ปริศนาธรรม
 เนื้อความ :

ปริศนาธรรมเซ็นบทหนึ่ง   มีอยู่ว่า

"ฉันเดินไปตัวเปล่า...
แต่ในมือกลับถือจอบ
เมื่อฉันเดินขึ้นสะพาน…
น้ำกลับนิ่ง…สะพานกลับไหล"

 จากคุณ : คนป่า [ 12 ก.พ. 2546 / 20:02:49 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ปล่อยรู้)

ยังคิดไม่ออก เลยบอกไม่ได้
รีบพูดออกไป เดี๋ยวใจถลอก...

รอฟังเฉลย สเบยอุรา
ตะเกียบรอท่า อ้าคีบมากิน...

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 13 ก.พ. 2546 / 05:17:53 น. ]
     [ IP Address : 202.133.131.178 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ปล่อยรู้)

พึ่งจะคิดออก เลยลองบอกดู
แต่ก็ไม่รู้ จะใช่ ไม่ใช่...

ภายนอกวุ่นวาย  ภายในว่างเปล่า
สะพานทอดยาว หยุดก้าวก็ถึง
น้ำไหลใจนิ่ง  น้ำนิ่งหยุดไหล  ทุกสิ่งอยู่ที่ใจ...ใช่ไหม...คนป่า

 จากคุณ : ปล่อยรู้ [ 13 ก.พ. 2546 / 06:32:51 น. ]
     [ IP Address : 202.133.131.251 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (คนอารมณ์ดี)

ในคำถามมันก็คือคำตอบของมันอยู่แล้ว ลึกนะ ...ลึกซึ้งมากเลย

 จากคุณ : คนอารมณ์ดี [ 13 ก.พ. 2546 / 10:26:14 น. ]
     [ IP Address : 202.44.4.28 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ไก่ป่า)

ฉันเดินไปตัวเปล่า    คือ  จิตที่ไม่มีตัณหาอุปาทาน
แต่ในมือฉันกลับถือจอบ   คือ  จิตที่เปรี่ยมด้วย วิชชา  ความรู้แจ้ง เปรียบเสมือนจอบที่ขุดเอาอวิชชาออก 
เมื่อฉันเดินขึ้นสพาน    คือ   พิจารณาสังขารลงสู่ไตรลักณ์ 
น้ำกลับนิ่ง    คือ  เห็นวิสังขารหรือนิพพานธาตุ  สภาวะธรรมชาติที่นิ่ง  ไม่มีอะไรปรุงแต่ง  เที่ยงแท้อยู่อย่างนั้น
สะพานกลับไหล  คือ  ธรรมชาติของสังขารมันเกิดขึ้นแล้วก็แปรปรวนสลายไป
มันก็เกิดดับของมันอยู่อย่างนั้น  ผู้รู้แจ้งท่านจึงไม่อุปาทาน ว่าตัวเรา  ว่าของเรา
ถูกหรือผิดไม่รู้นะเราเห็นอย่างนี้ 

 จากคุณ : ไก่ป่า [ 13 ก.พ. 2546 / 11:10:50 น. ]
     [ IP Address : 68.42.154.50 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (คนป่า)

แต่ละท่าน...เฉียบแหลม    ไม่มีถูกไม่มีผิด
แล้วแต่จะว่าอย่างไร  ก็ว่ากันไป...

ท่านปล่อยรู้...สาธุค่ะ   ทุกสิ่งอยู่ที่ใจ 
คิดเท่าไรก็ไม่รู้   จะรู้ก็ต่อเมื่อหยุดคิด
เราลองเดินข้ามสะพานตอนจิตว่างดูมั๊ยล่า..า..?
ลองดู  แล้วบอกกันบ้างนะคะ
นี่แหละเซ็น...ว่ากันเฉพาะอาการจิตล้วน ๆ 

สาธุค่ะท่านไก่ป่า   ปรมาจารย์แห่งปริศนาธรรม
คนป่าขอไปลองข้ามสะพานดูอะไรมันนิ่งมันไหลก่อนนะคะ

 จากคุณ : คนป่า [ 13 ก.พ. 2546 / 11:29:40 น. ]
     [ IP Address : 203.170.240.18 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (webmaster)

budpage ขออนุญาต นำปริศนาข้อนี้ไปเผยแพร่ที่เว็บไซต์
http://www.budpage.com จะได้หรือไม่ครับ (อีกสองวัน)
   อนึ่ง ไม่ทราบว่า ปริศนาธรรมนี้มีภาพประกอบด้วยหรือเปล่าครับ

 จากคุณ : webmaster [ 13 ก.พ. 2546 / 11:50:17 น. ]
     [ IP Address : 203.170.240.230 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (อวดรู้)

ขอขยายความ ความคิดเห็นที่ 3 ของคุณ "คนอารมณ์ดี" ดังนี้
ฉันเดินไปตัวเปล่า - ฉันทิ้งแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อหาทางหลุดพ้น
แต่ในมือกลับถือจอบ - มีก็แต่ปัญญา (จอบ) เพื่อขุดลอกกิเลส
เมื่อฉันเดินขึ้นสะพาน - เมื่อฉันเดินขึ้นสู่วิถีแห่งมรรค เพื่อข้ามโอฆะนั้น
น้ำกลับนิ่ง.......สะพานกลับไหล - ธรรมอันเป็นเครื่องดับกิเลสก็ไหลไป ๆ กิเลส 108 ตันหา 1500 พลันถูกสะกดให้นิ่งอยู่ฉะนั้น
อ่านปริศนาธรรมนี้ ดั่งกับว่าคุณคนป่าเขียนขึ้นมาจากการปฏิบัติของตนเอง

 จากคุณ : อวดรู้ [ 13 ก.พ. 2546 / 12:09:20 น. ]
     [ IP Address : 203.107.161.52 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (pim)

ไม่กล้าตอบเพราะภูมิรู้ไม่ถึง
แต่ลักษณะคล้ายๆอย่างนี้ ท่านเว่ยหล่าง เคยตอบคนอื่นว่า
*****ใจ(ที่คิดปรุงแต่ง)ขยับ หามีสิ่งอื่นใดไม่*****

 จากคุณ : pim [ 13 ก.พ. 2546 / 14:04:32 น. ]
     [ IP Address : 203.113.77.68 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (ปิติ)

มองสิ่งที่นิ่งให้มันเป็นสิ่งที่ไหลได้ น่าอนุโมทนายิ่ง
แต่ถ้ามองทั้งสิ่งนิ่งและสิ่งไม่นิ่ง แล้วรู้ว่ามันไหล,มันไม่ใช่,มันไม่มี,มันเปล่า,มันอะไร
ยิ่งน่าอนุโมทนา

 จากคุณ : ปิติ [ 13 ก.พ. 2546 / 14:59:55 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (aratana)

ไม่ต้องแปล..ก็ชัดอยู่แล้ว

 จากคุณ : aratana [ 13 ก.พ. 2546 / 19:19:05 น. ]
     [ IP Address : 203.113.61.197 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (webmaster)

budpage ได้ตั้งกระทู้ปริศนาธรรมทำนองนี้ไว้บ้างแล้ว
ที่ http://www.budpage.com/bt24.html
ขอเชิญท่านผู้รู้ไปช่วยไขปริศนากันด้วยนะครับ
อีกสองวัน budpage จะชักชวนสมาชิกประมาณ 400-500 คน
ไปอ่านกันครับ

 จากคุณ : webmaster [ 13 ก.พ. 2546 / 19:47:46 น. ]
     [ IP Address : 203.170.240.230 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (เมธาพร)

มองต่างมุม 180 องศา.............
ฉันเดินไปตัวเปล่า  แต่มือกลับถือจอบ 
หมายถึงสละกิเลสละทิ้งทุกอย่าง แต่ยังแอบจิตแบกภาระติดตัว
เมื่อฉันเดินขึ้นสะพาน    น้ำกลับนิ่ง สะพานกลับไหล
ปฏิบัติไปได้ระยะหนึ่ง พบว่า  สิ่งต่างๆไม่เป็นไปตามธรรมชาติ   น้ำที่ควรไหลกลับนิ่ง   สะพานที่นิ่งกลับไหล   จิตใจไม่สงบ  เห็นสรรพสิ่งแตกต่างจากธรรมชาติที่ควรจะเป็น

ฉันโยนจอบทิ้ง    น้ำที่นิ่งกลับไหล  สะพานที่ไหลกลับนิ่ง   ฉันจึงได้วิ่งข้ามสะพานไป....
 

 จากคุณ : เมธาพร [ 13 ก.พ. 2546 / 20:06:43 น. ]
     [ IP Address : 202.133.167.22 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (คนป่า)

เรียน   webmaster
ธรรมะควรเผยแพร่ยิ่ง   ไม่มีภาพประกอบหรอกค่ะ  คนป่าจำมา
จากหนังสืออะไรก็ลืมไปแล้ว    ไม่มีคำเฉลยอีกต่างหาก

ทุกท่านที่แสดงความหมายมา   ล้วนแล้วแต่เป็นปัญญาเพื่อความหลุดพ้น

คนป่าคิดว่าผู้เขียนปริศนาธรรมบทนี้  อาจแสดงออกมาขณะที่
ถือจอบเดินข้ามสะพาน   ซึ่งคนป่าพิจารณาตามปัญญาอันน้อยนิดได้ว่า

"เดินไปตัวเปล่า"  แสดงออกถึงจิตที่ว่างจากตัวตน  ไม่มีความยึดมั่นถือมั่น
แต่กายมีจอบอยู่ในมือ  เป็นเพียงรูปเท่านั้น
"น้ำกลับนิ่ง"   จิตนิ่งมีสภาพคล้ายกับน้ำที่ไร้คลื่น

"สะพานกลับไหล"  อันนี้เมื่อตากระทบรูป (สะพาน)  ภาพที่เกิดทางตา
เกิดดับถี่ยิบติดต่อกัน   แต่ถ้าหากถอยออกมานิดหนึ่ง   จะเห็นภาพสะพาน
ไหลไปทางด้านหลัง    ขณะที่เราเดินไปข้างหน้า

หากคนป่าผิดพลาดอย่างไรก็ขออภัยค่ะ    ขอผู้รู้ชี้แนะด้วย
ธรรมที่ทุกท่านแสดงมา   คนป่าน้อมรับพิจารณาแล้วก็เกิดปัญญาตามค่ะ  
   _/|\_  สาธุ...

 จากคุณ : คนป่า [ 14 ก.พ. 2546 / 08:27:11 น. ]
     [ IP Address : 203.170.240.18 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (นิรนามโรงทาน)

เรียนความคิดเห็นที่ 6 ( webmaster )

ภาพนี้น่าจะอยู่ที่ผนังกำแพงในโรงมหรสพทางวิญญาณของสวนโมกข์ สุราษฏร์ 
หรือหาได้ที่หนังสือภาพธรรมคำกลอน ของท่านพุทธทาสภิกขุ
อีกที่หนึ่งน่าจะเป็นหนังสือของท่านธีรทาส
ลองหาดูน่าจะพบนะครับ

ขออนุโมทนาทุก ๆ ท่านครับ

 จากคุณ : นิรนามโรงทาน [ 14 ก.พ. 2546 / 08:34:39 น. ]
     [ IP Address : 202.133.132.99 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (ไก่ป่า)

อธิบายให้ละเอียด 
ฉันเดินไปตัวเปล่า  คือ  จิตที่มุ่งต่อความพ้นทุกข์  สลัดเครื่องพันธนาการต่างๆออกไม่ยึดมั่นถือมั่น   
แต่ในมือกลับถือจอบ  คือ   ศีล    สมาธิ   ปัญญา     ศีลคือด้ามจอบ  สมาธิคือจอบ   ปัญญา  คือคมจอบ   เพื่อไปขุดเอารากเหง้าของกาฝากนั้นออก  กาฝากนั้นเปรียบเสมือน   ตัณหา  อุปาทาน   ซึ่งสืบทอดมาจากอวิชชานั่นเอง    ซึ่งเปรียบเสมือนกาฝากที่แอบแฝงอาศัยอยู่ในจิต  และครอบงำจิต   ทำให้จิตไม่มีอิสระภาพ      อวิชชา(ความโง่ไม่รู้จริง)เป็นปัจจัย  ให้เกิดสังขาร  ความคิดปรุงแต่งอารมณ์ ขึ้นมา
เมื่อฉันเดินขึ้นสะพาน  คือ   จิตพิจารณา  เห็นว่าเวทนานั้นเป็นสะพานของจิตที่เชื่อมต่อกับตัณหา  อุปาทาน  ภพ     จิตรูแจ้งว่าเวทนาไม่เที่ยง  เกิดแล้วดับไป
น้ำกลับนิ่ง  คือ  จิตเข้าถึงความเป็นกลาง  เพราะเดินผ่านสะพานนั้นไปแล้ว
คือจิตไม่มีความยึดมั่นในเวทนานั่นเอง  เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างจิตกับตัณหา     เมื่อจิตพ้นจากการพัดของกระแสตัณหา   จิตก็นิ่งจิตเป็นกลางจิตว่าง
ทรงอยู่กับเอกธรรมชาติ  ที่เที่ยง  นั่นคือจิตเข้าถึงที่อยู่ที่แท้จริง  จิตนั้นแลเป็นที่พึ่งของจิต   จิตเข้าถึงแดนเกษม  จิตเข้าถึงความเป็นกลางเรียกว่าใจ
สะพานกลับไหล   คือ  อาการที่ไม่เที่ยง ของเวทนานั่นเอง     ส่วนจิตนั้นเมื่อพรากจากเวทนาได้แล้ว  จิตนิ่งจิตว่างเป็นกลาง   
อธิบายให้สอดคล้องกับ  หลักปฏิจสมุปบาท   และไตรสิกขา  พิจารณาขันธ์ห้าลงสู่ไตรลักษณ์   เพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
ช่วยกันขบคิดตามภูมิปัญญา  ไม่ใช่ว่าหิวตอบปัญหาธรรมะหรอกนะ  ผู้ที่หิวคือผู้ที่ยังไม่อิ่มผู้ที่อิ่มแล้วย่อมไม่หิว  ผู้ที่หิวก็ย่อมมีความอยากเมื่อมีอยากก็มียึดเมื่อมียึดก็มีทุกข์   เพราะความไม่รู้แจ้ง

 จากคุณ : ไก่ป่า [ 14 ก.พ. 2546 / 10:08:44 น. ]
     [ IP Address : 68.42.154.50 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (คนป่า)

สาธุ...ท่านไก่ป่า  ขันเสียงธรรมได้ไพเราะจัง

 จากคุณ : คนป่า [ 14 ก.พ. 2546 / 15:15:49 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (คนผ่านทาง)

เมื่อเราทำอะไรด้วยความรู้สึกตัว.... ใจเราจะไม่หลง ถือจอบ
เมื่อหลงเข้าไปในความคิด ทุกอย่างกลับไหล ทำให้ดูเหมือนนิ่ง หรือ แช่กับอารมณ์ที่หลงนั้น

 จากคุณ : คนผ่านทาง [ 15 ก.พ. 2546 / 13:33:56 น. ]
     [ IP Address : 203.146.235.85 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (คนป่า)

อุ๊ย...ท่านคนผ่านทาง...คนป่า   กราบ..บ..บ..

 จากคุณ : คนป่า [ 15 ก.พ. 2546 / 14:23:15 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (เมธาพร)

เดินตัวเปล่า  ใยต้องถือจอบ  เป็นนักบวชจะเอาไปทำไม  
เห็นน้ำนิ่ง  สะพานไหล  เหมือนที่เรานั่งรถกลับเห็นเสาไฟฟ้าวิ่ง  ไปผัสสะกับสิ่งที่อยู่ภายนอก  มองดูแตกต่างไปจากธรรมชาติที่มันควรเป็น    ....กลับไปยึดถือเป็นจริงจัง   
เฮ้ย  ตื่นได้แล้ว...

 จากคุณ : เมธาพร [ 15 ก.พ. 2546 / 14:46:20 น. ]
     [ IP Address : 203.107.148.191 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (Nothing)

ยิ่งตอบยิ่งอธิบายก็ยิ่งห่างไกลความจริง...และแม้อยู่นิ่ง ๆ ก็ห่างไกลความจริงเหมือนกัน...

 จากคุณ : Nothing [ 15 ก.พ. 2546 / 17:21:02 น. ]
     [ IP Address : 203.113.60.72 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (อวดรู้)

นิกายเซ็น ต้นกำเนิดจากประเทศจีน แยกจากศาสนาพุทธฝ่ายมหายาน ในคัมภีร์
พุทธฝ่ายมหายานนั้น เมื่อกล่าวถึงห้วงน้ำ ทะเล จะหมายถึงทุกข์ ตัณหา กิเลส เมื่อพูดถึงอีกฝั่งของห้วงน้ำ ย่อมหมายถึงดินแดนแห่งนิพพาน ดินแดนแห่งความหลุดพ้น จากฝั่งนี้ไปยังฝั่งโน้นจะอาศัย "ยาน" พาไป ข้ามกิเลส ตัณหา ทุกข์ เมื่อมีสะพานทอดจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้น สะพานนั้นย่อมจะเป็น "ทาง" นำไปสู่ฝั่งโน้นอันเป็นดินแดนหลุดพ้น
------------------------------------------------------------------------------------------------
การเปรียบเทียบความมั่นคง หรือความนิ่งของจิต แม้ทางเถรวาทก็ไม่เปรียบกับความนิ่งของน้ำ เพราะน้ำกระเพื่อมได้ง่ายมาก ถูกอะไรเล็กน้อยก็ย่อมไหว แต่จะนำเอาหินผามาเปรียบเทียบกับความนิ่ง(ความเป็นกลาง)ของจิตนี้เป็นประการแรก
อย่าสักแต่ว่าเห็นคำว่านิ่ง ไม่ว่าในที่ได ก็เอามาเปรียบกับจิตที่นิ่ง นี่เป็นเพียงสัญญาเท่านั้นหรอก
ประการที่สอง ถ้าสะพานหมายถึง เวทนาที่เป็นเครื่องเชื่อมต่อระหว่างจิตกับตัณหา อุปาทาน ภพ แล้วอีก 4 ขันธ์เล่า? ไยไม่เป็น "เมื่อฉันเดินขึ้นสะพาน
ทั้ง 5"?
แท้ที่จริงแล้ว "ความเกิดขึ้นแห่งเวทนาย่อมมี เพราะความเกิดขึ้นแห่งอวิชา...ตัณหา...กรรม...ผัสสะ"
ประการสาม การไหลของสะพานจะอธิบายเป็นการไม่เที่ยงของเวทนาได้อย่างไร ไยไม่เป็น "สะพานไหลๆหยุดๆ"เล่า?
อนึ่งการพิจารณาขันธ์ 5 ลงสู่ไตรลักษณ์ ก็ยังห่างไกลกับการทำให้แจ้งซึ่งพระ
นิพพาน เมื่อพิจารณาอนิจจา ก็ละนิจจสัญญาได้ เมื่อพิจารณาทุกข์ ย่อมละ
สุขสัญญาได้ เมื่อพิจารณาอนัตตา ย่อมละอัตตสัญญาได้ นี่ก็ได้เพียง 3 ในวิปัสสนา 18
------------------------------------------------------------------------------------------------
การแก้ปริศนาของเซ็น อย่าคิดให้ซับซ้อนเกินไปเลย เพราะยิ่งตีความจะยิ่งงง ไม่มีอะไรอยู่ในกอไผ่หรอกครับ ขอเชิญชวนผู่ฉลาดในธรรมทั้งหลายมาช่วยแก้ปริศนาธรรมนี้ด้วยกัน

 จากคุณ : อวดรู้ [ 15 ก.พ. 2546 / 20:18:08 น. ]
     [ IP Address : 203.107.141.23 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (ไก่ป่า)

คุณอวดรู้ครับ
บทความที่ว่า  อนึ่งการพิจารณาขันธ์ห้าลงสู่ไตรลักษณ์
ก็ยังห่างไกลการกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
บทความนี้ความเห็นขัดแย้งกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า   ผมจึงขอให้คุณศึกษาปริยัติเพิ่มเติมอีกครับ
ธรรมะที่บัญญัติในพระไตรปิฏก  ย่นย่อลงที่ ไตรสิกขา
ศีล   สมาธิ  ปัญญา  ก็ขันธ์ห้าเป็นที่ปฏิบัติศึกษาค้นคว้าหาอริยสัจธรรม  ประพฤติศีลเพื่อรักษากาย  วาจา  ใจให้เรียบร้อย ไม่ทำปาบ  ทั้งปวง   สมาธิก็คือทำจิตให้ตั้งมั่น  เมื่อจิตตั้งมั่นก็เกื้อหนุน  ปัญญา พิจารณา ขันธ์ห้าให้เห็นตามเป็นจริงตามอนิจจลักษณะ  เมื่อรู้แจ้งตามเป็นจริง ก็เบื่อหน่ายคลายความหลง  จิตก็ปล่อยวาง จากความยึดมั่นถือมั่น  จิตก็เป็นอิสระ จากกิเลส  เพราะกิเลสนั้นอาศัยขันธ์ห้าเป็นเรือนอาศัย  เมื่อไม่ยึดมั่นขันธ์ห้าก็
เป็นการรื้อเรือนของกิเลส

สัพพา  เต ผาสุกา  ภัคคา คะหะกูฏัง  วิสังขะตัง
โครงเรือนทั้งหมดของเจ้า เราหักเสียแล้ว  ยอดเรือนเราก็รื้อเสียแล้ว  

(ยอดเรือนคือวิญญาน(ธาตุรู้)หรือว่าจิตนั่นเอง)เมื่อไม่มีผู้ไปยึดว่าเป็นตัวตนกิเลสก็ไม่มีที่อยู่

วิสังขาระ  คะตัง  จิตตัง  ตัณหานัง  ขะยะมัชฌะคา
จิตของเราถึงแล้วซึ่งสภาพอะไรปรุงแต่งไม่ได้อีกต่อไป
มันได้ถึงแล้วซึ่งความสิ้นไปแห่งตัณหา(คือถึงพระนิพพาน)

ยกเอาพุทธพจณ์ขึ้นมาอ้างอิงจึงเห็นภาพได้ชัดเจนพอจะเอาเป็นหลักยึดเป็นที่ตัดสินถูกหรือไม่ถูกเพื่อความเข้าใจถูกต้องครับ

 จากคุณ : ไก่ป่า [ 16 ก.พ. 2546 / 06:38:06 น. ]
     [ IP Address : 68.42.154.50 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (คนผ่านทาง)

สาธุ... ท่านคนป่า  _/|\_

 จากคุณ : คนผ่านทาง [ 16 ก.พ. 2546 / 07:21:25 น. ]
     [ IP Address : 203.146.253.17 ]


 ความคิดเห็นที่ 24 : (คนป่า)

พวกเรามาดูสิ่งทั้งหลายโดยไม่ลงไปคิดกันเถอะ
ย่อมพบความจริงที่พูดไม่ได้

 จากคุณ : คนป่า [ 16 ก.พ. 2546 / 07:29:02 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 25 : (อวดรู้ผิดๆ)

คุณไก่ป่าพูดถูกครับ

 จากคุณ : อวดรู้ผิดๆ [ 16 ก.พ. 2546 / 10:53:09 น. ]
     [ IP Address : 203.107.161.84 ]


 ความคิดเห็นที่ 26 : (ชาวเขา)

ดูมันเกิดมันดับ  เห็นชัดแล้วมันก็ปล่อย..
คำพูดก็เป็นเพียงความคิด   ไม่ลงไปคิด
แต่ใช้มันให้เป็นประโยชน์ได้ใช่ไหมคะ?

 จากคุณ : ชาวเขา [ 16 ก.พ. 2546 / 11:30:03 น. ]
     [ IP Address : 202.57.174.58 ]


 ความคิดเห็นที่ 27 : (เมธาพร)

คิดอย่างเซน
มองดูทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามภาวะและหน้าที่ตามธรรมชาติที่มันเป็นโดยไม่ปรุงแต่ง....  มีจิตที่ตื่นพร้อมอยู่เสมอ...
อย่างน้อยนิทานเซนบทนี้   ก็ช่วยให้เห็นสภาวะธรรมบางอย่าง..  

 จากคุณ : เมธาพร [ 16 ก.พ. 2546 / 17:35:37 น. ]
     [ IP Address : 203.107.150.230 ]


 ความคิดเห็นที่ 28 : (คนป่า)

สาธุค่ะท่านเมธาพร

 จากคุณ : คนป่า [ 16 ก.พ. 2546 / 20:04:26 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 29 : (วิริยะ)

ขอเล่นดัวยคนครับ...

ฉันเดินไปตัวเปล่า    - ฉ้นอยู่ในความว่าง
แต่ในมือกลับถือจอบ - ความว่างมิใช่ปราศจากการกระทำ
เมื่อฉันเดินขึ้นสะพาน
น้ำกลับนิ่ง              - ในความว่าง สังสารวัฏไม่แตกต่างจากนิพพาน
สะพานกลับไหล      - ในความว่าง นิพพานไม่แตกต่างจากสังสารวัฏ

 จากคุณ : วิริยะ [ 16 ก.พ. 2546 / 22:04:05 น. ]
     [ IP Address : 202.28.21.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 30 : (คนป่า)

_/|\_   ^_^ 

 จากคุณ : คนป่า [ 16 ก.พ. 2546 / 22:13:24 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 31 : (คนอุบล)

ธรรมชาติอยู่อย่างนี้มานานแสนนาน
อะไรนิ่ง อะไรเคลื่อนไหว
มองไปก็มองไม่เห็น
ต้องมองกลับมาที่ จิต
จึงรู้ว่า สิ่งที่เคลื่อนไหว อยู่ที่นี่ นี่เอง

 จากคุณ : คนอุบล [ 18 ก.พ. 2546 / 10:37:43 น. ]
     [ IP Address : 203.156.14.208 ]


 ความคิดเห็นที่ 32 : (คนป่า)

สาธุ...ค่ะท่านคนอุบล   ชัดเจนมากเลย

 จากคุณ : คนป่า [ 18 ก.พ. 2546 / 20:22:43 น. ]
     [ IP Address : 203.113.46.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 33 : (พรธวัช)

สาธุ สำหรับนักปฏิบัติธรรมทั้งหลายครับ  และขอกราบขอบพระคุณคุณคนป่าที่ช่วยนำธรรมมาเผยแพร่ที่ลานธรรมแห่งนี้ ให้ผู้ปฏิบัติ หรือผู้สนใจได้ศึกษาครับ

 จากคุณ : พรธวัช [ 20 ก.พ. 2546 / 16:35:39 น. ]
     [ IP Address : 203.170.234.80 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!