ่งผมยังไม่เห็นพระไตรปิกฏ CD ฉบับไหนมีคุณสมบัตินี้น่ะครับ

 จากคุณ : บูชา bujadham@hotmail.com [ 11 มิ.ย. 2545 / 19:46:35 น. ]
     [ IP Address : 203.107.140.47 ]


 ความคิดเห็นที่ 35 : (เป็นงง...)

หลังจากทีได้พิมพ์กระทู้นี้ไปอ่านที่บ้าน ทราบว่ามีข้อกังขาเรื่องตัวเลขอยู่ ไม่ทราบว่าจะมีท่านใดจะช่วยให้ความกระจ่างได้หรือไม่ครับ

 จากคุณ : เป็นงง... [ 12 มิ.ย. 2545 / 09:08:49 น. ]
     [ IP Address : 192.168.3.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 36 : (สามเณร)

ปฏิทิน 150 ปี
http://www.baanrak.com/fortune/150calendar/index.asp

 จากคุณ : สามเณร [ 12 มิ.ย. 2545 / 15:21:13 น. ]
     [ IP Address : 202.28.179.165 ]


 ความคิดเห็นที่ 37 : (สามเณร)

ปฏิทินข้างขึ้น - ข้างแรม
http://dharma.school.net.th/moon/moon.php

 จากคุณ : สามเณร [ 12 มิ.ย. 2545 / 18:13:17 น. ]
     [ IP Address : 203.113.35.7 ]


 ความคิดเห็นที่ 38 : (พีทีคุง)

ตัวพระสุตตันตปิฎก ออนไลน์ นั้น เคยคิดจะทำเป็น CD ครับ
แต่เนื่องจาก ทำไว้ใช้บน Web หน่ะครับพี่บูชา
การที่จะนำมา run จาก CD เดี่ยวๆ จึงทำไม่ได้เลย
เพราะ ต้องมีการลงโปรแกรมอยู่หลายตัว
มีการทำจำลอง Web Server บนเครื่องตัวเอง
เลียนแบบการทำงานใน Internet
และการกำหนดค่าเบื้องต้นต่างๆ
แม้จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับ มือโปร
แต่จะเป็นเรื่องยากที่ซับซ้อนมากๆเกินไปสำหรับ คนทั่วๆไปจะลงเองได้ครับ

 จากคุณ : พีทีคุง [ 12 มิ.ย. 2545 / 20:48:21 น. ]
     [ IP Address : 203.156.13.61 ]


 ความคิดเห็นที่ 39 : (บูชา bujadham@hotmail.com)

แล้วถ้าจะแปลงตัวโปรแกรมโดยใช้ logic เดิม
แต่ให้เป็นที่อยู่บน CD ได้ และใช้งานได้ง่ายสำหรับคนทั่วไป
จะต้องทำอะไรบ้างครับ และ ยุ่งยากมากแค่ไหนครับ

 จากคุณ : บูชา bujadham@hotmail.com [ 12 มิ.ย. 2545 / 21:55:42 น. ]
     [ IP Address : 203.107.136.198 ]


 ความคิดเห็นที่ 40 : (พีทีคุง)

คุณเป็นงง...
ตัวเลขทั้งน่าสนใจและน่ากังขาจริงๆเสียด้วยครับ คุณเป็นงง...
ถ้าจะให้มีเป็น algoฯ แล้ว ตอนนี้ได้คาดอย่างคร่าวๆว่า
เก็บฐานข้อมูลวันแรกของปี และเก็บว่าปีใดเป็นปีอธิกฯ บ้าง
แล้วสร้าง function แสดงจน.วันเทียบวันแรก
จะแม่นยำตามปฏิทินจริงและสะดวกที่สุดในตอนนี้
แม้จะไม่ได้เป็น general function ที่คำนวณเปรียบเทียบได้ทุกกรณีก็ตามครับ
ถ้ายังสนใจ algoฯ อาจต้องปรึกษาถามคุณขอมก็คงได้ครับ
เห็นว่า เก็บบันทึกวันแรกของปีเป็นข้างขึ้นแรมอะไรไว้อยู่ด้วย

ช่วงนี้งานทางโลกยุ่ง คงปลีกเวลาได้ยากเสียแล้วครับ
===========
พี่บูชา

ฐานข้อมูลนั้น ตอนนั้นผมสร้างโดยเปิดไล่ทุกพระไตรปิฎกจากทุกๆพระสูตร
แล้วเก็บเฉพาะตัวเลขบรรทัดที่เป็นจุดเริ่มต้นกับจุดสุดท้ายของทุกๆพระสูตรไว้
จากการเก็บเช่นนี้ทำให้เห็นร่องรอยของการรวมรวมกว่าจะเป็นพระไตรปิฎกขึ้นมาได้
(เป็นไปได้ยากมากๆครับ ที่จะปรากฏเสร็จออกมาในยุคสมัยเดียว)
และด้วยการเก็บเช่นนี้ครับ
จึงทำให้สามารถค้นหาเข้าไปทีละพระสูตร ด้วยหลายๆ keyword ได้

แต่หากจะทำ 1 runable CD โดยแปลงไปเป็นภาษาอื่น
ก็เหมือนต้องสร้างใหม่ทั้งหมด ที่ base on ฐานข้อมูลข้างต้นครับ

และผมเองคงหายหน้าหายตาไปพักนึงด้วยครับช่วงนี้ ติดธุระงานทางโลก

 จากคุณ : พีทีคุง [ 13 มิ.ย. 2545 / 08:40:48 น. ]
     [ IP Address : 203.156.12.31 ]


 ความคิดเห็นที่ 41 : (nothing)

หึ หึ...

 จากคุณ : nothing [ 13 มิ.ย. 2545 / 09:04:53 น. ]
     [ IP Address : 203.113.60.11 ]


 ความคิดเห็นที่ 42 : (บูชา bujadham@hotmail.com)

ขอบคุณมากครับ แมน

 จากคุณ : บูชา bujadham@hotmail.com [ 13 มิ.ย. 2545 / 09:12:29 น. ]
     [ IP Address : 203.155.236.104 ]


 ความคิดเห็นที่ 43 : (ขอม)

หลักการที่ใช้อยู่เหมือนกับความคิดเห็นที่ 16 และ 40 ครับ
เก็บตารางเหมือนกับในความคิดเห็นที่ 2 ไว้อ้างอิงสำหรับแต่ละปี
ก็จะทำให้คำนวนได้ไปถึงปี 2575 ซึ่งก็เหลือเวลาอีกแค่ 30 ปีเองที่ยัง
ถูกต้องอยู่ตามหนังสือ ถ้าเวลาผ่านไปหลังปี 2575 แล้วยังหาสูตรไม่ได้
ก็คงจะแย่เหมือนกัน ผมมีสคริปต์ที่เขียนไว้เป็นภาษา perl ถ้าท่านใด
สนใจก็กรุณาเขียนมานะครับ

อีกอย่างที่เคยได้ยินคือคัมภีร์สุริยะยาตร (ขออภัยถ้าไม่ถูกต้อง)
ที่มีการนำมาใช้ในการคำนวน ถ้ามีโอกาสก็จะตามหาเช่นกัน

ตอนนี้ก็พอได้หลักคร่าวๆ ที่ละเอียดขึ้นจากข้อมูลทั้งในกระทู้นี้และ
อีกกระทู้หนึ่ง แต่ก็คงจะต้องไปทำความเข้าใจต่ออีกพักเพราะเรียน
ตามตรงว่ายังงงๆอยู่หลายส่วน ขอบคุณทุกท่านครับ

 จากคุณ : ขอม [ 15 มิ.ย. 2545 / 17:03:27 น. ]
     [ IP Address : 217.41.24.178 ]


 ความคิดเห็นที่ 44 : (ขอม)

ลืมใส่ email ไว้ครับ
khombkk@yahoo.co.uk

 จากคุณ : ขอม [ 15 มิ.ย. 2545 / 17:05:15 น. ]
     [ IP Address : 217.41.24.178 ]


 ความคิดเห็นที่ 45 : (เป็นงง...)

คัมภีร์สุริยยาตร์ คำนวณตำแหน่งดวงดาวไม่ถูกต้อง (ยกเว้นตำแหน่งอาทิตย์ ซึ่งก็คือ ตำแหน่งโลกของเรา  +180 องศา) แม้แต่ดาวพุธ ดาวศุกร์

ผมกำลังคิดว่า หากมีเวลาจะขอถอดวิธีการนับโดยหมุดมาอีกทีจะดีกว่า เพียงแต่ต้องการหาวันพระ เป็น ขึ้น 1 ค่ำ เดือนไหนสักเดือนหนึ่งก็ได้ แล้วให้รู้ว่า เจ้าวันที่ว่าน่ะ นับถึงหมุดไหนแล้ว จากนั้นก็ให้ทำ algorythm ใหม่ อาจจะใช้ได้ก็ได้

ผมไม่ค่อยชอบใจการใช้ตารางน่ะครับ เพราะมักจะมีขีดจำกัดอยู่มากครับ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการหาย้อนหลังไปหลายๆปี (มากกว่าร้อยปี) แล้วมันไม่ได้ หงุดหงิดใจทุกทีครับ

 จากคุณ : เป็นงง... [ 17 มิ.ย. 2545 / 08:55:37 น. ]
     [ IP Address : 192.168.3.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 46 : (สารพัน)

กะลังตรวจสอบอยู่เช่นกัน...
ผมใช้โปรแกรมที่คำนวนมาจากคัมภีร์สุริยยาตร์...
แต่ก็ตรวจสอบกับ โปรแกมแผนที่ดาวที่มี...
แล้วก็พยายามส่องดูท้องฟ้าอยู่เช่นกัน...
โปรแกรมแผนที่ดาว loadมาจาก...
http://www.kirdkao.org/wiphu/main.html  ...

 จากคุณ : สารพัน [ 17 มิ.ย. 2545 / 11:03:00 น. ]
     [ IP Address : 203.170.186.31 ]


 ความคิดเห็นที่ 47 : (บูชา bujadham@hotmail.com)

เพิ่งทราบว่ามีคนสนใจเรื่องนี้กันจริงจังเลยนะครับ
ค.เป็นงง ครับ  สนใจหาข้อมูลย้อนหลังไปเป็นร้อยๆปี เพื่ออะไรครับ
รบกวนถามเป็นความรู้ครับ

 จากคุณ : บูชา bujadham@hotmail.com [ 17 มิ.ย. 2545 / 12:09:21 น. ]
     [ IP Address : 203.107.139.15 ]


 ความคิดเห็นที่ 48 : (เป็นงง...)

เชื่อหรือไม่ว่า การทำสงครามในแต่ละครั้ง มักจะเริ่มบุกใหญ่ครั้งแรก ในวันพระใหญ่เสมอครับ

 จากคุณ : เป็นงง... [ 18 มิ.ย. 2545 / 11:59:26 น. ]
     [ IP Address : 192.168.3.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 49 : (ศิษย์พระป่า)

แต่สงครามในปัจจุบันเวลาอเมริกาเริ่มถล่มแต่ละครั้งมักจะเอาตอนคืนเดือนมืดข้างแรม  จำได้ตอนถล่มอิรักไหม  พวกเลือกเอาวันที่เดือนมืดมากๆเป็นวันเริ่มตลุยหลังจากวางแผนอย่างดี  แต่ช่วงถล่มอาฟกานิสถานนี่ไม่รอนานถึงขนาดนั้น

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 18 มิ.ย. 2545 / 13:14:15 น. ]
     [ IP Address : 216.218.86.69 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!