"ธาตุ18" อะไรเป็นรูป อะไรเป็นนาม?
 เนื้อความ :

   การพิจารณารูป นามโดยธาตุ18   อะไรเป็นรูป  อะไรเป็นนาม?

 จากคุณ : shi63 [ 16 ธ.ค. 2546 / 14:30:21 น. ]
     [ IP Address : 161.200.19.63 ]

 ความคิดเห็นที่ 1 : (JaY)

ธาตุ๑๘ นั้นคือ

๑ จักขุธาตุ  หมายความว่า  ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง ความใสที่รับรูปารมณ์ได้ องค์ธรรรม ได้แก่ จักขุปสาท ----- เป็น รูป ครับ

๒ โสตธาตุ หมายความว่า ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง ความใสที่รับสัททารมณ์ได้ 
องค์ธรรม  ได้แก่  โสตปสาท ----เป็น รูป ครับ

๓ ฆานธาตุ  หมายความว่า  ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง ความใสที่รับคันธารมณ์ได้
องค์ธรรม ได้แก่ ฆานปสาท ----เป็น รูป ครับ

๔ ชิวหาธาตุ  หมายความว่า  ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง ความใสที่รับรสารมณ์ได้
องค์ธรรมได้แก่ ชิวหาปสาท ----เป็นรูปครับ

๕ กายธาตุ หมายความว่า ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ้ง ความใสที่รับโผฎฐัพพารมณ์ได้  องค์ธรรมได้แก่  กายปสาท-----เป็น รูป ครับ

๖ รูปธาตุ  หมายความว่า ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง การกระทบกับจักขุปสาท
องค์ธรรมได้แก่  รูปารมณ์(สีต่างๆ)-----เป็น รูป ครับ

๗ สัททธาตุ หมายความว่า ชือ่ว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง การกระทบกับโสตปสาท
องค์ธรรมได้แก่ สัททารมณ์(เสียงต่างๆ) ------เป็น รูป ครับ

๘ คันธธาตุ  หมายความว่า  ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง การกระทบกับฆานปสาท
องค์ธรรมได้แก่ คันธารมณ์(กลิ่นต่างๆ)------เป็นรูป ครับ

๙ รสธาตุ  หมายความว่า  ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง การกระทบกับชิวหาปสาท
องค์ธรรมได้แก่  รสสารมณ์(รสต่างๆ)-------เป็นรูป ครับ

๑๐ โผฎฐัพพธาตุ  หมายความว่า  ชือ่ว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง การกระทบกับกายปสาท
องค์ธรรมได้แก่  โผฎฐัพพารมณ์(สัมผัสต่างๆ) -------เป็น รูป ครับ

๑๑ จักขุวิญญาณธาตุ  หมายความว่า ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง การเห็น
องค์ธรรมได้แก่  จักขุวิญญาณจิต๒  -----เป็น นาม ครับ

๑๒ โสตวิญญาณธาตุ หมายความว่า ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง การได้ยิน
องค์ธรรมได้แก่  โสตวิญญาณจิต๒ -----เป็น นาม ครับ

๑๓ ฆานวิญญาณธาตุ หมายความว่า  ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง การรู้กลิ่น
องค์ธรรมได้แก่  ฆานวิญญาณจิต๒ ------เป็น นาม ครับ

๑๔ ชิวหาวิญญาณธาตุ หมายควมมว่า  ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่ง การรู้รส
องค์ธรรมได้แก่ ชิวหาวิญญาณจิต๒ -----เป็น นาม ครับ

๑๕ กายวิญญาณธาตุ หมายความว่า   ชื่อว่าธาตุเพราะทรงไว้ซึ่งการรู้สัมผัส
องค์ธรรมได้แก่  กายวิญญาณจิต๒ ------เป็น นาม ครับ

๑๖ มโนธาตุ  ชื่อว่ามโนธาตุ เพราะทรงไว้ซึ่งการรู้ปัญจารมณ์อย่างสามัญ
เป็น นาม ครับ

๑๗ มโนวิญญาณธาตุ  ชื่อว่ามโนวิญญาณธาตุเพราะทรงไว้ซึ่งการรู้อารมณ์เป็นพิเศษ--------เป็น นาม ครับ

๑๘ ธัมมธาตุ  ชื่อว่าธัมมธาตุเพราะทรงไว้ซึ่งสภาวะลักษณะของตนๆ
เป็นได้ทั้งรูป  และ เป็นได้ทั้งนาม ครับ


=================================
มีมาใน พระไตรปิฎกดังต่อไปนี้

พระไตรปิฏก เล่มที่ ๓๕  พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒
วิภังคปกรณ์


อภิธรรมภาชนีย์

[๑๒๔] ธาตุ ๑๘ คือ
                ๑. จักขุธาตุ
                ๒. รูปธาตุ
                ๓. จักขุวิญญาณธาตุ
                ๔. โสตธาตุ
                ๕. สัททธาตุ
                ๖. โสตวิญญาณธาตุ
                ๗. ฆานธาตุ
                ๘. คันธธาตุ
                ๙. ฆานวิญญาณธาตุ
                ๑๐. ชิวหาธาตุ
                ๑๑. รสธาตุ
                ๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ
                ๑๓. กายธาตุ
                ๑๔. โผฏฐัพพธาตุ
                ๑๕. กายวิญญาณธาตุ
                ๑๖. มโนธาตุ
                ๑๗. ธรรมธาตุ
                ๑๘. มโนวิญญาณธาตุ
        [๑๒๕] ในธาตุ ๑๘ นั้น จักขุธาตุ เป็นไฉน
        จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ ๑- นี้เรียกว่า บ้านว่าง
บ้าง นี้เรียกว่า จักขุธาตุ
        รูปธาตุ เป็นไฉน
        รูปใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ ได้แก่ สี ฯลฯ นี้เรียกว่า รูปธาตุบ้าง
นี้เรียกว่า รูปธาตุ
        จักขุวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
@๑. ความที่ ฯลฯ ในอภิธรรมภาชนีย์นี้ พึงดูความเต็มในธรรมสังคณีปกรณ์
@ตั้งแต่ข้อ (๕๑๖) เป็นลำดับไป
        จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์
วิญญาณ วิญญาณขันธ์ จักขุวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยจักขุปสาทและรูปารมณ์
เกิดขึ้น นี้เรียกว่า จักขุวิญญาณธาตุ
        [๑๒๖] โสตธาตุ เป็นไฉน
        โสตะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่าง
บ้าง นี้เรียกว่า โสตธาตุ
        สัททธาตุ เป็นไฉน
        เสียงใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ ฯลฯ นี้เรียกว่า
สัททธาตุบ้าง นี้เรียกว่า สัททธาตุ
        โสตวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
        จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์
วิญญาณ วิญญาณขันธ์ โสตวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยโสตปสาทและสัททารมณ์
เกิดขึ้น นี้เรียกว่า โสตวิญญาณธาตุ
        [๑๒๗] ฆานธาตุ เป็นไฉน
        ฆานะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่าง
บ้าง นี้เรียกว่า ฆานธาตุ
        คันธธาตุ เป็นไฉน
        กลิ่นใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ ฯลฯ นี้เรียกว่า
คันธธาตุบ้าง นี้เรียกว่า คันธธาตุ
        ฆานวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
        จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์
วิญญาณ วิญญาณขันธ์ ฆานวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยฆานปสาทและคันธารมณ์
เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ฆานวิญญาณธาตุ
        [๑๒๘] ชิวหาธาตุ เป็นไฉน
        ชิวหาใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่าง
บ้าง นี้เรียกว่า ชิวหาธาตุ
        รสธาตุ เป็นไฉน
        รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ฯลฯ นี้เรียกว่า
รสธาตุบ้าง นี้เรียกว่า รสธาตุ
        ชิวหาวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
        จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์
วิญญาณ วิญญาณขันธ์ ชิวหาวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยชิวหาปสาทและรสารมณ์
เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ชิวหาวิญญาณธาตุ
        [๑๒๙] กายธาตุ เป็นไฉน
        กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่าง
บ้าง นี้เรียกว่า กายธาตุ
        โผฏฐัพพธาตุ เป็นไฉน
        ปฐวีธาตุ ฯลฯ นี้เรียกว่า โผฏฐัพพธาตุบ้าง นี้เรียกว่า โผฏฐัพพธาตุ
        กายวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
        จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ
วิญญาณขันธ์ กายวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยกายปสาทและโผฏฐัพพารมณ์เกิดขึ้น
นี้เรียกว่า กายวิญญาณธาตุ
        [๑๓๐] มโนธาตุ เป็นไฉน
        จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ
วิญญาณขันธ์ มโนธาตุที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของจักขุวิญญาณธาตุ
จิต ฯลฯ ของโสตวิญญาณธาตุ จิต ฯลฯ ของฆานวิญญาณธาตุ จิต ฯลฯ
ของชิวหาวิญญาณธาตุ จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ
มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนธาตุที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิด
ดับของกายวิญญาณธาตุ หรือความพิจารณาอารมณ์ทีแรกในธรรมทั้งปวง นี้เรียกว่า
มโนธาตุ
        ธรรมธาตุ เป็นไฉน
        เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ รูปที่เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้
นับเนื่องในธัมมายตนะ และอสังขตธาตุ
        ในธรรมธาตุนั้น เวทนาขันธ์ เป็นไฉน
        เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์
หมวดละ ๒ คือ เวทนาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓
คือ เวทนาขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวด
ละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้ นี้เรียกว่า เวทนาขันธ์
        สัญญาขันธ์ เป็นไฉน
        สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. สัญญาขันธ์
หมวดละ ๒ คือ สัญญาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ. สัญญาขันธ์หมวด
ละ ๓ คือ สัญญาขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ สัญญาขันธ์
หมวดละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้ นี้เรียกว่า สัญญาขันธ์
        สังขารขันธ์ เป็นไฉน
        สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต. สังขารขันธ์
หมวดละ ๒ คือ สังขารขันธ์เป็นเหตุ เป็นนเหตุ. สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือ
สังขารขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ สังขารขันธ์หมวดละมาก
อย่าง ด้วยประการฉะนี้ นี้เรียกว่า สังขารขันธ์
        รูปที่เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ นับเนื่องในธัมมายตนะ เป็นไฉน
        อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร นี้เรียกว่า รูปที่เห็นไม่ได้ กระทบ
ไม่ได้ นับเนื่องในธัมมายตนะ
        อสังขตธาตุ เป็นไฉน
        ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า อสังขตธาตุ
        สภาวธรรมนี้เรียกว่า ธรรมธาตุ
        มโนวิญญาณธาตุ เป็นไฉน
        มโนธาตุเกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของจักขุวิญญาณธาตุ จิต มโน
มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับแม้ของ
มโนธาตุอีกชั้นหนึ่ง มโนธาตุ เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของโสตวิญญาณธาตุ
ฯลฯ มโนธาตุ เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของฆานวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ
เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของชิวหาวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ เกิดในลำดับ
แห่งการเกิดดับของกายวิญญาณธาตุ จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุ
ที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับแม้ของมโนธาตุอีกชั้นหนึ่ง จิต มโน
มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์
มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยมโนและธรรมารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า มโน-
*วิญญาณธาตุ
อภิธรรมภาชนีย์ จบ
ปัญหาปุจฉกะ

 จากคุณ : JaY [ 16 ธ.ค. 2546 / 15:12:43 น. ]
     [ IP Address : 10.21.2.31 ]


 ความคิดเห็นที่ 2 : (JaY)

http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/item.php?book=35&item=124&items=7&preline=1&pagebreak=1

 จากคุณ : JaY [ 16 ธ.ค. 2546 / 15:26:12 น. ]
     [ IP Address : 10.21.2.31 ]


 ความคิดเห็นที่ 3 : (เริ่มศึกษา)

ทางปัญจทวาร เมื่อทวาร ๕ รับกระทบ อารมณ์ ๕ ทำให้เกิด วิญญาณ ๕ คงทราบอยู่แล้วว่าขณะกระทบมีธาตุ ๑๕ มาเกี่ยวข้อง เป็นรูปกระทบรูปเกิดนาม.  แต่ขณะถัดๆ ไปในวิถีจิตทางปัญจทวารก็จะมีจิตที่เป็นมโนธาตุ ๒ ตัว เกิดขึ้น และตามด้วยจิตอื่นๆ ที่เหลือซึ่งเป็นมโนวิญญาณธาตุ.  และจิตแต่ละดวงที่เกิดขึ้นในวิถี (ทั้งมโนธาตุและวิญญาณธาตุหก) ก็มีเจตสิกซึ่งเป็นนามขันธ์ ๓ อันเป็นธรรมธาตุเกิดด้วย.  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแค่เพียงทางปัญจทวารวิถีก็จะพบธาตุครบทั้ง ธาตุทั้ง ๑๘.  โดยสรุป ธาตุ ๑๘ เป็นรูปล้วน ๆ ๑๐ ธาตุ คือ รูปธาตุ สัททธาตุ คันธธาตุ รสธาตุ โผฏฐัพพธาตุ จักขุธาตุ โสตธาตุ ฆานธาตุ ชิวหาธาตุ กายธาตุ และเป็นนามล้วน ๆ ๗ ธาตุ คือ จักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ เป็นทั้งรูปทั้งนาม ๑ ธาตุ คือ ธัมมธาตุ (องค์ธรรมเหมือนธัมมายตนะ คือ สุขุมรูป ๑๖, เจตสิก ๕๒ และนิพพาน ๑ รวมเป็นธรรม ๖๙)

 จากคุณ : เริ่มศึกษา [ 16 ธ.ค. 2546 / 15:40:46 น. ]
     [ IP Address : 172.25.4.254 ]


 ความคิดเห็นที่ 4 : (shi63)

ขอบคุณคุณ Jay และคุณเริ่มศึกษามากนะคะที่มาให้คำตอบ  ตอนนี้คลายความสงสัยได้แล้วค่ะ

 จากคุณ : shi63 [ 17 ธ.ค. 2546 / 09:05:48 น. ]
     [ IP Address : 161.200.64.2 ]




จบกระทู้บริบูรณ์



Click Here!