ทำอย่างไรหากรักราว แล้วต้องการเหลือความเป็นเพื่อนอยู่
 เนื้อความ :

เขาเลิกกับหนูเพราะส่วนหนึ่งเราทะเลากันรุนแรงและเขาก็ต้องมีผู้หญิงคนใหม่ซึ่งรอเขาอยู่ แต่หนูก็ยังอยากให้เขารักหนู เป็นเพื่อนกับหนูอยู่ ถึงแม้ว่าเขาไปมีคนอื่นแล้ว ตอนนี้หนูกำลังทำทุกอย่างให้เขาเข้าใจเจตนาว่าหนูไม่ได้ต้องการความรักแบบคู่ชีวิตกับเขาแล้ว แต่หนูต้องการกำลังใจจากเขาในฐานะเพื่อน แต่ตอนนี้หนูกลับเป็นทุกข์เพราะรู้ว่าเขาไม่ต้องการให้หนูติดต่อเขาอีกเพราะเขากลัวแฟนใหม่จะเข้าใจผิดและมีปัญหากัน แต่หนูก็พยายามติดต่อและอธิบายให้แฟนเขาและเขาเข้าใจว่าหนูต้องการแค่มิตรภาพแบบเพื่อนที่เคยเข้าใจเท่านั้น  แต่ทำไมหัวใจของหนูจึงยังคิดถึงเขามาก อยากให้เขาเข้าใจหนูอยากให้เรารักกันแบบมิตรภาพของความเป็นเพื่อนที่แท้จริง หนูควรทำอย่างไรดี?? เขาเป็นคนแรกของหนูเราคบกันมาถึง 6 ปี เป็นเพื่อนกันมาก่อน เขาเลิกกับหนูเพราะหนูโกรธเขาที่เขาโกหกว่าไปกินข้าวกับลูกค้าแต่ความจริงเขาไปกับผู้หญิงคนนั้น แต่ตอนนั้นหนูก็รู้ว่าเขามีใจให้หล่ออยู่แต่ก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะรักกันมาก เข้าใจกันมาก จนเลือกจะเลือกหล่อน ทั้งที่เราอยู่ด้วยกันแล้ว แต่เมื่อหนูโกรธจนขับรถหนีเขาไป เขากับเธอผู้นั้นจึงตกลงเป็นแฟนกันทันที   หนูควรปฏิบัติตัวอย่างไร ทำอย่างไร คิดอย่างไร ไม่ให้ทุกข์เพราะคิดถึง อยากมีความรัก อยากมีคนเข้าใจ อยากรู้ว่าหนูผิดอะไร ช่วยด้วยนะค่ะ

 จากคุณ : งงงวย [ 31 มี.ค. 2546 / 10:06:06 น. ]
     [ IP Address : 203.185.134.4 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (สุนทร)

เอาใจเขามาใส่ใจเรา(เท่านี้พอ)    ธรรมชาติมันธรรมดา   ปัญหาอยู่ที่การไม่ยอมรับ    ถ้าเราเห็นแก่ตัวน้อยลงความสุขสมหวังก็มาแทนที่   จากที่เล่ามาแสดงว่า    คุณเอาแต่ใจตนเองเป็นที่ตั้ง  (หึงมากเกินไป)สุขุมและพิจารณาให้รอบคอบ   แล้วคุณจะเกิดปัญญาว่า  เราควรจะดำเนินชีวิตอย่างไรดี

 จากคุณ : สุนทร [ 31 มี.ค. 2546 / 10:44:45 น. ]
     [ IP Address : 202.57.190.2 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ธัมกร)

"ทำใจ"

 จากคุณ : ธัมกร [ 31 มี.ค. 2546 / 11:00:07 น. ]
     [ IP Address : 10.4.5.53 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (ตอบคุณงงงวย)

ดิฉันได้คัดลอกหนังสือของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก  ในบ้างส่วน ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณงงงวยนะคะ

คัดลอกจาก  หนังสือ "พลิกนิดเดียว" 
ของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
เรื่อง "ทุกข์เพราะคนรักจากไป"
คุณโยมคงรู้สึกเป็นทุกข์และคิดว่าตัวเองเป็นคนที่โชดร้ายมากคนเดียวในโลก แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่คุณโยมกำลังประสบอยู่ก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ทุกชีวิต ไม่มากก็น้อย ไม่ในปัจจุบันก็ในอนาคต ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
              ความรู้สึกผิดหวัง ไม่สมปรารถนา  เสื่อมลาภ นินทา ทุกข์ เป็นโลกธรรม ฝ่ายที่ให้โทษ แต่ทุกคนล้วนต้องประสบ
        ถ้าเราศึกษาพุทธประวัติ จะพบว่าแม้แต่พระพุทธองค์เสด็จหนีออกจากวังไปบวชเพื่อแสดงหาความพ้นทุกข์ เพื่อช่วยตนเองและผู้อื่นนั้น แม้ว่าเป็นเจตนาที่ดีก็ตาม แต่เมื่อดูความรู้สึกของพระบิดา พระมเหสี พระโอรส และพระญาติของพระองค์ก็คงมีความรู้สึกเหมือนคุณโยมในปัจจุบันนี้เช่นกัน
        นอกจากนั้น ลูกศิษย์ของพระองค์เองคือพระเทวทัตก็ได้พยายามฆ่ารพระองค์อยู่หลายครั้ง และมีช่วงหนึ่งพระราชาผู้ซึ่งเป็นโยมอุปฐากของพระพุทธองค์มีเหตุให้ต้องยกทัพไปฆ่าพระญาติของพระองค์ทั้งหมดพระพุทธองค์ได้ทรงห้าม 3 ครั้ง จนถึงครั้งที่ 4 พระองค์ทรงพิจารณาแล้ว่าเป็นกรรม ไม่สามารถห้ามได้ เป็นเหตุให้ราชวงค์ศากยะถูกฆ่าหมด  พระพุทธองค์หมดสิ้นพระญาติตั้งแต่บัดนั้นและครั้งหนึ่งพระองค์เสื่อมเอกลาภถึงขนาดที่ทั้งพระองค์และหมู่ภิกษุต้องฉันท์อาหารที่ใช้เลี้ยงม้าตลอดพรรษา    ในบางพรรษาลูกศิษย์ของพระองค์มีเรื่องขัดแย้งถึงแตกสามัคคีกันพระองค์ทรงห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง  พระองค์จึงเสร็จหนีไปจำพรรษาอยู่ในป่าตามลำพัง  อีกครั้งหนึ่งที่โลกธรรมฝ่ายที่เป็นโทษเกิดแก่พระพุทธเจ้า  คือเมื่อพระองค์ถูกชาวเมืองนินทาว่าร้าย เพราะถูกนักบวชนอกศาสนาใส่ความว่าพระองค์ทำให้อุบาสิกาตั้งท้อง
        ให้คุณโยมน้อมพิจารณาดู แม้แต่พระพุทธองค์ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาบุรุษของโลก  ชีวิตของพระองค์ก็ไม่ราบรื่นเช่นกันพระพุทธองค์ก็ได้ตรัสสอนว่า   “ชีวิตเป็นทุกข์”
        ทุกข์สัจจะ ได้แก่
1. ความเกิด  ความแก่  ความเจ็บ  ความตาย เป็นทุกข์
2. ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่ชอบใจก็เป็นทุกข์
3. ความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจ ก็เป็นทุกข์
4. ความผิดหวัง ไม่ได้รับสิ่งที่ต้องการ ก็เป็นทุกข์
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความจริงของชีวิตเราจึงควรรับความจริงเหล่านี้ไม่มีชาวโลกคนใดจะหนีพ้นได้
ปัญหาระหว่างระหว่างระหว่างคุณโยมกับภรรยานั้น ถ้าพูดถึงความถูกผิดแล้วต่างก็ผิดเหมือนกัน ถูกผิดเท่ากัน ดังนี้ ต่างคนควรหาข้อเสียของตนเองสิงที่เกิดขึ้นแล้ว ก็เป็นความพอดีกับการกระทำที่แต่ละคนได้ทำมา ถ้าผิดฝ่ายเดียว ปัญหาคงไม่เกิด เหมือนกับตบมือข้างเดียวเสียงย่อมไม่ดัง
        ดังนั้นสิ่งที่ควรปฏิบัติคือ
        ประการที่หนึ่ง ทำความรู้สึกปล่อยวาง เพื่อให้ใจสงบ
        ประการที่สอง เจริญเมตตา พยายามส่งกระแสใจที่เป็นความปรารถนาดีเป็นความรักที่บริสุทธิ์ให้แก่ภรรยา อาจใช้วิธีนึกเห็นมโนภาพเห็นหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของเขา ไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนกับใคร ขอให้เขามีความสุขให้พยายามเจริญเมตตาคิดดี พูดดี ทำดีทั้งแก่ตัวเราเองและแก่ภรรยาผลก็คือเราก็จะเกิดความสุขด้วย
        ประการที่สามถ้าพูดในระยะยาวถึงเรื่องภพชาติแล้ว คุณโยมและภรรยาคงเคยผูกพันกันมาตั้งแต่อดีตชาติ จึงเป็นเหตุให้ชาตินี้ได้เป็นสามีภรรยากันแต่ต่อไปในชาติหน้าก็อาจจะได้ใช้ชีวิตร่วมกันอีก
        ถ้าคุณโยมไม่แก้ปัญหาให้เกิดความเข้าใจกันไม่ได้ให้อภัยและอโหสิกรรมให้แก่กันในชาตินี้ ชาตินี้เป็นอยู่อย่างไร ชาติหน้าก็จะเป็นเหมือนกับที่เป็นอยู่ในชาตินี้เช่นกัน
        ใครได้เปรียบในชาตินี้        ชาติหน้าก็จะเสียเปรียบ
        ใครเสียเปรียบในชาตินี้        ชาติหน้าก็จะได้เปรียบ
        เรื่องกรรมก็เป็นเช่นนี้
        ใครฆ่าเราในชาตินี้        ชาติหน้าเราก็ฆ่าเขา
        ถ้าชาตินี้เขาทอดทิ้งเรา        ชาติหน้าเราก็ทอดทิ้งเขา
        ถ้าชาตินี้ใครนอกใจเรา        ชาติหน้าเขาก็ถูกนอกใจเช่นกัน
เรื่องที่คุณโยมประสบอยู่ขณะนี้ ชาติก่อนคุณโยมอาจเป็นฝ่ายทำเขาก่อนก็เป็นได้

 จากคุณ : ตอบคุณงงงวย [ 31 มี.ค. 2546 / 11:35:11 น. ]
     [ IP Address : 202.47.247.130 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (อยากให้ลองดูบ้าง)


บางทีดิฉันเองที่มองหน้าคนรักแล้วก็รู้สึกว่าอยากให้ดิฉันกับคนรักมีความสุขแบบนี้ไปโดยตลอดแม้จะรู้ว่ามันอาจจะเป็นไปได้ทั้งมีสุขและก็ทุกข์ตามธรรมดาของโลก บางทีความเห็นแก่ตัวก็เข้าครอบงำจิตใจอยากให้คนที่ดิฉันรักมาตามใจดิฉันตลอดเวลา
แต่เมื่อมีสติฉุกคิดได้ ก็จะเหลือแต่ความเมตตา เวลาดิฉันจับมือหรือมองหน้าคนรัก หรือนึกถึงเขา ก็จะคิดว่า ขอให้เขามีความสุขปราศจากความทุกข์ เวลาในตอนนั้นดิฉันมีความสุขมากกว่าเวลาที่คนรักมาตามใจดิฉันเสียอีก
- ดิฉันบางทีคิดมากว่าถ้าเขาไปมีคนอื่น หรือทุกสิ่งที่วางแผนเอาไว้ไม่เป็นไปตามคาด แต่เมื่อมีสติฉุกคิดได้อีกครั้งว่า ถ้านั่นคือสิ่งที่ทำให้คนที่รักมีความสุขก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ดิฉันคิดแบบนี้จึงสามารถลดความเห็นแก่ตัวและมีความสุขในความรักได้
- ดิฉันบางทีรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบและมีความทุกข์ แต่เมื่อมีสติเท่าทันความคิดนั้นของดิฉัน ดิฉันก็รู้สึกว่าแม้ว่าตัวเองจะอยู่ฝ่ายเสียเปรียบ คนอื่นมองว่าดิฉันเสียเปรียบ
แต่ความทุกข์นั้นดิฉันไม่มี (แยกความเสียเปรียบและความทุกข์ออกจากกัน) ดิฉันกำจัดความทุกข์และความรู้สึกทุกข์นั้นได้ ดิฉันก็มีความสุข ใจเบาได้แม้ว่าจะอยูในสภาพที่แย่ขนาดไหนก็ตาม

 จากคุณ : อยากให้ลองดูบ้าง [ 31 มี.ค. 2546 / 12:53:55 น. ]
     [ IP Address : 203.113.36.11 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (สร้างกรรมเพิ่ม)

เป็นเพราะโรคกรรมของใครบ้างเหรอเปล่าไม่แน่ใจแต่ว่า ...
- กรรมเก่าของคุณหรือถูกเค้าสร้างบาปกรรมให้ (รักเค้าจริง แต่ไม่ยอมปล่อยวางให้ได้)
- กรรมใหม่ของแฟนคุณกระทำขึ้น (ต้องการนอกใจคนรักเดิม ด้วยอ้างเหตุผลต่างๆ ที่จะแยกออกมาซะที เพื่อจะได้มีคนใหม่)
- กรรมใหม่ของคนที่แฟนคุณไปหลงรัก (รู้ว่าเค้ามีคนรักแล้ว แต่ก็ยังพยายามให้ได้มา ไม่รับรู้ความทุกข์ของคุณ ทำให้คุณและแฟนเก่าคุณต้องเป็ทุกข์ แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกรา)

ทั้ง 3 คนต่างก็กะลังสร้างความทุกข์ความไม่พอใจให้แก่กันและกัน ระวังถึงจุดแตกหักเกิดขึ้น หากไม่รีบหยุด

บทสรุป :- ไปพิสูจน์ความผิดถูกกันอีกโลกนึง ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณทั้ง 3. ขอให้คุณเลือกเอาละกันครับ ควรทำไงคิดให้รอบคอบนะครับ.

 จากคุณ : สร้างกรรมเพิ่ม [ 31 มี.ค. 2546 / 14:24:41 น. ]
     [ IP Address : 202.133.164.151 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (Go get new one)

If your Dharma is not strong enough. Try to find someone new, or have Dharma  as a new friend, or go talk to a good friend or Pra rather than thinking alone.
Please accept it is kamma like Khun สร้างกรรมเพิ่ม said.
Take care your mind & heart.
Good luck!

 จากคุณ : Go get new one [ 31 มี.ค. 2546 / 14:49:19 น. ]
     [ IP Address : 172.25.51.86, 172.25.16.30 ]


 ความคิดเห็นที่ 7 : (listener)

หากำลังใจจากเพื่อนใหม่ ง่ายกว่า การเปลี่ยนสถานะของซากของความรัก ครับ
ลืมไปเลย ถือว่าเป็นแค่คนเคยรู้จักก็พอ
เค้าไม่ใชเนื้อคู่ ยึดไว้มีแต่จะทุกข์ แล้วเสียโอกาสที่จะพบของดีกว่าด้วย
ท่องไว้ คนนี้ไม่ใช่ของเรา
ไม่ใช่ของเรา

ที่จริง เรา เคยมีอะไรเป็นของเราจริงๆบ้าง หนา ?

 จากคุณ : listener [ 31 มี.ค. 2546 / 19:47:18 น. ]
     [ IP Address : 203.147.2.199 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (พบบุญ)

หาเพื่อนคนใหม่ดีกว่าค่ะ อย่าพะวงถึงสิ่งที่ผ่านมา
เขาไปก็คือไป  คุณยังมีเพื่อนอีกหลายคน  ช่วงนี้ติดต่อเพื่อนเก่า ญาติพี่น้อง
หรือใครที่คุณไว้ใจ แล้ว พูดคุยระบายออกมาจะช่วยได้เยอะ
  ถ้ายังมีความรักกับเขาเหลืออยู่  ขอให้เป็นรักที่ปล่อยเขาเป็นอิสระ
คุณไม่ได้ผิดอะไรเลย เลิกคิดหาสาเหตุ  อย่าอยู่ว่างๆค่ะ หาอะไรทำให้เวลาผ่านไป

 จากคุณ : พบบุญ [ 31 มี.ค. 2546 / 22:35:19 น. ]
     [ IP Address : 203.146.128.224 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (หนูนิด)

เมื่อปีที่แล้วก็เคยเข้ามาถามในที่นี้เหมือนกันนะคะ กรณีอาจจะแตกต่างกันตรงที่ว่าเค้าเลิกรักหนูนิดก่อน ตอนแรกก็บอกคนในอดีตว่าขอเป็นเพื่อนกันนะเพราะเราก็เริ่มมาจากการเป็นเพื่อนก่อน แต่ในใจก็ยังรักเค้าและเคืองเค้าอยู่นิดๆ ณ ตอนนั้น สิ่งที่หนูนิดเริ่มต้นทำคือสวดมนต์เพื่อพยายามลืมและแผ่เมตตาให้เค้าไป โกรธเมื่อไหร่ก็พยายามสวด จริงๆ พี่งมาหัดสวดมนต์ ผลที่ได้คือจิตใจเราค่อยๆ หายฟุ้งซ่าน และจิตจะอ่อนโยนลง ไม่โกรธเค้า ตอนแรกอาจจะทำใจลำบากแต่เชื่อว่าน่าจะทำได้ ส่วนเรื่องที่เค้าจะยอกกลับมาเป็นเพื่อนกับคุณอีกมั้ยนั้น คุณอย่าพึ่งรีบติดต่อเค้าไป บางทีอดีตแฟนของคุณอาจจะอยู่ในช่วงหลงหรือชอบแฟนใหม่เค้าอยู่
อยากให้คุณลอง
1. ดูใจตัวคุณไปเรื่อยๆ พิจารณาข้อเสีย แก้ไขตัวเองให้ดีขึ้น
2. พยายามแผ่เมตตาให้กับเค้าเยอะ ๆ
3. ลองหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่น ไปเที่ยว ไปออกกำลังกาย
4. ปล่อยเวลาผ่านไปซักระยะหนึ่งแล้วค่อยๆ เข้าไปคุยกะอดีตแฟนเพื่อให้เข้าใจว่าเราต้องการเป็นเพื่อนจริงๆ นะ
หนูนิดคงแนะนำได้เท่านี้ค่ะ ในฐานะคนพอมีประสบการณ์ เคยคบกะอดีตแฟนมาประมาณเกือบ 4 ปี แล้วพี่งหัดสวดมนต์ได้แค่ ปีกว่าๆ เองค่ะ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ในปัจจุบันนี้ถือว่าคุ้มมาก เสียเค้าไป แต่ได้เพื่อนกลับคืนมา ตอนนี้ก็ยังคบกะเค้าในฐานะเพื่อน ที่สำคัญคือจิตใจเราอ่อนโยน นิสัยก็ผิดจากเดิมไป อยากจะให้ลองค่อยๆ ทบทวนดู เวลาเท่านั้นจะช่วยคุณได้นะคะ ที่สำคัญพยายามมองไปข้างหน้าด้วยค่ะ อย่ายึดติดกับมันแต่ใช้มันเพื่อเรียนรู้แก้ไขสิ่งที่ผิดนะคะ :) 

 จากคุณ : หนูนิด [ 1 เม.ย. 2546 / 00:06:09 น. ]
     [ IP Address : 161.200.255.161 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (ตาเถ้า)

ลองคิดดูนะ  ก่อนนั้นก็ไม่รู้จักเขา แล้วมามีเขา ประทับใจเขา แล้วมาเสียเขาไป
ไม่มีเขาเหมือนเดิม แต่ใจก็อาลัยอยากมีเขาอีกเพราะมีความจำค้างอยู่ในจิต

เหมือนก่อนนั้นยังไม่เปิดทีวี แล้วดูละคอน หัวเราะ ร้องไห้เผลอใจบ้าไปกับละคร แล้วละครก็จบ ทีวีปิดไปแล้วยังหลงไหลประทับใจชอบหรือชังอยู่
อารมณ์ทั้งสองเป็นอย่างเดียวกัน เพราะไม่พิจารณาเลยถูกอารมณ์หลอกเอาทั้งในจอนอกจอ  จึงจัดการกับใจตัวเองเถิด จิตที่ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้

 จากคุณ : ตาเถ้า [ 1 เม.ย. 2546 / 00:48:06 น. ]
     [ IP Address : 203.149.44.63 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (tung+)

เวลาที่ผมมีปัญหาคล้ายๆแบบนี้ ผมพยายามสอนตัวเองทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่จะนึกออก ต้องสอนตัวเองอยู่ตลอดเวลาที่ความทุกข์พลุ่งขึ้นมา อย่ามัวไปคิดอยู่ว่าทำไมเขาถึงทำกับเราอย่างนี้ ไม่มีประโยชน์ ต้องคิดตลอดว่าทำอย่างไรใจเราจะสบายขึ้น ถ้าเป็นคู่กันแล้วต้องไม่แคล้วกัน นี่เรื่องจริง ถ้าไม่ใช่คู่กันแล้วอย่างไรก็ต้องแยกจากกันไม่วันใดก็วันหนึ่ง ต่อให้เป็นคู่กันก็ยังต้องแยกกันเมื่อวันสุดท้ายของชีวิต
ไปทำบุญช่วยให้จิตใจชุ่มชื่น
สวดมนต์ ภาวนา ,จากประสบการณ์ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็จะต้องเผลอไปคิดเรื่องที่เขาหรือเธอคนนั้นทำให้เราต้องเจ็บปวด หรือไม่เราก็คิดถึงจนแทบทนไม่ไหว
วิธีที่ผมพอจะทำให้ตัวเองพออยู่ได้ก็คือดูความทุกข์ที่เกิดขึ้น ดูเฉยๆให้รู้ว่ามันทุกข์อย่างนี้ อาจจะสอนตัวเองไปด้วยว่า เราก็คงจะเคยทุกข์มาหลายชาติแล้วด้วยที่เกิดตายมานับไม่ถ้วน และเราก็ยังคงจะต้องทุกข์ไปอย่างนี้อีก ตราบเท่าที่เรายังเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ อย่ากระนั้นเลย ควรที่เราจะขวนขวายหาทางออกจากทุกข์จะดีกว่า โดยเดินตามคำสอนของพระศาสดา
แล้วก็ภาวนาตามแนวทางดูจิต สติปัฏฐาน4 ตามที่หาอ่านได้จากข้อเขียนของท่านสันตินันต์ ในเวปบอร์ดนี้
จากประสบการณ์ ไม่มีวิธีไหนที่พอจะทำให้เราพออยู่ได้เลย นอกจากการภาวนาดูให้เห็นความทุกข์

เขียนๆไปแล้วก็ไม่ค่อยจะตรงคำถามเลย  ขอตอบกระทู้ว่า ปล่อยเขาไปเถิดครับ ถ้าลงว่าเขามีคนอื่นแล้วโอกาสจะกลับมาคงยาก เรื่องนี้เป็นความทุกข์ประจำโลก คงจะเจอกันมาเกือบทุกคน ไม่ใช่แค่คุณคนเดียว อยู่ด้วยตัวคนเดียวด้วยความเข้มแข็ง เมื่อเวลาผ่านไปแล้วคุณจะดีขึ้น ช่วงนี้อาจจะต้องทนนิดนึง และเมื่อผ่านไปได้ ตัวคุณก็จะแข็งแกร่งขึ้นครับ

 จากคุณ : tung+ [ 1 เม.ย. 2546 / 00:49:40 น. ]
     [ IP Address : 203.113.32.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (กลับใจ)

ตาเถ้า ท่านพูดถูกครับ

 จากคุณ : กลับใจ [ 1 เม.ย. 2546 / 16:06:55 น. ]
     [ IP Address : 203.148.204.113 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (ไก่แก้ว)

มีคำกลอนที่เคยอ่าน และประทับใจมานาน(ตั้งแต่สมัยยังสาวๆค่ะ)
จำได้ว่าเป็นเรื่องชีวิตของคนอเมริกันสมัยบุกเบิก
ในเรื่อง(ถ้าจำไม่ผิด) เป็นตอนที่ลุงสอนหลานสาว
เรื่องมีอยู่ว่าป้าสะใภ้ได้หนีลุงไป เพราะต้องการอิสระเสรีในชีวิต
แล้วทั้งๆที่ลุงนั้นรักป้าสะใภ้มากๆ ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร
หลานสาวเสียอีกที่โกรธเคืองแทน และเสียใจมากเพราะรู้สึกคล้ายๆถูกทรยศ
ลุงก็เลยสอนหลานสาวว่า
     "If you love something, set it free.
      If it's yours, it'll come back to you.
      If it's not, it was never meant to be."

      ...ถ้าคุณรักอะไรสักอย่าง หรือใครสักคน
         จงปลดปล่อยให้เค้าเป็นอิสระ
         ถ้าเค้ากลับมาหาคุณ เค้าก็เป็นของคุณอย่างแน่นอน
         ถ้าเค้าไม่กลับมา เค้าก็ไม่ใช่ของคุณมาแต่ไหนแต่ไร

 จากคุณ : ไก่แก้ว [ 1 เม.ย. 2546 / 19:41:16 น. ]
     [ IP Address : 203.146.125.145 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (ไก่แก้ว)

ขอโทษค่ะ บังเอิญไปคลิกโดน เลยโพสต์ไปก่อนพิมพ์จบ

พยายามทำใจให้เข้มแข็งนะคะ
ความอบอุ่นจากครอบครัวและเพื่อนๆ ที่รู้ใจ
จะช่วยทำให้อาการทุรนทุรายของเราบันเทาเบาบางได้
ถ้าพอภาวนาได้ ก็อยากจะแนะให้ภาวนาค่ะ
แต่จากประสบการณ์ของตัวเองที่ผ่านมา
เวลาทุกข์หนักๆ ทำได้อย่างเก่งก็แค่เพียงสวดมนต์ ทำวัตรเช้าเย็นค่ะ

ขอให้คุณงงงวยผ่านมรสุมชีวิตลูกนี้ไปได้อย่างงดงามค่ะ
ขอเอาใจช่วยค่ะ :-)

 จากคุณ : ไก่แก้ว [ 1 เม.ย. 2546 / 19:46:15 น. ]
     [ IP Address : 203.146.125.145 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (งงงวย)

ขอบคุณทุกท่านที่ให้คำแนะนำดี ๆ ทำให้เริ่มลองทำใจไม่ยึดเขาไว้ ในฐานะใด ๆ แต่และเมื่อ 2,3 วันก่อน หนูได้ประกาศยืนยันให้เขาและเธอคนนั้นสบายใจว่าต่อแต่นี้หนูจะไม่พยามยามติดต่อเขาไปไม่ว่ากรณีใด ๆเพื่อเธอคนนั้นจะได้ไม่คิดมากถึงแม้หนูจะคิดถึงเขาแค่ไหน และก็อวยพรให้เขาทั้งคู่โชคดีและก็บอกว่าหนูยินดีที่จะเป็นเพื่อนที่ดีให้พวกเขา แต่!!!! ทำไมช่วงนี้หนูนอนไม่ค่อยสนิทฝันถึงเขา ว่าอยากให้เขารักหนูเหมือนสมัยที่เราเป็นเพื่อนกัน และก็สนิทกันเหมือนเดิม และในใจลึก ๆ ยังหวังว่าถ้าเขาสองคนเลิกกัน แล้ว อยากให้เขากลับมารักหนูเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่ในช่วงที่ตื่น เมื่อภาพเขาปรากฏขึ้นมาหนูก็พยายามสลัดทิ้ง และก่อนนอนก็สวดมนต์และนั่งสมาธิ แต่ทำไมชอบตื่นตอนเช้ามึดและในหัวยังคิดถึงเขา และบ้างครั้งก็อยากให้ทั้งคู่เลิกกัน จนนอนไม่หลับสนิท เลยค่ะ ( หนูและเขาเราเคยเป็นเพื่อนกัน แต่เธอคนนั้นเป็นเพื่อนทีแฟนแนะนำให้รู้จักเรารู้จักกันแค่ผิวเผิน และเธอคนนั้นก็รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน หนูถามเขาว่าเข้ากันเธอคนใหม่ได้ดีกว่าหนูไหมเขาบอกว่าได้ดีกว่า แต่ก็กลัวว่าจะไม่มีใครรักเขามากเหมือนกับหนู)   ช่วยบอกหนูให้แก้ไขสถานการณ์นี้หน่อยนะค่ะ

 จากคุณ : งงงวย [ 2 เม.ย. 2546 / 16:20:54 น. ]
     [ IP Address : 10.226.102.26 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (นารายณ์)

คุณถามในสถานที่ ที่ๆไม่ควรถาม
จะให้ดีควรถามว่า จะใช้ธรรมะมาแก้ปัญหาได้อย่างไร
เพราะเป็นเว็ปธรรมะ

 จากคุณ : นารายณ์ [ 2 เม.ย. 2546 / 17:31:11 น. ]
     [ IP Address : 203.113.36.10 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (tung+)

ช่วงนี้คุณงงงวยคงจะต้องลำบากหน่อย อดทนเท่านั้นที่ช่วยตัวเราเองได้
เลิกคิดที่จะให้เขากลับได้แล้ว เป็นไปได้ยาก
สอนตัวเองตลอดเวลา ในทางที่จะทำให้ใจเราดีขึ้น
ปล่อยเขาไปเถิดครับ ถ้าไม่ใช่คู่กัน ไม่แยกกันวันนี้ วันหน้าก็ต้องแยกกันอยู่ดี
สอนตัวเองตลอดเวลา
เวลาจะเป็นเครื่องรักษาใจเราได้ดีที่สุด ใจเราที่ยึดเขาไว้อย่างเหนียวแน่นนี้ เมื่อเวลาผ่านไป อาจจะเดือนหรือสองเดือน คุณจะเห็นว่ามันจะค่อยๆคลายตัวออก
ช่วงนี้ต้องอดทนให้ได้ครับ ตัดใจ และเลิกคิดที่จะให้เขากลับมา คุณจะสบายได้เร็วขึ้น
ขอให้โชคดีครับ

 จากคุณ : tung+ [ 3 เม.ย. 2546 / 00:54:14 น. ]
     [ IP Address : 203.113.33.8 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (mayrin)

ความเห็นส่วนตัวของเม

          ตอนนี้ คุณควรยุติการติดต่อกับเขา เพราะถ้าคุณยังยื้อต่อไปก็จะไม่เกิดผลมีใด ๆ แก่ตัวคุณ รังแต่จะเจ็บมากขึ้นทุกที เรื่องที่คิดจะเป็นเพื่อนกับเขานั้น ต้องอาศัยเวลาที่มากกว่านี้ เพราะ ตอนนี้ที่คุณยังคิดติดต่อกับเขาอยู่  เพราะยังตัดใจจากฐานะคนรักไม่ได้

-หนูนอนไม่ค่อยสนิทฝันถึงเขา ยังหวังว่าถ้าเขาสองคนเลิกกัน แล้ว อยากให้เขากลับมารักหนูเหมือนเดิม

          ฝันถึงเขา ก็เนื่องจากจิตของคุณหมกมุ่น คิดวนไปมา ถึงแต่เรื่องที่เกี่ยวกับตัวเขา ยิ่งคิดก็จะยิ่งเศร้าหมอง ตอกย้ำจิตใจให้เจ็บแปลบ จิตเสียกำลังโดยไม่จำเป็น คุณควรหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อม สถานที่ ที่ชวนให้คิดถึงเขา สิ่งของใดอันที่เกี่ยวเนื่องกับตัวเขา เช่น รูปถ่าย ช่วงนี้ควรเก็บให้มิดชิด

          ถ้าทำได้ก็ขอให้เปลี่ยนสถานที่ ไปพักที่เป็นธรรมชาติ สงบ และสบายแก่จิต และควรจะไปวัด ทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์ กราบพระผู้ปฏิบัติดี เมื่อจิตของคุณสัมผัส สภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่ และการประกอบบุญกุศล ก็จะทำให้จิตเปิด คลายจากการคิดและยึดในเหตุแห่งทุกข์นั้น

           เรื่องที่คิดอยากให้เขากลับมาเหมือนเดิมนั้น ขอให้คิดถึงความจริงว่า ถ้าเขากลับมาจริง ๆ นั้น คุณจะสามารถเหมือนเดิมกับเขาได้โดยไม่รู้สึกอย่างใดเลยจริงหรือเปล่า

           เพราะถ้าเขาสามารถทิ้งคุณไปมีคนใหม่ได้อย่างง่าย ๆ โดยที่คุณไม่ได้ทำสิ่งใดผิด และคุณอยู่กับเขาแล้ว ถ้าเขาเป็นคนดีจริง ๆ ก็ย่อมจะต้องมีความสำนึกและรับผิดชอบมากกว่านี้ และครั้งต่อไป ๆ ก็ไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าเขาจะไม่ทิ้งคุณอีก ถ้าเจอคนใหม่ที่ถูกใจกว่า

          การที่เขาพูดว่ากลัวจะไม่มีใครรักเขามากเท่าคุณนั้น เพราะเขารู้จุดอ่อนของคุณดี และคุณอาจจะผ่านโลกมาน้อยกว่าเขา เผื่อที่ว่าเขาถูกคนใหม่ทิ้ง หรือต้องการจะเก็บคุณไว้เพื่อสิ่งใดก็ตาม จะได้สามารถกลับมาคุณได้อีก

          การที่คุณรักเขามาก จะทำให้มองเห็นแต่สิ่งที่ดี ของเขา จนลืมมองถึงเหตุกราณ์จริง และสิ่งที่บกพร่องในตัวเขา และเลยโทษตัวเองว่าเป็นความผิดของตัวเองอย่างเดียว ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ อยากแก้ตัว อยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม เพื่อจะได้ทุ่มเท หรือทำดีกับเขามากขึ้น

          ขอให้คุณคิดถึงคนอื่นรอบ ๆ ตัวคุณที่รักคุณจริง ๆ เช่น พ่อแม่ ญาติ หรือ พี่น้องของคุณเอง คุณควรใกล้ชิด และขอคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ที่เชื่อถือไว้ใจได้

          เพราะท่านเหล่านั้น ผ่านโลกมาก่อนสามารถดูคนออก และให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ส่วนเรื่องที่ผ่านมาขอให้คุณคิดว่า มันเป็นครู เป็นบทเรียน ที่ทำให้เรารู้จักโลกมากขึ้น และเผื่อที่จะไม่ทำผิดพลาดอีก

- ก่อนนอนก็สวดมนต์และนั่งสมาธิ แต่ทำไมชอบตื่นตอนเช้ามืด และในหัวก็ยังคิดถึงเขา

         เวลาสวดมนต์ ขอให้คุณตั้งใจสวด ให้จิตจับอยู่ที่บทสวดมนต์ และควรสวดมนต์แปล เพื่อที่จะเข้าใจความหมาย เมื่อจิตแวบไปถึงเขาให้รีบ ดึงจิตกลับมาที่บทสวดมนต์ทันที และมองภาพพระพุทธองค์  และเหล่าพระอริยสงฆ์

         ผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตา กรุณา อย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่คุณเคารพบูชา แทนที่หน้าเขา เมื่อทำได้บ่อย ๆ ภาพของเขาก็เริ่มห่างหายไปเอง

          เวลานั่งสมาธิ ก็ขอให้กำหนดจิตว่า ชีวิตของเรานั้นเราตั้งใจปฏิบัติธรรม เพื่อหลุดพ้นออกจากความทุกข์ สิ่งใด ๆ ที่เป็นโทษนั้น เราได้รู้มาแล้ว เราได้เห็นมาแล้ว และเราจะละเว้น เมื่อจิตแวบไปคิดเรื่องเกี่ยวกับเขาเมื่อใด เมื่อมีสติรู้ ให้รีบดึงจิตกลับมาอยู่กับกรรมฐานทันที  

        ขอให้คุณคิดอยู่เสมอว่า เรานั้นย่อมเป็นที่พึ่งแก่ตัวเราเอง ไม่มีผู้ใดที่สามารถจะเจ็บไข้ไม่สบาย ร้อนหนาว และทนทุกขเวทนาใด ๆ แทนเราได้  ไม่มีผู้ใดอยู่กับเราได้ตลอดเวลาและตลอดไป

         คนอื่นนั้น เรามาพบมาเกี่ยวข้องกับตัวเรา ก็ตามกรรมที่กระทำเกี่ยวข้องกันมา และเขาก็ย่อมจากไปตามทางของเขา ตามกรรมที่เขากระทำมาเช่นเดียวกัน 

          ชีวิตนี้มีการพลัดพรากจากกันเป็นปกติ ทุกคนก็ย่อมจะต้องพบความผิดหวัง การพลัดพรากจากของรักเช่นเดียวกันทั้งหมด ไม่มีผู้ใดเลยที่จะไม่เคยประสบทุกข์  ไม่เคยผิดหวัง เสียใจ หรือทำผิดพลาดใด ๆ เลย 

         ดังนั้น เราควรใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของเรานั้น เพื่อเรียนรู้ทุกข์และหาทางออกจากทุกข์ สร้างบุญกุศลและปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นที่พึ่งให้แก่ตัวเราเอง

 จากคุณ : mayrin [ 3 เม.ย. 2546 / 10:19:53 น. ]
     [ IP Address : 210.203.176.148 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (รุฬิญา)

สาธุค่ะ คุณเมริน  
คุณงงงวยทำตามที่คุณเมรินแนะนำเถอะค่ะ  ดิฉันว่าคุณต้องผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างสวยงามทีเดียว

 จากคุณ : รุฬิญา [ 4 เม.ย. 2546 / 21:42:51 น. ]
     [ IP Address : 203.107.211.75 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!