ไวพจน์ของนิพพาน
 เนื้อความ :

ส่วนใหญ่เราจะรู้เฉพาะนิพพาน  แต่นิพพานนั้นยังมีมีชื่อเรียกอีกมากมายครับ  จึงขอมอบไว้เพื่อเป็นวิทยาทาน ณ ที่นี้
************************
๑.  โมกขะ  นิพพานชื่อว่าโมกขะ  เพราะเป็นธรรมเป็นที่หลุดพ้น,เพราะเป็นธรรมที่เป็นเครื่องหลุดพ้นจากกิเลสมีราคะเป็นต้น
๒.  นิพพาน   ที่ชื่อว่านิพพพาน  เพราะเป็นสภาพที่ดับสนิท  เหตุเพราะหลุดพ้นจากตัณหาที่เรียกว่าวานะ,เพราะธรรมเครื่องดับไฟคือราคะเป็นต้น,เพราะเป็นสภาพที่สงบจากสังขารธรรมทั้งปวง  สลัดอุปธิทั้งปวง  สิ้นตัณหา  ปราศจากราคะ  ดับราคะ,เพราะไม่มีตัณหา
๓.  ทีปะ  นิพพานชื่อว่าทีปะ  เพราะเป็นธรรมเป็นที่พึ่ง(ทีปธรรม),เพราะเป็นที่พึ่งของสัตว์ผู้ถูกห้องน้ำในสงสารพัดพาไป  ดุจเกาะเป็นที่พึ่งแก่สัตว์ผู้ถูกกระแสคลื่นพัดพาไป,เพราะทำบุคคลผู้หมดกิเลสให้เกิดเป็นเหมือนปทีปดับ
๔.  ตัณหักขยะ  นิพพานชื่อว่าตัณหักขยะ  เพราะเป็นเหตุสิ้นไปแห่งตัณหา,เพราะมีความสิ้นไปแห่งตัณหาเป็นเหตุ
๕.  ปะระ (ปร)  นิพพานชื่อว่าปะระ  เพราะเป็นปฏิปักษ์ต่อราคะเป็นต้น  หรือเพราะมีอรรถประเสริฐสุด
๖.  ตาณะ  (ตาณ)  นิพพานชื่อว่าตาณะ  เพราะเป็นเครื่องต้านตัณหา,เพราะปกป้องบุคคลให้พ้นจากอบายเป็นต้น
๗.  เลณะ  (เลณ)  นิพพานชื่อว่าเลณะ  เพราะเป็นธรรมที่หลบซ่อนหรือหลีกจากภัยในสงสาร
๘.  อรูปะ  (อรูป)  นิพพานชื่อว่าอรูปะ  เพราะเป็นธรรมที่ไม่มีรูปลักษณ์  คือไม่มีรูปร่างสัณฐานว่ายาวและสั้นเป็นต้น
๙.  สันตะ  (สนฺต)  นิพพานชื่อว่าสันตะ  เพราะเป็นธรรมเครื่องสงบ(สันตธรรม) ,เพราะกระทำให้ราคะเป็นต้นสงบลงได้
๑๐.  สัจจะ  (สจฺจ)  นิพพานชื่อว่าสัจจะ  เพราะเป็นปรมัตถสัจจะ(สัจจธรรม),เพราะเป็นธรรมที่ไม่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงหรือเป็นธรรมที่นับเนื่องในสัจจะ ๔
๑๑.  อนาละยะ  (อนาลย)  นิพพานชื่อว่าอนาละยะ  เพราะเป็นธรรมปราศจากตัณหา,เพราะเป็นธรรมที่ไม่มีกิเลส,เพราะไม่มีความอาลัยในกาม
๑๒.  อสังขะตะ  (อสงฺขต)  นิพพานชื่อว่าอสังขะตะ  เพราะเป็นธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง  และเว้นจากลักษณะที่ถูกปรุงแต่ง
๑๓.  สิวะ  (สิว)  นิพพานชื่อว่าสิวะ  เพราะเป็นธรรมอันเกษม,เพราะกระทำความเกษมให้,เพราะเป็นธรรมที่ผู้กลัวภัยในสงสารพึงเสพ,เพราะยังบุคคลให้เข้าไปสงบ
๑๔.  อมตะ  (อมต)  นิพพานชื่อว่าอมตะ  เพราะเป็นสภาพที่พ้นจากความตาย(อมตธรรม),เพราะไม่มีความตาย  จึงชื่อว่าอมตะ
๑๕.  สุทุททสะ  (สุทุทฺทส)  นิพพานชื่อว่าสุทุททสะ  เพราะเป็นธรรมที่เห็นได้ยากยิ่ง,เพราะเป็นธรรมที่มองได้ยากยิ่ง
๑๖.  ปรายณะ  (ปรายณ)  นิพพานชื่อว่าปรายนะ  เพราะเป็นธรรมที่พระอริยะเข้าถึง,เพราะเป็นธรรมเป็นที่ดำรงอยู่แห่งพระอริยบุคคล
๑๗.  สรณะ  (สรณ)  นิพพานชื่อว่าสรณะ  เพราะมีอรรถว่ากำจัดภัย  คือทำลายภัยให้พินาศไป,เพราะเป็นธรรมเป็นที่อาศัยอยู่ของพระอริยะ
๑๘.  อนีติกะ  (อนีติก)  นิพพานชื่อว่าอนีติกะ  เพราะปราศจากทุกข์,เพราะเป็นธรรมที่ไม่มีความชั่วร้ายคืออันตรายและบ่วง,เพราะไม่มีตัณหาที่ชื่อนีติ  ที่นำสัตว์ไปสู่สงสาร
๑๙.  อนาสวะ  (อนาสว)  นิพพานชื่อว่าอนาสวะ  เพราะไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ,เพราะไม่มีอาสวะ ๔ อย่าง(อาสวะ  ๔  คือ  กามาสวะ  อาสวะคือกาม,ภวาสวะ  อาสวะคือภพ,ทิฏฐาสวะ  อาสวะคือทิฏฐิ,อวิชชาสวะ  อาสวะคืออวิชชา)
๒๐.  ธุวะ  (ธุว)  นิพพานชื่อว่าธุวะ  เพราะมีอรรถว่ามั่นคง(ธุวธรรม),เพราะมีความหมายว่ามั่นคงหรือไปสู่ความเป็นมัคคารมณ์
๒๑.  อนิทัสสนะ  (อนิทสฺสน)  นิพพานชื่อว่าอนิทัสสนะ  เพราะเป็นธรรมที่มองไม่เห็นด้วยตา,เพราะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยจักขุวิญญาณ,เพราะเป็นสภาพที่มองไม่เห็น,เพราะเป็นธรรมที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตา
๒๒.  อกตะ  (อกต)  นิพพานชื่อว่าอกตะ  เพราะเป็นธรรมที่ไม่ถูกสร้างขึ้นโดยปัจจัย(ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง)
๒๓.  อปโลกิตะ  (อปโลกิต)  นิพพานชื่อว่าอปโลกิตะ  เพราะเป็นธรรมที่ไม่เลือนหาย  มีอยู่ตลอดกาลหรือเป็นธรรมที่ปรากฏอยู่โดยความเป็นธรรมที่ไม่เสื่อมฯลฯ
๒๔.  นิปุณะ  (นิปุณ)  นิพพานชื่อว่านิปุณะ  เพราะเป็นธรรมที่ละเอียดอ่อน,เพราะเป็นธรรมเครื่องชำระกิเลสของมรรค ๔ ให้หมดจด
๒๕.  อนันตะ  (อนนฺต)  นิพพานชื่อว่าอนันตะ  เพราะเป็นธรรมที่ไม่พินาศ,เพราะเป็นธรรมที่ไม่เสื่อมสลายไปตลอดกาล,เพราะไม่มีที่สุดและไม่มีการกำหนดขอบเขต(ไม่มีขอบเขต)
๒๖.  อักขระ  (อกฺขร)  นิพพานชื่อว่าอักขระ  เพราะเป็นธรรมที่ไม่เสื่อมสลาย,เพราะเป็นธรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออสังขตธรรมคือสิ่งที่เสื่อม
๒๗.  ทุกขักขยะ  (ทุกฺขกฺขย)  นิพพานชื่อว่าทุกขักขยะ  เพราะเป็นธรรมที่ทุกเบียดเบียนไม่ได้,เพราะเป็นเหตุสิ้นทุกข์ทั้งปวง
๒๘.  อัพยาพัชฌะ  (อพฺยาพชฺฌ)  นิพพานชื่อว่าอัพยาพัชฌะ  เพราะเป็นธรรมที่ทุกข์เบียดเบียนไม่ได้,เพราะเป็นธรรมที่ไม่มีความพินาศ
๒๙.  วิวัฏฏะ  (วิวฏฺฏ)  นิพพานชื่อว่าวิวัฏฏะ  เพราะไม่มีกิเลสวัฏฏ์  กัมมวัฏฏ์  และวิปากวัฏฏ์   (ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดด้วยอำนาจกิเลส  กรรม  และวิบาก)
๓๐.  เขมะ  (เขม)  นิพพานชื่อว่าเขมะ  เพราะเป็นแดนเกษม(เขมธรรม),เพราะเป็นธรรมอันเกษมจากไฟมีราคะเป็นต้น,เพราะเป็นสถานที่ไม่มีภัย,เพราะเป็นธรรมเป็นเครื่องดับราคัคคิเป็นต้น
๓๑.  เกวละ  (เกวล)  นิพพานชื่อว่าเกวละ  เพราะเป็นธรรมที่ไม่มีสังขารปรุงแต่ง
๓๒.  อปวัคคะ  (อปวคฺค)  นิพพานชื่อว่าอปวัคคะ  เพราะเป็นสภาพที่เว้นจากสังขาร
๓๓.  วิราคะ  (วิราค)  นิพพานชื่อว่าวิราคะ  เพราะเป็นธรรมปราศจากราคะ  ฯลฯ
๓๔.  ปณีตะ  (ปณีต)  นิพพานชื่อว่าปณีตะ  เพราะเป็นธรรมที่เป็นประธาน,เพราะเป็นธรรมที่ประเสริฐสุด(เป็นธรรมที่ปราณีต)
๓๕.  ปทะ  (ปท)  นิพพานชื่อว่าปทะ  เพราะเป็นธรรมที่ซึ่งพระอริยะเข้าถึง
๓๖.  โยคักเขมะ  (โยคกฺเขม)  นิพพานชื่อว่าโยคักเขมะ  เพราะเป็นธรรมสิ้นโยคะทั้ง  ๔  (กาม  ภพ  ทิฏฐิ  และอวิชชา)
๓๗.  ปาระ  (ปาร)  นิพพานชื่อว่าปาระ  เพราะเป็นธรรมที่สามารถสงบความเร่าร้อนเพราะทุกข์ในสงสาร,เพราะเป็นธรรมที่ไม่เป็นซี่ล้อแห่งสงสารวัฏฏ์.
๓๙.  มุตติ   (มุตฺติ)  นิพพานชื่อว่ามุตติ  เพราะเป็นธรรมอันหลุดพ้นจากกิเลส,เพราะเป็นธรรมหลุดพ้นจากกิเลสและพ้นจากสรีระและอินทรีย์  (ไม่มีตัวตน)
๔๐.  สันติ  (สนฺติ)  นิพพานชื่อว่าสันติ  เพราะเป็นธรรมที่สงบจากกิเลส(สันติธรรม)
๔๑.  วิสุทธิ  (วิสุทฺธิ)  นิพพานชื่อว่าวิสุทธิ  เพราะเป็นธรรมอันหมดจดจากมลทินมีราคะเป็นต้น
๔๒.  วิมุตติ  (วิมุตฺติ)  นิพพานชื่อว่าวิมุตติ  เพราะเป็นธรรมที่พ้นจากสังขารทั้งปวง
๔๓.  อสังขตธาตุ  (อสงฺขตธาตุ)  นิพพานชื่อว่าอสังขตธาตุ  เพราะเป็นธรรมที่มีธาตุที่ไม่ถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุปัจจัย  แต่เป็นธาตุที่ทรงไว้ซึ่งลักษณะความสงบ
๔๔.  สุทธิ  (สุทฺธิ)  นิพพานชื่อว่าสุทธิ  เพราะเป็นธรรมเครื่องชำระมลทินมีราคะเป็นต้น,เพราะชำระสัตว์จากมลทินมีราคะเป็นต้น,เพราะเป็นธรรมที่บริสุทธิ์โดยปรมัตถ์
๔๕.  นิพพุติ  (นิพฺพุติ)  นิพพานชื่อว่านิพพุติ   เพราะเป็นธรรมที่ออกจาตัณหา,เพราะเป็นธรรมที่ปราศจากตัณหาเครื่องกั้นให้ติดอยู่ในสงสาร
๔๖.  อัจจุตะ  (อจฺจุต)  นิพพานชื่อว่าอัจจุตะ  เพราะเป็นธรรมที่ไม่จุติของพระอรหันต์   เป็นสภาพที่พระอริยะถึงแล้ว  ไม่มีการเคลื่อนไปเป็นอย่างอื่น
(ตั้ง  ๑  - ๔๖  นี้  เป็นชื่อที่ใช้เรียกนิพพานทั้งหมด  คือเป็นชื่อของนิพพานทั้งหมด)

 จากคุณ : อปากฏนาม [ 4 ส.ค. 2545 / 17:39:38 น. ]
     [ IP Address : 203.113.32.9 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ขอบคุณครับ)

ขอบคุณครับ อ่านแล้วสบายใจดีจัง

 จากคุณ : ขอบคุณครับ [ 5 ส.ค. 2545 / 09:38:04 น. ]
     [ IP Address : 192.168.3.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ผ่านมา)

น่าจะพิมพ์คาถาในอภิธานมาไว้ด้วยเลย จะได้สมบูรณ์ครับ

อนุโมทนาครับ

 จากคุณ : ผ่านมา [ 6 ส.ค. 2545 / 00:28:51 น. ]
     [ IP Address : 202.133.164.252 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (โชติกะ)

         อนุโมทนาครับ

 จากคุณ : โชติกะ [ 6 ส.ค. 2545 / 00:42:57 น. ]
     [ IP Address : 203.151.225.169 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ศิษย์พระป่า)

ดีจริง,  น่าจะตั้งอีกกระทู้ เอาไวพจน์ ของคำว่า จิต มาลงให้ดูกันให้หมดทุกคำ รู้สึกว่าสับสนกันไม่น้อย  เรื่องตัวรู้ตัวนี้

 จากคุณ : ศิษย์พระป่า [ 6 ส.ค. 2545 / 12:05:56 น. ]
     [ IP Address : 216.218.84.47 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (สปาย)

           แล้ว นิโรธ ล่ะครับ

 จากคุณ : สปาย [ 7 ส.ค. 2545 / 13:44:53 น. ]
     [ IP Address : 203.107.236.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (อปากฏนาม)

ขอบคุณครับคุณสปาย   ผมพิมพ์ข้ามครับ  ข้ามข้อ  ๓๘  ไป  งั้นขอแก้ตัวพิมพ์มาให้ทั้งคาถาเลย
****ชื่อของนิพพานนักปราชญ์ทางภาษาบาลีท่านประพันธ์ไว้เป็นคาถา(คำกลอนบาลี)ไว้   อยู่ในคาถาลำดับที่  ๖,๗,๘,๙  ของคัมภีร์อภิธานฯ  มีใจความว่า
*************************
(คาถาที่๖)
โมกฺโข  นิโรโธ  นิพฺพานํ  ทีโป  ตณฺหกฺขโย  ปรํ
ตาณํ  เลณมรูปํ  จ  สนฺตํ  สจฺจมนาลยํ.
*************************
(คาถาที่๗)
อสงฺขตํ  สิวมมตํ  สุทุทฺทสํ  ปรายณํ  สรณมนีติกํ  ตถา
อนาสวํ  ธุวมนิทสฺสนากตา-  ปโลกิตํ  นิปุณมนนฺตมกฺขรํ.
*****************************
(คาถาที่๘)
ทุกฺขกฺขโย  พฺยาพชฺฌํ  จ  วิวฏฺฏํ  เขม  เกวลํ
อปวคฺโค  วิราโค  จ  ปณีตมจฺจุตํ  ปทํ.
*****************************
(คาถาที่  ๙)
โยคกฺเขโม  ปารมปิ  มุตฺติ  สนฺติ  วิสุทฺธิโย
วิมุตฺยสงฺขตธาตุ-  สุทฺธินิพฺพุติโย  สิยํ.
*****************************
ศัพท์สุดท้ายอยากพิมพ์เป็นสิยุง  แต่พิมพ์ไม่ได้ครับ  เลยได้แค่นั้น
เอาเป็นว่าเพิ่ม  นิโรธ  เข้าไปตัวหนึ่งนะครับ   เพราะผมพิมพ์ข้ามไป

 จากคุณ : อปากฏนาม [ 7 ส.ค. 2545 / 23:54:12 น. ]
     [ IP Address : 203.113.34.239 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!