ความหมาย ของ โอม และ นะโมพุทธายะ
 เนื้อความ :

โอม และ นะโมพุทธายะ ย่อ มาจากอะไร  แปลว่าอะไร

 จากคุณ : 157110640 [ 25 พ.ย. 2546 / 07:19:07 น. ]
     [ IP Address : 203.113.37.10 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (กอบ)

เคยอ่านเจอ แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ
เค้าบอกว่า
โอม เค้าว่ามาจากคำว่า อะ + อุ + มะ  ซึ่งเป็นพระนามย่อของ พระศิวะ,พระนารายณ์ และพระพรหม ครับ เมื่อท่องโอม ก็เหมือนกับการเรียกพระนามของเทพผู้เป็นใหญ่ทั้งสามพระองค์ ครับ (แต่ก็ไม่เข้าใจว่าย่อยังไง ถึงเป็น อะ อุ มะ ได้ครับ รอผู้รู้ท่านอื่นมาตอบครับ)

นะโมพุทธายะ เป็นคาถาที่เรียกว่า หัวใจพระพุทธเจ้าห้าองค์ ในภัทรกัป นี้ครับ ซึ่งก็เป็นพระนามย่อของพระพุทธเจ้า ทั้ง 5 พระองค์เหมือนกัน (ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันครับ ว่าย่อยังไง รอผู้รู้ท่านอื่นมาตอบต่อครับ)

 จากคุณ : กอบ [ 25 พ.ย. 2546 / 08:36:12 น. ]
     [ IP Address : 202.5.92.105 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์)

พระพุทธกัสสปะ๑............................พระสมณโคดม ๕

 จากคุณ : พระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ [ 25 พ.ย. 2546 / 11:31:04 น. ]
     [ IP Address : 203.113.37.13 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (สปาย)

        เมื่อวานค้นเรื่องอื่น แล้วพบเรื่อง โอม ด้วยครับ
       
        พระตรีมูรติ หรือ ผู้เป็นเจ้าทั้งสาม ที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่
ที่สุดแห่งนิรันดร์นั้น เป็นเสมือนสัญญลักษณ์ของศาสนาฮินดู ซึ่งจะมีตัวอักษร
๓ ตัว อันศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกกันว่า โอม
         อักษรศักดิ์สิทธิ์ โอม นั้น ประกอบด้วยอักษร ๓ ตัว คือ
          อ(ะ)   อุ   มะ 

          พยางค์ศักดิ์สิทธิ์ โอม นี้ มักเขียนเป็นอักษรเทวนาครี 
       ความหมายของ อะ อุ มะ นั้น แหล่งข้อมูลให้ความหมายต่างกัน             
   อะ คือ พระพรหมผู้สร้าง, พระวิษณุ, พระศิวะ
   อุ คือ พระวิษณุผู้รักษา, พระศิวะ, พระวิษณุ
   มะ คือ พระศิวะผู้ทำลาย, พระพรหม, พระพรหม
     เมื่อพิจารณาดูแล้วจะพบว่า ข้อหลังควรจะถูกต้องกว่า ด้วยว่า
     อะ อุ มะ คือเสียงท้ายของพระนามทั้ง ๓
     พระ(ศิว)อะ  พระ(วิษณ)อุ  และ (พระพรห)มะ

         ทางพุทธเลียนมาเป็นพระรัตนตรัย คือ
         อ = อรหํ (พระพุทธเจ้า)
      อุ = อุตฺตมธมฺม (พระธรรมอันสูงสุด)
      ม = มหาสงฆ์
         นับถือเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ คำขึ้นต้นของการกล่าวสวดมนตร์        

  

 จากคุณ : สปาย [ 27 พ.ย. 2546 / 14:30:44 น. ]
     [ IP Address : 203.107.236.3 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (กอบ)

ขอบคุณครับ คุณสปาย ที่ช่วยมาให้ความรู้กันครับ

 จากคุณ : กอบ [ 27 พ.ย. 2546 / 16:33:12 น. ]
     [ IP Address : 202.5.82.212 ]


 ความคิดเห็นที่ 5 : (คาถา)

    ยายเคยบอกอย่างนี้ค่ะ  นะ เมตตา โม กรุณา พุทธ ปราณี  ธะ ยินดี  ยะ เอ็นดู
เป็นคาถาที่บอกให้ลูกหลานท่องเอาไว้ในใจยามที่เราจะไปพบหาผู้หลักผู้ใหญ่
เพื่อขอความกรุณาให้ท่านช่วยเหลืออะไรสักอย่างหนึ่ง    ฟังดูเหมือนงมงาย
โตขึ้นจึงได้เห็นว่าผู้ใหญ่ท่านสอนให้รู้จักทำจิตใจให้สงบลดความตื่นเต้นต่างๆ
นั่นเองเมื่อจิตใจสงบความนอบน้อมก็มีตามมา  การพูดคุยกับผู้ใหญ่ก็รู้จัก
สำรวมผลการเจรจาคงเป็นไปในทางที่ดี    หรือแม้นไม่ประสบผลสำเร็จ
ก็ไม่มีเรื่องระคายหูระคายตาระคายใจกลับกันไปทั้งสองฝ่าย    ส่วนคำแปล
ตรงๆจากตำราไม่เคยค้นหาเหมือนกันค่ะ    เพิ่งจะทราบว่าเขาเรียกคาถาอะไร
ก็จากที่นี่     ต้องกลับไปถามยายดูบ้าง     ...  ขอบคุณค่ะ...

 จากคุณ : คาถา [ 29 พ.ย. 2546 / 17:12:36 น. ]
     [ IP Address : 172.29.3.206 ]


 ความคิดเห็นที่ 6 : (อุทกาภัสสร์ )

มะ......เมตตา
อะ......อวิหิงสา
อุ.......อุเบกขา
เป็นคาถา แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี  และมหาเสน่ห์  เพราะ มีเมตตา ไม่เบียดเบียน ไม่พยาบาท  หนักแน่น ไม่โน้มเอียง  จึงไม่มีศัตรู ย่อมไม่มีใครมาทำร้าย จึงแคล้วคลาดนั่นเอง ไปที่ไหนก็มีคนรัก เป็นเมตตามหานิยมนักแล

 จากคุณ : อุทกาภัสสร์ [ 9 ธ.ค. 2546 / 13:48:12 น. ]
     [ IP Address : 202.133.132.28 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!