เรียนถาม คุณดังตฤณ
 เนื้อความ :

เรียนถาม คุณดังตฤณ
จาก "ทางนฤพาน" ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การที่เกิดเป็นคู่กันและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขนั้น สืบเนื่องมาจากได้ทำบุญร่วมกันมา มีบางคนบอกว่าทำบุญมากไปจนคู่บุญไม่ถึง ถ้าหากว่าเราทำบุญมากกว่าคู่ของเราจะทำให้เกิดการพลัดพรากจากคู่ของเราหรือไม่ และเมื่อทำบุญเราจะสามารถอุทิศให้กับคู่ของเราได้หรือไม่ และจะให้ผลอย่างไร ขอบคุณค่ะ

 จากคุณ : เด็กช่างสงสัย [ 27 เม.ย. 2546 / 23:31:41 น. ]
     [ IP Address : 203.149.43.28 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (.)

จริงๆแล้วก็ให้รู้สึกเกรงใจคุณดังตฤณ
ซึ่งท่านไม่สนใจเรื่องความรักทางโลกอะไรแล้วอะนะคะ
น่าจะคงเหลือแต่ความเมตตามากกว่าอื่น

แต่ไหนๆก็ไหน ขอร่วมขบวนถามด้วยแล้วกันค่ะว่า
มีความรู้สึกว่า เกาฑัณฑ์รักเรือนแก้วมากกว่าแพตรี
ทั้งๆที่ก็อธิษฐานร่วมบุญมากับแพตรี...น่าจะหลายโอกาสกว่าเรือนแก้ว

คำถามคือ ด้วยเหตุอันใด ทำไมเกาฑัณฑ์จึงรักเรือนแก้วมากกว่า?
หมายถึงปัจจุบันกรรมระหว่างเขาส่งผลมากกว่ากระนั้นหรือ?

ไม่แน่ใจว่าถามรู้เรื่องหรือเปล่า ขอบพระคุณค่ะ

 จากคุณ : . [ 28 เม.ย. 2546 / 00:00:49 น. ]
     [ IP Address : 203.121.135.71 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (ดังตฤณ)

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจแบบปรับมุมมองอย่างถึงราก
คนไทยเราเวลาพูดถึงการ ทำบุญ มักนึกถึงภาพการใส่บาตร ฟังธรรม
หรือไปเลี้ยงเด็กกำพร้า คนชราตามบ้านอนาถามากกว่าอย่างอื่น
ความจริงบุญเหล่านั้นแม้มีแสงสว่างมาก แต่ถ้าไม่ทำเป็นประจำ ก็ให้ผลน้อย

หากเข้าใจว่าที่ตั้งแห่งบุญมีอะไรอยู่บ้างอย่างละเอียด
กรรมนิมิต ที่ปรากฏในมโนทัศน์ก็จะครอบคลุมครบถ้วนขึ้น
ขอนำนิยามในพจนานุกรมพุทธศาสน์มาแสดงไว้ดังนี้

บุญกิริยาวัตถุ สิ่งที่เป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญ,
เรื่องที่จัดเป็นการทำบุญ, ทางทำความดี มีทั้งหมวด ๓ และหมวด ๑๐
(ในที่นี้ขอยกมาเฉพาะหมวด ๑๐ เพื่อความครบถ้วน)

๑. ทานมัย
๒. สีลมัย
๓. ภาวนามัย
๔. อปจายนมัย ด้วยการประพฤติอ่อนน้อม
๕. เวยยาวัจจมัย ด้วยการช่วยขวนขวายรับใช้
๖. ปัตติทานมัย ด้วยการเฉลี่ยส่วนความดีให้ผู้อื่น
๗. ปัตตานุโมทนามัย ด้วยความยินดีความดีของผู้อื่น
๘. ธัมมัสสวนมัย ด้วยการฟังธรรม
๙. ธัมมเทสนามัย ด้วยการสั่งสอนธรรม
๑๐. ทิฏฐุชุกัมม์ ด้วยการทำความเห็นให้ตรง

จะเห็นว่า บุญ ในความรู้สึกของคนไทยเราจะไปติดอยู่ที่ระดับต้นสุดคือข้อแรก
ส่วนเรื่องการรักษาศีล การมีใจยินดีกับผู้อื่น ตลอดจนกระทั่งบุญขั้นสูงสุด
คือการทำความเห็นให้ตรงนั้น ไม่ค่อยจะมีกันเอาเลย
เมื่อไม่มองว่าสิ่งใดเป็นบุญ ก็ไม่เน้นประพฤติปฏิบัติในสิ่งเหล่านั้น
ไปเน้นเฉพาะสิ่งที่เข้าใจสืบๆกันมาว่าเป็นบุญอยู่ชนิดเดียว

สำคัญยิ่งกว่านั้น คนจะไม่ตระหนักกันว่าบุญกรรมที่มีกำลังส่งผลสูงสุด
มีอิทธิพลดีร้าย และเป็นตัวจัดสรร เลือกคู่ครองให้เราอย่างแท้จริง
ได้แก่กรรมทางกาย วาจา ใจที่เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า "นิสัยใจคอ" นั่นเอง
นิสัยคือพฤติกรรม หรือการกระทำที่สั่งสมจนเกิดความเคยชิน
และนั่นก็ตรงกับศัพท์บัญญัติทางพุทธคือ อาจิณณกรรม

การจะวัดว่าใครคู่ควรกับใคร หรือเรามีบุญเกินใครนั้น
ดูจากวิธีคิด วิธีพูด วิธีทำอันเป็นของประจำเป็นหลัก
พูดง่ายๆว่าสำหรับคนทั่วไปแล้ว ใครมี สีลมัย มากกว่าคนอื่น
ก็ถือว่าผู้นั้นมีบุญเหนือกว่าเขา


แต่ถ้าจิตใจฝักใฝ่ หรือ เน้นมาทางธรรม
เช่นมีการฟังธรรม สอนธรรม และทำความเห็นให้ตรง
ว่าสิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน
อันนี้ก็จะเป็นแรงส่งให้จิตยิ่งสูงขึ้นไปอีกระดับ
ถ้าหากไม่มีคู่ที่พึงใจเสพธรรมะร่วมกัน ประคับประคองกันให้อยู่ในคลองธรรม
ก็อาจยากสักนิดหนึ่งที่จะเจอคู่เสมอตน

บางคู่รักกันมาก แต่น่าแปลก พอไปทำบุญด้วยกัน
หรือแม้แต่เพิ่งออกจากสถานที่ฟังธรรมชั้นสูง
ก็แทบกระโดดกัดคอกันเสียแล้ว
อันนี้เป็นร่องรอยที่ฟ้องได้อย่างหนึ่ง
ว่าคู่นั้นไม่ได้มีกรรมเก่าร่วมกันมาในทางดีอย่างบริสุทธิ์
แต่มีมหาอกุศลเจือปนอยู่ด้วย ทำให้ไม่อาจอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขถ่ายเดียว
แม้บุญเสมอกัน ก็ไม่แน่ว่าจะไปด้วยกันรอด

สำหรับการอุทิศบุญให้คู่ครอง ถ้าหากเขาไม่รับรู้ด้วยประสาทหู
ถ้าหากเขาไม่มีความเข้าใจ ไม่มีจิตอนุโมทนาตามเรา
ก็ไม่มีทางที่เขาจะได้รับส่วนจากเราเลย
เหมือนเราสาดน้ำเย็นไปขันหนึ่ง (ถ้ากำลังจิตเราต่ำ)
หรืออย่างดีรดน้ำให้หนึ่งโอ่ง (ถ้ากำลังจิตเราสูง)
เขากำลังร้อนก็คลายลงกลายเป็นเย็น
หรือมีจิตโน้มเอียงไปทางกุศลแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัววูบหนึ่ง
จากนั้นก็เข้าสู่ภาวะปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อไป
หากเราไม่สอนให้เขารู้วิธีกินน้ำ หรือหาน้ำกินเอง
เขาก็จะเดินห่าง แปลกแยกแตกทาง เบี่ยงเบนจากเราไปเรื่อยๆ

ในเรื่องทางนฤพาน จำได้ว่าผมเคยให้มีประโยคบอกไว้ในบทที่ ๒๕
ว่าเกาทัณฑ์รักแพตรีกับเรือนแก้วเท่ากัน
ในเรื่องจะบอกว่าแพตรีเป็นคนพาเกาทัณฑ์มาพบพระ
ส่วนเรือนแก้วจะพาเกาทัณฑ์ไปเจอโจร
(โดยไม่ได้มีเจตนา ไม่มีความตั้งใจอยู่ก่อนทั้งคู่)
อันนี้เป็นภาพใหญ่ที่พอทำให้ "รู้สึก" ว่าใคร ร่วมบุญ กับเกาทัณฑ์มามากกว่า
แต่สำหรับความรัก ความพิศวาสนั้น ก็ต้องว่าตามจริง
คือเคยมีบุพกรรมร่วมกันมาทั้งคู่ ชาติปัจจุบันเกื้อกูลกันมาทั้งคู่
แล้วที่สำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องกล่าวถึงความน่ารัก น่าพิศวาสทางรูปสมบัติ
ซึ่งก็มีพอกัน เพียงแต่แตกต่างไปคนละแบบ คือแพตรีจะไปทางเย็น
ส่วนเรือนแก้วจะไปทางร้อนแรง
ซึ่งอันนี้เป็นปัจจัยการทำบุญเฉพาะตัวของสาวแต่ละคน
บุญจะชนะกาม ถ้าฝ่ายชายมีใจเป็นบุญ
กามจะชนะบุญ ถ้าฝ่ายชายมีใจเป็นกาม
และใจคนก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา กลับบุญเป็นกาม กลับกามเป็นบุญ
ขึ้นกับช่วงเวลาและสถานการณ์
สรุปแล้วเรื่องคู่นี่ซับซ้อนน่าปวดหัวกว่าที่เราคิดๆกันมากครับ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 28 เม.ย. 2546 / 08:04:38 น. ]
     [ IP Address : 202.133.160.45 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (จันทรังสี)

พี่ดังตฤณ

มีเพื่อนเคยถามมาว่า คำว่า"คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน"นี่มีความเป็นจริงอย่างไรครับ?

และถ้าเรายังดันทุรังอยู่กับคนที่ไม่ใช่คู่(หรือบุญไม่เท่ากัน)จะเกิดอะไรครับ

 จากคุณ : จันทรังสี [ 28 เม.ย. 2546 / 09:30:20 น. ]
     [ IP Address : 210.86.198.49 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (ดังตฤณ)

บางทีก็เหมือนมีอะไรอย่างนั้นอยู่จริงๆ
คือถ้าเคยร่วมบุญกันมาอย่างเหนียวแน่นในอดีตชาติ
จะเหมือนฉากและสถานการณ์ทุกอย่างถูกตระเตรียมไว้สำเร็จรูป
คิดหลีกเลี่ยงไม่พบเจอก็ต้องเจอ คิดอยากเลือกคนอื่นแทนก็ต้องวกกลับมาหาคนเดิมวันยังค่ำ

แต่อันนั้นมักเป็นกรณีพิเศษ บุพกรรมที่ปิดทางหนีต้อง...
๑) เป็นไปทางสุดโต่งด้านกุศล คือต้องมาเสวยสุข หรือความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน
๒) เป็นไปทางสุดโต่งด้านอกุศล คือต้องมาเสวยทุกข์ หรือความวิบัติร่วมกัน

ส่วนถ้าดันทุรังจะอยู่กับคนที่ไม่ใช่คู่... อันนี้ใครจะบอกได้ว่าเขาหรือเธอใช่หรือไม่ใช่
เอาเป็นพูดอย่างนี้แทนดีกว่า ถ้าดันทุรังจะอยู่กับคนที่เห็นอยู่โต้งๆว่าไม่ค่อยไปด้วยกันได้
ในที่สุดก็ต้องเกิดความไม่พอใจ อันเป็นธรรมดาของการอยู่ร่วมกับคนที่อัธยาศัยไม่ลงตัว
ส่วนจะเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เป็นทุกข์รุนแรง หรือถึงขั้นวิบัติหรือไม่
อันนี้ต้องดูปัจจัยแวดล้อมประกอบ เช่นครอบครัวของอีกฝ่ายชอบขี้หน้าเราหรือไม่
นิสัยใจคอ วิธีคิด วิธีแก้ปัญหาของแต่ละฝ่าย เป็นไปในทางบวกหรือลบ
บางคนนั้น เรื่องเล็กนิดเดียวก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร
บางคนปัญหาใหญ่อยู่แล้วก็ไปเพิ่มซับเพิ่มซ้อน ย้อนอดีต เสียดายไม่น่าเลือกแก
ถ้าแนวโน้มนิสัยเป็นอย่างนี้ ก็มีแนวโน้มวินาศรออยู่เป็นแน่แท้

แต่บางคนเข้ากันไม่ได้ในเบื้องแรก
ทว่ามีนิสัยตรงกันอย่าง คือยอมปรับตัวเข้าหากัน
มีความประนีประนอม และรักศีลเหมือนๆกัน

ในที่สุดก็เข้าข่ายที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นเหตุแห่งการอยู่คู่กันอย่างเป็นสุข
นั่นคือมีการเกื้อกูลกันในปัจจุบัน (ไม่รอแรงส่งจากอดีตชาติสำเร็จรูป)

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 28 เม.ย. 2546 / 09:44:31 น. ]
     [ IP Address : 202.133.160.45 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (ตันหยง)

¢Íº¤Ø³¾Õè´Ñ§µÄ³áÅÐà¨éҢͧ¡ÃзÙéÁÒ¡¤èÐ ¡ÃзÙé¹Õé͸ԺÒÂ
àÃ×èͧ»Ñ­ËÒà¹×éͤÙè·ÕèµÑ¹Ë§à¤ÂÁÕ¤ÇÒÁ¢éͧã¨áÅÐà¤Â»ÃÐʺÁÒ
¨¹ËÁ´ÊÔé¹àŤèР      :)    ÍèÒ¹¤ÇÒÁÃÑ¡ ¢Í§ÅФþÕèáÅéÇ´ÙªÕÇÔµµÑÇà᷹ͧªèÒ§Êзé͹ä´é´Õ¤èР µÑ¹Ë§à¤ÂÍÂÙè㹰ҹзÕèµéͧàÅ×Í¡µÑ´ÊԹ㨷Õè¨Ð¤º¡Ñºã¤Ã ÃÐËÇèÒ§¼ÙéªÒ·Õè à¤Òþ´Ñè§¾ÕèªÒÂáÅм١¾Ñ¹¸ì´éÇ·Ñ駤Ùè·Ó¹Í§ÃÑ¡áÅЪͺ¾Íæ¡Ñ¹
:)

àÁ×èÍ¡è͹µÑ¹Ë§¡è͹·Õè¨Ðà¢éÒÁÒÍèÒ¹ã¹ÅÒ¹¸ÃÃÁ
à¤Â¤Ô´ÇèÒ ¡ÒÃÁÕà¹×éͤÙè¤×ÍàÃ×èͧÊÁËÇѧ㹪ÕÇÔµ¤¹àÃÒ
áµè¾ÍàË繪ÕÇÔµ¤¹»¯ÔºÑµÔ¸ÃÃÁ ¤ÇÒÁÃѡẺªÒÂË­Ô§¡Ñºà»ç¹ÍØ»ÊÃä
µèÍ¡Òû¯ÔºÑµÔ¸ÃÃÁ¤èÐ :) à¾ÃÒФÇÒÁÃѡẺ¹ÕéÁÕ·Ñ駸ÃÃÁáÅСÒÁ»¹¡Ñ¹ä» «Öè§ÂÒ¡µèÍ¡Ò÷ÓãËé¨Ôµ¹Ôè§ã¹ÃдѺ»¯ÔºÑµÔ¢Ñé¹ÊÙ§     áµè¡éÍÕ¡¤èÐ ¤ÇÒÁÃÑ¡¤ÇÒÁ¼Ù¡¾Ñ¹¸ì¡Ñºã¤ÃÁѹÂÒ¡·Õè¨ÐµÑ´ä´éä»àŶéÒàÃÒÂѧäÁèä´é
¼Ô´ËÇѧ¨Ò¡à¤éÒáµèµÍ¹¹Õé˹١é¾ÂÒÂÒÁÃѺÃÙé㹤ÇÒÁÃÙéÊÖ¡äÇéáÅоÂÒÂÒÁäÁè¤Ô´»Ãاáµè§à¾ÔèÁ à¾ÃÒСÅÑǨСÅÒÂà»ç¹¤ÇÒÁËŧáÅзء¢ìá·¹ áÅзÓãËé
äÁèãªè¤ÇÒÁÃÑ¡·Õèà¤ÂµÑé§ÍÂÙ躹¾ÃËÁÇÔËÒÃÊÕè:)¤èÐ

àÁ×èÍ¡è͹µÑ¹Ë§à»ç¹¤¹ªÍº´Ù´Ç§áÅéÇ¡éäÁè¾é¹àÃ×èͧà¹×éͤÙ訹ä´é
µÑ¹Ë§¨Ö§ÍÂÒ¡àÃÕ¹¶ÒÁ¾Õè´Ñ§µÄ³ËÃ×Í·èÒ¹¼ÙéÃÙéÇèÒ
àÃ×èͧ´Ç§¡Ñºà¹×éͤÙèà¹Õè     ·Ñé§ÅÒÂÁ×ÍáÅÐÇѹà¡Ô´à¹Õè Áѹà»ç¹¡ÃÃÁà¡èÒ·ÕèÊÐÊÁÁÒãªèäËÁ¤Ð à¾ÃÒкҧ·ÕÁѹ¡é
ÁÕà¤éÒ¤ÇÒÁ¨ÃÔ§ÍÂÙèºéÒ§ áµè¶éÒµÒÁËÅÑ¡ÈÒʹҾط¸ àÃҨеéͧ
àÅÔ¡àª×èÍáÅЪͺ´Ù´Ç§ÍÂèÒ§ÊÔé¹àªÔ§ãªèäËÁ¤Ð ???
à¾ÃÒÐÇèҴǧ¤¹àÃÒ¹Ñé¹ÍÂÙè·Õè¡ÒáÃзӵÑÇàͧ㹻Ѩ¨ØºÑ¹ÁÒ¡¡ :)ÇèÒ

ÃÇÁ·Ñé§à¤ÂÁÕ ¾Ãк͡ãËéµÑ¹Ë§¿Ñ§ÇèÒ ¡Ò÷ÕèàÃÒ»¯ÔºÑµÔ¸ÃÃÁ
ÁÕÈÕÅ ÁÕ¸ÃÃÁ´Õæ áÅéÇàÃÒÂѧµÑ´¨Ò¡àÃ×èͧ¤ÇÒÁÃÑ¡ªÒÂË­Ô§äÁèä´é
¨Ð·ÓãËéÁÕ¤¹ÁÒÃÑ¡ÁҪͺàÃÒ  ¨Ö§ÍÂÒ¡¶ÒÁ¾Õè´Ñ§µÄ³ÇèÒ
¤¹·ÕèÁÕÈÕÅà˹×Í¡ÇèÒ   ÊÒÁÒö´Ö§´Ù´¤¹·ÕèÁÕÈÕÅ·Ñé§¹éÍ¡ÇèÒáÅÐà·èҡѹ ´Ñè§àªè¹ã¹¹ÔÂÒ·Õè¾Õèà¢Õ¹ãªèäËÁ¤Ð  áÅéÇ·Õ¹Õé ¡é¢Öé¹ÍÂÙè¡Ñº¼Ùé·Õèè
ÁÕâÍ¡ÒÊàÅ×Í¡ÇèÒ¨ÐàÅ×Í¡ã¤Ã  «Öè§¡éÁÕà˵ØáÅмŵç ºØ­ ÈÕÅ ¹ÔÊÑÂã¨¤Í à¡ÕèÂÇà¹×èͧÍÕ¡

äÁèÃÙé˹ٶÒÁǡǹä»ÁÑé áµèÍÂèÒ§äáé´Õ   ¾Õè´Ñ§µÄ³Í¸ÔºÒÂàÃ×èͧ¤ÇÒÁÃÑ¡ µÒÁËÅÑ¡ºØ­¡ÃÃÁä´é´ÕÁÒ¡àŤèÐ

 จากคุณ : ตันหยง [ 28 เม.ย. 2546 / 18:03:00 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.12 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (พิท)

สาธุครับพี่ตุลย์...ละเอียดชัดเจน ให้ความรู้ผมเพิ่มขึ้นไปอีก ขอบคุณครับพี่ _/|\_

 จากคุณ : พิท [ 28 เม.ย. 2546 / 20:42:14 น. ]
     [ IP Address : 134.219.148.42 ]


 ความคิดเห็นที่ 9 : (loognam)

ขอเข้ามาแก้ให้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 : (ตันหยง)

ขอบคุณพี่ดังตฤณและเจ้าของกระทู้มากค่ะ กระทู้นี้อธิบาย
เรื่องปัญหาเนื้อคู่ที่ตันหยงเคยมีความข้องใจและเคยประสบมา
จนหมดสิ้นเลยค่ะ   :)    อ่านความรัก ของละครพี่แล้วดูชีวิตตัวเองแทนช่างสะท้อนได้ดีค่ะ  ตันหยงเคยอยู่ในฐานะที่ต้องเลือกตัดสินใจที่จะคบกับใคร ระหว่างผู้ชายที่ เคารพดั่งพี่ชายและผูกพันธ์ด้วยทั้งคู่ทำนองรักและชอบพอๆกัน  :)

เมื่อก่อนตันหยงก่อนที่จะเข้ามาอ่านในลานธรรม
เคยคิดว่า การมีเนื้อคู่คือเรื่องสมหวังในชีวิตคนเรา
แต่พอเห็นชีวิตคนปฏิบัติธรรม ความรักแบบชายหญิงกับเป็นอุปสรรค
ต่อการปฏิบัติธรรมค่ะ :) เพราะความรักแบบนี้มีทั้งธรรมและกามปนกันไป
ซึ่งยากต่อการทำให้จิตนิ่งในระดับปฏิบัติขั้นสูง    
แต่ก็อีกค่ะ ความรักความผูกพันธ์กับใครมันยากที่จะตัดได้ไปเลยถ้าเรายังไม่ได้
ผิดหวังจากเค้าแต่ตอนนี้หนูก้พยายามรับรู้ในความรู้สึกไว้
และพยายามไม่คิดปรุงแต่งเพิ่ม
เพราะกลัวจะกลายเป็นความหลงและทุกข์แทน
และทำให้ไม่ใช่ความรักที่เคยตั้งอยู่บนพรหมวิหารสี่ค่ะ

เมื่อก่อนตันหยงเป็นคนชอบดูดวงแล้วก้ไม่พ้นเรื่องเนื้อคู่จนได้
ตันหยงจึงอยากเรียนถามพี่ดังตฤณหรือท่านผู้รู้ว่า
เรื่องดวงกับเนื้อคู่เนี่ย     ทั้งลายมือและวันเกิดเนี่ย
มันเป็นกรรมเก่าที่สะสมมาใช่ไหมคะ เพราะบางทีมันก็
มีเค้าความจริงอยู่บ้าง แต่ถ้าตามหลักศาสนาพุทธ
เราจะต้องเลิกเชื่อและชอบดูดวงอย่างสิ้นเชิงใช่ไหมคะ ???
เพราะว่าดวงคนเรานั้นอยู่ที่การกระทำตัวเองในปัจจุบันมากกว่า

รวมทั้งเคยมี พระบอกให้ตันหยงฟังว่า การที่เราปฏิบัติธรรม
มีศีล มีธรรมดีๆ แล้วเรายังตัดจากเรื่องความรักชายหญิงไม่ได้
จะทำให้มีคนมารักมาชอบเรา  จึงอยากถามพี่ดังตฤณว่า
คนที่มีศีลเหนือกว่า   สามารถดึงดูดคนที่มีศีลทั้งน้อยกว่าและเท่ากัน
ดั่งเช่นในนิยายที่พี่เขียนใช่ไหมคะ 
แล้วทีนี้ ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่่มีโอกาสเลือกว่าจะเลือกใคร
ซึ่งก็มีเหตุและผลตรง บุญ ศีล นิสัยใจคอ เกี่ยวเนื่องอีก

ไม่รู้หนูถามวกวนไปมั้ย แต่อย่างไรก็ดี  
พี่ดังตฤณอธิบายเรื่องความรัก ตามหลักบุญกรรมได้ดีมากเลยค่ะ

จากคุณ : ตันหยง [ 28 เม.ย. 2546 / 18:03:00 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.12 ]

 จากคุณ : loognam [ 28 เม.ย. 2546 / 22:13:32 น. ]
     [ IP Address : 203.170.162.204 ]


 ความคิดเห็นที่ 10 : (คนกะลังตัดใจ)

สาธุครับพี่  _/|\_ ได้แต่ยอมรับความเป็นจริงไปเลย ถ้าถึงคราวมันต้องมีเหตุให้สร้างหรือทำลายด้วยกัน เมื่อนั้นมันก็คงหนีไม่พ้นแน่ที่จะต้องเจอคู่ของตนเองกัน หรืออาจจะเพราะต้องการสร้างกรรมร่วมกับอีกคนเลยอยากมีคู่ (โดยมากฝ่ายชายมักอยากเป็นฝ่ายสร้างกรรมที่ต้องการจะมีคู่ครองมากกว่านะ จริงมั๊ย)

ผมเองก็เริ่มปลงๆตัดๆแล้วล่ะเรื่องแบบนี้ พยายามหาคู่ครองไปก็รับรองว่าไม่มีใครเอาแน่นอน ไม่ต้องไปพยายามก็รู้แล้ว (ผมไม่ได้ทำชั่วอะไรหรอก แต่เห็นสภาพตัวเอง/จิตใจแล้วก็เข้าใจได้ นอกจากจะเป็นกรรมเก่าที่ไม่ดีของฝ่ายหญิงมากกว่าที่ต้องมาได้แบบคนผมไปน่ะ)

ใครที่มีคู่ครองแล้วก็ยึดหลักธรรมในการดำเนินชีวิตเกื้อกูลกันไปในทางดีๆตลอดนะครับ _/|\_

 จากคุณ : คนกะลังตัดใจ [ 28 เม.ย. 2546 / 23:09:20 น. ]
     [ IP Address : 203.145.29.49 ]


 ความคิดเห็นที่ 11 : (ดังตฤณ)

ขอบคุณลูกน้ำที่ช่วยแปลงฟอนต์ให้

> เรื่องดวงกับเนื้อคู่เนี่ย ทั้งลายมือและวันเกิดเนี่ย
> มันเป็นกรรมเก่าที่สะสมมาใช่ไหมคะ

ขอพูดกว้างๆว่าสังสารวัฏเหมือนเกมที่ไม่มีอะไรเป็นเรื่องบังเอิญ
ทุกอย่างที่เห็นในเกม ต่างเชื่อมสัมพันธ์กันอยู่ในทางใดทางหนึ่ง
ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม อย่างเช่นดวงดาว วันเกิด ชาติตระกูล ฯลฯ
อนุโลมตามหลักกรรมได้คือคนเรามีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
ทำมาอย่างไรก็ถูกเหวี่ยงเข้ามาอยู่ใต้การควบคุมของกระแสดวงดาว
พลังแห่งตำแหน่งวันเดือนปี รวมทั้งหลักแหล่งที่อยู่ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์อันเหมาะกับกรรมของตน
เมื่อกรรมส่งมาให้อยู่ใต้ฤกษ์หรืออิทธิพลของบุคคลหรือวัตถุใดๆ
ก็เรียกได้ว่าจะเสวยกรรมตามอิทธิพลของบุคคลหรือวัตถุนั้นๆจะส่งกระแส
เช่นพ่อแม่รวยๆอาจอยากซื้อของเล่นให้ เรานอนไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ประคบประหงมอย่างดี
แต่ถ้าพ่อแม่จนๆก็อาจไล่ให้ไปปั้นวัวปั้นควายเล่นเอาเอง
หรือเจอแดนเกิดชั่วๆหน่อยเผลอๆจับลูกไปขายกินก็มี
ส่วนการส่งกระแสของดวงดาวนั้น คงต้องศึกษาตำราโหราศาสตร์เอา
แล้วจะรู้ว่าต่อให้ศึกษาจนแก่ไปสามรอบก็แทงไม่ทะลุตลอดสาย
ต่างจากศึกษาเรื่องกรรมอย่างละเอียด ทั้งในระดับการฟัง การคิด และการหยั่งรู้เอาตรงๆ
เมื่อรู้แล้วเข้าใจตลอดสาย และสามารถเข้าถึงวิธี ดับกรรม ของพระพุทธเจ้าได้
คือใช้มรรค ๘ เป็นเหมือนลมเป่าเทียน เปลวไฟคือกรรมดับเมื่อไหร่
ก็กลายเป็นความเย็นระงับเมื่อนั้น

ส่วนลายมือจะเป็นเรื่องใกล้ตัวหน่อย
เราสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของลายมือได้
แม้ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมตัวเองอย่างไร
มีการพิสูจน์แบบเก็บสถิติกันว่าเมื่อทำดีหรือทำร้ายหนักๆอย่างใดอย่างหนึ่ง
จะมีความเปลี่ยนแปลงขึ้นที่ลายมืออย่างเห็นได้ชัด (ดูเหมือนเก็บสถิติหลายคน)
เพราะฉะนั้นก็สรุปว่าลายมือมาจากกรรมเช่นกัน

คนดูลายมือเก่งๆอาจบอกเรื่องราวที่ผ่านมา และกำลังจะเกิดขึ้นของเราได้
แต่จะสู้คนที่รู้เรื่องกรรมอย่างลึกซึ้งไม่ได้
เพราะนอกจากจะบอกถึงที่มาที่ไปแล้ว ยังอาจแนะนำได้ด้วยว่าควรทำอย่างไร
จึงจะอยู่ในขอบเขตกิริยาอันเป็นบุญ พาพ้นภัย ผ่อนหนักเป็นเบา
หรือไปเสวยสุขสมหวังอย่างมีเหตุมีผล มีหลักเกณฑ์ไตร่ตรองตามได้ชัดเจน

สรุปคือตามหลักพุทธ ถ้าเรารู้เรื่องกรรมอย่างกระจ่างเพียงอย่างเดียว
ก็คงเพียงพอสำหรับการเอาตัวรอดแน่นอนครับตันหยง
(ผมเคยเขียนเรื่องกรรมไว้ในลานธรรม แต่เป็นความเห็นในกระทู้ซึ่งลืมหมายเลขไปแล้ว
ลองไปดูที่ยังเก็บไว้ใน บทความห้องสมุดที่พันธุ์ทิพย์ นะครับ

> คนที่มีศีลเหนือกว่า สามารถดึงดูดคนที่มีศีลทั้งน้อยกว่าและเท่ากันใช่ไหม?

ไม่แน่เสมอไปครับ บางคนมีศีลบริสุทธิ์ แต่ขาดเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามก็มี
เพราะรักษาศีลแบบจิตเศร้าหมอง ฝืนข่ม
หรืออาจมีกรรมเก่ากรรมใหม่ที่เป็นไปในทางลบ ข่มราศีของผู้มีศีลบริสุทธิ์ไว้

คนมีศีลที่มีเสน่ห์นั้น จะแวดล้อมด้วยองค์ประกอบและปัจจัยแบบโลกๆอยู่ด้วย
เช่นรูปร่างหน้าตาผิวพรรณดี (เหตุคือเคยมีศีลดี หรืออย่างน้อยใช้ได้มาแต่ปางก่อน)
มีความรู้ ความสามารถ หรือฐานะอันไม่ต่ำต้อย
อันจะทำให้บุคลิก น้ำเสียง และคุณสมบัติอื่นๆดูมีพลัง ไม่เป็นคนอ่อนแอปวกเปียก
(มีคนอธิบายตามแนวพลังปราณว่าถ้าอยู่ใกล้คนอ่อนแอ
เขาจะดูดปราณจากคนมีกำลังมากกว่าไปโดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้ตัว
คนเราจึงไม่ชอบเข้าใกล้คนอ่อนแอ เพราะรู้สึกไม่ดี และทำให้อ่อนเพลียลง)
นอกจากนั้นวิธีการพูด การทำ ก็มีส่วนสำคัญในเรื่องของการดึงดูด

คุณสมบัติของผู้มีศีลอย่างแข็งแรง ประกอบพร้อมด้วยสมาธิและปัญญาแบบพุทธ
ที่ยกให้เด่นเหนือคนธรรมดา และอาจมีส่วนดึงดูดเป็นพิเศษ
ก็คือพลัง (ซึ่งคนใกล้รู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วมีกำลังวังชาสดชื่นมากขึ้น)
ความเย็น (ทำให้จิตใจที่เร่าร้อนบรรเทาลง ซึ่งใครๆก็ชอบความเย็น)
ความปลอดโปร่ง (ทำให้ความรู้สึกทึบ คิดอะไรไม่ออกคลายตัวลงเพียงได้เข้าใกล้)
และที่สำคัญคือคำพูดอันจรรโลงใจ

แต่ถ้าไปเจอพาลชนิดสุดขั้ว ประเภทเกือบๆเที่ยงที่จะต้องไปอบาย
ก็อาจเห็นเป็นอีกแบบหนึ่งไปเลย คือนึกรังเกียจ หมั่นไส้ อย่างกลั่นแกล้งได้ครับ

สรุปคือสังสารวัฏเต็มไปด้วยเงื่อนไข... อะไรจะเกิดขึ้น ถ้า...
ไม่มีอะไรแน่นอนตายตัว ขึ้นอยู่กับตัวแปรต่างๆที่แวดล้อมเป็นสำคัญ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 28 เม.ย. 2546 / 23:39:01 น. ]
     [ IP Address : 202.133.162.133 ]


 ความคิดเห็นที่ 12 : (ตันหยง)

_/|\_ขอบพระคุณพี่ดังตฤณมากค่ะสำหรับความเมตตาที่อธิบายให้หนูฟัง =)
ขอบคุณ คุณลูกน้ำด้วยเช่นกันค่ะ:)ที่ช่วยแก้ไขให้พอดี เมื่อพอดีคอมพิวเตอร์บางทีมันมีปัญหาในการใช้ภาษาไทยน่ะค่ะ

 จากคุณ : ตันหยง [ 29 เม.ย. 2546 / 05:37:13 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.180 ]


 ความคิดเห็นที่ 13 : (ปุกปุย)

มีเรื่องให้สงสัยค่ะ...
จากที่อ่านท่านดังตฤณตอบว่า พลังจะถูกผู้มีน้อยดูดไปได้ แล้วจะหมดไปไหม  ในกรณีที่ต้องเกี่ยวข้องด้วยกับคนเหล่านี้ควรทำอย่างไรจะสะสมพลังและแผ่ช่วยเหลือพวกเขาได้คะ ทั้งระยะสั้นและยาวนะคะ
ขอบพระคุณค่ะ

 จากคุณ : ปุกปุย [ 29 เม.ย. 2546 / 16:46:57 น. ]
     [ IP Address : 203.113.67.68 ]


 ความคิดเห็นที่ 14 : (ดังตฤณ)

ถ้าแบบที่ต้องเจอเฉยๆ คบหา พบปะเสวนา
โบราณาจารย์ท่านให้หลีกเลี่ยงอย่างสิ้นเชิงครับ
เพราะคลุกคลีกับชนเช่นใดมากๆ เราก็จะพลอยเป็นอย่างเขาไป

แต่ในกรณีของคุณปุกปุยที่อยู่ในฐานะ "ผู้ช่วยเหลือ"
ก็จะแตกต่างไปอีกแบบหนึ่ง ขอให้สังเกตว่าถ้าช่วยให้เขาเลิกยาได้สำเร็จโดยทางใดทางหนึ่ง
ใจเราจะมีความรู้สึกชุ่มชื่นขึ้นมา ยิ่งถ้าทำหน้าที่สำเร็จบ่อยเพียงใด ก็จะมีกำลังใจมากขึ้นเพียงนั้น

ส่วนผลกระทบข้างเคียงอาจมีบ้าง ถ้าเราเครียดกับงาน เราก็จะดูดซับความหมองของพวกเขามา
และถ้าเราปล่อยจิตปล่อยใจ เหมือนการพูดจาคบหาเสวนากับคนธรรมดา
อันนั้นก็อาจโดนถ่ายเทกำลังกายกำลังใจไปได้เหมือนกัน
คิดในมุมมองที่ง่ายขึ้นก็คือถูกกระแสอับเฉาดูดกลืนนั่นแหละ

การแก้ปัญหาระยะยาวอันดับแรกคือปลูกฝังนิสัยการพูดคุยด้วยลักษณะทางจิตที่ดี
สังเกตใจตัวเองให้มาก ดูว่าจิตตก มีความหม่นบ้างหรือไม่
อาจจะตั้งมุมมองไว้ง่ายๆก่อน เช่นถ้าเบิกบาน สบาย แช่มชื่นในตอนเช้าอย่างไร
มันปรับแปร เปลี่ยนแปลง ลดดีกรี หรือกระทั่งขมวดมุ่นขึ้นมาช่วงไหน เวลาใด
แค่สังเกตเฉยๆ อย่าไปทำอะไรกับมัน อย่าพยายามตกแต่งให้ดี อย่าประคองให้ระรื่น
อย่านึกว่าจะต้องหน้าเป็นอยู่ตลอดเวลา แค่สังเกตเปรียบเทียบอย่างเดียว
รู้ให้ทัน ยอมรับให้ได้ว่าแต่ละขณะกำลังสดใสหรือหม่นหมอง
เจอหน้าใคร จิตแปรไปอย่างไร มีเมตตาหรือนึกรังเกียจ ฯลฯ

การที่รู้เท่าทันแต่ละครั้งว่าจิตกำลังถูกปรุงแต่งให้โน้มเอียงไปทางสุขเวทนาหรือทุกขเวทนา
บ่อยครั้งเข้าจะทำให้เกิดสัมปชัญญะรู้สภาวจิตของตนเอง
ถ้าประกอบกับการตั้งมุมมองไว้ถูกต้อง คือทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง
เกิดให้ดูว่าจะต้องดับไปเท่าเทียมกันหมด
ในที่สุดรวมรวมแล้วจะเกิดความรู้เห็นแยกออกมาจากผู้ป่วยเป็นคนละชั้น
จิตไม่ถูกปรุงแต่งด้วยสภาพแวดล้อม แต่จะถูกชงด้วยสติอันเกิดขึ้นจากการรู้สภาพตนเอง

สำหรับการแก้ปัญหาระยะสั้น อยากแนะนำว่าควรฝึกรู้ลมหายใจให้มาก
ถ้าจิตตกจริงๆก็จะเอามาช่วยได้ แค่หายใจให้ถูกเพียงครึ่งนาทีก็จะฟื้นฟูกำลังให้กลับมา
เริ่มแรก หากอ่อนเพลีย เห็นว่าคิดฟุ้ง เห็นว่าทึบ อย่าพยายามทำอะไร
แค่รู้ให้ทัน และยอมรับว่าภาวะขณะนั้นคือทึบ แคบ มืด
ถ้ายอมรับ และรู้ได้โดยไม่ฝืน ไม่ขับไล่ มันก็จะสบายขึ้น พอสบายขึ้น ก็จะเห็นลมได้ถนัดขึ้นด้วย

ถ้าประคองการรับรู้ผัสสะของลมไปได้ต่อเนื่อง
จิตก็จะเบาจากความฟุ้ง ความหนัก ความทึบ
เดี๋ยวก็เห็นลมเป็นนิมิตลำยาวไปเอง ถ้าถึงจุดนั้น จะเห็นว่าเราทำได้ทั้งวันอย่างสนุกและเบิกบาน

ไม่ได้หมายความว่าให้สร้างนิมิตนะครับ แต่รู้ผัสสะลมซ้ำไปซ้ำมากระทั่งนิมิตเกิดเอง
อันนี้สำคัญมาก เลือกรู้ผัสสะอย่างเดียวก่อน พอนิมิตเกิด ค่อยเลือกรู้นิมิตอย่างเดียว

ถ้าจิตฝากไว้กับลมหายใจได้ มีความเป็นกลางจากการรู้ลมได้
ก็จะรู้ทุกอย่างได้เป็นกลางเหมือนกันหมด
อีกทั้งลมโดยสภาพตนเองก็เป็นสื่อนำกำลังมาให้กายอยู่แล้ว
ยิ่งถ้าเราเอาเข้าปอดมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสดชื่นขึ้นมากเท่านั้นครับ

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 29 เม.ย. 2546 / 17:26:03 น. ]
     [ IP Address : 202.133.162.218 ]


 ความคิดเห็นที่ 15 : (น้องเอ)

อนุโมทนาค่ะ

 จากคุณ : น้องเอ [ 29 เม.ย. 2546 / 20:05:14 น. ]
     [ IP Address : 203.156.24.4 ]


 ความคิดเห็นที่ 16 : (pat)

_/|\_ ขอบคุณค่ะคุณตุลย์ เข้าใจมากขึ้นเยอะเลย

 จากคุณ : pat [ 30 เม.ย. 2546 / 05:06:05 น. ]
     [ IP Address : 203.170.135.33 ]


 ความคิดเห็นที่ 17 : (neeno)

  neeno เป็นผู้หนึ่งที่ยังไม่สามารถตัดเรื่องรักๆใคร่ๆได้  ทำได้เพียงแค่ พยายามรักอย่างมีสติ  เท่าที่ผ่านมาต้องเรียกว่า...ผิดหวังมาตลอดค่ะ....
  จะเป็นแบบว่า...จะไปกันได้ดีอยู่แล้ว  ก็ต้องให้มีเหตุแคล้วคลาดกันไปต่างๆนานา (คล้ายๆว่า จะตัดสินแล้วว่า พรุ่งนี้เราจะคบกัน...วันนี้ก็มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นเสียก่อน..แบบนั้นน่ะค่ะ และเป็นแบบนี้ หลายครั้งมากๆ)   จนงงตัวเองไปเหมือนกัน  ว่าเพราะอะไร? ทำไม? เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?    เสียใจจนจะกลายเป็นความเคยชินไปแล้วล่ะค่ะ...จนเบื่อและสิ้นศรัทธากับเรื่องรักแท้ไปเลย   ตอนนี้ก็เลยใช้วิธี..อธิษฐาน...ขอให้มีความรักดีๆค่ะ และก็พยายามทำตัวเองให้เป็นคนดี
    ไม่ทราบว่า การที่เราเจออุปสรรคกับเรื่องนี้บ่อยๆ...มันเป็นกรรมเก่าหรือเปล่าคะ  หรือเป็นเพราะเกิดจาก....เราเองที่ไม่ดี? 
    อยากได้คำอธิบายเกี่ยวกับ เรื่องเหล่านี้ อยู่เหมือนกันล่ะค่ะ 
                                        ขอบคุณนะคะ :)
    

 จากคุณ : neeno [ 30 เม.ย. 2546 / 18:26:37 น. ]
     [ IP Address : 202.28.179.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 18 : (ตันหยง)

ขออนุญาต คุณ : neeno และพี่ดังตฤณมา
แปะกระทู้ที่เกี่ยวกับคำถามนี้นะคะ แบบหาเจอแล้ว
เคยอ่านเจอแล้วเก็บไว้แต่เพิ่งหาเจอค่ะ
:)

http://dharma.school.net.th/cgi-bin/kratoo.pl/006224.htm

 จากคุณ : ตันหยง [ 30 เม.ย. 2546 / 19:23:18 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.18 ]


 ความคิดเห็นที่ 19 : (ดังตฤณ)

คุณ neeno

บางทีรางวัลของคนดีก็ไม่ใช่จะมีคู่ที่สมหวังแบบเร็วๆนะครับ
ธรรมชาติอาจกะเกณฑ์ให้เราเจอทุกข์เสียก่อน
เพื่อใช้ความทุกข์นั้นเป็นบันไดก้าวขึ้นสู่ความสุขที่เหนือกว่าความรัก
และเมื่อถึงจุดของความนิ่งจริงๆ ถึงจะยอมเปิดตัวคนรักที่แท้ให้กับเรา

บางคน ถ้าใจยังวุ่นๆ ยังหยุด ยังนิ่งไม่เป็น ขืนคนที่คู่ควรกับเราโผล่มาตอนนั้น
เขาก็อาจพลาดจากเราไป ไม่อาจเป็นคู่ครองร่วมกันอย่างถาวรได้
เพราะอาจิณณกรรม คือนิสัยของเรายังอาจเป็นตัวทำลายสัมพันธภาพกับคู่แท้ของเรา
ต่อเมื่อผ่านความเจ็บปวด เรียนรู้จากความผิดพลาด เห็นจังหวะจะโคนแบบต่างๆของชีวิตมากเข้า
พอใจเป็นบุญ มีความนิ่งพอจะรองรับกับคู่แท้ถาวรได้ เขาถึงจะปรากฏตัว

อย่าท้อแท้กับความดีก็แล้วกัน
ที่ผ่านมาในอดีต มองย้อนไปอาจรู้สึกเหมือนไม่ใช่ตัวเรา
พอเราเปลี่ยนมาอยู่กับกระแสธรรมะ
ความเป็นตัวจริงของเราถึงเริ่มปรากฏ
ซึ่งก็อาจเป็นเหตุให้คู่แท้ของเราปรากฏตัวเช่นกัน

 จากคุณ : ดังตฤณ [ 30 เม.ย. 2546 / 21:02:07 น. ]
     [ IP Address : 202.133.161.150 ]


 ความคิดเห็นที่ 20 : (neeno)

    _/|\_  ขอบพระคุณมากค่ะ  คุณดังตฤณ
   neeno ก็มีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน  พอคุณดังตฤณได้กรุณาให้ความคิดเห็น   ยิ่งทำให้ทำให้รู้สึก...มันคงเป็นเพราะเหตุนี้จริงๆ

              ขอบคุณจากใจอีกครั้งค่ะ  :-)

 จากคุณ : neeno [ 1 พ.ค. 2546 / 08:58:25 น. ]
     [ IP Address : 202.28.179.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 21 : (loognam)

_/|\_ ขอบคุณค่ะ พี่ตุลย์

 จากคุณ : loognam [ 1 พ.ค. 2546 / 09:53:48 น. ]
     [ IP Address : 203.148.201.253 ]


 ความคิดเห็นที่ 22 : (สุขนิรันดร์...)

   อนุโมทนาบุญครับคุณดังตฤณ...สำหรับธรรมทาน...เป็นบุญสำหรับผู้อ่านและผู้สงสัย...ขอให้คุณสมดั่งปราถณาในชาติปัจจุบันนี้ครับ..

 จากคุณ : สุขนิรันดร์... [ 1 พ.ค. 2546 / 10:02:11 น. ]
     [ IP Address : 203.155.149.124 ]


 ความคิดเห็นที่ 23 : (นายโจโจ้)

โมทนากับคุณดังตฤณครับ และขอให้คุณ Neeno ได้เปลี่ยนแปลงตนเองจนถึงระดับที่เหมาะสมที่จะพบคู่แท้โดยเร็วครับ

_/|\_

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 1 พ.ค. 2546 / 14:00:31 น. ]
     [ IP Address : 203.170.229.241 ]


 ความคิดเห็นที่ 24 : (ปุกปุย)

ขอขอบพระคุณคุณดังตฤณ มากค่ะ
จะน้อมรับไปปฏิบัติ แล้วเลยเขียนอีกเพิ่มให้เพิ่มเติมส่วนที่ขาดพร่องของตนเอง  แต่ที่ท่านเขียนให้จะพยายามให้มากค่ะ 
ในเรื่องการปฏิบัติก็ไม่ได้นั่งสมาธิทุกวัน แต่พยายามดำรงสติในงานมากกว่า แต่ก็ยังพร่องอยู่ฟุ้งง่านกลับยาก ก็มีคนคอยเตือน  เรื่องอื่นคงไม่ใช่ปัญหาอีก  ระยะนี้ก็มีงานเป็นหลัก ทุกข์สุขก็เกิดน้อยลง แต่เรื่องความรุนแรงยังติดอยู่ ทุกข์สุขก็มักมาจากเรื่องนี้  ตอนนี้จึงขอกราบขอบพระคุณและได้ย้ายกระทู้ไปอีกหัวข้อเพราะเกรงใจเจ้าของกระทู้มากค่ะ

 จากคุณ : ปุกปุย [ 1 พ.ค. 2546 / 16:28:06 น. ]
     [ IP Address : 203.113.67.68 ]


 ความคิดเห็นที่ 25 : (neeno)

           ขอบคุณค่ะ...คุณโจโจ้   :)

 จากคุณ : neeno [ 1 พ.ค. 2546 / 19:32:49 น. ]
     [ IP Address : 202.28.179.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 26 : (นายโจโจ้)

คุณนีโน่ครับ เพื่อนๆที่ไทยคลีนิคสบายกันดีนะครับ :) ฝากความคิดถึงไปหาหลายๆท่านด้วยถ้าไม่ยุ่งยากเกินไป :D แย่หน่อยที่ผมได้ commit ไว้แล้วว่าจะไม่เข้าไปเขียนอะไรที่นั่นอีก ก็จะรักษาสัจจะตรงนั้นไว้ครับ

เห็นคุณนีโน่ไปลงชื่อในกระทู้ตามหาผมด้วย มีสายสืบคอยรายงานทุกทีเวลามีใครพูดถึง ผมเข้าไปอ่านก็ขำทุกที อยากตอบมากครับ แต่ไม่เอาล่ะ รับปากแล้วก็ต้องเป็นตามนั้น :P

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 1 พ.ค. 2546 / 21:44:36 น. ]
     [ IP Address : 203.170.229.241 ]


 ความคิดเห็นที่ 27 : (ตันหยง)

µè;Õè´Ñ§µÄ³¹Ð¤Ð ËÅѧ¨Ò¡·ÕèÍèÒ¹àÃ×èͧà¹×éͤÙè ºØ­¡ÃÃÁáÅÐÁͧ
´ÙµÑÇàͧ ¡ÒáÃÐ·Ó ¨Ôµã¨ ¹ÔÊÑÂã¨¤Í ËÅѧ¨Ò¡à¨Í¤¹·Õè´Ùæ¡Ñ¹ÍÂÙèµÍ¹¹Õé¹éͧµÑ¹Ë§µéͧºÍ¡µéͧ
¢Í¢Íº¤Ø³ÁÒ¡æàŤèÐ ·Õè¾ÕèµÍº¤Ó¶ÒÁ·Ò§ÍéÍÁÇèÒã¤Ã
·Õèà»ç¹¤ÙèºØ­¢Í§Ë¹ÙÍÂÙè㹵͹¹Õé áÅÐ˹١éµÑ´ÊÔ¹ã¨äÁè¼Ô´¨ÃÔ§æ
à¢Òà»ç¹¤¹¾Ò˹ÙÁÒà¨Í¸ÃÃÁ «Öè§ÃÇÁ·Ñé§à¤Â¾Òä»äËÇé¾ÃÐã¹Å͹´Í¹
µÍ¹Ë¹Ùä»·ÕèÍѧ¡ÄÉ´éǤèÐ :)  ÃÇÁ·Ñé§à˵ءÒóìËÅÒÂæÍÂèÒ§æ
·Õè·ÓãËé˹ÙÁÒàÃÕ¹ GRAD SCHOOL ·Õè¹ÕèáÅÐä´éÃÙé¨Ñ¡à¤éÒà¾ÃÒйéͧªÒÂà¤éÒÁÒàÃÕ¹á¶ÇÃÃ˹٠áÅÐ
˹١éÍÒ¨¨ÐÁÕÊÔ·¸Ôìä»àÃÕ¹àÍ¡ã¹Íѧ¡ÄÉ à¾ÃÒÐÇèÒÁջѨ¨ÑÂ
à»ç¹µÑǼÅÑ¡´Ñ¹·Ñé§ËÁ´àÅ   «Öè§äÁè¹èÒàª×èÍÇèÒà˵ءÒóìËÅÒÂæÍÂèÒ§
ä´éà¡Ô´¢Öé¹
     
·Õèà¢Õ¹ÁÒ ÍÂÒ¡ºÍ¡¾Õè´Ñ§µÄ³ÇèÒ ¢Íº¤Ø³ÁÒ¡¤èÐÊÓËÃѺ¡ÃзÙé
¸ÃÃÁµèÒ§æ áÅФӶÒÁ·Õè˹Ùà¤Âú¡Ç¹¶ÒÁáÅоÕèµÍº
¾Õè·ÓãËé˹٠ÈÃÑ·¸Ò㹸ÃÃÁà¢éÒä»ÂÔè§¢Öé¹ áÅÐ ·ÓãËéà¡Ô´»Ñ­­Ò
áÅÐÁÕ¤ÇÒÁµÑé§ã¨ ·Õè¨Ð·Ó¤ÇÒÁ´ÕÁÒ¡æÂÔè§¢Öé¹à¾ÃÒÐàÁ×èÍÃÐÅÖ¡Í´Õµ
·Õè¼èÒ¹ÁÒá¤è㹪ҵԹÕé¡è͹¨ÐâµË¹Ù¡éàËç¹ÇèÒ Ë¹Ù·ÓÊÔè§äÁè´ÕÁÒàÂÍÐáÂÐáÁé˹٨Ðä´é¼ÅµÍºá·¹ÁÒ¨Ò¡¤ÇÒÁ´Õ·Õè˹ٷÓËÅÒÂÍÂèÒ§ áµè ¡é ˹ÙÂѧä´éäÁèä´é »ÅÒÂàÅçºã¹¤ÇÒÁ´Õ·Õè¾ÕèÁÕ
àŤèР     ¢Í͹ØâÁ·¸¹Ò¼Å´ÕãËé¾Õè´Ñ§µÄ³ ä´éÊÔè§·ÕèÊÁ»
ÃÒöҴéǹФÐ
_/|\_ ˹ٵѹ˧àÂç¹áÅÐÁÕʵÔàÂÍТÖé¹ÁÒ¡àŤèÐ µÑé§áµè ËÑ´á¼èàÁµµÒ áÅÐãªéËÅѡʵԻѯ°Ò¹ÊÕè



 จากคุณ : ตันหยง [ 2 พ.ค. 2546 / 07:20:35 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.44 ]


 ความคิดเห็นที่ 28 : (ตันหยง)

ÁÒá·Ã¡º·Ê¹·¹Ò¹Ô´¤èÐ ·ÓäÁ¾Õèâ¨â¨é¨Ö§µÑé§ÊѵÂì¨ÐäÁèä»à¢Õ¹ã¹ä·Â¤ÅÕ¹Ô¤ÅФРµÑ¹Ë§ÂѧäÁèà¤ÂàËç¹ã¤Ã·Õèà¢éÒä»ã¹ä·Â¤ÅÕ¹Ô¤áÅéǨÐÊÒÁÒöäÁèä»à»Ô´ÍèÒ¹´Ùä´éàŤèÐ:)

¨ÃÔ§æ¡éà¤ÂàËç¹¾Õèâ¨â¨éÍ͹äŹìàËÁ×͹¡Ñ¹
¢¹Ò´¤¹¢Í§µÑ¹Ë§ äÁè¤è;ٴäÁèªÍºàÅè¹àǺºÍÃì´ ªèǧ¹Õéà¢ÒÂѧ仵Ñé§¡ÃзÙé µÍº¤Ó¶ÒÁàÃ×èͧ¡ÒÃàÃÕ¹µèͺÍÃì´ãËé¹éͧæ¿Ñ§
àÅ «Öè§´Õã¨ÁÒ¡·Õèà¢Ò¡ÅѺÁҵͺ¤Ó¶ÒÁ ·Ñ駻ѭËÒÊØ¢ÀÒ¾
áÅÐ ¤Ó¶ÒÁ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒÍÕ¡¤ÃÑé§ËÅѧ¨Ò¡ËÒÂä»à¡×ͺ»Õä´é¤èÐ
´Ñ§¹Ñé¹ ¶éÒäÁèÁÕàÃ×èͧäÁè´Õà¡Ô´¢Öé¹ ¾Õèâ¨â¨é¡é¡ÅѺä»à¢Õ¹¤ÇÒÁàËç¹
áÊ´§¸ÃÃÁãË餹㹹Ñ鹿ѧẺà´ÔÁà¶ÍФèÐ ^_^

 จากคุณ : ตันหยง [ 2 พ.ค. 2546 / 07:21:54 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.44 ]


 ความคิดเห็นที่ 29 : (นายโจโจ้)

อ่านไม่ออกเลยครับตันหยง

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 2 พ.ค. 2546 / 07:30:47 น. ]
     [ IP Address : 203.170.229.241 ]


 ความคิดเห็นที่ 30 : (ตันหยง)

อ่าอ่านไม่ออกอีกแล้ว
แบบคอมมีปัญหากับภาษาไทยจริงๆค่ะ ต้องโทษทีค่ะ
^_^!

&&&&&&&&&&&&&
ต่อพี่ดังตฤณนะคะ หลังจากที่อ่านเรื่องเนื้อคู่ บุญกรรมและมอง
ดูตัวเอง การกระทำ จิตใจ นิสัยใจคอ
หลังจากเจอคนที่ดูๆกันอยู่ตอนนี้น้องตันหยงต้องบอกต้อง
ขอขอบคุณมากๆเลยค่ะ ที่พี่ตอบคำถามทางอ้อมว่าใคร
ที่เป็นคู่บุญของหนูอยู่ในตอนนี้ และหนูก้ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ
เขาเป็นคนพาหนูมาเจอธรรม ซึ่งรวมทั้งเคยพาไปไหว้พระในลอนดอน
ตอนหนูไปที่อังกฤษด้วยค่ะ :)  รวมทั้งเหตุการณ์หลายๆอย่างๆ
ที่ทำให้หนูมาเรียน GRAD SCHOOL
ที่นี่และได้รู้จักเค้าเพราะน้องชายเค้ามาเรียนแถวรรหนู และ
หนูก้อาจจะมีสิทธิ์ไปเรียนเอกในอังกฤษ เพราะว่ามีปัจจัย
เป็นตัวผลักดันทั้งหมดเลย   ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์หลายๆอย่าง
ได้เกิดขึ้น
     
ที่เขียนมา อยากบอกพี่ดังตฤณว่า ขอบคุณมากค่ะสำหรับกระทู้
ธรรมต่างๆ และคำถามที่หนูเคยรบกวนถามและพี่ตอบ
พี่ทำให้หนู ศรัทธาในธรรมเข้าไปยิ่งขึ้น และ ทำให้เกิดปัญญา
และมีความตั้งใจ ที่จะทำความดีมากๆยิ่งขึ้นเพราะเมื่อระลึกอดีต
ที่ผ่านมาแค่ในชาตินี้ก่อนจะโตหนูก้เห็นว่า
หนูทำสิ่งไม่ดีมาเยอะแยะแม้หนูจะได้ผลตอบแทนมาจากความดีที่หนูทำหลายอย่าง แต่ ก้ หนูยังได้ไม่ได้
ปลายเล็บในความดีที่พี่มี
เลยค่ะ      ขออนุโมทธนาผลดีให้พี่ดังตฤณ ได้สิ่งที่สมป
รารถาด้วยนะคะ
_/|\_ หนูตันหยงเย็นและมีสติเยอะขึ้นมากเลยค่ะ ตั้งแต่ หัดแผ่เมตตา
และใช้หลักสติปัฏฐานสี่





จากคุณ : ตันหยง [ 2 พ.ค. 2546 / 07:20:35 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.44 ] 






 จากคุณ : ตันหยง [ 2 พ.ค. 2546 / 07:49:35 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.5 ]


 ความคิดเห็นที่ 31 : (ต่อค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 28 : (ตันหยง)

มาแทรกบทสนทนานิดค่ะ ทำไมพี่โจโจ้จึงตั้งสัตย์จะไม่ไปเขียนในไทยคลีนิคละคะ
ตันหยงยังไม่เคยเห็นใครที่เข้าไปในไทยคลีนิคแล้วจะสามารถไม่ไปเปิดอ่านดูได้เลยค่ะ:)

จริงๆก้เคยเห็นพี่โจโจ้ออนไลน์เหมือนกัน
ขนาดคนของตันหยง ไม่ค่อยพูดไม่ชอบเล่นเวบบอร์ด ช่วงนี้เขายังไปตั้งกระทู้
ตอบคำถามเรื่องการเรียนต่อบอร์ดให้น้องๆฟัง
เลย ซึ่งดีใจมากที่เขากลับมาตอบคำถาม ทั้งปัญหาสุขภาพ
และ คำถามการศึกษาอีกครั้งหลังจากหายไปเกือบปีได้ค่ะ
ดังนั้น ถ้าไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น พี่โจโจ้ก้กลับไปเขียนความเห็น
แสดงธรรมให้คนในนั้นฟังแบบเดิมเถอะค่ะ ^_^



จากคุณ : ตันหยง [ 2 พ.ค. 2546 / 07:21:54 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.44 ] 



 จากคุณ : ต่อค่ะ [ 2 พ.ค. 2546 / 07:50:05 น. ]
     [ IP Address : 128.252.41.5 ]


 ความคิดเห็นที่ 32 : (neeno)

   เห็นด้วยค่ะ....คุณโจโจ้น่าจะเข้าไปเขียนอะไรดีๆใน thaiclinic บ้าง
   ตอนนี้  neeno ก็ไม่ค่อยได้เข้าไปเหมือนกัน  เพราะเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสนุก
   คุณโจโจ้ทำให้ thaiclinic มีสีสรร มีสาระ น่าเข้าไปอ่าน...เข้าไปแจมนะคะ
                          ลองคิดดูใหม่นะ.....เชียร์ๆค่ะ   :)

 จากคุณ : neeno [ 2 พ.ค. 2546 / 09:14:38 น. ]
     [ IP Address : 202.28.179.6 ]


 ความคิดเห็นที่ 33 : (นายโจโจ้)

ที่ตันหยงเห็นนั้น ก็เข้าไปอ่านบ้างเวลามีสายรายงานมาครับ อ่านไปก็ขำไป กับเข้าไปอ่านเรื่อง SARS ตามโอกาส

ที่จะไม่เข้าไปเขียนนั้น เป็นข้อตกลงระหว่างตัวผมเองกับบุคคลที่ไม่ต้องการถูกกล่าวถึงครับ ตอนนี้มีงานต้องทำ ขอตัวก่อนนะครับ แล้วจะมาเขียนต่ออีกทีครับ :-)

 จากคุณ : นายโจโจ้ [ 2 พ.ค. 2546 / 10:14:47 น. ]
     [ IP Address : 203.170.149.126 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!