หัวใจของพุทธศาสนาคืออะไร
 เนื้อความ :

หากใช้ความคิดความเข้าใจของคุณโดยไม่ยกตำรา คัมภีร์หรือความพูดของครูบาอาจารย์ใดๆ คุณจะตอบคำถามนี้ว่าอย่างไร

 จากคุณ : m [ 18 ก.พ. 2546 / 22:22:01 น. ]
     [ IP Address : 203.146.254.235 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (ดังตฤณ)

ไม่ยกคงไม่ได้หรอกครับ
เพราะมิฉะนั้นจะแปลว่าพุทธศาสนานั้น ใครก็คิดขึ้นได้
แต่ที่เรามีพุทธศาสนาพอเป็นร่มเงาให้เชื่อได้ เย็นใจได้
ก็เพราะยอมรับตรงกันว่าประมุขของศาสนามีองค์เดียว
คือพระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ธรรม เห็นแจ้งความจริง หมดกิเลสแน่แท้แล้ว

เมื่อพระพุทธองค์ตรัสถึงแก่น หรืออาจตีความว่าเป็นหัวใจของศาสนาพุทธ
ท่านตรัสไว้ในจูฬสาโรปมสูตร พระสุตตันตปิฎกเล่ม ๔ ใจความสำคัญว่า...

การประพฤติพรหมจรรย์ในพุทธศาสนามิใช่มีลาภสักการะและความสรรเสริญเป็นอานิสงส์ มิใช่มีความถึงพร้อมแห่งศีลเป็นอานิสงส์ มิใช่มีความถึงพร้อมสมาธิเป็นอานิสงส์ มิใช่มีญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ พรหมจรรย์นี้มี ความหลุดพ้นแห่งใจอันไม่กลับกำเริบ เป็นประโยชน์ เป็นแก่น เป็นที่สุด

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 18 ก.พ. 2546 / 22:27:00 น. ]
     [ IP Address : 202.133.162.162 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (จันทรังสี)

พระพุทธเจ้าออกบวชเพื่ออะไร?
พระพุทธเจ้าค้นพบอะไร?

ก็อันนั้นล่ะครับที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา

 จากคุณ : จันทรังสี [ 18 ก.พ. 2546 / 22:28:21 น. ]
     [ IP Address : 202.133.149.109 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (ติสโร)

สำหรับความเห็นของผม
อริยสัจ คือ แก่น(หัวใจ)ของพระพุทธศาสนาครับ

 จากคุณ : ติสโร [ 18 ก.พ. 2546 / 23:04:06 น. ]
     [ IP Address : 203.113.35.11 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (พอ)

หัวใจที่บริสุทธิ์

 จากคุณ : พอ [ 18 ก.พ. 2546 / 23:43:00 น. ]
     [ IP Address : 203.156.22.67 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง)

สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ
ธรรมทั้งปวงเป็น อนัตตา

 จากคุณ : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง [ 18 ก.พ. 2546 / 23:54:49 น. ]
     [ IP Address : 203.113.80.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (pat)

เชื่อในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เห็นอริยสัจ 4
ละการทำชั่วทั้งปวง
ทำกุศลให้ถึงพร้อม
บำเพ็ญจิตให้ขาวรอบ

 จากคุณ : pat [ 19 ก.พ. 2546 / 05:06:04 น. ]
     [ IP Address : 202.183.176.160 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (ไก่ป่า)

ถ้าไม่ยกตำรา  คัมภีร์  พระไตรปิฏก  หรือคำพูดจากอาจารย์
ผมไม่สามารถตอบคำถามจากคุณได้ครับ    เพราะผมไม่ใช่ผู้ตรัสรู้ธรรม
แต่ถ้าจะให้อธิบายโดยการอ้างอิงตำรานั้น   ผมตอบได้ครับ
พระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์   เป็นที่พึ่งของผม  ถ้าจะถือดีว่าตัวเองเลิศเลอกว่า
พระรัตนตรัย   ผู้นั้นก็ไม่ใช่ผู้นับถือศาสนาพุทธ  เป็นคนศาสนาอื่นก็เท่านั้น

 จากคุณ : ไก่ป่า [ 19 ก.พ. 2546 / 05:26:04 น. ]
     [ IP Address : 68.42.154.50 ]


 ความคิดเห็นที่ 8 : (Papa)

สัพเพ ธรรมา นาลัง อภินิเวสาละ

 จากคุณ : Papa [ 19 ก.พ. 2546 / 08:33:34 น. ]
     [ IP Address : 203.107.147.117 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (สารพัน)

ตำราว่าไว้เยอะ...ครูอาจารย์ก็กล่าวไว้มาก...
เข้าใจตามง่ายๆว่า...ฝึกตนให้เป็นผู้รู้...
ลอดรูให้หลุดจากบ่วงทั้งปวง...
บ่วงสุดท้ายที่รัดอยู่คือตัวและตน...
จะคิดจะหาทางเองบอกตรงๆปัญญามีไม่พอ...
ขนาดเดินตามทางที่ถางไว้ยังงง...และ...
เถียงกันในหมู่คณะอยู่เลย...

 จากคุณ : สารพัน [ 19 ก.พ. 2546 / 08:56:03 น. ]
     [ IP Address : 203.155.120.31 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (พลอยยินดี)

"ทุกข์...และทางดับทุกข์"

 จากคุณ : พลอยยินดี [ 19 ก.พ. 2546 / 10:43:04 น. ]
     [ IP Address : 203.154.76.208 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (เดาถูก)

คือการฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์ด้วยผงซักฟอกธรรมะของพระพุทธเจ้า

 จากคุณ : เดาถูก [ 19 ก.พ. 2546 / 13:57:55 น. ]
     [ IP Address : 203.113.57.69 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (pptpbss@hotmail.com)

...จิตใจของคนทุกๆคน...คือหัวใจของพุทธศาสนาครับ

 จากคุณ : pptpbss@hotmail.com [ 19 ก.พ. 2546 / 15:46:59 น. ]
     [ IP Address : 203.151.39.193 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (พายุธรรม)

ทำตัวเองให้เป็นธรรมชาติ โดยวิถีทางธรรม

 จากคุณ : พายุธรรม [ 19 ก.พ. 2546 / 16:22:57 น. ]
     [ IP Address : 202.130.190.99 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (อัปปมัญญา)

การบำเพ็ญพรหมจรรย์ให้ถึงพร้อมในเบื้องต้น ท่ามกลาง และในที่สุด
เพื่อหลุดพ้นกิเลสตัณหา อืมม ทำให้คิดถึงตำราเรียนพุทธศาสนาในอดีต
สมัยประถมโน่นน อ่านแล้วจำติดใจมาจนวันนี้ คือ
" ไม่ทำความชั่ว ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องใส "

 จากคุณ : อัปปมัญญา [ 19 ก.พ. 2546 / 18:36:03 น. ]
     [ IP Address : 203.151.39.122 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (m)

เจตนาที่ผมไม่ต้องการให้ยกตำราหรือคำสอนของครูบาอาจารย์
ก็เพราะผมรู้สึกว่าความจำกับความจริงนั้นเป็นคนละเรื่อง
ถ้าให้ยกตำรามาตอบได้ ผมรู้สึกคล้ายๆ กับกำลังตอบคำถามวิชาพุทธศาสตร์
ในโรงเรียนที่อาจารย์ถามว่า วันวิสาขบูชาสำคัญอย่างไร ไตรลักษณ์คืออะไร
เราก็จะไปดูจากตำรามาตอบ หากถามว่าหัวใจของพุทธศาสนาคืออะไร
เราก็จะไปดูแล้วคิดว่าในตำราไม่มีคำว่าหัวใจมีแต่แก่น น่าจะมีความหมายแทนกันได้ (ขออภัยครับพี่ดังตฤณและพี่ติสโร ไม่ได้ตั้งใจจะพูดกระทบครับ) นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ไม่ใช้คำว่าแก่น ถ้าหากผมให้อ้างอิงตำรามาตอบได้ ผมอยากได้ยินใครบอกผมว่า คุณลองไปเปิดคำภีร์เล่มนี้ หน้านี้ดูสิ ผมจะดีใจมากถ้าผมต้องเอาคำตอบนี้ไปส่งอาจารย์โดยที่ผมขี้เกียจค้นหาเอง
จริงๆ คำถามนี้ไม่ยากที่จะตอบ แต่ที่ยากคือความกล้าที่จะตอบ กล้าที่จะยอมรับกับคำวิจารณ์ และพร้อมที่จะเข้าใจผู้อื่น เราอยู่ในสังคมที่มีคนเก่งเยอะ มีครูบาอาจารย์ที่น่าเคารพมาก มีคำสอนที่ดีมาก มากจนบางครั้งอาจทำให้เราลืมเคารพตนเอง สอนตนเอง เตือนตนเองและเข้าใจตนเอง เคยมีสักครั้งไหมที่เราตอบไม่รู้ กับคำถามง่ายๆ ที่เด็กๆ ก็ท่องได้ เคยมีสักครั้งไหมที่เราเห็นแก้วน้ำเป็นแก้วน้ำโดยไม่ได้คิดว่ามันเป็นแก้วน้ำ
หลายท่านตอบได้ดี หลายท่านตอบได้ไพเราะ หลายท่านตอบได้สูงส่ง ไม่ว่าจะยกจากตำรา ตอบจากใจ หรือจำได้จากไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านมีคือความซาบซึ้งในธรรมบทนั้น จึงได้นำมาเผยแพร่ให้ทุกคนได้อ่านโดยเจตนาดี ผมก็ขออนุโมทนาจากใจด้วยครับ

 จากคุณ : m [ 19 ก.พ. 2546 / 19:12:27 น. ]
     [ IP Address : 203.146.12.209 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (kaan)

หัวใจ คำเดียว คือ "รู้" เป็นทั้ง
ปริยัติ  คือ เรียนรู้พระไตรปิฏก หรือครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
ปฏิบัติ คือ รู้ปัจจุบันขณะตามความเป็นจริง เป็นไตรลักษณ์
ปฏิเวธ คือ ญาณ หรือวิมุติปัญญา

 จากคุณ : kaan [ 19 ก.พ. 2546 / 19:14:51 น. ]
     [ IP Address : 203.156.28.197 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (ติสโร)

จะหาสิ่งที่อยู่เหนือความทรงจำ คงต้องทำให้เห็นของจริง

 จากคุณ : ติสโร [ 19 ก.พ. 2546 / 23:16:10 น. ]
     [ IP Address : 168.120.27.24 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (อ่อนหัด)

ถ้าผมได้รู้หัวใจพระศาสนาโดยการประจักษ์แจ้งแก่ใจแล้วนำมาตอบ  คำตอบก็คงเหมือนที่อยู่ในตำราหรือเหมือนตามคำของครูอาจารย์นั่นแหละครับ

แต่ถ้าจะให้ตอบว่าไม่รู้เพราะยังไม่รู้จริง ก็ใครจะตอบล่ะครับ เพราะตอบไปก็เหมือนไม่ตอบ

 จากคุณ : อ่อนหัด [ 20 ก.พ. 2546 / 00:28:47 น. ]
     [ IP Address : 203.113.32.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (อืออ)

ตอบแบบรวมๆ  พระรัตนตรัย คือหัวใจของศาสนาพุทธ  ถ้าพูดในส่วนเหตุ สติคือหัวใจของการปฏิบัติ หรือขยายออกมานิดหนึ่ง คือ มรรคมีองค์แปด   ถ้าพูดในส่วนผล พระนิพพานคือหัวใจ   ถ้าพูดในหลักธรรมส่วนรวมคืออริยสัจจ์สี่

 จากคุณ : อืออ [ 20 ก.พ. 2546 / 09:31:49 น. ]
     [ IP Address : 68.43.188.91 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (คนอารมณ์ดี)

ก็ตัวคุณนั้นละคือคำตอบ

 จากคุณ : คนอารมณ์ดี [ 20 ก.พ. 2546 / 09:46:27 น. ]
     [ IP Address : 202.44.4.28 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (ว่างๆ)

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทรงสอน
ละกรรมชั่ว
ทำกรรมดี
ทำใจให้ใส

ที่เราศึกษาและปฏิบัติกัน
มันเป็นรายละเอียดเยอแยะ

ที่จริงแล้วเราปฏิบัติเพียงเท่านี้

 จากคุณ : ว่างๆ [ 20 ก.พ. 2546 / 11:37:41 น. ]
     [ IP Address : 203.155.120.31 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (คนอุบล)

คุณอ่อนหัดครับ สิ่งที่น่าเสียดายคือ เราคนไทยทั้งหลายโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคน
และโชคดีเป็นอีกหลายเท่าที่ได้เกิดใต้ร่มเงาพระพุทธศาสนา เพราะการเกิดเป็นคนจะมีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองให้พ้นทุกข์ได้ แต่หากเราเกิดในดินแดนที่ไม่มีพุทธศาสนา เราจะไม่มีทางทราบสิ่งเหล่านี้เลย ดังนั้นในความคิดผมนะครับ แก่นของชาวพุทธคือ เราสามารถปฎิบัติเพื่อให้ตนเองพ้นทุกข์ ด้วยการศึกษาว่าชีวิตมีเพราะอะไร และเพื่ออะไร แต่ผู้ที่ไม่ปฏิบัติในพุทธศาสนา จะไม่สามารถรู้สิ่งนี้เลย

 จากคุณ : คนอุบล [ 21 ก.พ. 2546 / 06:58:24 น. ]
     [ IP Address : 203.156.13.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (กลับใจ)

พระพุทธองค์ มีพระมหากรุณาอยากให้สัตว์ทั้งหลายพ้นจากความทุกข์จากการที่ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ

พระพุทธองค์ ตรัสรู้ธรรมอันวิเศษยากที่ผู้ใดจะเสมอเหมือน

ทรงประทานพระธรรม  มุ่งหวังให้สัตว์เห็นความจริง 

ทรงชี้หนทางและประทานมรรคให้หมู่สัตว์ปฏิบัติตามเพื่อพ้นจากความทุกข์นั้น

และมีสัตว์จำนวนมากปฏิบัติตามและพ้นจากความทุกข์เหล่านั้น

(อรหัง สัมมา สัมพุทโธ ภัควา พุทธัง ภัควันตัง อภิวาเทมิ)

ข้าพเจ้าขอไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น.

 จากคุณ : กลับใจ [ 21 ก.พ. 2546 / 16:36:36 น. ]
     [ IP Address : 203.148.160.19 ]


 ความคิดเห็นที่ 24 : (พ่าย)

ข้าพเจ้าขอกราบ ณ เบื้องพระบาทพระพุทธองค์
วิธีปฏิบัติเพื่อ สลายพลังงานของจิต


 จากคุณ : พ่าย [ 21 ก.พ. 2546 / 22:05:26 น. ]
     [ IP Address : 202.183.180.216 ]


 ความคิดเห็นที่ 25 : (athing@gmx.net)

ซึ้งใจศาสนา ก็ต่อเมื่อ ถ่องแท้ใจตน

 จากคุณ : athing@gmx.net [ 22 ก.พ. 2546 / 07:40:45 น. ]
     [ IP Address : 203.148.217.77 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!