นายโจโจ้ 24/01/04 08:05:35 ขอเชิญร่วมสังเกตการณ์ในความเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนผู้หวังดีต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งจะมีการเสวนาเรื่องเกี่ยวกับการแต่งตั้งรักษาการสังฆราช ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เริ่มตั้งแต่เวลา 10 นาฬิกาของวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2547 เป็นต้นไป
นายโจโจ้ 24/01/04 12:16:15 รายงานสดจากโรงแรมรัตนโกสินทร์

มีผู้มาร่วมการเคลื่อนไหวครั้งนี้เต็มห้องประชุมใหญ่ สังเกตดูคงไม่น้อยกว่า 600 คน มีการร่วมลงนามหนังสือด้วยเลือดถึงรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองามในการประกาศลงนามแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งต่อจากนี้คณะบุคคลทั้งหมดจะเดินทางไปยังวัดบวรเพื่อจุดเทียนชัยที่ปลุกเสกโดยหลวงพ่อคูณต่อไป
ทอง 24/01/04 03:21:45 นายทองก้อนนี่ยุ่งจริง ๆ
ขออย่าให้เขาเอาหลวงตาบัวเข้ามาเกี่ยวก็แล้วกัน
tripoom99@hotmail.com 24/01/04 04:50:40 คุณโจโจ้รายงานต่อด้วยรออ่านอยู่
จัตตาโร 24/01/04 09:24:20 ขออนุญาต ขอโอกาส


ขอบคุณ โจโจ้   ที่เสียสละ  ทำรายงานให้  ไว้ ณ ที่นี้ด้วย  เป็นการกระทำที่มีประโยชน์ต่อหลายๆคนที่สนใจ ติดตามอยู่

1) ขอให้ความเห็นแบบกลางๆว่า  "เมื่อเราดูเหตุการณ์นี้แล้ว   ก็ดูจิต ดูใจ ของพวกเราไปด้วย  ... โอปนยิโก ...

การตั้งสติ  ทำใจให้เป็นกลาง   เป็นหลักใหญ่  ในการแก้ปัญหา

ไม่ลำเอียง ไม่อคติ  ไม่เข้าข้างใคร ...."

2)  สถานการณ์แบบนี้     พลิกออกได้หลายหน้า  หลายเหลี่ยม....ระวังโดนหลอกใช้  ...ระวัง มือที่สาม  ที่สี่  ....
    ในการแก้ปัญหา ....ต้องดูให้ได้ว่า  แต่ละฝ่าย "ต้องการ" อะไร
และ มือที่สาม ที่สี่  ต้องการอะไร    ผลประโยชน์ใครได้  ใครเสีย....
พิจารณา ...ข้อมูลจริง ข้อมูลลวง....
 
แต่ ที่แน่ ๆ  พวก เรา (คนดู)  ต้องการ "พิจารณาจิตในจิต" ของพวกเราเอง  ...การพ้นทุกข์ คือ เป้าหมายใหญ่  





สมบูรณ์ ต. 24/01/04 09:48:58
           ข่าวทุ่มวันนี้ผมเห็นภาพยนต์ข่าวจากห้องในโรงแรมรัตนโกสินทร์  มีการใช้เข็มฉีดยาแทงเข้าเส้นเลือด  เหมือนการบริจาคโลหิตทั่ว ๆ ไป   นำเลือดใส่ชามเคลือบสีขาว  เห็นเลือดแดง ๆ ดูรู้สึกถึงความตั้งใจของผู้ประท้วงที่ยอมเสียสละโลหิตแทนน้ำหมึกที่ใช้เขียนเป็นจดหมาย

          ขอให้ทุกฝ่ายใช้หลักเมตตา  ปัญญา  ใช้เหตุใช้ผล  ขอให้รายงานข่าวด้วยความเป็นกลาง  และขอให้ทุกคนฟังข่าวด้วยความเป็นกลางด้วย  
นายโจโจ้ 24/01/04 10:43:30 สาธุกับธรรมะที่คุณจัตตาโรแสดงไว้ครับ

เรียนคุณทอง

ตามข่าวจากพิมพ์ไทยฉบับวันนี้ พิมพ์ไทยใช้คำว่า "หลวงตาและนายทองก้อน" นะครับ

สำหรับข่าวเพิ่มเติม

ผมเองเกือบจะเข้าไปไม่ได้ เพราะไม่มีบัตรติดหน้าอก แต่ก็เจรจาจนเข้าไปได้ ระหว่างงานที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ มีการประกาศหลายครั้งให้ผู้ร่วมงานอย่าได้ตอบโต้ใดๆกับกลุ่มคนที่มายุแหย่ ให้รักษาสติไว้ให้ดี อย่าได้ตอบโต้กับกลุ่มคนที่กำลังขาดสติ

ผมออกเดินทางวัดบวรฯ ราว 14 นาฬิกาครับ ตามข้อมูลที่ได้ทราบจากเอกสารที่แจกในห้องประชุม มีการวิเคราะห์เอกสารแต่งตั้งที่ลงนามโดยนายวิษณุ เครืองามเป็นส่วนๆ โดยแสดงถึงเหตุนำที่ใช้ที่ขัดต่อกฏหมาย ความไม่ชอบมาพากลในเหตุนำที่ยกขึ้นมาเพื่อแต่งตั้งผู้ปฏิบัติการแทนสมเด็จพระสังฆราช และการข้อความในประกาศที่เป็นไปโดยขัดต่อกฏหมายมาตรา 73 ที่รองนายกรัฐมนตรีใช้อ้างอิงในการแต่งตั้ง ตลอดไปจนสองความเห็นจากนักเขียนประจำหนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" ที่เสนอข่าวในทางทางที่ว่า "นักกฏหมาย" ซึ่งคงหมายถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่จะเป็นฝ่ายได้รับรังสีความร้อนจากคำสั่งแต่งตั้งในครั้งนี้ จากการเป็นผู้ลงนามประกาศแต่งตั้งรักษาการสังฆราช ซึ่งพิมพ์ไทยมีความเห็นว่าเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช

ข้อมูลที่เหลือจะนำมาแสดงไว้ในที่นี้ในโอกาสต่อไปครับ และจากที่ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรจากพิมพ์ไทย หลวงตามหาบัวท่านได้เทศน์ถึงเรื่องนี้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน มีใจความสำคัญว่าการแต่งตั้งในครั้งนี้เป็นการหมิ่นสมเด็จพระสังฆราชอย่างร้ายแรง และพระองค์ท่าน "ถูกรุมกินโต๊ะ" ซึ่งแม้แต่หลวงพ่อคูณ ก็ยังมาเข้าเฝ้าท่านและได้เมตตาปลุกเศกเทียนชัยเพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมงานในวันนี้จุดที่ในบริเวณวัดบวรฯ ในเวลากลางวัน อันอาจพอตีความหมายได้ว่า วัดนี้มืดมนเหลือประมาณแล้ว

พิมพ์ไทยยังตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งหลวงตาและนายทองก้อนมุ่งเป้าไปที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเพียงผู้เดียวโดยไม่ได้แตะต้องกรรมการรูปใดใน ม.ส.เลย

ในอีกทางหนึ่ง หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ก็มีกลุ่มคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุจำนวนราว 40 คนแบ่งเป็นฝ่ายหญิงและฝ่ายชายอย่างละครึ่ง โดยฝ่ายชายยืนถือป้ายผ้าเขียนข้อความเรียกร้องให้ "ก้อนขี้" หยุดการกระทำดังกล่าว และอีกป้ายหนึ่งทางฝ่ายหญิงเรียกร้องให้หยุดการกระทำให้สงฆ์แตกแยกกัน และมีผู้ชายสูงอายุคนหนึ่งสวมชุดขาวถือโทรโข่งประกาศหน้าโรงแรมด้วยถ้อยคำที่ผมมีความเห็นส่วนตัวว่าไม่สุภาพและน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังเป็นอย่างยิ่งโจมตีการประชุมในโรงแรมของกลุ่ม "ศิษย์หลวงตามหาบัว" ที่ขึ้นป้ายไว้ชัดเจน

ข้อมูลอื่นที่ได้รับทราบก็คือ มีผู้หญิงหนึ่งในกลุ่มที่ยืนหน้าโรงแรม ที่เคยไปยืนด่าหน้าเต๊นท์วัดป่าบ้านตาดในงานวันมาฆบูชาเมื่อปีกลายและเคยแต่งชุดขาวแบบผู้ถือศีลแปดเข้าไปนั่งอยู่ในสวนแสงธรรม กลุ่มศิษย์หลวงตาจำได้ ก็เข้าไปเชิญให้เขาไปกราบถามหลวงตาได้ทุกเรื่องที่ต้องการทราบ แต่พอเห็นรถตู้หลวงตามาถึงก็วิ่งหนีไป วันนี้ก็มาที่โรงแรมด้วย หลังจากที่บ่นกันพักใหญ่ก็ได้เข้าไปร่วมในงานด้วย นอกจากนั้นยังมีชายวัยกลางคนสวมเสื้อเชิตลายทางไปยืนตำหนิหน้าประตูห้องประชุมด้วยเสียงดังพอสมควรเป็นเวลานานอีกด้วย ซึ่งหลังจากจัดลำดับกันเรียบร้อย ก็ได้เข้าไปนั่งในห้องประชุมจนเต็มทุกที่นั่ง และเมื่อมีการเดินทางไปยังวัดบวรฯ กลุ่มนี้ก็ติดตามไปด้วย และได้กล่าวหากลุ่มศิษย์หลวงตาว่าได้รับเงินมา ซึ่งจากการสอบถามผู้คนที่มาร่วมในวันนี้ ก็ไม่มีใครได้รับเงินแต่อย่างใด ทุกคนมาด้วยความสมัครใจและด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง

สรุปจากที่เห็นว่า กลุ่มศิษย์หลวงตามหาบัวในโรงแรมไม่มีการใช้ความรุนแรงหรืออารมณ์ใดๆให้เห็นเลย แต่กลุ่มหน้าโรงแรมซึ่งไม่ทราบว่ามาจากที่ไหนนั้นเห็นชัดว่าใช้ความรุนแรงประกอบตลอดงาน

ถ้ามีข่าวเพิ่มเติมเมื่อไหร่ จะนำมารายงานให้ได้รับทราบกันครับ
๙๙๙ 25/01/04 12:14:29 พากันไปทำอะไรกัน : อีกอย่างโจโจ้ยังไม่ได้สรุปเนื้อหาและประเด็นตามหัวข้อเลย
tripoom99@hotmail.com 25/01/04 10:51:10 ในเรื่องแต่งตั้งพระสังฆราช

 ขออนุญาตให้ข้อมูลเผื่อคนที่ไม่เคยเข้าใจใน ความเป็นไป  จะเข้าใจ
ธรรมเนียมการแต่งตั้งพระสังฆราชนั้น
โดยปกติ ในหลวงจะทรงโปรดให้พระที่ทรงสมณศักดิ์นานที่สุดได้ขึ้นครองตำแหน่ง
โดยปกติพระฝ่ายธรรมยุตตินิกาย และฝ่ายมหานิกายมีจำนวนตำแหน่งเท่ากัน
อย่างท่านหลวงตามหาบัวถือว่าเป็นพระชั้นธรรมเป็นตำแหน่งที่เป็นรองจากตำแหน่งสมเด็จ
สองชั้นระดับ  หากพระในตำแหน่งสูงกว่าทั้งหมดสิ้นไปแล้วหลวงตายังคงอยู่ท่านก็จะได้ดำรงตำแหน่งสังฆราชเช่นกัน

  ทีนี้อะไรกันแน่ที่เป็นปัญหา ?

  พระฝ่ายมหานิกายมีจำนวนมากกว่า ฝ่ายธรรมยุตติ กว่าเป็นจำนวนจะเป็นกว่าสามเท่า
ดังนั้นพระที่ครองตำแหน่งอยู่จนอายุมากแล้วเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชจึงเป็นของฝ่ายธรรมยุตติ (ฝ่ายมหานิกายแก่ตายไปหมดก่อน)

 ที่นี้แม้พระทางฝ่ายมหานิกายก็ไม่ได้มีปัญหาหหรอก พวกที่มีปัญหามักจะเป็นลูกศิษย์
พระท่านมีหน้าที่ท่านก็ทำไปตามตำแหน่ง แล้วพวกคุณก็ลองดูสิพระที่ควรจะเป็นผู้เข้าประชุมมหาเถรสมาคมอายุก็ราว ๖๐ ปี ถึง ๙๐ ปีกว่า อย่างสมเด็จพระสังฆราชพระองค์
ปัจจุบันก็กว่า ๙๐ พรรษา ทรงเป็นประธานมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง หมายถึงต้องเป็นประธานการประชุม นาน ๔ - ๕ ชม. ผมเห็นที่มีเรื่องบางครั้งประชุมถึง  ทุ่ม
  คุณลองดูการประชุมสภาสิครับ  สส. พวกนั้นอายุน้อยกว่าก็ยังหลับออกกล้องโทรทัศน์
 สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือพระผู้ใหญ่จริง ๆ ท่านไม่ค่อยได้เข้าประชุมไม่ไหวหรอก แล้วก็คือให้บรรดากรรมการมหาเถรที่มีอายุน้อยกว่ามานั้งแทน

  สิ่งที่เป็นกฏหมายเจ้าปัญหาที่คุณทองก้อนคัดค้าน ก็คือตรงปัญหานี้แหละครับ
คือพระสูงอายุปกติไม่ได้ประชุม ให้พระหนุ่ม ๆ ประชุม แต่เวลามีการรับรองมตที่ประชุมก็ทำกันในนามมหาเถรสมาคมอยู่ดี  กฎหมายที่ถูกคัดคานให้ตกไปนั้นและถูกเอามาเป็นประเด็นปัญหาที่ปรากฏในลานธรรมแห่งนี้ด้วย ก็คือกฎหมายที่ให้บรรดาพระหนุ่ม ๆ นั้นที่มาประชุมแทนมีอำนาจมากขึ้นก็ว่าได้  คือประชุมแล้วมีมติที่ประชุมอย่างไรก็ออกไปในนามของตัว
แทนในนามมหาเถรสมาคม แล้วรับผิดชอบ  แทนที่อย่างปัจจุบันที่หลายครั้งที่พระมหาเถร
ทั้งหลายไม่มาประชุมแล้วพระหนุ่มมีมติแล้วออกไปในนามมหาเถร  แล้วท่านก็บอกว่าท่านไม่เห็นรู้เรื่อง  อันนั้นโทใครไม่ได้เลย ท่านบกพ่รองต่อหน้าที่เอง  แต่ก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย  แล้วคุณทองก้อนก็ใช้ประเด็นดังกล่ าวในการยกเป็นปัญหาเช่นกัน

     ประเด็นคือพระเถระทั้งหลายที่ดูแลเรื่องอยู่ก็อยากได้ทางออก มีแต่เสียงร้องว่ามีป้ญหาแต่คนร้องก็ไม่บอกหรอกว่าแก่อย่างไร แล้วก็ยังคงมีการปฎิบัติที่ไม่เปลี่ยนพระผู้ใหญ่ก็ให้พระผู้น้อยไปประชุม เหมือนเดิมจะให้ถูกใจคนกลุ่มนี้อีกกลุ่มก็จะไม่ถูกใจ  หากทำกันโดยใช้การเดินขบวน ที่สุดอาจไปอยู่ที่บอกว่าต่อไปก็ไปหย่อนบัตรเลือกแล้วนับบัตร  น่าจะดีไหมครับ  เพราะแน่นอนว่าถูกใจคนส่วนใหญ่
  ทีนี้ปัญหาคืออะไรครับ คนไม่รู้ที่ไม่เข้าใจและเห็นแต่ที่เป็นข่าว และก็พูดแสดงออกโดยไม่เข้าใจมากกว่ามาก

 ประเด็นที่เป็นพระป่าก็เช่นกัน  ต่อไปท่านนายกทักษิณคงแก้ได้แหละเพราะมีสมาทการ์ด
ใช้แล้ว พวกเราลองดูสิครับพระที่เดินอยู่ท่องเที่ยวไปที่ต่าง ๆ และไม่มีหลักฐานนั้นต่อจากนี้ไปจะยิ่งเป็นปัญหาต่อประเทศ ทั้งลาวเขมรพม่า เข้าประเทศไทยมามากมาย คุณลองเองคนพวกนี้มาแต่งพระแล้วให้เดินป่าดูก็จะรู้ว่าคุณดูแล้วแยกไม่ได้หรอกว่าใครเป็นใคร ไทย ลาว พม่า เหมือนกันไปหมด  ต่อไปมีสมาทการ์ด การเป็นพระป่าน่าจะสะดวกกว่าเดิม

   เพิ่มเติมข้อมูล  เผื่อที่คนสนใจใคร่รู้จะได้มีข้อพิจารณา

tripoom99@hotmail.com 25/01/04 11:17:56 สิ่งที่ผมไม่อยากเห็นที่สุดคือการขัดแย้งโดยการความเข้าใจที่ถูกต้อง
แผ่นดินที่สงบ  จึงสามารถทำความดีได้ง่าย

  เวลาเกิดขัดแย้งแรง ๆ เห็นแต่เอาความคิดเป็นอคติต่อท่านอื่นแล้วก็ต่างขว้างปา
สิ่งต่าง ๆ ใส่กัน  ไม่เห็นต่างจากเด็กช่างกลตีกัน  แล้วคนไม่รู้อีโน่อีเหน่ก็เดือดร้อน
บ้านเมืองก็วุ่นวาย
ศิษย์ อ. 25/01/04 02:22:04                                คนเดือดเนื้อร้อนใจคงกลัวจะถูกตรวจสอบ
                                       
               
จัตตาโร 25/01/04 04:11:04 ขออนุญาต ขอโอกาส
     
     เป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติ  ในหมู่มนุษย์ผู้มากไปด้วยกิเลส   ที่ คนร้ายๆ จะอยู่ในกลุ่มคนดีๆ
     ใน  กลุ่มนกขมิ้น   ก็มัก มี นกแร้ง ปะปนอยู่ด้วย

    ผมนึกถึง  นิยายจีน เรื่องหนึ่ง  เขียนให้อ่านเล่นๆ ...เพื่อให้ คลายทุกข์  และ สอนธรรม  ไปในตัวด้วย
...............................................................................................
   มี อ๋อง  สามท่าน  
  อ๋องแรก  เป็น ฮ่องเต้ ....มี ขันที ดูแลมากมาย  และ ในทุกยุค ทุกสมัย   ในหมู่ขันที  ย่อมมี คนร้าย คนโลภ โกงกิน  กังฉิน   ..มันเป็นธรรมดา
  อ๋องสอง เป็นเพื่อน อ๋องแรก  ไม่ได้ ครองราชย์   อยู่ต่างจังหวัดไกลออกไป    คอยแต่ฟังข่าว  ไม่ได้ลงมาเห็นเอง .....มีขันทีดูแลมากมาย  และ ก็อีกเช่นกัน  ในหมู่ขันที  ก็มี ตัวร้าย   หูเบา    คอยส่งข่าว ผิดบ้าง ถูกบ้าง ให้  องค์สองฟัง  ...อ๋องสอง ก็ ตอบสนอง ตอบไป ตามข้อมูล  ณ  ตรงนั้น  แต่ ท่านก็น่ารัก น่าเคารพ  ท่านบอกว่า "ขอตอบ ตามที่ได้ข่าวมา   ขอให้พิจารณาด้วย"
  อ๋องสาม  เป็น ว่าที่ ฮ่องเต้  ...จ่อคิว เป็นฮ๋องเต้   ถ้าองค์แรก มีปัญหา

  อยู่มาวันหนึ่ง  ขันที ทั้ง 10 ของ อ๋องแรก  โกงกิน สารพัด  ปลอมราชโองการ   ฯลฯ  ข่าว ถึง หูท่าน นายพลที่รักชาติท่านหนึ่ง  
  นายธนาคารคนหนึ่ง เป็นคนฟ้อง ให้ท่านนายพลทราบ และ ก็  ลาไปบวช 15 วัน  
  ท่านนายพล  ต้องวางแผน กำจัด 10 ขันที  ..จึงลักลอบ เข้าพบ อ๋องหนึ่ง   โดยไม่ให้ ขันที ทั้ง 10 ทราบ ..และ ก็ รู้กันกับ อ๋องแรก  แล้ว
    .และ  อ๋องแรก บอกว่า  ให้ไปขอ ความเมตตา จากองค์สาม    ให้ รับศึกหนัก  เพราะ จะโยน "ว่าที่" ให้ รักษาการณ์แทน....อ๋องแรก น่ารักไหม ? ฉลาดสุดๆ
    เหตุผล ที่ให้ อ๋องสามแทน เพราะ   นายพลฯ จะได้ ปราบ 10 ขันทีได้ถนัดๆ  
  ..อ๋องสาม  บอกว่า  อย่างไงก็ได้  โดนด่า 10 ทิศ  ก็ไม่เป็นไร เพราะ เป้าหมายชีวิตของท่าน ไม่ได้อยู่ที่ จะขึ้น ครองราชย์ ...ท่านอยู่อย่าง สมถะ  ...ท่านเคย ทำหน้าที่ แทน ฮ๋องเต้   มาบ้างแล้ว  
    ขันที ของอ๋องสอง   ไม่รู้คิดอย่างไร  ไป เล่าให้อ๋องสองฟัง   และ  รายงาน ความคิดเห็น ของอ๋องสอง  ออกมา   ....อ๋องสอง ก็ พูดออกตัว ว่า " เรา พูดไปตาม ที่แค่ฟังข่าวเท่านั้น"   เพราะ อ๋องสอง เอง เป็นวีรบุรุ ษกู้ชาติ   ท่านรู้ว่า พูดอะไรออกไป น่ากลัว ต้องระวัง
    ฝ่ายหัวเมืองใต้    ก็ไม่น่าเชื่อว่า  มีปัญหากับ การฆ่าพระ   ป่วนขึ้นมา ในจังหวะนี้พอดี    
   โชคร้ายซ้ำเติม ....โรคระบาด  ทำเป็ด ไก่ ตายเป็นเบือ  ..
   นายพลเอง  ก็ปวดหัว    ทั้ง ไฟใต้   โรคไก่  และ  ตัวแทน อ๋อง
   เหล่ากังฉิน   พระชั่ว ขันทีโฉดในวังอ๋อง สี่  อ๋องห้า ... อ๋องร้อย  ก็ร่วมวง เป็นมือที่ สาม ที่สี่ ที่ห้า  

มือที่สาม ....ปั่น   จนมัน   เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์  ....ส่งคนของตน ไปเป็นขันที  เข้าไปแทรกซึมบ้าง  เข้าไปจารกรรม  หาข่าวบ้าง ..เข้าไปใส่ไข่ ใส่ร้าย  สร้างเรื่องบ้าง ...ใน วังของทั้ง สามอ๋อง ...  
มือ สี่ ห้า  ....ร่วมวงด้วย..... แค้นมานาน ทั้ง แค้นนายพล   แค้น อ๋องสอง ...จับพวก "เตียวหุย" (อารมณ์รุนแรง ไม่มีกาลามสูตร) ของ แต่ ละอ๋อง มาชนกัน
นักข่าว  ก็ตั้งใจ จะขายข่าว ..แต่งแต่มสีสัน  ยั่วยุ  เอามัน เอายอดขาย....

ผลของ เหตุการณ์ วุ่นวายนี้  ....คำตอบออกได้ หลายเหลี่ยม หลายแง่ หลายมุม  ปวดหัวพอๆ กับ   "อาเซนอล พบ แมนยูไนเต็ด" ...อะไร อะไร  ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

เช่น  
ประชาชนเอือมระอา .....ล้มนายพลลง  ล้มอ๋องสามลง  อ๋องสองเสียภาพพจน์ ...ยิงปืนนัดเดียว   นก สามตัว

นิทาน เรื่องนี้ แผนซ้อนแผน   เปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลา    ...อ๋องทั้งสาม  ดีทุกองค์...นายพล จะทำอย่างไร ?  โปรดติดตาม ตอนต่อไป  

นิทาน คือ นิทาน   เป็นจินตนาการหนึ่ง  ......
เรื่องแบบนี้   มีมาไม่รู้กี่ สิบ กี่แสนชาติ แล้ว.....หลายคน ก็เกิดมาในกลียุคแบบนี้แบบนั้นมาก่อน หลายแสนชาติเช่นกัน  และ  ทุกชาติ  ก็พลาดท่า  คือ จิตก็เกิดอาการตามไปด้วยทุกชาติ  

...ขอให้ชาตินี้   อย่าเอาจิตไปผสมโรงด้วย  เอา"สติ" เขาขวางจิต ....จิตเกิดอาการอีก ก็ต้องกลับมาเกิดอีกนะ ....ไม่รู้จะไปเกิดอยู่ฝ่ายไหน  ( อ๋องแรก อ๋องสอง อ๋องสาม นายพล  นายธนาคาร  ขันทีของอ๋องไหน  ประชาชน  นักข่าว  ฯลฯ)

..สมัยโบราณ  เขาให้  ดำน้ำพิสูจน์   เพราะ เชื่อว่า คนที่ จิตนิ่ง  จะดำได้นานกว่า
สมัยนี้  คงทำได้ยาก...เอาเป็นว่า  ให้เราดู   ว่าจิตใครเกิดบ้าง    แต่ ของเราอย่าเกิด
  ชาตินี้    ทำตัวเป็น  "ผู้ดู"   รับรู้เฉยๆ บ้าง  ..ปล่อยให้ผู้ที่ มีหน้าที่ รับผิดชอบเขาทำไป ..
...................... ..............................................................................
   เรื่องใหญ่  แบบนี้  กระเทือน  ถึง สวรรค์แน่นอน ..ไม่ต้องห่วงครับ....อาสนะ พระอินทร์  (ถ้าหนังจีน คงเป็น เง็กเซียน ฮ่องเต้)  ร้อนแล้วครับ ...โปรดติดตาม ตอนต่อไป        

 
สาราณียธรรม 25/01/04 04:24:13                                            
                         แถลงการณ์องค์การยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย
                    เรื่อง ให้รัฐบาลรีบหาทางออกกรณีการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติ                                                        หน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
                                วันที่ 23 มกราคม 2547
......................................................



ตามที่นายทองก้อน วงศ์สมุทร ได้ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราชโดยให้เหตุผลว่า การที่ดร.วิษณุดำเนินไปนั้น ตามหลักการความหวังดีปรารถนาดีต่อพระพุทธศาสนา และประเทศชาติ ถูกต้อง ไม่มีใครคัดค้าน แต่การวิธีการแต่งตั้งอาจไม่ถูกต้องตามจารีประเพณี และอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเสนอว่า ให้ดร.วิษณุ ยกเลิกคำสั่งแล้วนำรายชื่อพระมหาเถระเดิมที่แต่งตั้งไปแล้วนั้น นำไปกราบทูลถวายต่อสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้พระองค์ทรงลงพระนามในการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช การเคลื่อนไหวนี้ มีหลวงตามหาบัว เป็นผู้เห็นชอบด้วย ประกาศจะทำการเคลื่อนไหวไปจนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้อง



ส่วนทางด้านพระราชกวี แกนนำพระภิกษุสงฆ์ ชาวพุทธฝ่ายศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา ได้ประกาศสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาล พร้อมประกาศชนทุกรูปแบบ


ด้วยเหตุนี้ สถานการณ์พระพุทธศาสนาตามเหตุปัจจัยดังกล่าว เป็นสิ่งไม่ดีแน่ ก่อให้เกิดความแตกร้าว ในสังฆมณฑล เป็นสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ควรเพิกเฉย เพราะสถานการณ์ดังกล่าวจักเป็นชนวนให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นตาม จนยากที่จะเยียวยาได้

ดังนั้น องค์การยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย สำนักข่าวพระสงฆ์ไทย จึงเสนอมายังนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบหาทางออกในเรื่องโดยด่วน ก่อนความแตกแยกจะทวีความรุนแรงไปมากกว่านี้


องค์การยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย
สำนักข่าวพระสงฆ์ไทย
วันที่ 24 มกราคม 2547


อ้างอิง
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/v...gaew&topic=4406  
นิพ 25/01/04 05:01:02 เห็นคุณจัตตาโรเล่านิทาน ผมก็จะขอเล่านิทานจีนฉบับของผมบ้างครับ

ไม่เล่าดีกว่าครับ ^_^
สาราณียธรรม 25/01/04 06:55:02                
                "ทองก้อน"ส่งจ.ม.เลือดชาวพุทธ

คลิ๊กเพื่ออ่าน
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4411&page=1
คงขจร 25/01/04 08:59:41 น่าสงสาร ศึกษาธรรมกันไปทำไร ขอเป็นผู้ดูด้วยใจผ่องใส
tripoom99@hotmail.com 26/01/04 09:02:23 ขอขอบคุณ คูณคงขจรที่ให้สติ

และลานธรรม  ที่เป็นสื่อเพราะทำให้คนที่เข้ามาได้ประโยชน์  เพียงแต่หวังประโยชน์ตรงนั้น
ไม่ได้มุ่งล่วงเกินใคร  ขอโทษหากทำให้คุณพัลวัน คุณปทุมวัน 55 และคุณโจโจ้ขัดเคืองใจ

  ขอให้ความมุ่งดีที่ประสงค์มีส่วนทำให้ทุกท่านมีจิตที่มีสุข

ดีครับ  เพราะรู้ว่าไฟไม่ได้ลุกลามทำร้ายผู้คน อย่างน้อยก็มีการควบคุมให้อยู่ในเขต
คนหลังวัด 26/01/04 10:51:18 สายตาสั้นมองได้แค่สั้นๆ ควรใส่แว่นสายตา ไม่ควรเอามือขยี้ตาให้มากนักจะทำให้ตาบอบช้ำหนักเข้าไปอีก อ่านแล้วก้ได้แต่ปลงใจคนทำดีมักถูกมารผจญเสมอ พระพุทธเจ้าก็เคยถูกมารราวีมากมาย แต่ก็ชำนะมาได้ อีกไม่นานก็จะกระจ่างใจเองแหละครับ ผู้มีธรรมในใจแต่งนิยายได้ขนาดนี้ช่างพิศดารยิ่งนักเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นจริง ๆ
bomba 26/01/04 01:21:46  ขอให้โทสะในที่ชุมนุมคลายลงอย่างรวดเร็ว ครับ
ว่างจากเวปอื่น 26/01/04 02:13:27 มานะ ทิฏฐิ และขาดสติ กันโดยแท้

ใจอยู่ป่าเพื่อปฏิบัติธรรม กันต่อโดยดีกว่า
นายโจโจ้ 26/01/04 02:49:32 ขอแสดงความเห็นในฐานะสมาชิกลานธรรมคนหนึ่งนะครับ

เท่าที่ผมอ่านมาในกระทู้นี้ และที่ได้ผ่านตาจากในเว็ปไซท์หลายแย่ง เช่น http://www.yuwasong.com/yuwasongnews177.html ก็ยังไม่มีความขัดเคืองใจใดๆครับ คุณไตรภูมิ เพราะผมทำหน้าที่สื่อข้อมูลตามจริงที่พบเห็นมาด้วยตาและได้ยินมาด้วยหูให้ทุกท่านทราบโดยแยกแยะส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงและความเห็นส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจนครับ เจตนาคือต้องการให้ผู้เข้ามาอ่านได้รับข้อเท็จจริงที่สื่อหลายฉบับมิได้นำเสนอ หรือนำเสนออย่างมีคติอันเอนเอียงครับ

ขอเพียงแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นส่วนตัวแล้วนำทั้งหมดมาตีแผ่ ก็จะสามารถวิเคราะห์ได้ถึงเจตนาของแต่ละฝ่ายครับ

และที่ควรกลั่นกรองให้ดีนั้นก็คือ คำกระแนะกระแหนซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัวอันมิใช่ข้อเท็จจริงครับ

ข้อมูลล่าสุดที่ผมได้รับมาคือ หลายท่านในกลุ่มที่ไปชุมนุมหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ เป็นศิษย์วัดใหญ่ใจกลางเมืองที่แขวนรูปหลวงปู่มั่นไว้ในวัดและวัดสาขาทุกแห่ง

ความเห็นส่วนตัวตรงนี้คือ แขวนรูปหลวงปู่มั่นไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็มิได้ปฏิบัติตามปฏิปทา คำสอน ตลอดจนคำสั่งเสียของท่านที่บอกไว้อย่างชัดเจนว่า หลังจากท่านไม่อยู่แล้ว ต่อไป มีอะไร ให้ไปถามมหาบัว มหาบัวจะเป็นที่พึ่งแก่หมู่คณะได้ กลับตั้งตนเป็นศัตรู และที่เคยมีข่าวว่าไปกราบขอขมาที่วัดป่าบ้านตาดนั้น ก็มิได้ก้มกราบขอขมา ไปนั่งเฉยๆ แต่ออกข่าวมาว่าขอขมา

ส่วนข้อเท็จจริงที่น่าสนใจในอีกทางหนึ่งคือ มีพระรูปหนึ่งประกาศออกวิทยุให้กระชากคอนายทองก้อน กระชากไม่ได้ให้ตีหัว ถ้าตีหัวไม่ได้ ให้เผาโรงแรมนี้(โรงแรมรัตนโกสินทร์)เสียเลย

ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ : ขออภัยครับ นี่พระหรือครับ? หรือโจร หรือนักปลุกระดม? ขออภัยที่ผมไม่ทราบชื่อฉายาพระรูปนี้ แต่ไม่ว่าด้วยเหตุใด สำหรับผมแล้ว ผู้ที่กล่าววาจาอย่างนี้เป็นสาธารณะ ไม่มีใจเป็นพระครับ โดยเฉพาะเป็นการกระจายเสียงออกทางวิทยุในเมืองพุทธแห่งนี้

ที่ผมเฝ้าสังเกตการมาตลอด ในกลุ่มศิษย์หลวงตามหาบัว ไม่มีแม้แต่เพียงคนเดียวที่มีความเห็นให้ไปทำร้ายใคร แม้แต่จะเป็นการภายในก็ตามที ก็ไม่มี จุดยืนของผมคือการเป็นผู้ปฏิบัติ และผมเสนอตัวมาสนับสนุนการทำงานในกลุ่มศิษย์หลวงตามหาบัวในส่วนของรายการตามรอยธรรม โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้พ่อและแม่ผมได้ร่วมทำบุญ และเพื่อ ให้ตัวผมได้เป็นส่วนหนึ่งในการเผยแผ่ธรรมแท้ที่ผมปฏิบัติมาตามคำสอนของครูบาอาจารย์และได้เห็นผลกับตัวแล้ว ซึ่งลงกันได้กับคำสอนทั้งหมดของหลวงตาที่ผมได้รับฟังมาจนถึงบัดนี้

สรุปอย่างสั้นที่สุด ผมเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามกับคณะศิษย์หลวงตามหาบัวกำลังขาดสติ แต่จะมีเจตนาอะไรนั้น ผมไม่มีข้อมูลพอสำหรับการสรุป แต่จากข้อมูลทั้งหมดที่ผมมี ซึ่งไม่เหมาะสมสำหรับการนำเสนอในลานธรรมนี้ ผมโดยส่วนตัวไม่มีความชื่นชมแม้เพียงน้อยนิดให้กับผู้ที่ท่านวิษณุ เครืองามประกาศแต่งตั้งมารักษาการสมเด็จพระสังฆราช จากการแสดงออกของท่านเอง และในฐานะของชาวไทยผู้มีใจเป็นพุทธคนหนึ่ง ผมขอร่วมออกเสียงของตนดังต่อไปนี้

1) คัดค้านต่อการแต่งตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชนี้
2) คัดค้านลักษณะและวิธีการแต่งตั้ง ที่ละเมิดพระราชอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช
3) คัดค้านต่อการกระทำตลอดจนการแสดงออกอันไม่เหมาะไม่ควรในฐานะของพระของฝ่ายสนับสนุนการแต่งตั้งดังกล่าว

นายโจโจ้ 26/01/04 03:07:15 ขอนำบางส่วนของข้อเขียนของอ.แสวง อุดมศรี ซึ่งหาอ่านได้โดยสมบูรณ์จากเว็ปยุวสงฆ์ดอทคอม ( http://www.yuwasong.com/yuwasongnews176.html ) มาเสนอเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อ่านท่านอื่นๆ ครับ

เมื่อพิจารณาความในมาตรานี้ แต่ละวรรคอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ก็น่าจะวินิจฉัยได้ว่า ไม่มีความในวรรคใดเลยที่ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(นายกรัฐมนตรี)แต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หากจะมีก็เฉพาะความในวรรคห้าเท่านั้น แต่ก็ให้อำนาจเฉพาะการประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้นเอง


การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(นายกรัฐมนตรี)จะให้อำนาจประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตามความในมาตรานี้ลงในราชกิจจานุเบกษาได้มีอยู่ ๒ ประการคือ:-


๑.สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ หรือสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับแล้วแต่กรณี และสามารถปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้ โดยได้รับการเลือกจากกรรมการมหาเถรสมาคมแล้ว


๒.สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่ง ที่สมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาแต่งตั้งให้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช


เมื่อพิจารณาตามนี้ ประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงนามเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๗ ก็น่าจะวินิจฉัยได้ว่าเป็นโมฆะ ไม่น่าจะนำไปบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย เพราะเพียงแค่ชื่อเรื่องว่า แต่งตั้ง….ก็ผิดแล้ว เมื่อขึ้นชื่อเรื่องผิด ข้อความที่พรรณายาวถึง ๓ หน้ากระดาษ A ๔ ก็กลายเป็นโมฆะไปโดยปริยาย


จากข้อสังเกตต่อประกาศฉบับนี้ที่แจกในงาน นี่คือผลงานของนักกฏหมายที่เป็นที่เทิดทูนยกย่องกันว่าเป็นอันดับต้นของประเทศจริงหรือ? การออกประกาศแต่งตั้งในวันที่ 13 มกราคม 2547 ในขณะที่มหาเถรสมาคมพึ่งจะมีการเสนอให้พิจารณาเรื่องการแต่งตั้งผู้รักษาการพระสังฆราชในวันที่ 20 มกราคม 2547 ด้วย คือยังไม่มีการพิจารณาบุคคลผู้มารักษาการเลย นี่เป็นเพียง 1 จาก 20 ข้อที่สังเกตที่หาอ่านได้จากประกาศอันลงนามโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฉบับนี้

ควรหรือไม่ ที่จะระบุว่าประกาศฉบับนี้ "ไม่ชอบมาพากล" อันควรมีการสืบสวนและสอบสวนต่อไปว่ามีที่มาและที่ไปโยงใยกับใครอย่างไร

กอบ 26/01/04 04:10:08 รอติดตามข่าวต่อไป ครับ พี่โจโจ้
tripoom99@hotmail.com 26/01/04 04:27:44 คุณโจโจ้รักษาสภาวะจิตที่เป็นกลางได้ก็ดีแล้ว
  ผมเห็นผู้แสดงอาการผิดปกติในลาน  แล้วก็รู้ว่านอกลานนี้ก็ยิ่งแย่
คุณโจโจ้ก็เห็นเอง   หากเป็นตัวหนังสือเป็นอยู่อย่างนี้
กลางถนนก็ต้องเรื่องใหญ่
ดีแล้วที่คุณโจโจ้ทำตัวเป็นสื่อ
เป็นธรรมดาไม่มีใครเป็นกลางเลยกระมั่งเท่าที่เห็น
เรียนตามตรงมีบางเรื่องผมก็ไม่เห็นด้วยกับสมเด็จ
มีบางเรื่องผมก็ไม่เห็นด้วยกับเจ้าคุณธรรม หลวงตามหาบัว

และผมก็รู้ว่า ในครั้งพุทธกาลแม้กรณีนี้
ท่านพระมหาโมคคัลลานะกับท่านพระปิณโฑลภาร  ทวาชะ ครองอันตร
วาสกในเวลาเช้าแล้ว ถือบาตรจีวร เข้าไปบิณฑบาตในเมือง   ราชคฤห์ อันที่แท้ ท่านพระปิณโฑล
ภารทวาชะ เป็นพระอรหันต์และมีฤทธิ์ แม้ท่านพระมหาโมคคัลลานะก็เป็นพระอรหันต์และมีฤทธิ์
จึงท่านพระปิณโฑลภาร ทวาชะ ได้กล่าวกะท่านพระมหาโมคคัลลานะว่า ไปเถิด ท่านโมคคัลลานะ  
จงปลดบาตรนั้นลง บาตรนั้นของท่าน แม้ท่านพระโมคคัลลานะก็กล่าวกะท่านพระปิณโฑลภาร
ทวาชะว่า ไปเถิด ท่านภารทวาชะ จงปลดบาตรนั้นลง บาตรนั้นของท่าน จึงท่านพระปิณโฑล
ภารทวาชะเหาะขึ้นสู่เวหาส ถือบาตรนั้นเวียนไป   รอบเมืองราชคฤห์ ๓ รอบ ฯ
   [๓๒] ครั้งนั้น ท่านราชคหเศรษฐีพร้อมกับบุตรภรรยา ยืนอยู่ในเรือน   ของตน ประคอง
อัญชลีนมัสการ กล่าวนิมนต์ว่า ท่านเจ้าข้า ขอพระคุณเจ้าภารทวาชะ จงประดิษฐานในเรือนของ
ข้าพเจ้านี้เถิด จึงท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ ประดิษฐานในเรือนของท่านราชคหเศรษฐี ขณะนั้น
ท่านราชคหเศรษฐีรับบาตรจากมือของท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ แล้วได้จัดของเคี้ยวมีค่ามาก
ถวายท่าน  พระปิณโฑลภารทวาชะ ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะได้รับบาตรนั้นไปสู่พระอาราม  
ชาวบ้านได้ทราบข่าวว่า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะปลดบาตรของราชคหเศรษฐี ไปแล้วและชาว
บ้านเหล่านั้นมีเสียงอึกทึกเกรียวกราว ติดตามพระปิณโฑลภารทวาชะไปข้างหลังๆ พระผู้มีพระภาค
ได้ทรงสดับเสียงอึกทึกเกรียวกราว ครั้นแล้ว  ตรัสถามท่านพระอานนท์ว่า อานนท์ นั่นเสียงอึกทึก
เกรียวกราว เรื่องอะไรกันท่านพระอานนท์กราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ
ปลดบาตร  ของท่านราชคหเศรษฐีลงแล้ว พวกชาวบ้านทราบข่าวว่า ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะ
ปลดบาตรของท่านราชคหเศรษฐีลง จึงพากันติดตามท่านพระปิณโฑลภารทวาชะมา  ข้างหลังๆ
อย่างอึกทึกเกรียวกราว พระพุทธเจ้าข้า เสียงอึกทึกเกรียวกราวนี้    คือเสียงนั้น พระพุทธเจ้าข้ า ฯ
   [๓๓] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ในเพราะเหตุ เป็นเค้ามูลนั้น
ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามท่านพระปิณโฑลภาร ทวาชะว่า ภารทวาชะ ข่าวว่า
เธอปลดบาตรของราชคหเศรษฐีลง จริงหรือ  
   ท่านพระปิณโฑลภารทวาชะทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า    
   พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ภารทวาชะ การกระทำของเธอนั่น  ไม่เหมาะ ไม่สม
ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ ไฉน เธอจึงได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ซึ่งเป็นธรรม
อันยวดยิ่งของมนุษย์ แก่พวกคฤหัสถ์ เพราะเหตุแห่งบาตรไม้ ซึ่งเป็นดุจซากศพเล่า มาตุคาม
แสดงของลับ เพราะเหตุแห่งทรัพย์ซึ่งเป็นดุจซากศพแม้ฉันใด เธอก็ฉันนั้นเหมือนกัน ได้แสดง
อิทธิปาฏิหาริย์ซึ่งเป็นธรรมอันยวดยิ่งของมนุษย์ แก่พวกคฤหัสถ์ เพราะเหตุแห่งบาตร ไม้ซึ่งเป็น
ดุจซากศพ การกระทำของเธอนั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน   ที่ยังไม่เลื่อมใส ... ครั้นแล้ว
ทรงทำธรรมีกถารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงแสดงอิทธิปาฎิหาริย์ ซึ่ง
เป็นธรรมอันยวดยิ่งของมนุษย์ แก่พวกคฤหัสถ์ รูปใดแสดง ต้องอาบัติทุกกฏ   ดูกรภิกษุทั้งหลาย
พวกเธอจงทำลายบาตรไม้นั่น บดให้ละเอียด ใช้เป็นยาหยอดตาของภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุไม่พึง
ใช้บาตรไม้ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ  



นี่เป็นตัวอย่าง ที่แสดงว่าในครั้งพุทธกาล พระอรหันต์สององค์ก็ยังกระทำการที่มีผิดพลาด

เพียงแต่ท่านเป็นผู้มีพระคุณ  และเราก็กลัวบาปกรรม  


ผมเห็นไปอีกอย่างไม่ทราบว่าท่านทั้งหลายจะเห็นหรือไม่
คราวที่พระศาสนาจะเสื่อมไปจากดินแดนใด
ความเจริญทางด้านวัตถุจะขึ้นไปถึงขีดสุดก่อน
ในอินเดียสมัยพระเจ้าอโศก
ในจีนราชวงศ์ถัง
หรือในอาฟกานิสถาน

แต่ละแห่งวัตถุใหญ่โต
มีมหาวิทยาลัยพระที่มีพระเรียนนับพัน (ในบันทึกว่าเป็นหมื่น )
เป็นมีห้องนับร้อยในภูเขาทั้งลูก
เป็นพระพุทธรูปใหญ่ทั้งภูเขาที่ถูกระเบิด

สภาวะธรรมดาก็มีอยู่ให้เห็น

ผมว่า  ผมไม่สนใจหรอกใครจะมาเป็นพระสังฆราชหรือปฎิบัติหน้าที่แทน
เห็นคนแสดงความเห็นแล้วก็คันมือ
รู้อะไรก็เล่าให้ฟัง
เพราะเห็นคนแสดงความเห็นถูกปนผิดก็แสดงได้
หากว่าแสดงที่มีหลักฐานหรือชี้แล้วคนดูอยู่ร้องอ๊อ
ก็จึงแสดงมา
ไม่ได้มุ่งร้าย   เห็นบรรยากาศก็รู้สึกถึงอารมณ์ของคน
หากไม่แจ้งผู้รับผิดชอบผ่า นทางสื่อบ้างก็กลัวว่าเดี๋ยว
บ้านที่เคยอยู่สบายจะเปลี่ยนเป็นร้อน
ทำอะไรก็ทำเถิด กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดี
คุณอานันท์คนทำรัฐธรรมนูญทำให้มีที่ที่คุณจะสามารถคัดค้าน
และทุกคนที่ทำหากไปตามกรอบกฏหมาย
บ้านเมืองก็ไม่ลุกเป็นไฟ

หากชาวพุทธคิดว่าเป็นคนกลุ่มใหญ่สุดของประเทศ
ผมว่าคิดผิด  แค่เป็นพุทธในสัมมะโนครัว
ดังนั้นจึงไม่แปลกหรอกที่ลัทธิความเชื่อ
เกิดได้มากมาย
เอาเป็นว่าคุณ ๆ ไม่เผาบ้าน และสงบอย่างที่ว่า
คนอื่นพยายามจะเผา ก็อย่าไปร่วมด้วย
ดำเนินการไปตามกฎหมาย
ส่งไปได้ถึงศาลไหนบ้างก็ทำไป
ผมไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญหรือศาสปกครอง
ทำไปเถิดครับ  กรุณาทำในกรอบ  
หากไม่พอใจก็รวมตัวกันให้มากพอจะแก้รัฐธรรมนูญ
รวมไปถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เออแล้วคนที่ดูดเลือดออกมานั้นนะ
โดยเฉพาะคุณทองก้อนนะเคยบริจาคโลหิตหรือเปล่า
หากไม่เคยก็อยากให้ไปบริจาคบ้าง
ผมเองเคยบริจาคไป ๑๖ หนก็ดีมากนะเชิญชวนผ่านไปด้วยครับ
นายโจโจ้ 26/01/04 06:19:53 อีกส่วนของข้อเขียนโดยอ.แสวง อุดมศรี จากยุวสงฆ์ดอทคอมครับ

นับตั้งแต่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ ที่รัฐได้ตราออกมาให้คณะสงฆ์ใช้เป็นแม่บทในการปกครองติดต่อกันมาถึงปัจจุบัน ก็เป็นเวลายาวนานถึง ๔๑ ปี แล้ว สมเด็จพระสังฆราชแต่ละพระองค์ ต่างก็มีพระบัญชาแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชมาโดยลำดับ แต่ก็ทรงแต่งตั้งพระราชารูปใดรูปหนึ่งเพียงรูปเดียว ให้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ไม่ได้ตั้งเป็นคณะถึง ๕-๖ รูป คล้ายกับเป็นมหาเถรสมาคม ๒ ชุด เหมือนกับไม่ไว้ใจกันและกัน ดังเช่นที่รัฐบาลแต่งตั้งตามประกาศฉบับลงวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๗ ดังกล่าวนี้


นอกจากนี้เมื่อได้ฟังสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง ที่กล่าวเปิดเผยถึงบรรยากาศการประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๗ ว่า


"ได้รับแจ้งให้ทราบว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ขอเข้าร่วมประชุมเพื่อแจ้งเรื่องสำคัญรีบด่วนให้มหาเถรสมาคมพิจารณา และเมื่อรองนายกรัฐมนตรีเข้ามาแล้ว ท่านก็ได้แถลงถึงความจำเป็นรีบด่วนแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีความโดยละเอียดเหมือนกับข้อความในประกาศฯที่ท่านลงนามนั้นแหละ กรรมการมหาเถรสมาคมส่วนใหญ่ต่างก็นั่งฟังนิ่งๆ โดยมิได้แสดงความคิดเห็นอะไร"


สมเด็จพระราชาคณะรูปนั้นกล่าวเปิดเผยต่อไปว่า "ในเรื่องนี้มหาเถรสมาคมไม่เคยร้องขอ เพราะงานในส่วนของมหาเถรสมาคมนั้น กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูป ก็มีความเห็นเหมือนกันว่า สมเด็จ พระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ท่านปฏิบัติหน้าที่ประธานที่ประชุมได้ดีเสมอมา ไม่มีอะไรบกพร่องเสียหาย


การที่สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคม พระองค์ท่านก็มิได้ทรงทำอะไรให้เกิดความเสียหายแก่งานของมหาเถรสมาคม หากจะมีข่าวว่าบกพร่องบ้าง ก็มิได้เกี่ยวข้องกับตำแหน่งประธานกรรมการมหาเถรสมาคมที่พระองค์ทรงดำรงอยู่ น่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตำแหน่งอื่นที่พระองค์ทรงดำรงอยู่มากกว่า หากมีพยานหลักฐานแน่ชัดว่าไม่ถูกต้อง รัฐบาลก็มีอำนาจที่จะเข้าไปจัดการแก้ไขได้อยู่แล้วไม่ได้เกี่ยวกับมหาเถรสมาคม


เรื่องการจะออกประกาศฉบับนี้ ไม่มีใครไปกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชให้ทรงทราบ แต่เป็นความประสงค์ของรัฐบาลเอง ที่จะแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยที่มหาเถรสมาคมไม่ได้ร้องขอ เพร าะในส่วนงานของมหาเถรสมาคมไม่มีอะไรบกพร่องเสียหาย แม้พระองค์ท่านจะไม่ได้เสด็จมาร่วมประชุม แต่งานก็ดำเนินไปได้ดี สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ท่านก็ปฏิบัติหน้าที่ประธานที่ประชุมได้ดี ไม่มีอะไรบกพร่องเสียหาย"


เมื่อได้ฟังการกล่าวเปิดเผยจากสมเด็จพระราชาคณะรูปนี้ ก็น่าจะตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประกาศสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติฉบับนี้ออกเป็น ๓ ประการคือ


๑.สมเด็จพระสังฆราชไม่ทรงทราบเรื่องนี้มาก่อน


๒.มหาเถรสมาคมไม่ทราบเรื่องมาก่อน และไม่เคยมีมติใดๆที่จะขอให้มีการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชแต่อย่างใดทั้งสิ้น


๓.รัฐบาลแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มิใช่เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการปกครองคณะสงฆ์ แต่เพื่อต้องการมิให้มีการแอบอ้างในทางที่ไม่เหมาะสมบางประการเท่านั้น


ดังนั้น เมื่อประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เรื่องแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ฉบับนี้มีลักษณะเป็นโมฆะ และไม่น่าจะมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมายเช่นนี้ ก็สมควรที่รัฐจะได้นำกลับไปทบทวนใหม่ โดยไปเข้าเฝ้ากราบทูล สมเด็จพระสังฆราชให้ทรงทราบถึงความจำเป็น ที่ควรจะมีพระบัญชาแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของพระองค์ต่อไป


ไม่ทราบจะพูดอย่างไรได้อีกแล้ว นอกจาก "ไม่ชอบมาพากล"

เมื่อไม่ชอบมาพากล ก็ชวนให้เสาะค้นความเป็นมาของประกาศฉบับนี้ ซึ่งนำให้ต้องคำนึงถึงเรื่องในอดีตที่ควรแก่การพิจารณาเพื่อเชื่อมโยงกันก็คือ ใครเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนการรวมบัญชี ที่กลุ่มศิษย์หลวงตามหาบัวได้ทำการคัดค้านจนประสบผลสำเร็จ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันแล้วในที่สุด ว่าถ้ารวม ประเทศชาติจะเสียหายเป็นอย่างมาก

ในครั้งของการรวมบัญชี มีผู้ร่วมเขียนกันสองท่าน แต่ถูกตำหนิอยู่เพียงท่านเดียว ขอให้ทุกท่านลองไปสืบเสาะกันดูว่าอีกท่านนั้นคือใคร ซึ่งท่านที่ถูกตำหนิท่านก็เคยเอ่ยปาก ว่าทำกันสองคน ทำไมผมถูกตำหนิอยู่คนเดียว

ถ้าข้อมูลที่ผมมีเป็นจริง แต่เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานยืนยัน จึงไม่อาจแสดงในที่สาธารณะได้เพราะจะเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีมูล ซึ่งในทางกลับกันถ้าข้อมูลอันยังไม่อาจจะยืนยันได้ทั้งหมดนั้นเปลี่ยนสถานะกลายเป็นข้อเท็จจริง ความเสียหายในครั้งนั้น จะเทียบไม่ได้แม้เพียงครึ่งของความเสียหายในครั้งนี้ เพราะครั้งนั้นเป็นเ รื่องทางวัตถุ แต่ครั้งนี้จะเป็นความเสียหายในระดับรากฐานคือแก่นคำสอนของศาสนาเลยทีเดียว

ขอให้ลองช่วยกันสืบเสาะหาข้อมูลกันกันให้ดีก่อนที่จะสนับสนุนหรือคัดค้าน ว่ามีใครคนใดบ้าง เป็นผู้สนับสนุนลัทธิที่ประกาศตนเป็นพุทธโดยเครื่องแบบ แต่บิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าผู้สนับสนุนนั้นได้เป็นใหญ่ในหมู่สงฆ์แล้ว ความบิดเบือนในคำสอนแห่งพระพุทธศาสนาจะเกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร

ขอให้ลองช่วยกันสืบเสาะว่า ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ใครเป็นผู้เขียนสคริปต์ให้รัฐมนตรีออกมาแถลงข่าวจนกลายเป็นว่ารัฐบาลสนับสนุนลัทธิที่บิดเบือนคำสอนในพระพุทธศาสนา เสียภาพลักษณ์กันไปมากมาย ตามที่ผมได้ยินมาไม่ใช่ท่านอดีตรัฐมนตรีเขียนสคริปต์เองนะครับ เป็นท่านอื่นเขียนสคริปต์ให้ ท่านผู้เขียนนั้นคือใคร ลองสอบถามจากนักข่าวสายทำเนียบดูก็แล้วกันครับ แล้วช่วยยืนยันที่นี่ด้วย ถ้าไม่ใช่ก็แล้วกันไป แต่ถ้าใช่ เรื่องนี้คงต้องขยายผล ทำการค้นคว้าให้ลึกซึ้งลงไปอีกแล้วล่ะครับ

เมื่อเชื่อมโยงเรื่องทั้งหมด ผมเห็นว่า งานนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่งานเล็ก มีการเตรียมการ จ้องรอโอกาสมายาวนาน เมื่อสามารถรอโอกาสได้ยาวนาน ผลตอบแทนต้องไม่เล็ก แผนการต้องเป็นระดับใหญ่มาก ผู้เกี่ยวข้องต้องไม่ใช่เพียงคนสองคน แต่ต้องมีเป็นขบวนการ จึงควรแก่การสืบเสาะว่า ใครบ้างที่เกี่ยวข้อง ขอใช้คำคล้ายๆกับที่ผู้สวมเครื่องแบบพระท่านนั้นประกาศคือ ต้องกระชากหน้ากาก(ไม่ใช่คอเสื้อ )คุณโม่ง ท่านโม่งทั้งหลายให้เปิดเผยตัวออกมาให้ได้ อย่าให้หลบอยู่ข้างหลังคอยหาโอกาสทำร้ายพระพุทธศาสนาอยู่อย่างนี้

ลัทธิที่ทำการบิดเบือนคำสอนในพระไตรปิฏกนี้ เขาทำการถึงขนาดแทรกตัวบุคคลของเขาซึ่งสวมเครื่องแบบสีเดียวกันเข้าไปในพุทธมณฑล ทำการตั้งรูปเคารพของพระสงฆ์รูปหนึ่งสูงเป็นหลายๆเมตรไว้กลางอาคารใหญ่เพื่อเสริมความนิยมของลัทธิเขา แล้วเอาพระพุทธรูปเล็กๆขนาดหน้าตักไม่กี่นิ้วไว้ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งก็ไม่สามารถแน่ใจได้ว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงข้อความในพระไตรปิฏกที่สลักอยู่ในบริเวณรอบๆหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็สมควรแก่การตรวจสอบเช่นเดียวกัน

ความเห็นของบางท่านในกระทู้นี้ที่วิจารณ์ผู้ปฏิบัตินั้น ผมมีความเห็นว่า ไม้บรรทัดยาว 1 ฟุต วัดความลึกของท้องทะเลไม่ได้ฉันใด ผู้ที่ยังไม่ปฏิบัติ ก็ไม่อาจวัดและไม่อาจวิจารณ์ผ ู้ที่ปฏิบัติฉันนั้น และแก่นของพุทธศาสนาทั้งหมดนั้นคือการปฏิบัติเพื่อความพ้นจากทุกข์โดยการละเหตุแห่งทุกข์ ผู้ที่ฐานะอันเหมาะสมต่อการวิจารณ์ ถ้าไม่ใช่ผู้ปฏิบัติที่เข้าถึงการปฏิบัติแล้ว จะเอาฐานอะไรมาวิจารณ์ เช่นเดียวกับทางโลก ที่จะไม่มีใครจ้างผมไปเป็นโค้ชทีมฟุตบอลเพราะผมเตะฟุตบอลไม่เป็น ผู้ไม่ปฏิบัติที่วิจารณ์ผู้ปฏิบัตินั้น จึงเป็นผู้ที่ประเมินตนเองบกพร่องผิดพลาด และความเป็นผู้ไม่ปฏิบัติ ก็ปรากฏชัดในลักษณะแห่งคำและรูปประโยคที่เขาใช้อย่างชัดเจน

ขอฝากคำของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ไว้ให้ทุกๆท่านได้สำรวจตนเองว่า

ศรัทธาที่มากเกินปัญญา กลายเป็นงมงาย
ปัญญาที่มากเกินสติ จะกลายเป็นหลงตัวเอง

นายโจโจ้ 26/01/04 06:32:59 ความเห็นที่ผมมีต่อพระสูตรที่คุณไตรภูมิยกมานั้น ก็ขอสาธุด้วยครับ ขอตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่จะตำหนิพระอรหันต์ได้นั้น คือพระพุทธเจ้า มิใช่พุทธบริษัท 4 แต่อย่างใด


ake 26/01/04 06:34:12 พี่โจ้ครับ

เอกไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไร
อยากทราบว่าถ้าพวกเขากุมอำนาจ
เขาสามารถทำอะไรได้บ้างครับ?
ฟังดูท่าทางหนักเอาการ

_/\_
ไม่ได้เป็นสมาชิก 26/01/04 07:16:21 พระอุปัชฌาย์ และ พระกรรมวาจาจารย์ ของผม เป็นกรรมการมหาเถรสมาคมในปัจจุบัน

เคยกราบสนทนาถามท่านเรื่อง ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชและตัวกรรมการมหาเถรสมาคม ท่านพูดมากไม่ได้ มีเรื่องละเอียดซับซ้อนมาก เหมือนน้ำท่วมปาก แต่ท่านได้ชี้ให้พิจารณาว่า พระสังฆราชที่ไม่มีบุญวาสนาที่แท้จริงนั้น อยู่ได้ไม่นานดอก ไม่กี่ปีก็จากตำแหน่งไป ท่านให้ไปอ่านประวัติของพระสังฆราชต่าง ๆ ดู ท่านกลับชี้ว่าปัญหาในอนาคตที่สำคัญที่คนไม่มอง คือ มีกรรมการมหาเถรสมาคมบางคน อายุน้อยมาก ถูกผลักดันเข้ามาเป็นกรรมการมส.อย่างข้ามขั้นข้ามหน้าข้ามตา และกรรมการนี้จะเป็นตัวปัญหาใหญ่มากในระยะยาว เพราะอาจจะได้เป็นตัวจริงที่มีโอกาสอยู่ยาวที่สุด แต่มีปัญหาคุณสมบัติที่จับต้องไม่ได้ (คือไม่ใช่กระดาษแสดงว่าจบเปรียญ ๙ แต่เป็น"จริยธรรม" เออหนอ ต้องพูดถึง"จริยธรรม"ของการเป็นพระหรือนี่)

ท่านทราบหรือไม่ว่า กรรมการมส.ที่อายุน้อยที่สุด คือ? สังกัดวัด? อยู่ในการกำกับของ? ใครเป็นผู้ผลักดันเข้ามาวางตัวไว้?

ปัญหาเรื่องสมเด็จพระสังฆราชนี้ ไม่เกิดขึ้นหรอก ถ้าไม่มีผู้ผลักดัน และที่สำคัญกว่านั้น คือ ผู้ที่ "ให้ผู้อื่นผลักดัน" ถ้าผู้ที่ "ให้ผู้อื่นผลักดัน" เห็นแก่วงการสงฆ์ ประกาศเพียงคำเดียวว่า ไม่เอา จบไปนานแล้ว ที่จริง ไม่มีเรื่องที่จะเกิดด้วยซ้ำไป ไม่มีเรื่องที่จะจบด้วย กลุ่มคนที่ร่วมกระทำกรรมอยู่ มีความลึกซึ้งแยบยลมาก และอดทน รอจังหวะอย่างยากจะรู้ทันได้ ที่สำคัญคือไม่กลัวกรรม แม้จะอยู่ในวงการพุทธเถรวาท กลับไม่เชื่อกฎแห่งกรรมจริง ๆ

สลับซับซ้อน ละเอียดลึกซึ้ง เป็นเกมที่เล่นกันยาวหลายสิบปีที่ผ่านมา และอย่างน้อยอีกหลายสิบปีในอนาคต แต่ไม่ซับซ้อนมากเท่ากฎแห่งกรรม ผู้ใดทำกรรมใดไว้ ผู้นั้นย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น ๆ ท่ามกลางกรรมมากมายเหล่านี้ คงจะม้วนเอาผู้คนที่ยังไม่มี "ใจเป็นกลาง" เข้าไปในวัฏฏะ มากพอดู

ดูใจของท่านด้วย ตามดูการแกว่ง การเคลื่อน การออกนำ ความร้อนเร่า ความหม่นหมอง ความอึดอัด ความไหวฟุ้ง  
นายโจโจ้ 26/01/04 07:18:05 เอกครับ

อันนั้นก็คงต้องพิจารณาตามที่กฏหมายให้อำนาจไว้ และตามที่พระธรรมวินัยกำหนดครับเอก แต่เท่าที่มีการพูดกันคือ เสนอให้โอนทรัพย์สินของวัดทั่วประเทศซึ่งตีเป็นยอดเงินโดยคร่าวๆ 2 แสนล้านบาท เข้าอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพุทธศาสนาโดยมีมหาคณิสสรณ์เป็นผู้มีอำนาจกำกับดูแลเป็นต้น ถ้าพระ(ซึ่งแปลว่าผู้ไม่มี) เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดูแลหลักทรัพย์มูลค่ามหาศาลอย่างนั้นแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นครับ

ปัจจุบันเราได้พบเห็นพระที่นอนห้องแอร์ ดูวิดิโอ วีซีดี ดีวีดี ไปไหนมาไหนนั่งรถเบนซ์ 500 ตามกันเป็นขบวนๆ ลานวัดไม่เคยกวาด จงกรมไม่เคยเดิน ปล่อยให้พระลูกวัดอยู่กับสีกาได้สองต่อสองในที่รโหฐาน ตลอดจนพระที่ส่งเสียเด็กหนุ่มเรียนหนังสือ จนจบเป็นด็อกเตอร์ ฝากงานกับผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลจนได้เป็นใหญ่เป็นโต ได้ลาภ ได้ยศ ได้สรรเสริญ พอมีตำแหน่งขึ้นมาก็กลับมาตอบแทนคุณพระท่านที่ส่งเสียให้เรียนโดยไม่ใส่ใจพระวินัย ไม่ใส่ใจอะไรอื่นทั้งสิ้น ด้วยความเกรงใจ ต้องการทดแทนบุญคุณนี่เอง

ที่ยิ่งไปกว่านั้น พระวินัยห้ามพระไม่ให้อยู่กับสีกาในที่สองต่อสองในที่รโหฐาน แต่ไม่ได้ห้ามชายหนุ่มหน้าตาดีๆ ลองตั้งคำถามกับตัวเองเล่นๆว่า ถ้าปุถุชนที่มีรสนิยมในเพศเดียวกันบวชเป็นพระ จะเกิดอะไรขึ้น เรื่องแบบนี้มีการปิดกันให้แซดในวัดดังแห่งหนึ่ง เคยมีเด็กหนุ่มที่พระท่านนั้นเลี้ยงดูออกมาเปิดเผยข้อมูล แต่แล้วก็เงียบหายไปโดยให้เหตุผลว่า มีผู้ไม่หวังดีจ้างคนไปใส่ความพระดังท่านนั้น

ส่วนวัดอีกวัดหนึ่งที่ผมพึ่งไปมาในไม่กี่วันที่ผ่านมา มีหลวงพี่ท่านหนึ่ง รู้จักกันดีในชื่อว่า "คิวปิด" ชำนาญทางทำเสน่ห์ เป็นที่ปรึกษาเรื่องแฟน เรื่องความรัก อยากมีอะไรกับใคร หลวงพี่ทำให้ได้ทั้งนั้น หลวงพี่คิวปิดท่านพึ่งไปเที่ยวพม่ามากับเพื่อนพระอีกรูปในคณะทัวร์กลุ่มใหญ่ มีการปีนขึ้นไปเกาะรูปปั้นถ่ายรูป แถมส่งกล้องให้โยมช่วยถ่ายรูป ตั้งท่าอย่างเท่ห์(ถ้าเป็นฆราวาส) มีการตามไปชมมหรสพ ไปร้านอาหารในเวลาค่ำ แต่ไม่ทราบได้ฉันหรือไม่

นี่แหละครับ ข้อมูลบางด้านของพระเมืองที่กำลังออกเสียงสนับสนุนประกาศฉบับเจ้าปัญหาฉบับนี้ เห็นหน้าตากันชัดเจนทางทีวีว่าคุณหลวงพี่คิวปิดก็อยู่ในกลุ่มสนับสนุนนี้ด้วย

เป็นเรื่องที่ควรแก่การตรวจสอบให้มากๆ ว่าพระที่ท่านนับถือนั้น ท่านทำกิจของสงฆ์ครบถ้วนหรือไม่

อย่างน้อยที่สุด กิจของพุทธบริษัท อันรวมทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสกและอุบาสิกานั้น อันดับต้น มีต่ออริยสัจจ์เป็นเบื้องแรก มีท่านใดได้ทำอริยสัจจ์ให้แจ้งแล้วบ้าง พระปุถุชนนั้นท่านเคารพกันที่พรรษา แต่พระป่านั้นท่านเคารพกันที่ธรรม ซึ่งผู้ที่ถึงธรรมแล้ว ก็จะรับรู้ถึงธรรมได้ด้วยใจ ซึ่งเป็นการรู้ได้เฉพาะตน มิใช่นับกันที่เพียงพรรษา ซึ่งคำทางโลกที่ชี้ให้เห็นจุดนี้ได้ดีที่สุดคือคำว่า แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน อันหมายที่เข้าใจกันได้โดยไม่ต้องอธิบาย

เช่นเดียวกัน ตามที่มีผู้ที่มีปัญญาเกินสติมากมาย ระบุว่าหลวงตามหาบัวว่ามายุ่งเรื่องทางโลกอันไม่ใช่กิจของสงฆ์นั้น เขาผู้นั้นหารู้ไม่ว่ากำลังแสดงอะไรออกมา เพราะสำหรับผู้ที่จบกิจต่ออริยสัจจ์แล้ว งานที่เหลืออยู่ ก็คือการสงเคราะห์โลกนั่นเอง

ช่วยกันแผ่เมตตา ให้ผู้ที่ยังห่างต่อการปฏิบัติได้หันเข้ามาหาการปฏิบัติจนเกิดความเห็นจริง แจ้งในธรรมขององค์พระศาสดา ก็จะเป็นการดีครับ

ake 26/01/04 07:41:40 อู้หู....ดูท่าทางแล้วหนักมาก (ปริมาณเงิน)
จะต้านไหวไหมครับ
นอกจากทางนามธรรมแล้ว

ทางรูปธรรมพวกเราจะช่วยอย่างไรได้บ้างครับ?

_/\_
tripoom99@hotmail.com 26/01/04 08:03:05 คุณโจโจ้

  เรื่องดังกล่าวข้างบนผมว่าหากมีแล้วไม่ขจัดก็แย่มาก ครับ

คุณหรือใครเป็นคนที่รู้เรื่องก็ควรช่วยขจัด

ผมก็ไม่เห็นควรจะเก็บไว้

เรื่องวีดีโอ วีซีดี วันนี้ผมไปซื้อของคลองถมก็เห็นพระท่านยืนอยู่บริเวณนั้น

ผมว่าเวลาที่พระศาสนาจะเจริญในประเทศไทยคงเหลือไม่มากจริง ๆ
tripoom99@hotmail.com 26/01/04 08:47:58 ขออนุญาตนอกประเด็น

   ที่ทำงานของเพื่อนเป็นราชการ ลูกน้องฟ้องผู้บังคับบัญชาว่าได้รับการแต่งตั้งโดยมิชอบ
ในศาลปกครองแล้วชนะ

  ประเด็นคือผมว่าระบบที่มีอยู่นั้นใช้ได้  หากคุณเห็นว่าผิดแล้วควรทำให้ถูกด้วยวิธีการที่
ถูกต้อง  ผมไม่อยากเห็นบ้านเมืองไม่ปกติ

   ผมว่าคนที่มีข้อมูลจริงและใช้งานได้จริงและคนรักพระศาสนาและรักประเทศจริง
ก็ควรทำในเรื่องราวตามที่ถูกที่ควร  

   เท่าที่เห็นตอนนี้เรื่องที่มีอยู่ผู้บริหารประเทศก็ปวดหัว นอนไม่หลับแล้ว
ขืนคนที่เข้าใจว่าตัวของคัวเป็นพุทธรบกันในบ้านผมว่าก็คงไม่แปลกที่ประชากรจะกลายไป
เป็นคริสต์  หากคุณดูเกาหลีเดิมประชากรเป็นพุทธมาก ไม่รู้เหมือนกันนะปัจจุบันไม่นับถือ
ศาสนาเสียส่วนหนึ่ง
 อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มมีอำนาจนับถือคริสต์  ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่านับถือคริสต์หรืออิสลามไม่ดี  คนที่รู้จักทั้งสองศาสนาที่สนิทกันเป็นคนที่ดีมาก มีจิตใจเป็นปกติ และช่วยเหลือ
ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาให้กับผู้ป่วยมาแล้วกว่าพันคน
สภาวะจิตใจคนผมว่าสำคัญ
 แล้ววิธีที่แสดงออกก็สำคัญ
ผมว่าผมยินดีมากที่การรวมตัวกันครั้งนี้  ไม่เกิดเรื่อง ซึ่งเกิดได้ง่ายมาก

   อ้อแล้วประเด็นที่ผมอยากจะสื่อคือ  เรามีหลักอยู่คือพระไตรปิฏกแต่เราไม่ค่อยได้ดู
แบบที่ไว้ใช้  หากเราศึกษากัน  และคนที่จะไปเป็นพระต่อไปก็เป็นคนมีความรู้   และ พระสงฆ์องค์เณร ก็จะได้ระวังตัว ผมว่าผมไม่ตำหนิใครแม้แต่กับคนที่มีความเห็นแย้งกับผมขณะนี้  ผมว่าเขาไม่รู้ที่ผมเห็นมาผมก็บอกไป  ส่วนเขาเห็นว่าที่เขารู้ไม่ว่าจะมาจากไหนก็ตามแสดงมาหากจริงผมก็รับ  ไม่จริงผมก็บอกไป แล้วผมก็ไม่เห็นว่าคุณหรือท่านไหน ๆ ต่างกัน  เราก็เข้าใจเรื่องผิดมาก ไม่อย่างนั้นหากเรารู้แล้วก็ไม่ต้องเกิดแล้วละ
อดิสรณ์ 26/01/04 11:39:33 อยากมีส่วนร่วมกับการต่อต้านการแต่งตั้งครั้งนี้จริงๆครับ
ให้กำลังใจคุณโจโจ้  และขอสาธุในความพยายามอธิบายพร้อมข้อมูลที่น่าฟัง
อยากให้ไปตาม พันทิพ หรือตาม เวปสื่อต่างๆที่สะท้อนออกมาอย่างมีอคิตด้วยมากๆครับ
ดังคำของพี่คนหนึ่งที่โดยส่วนตัวผมชอบมากว่า

ปวงข้าจะประกาศ  พุทธศาสนให้ไพศาล
ขอองค์พระอภิบาล ชินะมารนิรันดร์เทอญ

เป็นกำลังใจให้อย่างสุดซึ้ง
ถ้าพอจะช่วยอะไรได้บ้างก็ด้วยความยินดีครับ
อดิสรณ์/adisorn@jfav.co.th
tripoom99@hotmail.com 27/01/04 05:12:49
คุณโจโจ้

ผมขออนุญาตทบทวนความจำเล่าถึงวัดสระเกศที่ผมรู้จัก  ที่วัดสระเกศมีเด็กมาจากต่างจังหวัดนานมากแล้ว คือพ่อแม่ที่ยากจน  ฝากลูกหลานมาอาศัยข้าววัดแล้วอาศัยวัดคุ้มแดดฝน เด็กเก่ง ๆ สำเร็จสูง ๆ หลายคน มีอธิบดีตำรวจด้วยในอดีต  และหลายวัดในกรุงเทพก็จะมีศิษย์ลักษณะดังกล่าว

 ผมลองลำดับเรื่องว่ามีเรื่องอย่างที่คุณโจโจ้เล่าใหมในวัดที่ตัวรู้จัก   ทบทวนอยู่ค่อนคืน ก็ขอเล่าเรื่องที่ประสบมาเมื่อปีที่แล้วให้ฟังก็แล้วกัน
    ปีที่แล้วเมื่อเด็กสอบเข้าโรงเรียนแล้ว  ทีมงานที่ทำพระไตรปิฎกซีดีฉบับธรรมทาน ลูกสาวสอบไม่ติด ( โรงเรียนวัดแถวลาดพร้าว )  ไปขอให้สมเด็จช่วยฝาก เพราะเป็นโรงเรียนใกล้บ้าน  สมภารเจ้าวัดเป็นลูกศิษย์สมเด็จ  ท่านไม่ยอมฝากให้  เพราะมันไม่ถูกต้อง

แต่หากถูกต้องถูกวิธีแล้วเด็กเรียนเก่ง ผมว่าเป็นส่วนตัวให้ตัวผม ก็คงจะส่งลูกหลานของลูกน้องในที่ทำงานให้จนจบ ดร. ได้เหมือนกัน

     ส่วนประเด็นมหาคณิสสรณ์  ผมเลิกสนใจไปนานเมื่อนำขึ้นมาก็ต้องทบทวน  เท่าที่ทราบทรัพย์สินส่วนรวมที่ไม่มีวัดที่มีพระอยู่มีเป็นจำนวนมหาศาล ส่วนนั้นมหาคณิสสรณ์ดูแลไม่มีปัญหา

      ปัญหาอยู่นี่ครับ      ประเด็นทรัพย์สินพระศาสนา  ผมอยากให้มีการกางออกให้สังคมหรือชุมชนที่อยู่รอบตัวดู รายรับรายจ่ายวัด     แท้จริงไม่ต่างจากสถานที่สาธารณะสมบัติ  เป็นของชาวบ้านร่วมกัน ควรมีชาวบ้านร่วมรับรู้และตรวจสอบด้วย ทำไมไม่ช่วยกันให้มีกฎหมายหรือกฎเพื่อบังคับวัดทุกแห่งครับ แสดงบัญชีครับ
 ตรงนี้ผมทบผวนความจำแล้วเจอเข้า  น่าจะเป็นประเด็นนี้ที่มหาคณิสสรณ์  ต้องไปดูด้วย

 นี้เองกระทบวัดและพระเป็นจำนวนมาก  และเป็นประเด็นปัญหา

และประเด็นหนึ่ง  ผมเสนอผ่านลานธรรมแห่งนี้เองอยากเสนออีกทีครับ
ขออนุญาตนอกเรื่องรวมไว้ในหน้ากระทู้นี้คุณโจโจ้กรุณาให้อภัย
  เรื่องทรัพย์สินของพระศาสนานั้น ผมเคยคิดว่าทำไมครับทรัพย์สินกองกลาง
ของศาสนาเยอะขนาดนั้น  ที่ชาวบ้านบริจาคเพื่อพระศาสนา ทำไมเราถึง
ไม่สามารถมี สถานีพุทธศาสนาที่ไม่ต้องมีการเรี่ยราย ครับ  ทำไมบางศาสนาที่มีประชากรนิดเดียวทำไมเขาทำได้ แล้วทรัพย์สินที่เราชาวพุทธบริจาค  ทำไมไม่ได้คืนประโยขน์มาสู่ชาวบ้าน เวลาชาวบ้านเป็นทุกข์เดือดร้อน ทำไมไม่มีสถานีวิทยุให้ธรรมะแนวทางพ้นทุกข์ฟรีแกชาวบ้าน  แล้วศาสนาอื่นที่มีคนน้อยกว่าเราทรัพยากรทางคนและคนก็น้อยทำไมเขาไม่ต้องมีราย การโฆษณายาว ๆ เรี่ยราย การจัดการน่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

ฝากไว้เรื่องหนึ่งครับมีสำหรับผู้เกี่ยวข้องที่เข้ามาดู

บิณฑบาต วัดที่มีพระบิณฑบาตเหลือในเมืองน่าจะรับโรงเรียนไว้อุปถัมภ์คู่กันไว้  แล้วอาหารกลางวันเด็กก็จะมีได้ในหลาย ๆ โรงเรียน ผมเห็นหลายแห่งเหลือทิ้ง เห็นหลายวัด
เช่นวัดชลประทานได้ทำมานานแล้ว

yoyo 27/01/04 05:18:12 ไม่รู้ ข่าวภาคใต้ เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่านะ ?  
yoyo 27/01/04 05:19:57 อนุโมทนา ในความขวนขวายใฝ่รู้ ความจริง ของคุณโจโจ้
และ นำมาบอกกล่าวครับ  
thienyohd 27/01/04 02:58:00 ขออนุญาตนำกระทู้จาก http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P2639521/P2639521.html
เห็นว่าน่าจะเป็นข้อมูลให้พิจารณากันได้เพิ่มเติม

แถลงการณ์คณะศิษย์สมเด็จพระสังฆราชฯ
บัดนี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ได้ถูก ลิดรอนพระราชอำนาจอย่างมาก
และ ยังถูกบังคับกล่าวหาว่าท่านประชวร จนไม่สามารถทรงงานได้ เป็นการกระทำของผู้ที่ต้องการผลประโยชน์แอบแฝง
เพื่อต้องการให้พวกพ้องของตน มารับหน้าที่และจะได้อนุมัติเรื่องตามที่ตัวเองและพวกพ้องต้องการ…ดังตัวอย่างเช่น
 กรณีมีพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช ที่สด.227/2546 ลงวันที่ 8 ธ.ค. แต่งตั้งพระราชรัตนมงคล (มนตรี อภิมนฺติโก) ผช.เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ….
 (เป็นพระลิขิตที่สมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งจริง….แต่…ไม่ใช่พวกพ้องจึงทำการกล่าวหาว่าเป็นพระลิขิตปลอม …เมื่อพิสูจน์แล้วว่าจริง..ก็กล่าวหาสมเด็จพระสังฆราชว่าลงพระลิขิตโดยโดนสอดไส้บ้าง…กล่าวหาว่าทรงประชวรบ้าง)
 กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุกลางวงสัมมนาเชิงปฎิบัติการเรื่อง การส่งเสริมความเจริญมั่นคงของพระพุทธศาสนาถึงภัยพระพุทธศาสนาที่มีความพยายามแบ่งแยกให้มีสมเด็จพระสังฆราช 2 พระองค์ นิกายละ 1 รูป ทั้งมหานิกายและธรรมยุต อันสะเทือนความรู้สึกคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมากนั้น
 กรณีนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า นาย วิษณุ เครืองาม เป็นผู้ให้ข่าวเอง และก็เป็นผู้ประกาศแต่งตั้งตัวแทนสมเด็จพระสังฆราชเอง …โดยอ้างกฎหมายคือ
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ,มาตรา10 มีนัยดังนี้
มาตรา 10ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ให้สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
(1)ถ้าสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่เหลืออยู่เลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่งผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
(2)ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชาอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ สมเด็จพระสังฆราชจะได้ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระราชาค ณะรูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน
(3)ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชมิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชไม่อาจปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
(4)ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตามมาตรานี้ในราชกิจจานุเบกษา
พิจารณาตามกฎหมายแล้ว นาย วิษณุ เครืองาม ได้ทำการละเมิดก้าวล่วงพระราชอำนาจโดยมีเจตนาแอบแฝงเพราะพระองค์ยังทรงปฏิบัติภาระกิจได้อยู่ ,หากต้องการแต่งตั้งผู้แทนก็ยังเป็นสิทธิของพระองค์ท่าอยู่เช่นกัน,ข้ออ้างที่ว่าพระองค์ประชวรจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้จริง ก็ต้องเป็นความเห็นของคณะแพทย์ ไม่ใช่ความเห็นของ นาย วิษณุ เครืองาม
****การกระทำครั้งนี้ของนาย วิษณุ เครืองาม ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่หลงและมัวเมาในอำนาจและซ่อนเร้นผลประโยชน์ที่ตัวและพวกพ้องกระทำอยู่อีกทั้งได้หมิ่นพระเกียรติขององค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก อย่างชัดเจน****
ในฐานะคณะศิษย์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ขอประณามการกระทำของนาย วิษณุ เครืองาม ครั้งนี้ซึ่งแอบแฝงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล ในการสร้างข่าวต่างๆ เพื่อที่จะใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมไปดำเนินการอย่างมีผลประโยชน์แอบแฝง. และจะสะท้อนภาพที่แท้จริงของนาย วิษณุ เครืองาม ออกมาให้สาธารณชนได้ทราบในโอกาสต่อไป.
จึงขอแจ้งมายังพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปอย่าได้หลงเชื่อเล่ห์กลโกงของ นาย วิษณุ เครืองามอีกต่อไป
คณะศิษย์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก

นายโจโจ้ 27/01/04 08:34:46 ขอสาธุกับทุกท่านที่เห็นความจริงและจะร่วมกันทำเพื่อความถูกต้องครับ

ในฐานะผู้ประกาศตนเป็นชาวพุทธ หวังให้ทุกท่านระลึกถึงกิจของชาวพุทธอันประกอบด้วยพุทธบริษัท 4 อันดับแรกนั้นคือกิจต่ออริยสัจจ์อันมี ทุกข์ให้รู้ สมุทัยให้ละ นิโรธให้ทำให้แจ้ง มรรคให้เจริญ

ในฐานะของชาวพุทธ เมื่อเราทำกิจอันดับต้นให้แจ้งไปตามลำดับเพื่อความรู้ในเรื่องของการดับทุกข์อันรู้ได้เฉพาะตนแล้ว ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ตามหัวข้อกระทู้นี้คือ เราผู้ปฏิบัติไม่ควรนิ่งดูดายปล่อยทุกสิ่งไปตามยถากรรม แต่ควรจะช่วยกันคนละแรงในการรักษาพระศาสนาตามกำลังที่ตนมี ซึ่งการรักษาพระศาสนานั้น กระทำได้เป็นสองทางใหญ่ๆคือ เผยแผ่สิ่งที่ถูก หรือคอยตามจับผิด ไม่ใช่โดยการใช้ความรุนแรงใดๆ ซึ่งการเผยแผ่สิ่งที่ถูก ผู้ที่จะกระทำในส่วนนี้ได้ ก็ด้วยทำตนให้เป็นตัวอย่างให้ผู้ที่ยังมิได้ปฏิบัติซึ่งยังมิได้เห็นถึงผลของการปฏิบัติด้วยตนเอง ว่าธรรมแท้จากพระศาสดานั้น ดับทุกข์ได้อย่างไร ได้เห็น ซึ่งแม้จะเป็นลักษณะภายนอก แต่ความสงบ และธรรมแท้ที่ผู้ปฏิบัติมีในใจนั้น จะปรากฏอยู่ตลอดเวลาในทุกการแสดงออกทั้งทางคำพูด และทางการกระทำ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นทางอันแน่นอนทางเดียวในการจัดการกับเหตุการณ์ทั้งหมด

อันดับถัดมา การเผยแผ่สิ่งที่ถูก ก็ต้องมีการเปรียบเทียบกับสิ่งที่ไม่ถูก ซึ่งความไม่ถูกที่กล่าวถึงนี้ก็คือการกระทำที่ไม่ลงกันกับพระวินัย ยกตัวอย่างง่ายๆ พระที่ประกาศด้วยถ้อยคำรุนแรงเช่นเผาโรงแรม กระชากคอ ตีหัวนั้น ควรที่จะมีการปลงอาบัติ ควรที่จะมีการขอนิสสัยจากหมู่สงฆ์หรือไม่ หรือเมื่อการประกาศด้วยถ้อยคำอันไม่สมควรดังกล่าวออกอากาศไปสู่สาธารณะชน ควรหรือไม่ที่จะมีการประกาศเป็นสาธารณะถึงการสำนึกในความผิดดังกล่าว หรือถ้าตักเตือนไม่เชื่อฟัง ควรมีการขับออกจากหมู่สงฆ์ หรือควรมีการจับสึกหรือไม่ ถ้าไม่มีการดำเนินการ หมู่สงฆ์ที่แวดล้อมพระรูปนั้น สมควรนับถือหรือไม่ ปล่อยให้มีพระอย่างนี้อยู่ในหมู่ของตนได้อย่างไร ควรแก่การเคารพหรือ?

ความแตกต่างของวัดป่ากับวัดเมือง ก็เห็นได้ชัดตรงนี้ คือการปฏิบัติและไม่ปฏิบัติ ซึ่งผลนั้นก็เห็นได้ชัดเจนสำหรับผู้ที่มีธุลีในตาน้อย

ปุถุชนผู้ไม่เคยปฏิบัติ ผู้ไม่เคยเข้าใจถึงเหตุและผลแห่งทาน ศีล สมาธิ ปัญญา พระวินัยต่างๆ ย่อมถูกสงฆ์ผู้ดูดายต่อพระวินัย สงฆ์ผู้ไม่รักษาศีล ไม่แม้แต่ศีล 5 เหล่านี้หลอกลวงให้หลงงมงายได้ต่อไป

จะนับถือใคร ขอให้ดูที่ศีลครับ และ ในการดูว่าผู้ใดมีหรือไม่มีศีล ก็ต้องรู้จักศีลให้ดีเสียก่อน โดยการศึกษาและปฏิบัตินั่นเอง อย่านับถือโดยเครื่องแบบ อย่านับถือเพราะบอกต่อๆกันมา อย่านับถือเพราะเป็นครูบาอาจารย์ของเราหรือของเพื่อน ขอให้สำรวจให้ดีก่อน ว่าผู้ที่สวมเครื่องแบบสีเหลืองขมิ้นแบบผู้ควรเคารพนั้น มีศีลอันบริบูรณ์หรือไม่

ให้กับพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบครับ
นายโจโจ้ 27/01/04 08:44:21 ถัดจากนั้น ผู้ที่เข้าพระเข้าเจ้าเก่ง ไปกราบพระบ่อย ไม่ใช่จะหมายความว่าเป็นผู้มีศีลเสมอไป และผู้ที่สนับสนุนพระที่ไม่มีศีล ก็ย่อมเป็นผู้ไม่มีศีล และผู้ที่ไม่มีศีล ต่อให้สวมเครื่องแบบพระ ก็ไม่ใช่พระ เพราะไม่มีศีล ไม่มีใจเป็นพระ ไม่สมควรแก่การได้รับความเคารพนับถือ ด้วยเหตุว่า ไม่มีศีลนั่นเอง

ผมมิได้ชักชวนให้เชื่อ มิได้ชักชวนให้ต่อต้านใครโดยการอ่านข้อความนี้ แต่ขอชักชวนให้ทุกท่านค้นหาความจริงที่ปรากฏอยู่ในคำสอนขององค์พระศาสดา และชวนให้ทุกท่านค้นหาความมีศีลในตนเอง เพื่อที่จะพบความจริงว่า ผู้ที่สวมเครื่องแบบพระที่มิได้ปฏิบัติกิจของตนที่มีต่ออริยสัจจ์นั้น จะแสดงลักษณะอาการอย่างไร แตกต่างกับปุถุชนผู้มีกิเลสหนาหรือไม่ ควรแก่การเคารพนับถือหรือไม่ อย่ามองเพียงแต่เปลือกว่าใส่ชุดพระแล้วกราบไหว้ได้ ขอให้สำรวจศีลให้แน่ใจว่าศีลท่านบริบูรณ์พร้อมก่อนจะกราบไหว้ และคำเทศน์ของท่าน ควรเป็นไปเพื่อการดับทุกข์ การปฏิบัติจิตภาวนาอันนำไปสู่ความดับทุกข์ มิใช่ให้ชนชาวโลกหลงงมงายกับการทำบุญเพื่อรับผลบุญเพียงถ่ายเดียว

พุทธ หรือพุทธ คือความรู้ ตื่น และเบิกบาน

ขอชักชวนให้ทุกท่านปฏิบัติ เพื่อให้ความรู้ทำให้ท่านตื่น ตื่นขึ้นพ้นจากความหลงงมงาย ตื่นขึ้นเพื่อพบกับความเบิกบาน

ขอชักชวนให้ทุกท่านปฏิบัติ เพื่อให้ความรู้ดับความไม่รู้ อบรมจิตให้มีความรู้ เพื่อให้พ้นจากความละเลยต่อความจริง

ขอชักชวนให้ทุกท่านปฏิบัติ เพื่อให้เห็นความจริงในคำสอนขององค์พระศาสดา เพื่อความเห็นชัดว่าสิ่งใดเป็นธรรมแท้ สิ่งใดเป็นความลวง เพื่อให้สามารถเข้าใจและเมตตาต่อผู้ที่หลงงมงาย และนำธรรมแท้ไปมอบให้เขาเหล่านั้นได้

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ดำเนินตามปฏิปทา คำสอนขององค์พระศาสดา
ผู้ติดตาม 27/01/04 10:08:52 ได้อ่านกระทู้ของคุณโจโจ้ถึงการตำหนิพระอรหันต์ ว่าเป็นสิทธิ์ของพระพุทธเจ้าโดยแท้ ผมก็ถึงกับ "อือมมมมม ในลำคอ" ช่างแหลมคมจริงๆ

ใครก็ตามที่มีเจตนาที่ยกเรื่องนี้มาเพื่อ "ตีวัวกระทบคราด" ไปถึงหลวงตาบัวแล้ว ก็ขอให้รู้ไว้ว่า ก็เมือเจตนาคือตัวกรรม ท่านก็ได้ทำกรรมนั้นเสร็จลงแล้ว อันเป็นกรรมที่ไม่เหมาะสมกับอัตภาพของท่าน ท่านก็จงเตรียมตัวรับกรรมของท่านต่อไปในภายภาคหน้า วิบากของกรรมที่ท่านได้ทำในครั้งนี้ แม้แต่องค์พระบรมศาสดาก็ไม่สามารถจะช่วยผ่อนปรนให้หนักเป็นเบาได้เลย

ผู้กล่าวตำหนิหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ และจะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นองค์ที่ 10 ในกัปป์หน้า ยังต้องตกนรกหมกไหม้ และนี่ ผู้กล่าวตำหนิพระผู้ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ ผู้ที่มีอดีตชาติกอบกู้ชาติไทย มิใช่เพียงลำพังชาตินี้เท่านั้น จะต้องตกนรกหมกไหม้ขนาดไหนกันละหนอ...

อนิจฺจา วฎฺฎสงฺขารา...
กำลังฟุ้ง 28/01/04 01:21:03 เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว อาจเป็นจุดชี้ชะตากรรมของพุทธศาสนาในเมืองไทย ควรแล้วที่ชาวพุทธจะเคลื่อนไหว...
tripoom99@hotmail.com 28/01/04 09:03:19 ขอปฎิเสธ เรื่องกล่าวกระทบหลวงตามหาบัว

   และต้องขอชี้แจ้งให้อ่านให้ละเอียด ผมได้กล่าวในตอนต้นว่า บางครั้งผมไม่เห็นด้วยกับสมเด็จ  และเช่นเดียวกันบางครั้งผมก็ไม่เห็นด้วยกับหลวงตา

   ที่ยกข้อความในพระสูตรมาให้ดู  เพื่อให้เห็นว่าในครั้งพุทธกาลเองพระอรหันต์ก็ไม่ได้รู้ไปหมดทุกเรื่อง  มีแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้นที่เป็นสัพพัญญู  ดังนั้นอะไรต่าง ๆ นั้นเราก็พิจารณา  ในเรื่องการสอนและให้ธรรมะ เราต่างรู้อยู่ว่าท่านให้ได้เยี่ยมยอดและตรงตาม
หลักตามธรรม  เราก็ยอมท่าน  ในเรื่องบางอย่างที่เรารู้เพราะอยู่ในเหตุการณ์  หรือเห็นว่า
เคยมีปัญหาลักษณะนี้ในประเทศต่าง ๆ ที่เคยเป็นเมืองพุทธมาก่อน  หรือแม้ในประเทศที่นับถือศาสนาอื่น  ที่มีปรากฎในโลก  แล้วผลลัพธ์ที่เกิดเป็นอย่างไร ? เราเห็นปัญหาเราก็
เพียงชี้ให้ดู  จะมีใครหยุดมันหรือไม่นั้น  เราไม่เกี่ยว

  และในโลกเรานี้เวลาประเทศที่วุ่นวายเดือดร้อนที่สุด   ก็เพราะความขัดแย้งในเรื่อง
ของศาสนา  ผมไม่อยากอยู่ในประเทศที่วุ่นวายแบบนั้น  ดังนั้นรู้อะไรก็บอกออกไป
หากสิ่งที่รู้และเห็น  หากใครเห็นว่าเป็นการไปล่วงเกินพ่อแม่ครูอาจารย์ศิษย์เอกหลวงปู่มั่น
ผมก็จะขออโหสิกรรมไว้ ว่าหากได้ล่วงเกินท่านด้วยกาย ก็ ดี ด้วยวาจาก็ด้วยใจก็ดี ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว และจะสำรวมกายวาจา ใจ ในกาล ต่อไป
กอบ 28/01/04 09:17:52 คุณไตรภูมิ ครับ
การที่พระปิณโฑลภารทวาชะ ท่านเหาะขึ้นไปเอาบาตร นั้น
ตามความคิดผม คิดว่าท่านไม่ผิด หรือไม่รู้น่ะครับ

เพราะตอนนั้นไม่มีบัญญัติไว้ ว่าทำแบบนี้ผิด ควรดูเจตนาของท่านน่ะครับ
การบัญญัติพระวินัยของพระพุทธเจ้า ท่านบัญญัติเมื่อ มีพระทำผิด ทำไม่เหมาะขึ้นมา

ดังนั้นจะว่าท่านทำผิด หรือไม่รู้น่ะครับ เพราะไม่มีบัญญัติไว้ ว่าการแสดงฤทธิ์ผิดวินัย

หลังจากพระปิณโฑลภารทวาชะ ท่านปลดบาตรลงมา และมีการบัญญัติพระวินัยอีกข้อ
คือห้ามใช้บาตรไม้ ก็ยังมีการใช้บาตรแบบอื่นอีก เช่น บาตรทอง บาตรแก้ว บาตรเงิน
ซึ่งท่านก็ห้ามตามเรื่อย ๆ ครับ ไม่ใช่ท่านบัญญัติไว้ก่อน ที่จะเกิดเรื่องน่ะครับ

[๓๔] สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ใช้บาตรต่าง ๆ คือ บาตรทำด้วยทองคำ บาตรทำด้วยเงิน
ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม
ภิกษุทั้งหลาย ... กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้บาตรทองคำ ไม่พึงใช้บาตรเงิน ไม่พึงใช้บาตรแก้วมณี ไม่พึงใช้บาตรแก้วไพฑูรย์ ไม่พึงใช้บาตรแก้วผลึก ไม่พึงใช้บาตรทองสัมฤทธิ์ ไม่พึงใช้บาตรกระจก ไม่พึงใช้บาตรดีบุก ไม่พึงใช้บาตรตะกั่ว ไม่พึงใช้บาตรทองแดง
รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตบาตร ๒ ชนิด คือ
บาตรเหล็ก ๑ บาตรดิน ๑ ฯ


ครับ

ขออภัยครับ คุณไตรภูมิ หากทำให้ไม่พอใจครับ
เชิญอ่านเอาเอง 28/01/04 09:33:16 ".....คุณทองก้อนพร้อมด้วยคณะทั้งหมด ซึ่งเป็นผู้รักษาสมบัติของชาติ พร้อมหน้าพร้อมตากันกีดกันรักษาสิ่งที่จะเป็นภัยมหาภัย ที่จะเข้ามาทำลายชาติบ้านเมือง เป็นความผิดไปที่ไหน ไม่ได้มีอะไรผิด นั่น เราจึงยกยอสรรเสริญผู้ที่รักษาชาติบ้านเมือง ที่ทำทุกวันนี้เราก็รักษาชาติบ้านเมืองนั่นเอง เราถึงได้ดีดดิ้นออกมานี่ เราไม่ได้ทำลายชาติบ้านเมือง อันนี้คุณทองก้อนก็ทำหน้าที่สำหรับคนทั้งแผ่นดิน ก้าวเดินไปตามจารีตประเพณีขนบธรรมเนียมกฎหมายบ้านเมืองมาโดยถูกต้องทุกอย่างๆ ไม่ผิดที่ตรงไหน แล้วคุณทองก้อนไปผิดที่ไหน เอ้า พิจารณาซิ ตัวสำคัญๆ มันคอยกีดคอยกันคอยทำลายเผาบ้านเผาเมืองมาตลอดทั้งใต้ดินเหนือดิน มันอยู่ที่ไหน มันเกิดมาจากใครเวลานี้ ให้คุณทองก้อนได้หมุนตัวเป็นเกลียวจนจะเป็นบ้าอยู่เวลานี้ เกิดมาจากใคร ถามหาสาเหตุที่มันเกิดมา และผู้ทำก่อให้เกิดขึ้นคือใครบ้างซิ มันถึงจะถูก เอาละพอ ๒ พอ ๓ พอแล้ว ไปแล้วทีนี้

เอา ให้พากันเสริมคุณทองก้อนนะ เป็นกำลังช่วยคุณทองก้อน คุณทองก้อนแบกแผ่นดินนะเวลานี้นะ ให้พากันเข้าใจทุกคน คุณทองก้อนเป็นคนแบกแผ่นดินกรุงสยามเราทั้งศาสนาอยู่ในคุณทองก้อนแบกกับหมู่คณะ ทางไหนมีกำลังวังชาทางใดช่วยกันมาแบก ให้พากันอนุโมทนาสาธุการช่วยสนับสนุนทุกวิถีทาง (สาธุ) ไปละที่นี่"

จาก
http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=2620&CatID=2

(เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาดเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๗ -

ผู้ทำคุณต่อแผ่นดินไทย)


นายโจโจ้ 28/01/04 11:11:40 สาธุกับความเห็นของท่านผู้ติดตามในส่วนที่เกี่ยวกับพระอรหันต์ครับ ในขณะเดียวกัน ก็ขอชี้แจงในส่วนหลังดังนี้

ผมไม่อยากเปิดประเด็นใหม่ แต่ก็ไม่กล้าละเลยประเด็นสำคัญนี้ให้ผ่านไปโดยไม่แก้ไข ขอโอกาสชี้แจงสิ่งที่รับทราบมาว่า กัปป์หน้านั้น เป็นสุญญกัปป์ ซึ่งเป็นกัปป์ที่ไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติขึ้นเลย และชนิดของกัปป์ตามพระไตรปิฏกนั้น มีเพียง 5 ชนิด เริ่มตั้งแต่สุญญกัปป์ที่ไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติขึ้นเลยไปจนถึงภัทรกัปป์ที่จะมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติขึ้น 5 พระองค์เป็นจำนวนสูงสุด จึงถูกขนานนามว่า ภัทรกัปป์ หรือกัปป์แห่งความรุ่งเรือง ไม่เคยได้ยินว่าจะมีกัปป์ใดที่มีพระพุทธเจ้าถึง 10 พระองค์มาอุบัติมาก่อนครับ จึงยังไม่ปลงใจเชื่อครับ

ขอกลับเข้าหัวข้อเดิมของกระทู้ครับ

ขอตั้งข้อสังเกตว่า สื่อแทบทุกฉบับ เสนอความเห็นว่าคุณทองก้อนทำพิลึกบ้าง ทำเพี้ยนบ้าง บ้าบ้าง แต่ไม่เคยพบสื่อฉบับใดที่นำหลักฐานแห่งความหยาบคายของฝ่ายที่คัดค้านคุณทองก้อน ตลอดจนความรุนแรงในการนำเสนอของฝ่ายที่ไปคัดค้านกลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัวมานำเสนอบ้างเลย

เช่นคำว่า ก้อนขี้ ที่เขียนชัดเจนอยู่บนป้ายผ้าหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ก็ไม่เห็นปรากฏ คำพูดรุนแรงหยาบคายไม่สุภาพทั้งหลายจากชายถือโทรโข่งหน้าโรงแรม ก็ไม่มีปรากฏในสื่อ กลายเป็นคุณทองก้อนเลวอยู่คนเดียว รุนแรงอยู่คนเดียว ผิดอยู่คนเดียว ในขณะที่การชี้แจงของคุณทองก้อนถึงความอึดอัด ลำบาก ถูกด่าลามปามไปถึงบุพการีและตระกูลตลอดมาโดยไม่เคยตอบโต้ ไม่ปรากฏในสื่อให้เห็นกันเลย

นี่แหละครับ คติอันเอนเอียงของสื่อในประเทศไทยที่เห็นกันได้ชัดเจน

ขอให้ผู้ได้อ่านข้อความนี้ตระหนักถึงความไม่เป็นกลางของสื่อส่วนใหญ่ในประเทศไทย และการนำความเห็นส่วนตัวไปปะปนแม้แต่ในหัวข้อข่าว เช่น "ทองก้อนทำพิลึก" ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวของนักข่าวอันมิใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นควรเป็น "ทองก้อนเขียนจดหมายเลือด" เป็นต้น

ขอให้สังเกต และเลือกสกัดเอาเพียงข้อเท็จจริงเท่านั้นมาประมวล โดยสิ่งที่เป็นความเห็นส่วนตัวของนักข่าวออกไปก่อน สิ่งนั้นจะทำให้ท่านเห็นภาพแห่งความจริงชัดขึ้นมาก

ขอประกาศความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณทองก้อน วงษ์สมุทรอย่างเป็นสาธารณะในที่นี้ว่า จากการที่ได้รู้จัก พบเห็น พูดคุยกับคุณทองก้อนมาเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งปีเป็นประจำ ผมเห็น ซาบซึ้ง และขอแสดงความเคารพนอบน้อมในความอดทน อดกลั้ น ใฝ่ดี ความเป็นผู้มีใจจริง หนักแน่น เป็นตัวอย่างที่ดีของสุภาพบุรุษอย่างสูงสุดท่านหนึ่งที่ผมได้พบมาในช่วงชีวิตนี้ ขอแสดงความนอบน้อมต่อท่าน และกรรมดีใดๆทั้งหมดที่ผมได้เคยกระทำมา หากจะมีสิ่งใดที่พอจะเป็นประโยชน์กับตัวหรือเป้าหมายในชีวิตของคุณทองก้อนบ้าง ก็ขอยกให้กับคุณทองก้อนทั้งหมด และขอประกาศตนสนับสนุนการกระทำของคุณทองก้อนครับ
โยธกา 28/01/04 12:29:46 ผมเป็นอีกคนที่ถึงแม้ไม่เคยพูดคุยกับคุณทองก้อน  อีกทั้งเคยนึกสงสัยและไม่ลงใจกัยคุณทองก้อนในระยะแรก  แต่หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในการกระทำที่ผ่านมาอย่างเอาเนื้อแท้มาพิจารณา  ผมก็อนุโมทนากุศลอันยิ่งใหญ่ที่คุณทองก้อนได้กระทำไปแล้วและกำลังกระทำอยู่  การดำเนินการนั้นถึงแม้จะไม่นุ่มนวลแต่ก็เต็มไปด้วยพลังที่สร้างความอึดอัดและหวั่นไหวอย่างมากต่อผู้ที่กำลังจ้องทำลายพระศาสนา  และก็ไม่เห็นใครมีความกล้าหาญเช่นคุณทองก้อน

ขอให้กำลังใจท่านผู้มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อชาติและศาสนา
ลานโพธิ์ 28/01/04 12:55:20 ข้อสังเกตุ

ประเด็นอยู่ที่ : การใช้อำนาจทางการเมืองของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เข้าแทรกแฃงการปกครองคณะสงฆ์ โดยอาศัยช่องว่างทางกฏหมาย

1. เหตุใด จำเป็นอย่างไร ที่นายวิษณุ เครืองาม บังอาจใช้อำนาจทางการเมืองเข้าแทรกแฃงการแต่งตั้ง สังฆราช ฃ้อน สมเด็จพระสังฆราช ทั้งๆที่ มหาเถรสมาคม ก็ปฏิบัติหน้าที่แทนได้ ( หรืออาจมีวาระฃ้อนเร้น )

2. นายวิษณุ เครืองาม ใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฏหมาย แต่งตั้ง สังฆราช ฃ้อน สมเด็จพระสังฆราช เสมอกับ การมี สังฆราช 1 องค์ , สมเด็จพระสังฆราช 1  พระองค์  
ฉนั้น อำนาจทางการเมืองสามารถครอบงำการปกครองคณะสงฆ์ และการกระทำของนายวิษณุ เครืองาม ครั้งนี้ จะเป็นแบบอย่างในการปกครองคณะสงฆ์ต่อไปในอนาคต

3. ระหว่างที่ สังฆราช (ปฏิบัติหน้าที่....-แทน-...) สมเด็จพระสังฆราช ( เพิ่มเติมคำว่า แทน หลังจากมีกลุ่มคัดค้าน )
จะมีวาระฃ้อนเร้น หรือไม่ อย่างไร ข่าวว่า...พยายามผลักดันเรื่อง พรบ.คณะสงฆ์ ฉบับที่มีปัญหาอยู่หรือไม่ เช่น คณะมหาคณิตสร ( อยากให้ชาวพุทธ ช่วยกันสอดส่องติดตาม )

4. เหตุไรจึงต้องรีบแต่งตั้งสังฆราชเป็นการด่วน หรือกลัวตกขบวนรถไฟ ถ้าจะมีอันเป็นไปก่อน เกรงว่าจะไม่ได้เป็นสังฆราช หรือเกี่ยวกับการที่นายวิษณุ เครืองาม มีความสนิทสนมส่วนตัวหรือไม่ เนื่องจากการที่เป็นคนภาคเดียวกันกับ สมเด็จเกี่ยว ( ข้อนี้ เสียงมาจากแถวภูเขาทอง )

5. จากนี้ไป ถ้า สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ใด ทรงประชวร
ทางการเมือง สามารถแต่งตั้ง สังฆราชแทนได้ทันที
ต่อไปในอนาคต การปกครองคณะสงฆ์คงต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของฝ่ายปกครองที่มีฆราวาสเป็นใหญ่
ต่างจากธรรมะของพระพุทธองค์ และการปกครองคณะสงฆ์ในอดีต คือ พระสงฆ์จะต้องยึดถือ พระธรรมวินัย เท่านั้น
สภาพในปัจจุบันหากพระธรรมวินัย ข้อใด ขัดต่อกฏหมาย ฝ่ายปกครองที่มีฆราวาสเป็นใหญ่ สามารถบังคับให้พระต้องปฏิบัติตามกฏหมายเท่านั้น เมื่อนั้น อะไรจะเกิดขึ้น

เหตุนี้หรือ... ที่นายวิษณุ เครืองาม กล่าวว่า ได้ใช้ความละเอียดรอบครอบแล้ว จึงแต่งตั้ง สังฆราช ฃ้อน สมเด็จพระสังฆราช
คนในอดีต 28/01/04 01:05:11 รอเวลาเท่านั้น...ทีจะเปิดเผยให้รู้ว่า  ใครคือใครในทุกๆ เรื่องที่จะเป็นการทำลาย 2 สถาบันของแผ่นดินไทย คือสถาบันชาติและสถาบันศาสนา  ลำพังศึกภายนอกสามารถรู้สามารถเห็นได้ไม่ยาก  แต่ศึกภายในที่มันบ่อนทำลาย  และตั้งรกรากมาเป็นระยะเวลา 20 กว่าปีแล้ว  และยังไม่มีผู้ใดสามารถจัดการกับมันได้...ดังคำเทศน์ของหลวงปู่บ้านตาดใจความว่า

      "ผู้ที่ก่อแผ่นดินไทยให้จะล่มจมทั้งเปิดเผยทั้งที่ลับที่แจ้ง ทั้งใต้ดินเหนือดินมันเต็มอยู่แผ่นดินเวลานี้ เรื่องก็เกิดขึ้นมาจากคนพวกนี้แหละ แล้วทำไมไม่ระบุออกมาบ้างใครตัวเก่งๆ ที่ทำลายชาติมาตลอดคือใคร ระบุออกมาบ้างซิให้รู้ โลกเขารู้เขาไม่พูดเฉยๆ เราเป็นผู้รู้ผู้ทำผู้แสดงตัวอยู่ แสดงตัวออกมาให้เห็นชัดเจนบ้างซิ เข้าใจเหรอที่พูดนี่ มันก็มีเท่านั้นจะให้เราตอบ เราตอบเพียงเท่านั้นแหละ ตอบอย่างอื่นไม่ได้ คุณทองก้อนแกมีความเสียหายที่ตรงไหน แกแบกแผ่นดินทั้งแผ่นจะว่ายังไงคุณทองก้อนน่ะ เดี๋ยวนี้ก็คือแกเป็นผู้ค้ำไว้ พวกนี้จะกลืนทั้งที่ลับที่แจ้ง กลืนชาติกลืนบ้านกลืนเมืองกลืนทุกวิธีการ ของดิบของดีอะไรที่จะเป็นประโยชน์แก่ชาติไทย ไม่เห็นมันเอาขึ้นมาแสดง ถ้าเรื่องความเสียหาย ความฉิบหายป่นปี้คอยกีดคอยกันคอยขัดคอยขวางคอยจุดคอยเผามาตลอด คือพวกนี้เอง จะเป็นพวกใคร ที่เราโต้ตอบกันอยู่เดี๋ยวนี้ ถึงขนาดที่มาว่าคุณทองก้อนเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ก็คือพวกนี้เอง จะว่าใคร หลวงตาบัวไม่เคยว่าคุณทองก้อนนะ เพราะเห็นใจคุณทองก้อนอยู่แล้วว่าแบกแผ่นดินไทยมา เราไม่ว่า แล้วใครไม่แบกมันมาเหยียบลง ทำไมไม่ว่ามันบ้างล่ะ พิจารณาซิ มันไม่แบกแต่มันเหยียบลง เข้าใจหรือที่พูดนี่ ก็พูดบ้างซิพวกเหยียบลงคือใคร เอาเท่านั้นแหละพอ"
เทศน์อบรมฆราวาส 27 มกราคม 47  เรื่องผู้ทำคุณต่อแผ่นดินไทย Luangta.com

...... "ให้ฟังนะ ฟังเสียงครู อย่าอวดเก่งกว่าครูนะ เราว่าอย่างงี้แหละ เล่ห์เหลี่ยมที่มันมานี้ เรารู้หมดๆ ทุกอย่างนี่นา เราบอกอย่างนี้เลย ที่เราก้าวเดินไปที่ไหน ไม่เคยผิดนี่ แล้วมันหาเรื่องอะไรมาหลอกเราอยู่นี้ มันหลงกับเขามาแล้วนี่ จะมาว่ากับเรานี่วะ ซัดเอาแล้ว เป็นอย่างงั้นนะ เราไม่เคยหวั่น ออกจากนี้พิจารณาทุกอย่างแล้ว พุ่งไม่ผิด นี่งูๆ ปลาๆ  ลูบนั้นคลำนี้ ใครว่าอะไร ก็เชื่อหมู่ล่ะซิ เป็นอย่างนั้นนะ
       นี่ไม่ได้เชื่อใครง่ายๆ บอกแล้ว ต้องเอาธรรมเป็นเกณฑ์ๆๆ แม้ใครไม่บอกก็ตาม ธรรมอันนี้บอกอยู่ในตัว รู้อยู่ในตัว นี่ พูดมันตรงๆ อย่างนี้นะ
       อย่างคุณทองก้อนนี้ เป็นเป้าหมายเค้าโจมตีแล้วยังไม่แล้ว ยังกระซิบกระซาบว่า คุณทองก้อนผิดอย่างนั้น ผิดอย่างนี้ หาอุบายที่จะทำลายชาติอย่างนั้นอย่างนี้ พวกนี้ก็เลยเชื่อละซี คุณทองก้อนเลยกลายเป็นผู้ทำลายชาติไป เราจึงจี้เอาเลย อย่ามาเเตะคุณทองก้อนนะ ว่างี้เลย"
เทศน์อบรมฆราวาส 3 มกราคม 47  เรื่องลูกศิษย์หลวงตาบัวทำไมถึงโง่เอานักหนา Luangta.com

       ใครที่รู้ตัวว่า  กำลังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำลายชาติและศาสนา  จงกลับตัวกลับใจเสียเถิด  เงินทองข้าวของและลาภยศที่ได้รับคงบำเรอความสุขให้แต่ในภพชาตินี้เท่านั้น  สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ตามไปแน่นนอน

       ชีวิตที่ดีงาม    อาจจะไม่ใช่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่  แต่
       ชีวิตที่ยิ่งใหญ่  ต้องอาศัยคุณงานความดีเท่านั้น  



praves 28/01/04 04:47:27 ผมติดตามข่าวทางโทรทัศน์ ทั้ง ITV ช่อง 3,9
แต่ก็ไม่ค่อยได้ข้อมูลอะไรมาก ดูๆไป ก็รู้แค่ว่า เกิดอะไร
คือว่า มันเป็นข่าว event มันไม่ใช่ analysed news

ข่าวทางโทรทัศน์ บอกว่า ฝ่ายคุณทองก้อน ผิด ฝ่ายทางรัฐบาล ถูก  
รู้สึกว่า  TV  เขามองฝ่ายธรรมยุต และ ท่านหลวงตาไปในแง่ลบแล้ว

มาอ่านในกระทู้นี้ ยาวมาก และคิดว่า เรื่องนี้มันซับซ้อนนะ

คิดว่า ถ้า civil society และ good governance ในประเทศไทย .. มีจริง
เรื่องนี้คงจะมีทางออก อย่างสันติ และสง่างาม
ถ้าไม่มี .. ก็ต้องออกมาช่วยกันเรียกร้อง ให้เอา ธัมมาธิปไตย .. เป็นหลัก

เรื่อง กิน กาม เกียรติ (ผสมกิเลส) พอมาในแวดวงของศาสนา
จะทำให้ชาวบ้าน เสื่อมศรัทธาที่ หลายๆ ศาสนบุคคล ห่างไกล
จากวิถีทางแห่งพระพุทโธวาท  
นิรนาม 28/01/04 06:16:44 อะไรคือธรรมแท้ ที่พวกคุณเรียกถึง หรือครับ ?  หรือว่าจะต้องเป็นไปตามอัตโนมติ ของพระอรหันต์ ที่พวกท่านนับถือเท่านั้น
ผมเองเคยกราบหลวงตามา สองสามครั้ง ได้ฟังธรรมจากท่าน ด้วยวาสนาอันน้อยก็พอเข้าใจบ้าง  และกำลังทำอยู่ ถึงแม้จะยังไม่เชื่อ ว่าท่านเป็นพระอรหันต์ (เพราะผมไม่มีกำลังที่จะพิสูจน์ได้)
ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นพระอรหันต์จริง  ก็ไม่ได้หมายความว่า  มติของท่านจะถูกต้องเสมอไป  ท่านรู้เพียงแต่ทางที่ ท่านเคยเดินผ่าน ส่วนเรื่องอื่นอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ ไม่แน่นอน
ผมเข้าใจอย่างนั้นนะครับ

โดยส่วนตัวผมไม่ได้สนใจเท่าไรว่า ท่านใดใครที่ไหนจะมาดำรงตำแหน่งพระสังฆราช
จะเป็นสมเด็จเกี่ยว  หรือสมเด็จวัดชนะ   วัดปากน้ำ  หรือแม้แต่วัดสุวรรณ  ซึ่งทั้งหมดน่าจะเป็นมหานิกาย ไม่ใช่ธรรมยุติ  ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า พระธรรมยุติโตไม่ทันที่จะขึ้นเป็น  ถ้าเป้าหมายการต่อต้านเป็นเพราะ "ไม่ยอมรับมหานิกายเป็นพระสังฆราช"การต่อต้านคงล้มเหลว เพราะถ้าพระธรรมยุติขึ้นเป็นจะน่าเกลียดยิ่งกว่า  ยกเว้นสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี ซึ่งท่านก็อาพาธมากแล้ว  ถ้าตั้งท่านเป็นก็คงทำงานไม่ไหวมั้งครับ

ผมเองไม่เคยเจอสมเด็จเกี่ยว เลยแม้แต่ครั้งเดียว เลยไม่จำเป็นต้องเชียร์

แล้วเท่าที่รู้  คุณวิษณุตั้งเป็นคณะผู้ปฎิบัติ แทนไม่ใช่หรือครับ  ไม่ใช่ตั้งสมเด็จเกี่ยวเป็นผู้ปฎิบัติแทน ถึงแม้ว่าสมเด็จเกี่ยวจะไม่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ท่านก็นั่งเป็นประธานการประชุมมส.ทุกครั้ง การตั้งเป็นคณะผู้ปฎิบัติงานแทน ก็จะทำให้ คำสั่งของมส.ออกมาเป็นไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่คำสั่ง มส. ออกมาทางหนึ่ง  อีกทางมีพระลิขิตออกมา อย่างหนึ่ง
ผมว่ามันดีกว่านะครับ  ถ้าสมเด็จพระสังฆราชทรงหายประชวร กลับมาปฎิบัตงานได้อย่างเดิม ความขัดแย้งในการบริหารงานคงหมดลงไป

เรื่องฝ่ายตรงข้ามคุณทองก้อน  ผมไม่เคยได้ยินเพิ่งได้ยินจากที่คุณโจโจ้เล่า  ถ้าจริงทำไมไม่มีข่าวละครับ  คงรบกวนคุณโจโจ้ เล่ารายละเอียดลึกๆให้ฟังหน่อย  หรือว่าเป็นมือที่3หรือเปล่าครับ?

ผมเชื่อว่า ถ้ายังขัดแย้งกันต่อไป  ความศรัทธาในพระศาสนาคงจะเสื่อมลงไปเรื่อยๆ  เพราะผู้ปฎิบัติธรรมยังคงขัดแย้งกัน เพราะไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน  เอาการตีความตามความคิดเห็นเข้าว่า  ก็คงจะทะเลาะกันไปเรื่อยๆมั้งครับ  
นายโจโจ้ 28/01/04 07:31:19 คุณนิรนามครับ ผมได้ให้ข้อมูลทั้งหมดที่มีไปแล้วว่าเขาหยาบคายกันยังไง และเล่าแล้วด้วยว่าสื่อไทยเท่าที่ผมเห็นนั้นมีคติอันเบี่ยงเบนด้วยการงดเว้นการเสนอความหยาบคายของฝ่ายต่อต้านกลุ่มศิษย์หลวงตามหาบัว ซึ่งผมหมายความตามนั้น คือสื่อเบี่ยงเบน

จากที่คุณแสดงความคิดเห็นไว้ว่า ถ้าจริงทำไมไม่มีข่าว ตรงนี้ เป็นการแสดงจุดยืนของคุณที่ชัดเจนมากอยู่แล้วว่าคุณเชื่อสื่อ ซึ่งผมแสดงไว้แล้ว ว่าเบี่ยงเบน อันหมายความว่า คุณเชื่อถือสื่อว่าออกข่าวทั้งหมดโดยไม่ปิดบังอะไรไว้ ซึ่งผมขออภัยที่ต้องเรียนตรงๆว่าคุณถูกสื่อเบี่ยงเบนไปเรียบร้อยแล้ว

ด้วยเหตุดังกล่าว ขอให้คุณกลับไปอ่านใหม่ด้วยใจเป็นกลาง เฝ้าดูความคาดหมายในใจว่าฝ่ายนั้นดี ฝ่ายนี้แย่ ตัดทิ้งไปก่อน ขอให้เห็นข้อมูลจริง เห็นหน้าเห็นตาของทั้งสองฝ่าย ไปยืนอยู่ตรงกลาง มองหน้าสมาชิกทั้งสองฝ่ายอย่างที่ผมไปมาแล้ว ขอรับประกัน ว่าคุณจะเห็นความรุนแรง การใช้อารมณ์และความหยาบคายจากฝ่ายสนับสนุนประกาศ และขอเรียนว่า จากที่ผมเห็นทั้งหมดในวันเสาร์ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ไม่มีคำหยาบคายรุนแรงใดๆจากกลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัวให้ได้ยินเลยแม้เพียงคำเดียว ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามที่มายืนหน้าโรงแรมนั้น ถือโทรโข่งด่ายาวเป็นชั่วโมงแบบน้ำไหลไฟดับ และที่ป้ายผ้าที่เขาถือก็มีคำว่า "ก้อนขี้" อันเป็นการแปลงนาม "ทองก้อน" ที่ถูกขนานโดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ อดีตสมเด็จพระสังฆราชที่รักยิ่งของชาวไทยพุทธให้คล้ายคลึงกับสิ่งที่อยู่ในท้องทุกท่านและในใจของผู้ที่แปลงนามนี้นั่นเอง คุณเคยได้ยินไหมครับ ออกจากปากใคร ก็ออกจากใจคนๆนั้น? ผู้ที่สามารถแปลงนาม ทองก้อน เป็นก้อนขี้ได้นี้ จะมีจิตใจแบบใด คงไม่ต้องเสียเวลาอธิบายเพิ่มนะครับ

ขอให้กลับไปอ่านใหม่โดยละเอียด โดยมีใจเป็นกลาง ทิ้งความเห็นของสื่อไปก่อน และถ้าไม่เชื่อผม ก็ไม่เป็นไร ขอคุณไปดูให้เห็นกับตาแล้วกันครับ ว่าใครหยาบคาย ใครมีธรรม ใครไม่มีธรรม

ผมเองก็ได้มีโอกาสฟังการประชุมเป็นการภายในของกลุ่มศิษย์หลวงตา ยังไม่เคยได้ยินคำหยาบคายใดๆเลย แม้เป็นเบื้องหลัง... ซึ่งเบื้องหน้านั้น ก็ยืนยันไปแล้ว ว่าไม่ได้ยินเลย มีแต่บอกกันให้เยือกเย็น รักษาสติไว้ อย่าตอบโต้

เจริญในธรรมครับ
นายโจโจ้ 28/01/04 09:00:08 ความเห็นจากคุณนิรนาม เป็นสิ่งที่คุณ "ไม่ได้เป็นสมาชิก" แสดงไว้ดีแล้วในความเห็นที่ 27 ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้คงจะ "ม้วนเอาผู้ที่ยังไม่มีใจเป็นกลางเข้าไปในวัฏฏะมากพอดู"

มาแล้วครับ หนึ่งท่าน... รอดูว่าจะมีผู้ใดกล้ามาสาธิตถึงผลของการไม่มีใจเป็นกลางจนถูกม้วนเข้าไปในวัฏฏะให้เห็นอย่างชัดแจ้งกันอย่างนี้อีกไหม

ใจที่ขาดความรู้ตัวกำกับ ล่องลอยเชื่อไปตามสื่อโดยไม่ได้ไปเห็นกับตา นี่เองครับ เป็นการสาธิตให้เห็นถึงประโยชน์ของกาลามสูตร หรือเกสปุตตะสูตรอันแสดงแก่ชาวกาลามะอันพระศาสดาแสดงไว้ชัดแจ้งว่า อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำสืบๆ กันมา อย่าได้ยึดถือโดยตื่นข่าวว่า ได้ยินอย่างนี้ อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา อย่าได้ยึดถือโดยเดาเอาเอง อย่าได้ยึดถือโดยคาดคะเน อย่าได้ยึดถือโดยความตรึกตามอาการ อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่าต้องกันกับทิฐิของตัว อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา

ก่อนที่ท่านใดจะได้แสดงความคิดเห็น ขอได้โปรดพิจารณาข้อมูลที่ท่านมี ว่าท่านมีข้อมูลตรง ข้อมูลจริงที่ได้รับทราบมาด้วยตนเองอย่างครบถ้วนจากทั้งสองฝ่ายแล้วหรือยัง? มิเช่นนั้น ท่านอาจถูกม้วนเข้าไปในวัฏฏะได้อย่างไม่รู้สึกตน
นิพ 28/01/04 09:06:26 พี่โจ้ยังกล้าหาญ และยืนอยู่บนพื้นฐานของความจริงและความถูกต้องเสมอเลย
นะครับ ผมรู้สึกดีที่ยังมีพี่คอยเป็นปากเป็นเสียงอยู่ครับ ^_^ เพราะน้อยคนที่จะรู้ถึง
ความจริง บางคนไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ก็เดาตามสถานการณ์ตื้นๆ จนหารู้
ไม่ว่าตนทำลายศาสนาและทำบาปทางอ้อม เห็นแล้วเหนื่อยใจครับ กรรม
ใครก็กรรมมันครับ :-(
ลานโพธ์ 28/01/04 09:11:29 สื่อมวลชนไทย  

ปัจจุบันสื่อมวลชนไทย : จะเป็นไปในลักษณะ รายงานข่าว มากกว่า วิเคราะห์ข่าว เจาะลึก ถึงเนื้อหาประเด็นการคัดค้าน

การคัดค้าน : ต้องสื่อสารให้สื่อ เข้าใจถึงมูลเหตุ วัตถุประสงค์ และประเด็นหลัก ว่าผิดหลักการ ผิดขั้นตอน ผิดหลักปฏิบัติ และผิดธรรมเนียมประเพณี หรือขัดต่อหลักธรรมอย่างไร โดยชี้ประเด็นถึงความไม่เหมาะสมให้ชัดเจน
ข้อนี้กลุ่มคัดค้านต้องพยายามสื่อสารให้ชัดเจนที่สุด

หากการคัดค้าน : ยังสื่อสารให้สื่อ ไม่อาจเข้าใจ แล้วสื่อแขนงใด จะสื่อสารต่อไปได้อย่างไร

สื่อที่ดีและสื่อที่ไม่ดี : สื่อ มีหลายแขนง สื่อที่ดี จะนำเสนอข่าวแบบการรายงานข่าวตรงไปตรงมา อยู่ในกรอบประเด็นของเนื้อหา สื่อที่ไม่ดี อาจเป็นสื่อแบบมีสังกัด และสื่อที่ต้องการเบี่ยงเบนประเด็น ทั้งๆรู้ว่า ประเด็นคัดค้านมีเนื้อหาอย่างไร

ผู้บริโภคสื่อจะทราบได้อย่างไร : ผู้บริโภคสื่อจะทราบก็ต่อเมื่อ ประเด็นเรื่องการคัดค้าน มีน้ำหนักและเหตุผล

ฉนั้น การเคลื่อนไหวใดๆ ต้องสื่อสารให้สื่อเข้าใจก่อนเป็นอันดับแรก บางครั้งการเคลื่อนไหวใดๆที่ออกมาในทำนอง ท้าทายสื่อ สื่ออาจหมั่นใส้ได้ โดยจงใจเสนอข่าวให้บิดเบือนและเบี่ยงเบนประเด็นจากความเป็นจริงก็เป็นได้ ( ฃึ่งปัจจุบันมีมาก )

การเคลื่อนไหวคัดค้าน : สื่อมวลชนมักนำจะเสนอเนื้อหาข่าว ให้ออกมาในลักษณะจับให้ชนกัน แบบเรื่องการเมืองไทยในปัจจุบัน
กลุ่มคัดค้านจะตกเป็น ม๊อบ ไปทุกครั้ง ไม่ได้ดูถึงรายละเอียดการเคลื่อนไหว
เพราะฉนั้น กลุ่มคัดค้าน ควรสร้างจุดแข็ง มากกว่าที่จะต้องตกเป็น ม๊อบ ไปทุกครั้ง
( ม๊อบ ในภาษาชาวบ้าน คือกลุ่มอันตพาล ไร้เหตุผล )

การนำเสนอหลักการและเหตุผลประเด็นการคัดค้านต่อสื่อ : ลองเชิญ นายวิษณุ เครืองงาม ตัวแทนฝ่ายเสนอกฏหมาย กับนายทองก้อน วงศ์สมุทร ตัวแทนฝ่ายคัดค้าน เข้าถกประเด็นเหล่านี้ ในรายการโทรทัศน์ อย่างรายการ ถึงลูก ถึงคน ทางช่อง ๙
ผู้บริโภคสื่อแบบรายการสด จะทราบถึงประเด็น น้ำหนักการเสนอและคัดค้านอย่างมีหลักการและเหตุผล โดยผู้บริโภคจะเป็นผู้ตัดสินเอง มากกว่าการรับบริโภคสื่อแบบ สื่อนำไปเขียนเอง

การเคลื่อนไหวของกลุ่มคัดค้าน ลองนำเสนอวิธีที่ดูนิ่มนวลมีเหตุมีผลดูบ้าง น้ำหนักจะอยู่ที่เนื้อหาสาระมากกว่า
เมื่อนั้น... ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แล ะเข้าใจ






คนกวน 28/01/04 09:57:49 เรียน คุณโจโจ้
ผมไม่ได้บอกเลยว่าเชื่อสื่อหรือไม่เชื่อสื่อ  ผมเพียงแต่ถามว่า ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนั้นจริง ทำไมสื่อไม่เอามาลง  แล้วผมยังบอกอีกว่าให้คุณโจโจ้เอาเหตุการณ์เบื้องหลังลึกๆมาเล่าให้ฟังเพิ่ม แล้วก็ไม่ได้บอกด้วยว่าเชื่อหรือไม่เชื่อคุณ

ผมอยากให้สังเกตุเพิ่มว่าคุณบอกว่าสื่อลำเอียง กับกลุ่มศิษย์หลวงตามหาบัว ในคราวที่แล้วที่หลวงตาทำโครงการช่วยชาติ ผมก็เห็นสื่อสารมวลชนช่วยกันประโคมข่าว ทำข่าวให้อย่างดี เขาคงไม่มีอคติอะไรกับพวกคุณ  เพียงแต่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องราวในครั้งนี้ที่ออกมา ที่จะมาวุ่นวายกับการแต่งตั้งคณะทำงานในครั้งนี้

แล้วผมพึ่งอ่านข่าวนะครับ เห็นว่า สมเด็จพระสังฆราช ท่านประชวรจริง  ซึ่งผมคงไม่ลงไปลึกถึงขั้นที่จะตรวจสอบว่า ข่าวที่สื่อลง จริงหรือเท็จ เพียงแต่เรารับฟังว่าท่านประชวรจริงตามแถลงการณ์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ส่วนเรื่องที่คุณว่า ให้รับฟังเหตุการณ์ด้วยใจที่เป็นกลาง  ผมเองก็ไม่ได้ฟังด้วยอคติ ถ้าคุณอ่านสื่งที่ผมเขียน สิ่งที่ผมเขียน ผมเขียนตามความเข้าใจของผม ซึ่งประมวลเอาจากสิ่งที่ผมรับรู้ แล้วบอกกล่าวออกไปเป็นความเห็น ซึ่งมันก็มีเรื่องอื่นๆอีกเยอะแยะที่ผมเขียนไป แต่คุณโจโจ้ไม่ได้ชี้แจงเรื่องเหล่านั้นเลย  กลับมาตัดสินผมด้วยความเห็นของคุณว่าผมเชื่อสื่อสารมวลชน

ใจคือลม  เมื่อหมดลมก็หมดใจ ครับ  ใจที่เป็นกลางไม่มีในปุถุชนอย่างเราหรอกครับ  มันขึ้นอยู่กับว่า  คุณยืนอยู่ตรงไหน หรือรับฟังข้อมูลตรงไหนมากกว่าครับ

เราไม่ได้ยืนตรงข้ามกันนะครับ เพียงแต่การรับรู้เราไม่เหมือนกัน โลกเราจึงไม่เหมือนกัน

มันคงไม่มีใครผิดใครถูกหรอกครับ หรือว่าใครจะตกนรก หรือวนอยู่ในวัฎฎะ อย่างที่คุณว่า
เพราะทุกคนออกความเห็นด้วยความบริสุทธิใจครับ

ยังยินดีที่ได้สนทนาครับ  ไม่ได้เจอกันตั้งนาน  ระบบเขาเปลี่ยนชื่อผมเป็นนิรนาม นะครับ
นายโจโจ้ 28/01/04 09:59:47 เรียนคุณลานโพธิ์

ความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ผมไปร่วมสังเกตการณ์มานั้น เป็นไปอย่างนิ่มนวลทั้งสิ้นครับ ไม่มีความรุนแรงใดๆ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามนั้น ด่าทอ ใส่ร้าย ใส่ใคล้ ป้ายสีสารพัด และผู้ใส่ร้าย ใส่ความก็อยู่ในเครื่องแบบพระที่กระทำกันทางวิทยุมากกว่า 5 คลื่นความถี่ ส่วนต่อหน้าก็ใส่กันทางโทรโข่งกู่ร้องตะโกนกันให้ก้องไป แต่ไม่มีสื่อไหนนำเสนอถึงความหยาบคายของฝ่ายสนับสนุน ผมไม่ได้ตั้งคำถามนะครับว่าเป็นเพราะอะไร เพียงแต่พยายามนำเสนอให้ผู้มีโอกาสได้อ่านข้อความนี้ได้ทราบถึงความไม่เป็นกลางของสื่อที่เห็นๆกันอยู่ ที่นำเสนอข้อมูลเพียงด้านที่สื่อเองรู้สึก ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่ผมเห็นว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่เป็นการนำเสนอเพื่อสนับสนุนความเบี่ยงเบนที่มีในความคิดของนักข่าวท่านนั้น

ขอโอกาสอธิบายอย่างนี้ครับ โดยปกติแล้ว การนำเสนอเรื่องต่างๆนั้น จะต้องนำเสนอข้อเท็จจริงทั้งสองด้านอย่างไม่บิดเบือนและเบี่ยงเบน ตามคำโบราณที่สอนลูกหลานว่า "อย่าฟังความข้างเดียว" การนำเสนอของสื่อจึงไม่ควรนำความเห็นส่วนบุคคลปะปนเข้าไปในเนื้อข่าว ยกตัวอย่างเช่นคำที่ผมเคยอ้างไปในความเห็นก่อนหน้านี้คือ "ทองก้อนทำพิลึก" อย่างนี้ เป็นการปะปนความเห็นส่วนตัวซึ่งเป็นการเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงไปส่วนหนึ่งแล้ว

ลักษณะการนำเสนอของสื่อที่ผมพบในเหตุการณ์ครั้งนี้นั้น ผมเห็นว่าเป็นการนำเสนอที่เป็นไปในลักษณะที่สนับสนุนความเบี่ยงเบนที่มีในใจของนักข่าว สังเกตได้จากการที่ไม่พบเห็นข้อมูลจากสื่อฉบับใดที่กล่าวถึงการที่คุณทองก้อนหลั่งน้ำตากล่าวถึงความรู้สึกของตนเองว่าถูกเหยียบย่ำไปถึงบุพการี ถึงครอบครัว ถึงทุกๆอย่างโดยไม่เคยตอบโต้ อย่างนี้ สื่อไม่เขียนถึง ไม่นำเสนอเลยแม้แต่น้อยนิด และในขณะเดียวกัน หลักฐานของความหยาบคาย ความรุนแรงของฝ่ายต่อต้านที่สมควรจะปรากฏให้เห็นเป็นข้อเท็จจริงของเนื้อข่าว กลับไม่มีปรากฏในการนำเสนอเลย

ข้อมูลที่ผมนำมาเสนอในกระทู้นี้ ผมเห็นว่าเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่ผมสังเกตพบในวันที่ไปร่วมสังเกตการณ์ และในการนำเสนอนี้ ผมได้ทำการแยกแยะสิ่งที่เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลออกจากข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่แล้ว จะนำเสนอไว้ในย่อหน้าต่างหากจากข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถวิเคราะห์ได้อย่างปราศจากความไขว้เขว

ตราบเท่าที่สื่อนำเสนอข้อเท็จจริงโดยมีการปะปนความคิดเห็นเฉพาะตน และคัดเอาเฉพาะข้อเท็จจริงที่ สนับสนุนความคิดเห็นอันมีความเบี่ยงเบนของตนเองนั้น คงหวังได้น้อยมากเหลือเกินว่าผู้บริโภคสื่อจะสามารถสกัดเอาข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นได้ เพราะข้อเท็จจริงอันจำเป็นต่อการพินิจพิจารณาถูกสกัดไว้ตั้งแต่เบื้องแรกโดยตัวนักข่าวผู้เก็บข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว ข้อเท็จจริงที่ไปถึงผู้บริโภคสื่อจึงแหว่งวิ่น และเป็นไปในทางที่สนับสนุนความคติที่เบี่ยงเบนไปตามความคิดเห็นส่วนตัวของนักข่าวผู้นำเสนอนั้นเอง

จึงเรียนมาด้วยความเคารพ
นายโจโจ้ 28/01/04 10:07:36 คุณคนกวน ผมชี้แจงไปแล้วในสิ่งที่ผมเสนอต่อคุณลานโพธิ์ครับ ยินดีที่ได้เสวนากันอีกครับ ผมไม่เคยอยู่ร่วมในเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อนเลยในช่วงชีวิตนี้ เมื่อได้ไปร่วม ก็ได้พบเห็นสิ่งต่างๆมากมายที่ไม่คิดว่าจะได้พบ คนใกล้ชิดผมเองก็อยู่ในวงการสื่อสารมวลชนหลายคน ผมได้ร่วมสังสรรค์กับกลุ่มนักข่าวของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ และก็ได้นำเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปปรึกษากับบางคน พวกเขาเองก็มีความอึดอัดใจเช่นเดียวกันครับ เพราะสื่อก็มิได้มีความเป็นกลางไปทุกคน

ผมยินดีที่ได้ยินว่าคุณมิได้เชื่อสื่อครับ ถ้าจะทำให้คุณขุ่นใจไป ก็ต้องขออภัย แต่ผมตีความไปแล้วจากคำที่คุณระบุว่า "ทำไมสื่อไม่นำเสนอ" ว่าคุณให้น้ำหนักกับข้อมูลจากสื่อมาก จึงระบุไปอย่างนั้นครับ
listener 28/01/04 10:14:31 คุณ โจโจ้ ครับ ขอความเห็นว่า ชาวพุทธสามัญ อย่างผม ควรจะทำอะไรได้บ้าง คือในด้านความเห็นค่อนข้างเห็นด้วยกับคุณ โจโจ้หลายประการ แต่โดยนิสัยไม่ค่อยชอบทำอะไรเอิกเกริก ประเภทชุมนุมเท่าใดนัก แต่ถ้าจะให้ร่วมลงชื่อในจดหมายประท้วงก็สนใจครับ

คนกวน 28/01/04 10:15:58 เที่ยวหน้าถ้ามีการจัดอีกนะครับ รบกวนโจโจ้มาพิมพ์กระทู้บอกด้วย แล้วผมไปร่วมสำรวจด้วย เผื่อว่า เราจะอยู่โลกใบเดียวกัน  

สวัสดี
นายโจโจ้ 28/01/04 11:12:49 คุณ Listener ครับ ถ้ามีความคืบหน้าประการใด ผมจะนำมาแจ้งไว้ในที่นี้อย่างแน่นอนครับ

ส่วนสำหรับคุณคนกวน ผมจะทำตามที่คุณแนะนำอย่างแน่นอนครับ คือมาชี้ชวนและชักชวนเพื่อนทั้งหลายในที่นี้ไปทำหน้าที่ของชาวพุทธ

และยิ่งไปกว่านั้น ผมเชื่อว่าคุณและผมนั้น โดยพื้นฐานแล้ว ถ้าได้บริโภคข้อมูลที่ตรงกัน จะมีความเห็นอย่างเดียวกันโดยไม่ต้องสงสัยครับ

พร้อมกันนั้น ผมต้องขออภัยที่ได้แสดงความเห็นไปอย่างที่แสดงไว้เกี่ยวกับคุณ ขออธิบายเจตนาว่า ผมรอ และก็ได้ฉวยโอกาสที่มีใครก็ตาม(บังเอิญเป็นคุณ)ที่มาแสดงการให้น้ำหนักกับสื่อ เพื่อทำการวิเคราะห์ไปตามเรื่องราวที่ผมเห็น ว่าเป็นรากเหง้าของปัญหานี้ ด้วยเจตนาที่จะสกัดคนที่สองและสามที่จะมาแสดงความคิดเห็นอย่างให้น้ำหนักกับสื่อที่อาจจะตามมาในกระทู้นี้ครับ

พร้อมๆกันอีกนั่นแหละ ในกรณีที่คุณมีความขัดเคืองใจใดๆกับความคิดเห็นที่ผมแสดงไว้ ผมต้องขออภัย และขอแสดงความยินดีไปพร้อมๆกัน เพราะนั่นแสดงถึงจุดยืนของคุณ ที่ต้องการมีใจเป็นกลาง ที่ไม่ต้องการถูกเบี่ยงเบนโดยสื่อใดๆ

ขอคารวะมา ณ ที่นี้ถ้าคุณมีความขัดเคืองเกิดขึ้นในใจครับ และถ้าคุณไม่มีความขัดเคืองใจใดๆ ก็ขอคารวะเช่นเดียวกับ สำหรับความรู้ทันในโทสะจนดับหายไป ซึ่งจะเป็นอะไรไปมิได้ นอกจากผลของการรักษาความรู้ตัว ความเห็นที่เป็นกลางของจิตไว้ได้นั่นเอง

ต่อไป จะได้นำความคืบหน้าเท่าที่ทราบมานำเสนอกันต่อไปครับ ข่าวล่าสุดที่ยังมิได้ยืนยันคือ สมเด็จพระสังฆราชท่านมิได้ลงพระนามแต่งตั้งรักษาการสังฆราชครับ ถ้ายืนยันข่าวได้เมื่อใด จะนำมารายงานต่อไปครับ
นิรนาม 28/01/04 11:44:16 ครูบาอาจารย์ท่านมีมติของการประชุมคณะสงฆ์ไทย
http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=125
นายโจโจ้ 29/01/04 12:12:06 ขอนำมาให้อ่านโดยทั่วกันครับ


มติคณะสงฆ์ไทย

ในการประชุมคณะสงฆ์ไทย วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ วัดป่ากกสะทอน อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งประกอบไปด้วย คณะสงฆ์สายปริยัติและปฏิบัติทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุติจำนวน ๕๙๖ รูป ได้ประชุมร่วมกันเกี่ยวกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เพราะบังเกิดความกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสมบัติอันทรงคุณค่าของเหล่าพุทธบริษัท ๔ จักต้องได้รับการปกป้องโดยพลัน

ที่ประชุมได้ยกพระธรรมวินัยเป็นหลักในการพิจารณาว่า บรรพชิตพึงดำรงชีวิตอยู่ภายใต้พระธรรมวินัยเป็นสำคัญเป็นประการแรก และประการที่สองดำเนินรอยตามจารีตประเพณีที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ตลอดจนบรรพบุรุษพาดำเนินมาด้วยความสงบเรียบร้อยดีงาม อีกทั้งปฏิบัติตามกฏหมายบ้านเมือง จึงมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า

คำประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัตหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชฉบับดังกล่าวปรากฏว่า ไม่เป็นไปตามข้อวัตรปฏิบัติและพระธรรมวินัยว่าด้วยหลักอาวุโสภันเต ภิกษุพึงเคารพกันตามอาวุโสพรรษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงมีพระพรรษาสูงกว่ากรรมการมหาเถรสมาคมที่เข้าประชุมทุกรูป ทั้งพระองค์ทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่พระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา หากมีความเคารพในพระพุทธบัญญัติ ยำเกรงในพระบรมราชโองการ และเคารพในสังฆานุมัติของคณะสงฆ์ไทยทั่วราชอาณาจักร ที่เทิดพระองค์ให้ทรงรับภาระและเป็นธุระแทนในกิจการของพระพุทธศาสนาทั้งปวง ฉะนั้น ที่ถูกต้องชอบธรรมแล้ว การครั้งนี้จักต้องนำเรื่องการแต่งตั้งฯ ดังกล่าวเข้าเฝ้า เพื่อให้พระองค์ทรงทราบและให้ความเห็นชอบเสียก่อน

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเป็นประมุขของคณะสงฆ์ไทยที่พระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา เป็นพระพี่เลี้ยงของพระเจ้าอยู่หัวเมื่อทรงอุปสมบท ทรงบัญชาการสูงสุดในคณะสงฆ์ ทรงเป็นปูชนียบุคคลของพุทธบริษัท ๔ จารีตประเพณีที่นักปราชญ์ราชบัณฑิต สัตบุรุษทั้งปวงตลอดจนบรรพบุรุษพาปฏิบัติต่อสมเด็จพระสังฆราช ต้องกระทำด้วยความเคารพ ยำเกรงในพระเกียรติยศที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา ไม่สมควรก้าวล่าวโดยถือความชราภาพหรือพระอาการประชวรที่ไม่ชัดเจนเป็นเหตุแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชซ้อนขึ้นมาอีกองค์หนึ่ง

การประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นผลให้กรณีพิพาทบังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร และ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในวงชาวพุทธ หากอธิกรณ์นี้มิได้ถูกระงับลง เหตุการณ์อาจลุกลามบานปลายถึงขั้นกระทำการเป็น "สังฆเภท" ทำคณะสงฆ์ให้แตกแยกจากกัน ไม่สามารถจะลงรอยร่วมสังฆกรรมกันได้ กลายเป็นการสร้างกรรมหนักที่สุดในพระพุทธศาสนาเพราะประกาศดังกล่าวเป็นเหตุ เพื่อระงับซึ่งอธิกรณ์ดังกล่าว และเพื่อยังความสงบสุขร่มเย็นกลับคืนสู่แผ่นดินไทยโดยเร็ว คณะสงฆ์ไทยซึ่งวินิจฉัยโดยยึดถือตามหลักพระธรรมวินัย และตามพุทธเจตนารมณ์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่ยอมรับการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชฉบับดังกล่าว และถึงแม้มหาเถรสมาคมจะมีมติย้อนหลัง เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๗ ก็เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยพระธรรมวินัยและกฏหมาย

สำหรับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๓๕ ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้นายทองก้อน วงศ์สมุทร และคณะ ไปดำเนินการตามสิทธิและหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่ดีที่พึงปฏิบัติต่อพระพุทธศาสนาอันเป็นที่รักที่บูชา เพื่อความถูกต้องและให้เกิดความชอบธรรม ดังเช่นบรรพบุรุษของพุทธบริษัท ๔ ได้พาดำเนินมาด้วยความเรียบร้อยดีงาม ต่อไป

ให้นำมติที่ประชุมนี้ แจ้งให้นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง และพุทธบริษัท ๔ ได้รับทราบโดยทั่วกัน

คณะสงฆ์ไทย

๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗

พระบุญมี ปริปุณโณ                 พระราชสารโกศล

พระลี กุสลธโร                        พระครูถาวรธรรมโกศล
นายจู้จี้ 29/01/04 01:30:37 ไม่ควรใช้ชื่อว่าคณะสงฆ์ไทย
เพราะเชื่อว่าสงฆ์ไทยหลายท่าน ไม่เห็นด้วยกับมตินี้
แต่เห็นด้วยกับมาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้ เพื่อผ่อนคลายภาระของสมเด็จพระสังฆราชโดยเร็วที่สุด

นายโจโจ้ 29/01/04 07:44:40 ถ้าใช้คำว่าคณะสงฆ์ไทยไม่ได้ คนไทยบางคนก็เรียกว่าคนไทยไม่ได้สิครับ เพราะไม่เห็นด้วยกับกฏหมายไทย ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ หรือไม่เห็นด้วยกับจารีตประเพณีอันดีงามของไทย

ถ้าจะแก้ ต้องแก้มาตราเจ้าปัญหานั่นแหละครับ ไม่ใช่เสนอโดยคนๆเดียวเพื่อสนับสนุนคนๆเดียวอย่างที่เป็นอยู่นี้
นายโจโจ้ 29/01/04 09:03:25 ต้องขอขอบคุณนายจู้จี้ที่ชี้ทางแห่งปัญญาให้ผมครับ

ในเมื่อเราจะไม่ดูกฏหมาย แต่ใช้ความรู้สึกส่วนตนเป็นบรรทัดฐาน และบวกกับคำถามของคุณจู้จี้ ผมเกิดคำถามต่อไปอีกว่า ถ้าสงฆ์ไม่ทำตัวเป็นสงฆ์ ปลุกระดมฆราวาสให้กระชากคอเสื้อ ตีหัว เผาโรงแรม หรือไม่เคารพพระวินัย ไม่รักษาศีล ไม่กระทำกิจของสงฆ์ให้ครบถ้วน ไม่ปลงอาบัติ ไม่ขอนิสสัยจากสงฆ์ในหมู่ของตน ไม่มีการจัดการจากสงฆ์ในหมู่ของตน สงฆ์จะยังเรียกว่าสงฆ์ได้หรือไม่ หมู่สงฆ์นั้นควรได้รับความเคารพนับถือหรือไม่

ถ้านักกฏหมายผู้มีอำนาจบริหาร สั่งการโดยที่ตนเองไม่มีอำนาจ ยังควรแก่การเป็นนักกฏหมาย ควรแก่การใช้อำนาจบริหารหรือไม่

และผู้สวมเครื่องแบบสงฆ์ได้รับการยกย่องเป็นสงฆ์ แต่ไม่ปฏิบัติกิจของพื้นฐานของพุทธบริษัทอันมีต่ออริยสัจจ์ให้แจ้ง นอกจากนั้นยังเสนอตัวทำพิธีเสริมดวงชะตาให้นักการเมือง ให้ข้าราชการ ซึ่งต้องถามต่อว่า แตกต่างจากการขายเครื่องรางของขลังอย่างไร สงฆ์ชนิดนี้ สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสงฆ์หรือไม่?
นายโจโจ้ 29/01/04 09:16:39 สงฆ์ที่นอนห้องแอร์ สงฆ์ที่เดินทางด้วยรถคันยาวใหญ่หรูหรา สงฆ์ที่เดินสายออกงานราวกับเป็นไฮโซโดยไม่ปฏิบัติกิจต่ออริยสัจจ์ให้แจ้ง ยังนับเป็นสงฆ์หรือไม่

พระ แปลว่า ผู้ไม่มี พระที่ "มี" มากกว่าความจำเป็น ยอมรับสิ่งของที่ฆราวาสถวายให้เป็นทานเกินความจำเป็นในการยังชีพนั้น ยังนับเป็น พระ ในความหมายว่า ผู้ไม่มี หรือไม่?

ขอนอบน้อมแด่พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ดำเนินตามปฏิปทาแห่งผู้มีพระภาคเจ้าองค์นั้น ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ผู้สอนให้ภิกษุเป็นผู้ไม่มี
คนกวน 29/01/04 09:25:09 ยังสงสัยอยู่นะครับ คุณโจโจ้  ตามประกาศที่คุณเอามาให้ดูในข้อความที่61
ถ้าเกิดความแตกแยกขึ้นมาในคณะสงฆ์ ทั้งพุทธจักร อันจะเป็นเหตุให้แบ่งฝ่ายเป็น พระป่า
และพระบ้าน
อยากถามความเห็นคุณ หรือใคร คนอิ่นก็ได้ว่า  ใครเป็นคนทำสังฆเภทครับ?

1.นายวิษณุ  เครืองาม  และคณะรัฐมนตรี  ในฐานะผู้ออกประกาศ
2.สมเด็จพระญาณสังวร  ในฐานะที่พระองค์ ทรงประชวร ไม่สามารถปฎิบัติภาระกิจในฐานะประมุขของสงฆ์ได้เต็มที่ จึงเป็นเหตุให้ คณะรัฐมนตรีออกประกาศ และมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน
3.สมเด็จเกี่ยว ในฐานะที่พระองค์เป็นพระอีกรูป ที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับ
4.หลวงตามหาบัว  ที่ประกาศว่า สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นผิด
5.นายทองก้อน และพรรคพวก ที่เป็นผู้ออกมากระทำการต่อต้าน
6.พระสงฆ์ แต่ละฝ่ายที่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ต่างครูบาอาจารย์กัน

แต่ยังไงผมก็เชื่อว่าเป็นกรรมร่วมกันนะครับ  ผมคงแค่รับฟังแต่ไม่เชียร์ใครนะครับ

ขี้เกียจ ลอกอิน ครับ   .......คนกวน
คนในอดีต 29/01/04 09:59:09        ขอเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนที่ขาดหายไป
   ความยิ่งใหญ่  คือ  ความไม่ยั่งยืน
   ความไม่ยั่งยืน  เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่  และแน่นอน
   ชีวิตที่ยิ่งใหญ่  คือ  ชีวิตที่อยู่ด้วย  ทาน ศีล เมตตา และกตัญญู
   ชีวิตที่มีความดี  อาจมิใช่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่
   แต่ชีวิตที่ยิ่งใหญ่  ต้องอาศัยคุณธรรมความดีเท่านั้น

  ธรรมะ  ธัมโม  เรียนมาจากธรรมชาติ  เห็นความเกิด  ความแปรปรวนของสังขาร  ประกอบด้วยไตรลักษณ์

  ธรรมชี้เข้ากายกับจิต  เป็นคัมภีร์เดิม

  เขาโกรธเรา  แต่เราอย่าตอบ  ให้พิจารณาความบริสุทธิ์ละลาย  แล้วยกธงชัยขึ้น  และ  มีอะไรก็สงเคราะห์  เขาผู้ประมาท  ไม่นานเขากลับคืนดี  ไม่กลับคืนดีก็วิบัติถึงตายทีเดียว

หลวงปู่มั่น  ภูริทัตโต

   เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์สิ่งต่าง ๆ ที่หลวงตาท่านออกมาเป็นผู้นำในการทำสิ่งต่างๆ
คัดค้านการรวมบัญชี/การเลือกผู้นำประเทศ/พ.ร.บ.สงฆ์/การแต่งตั้ง...
คนหลังวัด 29/01/04 11:13:55 ดีครับค่อยๆดูกันไปนะครับ ผมตามอ่านมานานไม่เข้าใจจริงๆเลยว่า เมื่อการกระทำที่ผิดหลักการหรือไม่มีอำนาจที่จะกระทำแล้ว ทำไมหลายท่านถึงอ่านแล้วไม่เข้าใจ สงสัยจริงๆพยายามหาคนที่มีเหตุผลที่ดีดีเพื่อให้เห็นว่าการแต่งตั้งนั้นควรก็ไม่เห็นเหตุอันควรตรงไหนแล้วตั้งมาทำไม คนแต่งตั้งมันเกี่ยวอะไรด้วย ยิ่งพิจารณายิ่งเห็นแต่กิเลส ทางออกที่ถูกที่ควรไม่ทำ ไปทำอะไรก็ไม่รู้ จะคอยตามข่าวนะคุณโจโจ้ตอนแรกๆก็งงอยู่แต่ก้แปลกๆกับการแต่งตั้ง ยิ่งได้อ่านยิ่งเห็นจุดบอดมากมาย หมัศจรรย์พันลึกเลยนะเนี่ย จะคอยเป็นกำลังใจกับท่านครับ
นายโจโจ้ 29/01/04 11:38:59 เรียนคุณคนกวน

ตามที่ผมเห็น ผู้ที่ต้องการให้เป็นไปตามสิ่งที่ตนต้องการ ตามความถูกใจของตนโดยไม่เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย ผู้นั้นคือผู้ก่ออนันตริยกรรมครับ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกฏหมายครับ เพราะนี้คือกรณีสงฆ์ ไม่ใช่กรณีทางโลกครับ

k_toon 29/01/04 12:24:48  ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆท่าน ทั้งผู้ดูแลเวบบอร์ด ผู้อ่านที่ผ่านมา ผู้ตอบ/แสดงความเห็น
 รวมทั้งคุณทองก้อน ผู้เป็นแนวหน้า/เป้าล่อ ในการต่อสู้สิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งพลังเงียบทุกๆท่าน ให้ยืนหยัด สู้ต่อไป

สิ่งที่รัฐ กระทำลงไป ในนามคุณวิษณุ หากไม่ดูเจตนาแฝง(หากมี) จะเห็นว่า ในสายตาโลก
ถูกต้อง ดีงาม เหมาะสมแล้วด้วยประการทั้งปวง

แต่ในสายตาธรรม เห็นว่า ผิด  ทั้งทางโลกและทางธรรม เหตุที่ผิดเพราะ
- ฆราวาสไปแต่งตั้ง(ประกาศ)ให้สงฆ์ไปทำหน้าที่ปกครองสงฆ์
- คนที่แต่งตั้งไม่มีอำนาจ หน้าที่ในการแต่งตั้ง ตามกฏหมาย

สงฆ์(ม.ส.) เองก็ช่างไม่อดสูใจ ที่ได้ชื่อได้นามว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
แต่กลับย่ำยีในพระธรรมวินัย ที่พระบรมครูบัญญัติไว้ ซึ่งเป็นดังตัวแทนของท่านเองในการปกครองสงฆ์

เรื่องของสงฆ์ มีพระธรรมวินัย ที่ชัดเจนถูกต้องอยู่แล้ว ควรให้สงฆ์เป็นผู้ดำเนินการ
ฆราวาส ควรทำหน้าที่ในส่วนของตน ที่ควรทำเท่านั้น

แนะนำให้่รัฐ ทั้งคณะ เหมารวมถึงผู้ที่แสดงความเห็นทุกๆท่าน ศึกษาพระธรรมวินัย
ให้ลึกซึ้งก่อน  และฝึกหัดปฏิบัติธรรม

จงทำใจให้เป็นธรรม


พัลวัน 29/01/04 12:34:00 เมื่อเช้านี้ ฟังนักข่าววิจารณ์ข่าวนี้ เมื่อเช้า เวลาหกโมงเช้ากว่าๆ ทางวิทยุ อสมท. GGNews Network เขาบอกว่า เขาได้ตรวจสอบกับนักข่าวที่จังหวัดอุดรธานี ยืนยันว่า ไม่มีการชุมนุมของพระป่า 596 รูป แต่อย่างใด เนื่องจากว่า หากมีการชุมนุมพระป่ามากมายขนาดนี้แล้ว จะต้องมีสื่อโทรทัศน์ไปถ่ายทอดแล้ว

ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าวิธีการ Double Check ข่าว เขาทำกันอย่างนี้ และออกอากาศกันอย่างนี้ และสรุปว่า "เป็นความไม่ชอบมาพากลของนายทองก้อน"

นอกจากนี้ เมื่อวานนี้ ผมก็ฟังอีก เขาก็บอกว่า ทางคณะแพทย์ รพ.จุฬาฯแถลงข่าวพระอาการประชวรของสมเด็จพระสังฆราช ผมได้ฟังแล้วรู้ว่า สมเด็จพระสังฆราชประชวรจริง (เพราะโรคชราเป็นเหตุ) แต่ไม่มีที่ใดที่บอกว่า สมเด็จพระสังฆราชประชวรมากจนไม่อาจจะทรงอักษรได้ และทำไมนายวิษณุจึงถือเป็นเหตุที่จะต้องดำเนินการ "แต่งตั้ง" แทนสมเด็จพระสังฆราช หากพระองค์เห็นว่าควรที่จะมอบหมายให้พระเถระในมส.รักษาการแทน ก็ควรที่จะมีหนังสือแต่งตั้งจากพระองค์เอง และนักข่าวเองก็ยังรู้สึก "สะใจ" ถึงกับต้องออกเสียงกระหยิ่มยิ้มย่อง และเสียดสีคุณทองก้อนด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานข่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงรับทราบคำสั่งแต่งตั้งสังฆราชแทนพระองค์จากรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว และลงพระนามเรียบร้อยแล้วด้วย โดยมีการรายละเอียดถึงการพยักพระพักตร์ด้วย

เป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่ง เพราะหากจะต้องลำดับรายละเอียดถึงกับต้องพยักพระพักตร์ล่ะก็ ควรจะบันทึกเทปโทรทัศน์ และออกเป็นข่าวเลยดีกว่า เพราะถึงแม้จะพูดละเอียดอย่างนี้ ก็ใช่ว่าจะน่าเชื่อถือ เพราะผู้รายงานข่าว ก็ "พูด" อยู่ดี
อคติ 4 29/01/04 12:39:00 ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะความรักใคร่พึงพอใจ
โทสาคติ ลำเอียงเพราะโกรธ ความไม่พอใจ
โมหาคติ ลำเอียงเพราะความลุ่มหลงว่าสิ่งนี้ดี สิ่งนี้ไม่ดี สิ่งนี้ถูกต้อง สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง
ภยาคติ ลำเอียงเพราะความกลัวว่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้
กอบ 29/01/04 01:02:44 พี่โจโจ้ ครับ หากมีการจัดแบบนี้ ครั้งหน้า อยากให้จัดตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ น่ะครับ (ไม่รู้ได้หรือเปล่า) เพราะอยากไปสังเกตุการณ์ด้วย แต่หากจัดวันธรรมดา แล้ว ต้องทำงานน่ะครับ พี่ ทำให้ไปไม่ได้

ว่าจะเตรียมกล้องถ่ายรูปไปด้วย เผื่อมีเหตุการณ์แบบนั้นอีก จะได้ถ่ายมาให้ดูกันครับ

พัลวัน 29/01/04 01:18:07 พี่โจโจ้ ก็เป็น Observer คงจะตอบอะไรคุณกอบ บ่ได้ดอก
เพื่อนธรรมในกระดาน 29/01/04 01:20:44 ขออนุญาต ยกเอาข้อมูลเล็กๆ น้อย เผื่อสำหรับ ผู้ที่ยังไม่เข้าใจพื้นฐาน


http://www.manager.co.th/politics/PoliticsView.asp?NewsID=4748432595133 ข้อพึงระวังกรณีแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่‘สังฆราช’


โดย เซี่ยงเส้าหลง
 
     •• กรณีที่ ทองก้อน วงศ์สมุทร ออกมาดับเครื่องชน วิษณุ เครืองาม ในกรณีที่ลงนามใน ประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฉบับ วันที่ 14 มกราคม 2547 เรื่องสำคัญ แต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช นั้นต้องกล่าวเป็น การต่อสู้ต่อเนื่อง สืบเนื่องมาจากการรณรงค์ แก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์ ให้ทั้ง การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช, การปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กลับไปอยู่ที่ พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ โดย สมบูรณ์, ไม่มีข้อจำกัด เหมือนเมื่อครั้ง ก่อนปี 2535 โน้น
     
      •• ขอเล่ารายละเอียดของการรณรงค์เคลื่อนไหวให้มีการแก้ไข พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ใน มาตรา 7, มาตรา 10 เนื้อหาว่าด้วย การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช, การปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หากพิจารณาโดย หลักการ แล้วถือว่า ถูกต้อง เพราะเท่ากับเป็น การถวายคืนพระราชอำนาจ เพื่อให้มีความสอดคล้องต้องกันและไม่ขัดกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 12 กับทั้งเพื่อให้เป็นไปตาม ประเพณีการปกครองคณะสงฆ์ ที่ให้ยึดถือ อาวุโสทางพรรษา ไม่ใช่ อาวุโสทางสมณศักดิ์ เรื่องนี้ “เซี่ยงเส้าหลง” เคยกล่าวไว้ครั้งหนึ่งแล้วว่าแม้จะดูเป็น เรื่องเล็ก ที่ ไม่น่ามีปัญหา แต่เอาเข้าจริงแล้วตั้งแต่มีการบัญญัติกฎหมายในลักษณะ พลิกหลักการเดิม ตั้งแต่เมื่อ วันที่ 10 มกราคม 2535 ในสมัยรัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่จะเข้าด้วย 2 มาตราที่พลิกหลักการเดิม เพราะยังไม่เคยมีกรณี สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช อีกเลย หลังปี 2535 มาเริ่มเห็นปัญหาชัดก็ในกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 14 มกราคม 2547 นี้แหละที่เกิดมี การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช (ตาม มาตรา 10) และมีแนวโน้มในอนาคตว่าจะต้องมี การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช (ตาม มาตรา 7)
     
      •• แรกเริ่มเดิมที การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช นั้น พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 บัญญัติไว้ใน มาตรา 7 ว่า “...พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช.” หมายความว่าเป็น พระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ ครั้นเมื่อถึง ปี 2535 แก้ไขเพิ่มเติมใหม่เป็น “...นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อทรงสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช.” เท่ากับ จำกัดพระราชอำนาจ ให้อยู่ใน กรอบ ถึง 2 ชั้น ด้วยกัน
     
      •• กรอบชั้นที่ 1 อยู่ที่ นายกรัฐมนตรี และ มหาเถรสมาคม จะเลือกทูลเกล้านาม สมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่งรูปใด ขึ้นไป
     
      •• กรอบชั้นที่ 2 อยู่ที่กฎหมายใหม่ กำหนดตายตัว ไว้ที่ สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ประเด็นพิจารณาอยู่ที่ ล็อกตายตัว ไว้กับ สมณศักดิ์ ไม่ใช่ เปิดกว้าง โดยไม่เขียนไว้ในกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้พิจารณา ความเหมาะสม ด้วย
     
      •• ในส่วนของกรอบชั้นที่ 2 นี้เมื่อพิจารณา มาตรา 10 กรณี แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่แก้ไขในคราวเดียวกันเมื่อ ปี 2535 ให้ยึดหลัก อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ แทนที่ของเดิมที่ให้ยึดหลัก อาวุโสโดยพรรษา เป็นที่ถกเถียงกันมากมานานแล้วว่าเป็นการกระทบ พระวินัย ที่กำหนดให้พระสงฆ์นับถือ อาวุโสทางพรรษา แค่ไหนอย่างไรหรือไม่
     
      •• ทีนี้หันมาลองพิจารณา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ใน หมวดพระมหากษัตริย์ จะพบว่าที่ มาตรา 11 บัญญัติไว้ว่า “...พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิ์และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์.” จะหมายความเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากเป็น พระราชอำนาจโดยสมบูรณ์ ไม่ถูก จำกัด ด้วย กรอบ และ การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช นั้นน่าจะถือว่าเข้าข่ายมาตรานี้โดยพิจารณาจากถ้อยคำ ฐานันดร ที่แปลว่า “...ลำดับในการกำหนดชั้นบุคคล เช่น ยศ, บรรดาศักดิ์.” ส่วน สถาปนา ก็แปลว่า “...ยกย่องโดยแต่งตั้งให้สูงขึ้น.” ดังนั้นความใน มาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ที่กำหนด กรอบ สติปัญญาความรู้ทางกฎหมายระดับ “เซี่ยงเส้าหลง” พิจารณาได้ในชั้นต้นว่า ขัด, แย้ง แต่จะชัดเจนและเป็น ข้อสรุป, ข้อยุติ ก็ต่อเมื่อผ่านการวินิจฉัยจาก ศาลรัฐธรรมนูญ หากยังไม่มีการพิจารณาวินิจฉัย มาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ก็ยังถือว่า ใช้ได้ เรื่องก็มีอยู่เท่านี้
     
      •• ที่เล่ามาก็เป็น ปัญหาพื้นฐาน ที่กลุ่ม ทองก้อน วงศ์สมุทร เคลื่อนไหวทางความคิดอยู่ใน ภาคอีสาน โดยในชั้นต้นเตรียมการล่ารายชื ่อ 2 ล้านรายชื่อ ที่ วิษณุ เครืองาม, พล.ต.ท.อุดม เจริญ ออกมา ปูดข่าว แต่ปูดไปปูดมาประเด็นไหลเลื่อนเคลื่อนไปเป็น เสนอตั้งพระสังฆราช 2 องค์ จนก่อให้เกิด ความเข้าใจผิด จนกลุ่มผู้เคลื่อนไหวแก้กฎหมายคณะสงฆ์จำเป็นต้อง ยุติความเคลื่อนไหว เพื่อเห็นแก่ ส่วนรวม ไปแล้ว
     
      •• แต่ปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของ มาตรา 10 ว่าด้วย การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่ไม่ว่ากฎหมายเก่า (ก่อนปี 2535) หรือกฎหมายใหม่ (หลังปี 2535) ก็ ไม่แตกต่างกัน กล่าวคือกำหนดให้เป็นหน้าที่ของ มหาเถรสมาคม ส่วนที่แตกต่างคือกฎหมายเก่าให้ถือ อาวุโสทางพรรษา ขณะกฎหมายใหม่ให้ถือ อาวุโสทางสมณศักดิ์ แต่ประเด็นที่ ทองก้อน วงศ์สมุทร นำมาเคลื่อนไหวคัดค้านขณะนี้อยู่ที่ความตอนต้นของ มาตรา 10 ทั้งกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่มีอยู่เหมือนกันว่า “...ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช.” ปัญหาก็คือในขณะนี้ถือว่า “...ไม่มี.” แล้วหรือยังในเมื่อ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินยายก ยังทรง มีอยู่, ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ และ ทรงประทับอยู่ในประเทศไทย แม้จะทรง อาพาธ จะถือได้หรือไม่ว่าเท่ากับ “...ไม่มี.” ประกอบกับในประกาศฉบับปัญหาเองก็กล่าวถึงพระอาการ อาพาธ, การทรงงาน ไว้อย่าง กำกวม กล่าวคือข้อความที่ว่า “...ตามที่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการประชวรหลายระบบ และเสด็จเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ต้นปี 2545 นั้น คณะแพทย์ได้ถวายการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องมาตลอด จนพระอาการบางระบบดีขึ้น สามารถเสด็จออกจากโรงพยาบาลไปทรงปฏิบัติศาสนกิจได้เป็นครั้งคราว แต่...” โปรดสังเกตตรงคำว่า ทรงปฏิบัติศาสนกิจได้เป็นครั้งคราว จะเข้าข่าย เงื่อนไข ที่ว่า “...ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช.” ได้กระนั้นหรือ
     
      •• ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะดูเป็นเรื่อง เล็ก, จุกจิก แต่ “เซี่ยงเส้าหลง” เห็นว่า สำคัญ ต้องเข้าใจความจริงพื้นฐานประการสำคัญที่สุดประการหนึ่งว่า สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินยายก พระองค์นี้ได้รับ การสถาปนา ขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ 29 ตั้งแต่ ปี 2532 นั่นคือ ก่อนปี 2535 ครั้งยังบังคับใช้ด้วย กฎหมายเก่า จึงเท่ากับเป็นการสถาปนาโดย พระราชอำนาจสมบูรณ์ หากจะมีการกระทำใด ๆ ให้เกิดความเข้าใจขึ้นในหมู่พุทธศาสนิกชนและพสกนิกรชาวไทยว่าเกิดมี สมเด็จพระสังฆรา ชซ้อน การกระทำนั้นจะต้อง คิดให้รอบคอบ เป็นกรณีพิเศษ
     
      •• แต่จะบอกว่าเป็นเรื่องของ กฎหมาย ล้วน ๆ โดยไม่มี Hidden Agenda เสียเลยก็คงจะ เป็นไปไม่ได้ เพราะจุดเปลี่ยนผ่านคราวนี้มีเรื่องของ นิกาย เข้ามาเกี่ยวข้อง
     
      •• ทั้งยังเป็นเรื่องของ นิกาย บนสถานการณ์พื้นฐานที่เกิด ความขัดแย้งในการตีความพระพุทธศาสนา หลังเกิดกรณี วัดพระธรรมกาย ขึ้นมา
     
      •• พูดง่าย ๆ ว่าไม่ใช่เป็นเพียงแค่ ธรรมยุติกนิกาย กับ มหานิกาย หากแต่เป็นเรื่องของพุทธศาสนิกชนบางกลุ่มบางเหล่าเกรงว่า ธรรมกาย ที่มีพื้นฐาน คำสอน, ความเชื่อ ตลอดจน วัตรปฏิบัติ แตกต่างและแปลกใหม่ออกไปจนพุทธศาสนิกชนบางกลุ่มบางเหล่าตลอดจนพระราชาคณะปัญญาชนบางรูปที่ได้รับความเคารพนับถือสูง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระธรรมปิฎก) เห็นว่าเป็นเรื่อง นอกเหนือพระไตรปิฎก จึงเกรงกันว่า ธรรมกาย หรืออาจเรียกขานเป็น ลัทธิพระธรรมกาย ที่ในทางกฎหมายและทางปฏิบัติแล้วยังคงอยู่ใน คณะสงฆ์ไทย ในส่วนของ มหานิกาย จะอาศัย ความกว้างขวาง แผ่ขยายเข้ามาครอบงำ คณะสงฆ์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิด การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ตามมาตรา 7 กฎหมายคณะสงฆ์ฉบับปี 2535 ที่ ล็อกตายตัว และ จำกัดพระราชอำนาจ หลายปีมานี้การดำเนินงานทางกฎหมายต่อ ธรรมกาย ที่อาจจะพิจารณาได้ว่า ล่าช้า, ไม่เด็ดขาด ในส่วนของ คณะสงฆ์ไทย ทั้งในส่วนขององค์กรปกครอง ระดับชาติ และ ระดับท้องถิ่น ก็พอจะเห็นได้ในระดับหนึ่งว่า ความกว้างขวาง ของ ธรรมกาย นั้น ส่งผล แค่ไหนอย่างไร ธรรมกาย นั้นจะถูกหรือจะผิดที่ไหนอย่างไรเป็นเรื่องลึกซึ้งทางพระไตรปิฎกที่ “เซี่ยงเส้าหลง” ไม่ประสงค์จะกล่าวถึง ณ ที่นี้แต่ เจตนารมณ์, ปณิธาน ของ 3 แกนหลักแห่ง วัดพระธรรมกาย คือ มหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง, พระ ธัมมชโย และ พระทัตตชีโว นั้นต้องการให้เป็น วาติกันของพุทธศาสนา แรงผลักดันเช่นนี้แม้จะเป็นแรงผลัก ดันในทางที่ ดี แต่ก็จำนำมาซึ่งวิธีการ ขยายตัวให้เติบใหญ่อย่างไม่หยุดยั้ง ทั้ง กำลังเงิน, กำลังคน และ เครือข่าย ถึงจุดหนึ่งก็จะมีผลต่อ การเมือง เรื่องแบบนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประสบพบพานเป็นบทเรียนใหญ่มาแล้วกรณี ลัทธิฝ่าหลุนกง นั่นเอง
     
      •• กรณี ธรรมกาย นั้นแตกต่างกับกรณี สันติอโศก ตรงที่กรณีหลังนั้นชัดเจนไปแล้วว่า แยกตัวออกจากคณะสงฆ์ไทย ในทางกฎหมายไม่ถือว่าเป็น สงฆ์ ใน พุทธศาสนา ในทางปฏิบัติพวกท่านถือว่าเดินตามแนวท าง พุทธศาสนา แต่มีวิธีแปลความและปฏิบัติตน แตกต่างจากคณะสงฆ์ไทย ทั้ง ธรรมยุติ, มหานิกาย และพวกท่าน ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยประการทั้งปวง จึงไม่เกิด ความสับสน ไม่ว่าประการใด
     
      •• จริง ๆ แล้วเท่าที่ “เซี่ยงเส้าหลง” แม้ มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 จะบัญญัติไว้แต่เพียงว่า “...พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช.” แต่ในทางปฏิบัติก็จะทรงยึดหลัก อาวุโสทางสมณศักดิ์ อยู่แล้วเพียงแต่ ไม่ได้ล็อกตายตัว ถึง 2 ชั้น อย่างที่กล่าวมา
     
      •• แต่มาถึงวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะ ปลดล็อก 2 ชั้น โดยเฉพาะหลังจาก วันที่ 14 มกราคม 2547 ที่มีการแต่งตั้ง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ไปแล้ว
พัลวัน 29/01/04 01:50:34 ใครเป็น "ผู้ร่วมร่าง" พรบ.สงฆ์ ฉบับ พ.ศ. 2535 และ พ.ศ. ที่คว่ำไปเมื่อปีก่อน ขอให้จับสำเนียงเอาไว้นะครับ

พรบ.สงฆ์ ฉบับ พ.ศ. 2535 นี้ ท่านวิษณุก็หลุดปากออกมาว่า "ที่จริงผมก็ร่วมร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ด้วย" ตอนที่เอาคำว่า "แทน" มาใส่ในประกาศ

พรบ.สงฆ์ ฉบับที่คว่ำไปนั้น นาย มีชัย ฤชุพันธ์กล่าวว่า "ที่จริงผู้ร่วมร่าง กม.ฉบับนี้ มี 2 คน แต่ทำไมผมต้องโดนคนเดียว"

ใครคือคุณโม่งอีกคน ที่ไม่ปรากฎกาย ใช่ท่านเลขาฯ ครม. ในสมัยนั้นหรือเปล่า?

บอร์ดเฉพาะกิจ 29/01/04 02:10:17 คุณคิดเห็นอย่างไร...?

กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหน้าที่แต่งตั้ง  

สมเด็จพระสังฆราช แทน สมเด็จพระสังฆราช

(สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ)
(ทรงเป็นประมุขของคณะสงฆ์ไทยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา)


แสดงความคิดเห็น คลิกที่นี่
k_toon 29/01/04 02:14:45 ขอบคุณ คุณเพื่อนธรรมในกระดาน ที่นำเอาข้อมูลเรียงลำดับเหตุการณ์
มาแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าอะไร เป็นอะไร

เรื่องของนิกาย ในไทยนั้น เป็นเรื่องที่ต่อเนื่อง ยาวนาน และละเอียดอ่อน
ชาวพุทธเราควรตั้งสติ ทำใจให้เป็นกลาง กระทำตนให้เหมาะสมแก่เหตุ
ฐานะอันควรของตน ช่วยกันรักษาพุทธศาสนา เต็มตามกำลัง
นายโจโจ้ 29/01/04 02:28:05 ใช่ครับ คุณโม่งก็คือท่านนั้นเองครับ ที่เป็นผู้ร่างสคริปต์ให้ท่านรัฐมนตรี อ. กล่าว จนรัฐบาลหน้าแตก เพราะกลายเป็นฝ่ายสนับสนุนลัทธิบิดเบือนพระธรรมคำสอน และสาเหตุที่สอบถามกันมาก็คือ ในครม.ไม่มีใครรู้จักเรื่องพระเรื่องเจ้าดีเท่าท่าน พอร่างแล้ว อ่านออกอากาศ ก็หมดกัน เพราะประกาศไปแล้ว อย่างนี้เค้าเรียก เล่นทีเผลอครับ

บุคคลคนเดียวกัน อยู่เบื้องหลังเรื่องการทำลายชาติเรื่องพรบ.สงฆ์ เรื่องการรวมบัญชี ทำลายทั้งชาติ ทั้งศาสนา และล่าสุดเขยิบขึ้นมาละเมิดอำนาจเบื้องสูงแล้ว ถ้าชาวพุทธจะอ้างอุเบกขา นอนอยู่เฉยๆให้โจรเผาบ้าน ปล้นบ้านได้ ก็ขอให้รับรู้ว่า คำสอนในศาสนาพุทธอันว่าด้วยเรื่องกรรมนั้นคือ ทำกรรมดี ก็ได้รับผลดี ทำกรรมชั่ว ก็ได้รับผลชั่ว และทำกรรมเฉย ก็ได้รับผลเฉยนะครับ ไว้ถึงคราวท่านเดือดร้อนบ้าง ก็อย่าได้ร้องว่าไม่มีใครสนใจข้าพเจ้าเลย

นายโจโจ้ 29/01/04 02:34:05 การสนับสนุนทั้งหมด กระทำไปเพื่อผลักดันให้บุคคลเดียวกันก้าวขึ้นไปเป็นใหญ่ในหมู่สงฆ์

บุคคลเดียวกันนี้ ก็เป็นผู้ผลักดันผู้สวมเครื่องแบบสงฆ์อายุน้อยเข้าไปนั่งเป็นกรรมการในม.ส.ด้วย

หัวขบวนก็มีอยู่คนเดียวนี่เอง กับลูกมือที่เป็นคนบ้านเดียวกัน ร่วมมือกันทำลายทั้งชาติ ศาสนา และกรณีล่าสุด ทำลายอะไร ขอให้ลองพิจารณากันดูเถิดครับ ทุกๆท่าน

อย่าได้หลงไปกับคำพูดสวยหรูที่อ้างว่าช่วยอย่างนั้นอย่างนี้ ขอให้ช่วยกันสืบเสาะความจริงว่าเขาสองคนกำลังทำอะไร เพื่ออะไร กำลังเงินของเขามาจากไหน

ลัทธิบิดเบือนพระศาสนานี้ มียอดเงินฝากภาคเอกชนปริมาณสูงติดอันดับเลขหลักเดียวของประเทศ กำลังเงินของเขาสามารถซื้อผู้ที่ไม่มีธรรมในใจได้ทุกคน แม้แต่ผู้สวมเครื่องแบบพระสงฆ์อันไม่มีธรรมในใจ

นายโจโจ้ 29/01/04 02:37:26 ใครหน้าไหนที่ยืนยันว่าไม่มีการชุมนุมพระที่วัดกกสะทอน จังหวัดอุดรธานี ขอให้ช่วยกันสืบหา เปิดชื่อออกมา เชื่อว่าจะไม่สามารถอยู่ทำข่าวที่จังหวัดอุดรธานีได้อีกเลยครับ
พัลวัน 29/01/04 02:46:36 ถามคุณ เถกิง สมทรัพย์ ก็ได้ ว่านักข่าวที่พูดถึงนั้นเป็นใคร เพราะเมื่อเช้านี้เขาก็คุยออกอากาศกับนักข่าวที่มาทำรายการตอนหกโมงเช้า
กอบ 29/01/04 03:03:52 ขอบคุณครับ พี่พัลวัน ที่ให้ข้อมูล

นายโจโจ้ 29/01/04 03:46:04 ผมตรวจสอบแล้ว มีทั้งวีดิโอและรูปถ่ายที่วัดป่ากกสะทอนครับ กำลังติดตามหามาให้ครับ ถ้าได้แล้วจะนำมาแสดงที่นี่ครับ พิสูจน์ใจนักข่าวจังหวัดอุดรธานีที่เขาอ้างถึงสักที ว่าจะชี้แจงว่าอะไร ไม่รู้ข้อมูลเลยไม่ได้ไปทำข่าวหรือว่าอย่างไร
พัลวัน 29/01/04 03:53:57 อย่างนี้ GG News Network จะเหลืออะไร

ส่งไปให้ มติชน ลงข่าวก็ดี เพราะเป็นสื่อเดียว ที่ลงประกาศนี้ไว้ให้ จะได้รู้กันว่า GG News Network มั่วข่าวอย่างไร จะกล้าอ่านข่าวนี้ด้วยหรือเปล่า
นายโจโจ้ 29/01/04 04:22:40 นี่คนพวกนี้กำลังกล่าวหาว่าข้อมูลจาก luangta.com นั้นเชื่อถือไม่ได้ โกหกหลอกลวงเชียวนะครับ เขากำลังทำอะไรกัน... กล่าวหาว่าวัดป่าบ้านตาด-หลวงตาหลอกลวง แล้วกลุ่มสงฆ์ที่สาดโคลนใส่คณะศิษย์หลวงตา กับฆราวาสที่ไปตะโกนอยู่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ในช่วงเช้าวันเสาร์นั้น หลอกลวงประชาชนหรือไม่

รู้ไหมครับ ผู้สวมเครื่องแบบพระที่ประกาศให้กระชากคอ ตีหัวนายทองก้อนและเผาโรงแรมท่านนั้น ท่านไปกล่าวหาคณะศิษย์หลวงตามหาบัวว่าหลอกชาวบ้านที่มาที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ว่าจะพามาดูเขาโดดร่ม ถ้าหลอกเขาว่าพามาดูการโดดร่ม แล้วใครหน้าไหนมันจะเดินมาให้เจาะเลือดเอาไปเขียนจดหมายเลือดถึงนายวิษณุ เครืองามกันครับ?

ผู้สวมเครื่องแบบสงฆ์คนนี้ยังพอนับเป็นพระได้ไหมครับ ท่านผู้อ่าน พูดพล่อยๆ กล่าวหาพล่อยๆ กล่าวประกาศออกวิทยุด้วยถ้อยคำรุนแรงแบบนั้น อยากทราบว่า ถ้าเป็นนายโจโจ้ไปพูดแบบนั้นบ้าง จะโดนอะไร ทำไมไม่มีใครจัดการกับพระอย่างนี้ สมควรมีการดำเนินการตั้งนานแล้ว และสมควรตรวจสอบหมู่สงฆ์รอบๆ ตลอดจนผู้ที่ผู้สวมเครื่องแบบพระนายนี้สนับสนุนด้วย ว่ามีผลประโยชน์อะไรระหว่างกัน

ข้อมูลล่าสุดคือ มีการโอนเงิน 120 ล้านบาทให้กับสองหัวเรือใหญ่งานนี้ครับ แหล่งข่าวกล่าวว่ามาจากวัดแถวปทุมธานีโน่น ภาพกำลังชัดขึ้นทุกทีแล้วครับ อย่ากระพริบตานะครับ งานนี้ ใครที่สนับสนุนเขาด้วยการจวกหลวงตา เตรียมตัวกราบขอขมาหลวงตากันไว้ล่วงหน้าได้เลย ถ้าไม่ใช่เพราะองค์ท่าน ใครเล่าจะรู้ ใครเล่าจะเห็นชัดตลอดว่าเขามีใส้กันกี่ขด และเทศน์เตือนให้รู้ตัวกันก่อน
พัลวัน 29/01/04 04:27:14 ภาพเริ่มชัดเจนขึ้นมากจริงๆ
กอบ 29/01/04 04:39:09 อ้างอิง
รู้ไหมครับ ผู้สวมเครื่องแบบพระที่ประกาศให้กระชากคอ ตีหัวนายทองก้อนและเผาโรงแรมท่านนั้น ท่านไปกล่าวหาคณะศิษย์หลวงตามหาบัวว่าหลอกชาวบ้านที่มาที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ว่าจะพามาดูเขาโดดร่ม ถ้าหลอกเขาว่าพามาดูการโดดร่ม แล้วใครหน้าไหนมันจะเดินมาให้เจาะเลือดเอาไปเขียนจดหมายเลือดถึงนายวิษณุ เครืองามกันครับ?



จริงของพี่โจโจ้ครับ ถ้าพามาดูโดดร่ม ทำไมต้องเข้าไปเจาะเลือดด้วย

วัดใหญ่แถวปทุมฯ เงินเยอะ ครับ จำได้สมัยก่อนที่มีการโต้เถียงกันในเวบห้องสมุด เรื่องราวก็ออกมาใหญ่โต แต่พอสักพักก็เงียบหายไป การฟ้องร้องเจ้าอาวาสวัด ก็ยังไม่เสร็จสิ้น ไม่รู้กี่สิบปี สืบพยานกันหลายปาก แล้ว ยังไม่จบเสียที

จะรอดูผลต่อไป ทั้งทางโลกที่จะได้รับกัน และทางธรรม และกรรมที่จะเกิดต่อไปครับ
29/01/04 04:54:41 http://www.banmuang.co.th/politic.asp?id=16108
ยังดีสักหน่อยยังมีสื่อที่พอจะเสนอข่าว อยู่บ้าง

http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=2622&CatID=2 เทศน์หลวงตา ด้วยความเมตตา“หยุดนะหลาน”

“หลวงตาฯ :  …… ถึงขนาดพวก ปปง. เขาจะมาตรวจหลวงตาบัวนี่มันยังไง ….  เราจึงเตือนว่าอย่ามาเสียดีกว่านะ เราพูดจริงๆ … อย่ามาทำกับหลวงตานะ บอกจริงๆ  เราไม่มีอะไรกับโลก มลทินไม่มีเลย หัวใจเรากิเลสเม็ดหินเม็ดทรายก็ไม่มี เราช่วยด้วยความเมตตา ไหนจะเอาฟืนเอาไฟตั้งใจจะมาเผาเรา คือเผาคนทั้งชาติ เผาศาสนาให้แหลกเหลวไปหมด และเผาตัวให้จมลงในนรกอเวจีที่ศาสดาสอนไว้แม่นยำอีกด้วย
… อันนี้ลงถึง ปปง. จะมาตรวจหลวงตาบัวนี้ อย่าทำนะบอกตรงๆ เลยนะ เราพูดอย่างอาจหาญด้วย คำว่าอย่าทำอย่ามานี่คือไม่ใช่เรากลัว คืออย่ามา เข้าใจไหม ถ้าไม่อยากจมทั้งเป็นอย่ามานะ บอกจริงๆ อย่างนี้เลย อย่าอาจอย่าหาญในสิ่งไม่ควรอาจควรหาญ เรื่องกรรมดีกรรมชั่วน้ำหนักแผ่นดินสู้ไม่ได้ แผ่นดินนี้มีน้ำหนัก อำนาจแห่งกรรมหนักมากยิ่งกว่าแผ่นดิน ท่านแสดงไว้ว่า นตฺถิ กมฺมสมํ พลํ ไม่มีอานุภาพใด ก็ยกแผ่นดินขึ้นมาด้วยซิ ไม่มีอานุภาพใดที่จะมีกำลังมากยิ่งกว่าอานุภาพแห่งกรรมดีกรรมชั่ว นั่นฟังซิของสัตว์ที่ทำลงไปแล้ว ทำดีเป็นดี ทำชั่วเป็นชั่ว หนักยิ่งกว่าแผ่นดิน เพราะฉะนั้นอย่าฝืนแบกแผ่นดิน แบกแผ่นดินแผ่นฟ้า อย่าฝืนกรรมของพระพุทธเจ้าที่ทรงแสดงไว้แล้วนะ เราวิเศษวิโสมาจากไหน

เราจึงพูดตั้งแต่บัดนี้ไปว่าขอบิณฑบาต อย่าทำสิ่งนี้ จะไม่มีผลดีเลย มีแต่จะทำให้บ้านเมืองล่มจม ถ้าลงยิ่งมาตรวจหลวงตาบัวด้วยแล้ว ประเทศไทยนี้จะเป็นไฟขึ้นมาทันทีทันใด เกาะใดดอนใดก็ได้ เราจึงไม่อยากให้ทำ เพราะเราทำเพื่อความร่มเย็นแก่ชาติบ้านเมืองต่างหาก เราไม่ได้ทำเพื่อความเสียหายแก่ชาติบ้านเมือง เราไปก่อความเสียหายอะไร มาเป็นของดิบของดีแก่ตัวเอง แล้วจะมาตรวจเราที่ทำประโยชน์ให้โลกทั่วประเทศไทยเป็นอย่างน้อยนะ ให้ประชาชนทั้งหลายเขาชมพวกที่มาตรวจเงินของเรานี่ จะให้เขาชมใครจะชม พิจารณาซิ ขอให้คิดให้ดีเสียก่อนนะ ประกาศออกมามันก็เสียหายมากมายแล้ว ตั้งแต่ประกาศออกมาที่จะมาตรวจเงินจากเราที่ เราช่วยชาติ ว่าไม่สุจริต ไม่เป็นที่แน่ใจ ให้พวกที่บริสุทธิ์นั้นมาตรวจเรา ยก ปปง. เป็นต้น บริสุทธิ์ยิ่งกว่าศาสนา ยิ่งกว่าหลวงตาบัว มาตรวจหลวงตาบัว โลกเขาฟังได้ไหม พิจารณาซิ”
พัลวัน 29/01/04 05:21:56 อือมมมมมมม มาตรวจหลวงตาด้วย ปปง. เข้าข่ายความผิดฐานใด ใน 8 มูลฐาน

คงใช้ข้ออ้าง "ทำเพื่อความมั่นคงของชาติ มากเกินหน้าเกินตา"

ผมแนะนำให้ ปปง. ไปตรวจสอบเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย ดีกว่า เพราะเข้าข่าย เป็นพนักงานของรัฐ (คือเจ้าอาวาส) คอร์รัปชั่น (ยักยอกทรัพย์) และเป็นคดีในศาลแล้วด้วย ศาลประทับรับฟ้อง ถือว่า มีมูล และอาจเข้าข่าย "ฟอกเงิน" ด้วย เพราะเอาเงินของวัดไปเข้ามูลนิธิฯ แล้วสั่งจ่ายในนามของมูลนิธิฯ ไปให้คนใกล้ชิด เข้าข่ายการฟอกเงินแน่นอน
เอ๋อคุง 29/01/04 05:24:10 ขออนุญาต นำประวัติของคุณ วิษณุมาลงนะครับ

ประวัติ ดร.วิษณุ เครืองาม
(ผู้สร้างความวุ่นวายแตกแยกแก่ชาติและศาสนา)
   
เกิด            15 กันยายน พ.ศ. 2494  
สถานที่เกิด        อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
จบการศึกษา        ร.ร.แสงทองวิทยา หาดใหญ่, ปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,
           ปริญญาโท – เอก จาก University of California, Berkley สหรัฐอเมริกา

ผลงานอัปยศ...ที่เกี่ยวกับโครงการช่วยชาติฯ
พ.ศ.2543   นายวิษณุขณะนั้นเป็นเลขาธิการครม. เป็นกรรมการกฤษฎีกา และยังดำรงตำแหน่งคณะกรรมการแบงก์ชาติ ในยุคที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นผู้ว่าการฯ ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความกฎหมายว่า แบงก์ชาติจะนำเงินทองที่ได้รับบริจาคจากโครงการช่วยชาติ เข้าคลังหลวงได้หรือไม่? เป็นแผนการซ่อนเงื่อนเพื่อกันเงินบริจาคไม่ให้เข้าคลังหลวงจะได้ออกกฎหมาย “รวมบัญชี” ฮุบคลังหลวงได้โดยสะดวก
พ.ศ.2543   นายวิษณุดำรงตำแหน่งคณะกรรมการกฤษฎีกา วินิจฉัยกฎหมายแบบมีวาระซ่อนเร้นว่า เงินทองที่ได้รับบริจาคจากโครงการช่วยชาติไม่สามารถนำเข้าคลังหลวงได้ (เป็นอุบายกลืนกินคลังหลวงโดยตั้งกำแพงกีดกันเงินบริจาค)
    (นายวิษณุใช้ตำแหน่งหน้าที่บ่อนทำลายชาติ โดยส่งเสริมให้กระทำการ “ฮุบคลังหลวง” เสี่ยงอันตรายต่อความอยู่รอดของชาติเป็นอย่างยิ่ง เพราะหนี้สินของชาติขณะนั้นมีจำนวนมาก ขณะที่ทุนสำรองของชาติไม่มีความมั่นคง นอกจากจะไม่ช่วยกันสร้างขวัญกำลังใจและความสามัคคีแก่คนในชาติแล้ว กลับปล่อยข่าวให้เข้าใจผิด ตำหนิติเตียนหลวงตาและโครงการช่วยชาติ สับสนวุ่นวายกันทั่วแผ่นดิน)

ผลงานอัปยศ...ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
พ.ศ.2535   ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ครม. (ในยุคอานันท์ ปันยารชุน) โดยนายวิษณุ
เป็นผู้แก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา 7 เป็นผลให้มีการลิดรอนพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์  และแก้ไขมาตรา 10 (จนกลายเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงเรื่องการตั้งสังฆราช 2 พระองค์ในขณะนี้)
พ.ศ.2544   ดำรงตำแหน่งเลขาธิการครม.(ในยุค พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) นายวิษณุเป็นผู้ร่าง
พ.ร.บ.สงฆ์ฉบับมหาโจรปล้นพระพุทธศาสนาเพรา ะขัดธรรมวินัยอย่างรับไม่ได้
พ.ศ.2545   กระทั่ง 27 กุมภาพันธ์นายทองก้อน วงศ์สมุทรและคณะต้องรวบรวมรายชื่อประชาชน 611,852 รายชื่อส่งมอบให้ประธานรัฐสภา เพื่อมิให้นำร่าง พ.ร.บ.สงฆ์เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร  21 เมษายน  คณะสงฆ์ไทยจำนวนกว่า 5,000 รูป ประชุมที่วัดอโศการาม มีมติให้รัฐบาลถอนร่างพ.ร.บ.สงฆ์ฉบับมหาโจรปล้นพระพุทธศาสนาออกจากกระบวนการ และปรับโทษอาบัติ “สมเด็จเกี่ยว” ที่ใช้อำนาจมิชอบในมส. ทำผิดต่อกิจของสงฆ์ด้วยการร่วมผลักดันพ.ร.บ.สงฆ์ฉบับนี้
พ.ศ.2545   3 ตุลาคม นายวิษณุดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานพระพุทธศาสนาประกาศที่พุทธมณฑลเมื่อ ธันวาคม 2545 ว่าจะผลักดัน พ.ร.บ.สงฆ์ฉบับมหาโจรปล้นพระพุทธศาสนา เข้าสภาฯ ให้ได้ จนเป็นเหตุให้
   26 มกราคม 2546  คณะสงฆ์ไทยนับหมื่นรูป ต้องออกมาประชุมที่วัดอโศการาม อีกครั้ง เพื่อลง[B]มติปัดทิ้งร่างพ.ร.บ.สงฆ์ฉบับมหาโจรฯที่ดร.วิษณุผลักดัน โดยคณะสงฆ์พร้อมจะรักษาพระธรรมวินัยด้วยชีวิต [/B]
พ.ศ.2546   นายวิษณุสนับสนุนให้ มหาเถรสมาคมออกกฎมหาเถร 14 ข้อที่ขัดพระธรรมวินัย
พ.ศ.2546   นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายวิษณุ ในฐานะรองนายกฯ ด้านศาสนา เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานในนามของรัฐบาลเกี่ยวกับ “กฐินเพื่อชาติ” ของวัดป่าบ้านตาด
คณะทำงานกฐินฯ ได้มีการประชุมหารือร่วมกับฝ่ายรัฐบาลหลายครั้งเป็นเวลาหลายเดือนจนได้ข้อสรุปร่วมกัน และคณะทำงานกฐินฯ ได้ทำหนังสือเป็นทางการถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อจะได้นำข้อความของท่านบอกบุญในนามประธานกรรมการฯ แต่เมื่อถึงวาระแจกจ่ายฎีกากฐินบอกบุญ นายวิษณุและคณะกลับตระบัดสัตย์ ใช้อุบายอันแยบยล ปกปิดเรื่อง ไม่รับรองเรื่องตามจริงกับนายกฯและจงใจไม่ทำหนังสือตอบรับคณะทำงานกฐินฯตามที่ตกลงกันแล้วตามใบฎีกาตัวอย่างในที่ประชุม ทำให้เกิดความวุ่นวายและความสับสนในการออกใบฎีกากฐิน

  นายวิษณุและคณะซึ่งควรจะรีบดำเนินการออกหนังสือรับรองคณะทำงานถึงหลวงตาฯโดยเร็วกลับเมินเฉยและยังอ้างว่านายกรัฐมนตรีไม่รู้เรื่อง จนคณะทำงานฯ ต้องได้ติดต่อเป็นการภายในโดยตรงกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเพื่อตรวจสอบและแจ้งให้ทราบถึงความไม่ชอบมาพากลในการประสาน งานครั้งนี้กับนายวิษณุและคณะเหตุการณ์บานปลายไม่มีความชัดเจนใดๆ จากนายวิษณุ จนหลวงตาฯ ถึงกับต้องออกหนังสือไม่ยอมรับการแจกจ่ายใบกฐินของคณะทำงานด้วยไม่ไว้ใจในการกระทำของนายวิษณุที่ล่อหลอกใช้เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องมือในการบ่อนทำลาย จนอาจทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างชาติศาสนาได้ เมื่อสายเกินแก้ไขนายวิษณุและคณะกลับเพิ่งจะทำหนังสือรับรองให้คณะทำงาน(10 ก.ย. 2546) ถึงวันงานกฐินจริง(11 ต.ค. 2546) เป็นสิ่งยืนยันความสัตย์จริงของคณะทำงาน นายกรัฐมนตรีในนามของประธานในพิธีได้มอบหมายอย่างเป็นทางการให้นายวิษณุมาแทน
  การกระทำของนายวิษณุครั้งนี้ เห็นได้ชัดเจนว่า มุ่งสร้างความสับสน แตกแยก ในการจัดงาน “กฐินเพื่อชาติ” ทำให้ประชาชนและข้าราชการเกิดความเข้าใจผิดต่อโครงการช่วยชาติฯ เป็นการทำลายโครงการช่วยชาติอย่างแนบเนียนที่สุด

พ.ศ.2546   กลางเดือนธันวาคม นายวิษณุจัดประชุมพระสงฆ์ที่ทำเนียบรัฐบาล  และเป็นผู้ปล่อยข่าวแบบมีวาระซ่อนเร้นว่า ขณะนี้มีอันตรายต่อพุทธศาสนาเพราะมีผู้ต้องการตั้งพระสังฆราช ๒ พระองค์
  ต้นเดือนมกราคม 2547 นายวิษณุกลับกระทำการอัปมงคลนี้เสียเอง โดยใช้อำนาจป่าๆ เถื่อนๆ แต่งตั้งสังฆราชซ้อนขึ้นมาให้สับสน  และยึดอำนาจของสมเด็จพระสังฆราชที่ในหลวงทรงแต่งตั้งขึ้นแบบไม่มีความเคารพยำเกรงต่อพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราชและในหลวงแต่อย่างใดเลย
  นายวิษณุแต่งตั้ง “สมเด็จเกี่ยว” เป็นสังฆราชซ้อนขึ้นมา ทั้งที่คณะสงฆ์ไทยทั้ง ๒ นิกายทั่วประเทศ ไม่อาจยอมรับได้ (เพราะ “สมเด็จเกี่ยว” เคยใช้อำนาจโดยมิชอบในมส.ร่วมผลักดันพรบ.สงฆ์ฉบับมหาโจรฯ ด้วยความโลภโมโทสัน ทะยานอยากในลาภ ยศ สรรเสริญ ทำสิ่งที่ผิดต่อกิจของสงฆ์อย่างร้ายแรง แม้เตือนแล้วก็ไม่ฟัง จนคณะสงฆ์ไทยต้องออกมาปรับโทษอาบัติ “สมเด็จเกี่ยว” ตามหลักพระธรรมวินัย มิฉะนั้นแล้วอาจลุกลามเป็นความแตกแยกในสงฆ์ทั่วประเทศถึง “สังฆเภท” ได้)
พ.ศ.2547   นายวิษณุอาศัย พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ.2535 (ฉบับที่ตนเองเป็นผู้แก้ไขเองในยุคอานันท์)
ออกประกาศแต่งตั้ง “สมเด็จเกี่ยว” วัดสระเกศ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจตนาให้มีพระสังฆราชซ้อนกันถึงสองพระองค์ สร้างความสับสนวุ่นวายวิปริต อาเพศ ไปทั่วแผ่นดิน ด้วยการออกประกาศยึดอำนาจสมเด็จพระสังฆราชที่ สถาปนาจากพระเจ้าอยู่หัว โดยไม่คำนึงว่าคำประกาศจะขัดต่อกฎหมาย ขัดจารีตประเพณี และขัดต่อพระธรรมวินัยหรือไม่…!!!

ที่อยู่นายวิษณุ    ซอยสายสิน บางซื่อ กทม.10500 โทรศัพท์/โทรสาร : 02 281 0030 (บ้าน)
มือถือ : 01 8132432    โทรศัพท์ : 02 281 0030 (ที่ทำงาน) โทรสาร: 02 282 2278  

บทสรุปประวัติชีวิตนายวิษณุ
  นายวิษณุ เครืองาม.....ตั้งหน้าตั้งตากีดกัน ต่อต้าน เตะถีบ จ้องทำลายการช่วยชาติในโครงการช่วยชาติตลอดมาตั้งแต่ต้น ตั้งเรื่องราววิปริตผิดธรรมขึ้นหลายครั้งหลายหน ก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงต่อบรรดาพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ต่อพระพุทธศาสนา ใช้อำนาจของรัฐทุกรูปแบบทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน สร้างความแตกแยกแก่คนในชาติและศาสนา จนอาจกล่าวได้ว่า นายวิษณุกำลังขวนขวายให้เกิดกรรมอันหนักที่สุดในพระพุทธศาสนา คือกระทำ “สังฆเภท” ยุแหย่ให้สงฆ์และสังคมชาวพุทธเกิดความแตกแยกกันทั่วแผ่นดินไทย....
หากนายวิษณุยังอยู่ในตำแหน่งหน้าที่อีกต่อไป.......ก็รังแต่จะใช้อำนาจหน้าที่สร้างเรื่องสร้างราวต่างๆ ขึ้นมาอีกมิรู้จบด้วยความโลภโมโทสัน เพื่อลาภ ยศ สรรเสริญ อำนาจของตนและพวกตน บ่อนทำลายทั้งชาติทั้งพระพุทธศาสนาให้เกิดความวิบัติอัปยศอีกไม่รู้จบสิ้น.........


ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
ผิดกฎหมาย   -   ตามมาตรา 10 พ.ร.บ.สงฆ์ จะแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช  แต่หากสมเด็จพระสังฆราชยังมีชีวิตอยู่ การแต่ง
ตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช จะต้องให้สมเด็จพระสังฆราชเป็นลงพระ  นามเห็นชอบเท่านั้น ฯลฯ
ขัดพระธรรมวินัย   -   กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นพระสงฆ์
    -   พระสงฆ์พึงเคารพพระธรรมวินัย ยึดอาวุโสภันเต เคารพในอายุพรรษา
    -   สมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยพรรษา และโดยสมณศักดิ์
    -   ที่ถูกต้องกรรมการมหาเถรสมาคมพึงกราบเรียนปรึกษาสมเด็จพระสังฆราชให้พระองค์เห็นชอบก่อน แต่กลับร่วมมือกับนายวิษณุแต่งตั้งฯ โดยพลการ เป็นการขัดพระธรรมวินัย และดูหมิ่นพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราชอย่างยิ่ง
ขัดจารีตประเพณี   -   แต่อดีตที่ผ่านมา สมเด็จพระสังฆราชแม้ทรงชราภาพเพียงใด ก็ไม่เคยมี ประเพณี ในการตั้งคณะกรรมการมาทำงานแทนโดยไม่ปรึกษาหารือหรือได้รับความเห็นชอบจากสมเด็จพระสังฆราชก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มส. ร่วมกับนายวิษณุ ได้กระทำการโดยพลการ เป็นการหยามพระเกียรติทั้งต่อสมเด็จพระสังฆราชและพระเจ้าอยู่หัว ชาวพุทธทั้งฝ่ายสงฆ์และฆราวาสไม่อาจจะรับการแต่งตั้งครั้งอัปยศนี้ได้

  การแต่งตั้ง “สมเด็จเกี่ยว” สังฆราชของนายวิษณุครั้งนี้....จึงถือเป็น “โมฆะ”....ไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น และเมื่อชาวพุทธได้ให้โอกาสนายวิษณุยกเลิกการแต่งตั้งครั้งนี้แล้ว แต่นายวิษณุกลับเฉยเมยไม่แยแส  ยังคงดื้อ ดึงดันแบบไม่สนใจต่อกฎเกณฑ์ของบ้านเมืองที่มีขื่อมีแป มีจารีตประเพณีที่งดงามสงบเรียบร้อย และไม่สนใจต่อหลักพระธรรมวินัยที่พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบท่านยึดเป็นแบบฉบับเป็นธรรมมนูญของชีวิต ............
.......ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศจึงขอเรียกร้องให้ถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม ออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี มิให้มีอำนาจหน้าที่ใดๆ อีกต่อไป เพื่อยังสันติสุข ศีลธรรม และความสงบเรียบร้อยดีงาม กลับคืนสู่สังคมชาวพุทธเมืองไทยให้มั่นคงสถาพรอีกครั้งหนึ่งตราบนานเท่านาน....


 
ake 29/01/04 05:47:03 พึ่งเคยอ่านหลวงตาท่านเตือนถึงขนาดนี้
พวกเขายังจะทำกันอีก
:(

_/\_ _/\_ _/\_
โชติปาละ 29/01/04 06:02:26       ผมขอยืนยันว่า มีพระประชุมกันที่วัดกกสะท้อนจริง เพราะพระที่ผมรู้จักก็ไปด้วย ( ขออนุญาตไม่เอ่ยนามพระครับ ) ท่านเป็นพระที่ศรัทธาหลวงตามหาบัวมาก และท่านเป็นพระที่รักษาวินัยด้วย ผมไม่เชื่อว่า ท่านจะพูดไม่จริงกับผม
       ที่จริงผมรู้วันและสถานที่ก่อนการประชุมที่วัดกกสะท้อนอีกด้วย เพราะพระท่านบอกผมก่อนประชุม และรู้ด้วยว่า ทำไมจึงไม่มีการประชุมกันที่วัดเดิม แถวสมุทรปราการ เพราะ คณะ ม ส เพ็งเล็งวัดนั้นอยู่ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนวัดชุมนุมกัน

       ขอชมผู้กล้าหลายท่านที่ออกมาทำในสิ่งที่ควร ขอยกพุทธสุภาษิตครับ

      ผู้กล้า ย่อมทำในสิ่งที่ถูกต้อง
      ในร้อยคน จะหาผู้กล้าได้เพียงคนเดียว

      ผมคิดว่า ในลานธรรมนี้ เป็นที่ชุมนุมของผู้กล้าครับ
เตือนสติ 29/01/04 06:42:43 สวัสดีครับคุณ ทุกท่าน วันนี้เป็นวันพระ ธรรมมะสวัสดีครับ

เนื้อเรื่องหลัก ... สังฆสามัคคี สงฆ์จะเป็นผู้พร้อมเพรียงกัน

----------------------------------------------------------------------------------------..


อานันทสังฆสามัคคีสูตร

[๓๙] ท่านพระอานนท์ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ตรัสว่า
สังฆสามัคคี สังฆสามัคคี ดังนี้ สงฆ์จะเป็นผู้พร้อมเพรียงกันด้วยเหตุมีประมาณ
เท่าไรหนอแล ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมแสดง
สิ่งที่ไม่ใช่ธรรมว่าไม่ใช่ธรรม ย่อมแสดงสิ่งที่เป็นธรรมว่าเป็นธรรม ... ย่อม
แสดงสิ่งที่ตถาคตไม่ได้บัญญัติไว้ว่า ตถาคตไม่ได้บัญญัติไว้ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคต
ได้บัญญัติไว้ว่า ตถาคตได้บัญญัติไว้ ภิกษุเหล่านั้นย่อมไม่ทอดทิ้งกัน ไม่แยก
จากกัน ไม่ทำสังฆกรรมแยกกัน ไม่สวดปาติโมกข์แยกกัน ด้วยวัตถุ ๑๐ ประการ
นี้ ดูกรอานนท์ สงฆ์ย่อมเป็นผู้พร้อมเพรียงกันด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล ฯ
[๔๐] อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็บุคคลผู้สมานสงฆ์ผู้แตกกันแล้ว
ให้พร้อมเพรียงกัน จะประสพผลอะไร พระเจ้าข้า ฯ
พ. ดูกรอานนท์
บุคคลผู้ที่ทำสงฆ์ผู้แตกกันแล้วให้พร้อมเพรียงกันนั้น
จะประสพบุญอันประเสริฐ ฯ
อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บุญอันประเสริฐคืออะไร พระเจ้าข้า ฯ
พ. ดูกรอานนท์ บุคคลผู้สมานสงฆ์ผู้แตกกันแล้วให้พร้อมเพรียงกันนั้น
จะบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัปหนึ่ง ฯ
ความพร้อมเพรียงแห่งสงฆ์ เป็นเหตุให้เกิดความสุข
และ
บุคคลผู้อนุเคราะห์สงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันแล้ว
ผู้ยินดีแล้วใน
ความพร้อมเพรียงกัน ตั้งอยู่ในธรรม
ย่อมไม่พลาดจากธรรม
เป็นแดนเกษมจากโยคะ
ย่อมบันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอด
กัปหนึ่ง เพราะสมานสงฆ์ให้พร้อมเพรียงกัน ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบอุปาลิวรรคที่ ๔
พระไตรปิฏก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.ph...862&pagebreak=0



พวกท่านพระอนุรุทธะกราบทูลว่า พวกข้าพระพุทธเจ้า ยังพอทนได้
ยังพอให้อัตภาพ
เป็นไปได้ และพวกข้าพระพุทธเจ้า ไม่ลำบากด้วยอาหารบิณฑบาตพระพุทธเจ้าข้า
ภ. ดูกรพวกอนุรุทธะ ก็พวกเธอยังพร้อมเพร ียงกัน ยังปรองดองกัน
ไม่วิวาทกัน
เป็นดุจน้ำนมสดกับน้ำ มองดูกันด้วยดวงตาอันเป็นที่รักอยู่หรือ?
อ. ข้าพระพุทธเจ้าเหล่านั้นยังพร้อมเพรียงกัน ยังปรองดองกัน
ไม่วิวาทกัน เป็นดุจ
น้ำนมสดกับน้ำ มองดูกันด้วยดวงตาอันเป็นที่รักอยู่ โดยส่วนเดียว พระพุทธเจ้าข้า
ภ. ดูกรพวกอนุรุทธะ พวกเธอพร้อมเพรียงกัน ปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน
เป็นดุจ
น้ำนมสดกับน้ำ มองดูกันด้วยดวงตาอันเป็นที่รักอยู่ ด้วยวิธีอย่างไรเล่า?

สามัคคีธรรม

อ. พระพุทธเจ้าข้า ในข้อนี้ข้าพระพุทธเจ้ามีความคิดอย่างนี้ว่า
เป็นลาภของเราหนอ
เราได้ดีแล้ว ที่เราได้อยู่ร่วมกับเพื่อนสพรหมจารีเห็นปานนี้ ข้าพระพุทธเจ้านั้น
ได้เข้าไปตั้ง
เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรมไว้ในท่านเหล่านี้ ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ
ข้าพระพุทธเจ้านั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ไฉนหนอ
เราพึงวางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิต
ของท่านเหล่านี้เท่านั้น ดังนี้
แล้ววางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิตของท่านเหล่านี้แหละ
กายของพวกข้าพระพุทธเจ้าต่างกันก็จริงแล แต่จิตเป็นเหมือนดวงเดียวกัน
พระพุทธเจ้าข้า

ฝ่ายท่านพระนันทิยะและท่านกิมพิละ
ต่างได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า
พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็มีความคิดอย่างนี้ว่า เป็นลาภของเราหนอ
เราได้ดีแล้วหนอ
ที่เราได้อยู่ร่วมกับเพื่อนสพรหมจารีเห็นปานนี้
ข้าพระพุทธเจ้านั้นได้เข้าไปตั้งเมตตากายกรรม
เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ไว้ในท่านเหล่านี้ ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ
ข้าพระพุทธเจ้านั้นมี
ความคิดอย่างนี้ว่าไฉนหนอ
เราพึงวางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิตของท่านเหล่านี้เท่านั้น
ดังนี้ แล้ววางจิตของตนให้เป็นไปตามอำนาจจิตของท่านเหล่านี้แหละ
กายของพวกข้าพระพุทธเจ้า
ต่างกันก็จริงแล แต่จิตเป็นเหมือนดวงเดียวกัน พระพุทธเจ้าข้า
พวกข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้พร้อม
เพรียงกัน ยังปรองดองกัน ไม่วิวาทกัน เป็นดุจน้ำนมสดกับน้ำ
มองดูกันด้วยดวงตาอันเป็นที่
รักอยู่ ด้วยวิธีอย่างนี้แล พระพุทธเจ้าข้า

เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ บรรทัดที่ ๖๔๒๑ - ๖๔๔๔. หน้าที่
๒๖๕.
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.ph...5&A=6393&Z=6490



------------------------ ----------------------------------------------------------------..
คนกวน 29/01/04 08:41:39 กลายเป็นว่าเรื่องราวกลับลึกล้ำยิ่งขึ้นกว่าเดิม  มีข้อมูลใหม่ที่ผมไม่รู้เพิ่มอีก คือวัดธรรมกาย

รู้สึกว่าตอนนี้เรื่องนี้จะทำให้หลายคนอารมณ์รุนแรงมากขึ้นนะครับ โดยเฉพาะคุณโจโจ้
รู้สึกว่าไม่เย็นเหมือนเก่าเลย  หรือว่าผมไม่รู้จักคุณจริง?

คุณโชติปาลครับ  การที่บอกว่า มส.เพ่งเล็งวัดอโศการาม  ผมไม่ทราบว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ว่าเช่นนั้น เพราะองค์ประกอบของมส. มีทั้ง พระธรรมยุติ  มหานิกาย  และฆราวาส
คือตัว ผอ.สำนักพุทธ  วัดอโศการามเป็นวัดในฝ่ายธรรมยุติ  ไม่อยู่ในความดูแลของมหานิกาย  อีกทั้งเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายธรรมยุติ คือ สมเด็จพระญาณสังวร
การที่คุณพูดอย่างนี้ไม่เป็นการให้เครดิต สมเด็จเกี่ยว มากเกินไปหรือครับว่า  ท่านสามารถครอบงำมหาเถระสมาคมได้อย่างหมดจด  อย่าลืมว่าสมเด็จรูปอื่นๆ ต่างก็ไม่ใช่พระที่สามารถครอบงำได้อย่างง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น

สมเด็จพระมหาธีราจารย์  วัดชนะ  ผมเคยพบองค์จริงท่าน  ก็ดูท่านเป็นลักษณะที่เป็นคนจริงจัง เอาการเอางาน  
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสุวรรณ ถึงแม้ไม่ได้สนทนากับท่านแค่เพียงได้พบ  ก็รู้ว่าท่านไม่ธรรมดา
แล้วยังพระในสายธรรมยุติที่ผมไม่รู้จักอีกละ  ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องเชื่อว่า ท่านเหล่านั้นคงปกป้องละครับ
พัลวัน 29/01/04 09:07:21 ผมคิดว่า พระเถระใน มส. นั้น ไม่ว่ารูปไหนก็ไม่ธรรมดาทั้งนั้นแหละครับ หากแต่ว่าผมเองก็นับถือ พระมหาธีราจารย์ ครับ เพราะมีบทบาทสำคัญอย่างน้อยๆก็สองเรื่อง คือ

1. ในการเริ่มไต่สวนอธิกรณ์ เจ้าอาวาส ณ.คลองหลวง ท่านเป็นผู้กล่าวเองว่า "ถ้าถอดแว่นไม่ได้ ก็ไม่ต้องมา" วันนั้นเลยเป็นวันแรกของคนไทย ที่ได้เห็น นัยน์ตาของ "ต้นธาตุ ต้นธรรม" ของ "ธรรมกายขาว"

2. ท่านค้าน พรบ.สงฆ์ ฉบับอัปยศ (ถ้าจำไม่ผิดท่านบอกว่า เป็น "ฉบับหนังตะลุง") ซึ่งได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ มส. เมื่อท่านได้ออกนอกห้องประชุมไปแล้ว (ตอนที่ท่านอยู่ ไม่มีการนำเสนอ อุบเงียบไว้) ท่านมารู้ทีหลัง จึงได้ตั้งชื่อ พรบ.ฉบับนี้เอาไว้

สำหรับ กรณีที่ 2 เท่าให้ทราบว่า การประชุม มส. หลายครั้ง ไม่มีการให้เอกสารแก่ มส. ก่อนการประชุม ซึ่งจะทำให้มีโอกาสได้พิจารณารายละเอียด แต่จะใช้วิธีการเสนอเป็น "วาระจร" (เพราะไม่มีแม้แต่ ชื่อของวาระ ในวาระการประชุม)

ไม่ว่าจะเป็นการเสนอ พรบ.สงฆ์ (ฉบับหนังตะลุง) หรือ การเสนอแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ ก็ตาม ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญ มาทราบเอาในที่ประชุม

และไม่ทราบว่า การที่พระเถระใน มส. นั่งเงียบอยู่ในที่ประชุม ไม่ออกความเห็นใดๆ (ซึ่งมาตีความว่า "ยอมรับ" นั้น) จะเป็นเพราะพระเถระในมส.ที่ไม่ทราบเบื้องหลังมาก่อน ท่านตั้งตัวไม่ติดก็ได้ แล้ววาระนั้นก็ถือว่าผ่านการเห็นชอบ โดยที่ไม่ทันจะได้ซักถาม ซักค้าน อันใด
นายโจโจ้ 29/01/04 09:16:03 คุณคนกวนครับ

ผมไม่ได้มีความเย็นน้อยลงแม้เพียงน้อยนิด ผมเริ่มสนุกกับ "งาน" ชิ้นนี้มากขึ้นเพราะมีคนเห็นอย่างที่ผมเห็น คิดร่วมอย่างที่ผมคิด เอาเป็นว่าผมรู้สึกวังเวงน้อยลงมาก เมื่อมีคนโดดลงมาร่วมแสดงความคิดเห็น แบ่งปันข้อมูล ผมก็เริ่มสนุก เริ่มออกอาการ "ครึ้นเครง" ต่างหากล่ะครับ ไม่ได้มีความร้อนอะไรเลย

เดิมนั้น ต้องยอมรับกันตรงนี้ว่าผมก็มียังหวาดๆอยู่เหมือนกันว่าจะโดนอะไร จะโดนถล่มเละรึเปล่า ก็ต้องระวังตัวมากหน่อย ไม่กล้าออกอาการมากนัก แต่พอมีแนวร่วม มีผู้สนับสนุนข้อมูล ตัวป่วนชนิดไร้สาระก็ไม่มามากเท่าที่คิดกลัวไว้ล่วงหน้า ก็เริ่มดีใจ เริงร่าไปตามประสาแหละครับ ถ้าทำให้เข้าใจผิดก็ต้องขออภัยครับ

อย่างน้อยถ้าใครจะมาบ้อมผม ก็มีตัวหารละว้า...
พัลวัน 29/01/04 09:40:13 ใครจะหารบ้างละเนี่ย?

ผมขอจุดทศนิยมตัวสุดท้ายละกัน    
yoyo 30/01/04 03:27:07 ว่างๆ เปิดกระทู้ใหม่ ถ่ายรูปมาให้ดูหน่อยก็ดี ครับ
น่าจะชัดเจนดี  อยากรู้  :)
yoyo 30/01/04 04:00:23 ผมว่าทั้งหมดเป็นเรื่องของ Marketing  
ถ้ามีคนรู้เรื่องนี้จริงๆ มาช่วย ก็คง อธิบายเรื่องต่างๆ
ง่ายขึ้น แต่ถ้าสื่อปิดหมด ก็คงยากหน่อย
อย่างน้อย ก็ต่างฝ่ายออกมา แสดงความคิดเห็น
ในปริมาณที่เท่าๆ กัน  


เหอ เหอ  อ่านมาตั้งนาน ที่แท้ ก็ ก๊กเดิม นี่เอง  

เหอๆ เหอๆ  เบื่อจริงจริ้ง  

อนุโมทนา ในข้อมูล ที่ช่วยเสริมความรู้ให้ครับ  

k_toon 30/01/04 09:52:28
เดิมนั้น ต้องยอมรับกันตรงนี้ว่าผมก็มียังหวาดๆอยู่เหมือนกันว่าจะโดนอะไร จะโดนถล่มเละรึเปล่า ก็ต้องระวังตัวมากหน่อย ไม่กล้าออกอาการมากนัก แต่พอมีแนวร่วม มีผู้สนับสนุนข้อมูล ตัวป่วนชนิดไร้สาระก็ไม่มามากเท่าที่คิดกลัวไว้ล่วงหน้า ก็เริ่มดีใจ เริงร่าไปตามประสาแหละครับ ถ้าทำให้เข้าใจผิดก็ต้องขออภัยครับ

อย่างน้อยถ้าใครจะมาบ้อมผม ก็มีตัวหารละว้า...


ขอเป็นพลังหนุนด้วยคนครับ
แรงมา หนักหน่วงตอบ ด้วยสติ ใจที่เป็นธรรม
ยังไงก็เห็นว่าเย็นเหมือนเดิม เหมือนครั้งลานธรรมเก่า  
ข้ามาอย่างเดียวดาย 30/01/04 10:40:43 วิษณุเป็นเทวทัตกลับชาติมาเกิดหรือไงกัน
ถึงมาทำให้สงฆ์เขาวุ่นวายแบบนี้  
นายโจโจ้ 30/01/04 10:46:47 ผมเคยกราบถามพระอาจารย์สายพระป่าเมื่อราวต้นปีกลายเกี่ยวกับเรื่องธรณีสูบ ตอนนั้นก็นึกถึงเรื่องลูกมือของ "หัวหน้าผู้สวมชุดพระที่ใส่แว่น" กลุ่มนี้ ตัวหัวหน้าอยู่เมืองปทุม มีลูกมืออยู่วัดกลางเมือง ที่ออกข่าวว่าไปกราบขอขมาหลวงตาที่อุดร(แต่ไม่ได้กราบ ไปนั่งเฉยๆ)นั่นแหละครับ ส่งพระปะปนเข้าไปปรนิบัติหลวงตาทำทีเป็นบีบนวด เอามีดโกนซ่อนไว้ พอ ได้จังหวะก็กรีดเส้นเลือดใหญ่ที่แขนหลวงตา แต่หลวงตาท่านทราบล่วงหน้าอยู่แล้ว ก็พลิกตัวหลบ แต่ก็โดนบาดเลือดไหลโทรมเหมือนกัน แต่พระนั้นก็หนีไปไม่ได้ ลูกศิษย์หลวงตาช่วยกันจับไว้ แต่สุดท้ายหลวงตาท่านสั่งให้ปล่อยพระนั้นไป ไม่นึกว่ามาปีนี้หลวงตาท่านจะเทศน์ถึงเรื่องนี้จริงๆ มีใครซักคนที่จำไม่ได้แล้วบอกผมว่า ที่ธรณีสูบนั้น ไม่ใช่ธรณีแสดงกิริยาสูบ แต่อนันตริยกรรมนั้น มันทำให้บุคคลนั้นๆหนักจนธรณีรองรับไว้ไม่อยู่ต่างหาก

เรื่องถัดมาที่น่านำมาเล่าให้ได้รับรู้กันก็คือ พระดังวัดกลางเมืองคนเดียวกัน ส่งคนปะปนเข้าไปเอายาพิษใส่อาหารไปให้หลวงตา แต่หลวงตาท่านเตือนลูกศิษย์ตั้งแต่เช้าแล้วว่าให้ระวัง วันนี้จะมีคนปะปนเข้ามาเอายาพิษใส่อาหาร จึงช่วยกันจับตามอง และก็จับตัวได้จริงๆพร้อมยาพิษ หลวงตาท่านก็สั่งให้ลูกศิษย์ปล่อยตัวมาด้วยความเมตตาของท่าน

ถ้าเรื่องธรณีสูบนี้เกิดขึ้นจริงๆ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องน่าอนุโมทนา จะได้ทราบกันเสียทีว่า การสร้างกรรมใดๆกับพระอรหันต์ผู้พ้นโลกียวิสัยอย่างสิ้นเชิงแล้ว ให้ผลตอบแทนหนักหนาสาหัสเพียงใด ผู้คนอาจจะได้รับรู้ถึงเรื่องกรรมในอีกมิติหนึ่งที่ไม่เคยได้รับรู้กันมาก่อน จนหันมาใส่ใจกับการปฏิบัติกันมากขึ้นก็เป็นได้

ลูกโยม 30/01/04 10:49:50 ถูกต้องแล้วครับ คนที่คัดค้านคือคนที่ไม่ยอมรับความจริง
คนที่ไม่ยอมรับความจริงคือคนที่ยังไม่เข้าใจในธรรมของพระพุทธเจ้า
(คนพวกนี้ไม่ควรเรียกตัวเองว่าชาวพุทธ เพราะ ไม่รู้ ไม่ตื่น และไม่เบิกบาน)
โยธกา 30/01/04 11:24:14 ขออนุโมทนากับคุณโจโจ้อีกครั้งครับ  แต่ผมว่าเรื่องมันมาถึงว่าเราควรเปิดตัวพระในประโยคด้านล่างนี้หน่อยได้ไหมครับ
"รู้ไหมครับ ผู้สวมเครื่องแบบพระที่ประกาศให้กระชากคอ ตีหัวนายทองก้อนและเผาโรงแรมท่านนั้น ท่านไปกล่าวหาคณะศิษย์หลวงตามหาบัวว่าหลอกชาวบ้านที่มาที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ว่าจะพามาดูเขาโดดร่ม ถ้าหลอกเขาว่าพามาดูการโดดร่ม แล้วใครหน้าไหนมันจะเดินมาให้เจาะเลือดเอาไปเขียนจดหมายเลือดถึงนายวิษณุ เครืองามกันครับ?

ผู้สวมเครื่องแบบสงฆ์คนนี้ยังพอนับเป็นพระได้ไหมครับ ท่านผู้อ่าน พูดพล่อยๆ กล่าวหาพล่อยๆ กล่าวประกาศออกวิทยุด้วยถ้อยคำรุนแรงแบบนั้น อยากทราบว่า ถ้าเป็นนายโจโจ้ไปพูดแบบนั้นบ้าง จะโดนอะไร ทำไมไม่มีใครจัดการกับพระอย่างนี้ สมควรมีการดำเนินการตั้งนานแล้ว และสมควรตรวจสอบหมู่สงฆ์รอบๆ ตลอดจนผู้ที่ผู้สวมเครื่องแบบพระนายนี้สนับสนุนด้วย ว่ามีผลประโยชน์อะไรระหว่างกัน"


แล้วผมเรียกร้องว่าเราควรรวบรวมรายชื่อ  ฆราวาสและพระที่ให้การสนับสนุนในเรื่องที่บ่อนทำลายชาติและศาสนาในหลายครั้งมี่ผ่านมานี้เพื่อความไม่สับสนแก่สาธุชนโดยทั่วไปโดยผมขอเริ่มที่

พระมหาโชว์  ทัสสนีโย    วัดราชาธิวาส  
พลตรี ทองขาว ....
......
เพื่อที่ว่าจะได้ใช้เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ชี้ให้เห็นถึงกลุ่มบุคคลผู้ไม่หวังดีต่อชาติศาสนา
30/01/04 12:03:58 ขออนุญาต อีกครั้ง

ปฏิบัติการของ"ทองก้อน วงศ์สมุทร" มีความหมายลึกกว่าที่คิด
http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=4719960152506

•• แล้วก็เป็นเรื่อง ลึกกว่าที่คิด การเคลื่อนไหว คัดค้านประกาศแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ไม่ใช่เรื่องของ ทองก้อน วงศ์สมุทร เพียง คนเดียว หากแต่พิสูจน์แล้วจากการเทศนาไม่ต่ำกว่า 6 ครั้งในช่วง มกราคม 2547 แล้วว่าเป็นความคิดเห็นของ หลวงตาบัว ญาณสัมปันโน อ่านและฟังได้จากเว็บไซต์ www.luangta.com หรือเปิดตรงไปที่ http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=126 และล่าสุดพิสูจน์แล้วว่าเป็นมติเอกฉันท์คัดค้านเต็มกำลังของ คณะสงฆ์สายปริยัติและปฏิบัติแห่งภาคอีสานทั้ง 2 นิกาย 596 รูป หรือที่เรียกกันว่า พระวัดป่า นำโดย หลวงปู่บุญมี ปริปุณโณ - วัดป่านาคูณ, หลวงปู่ลี กุสลธโร – วัดป่าหนองสวรรค์, พระอาจารย์อิทร์ถวาย สันตุสโก - วัดป่านาคำน้อย รวมทั้ง พระราชสารโกศล - วัดสารภาณนิมิต เจ้าคณะจังหวัดนครพนม และ พระครูถาวรธรรมโกศล – วัดโยธานิมิต ที่ร่วมประชุมกันเมื่อ วันที่ 28 มกราคม 2547 เวลา 13.00 น. ที่ วัดป่ากกสะทอน อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี แถลงการณ์ที่จะส่งมอบมาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันสองวันนี้ “เซี่ยงเส้าหลง” อ่านแล้วเห็นว่า ชี้แจงแสดงเหตุผลไว้ได้แจ่มแจ้ง ไม่ได้มุ่งเฉพาะแต่ ปัญหาข้อกฎหมาย แต่มองไปไกลครอบคลุม ข้อวัตรปฏิบัติ, พระธรรมวินัย และ ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ ที่ว่าประมุขสงฆ์พระองค์นี้ได้รับ การสถาปนา โดย พระราชอำนาจเต็มในพระมหากษัตริย์ เมื่อ ปี 2532 ตามหลักการเดิมของ มาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ก่อนที่จะมีการแก้ไขใหม่ จำกัดพระราชอำนาจ 2 ชั้น เมื่อ ปี 2535 มิหนำซ้ำพระองค์ยังทรงเป็น พระพี่เลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขณะทรงผนวช เมื่อ ปี 2499 การจะปฏิบัติใด ๆ ต่อพระองค์ท่านมิใช่เพียงแต่จะอ้างว่า ปฏิบัติตามกฎหมาย (ที่ก็ยังมี ข้อถกเถียง) หากแต่จะต้องกระทำด้วย ความเคารพ, ความยำเกรงในพระเกียรติที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา และ ไม่ควรก้าวล่วงโดยถือความชราภาพหรืออาการประชวร อันจะเป็นผลให้เกิด กรณีพิพาท ที่จะทำให้เข้าใ จไปได้แม้แต่น้อยว่า เป็นการแต่งตั้งประมุขคณะสงฆ์ไทยซ้อนขึ้นมา เพราะนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ กรรมหนัก คือการสร้างสภาวะ สังฆเภท แถลงการณ์ของคณะสงฆ์วัดป่ากล่าวไว้ชัดเจนพอสรุปด้วยภาษาของ “เซี่ยงเส้าหลง” ได้ว่า “...ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันได้รับการสถาปนาโดยพระราชอำนาจเต็มในพระมหากษัตริย์ หากจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ก็ควรนำเรื่องแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนั้นเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงเห็นชอบเสียก่อน.” ไม่บังควรด่วนทำเป็น ประกาศของฝ่ายอาณาจักร โดยอ้าง มติ ของ มหาเถรสมาคม เพราะเป็นการขัดกับข้อวัตรปฏิบัติและพระธรรมวินัยว่าด้วย หลักอาวุโสภันเต ที่ว่า ภิกษุพึงเคารพกันตามอาวุโสพรรษา และสมเด็จพระสังฆราชองค์นี้ ทรงมีพระพรรษาอาวุโสกว่ากรรมการมหาเถรสมาคมทุกองค์ที่ร่วมประชุมกันตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน สาธุ ชัดเจน, แจ่มแจ้งด้วยหลักเหตุผล แล้ว
     
      •• ประเด็นข้างต้น “เซี่ยงเส้าหลง” จำเป็นต้อง เห็นด้วยอย่างแน่นอน เพราะเคยเสนอไว้ ณ บัญชรนี้เมื่อ วันที่ 19 มกราคม 2546 ในย่อหน้าที่ 10 แล้วว่า... สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก พระองค์นี้ได้รับ การสถาปนา ขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ 29 ตั้งแต่ ปี 2532 นั่นคือ ก่อนปี 2535 ครั้งยังบังคับใช้ด้วย กฎหมายเก่า จึงเท่ากับเป็นการสถาปนาโดย พระราชอำนาจสมบูรณ์ หากจะมีการกระทำใด ๆ ให้เกิดความเข้าใจขึ้นในหมู่พุทธศาสนิกชนและพสกนิกรชาวไทยว่าเกิดมี สมเด็จพระสังฆราชซ้อน การกระทำนั้นจะต้อง คิดให้รอบคอบ เป็นกรณีพิเศษ
     
      •• แถลงการณ์ฉบับนี้ใช้ชื่อว่า มติคณะสงฆ์ไทย ลงนามว่า คณะสงฆ์ไทย ถ้อยคำที่ควรพิจารณาขีดเส้นใต้เน้นเป็นพิเศษคือ “...การประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นผลให้กรณีพิพาทบังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในวงชาวพุทธ หากอธิกรณ์นี้มิได้ถูกระงับลง เหตุการณ์อาจลุกลามบานปลายถึงขั้นกระทำการเป็นสังฆเภท ทำคณะสงฆ์ให้แตกแยกจากกัน ไม่สามารถจะลงรอยร่วมสังฆกรรมกันได้ กลายเป็นการสร้างกรรมหนักที่สุดในพระพุทธศาสนา เพราะประกาศดังกล่าวเป็นต้นเหตุ.” สื่อให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่หากรัฐไม่ดำเนินการแก้ไขเยียวยาให้เกิดความถูกต้อง คณะสงฆ์ กลุ่มหนึ่งจำนวนหนึ่งอาจ ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรม เป็น นานาสังวาส ได้
     
      •• หากการณ์ลุกลามไปจนถึงขั้นมี ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรม จุดเริ่มต้นคือ วันที่ 28 มกราคม 2547 ก็จะถือเป็น วันประวัติศาสตร์ วันหนึ่ง
     
      •• และนี่ทำให้ “เซี่ยงเส้าหลง” ขอบันทึก เรื่องหนักอก ของรัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไว้ว่านอกจากจะมี 3 เรื่อง คือ โรคไข้หวัดนก, ความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ และ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ แล้วเห็นจะต้องเพิ่ม เรื่องที่ 4 ที่ปรากฏอยู่ในทางลึกเข้าไปด้วยอีกหนึ่ง ปัญหาในหมู่สงฆ์(ขอหลีกเลี่ยงไม่ใช้คำ แนวโน้มสังฆเภท) ขอเป็นกำลังใจในการใช้ สติ, ปัญญา แก้ปัญหาทั้งมวล
     
      •• จะชอบหรือไม่ชอบประการใดวันนี้ต้องไม่ปฏิเสธความจริงที่ว่า ทองก้อน วงศ์สมุทร หาได้ เหิมเกริม, แอบอ้าง หากแต่ ทำการแทนคณะสงฆ์วัดป่าและหลวงตามหาบัว ในฐานะ ฆราวาส เพื่อความสะดวกในการติดต่อแจ้งความเห็นต่อ ฝ่ายอาณาจักร ถ้ายอมรับความจริงประการนี้แล้วก่อนจะด่วน ประณาม ก็ควร ตั้งคำถามสำคัญ ขึ้นมาว่าเหตุผลกลใด หลวงตามหาบัว, คณะสงฆ์วัดป่า จึงต้องออกมา คัดค้าน เพราะ มิจฉา หรือเห็นแก่ ลาภยศสรรเสริญอันใดหรือ
     
      •• เรื่องนี้ “เซี่ยงเส้าหลง” เคยเขียนถึง ส่วนหนึ่ง ของ ฐานของภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใต้น้ำ มาอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อ วันที่ 19 มกราคม 2547 ว่าเป็น การต่อสู้ต่อเนื่อง สืบเนื่องมาจากการรณรงค์ แก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์ ให้ทั้ง การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช, การปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กลับไปอยู่ที่ พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ โดย สมบูรณ์, ไม่มีข้อจำกัด เหมือนเมื่อครั้ง ก่อนปี 2535 เปิดอ่านรายละเอียดโดยสังเขปได้ที่ ่http://www.manager.co.th/politics/PoliticsView.asp?NewsID=4748432595133 ทันที
     
      •• อีกส่วนหนึ่งของ ฐานของภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ใต้น้ำ ก็คือความกริ่งเกรง การรุกคืบเข้ามาครอบงำคณะสงฆ์ไทย ของ ลัทธิพระธรรมกาย และยังเป็น จุดเชื่อมโยง ไปถึงการไม่ยอมรับบางประการในพระสงฆ์บางรูปอันเนื่องมาจาก พฤติกรรมในอดีต ที่ ยังไม่มีข้อสรุป แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนานจน คนวงนอก, คนรุ่นหลัง ไม่เคยรับรู้
     
      •• โดยภูมิรู้ทางธรรมของ “เซี่ยงเส้าหลง” มิบังอาจกล่าวว่า พระภิกษุ รูปใดองค์ใด บรรลุธรรม หากแต่เมื่อมองด้วยสายตามนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง หลวงตาบัว ญาณสัมปันโน บำเพ็ญ สาธารณประโยชน์ ต่อทั้ง พุทธจักร, อาณาจักร มาอย่างชนิดที่กล่าวได้ว่า ต่อเนื่ องยาวนาน โดยเฉพาะในยุควิกฤตเศรษฐกิจตั้งแต่ ปี 2540 สิ่งใดที่ท่านปฏิบัติและสั่งสอนไว้แต่ชาวเรายัง ไม่เข้าใจ, ไม่เห็นด้วย ก็มิบังควร จาบจ้วงล่วงเกิน หากแต่ควรถือเป็นจุดเริ่มต้นของ การศึกษาหาความรู้และข้อมูลเพิ่มเติม พระวัดป่าสายวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่าง หลวงตาบัว ญาณสัมปันโน นั้นในอดีตอาจจะมีวัตรปฏิบัติในเชิง ปฏิบัติเพื่อให้ถึงความหลุดพ้นเฉพาะตัว เป็น ด้านหลัก เหมือนพระอาจารย์ชื่อดังส่วนใหญ่ทางหินยาน ทว่านับแต่วิกฤตเมื่อ 7 ปีก่อนเป็นต้นเสมือนท่านจะเพิ่มวัตรปฏิบัติทางด้าน ปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือสัตว์โลก-บ้านเมือง ที่มักจะเห็นในพระอาจารย์ชื่อดังส่วนใหญ่ทาง มหายาน หรือที่ “เซี่ยงเส้าหลง” อยากเรียกว่าเป็น แนวทางพระโพธิสัตว์ หลวงตาท่านจะเล็งเห็น ภยันตรายใหญ่ต่อบ้านเมือง อย่างไรหรือไม่แม้ชาวเรายัง ไม่หยั่งรู้ แต่ก็ไม่บังควร ไม่รับฟัง ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จู่ ๆ พระวัดป่าสายอีสาน ที่ส่วนใหญ่สืบทอดการปฏิบัติธรรมตามแนวทาง หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จะเห็นพ้องต้องกันเช่นนี้
     
      •• และต้องไม่ลืมว่าแม้แต่ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ หรือ พระราชวิทยาคม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่ง วัดป่าบ้านไร่ (พร้อมด้วย หลวงพ่อสูง แห่ง วัดหนองผักชี) ก็ยังเข้ามาเมืองหลวงเมื่อ วันที่ 22 มกราคม 2547 (อันเป็นเวลา 1 วัน หลังจาก วันที่ 21 มกราคม 2547 ที่ หลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เทศนากัณฑ์ฮือฮาว่าด้วย ความเป็นเพื่อน ที่พร้อม ยกทัพมาดูแลสมเด็จพระสังฆราช) โดยมีวัตถุประสงค์ชัดเจนเพื่อกราบนมัสการสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ปัจจุบันเพื่อ สังเกตพระอาการประชวรด้วยตาของหลวงพ่อเอง แม้ว่าหลวงพ่อจะ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่ ภาพที่ประจักษ์แก่ 2 ตา ก็น่าจะทำให้หลวงพ่อตระหนักในความจริงบางประการได้
     
      •• อันว่า ภาพที่ประจักษ์แก่ 2 ตา ของ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เมื่อ 8 วันก่อนก็คือประมุขคณะสงฆ์ไทยองค์ปัจจุบันเสด็จจากโรงพยาบาลมายัง วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อ ลงโบสถ์ – ทำพิธิปาฏิโมกข์ คิดประสาผู้รู้น้อยอย่าง “เซี่ยงเส้าหลง” พระภิกษุรูปใดก็ตามหากยังสามารถ ลงโบสถ์ – ทำพิธิปาฏิโมกข์ แม้จะ อาพาธ แต่ไม่น่าจะพิจารณาถึงขั้นว่า อาพาธจนเสียสมณสารูป ผิดถูกประการใดวานผู้รู้มากกว่าช่วยสอนสั่งด้วย
     
      •• นอกจาก ผ้าป่าช่วยชาติ แล้วที่โด่งดังเป็นพิเศษของ หลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ในความทรงจำของ “เซี่ยงเส้าหลง” ก็คือเทศนากัณฑ์พิเศษ (ที่ “เซี่ยงเส้าหลง” แอบตั้งสมญาขึ้นมาเ องว่า กัณฑ์บังสุกุลพรรคประชาธิปัตย์) เมื่อ เช้าวันที่ 5 มกราคม 2544 ก่อนหน้า วันเลือกตั้งทั่วไป เพียง 1 วัน และที่โด่งดังอยู่ในความทรงจำรองลงมาก็คือเทศนากัณฑ์ รักชาติช่วยกันสนับสนุนคนดี เมื่อ วันที่ 9 มกราคม 2544 ขณะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เผชิญมรสุมว่าด้วย คดีซุกหุ้น คงจะจำกันได้
     
      •• อย่าประมาท ศรัทธา, ความเชื่อ พุทธศาสนิกชนจำนวนหนึ่งมีความเชื่อว่า เหตุเภทภัย ที่เกิดขึ้นในขณะนี้โดยเฉพาะการระแพร่ระบาดไปทั่วของ โรคกาลีปักษา (ภาษาเรียกขาน ไข้หวัดนก ของ ศ.นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ) ที่ทำเกิด การผิดศีลข้อ 1 เข่นฆ่าสัตว์ปีกภายในประเทศ นับ 10 ล้านตัว มาจากความวิปริตผิดข้อวัตรปฏิบัติและพระธรรมวินัยของ ประกาศแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชฉบับวันที่ 14 มกราคม 2547 ร่วมอยู่ด้วย
     
      •• ภูมิปัญญาตะวันออกบันทึกไว้ว่ายามเกิด โรคระบาด ชนิดที่ รักษาไม่หาย – ป้องกันไม่ได้ ทำให้ทั้งคนทั้งสัตว์ ตายกันเป็นเบือ ที่ในอดีตเรียกรวมกันว่า โรคห่า นั้นแก้ไขโดยพระมหากษัตริย์มีพระบรมราชโองการให้จัด พระราชพิธี ที่เรียกว่า อาเพศพินาโดยอาราธนาพระสงฆ์ให้เจริญ พระปริตร บท รัตนสูตร การณ์ลักษณ์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายในรัชสมัย รัชกาลที่ 4 มีการอัญเชิญ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรณ์ (หรือ พระแก้วมรกต) ออกจากพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แห่แหนไปรอบพระนครขณะพระสงฆ์สวด รัตนสูตร อันเป็นบทสวดมนต์สั้น ๆ บทหนึ่งใน พระไตรปิฎก ส่วน พระสุตตันตปิฎก หมวดที่ 5 ขุททกนิกาย คัมภีร์ที่ 1 ขุททกปาฐะ ที่บันทึกไว้ว่าองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสอน พระอานนท์ ด้วยพระองค์เองเพื่อนำไปทำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมทั่วพระนครเมื่อครั้งพุทธกาล
พัลวัน 30/01/04 01:53:54 เมื่อก่อนก็ชอบอ่านบทความของ คุณ สนธิ ลิ้มทองกุล ในนาม “เซี่ยงเส้าหลง” (คงไม่มีทางยอมรับว่า "ใช่" แต่ก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ที่ “เซี่ยงเส้าหลง” เขียนในบัญชรแห่งนี้ กับที่สนธิพูดในรายการ "เมืองไทยรายสัปดาห์" ช่อง 9 อสมท. 21.00 น. วันศุกร์ บางเรื่องช่างเหมือนกันจริงๆ เกือบๆทุกคำพูด

บอกตามตรง ไม่เคยนึกรัก คุณ สนธิ มากอย่างวันนี้มาก่อนเลย เพราะเป็นผู้ช่วยยืนยันเจตนาอันบริสุทธ์ของคุณทองก้อน เป็นพยานในคำของหลวงตาบัวผู้รับรองคุณทองก้อน จริงๆ

แอนนา 30/01/04 01:54:20 อ้างอิง (นายโจโจ้ @ 29 ม.ค. 47 - 21:16)
เดิมนั้น ต้องยอมรับกันตรงนี้ว่าผมก็มียังหวาดๆอยู่เหมือนกันว่าจะโดนอะไร จะโดนถล่มเละรึเปล่า ก็ต้องระวังตัวมากหน่อย ไม่กล้าออกอาการมากนัก แต่พอมีแนวร่วม มีผู้สนับสนุนข้อมูล ตัวป่วนชนิดไร้สาระก็ไม่มามากเท่าที่คิดกลัวไว้ล่วงหน้า ก็เริ่มดีใจ เริงร่าไปตามประสาแหละครับ ถ้าทำให้เข้าใจผิดก็ต้องขออภัยครับ

อย่างน้อยถ้าใครจะมาบ้อมผม ก็มีตัวหารละว้า...


มาให้กำลังใจค่ะ ร่วมเป็นตัวหารด้วยนะคะ  
ให้กำลังใจผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านด้วยค่ะ เป็นธุระที่พุทธศาสนิกชนพึงกระทำและค้นหาความจริงโดยแท้ บ้านเมืองวุ่นวายไปหมดแล้ว

ขอข้อมูลนิดหนึ่งค่ะ
เมื่อเช้านี้เพิ่งเข้าไปอ่านในเว็บหลวงตา  มีหนังสือแสดงเจตนาใชสิทธิถอดถอนบุคคล (ในที่นี้ถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม) ให้ download ด้วย แต่ไม่แน่ใจว่ากรอกแล้วจะส่งไปที่ไหน อย่างไร

มีความเห็นไหมคะ คุณโจโจ้

เลือกตั้งครั้งที่แล้วไม่ได้ไปใช้สิทธิ จะลงชื่อด้วยได้ไหมนี่

แล้วมีอะไรที่จะพอทำได้อีกไหมคะ
นายโจโจ้ 30/01/04 02:03:25 เอาแค่ช่วยกันตั้งคำถาม ค้นหาความจริง ทำทุกสิ่งให้ถูกต้องและไม่นิ่งดูดาย ก็คงเพียงพอแล้วครับคุณแอนนา และทุกท่าน จะไปลงชื่อหรือไม่ ก็สุดแท้แต่ความสะดวกของทุกท่านครับ
ake 30/01/04 02:11:33 http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=4719960152506

จากข่าวใน ผู้จัดการนี้ ดูเหมือนว่าคนเริ่มเข้าใจความจริงมากกว่าอาทิตย์ที่แล้วครับ

อาทิตย์ที่แล้วเห็นมีคนปรามาสหลวงตาประมาณ 70% จากข่าวในกระทู้หนึ่ง , จาก link นี้น่าจะเหลือประมาณ 30-40% ครับ (เริ่มสำนึกและตระหนัก)

สรุปแล้วเรื่องสื่อมีความสำคัญมากครับ พวกเราต้องช่วยกันเผยแพร่ข้อมูล ให้พวกเขาปกปิดไม่ได้ครับ

ขอเป็นตัวหารร่วมกับพี่โจ้ฮะ    
พัลวัน 30/01/04 02:51:40 ผมล่ะลุ้นให้คุณสนธิพูดออกอากาศคืนนี้จังเลย แต่ก็คิดว่าพูดนะ แต่จะถูกแบนหรือเปล่า อันนี้ไม่ทราบ เพราะปกติแล้วสิ่งที่ "เซ้าเสียงหลง" เขียนในวันศุกร์ มักจะถูกพูดโดยคุณสนธิในรายการ เมืองไทยรายสัปดาห์

เพราะหากคุณสนธิพูด จะทำให้คนไทยอีกส่วน ซึ่งไม่นิยมอ่านหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ ได้รับรู้ข้อมูลตรงนี้ และจะทำให้เกิดความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น ไม่ใช่ไปกังวลแต่ข่าวเรื่องไข้หวัดนกแต่ประการเดียว จนเป็นเหตุให้ฝ่ายกุมอำนาจรัฐ ดำเนินการลับๆ กรุยทางไปสู่เป้าหมายที่กลุ่มคณะของตนต้องการได้โดยง่าย
คนกวน 30/01/04 03:12:40 ผมอ่านหนังสือพิมพ์มติชน เมื่อเช้า  เค้าลงว่า สมเด็จท่านประชวรขนาดลงพระนามได้แค่ ส.เสือ กับ ด.เด็ก
คุณวิษณุ บอกว่าท่านประชวรขนาดหนักมากจึงควรที่จะตั้งผู้ทำหน้าที่แทน  แต่ถ้าพูดจริงๆ
วันก่อนก็เห็นภาพท่านเดินขึ้นอุโบสถ  มันก็ขัดกันบ้างนะครับ คนพอเดินได้ ทำไมจะเขียนหนังสือไม่ได้  อันนี้น่าสงสัย....
ว่าจับมือท่านเขียนหรือเปล่า?

แต่ยังไงผมก็ยังสงสัยอยู่ เรื่องของ  มส.  ถ้าสิ่งที่คุณวิษณุทำ มันไม่ดีจริงอย่างที่หลวงตาพูด หรือว่ามันผิด  ทำไมพระมหาเถระถึงยอมให้ผ่าน.....นั้นเป็นเรื่องใหญที่ไม่เข้าใจ

ถ้าผ่าน มส. ได้แสดงว่าท่านเหล่านั้นต้องพิจารณาอย่างดีแล้ว  จะมาอ้างว่าเสนอเป็นวาระจร แล้วพิจารณาไม่ละเอียด แล้วผ่านมติไป  หรือมัวแต่นั่งงง ทำนองนั้น  คงไม่ใช่วุฒิภาวะของพวกท่านมั้งครับ  ถ้ามหาเถระ ยอมให้ผ่านได้ ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของท่านเหล่านั้น เพราะนั้นเป็นอำนาจการปกครองสงฆ์ครับ

อีกอันที่อยากถามคือ  คุณลูกโยม  บอกว่า คนที่คัดค้านคือคนที่ไม่รู้ความจริง คนที่ไม่รู้ความจริงคือคนที่ไม่เข้าใจในธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่ควรเป็นชาวพุทธ  อันนี้ผมว่าพูดเกินไป  คนไม่รู้ความจริง นะใช่  แต่ก็ควรที่คุณจะอธิบายมากกว่าว่าเป็นอย่างไร  ที่ผมตั้งคำถามไปใครตอบได้ผมก็อาจจะเข้าไปร่วมด้วย  ถ้าจะประณามกันว่าไม่ใช่ชาวพุทธ มีแต่จะทะเลาะกัน  "ถ้าอยากได้พวก  อยากได้ความเชื่อใจ  ก็ต้องชี้แจงความจริงครับ"

ผมเองไม่ศิษย์หลวงตามหาบัว เพียงแค่เคยทำบุญกับท่าน กับอ่านหนังสือท่านบ้าง กับคำชี้แนะบางส่วนเท่านั้น  ไม่รู้หลงมาในเวบนี้ได้อย่างไรที่มีแต่กลุ่มลูกศิษย์หลวงตา  คงอาจทำให้ใครหลายคนเคืองบ้างก็ขอโทษละกันนา ครับ   เมื่อก่อนผมก้าวร้าวกว่านี้เยอะ
คนกวน 30/01/04 03:20:18 คุณพัลวัน
คุณสนธินี่ก็เป็นลูกศิษย์หลวงตาบัวนะครับ   คุณสนธินับถือพระอยู่ 2รูป คือ
1.หลวงตามหาบัว
2.หลวงปู่พุทธอิสระ  เท่าที่รู้นะครับ  เพราะว่าผมเคยไปเป็นสตาฟให้กับวัดอ้อน้อยอยู่พักหนึ่ง
พัลวัน 30/01/04 03:22:31 หากคุณคนกวน จะเข้าใจบรรยากาศที่ประชุม ที่มีแต่ยศศักดิ์ ก็จะเข้าใจ ว่าทำไมไม่คัดค้าน

หากเคยอ่าน ศปร. นะครับ จะทราบว่า คณะผู้บริหารของ แบงก์ชาติ ในสมัยก่อน เขาจะประชุมด้วยบรรยากาศอย่างไร จึงปล่อยให้มีการเข้าไปปกป้องเงินบาท ด้วยวิธีการที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยไม่มีการท้วงติงเลย แต่มากล่าวหาและเป็นแพะกันทีหลัง นี่ก็การประชุมของนักวิชาการที่ได้ชื่อว่าเป็นมันสมองของชาติ แต่พอมียศมีศักดิ์ การประชุมมันเลยเป็นแบบ "ไทยๆ" อย่างนี้ล่ะครับ
ศาลายายสู้ 30/01/04 03:27:29 การรวบรวมลายชื่อ ครั้งนี้
ณ ศาลาลุงชิน คงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ดูจากแกนนำ หลายๆเสียง
อย่าให้ต้องเป็นแบบเก่าๆ


 เข้าใจบ่อ


 
ป้ากู้ 30/01/04 07:49:14 ศาลายายสู้ หรือจะสู้ ศาลาป้ากู้  ป้ากู้คนนี้จะขอร่วมลงรายมือชื่อด้วยจ๊ะ ป้ากู้รักศาสนามากกว่ารักศาลานะจ๊ะ ป้ากู้นะไม่ใช่เปรตกู้ นะหลานๆ  
จัตตาโร 30/01/04 08:01:20 ขออนุญาต ขอโอกาส

1)  สมอง ฟังเรื่องต่างๆ  ก็ฟังไป   อ่านไป  ...แต่  อย่า เกิดอารมณ์ตาม   ....
รักษาศาสนา   รักษาที่"ใจ" ของเรา

2) นิยายจีน  เรื่อง  "ขันที"   ที่ชอบ แปลงราชโองการ  เป็นเรื่องที่ สนุกมาก
...ขันทีหนุ่ม   ก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  จากตำแหน่ง กิ๊กก็อก  มาร่วมวงกับ คนอื่นๆ ได้ไง
น่า ติดตาม
....โองการ สอดไส้ ....แต่งตั้ง....เพื่อผลประโยชน์ ...
อ่าน สามก๊ก   ตอน "ปราบสิบขันที"
อ่าน จิ๋นซีฮ่องเต้...   เรื่อง อำมาตย์เหว่ย

3) การมีปัญหาต่างๆ ....ต้องดูว่าใครได้ผลประโยชน์....คนที่เสียผล ประโยชน์ คือ ใคร
......ใครเป็น  หุ่น   ใครเป็น ตัวป่วน    ใครเป็น เตียวหุย( ฟังไม่ได้ศัพท์ จับมาโกรธ  หุนหันยกทัพออกมา)    ใครโดนจ้างมา  ฯลฯ
    ....ใคร รวยเพราะ ขายข่าว
      ....ใคร กลบเรื่องอื่นๆ ให้ซาลง  ...
งานนี้ สนุกกว่า สามก๊ก  
และ ดู "จิต" ของเรา  สนุกด้วยครับ

นายโจโจ้ 30/01/04 08:11:53 ข้อสังเกตล่าสุด

-ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ใน www.yuwasong.com หายไปเฉยๆ เรียกดูไม่ได้ จากเดิมที่เรียกดูได้

-แทบไม่มีข่าวเรื่องนี้ปรากฏเลย

-สื่อมวลชนแต่ละแหล่งให้ข่าวขัดแย้งกัน บางแห่งยืนยันการประชุมพระที่วัดกกสะทอน จังหวัดอุดรธานี แต่บางแห่งยืนยันว่าไม่มี ชวนให้คิดว่ามีเลศนัยครับ เป็นท่าน ท่านจะสงสัยฝ่ายไหนครับ ที่บอกว่ามีและมีเนื้อข่าว หรือกลุ่มที่ยืนยันว่าไม่มี?

กอบ 30/01/04 10:32:32 " ศาสนาทางมิจฉาทิฐิ ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์ คนที่โง่เขลาจะถูกจูงไปอย่างโคและกระบือ ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย"

โอวาทของหลวงปุ่มั่น ท่าจะเป็นจริง ครับ พี่โจโจ้
แช่อิ่ม 30/01/04 11:02:42 ขอคัดค้านการแต่งตั้งผู้ทำการแทนสมเด็จพระสังฆราช และสนับสนุนคุณทองก้อน อย่าเต็มกำลัง ตามประสงค์ของหลวงตา

ขณะนี้มีการให้ข่าวว่า สมเด็จท่านรับทราบการแต่งตั้งแล้ว แต่มีคนมาอ้างว่าท่านทรงเห็นด้วย
yoyo 31/01/04 01:31:39
==== ยังไม่แน่ใจเรื่องอะไรเลย รับฟังต่อไป  =====
==== แต่ว่า ถ้าเป็นจริง ก็ อยากจะบอกว่าดังนี้ ====

ตอนนี้ผมแค่กังวลว่า  

ตอนนี้ ไก่ครับ ต่อไปอาจจะคน  
ระวังนะครับ

ถ้าแก้ไข ทัน เราคงโชคดี  
จะแห่หรือสวด ก็อาจจะช่วยได้บ้าง
แต่ความสงบของธรรมวินัยน่าจะช่วยได้ดี  

กรรมใดใครก่อไว้ ย่อมมีผล
แต่ถ้ากรรมใหญ่มากๆ ก็ช่วยกันรับ

ถ้าใหญ่มากๆๆ ก็ต้องมีผลกระทบมากๆหน่อยละครับ
แบ่งกันไป นั่นแหละครับ
จะบอกว่า ฉันไม่เกี่ยวก็คงไม่ได้ครับ
เพราะก็อาศัย บารมีของที่นี่มาตั้งนานแล้ว  

คล้ายกับเดิม เรามีเครื่องค้ำพยุงไว้  
อยู่ได้ดี
วันหนึ่งเราก็คิดจะทำอะไรไม่รู้ คิดยกเครื่องใหม่
ก็ต้อง เหนื่อยกันหน่อยละครับ  

ใครเคยเห็นงานก่อสร้างทาง
คิดว่า ศาสนานี้ ก่อร่างมานานที่นี่เท่าไรแล้ว ป้องกันชาติมาเท่าไร
ถ้า มีการปรับปรุง ก็คงเหมือน ถนนที่ปรับเปลี่ยน
แต่ถ้า มีการ เปลี่ยนฐานราก คง
ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ  
ดู ที่ผิดหน้าการจราจร สิครับ ทั้งขุด ทั้งเจาะ  

มีโครงสร้างเก่า พยุงอยู่แล้ว ดีอยู่แล้ว
ถ้าคิดว่าของใหม่ดีกว่า
ก็ต้องรื้อ
ปัญหาคือว่า
บางอย่างก็รื้อได้
แต่บางอย่าง รื้อแล้ว กระทบทั้งหมด  

เราก็แค่ มดตัวเล็กๆ  หรือคราวนี้ผมจะมั่วอีก
เพราะมั่วมาหลายทีแล้วครับ


=== ผมยังไม่สรุปอะไรซักอย่างครับ ยังรับฟังข้อมูลต่อไป ====
yoyo 31/01/04 01:35:56 ถ้าแก้ไขทัน คงไม่เป็นไรหรอกครับ  :)

ไม่ทราบสังเกตุบ้างไหม
ผมไม่ค่อยอยากพูดเรื่องไม่ดี
แต่ ถ้าไม่พูด ก็กลัวจะไม่ดีกว่า  
ก็เลย ต้องพูด  ( พิมพ์ )  
พัลวัน 31/01/04 04:13:04 เวลาที่มีปัญหาเกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะสังคมของชาวพุทธ ของพุทธบริษัท ชาวพุทธบางพวกชอบยกคำกล่าวขึ้นมาอ้างเพื่อสนับสนุนตนเองที่จะอยู่เฉยๆ หรือเพื่อประณามบุคคลที่ไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์ที่น่าอดสูผ่านไปเฉยๆ มีอยู่ 2 เรื่อง คือ
1. หลักไตรลักษณ์
2. หลักกรรม

หลักไตรลักษณ์นั้น บ้างก็ยกในเรื่องของอนิจจัง คือ ไม่เที่ยง แต่ยกมาในลักษณะ "ไม่แน่นอน" หรือก็อาจจะยกในลักษณะ "ต้องเปลี่ยนแปลง" บ้างก็ยกในเรื่องอนัตตา คือ "ต้องไม่ยึดมั่นถือมั่น"

ในความเป็นจริงแล้ว พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เราเป็นคนที่ "ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ" จนเมื่อเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องปลงเป็นอนิจจังไปหมด และไม่ได้สอนให้เราต้องทอดธุระทั้งหมด เกิดอะไรขึ้นก็ไม่ต้องไปทำอะไรเพราะต้องปล่อยวาง เพราะต้องปฏิเสธการรับเป็นธุระ

แต่เพราะพระพุทธศานาสอนเรื่อง อิทัปปัจจยาตา ปฏิจจสมุปบาทด้วย ดังนั้นจึงรู้อีกว่า สิ่งต่างๆ(ที่เป็นสังขารธรรม หรือสังขตธรรม) ย่อมเป็นไปตามเหตุและปัจจัย มีเหตุมีปัจจัยจึงเกิดขึ้น สิ้นเหตุสิ้นปัจจัยก็ดับลง ดังนั้น หากถือหลักอนิจจัง ก็ต้องถือหลักอนิจจังในลักษณะที่ต้องมีการพิจารณาแยกแยะด้วยว่า จะปล่อยให้สิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงหรือดับไป หรือจะรักษา(ด้วยการสร้างเหตุและปัจจัยใหม่ ไปเสริมให้สิ่งนั้นๆยังคงปรากฎอยู่ ตามทัศนะของคนทั่วไป) แต่บางคนกลับบอกว่า การที่เข้าไป "รักษา-maintain" นั้น เป็นเรื่องของคนที่มีความยึดมั่นถือมั่น โดยไม่ได้พิจารณาว่า เขาเหล่านั้นเข้าไปรักษาอะไร ก็เป็นการ "วิพากษ์" โดยไม่ใช้ปัญญา ดังนั้นโอกาสผิด โอกาสถูก ก็มีมากพอกัน

หากชาวพุทธวางใจลงในหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อย่างไม่ใช้ปัญญา เราเองก็ต้องตกอยู่ในวังวนของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อยู่ร่ำไป ความเศร้าโศกรำพันและหยาดน้ำตา ก็ต้องหลั่งไหลกันต่อไป เพราะเหตุที่ไม่ใช่ปัญญาแยกแยะว่า สิ่งใดถูก สิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรสนับสนุน สิ่งใดไม่ถูก สิ่งใดไม่ควรทำ สิ่งใดไม่ควรสนับสนุน

ยิ่งหลักของกรรมยิ่งแล้วไปกันใหญ่ ส่วนใหญ่มักจะอ้างเรื่องของ กรรมใครกรรมมัน เพราะฉะนั้นฉันไม่ยุ่งด้วย ใครทำไปก็รับผลของกรรมอันนั้นเอง โดยหารู้ไม่ว่ากรรมของตนคือการตัดสินใจดังเช่นที่ว่านั้น ก็ย่อมทำให้ตนเองได้รับผลของกรรม คือ การวางเฉยในธุระที่ควรทำด้วย เช่น หากตนขาดวิบากของอกุศลกรรมสนับสนุน ล้มป่วยลง และวิบากของการวางเฉยใน ในธุระที่ควรทำเข้ามาแทรกแซง จะทำให้ตนเองต้องนอนป่วยโดยขาดคนสนใจดูแล หรือปล่อยทิ้งให้นอนป่วยเหมือนสุนัขข้างถนน ก็เป็นได้

ในเรื่องการแต่งตั้งพระสังฆราชในครั้งนี้ หากจะทำไปเพื่อเจตนาบริสุทธิ์ (ไม่ทำไปตามกฎหมายในข้อซึ่งตนเองได้แอบยัดไส้เอาไว้) ก็จะต้องทำในลักษณะที่สุภาพ อ่อนน้อม ก็ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชได้รับการสถาปนาจากพระมหากษัตริย์ หากจะให้ผู้อื่นมาเป็นแทน ก็ต้องกราบบังคมทูลเสียก่อน หรือหากจะไม่ทำเช่นนั้น ก็ต้องให้สมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งผู้รักษาการแทนพระองค์ ก็สิ้นเรื่อง แต่นี่ไม่ทำทั้งสองประการ

จะบอกว่าพระองค์ไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ก็น่าสงสัยอยู่ เพราะเหตุว่า ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน สมเด็จพระสังฆราชยังสามารถที่จะลงอุโบสถ ร่วมในการสวดปาฏิโมกข์ได้

หรือหลังจากมีเหตุการณ์อันน่าอัปยศนี้ ยังมีการทำหนังสือแจ้งสมเด็จพระสังฆราชเพื่อให้ทรงลงพระนามเห็นชอบได้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ดูเหมือนจะ "แก้เกี้ยว" มากกว่าที่จะเป็นการทำอย่าง "ตรงไปตรงมา"

ก็หากสมเด็จพระสังฆราชสามารถที่จะลงพระนามรับทราบได้ แล้วเหตุไฉนสมเด็จพระสังฆราชจะลงพระนามในการแต่งตั้งผู้รักษาการแทน

มีข่าวว่า มีการทำหนังสือดังกล่าวไปแล้ว แต่สมเด็จพระสังฆราชไม่ยอมลงพระนาม! จึงได้มีการใช้วิธี "ข่มขืนทางกฎหมาย" อาศัยช่องว่างที่ตนเองแอบใส่ไว้ในกฎหมาย นำมาใช้เพื่อให้ตนและพวกพ้อง ดำเนินการไปสำเร็จความประสงค์

แต่เมื่อมีเรื่องมีราว ก็พยายามหาวิธีการที่จะสยบฝ่ายที่ไม่ยอมรับให้ได้ แม้แต่การออกข่าวว่าสมเด็จพระสังฆราชได้ทรงรับทราบและลงพระนามไปแล้ว แต่การ "แก้เกี้ยว" ครั้งนี้ กลับไปฟ้องให้เห็นว่า ข้ออ้างที่ตนเองนำมาใช้ (เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงมิให้สมเด็จพระสังฆราชลงพระนามแต่งตั้งผู้รักษาการแทน) เป็นเรื่องที่ไม่เป็นจริง

แม้แต่เรื่องพระอาการประชวรก็ตาม ไม่มีข่าว ไม่ประกาศ มาจากคณะแพทย์ผู้รักษาเลย ทั้งๆที่ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะพุทธศาสนิกชนชาวไทยก็เคารพและรักในสมเด็จพระสังฆราชองค์นี้ไม่น้อย แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า เมื่อมีเรื่องมีราวแล้ว จึงจะมีแถลงการณ์ของของคณะแพทย์ ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามีแพทย์ท่านใดบ้าง เป็นคณะแพทย์ผู้ให้การรักษา นอกจากนี้แล้ว ในแถลงการณ์ดังกล่าว มิได้มีตรงจุดใดที่จะชี้ให้เห็นว่า สมเด็จพระสังฆราชจะทรงประชวรอย่างหนักจนกระทั่งไม่อาจทำหนังสือแต่งตั้งผู้รักษาการแทน แม้ว่าจะมีควา มพยายามที่จะแสดงด้วยข้อเท็จจริงเพื่อให้เข้าใจผิด ว่าสมเด็จพระสังฆราชป่วยมากจนกระทั่งต้องใส่ออกซิเจน ซึ่งหากผู้ใดอ่านข้อความไม่ละเอียด หรือเป็นการพูดปากต่อปาก ก็จะมีการพูดกันไปว่า สมเด็จพระสังฆราชป่วยหนักถึงกับต้องใส่ออกซิเจน ซึ่งคนทั่วไปจะรู้สึกว่า นี่เป็นอาการของคนป่วยที่อยู่ในห้อง ICU ซึ่งจริงๆแล้วการรักษาผู้ป่วยด้วยโรคชรา ที่อายุอยู่ในช่วง 90 ปี แพทย์ก็มักจะให้ออกซิเจนในเวลาหลับทั้งนั้น เพราะประสิทธิภาพของปอดไม่สู้คนหนุ่มสาวได้ ก็เท่านั้นเอง

เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่นอน นอกจากวิบากของอกุศลกรรมที่จะตามสนองผู้กระทำ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่ยังจะต้องพบกับ "กรรมใหม่" ที่ชาวพุทธผู้มีใจไม่ "ดูดาย" กับเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อขึ้น และไปส่งผลให้วิบากกรรมของเขา ต้องตามสนองอย่างรวดเร็วขึ้น เพราะจิตตกอยู่ในสภาวะของความหวาดกลัวในสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตน จนทำให้เป็นการเร่งปฎิกริยาดึงเอาวิบากอันหยาบช้ามาให้จิตและตัวเขาต้องรับไป

จะหลอกตัวเองไม่ได้หรอกครับ เพราะยิ่งหลอกตัวเอง ตัวเองก็ยิ่งร้อนรน ร้อนเหมือนดั่งตกอยู่ในไฟนรกทีเดียว...
LLL 31/01/04 05:47:18 มติคณะสงฆ์ไทย ไม่ยอมรับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม เพราะขัดต่อพระธรรมวินัย ขัดจารีตประเพณี และขัดกฎหมาย  จากการประชุมคณะสงฆ์ทั้ง ๒ นิกาย เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2547 เวลา13.00น. ณ วัดป่ากกสะทอน อ.เมือง จ.อุดรธานี  หน้าที่ 1 http://www.luangta.com/upload/voteP1.jpg และ หน้าที่ 2 http://www.luangta.com/upload/voteP2.jpg

หนังสือแสดงเจตนาใช้สิทธิถอดถอน นายวิษณุ เครืองาม ออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 303 และ 304 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 http://www.luangta.com/upload/form.doc

แบบฟอร์ม...ร่วมแสดงเจตนาลงรายชื่อพุทธบริษัทผู้คัดค้าน..ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม  http://www.luangta.com/upload/form2.doc

สามารถร่วมลงรายชื่อผ่านทางหน้าเว็ปไซต์ได้ที่นี่ http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=125

เปรียบเทียบ ร่าง พ.ร.บ.สงฆ์ฉบับมหาโจรปล้นพระพุทธศาสนา กับ ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  http://www.luangta.com/upload/compare.doc

 กราบอนุโมทนาในการร่วมถอดถอนคนเลวออกจากสังคมค่ะ
LLL อีกครั้ง 31/01/04 06:00:21 ขอย้ำ

ผลงานอัปยศ...ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ของนายวิษณุ  เครืองาม

พ.ศ.2535  ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการ ครม. (ในยุคอานันท์ ปันยารชุน) โดยนายวิษณุ เป็นผู้แก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา 7 เป็นผลให้มีการลิดรอนพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์  และแก้ไขมาตรา 10 (จนกลายเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงเรื่องการตั้งสังฆราช 2 พระองค์ในขณะนี้)

พ.ศ.2544    ดำรงตำแหน่งเลขาธิการครม.(ในยุค พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) นายวิษณุเป็นผู้ร่างพ.ร.บ.สงฆ์ฉบับมหาโจรปล้นพระพุทธศาสนาเพราะขัดธรรมวินัยอย่างรับไม่ได้

พ.ศ.2545   กระทั่ง 27 กุมภาพันธ์นายทองก้อน วงศ์สมุทรและคณะต้องรวบรวมรายชื่อประชาชน 611,852 รายชื่อส่งมอบให้ประธานรัฐสภา เพื่อมิให้นำร่าง พ.ร.บ.สงฆ์เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร 21 เมษายน  คณะสงฆ์ไทยจำนวนกว่า 5,000 รูป ประชุมที่วัดอโศการาม มีมติให้รัฐบาลถอนร่างพ.ร.บ.สงฆ์ฉบับมหาโจรปล้นพระ    พุทธศาสนาออกจากกระบวนการ และปรับโทษอาบัติ “สมเด็จเกี่ยว” ที่ใช้อำนาจมิชอบ    ในมส. ทำผิดต่อกิจของสงฆ์ด้วยการร่วมผลักดันพ.ร.บ.สงฆ์ฉบับนี้

พ.ศ.2545  3 ตุลาคม นายวิษณุดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลงานพระพุทธศาสนาประกาศที่พุทธมณฑลเมื่อ ธันวาคม 2545 ว่าจะผลักดัน พ.ร.บ.สงฆ์ฉบับมหาโจรปล้นพระพุทธศาสนา เข้าสภาฯ ให้ได้ จนเป็นเหตุให้
  26 มกราคม 2546  คณะสงฆ์ไทยนับหมื่นรูป ต้องออกมาประชุมที่วัดอโศการาม อีกครั้ง เพื่อลงมติปัดทิ้งร่างพ.ร.บ.สงฆ์ฉบับมหาโจรฯที่ดร.วิษณุผลักดัน โดยคณะสงฆ์พร้อมจะรักษาพระธรรมวินัยด้วยชีวิต

พ.ศ.2546    นายวิษณุสนับสนุนให้ มหาเถรสมาคมออกกฎมหาเถร 14 ข้อที่ขัดพระธรรมวินัย

พ.ศ.2546    นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายวิษณุ ในฐานะรองนายกฯ ด้านศาสนา เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานในนามของรัฐบาลเกี่ยวกับ “กฐินเพื่อชาติ” ของวัดป่าบ้านตาด
คณะทำงานกฐินฯ ได้มีการประชุมหารือร่วมกับฝ่ายรัฐบาลหลายครั้งเป็นเวลาหลายเดือนจนได้ข้อสรุปร่วมกัน และคณะทำงานกฐินฯ ได้ทำหนังสือเป็นทางการถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อจะได้นำข้อความของท่านบอกบุญในนามประธานกรรมการฯ
แต่เมื่อถึงวาระแจกจ่ายฎีกากฐินบอกบุญ นายวิษณุและคณะกลับตระบัดสัตย์ ใช้อุบายอันแยบยล ปกปิดเรื่อง ไม่รับรองเรื่องตามจริงกับนายกฯและจงใ จไม่ทำหนังสือตอบรับคณะทำงานกฐินฯตามที่ตกลงกันแล้วตามใบฎีกาตัวอย่างในที่ประชุม ทำให้เกิดความวุ่นวายและความสับสนในการออกใบฎีกากฐิน
   นายวิษณุและคณะซึ่งควรจะรีบดำเนินการออกหนังสือรับรองคณะทำงานถึงหลวงตาฯโดยเร็วกลับเมินเฉยและยังอ้างว่านายกรัฐมนตรีไม่รู้เรื่อง จนคณะทำงานฯ ต้องได้ติดต่อเป็นการภายในโดยตรงกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเพื่อตรวจสอบและแจ้งให้ทราบถึงความไม่ชอบมาพากลในการประสานงานครั้งนี้กับนายวิษณุและคณะ
เหตุการณ์บานปลายไม่มีความชัดเจนใดๆ จากนายวิษณุ จนหลวงตาฯ ถึงกับต้องออกหนังสือไม่ยอมรับการแจกจ่ายใบกฐินของคณะทำงานด้วยไม่ไว้ใจในการกระทำของนายวิษณุที่ล่อหลอกใช้เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องมือในการบ่อนทำลาย จนอาจทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างชาติศาสนาได้ เมื่อสายเกินแก้ไขนายวิษณุและคณะกลับเพิ่งจะทำหนังสือรับรองให้คณะทำงาน(10 ก.ย. 2546) ถึงวันงานกฐินจริง(11 ต.ค. 2546) เป็นสิ่งยืนยันความสัตย์จริงของคณะทำงาน นายกรัฐมนตรีในนามของประธานในพิธีได้มอบหมายอย่างเป็นทางการให้นายวิษณุมาแทน
   การกระทำของนายวิษณุครั้งนี้ เห็นได้ชัดเจนว่า มุ่งสร้างความสับสน แตกแยก ในการจัดงาน “กฐินเพื่อชาติ” ทำให้ประชาชนและข้าราชการเกิดความเข้าใจผิดต่อโครงการช่วยชาติฯ เป็นการทำลายโครงการช่วยชาติอย่างแนบเนียนที่สุด

พ.ศ.2546     กลางเดือนธันวาคม นายวิษณุจัดประชุมพระสงฆ์ที่ทำเนียบรัฐบาล  และเป็นผู้ปล่อยข่าวแบบมีวาระซ่อนเร้นว่า ขณะนี้มีอันตรายต่อพุทธศาสนาเพราะมีผู้ต้องการตั้งพระสังฆราช ๒ พระองค์

มกราคม 2547 นายวิษณุกลับกระทำการอัปมงคลนี้เสียเอง โดยใช้อำนาจป่าๆ เถื่อนๆ แต่งตั้งสังฆราชซ้อนขึ้นมาให้สับสน  และยึดอำนาจของสมเด็จพระสังฆราชที่ในหลวงทรงแต่งตั้งขึ้นแบบไม่มีความเคารพยำเกรงต่อพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราชและในหลวงแต่อย่างใดเลย  
นายวิษณุแต่งตั้ง “สมเด็จเกี่ยว” เป็นสังฆราชซ้อนขึ้นมา ทั้งที่คณะสงฆ์ไทยทั้ง ๒ นิกายทั่วประเทศ ไม่อาจยอมรับได้
(เพราะ “สมเด็จเกี่ยว” เคยใช้อำนาจโดยมิชอบในมส.ร่วมผลักดันพรบ.สงฆ์ฉบับมหาโจรฯ ด้วยความโลภโมโทสัน ทะยานอยากในลาภ ยศ สรรเสริญ ทำสิ่งที่ผิดต่อกิจของสงฆ์อย่างร้ายแรง แม้เตือนแล้วก็ไม่ฟัง จนคณะสงฆ์ไทยต้องออกมาปรับโทษอาบัติ “สมเด็จเกี่ยว” ตามหลักพระธรรมวินัย มิฉะนั้นแล้วอาจลุกลามเป็นความแตกแยกในสงฆ์ทั่วประเทศถึง “สังฆเภท” ได้)

พ.ศ.2547         นายวิษณุอาศัย พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ.2535 (ฉบับที่ตนเองเป็นผู้แก้ไขเองในยุคอานันท์) ออกประกาศแต่งตั้ง “สมเด็จเกี่ยว” วัดสระเกศ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช    เจตนาให้มีพระสังฆราชซ้อนกันถึงสองพระองค์ สร้างความสับสนวุ่นวายวิปริต อาเพศ ไปทั่วแผ่นดิน ด้วยการออกประกาศยึดอำนาจสมเด็จพระสังฆราชที่สถาปนาจากพระเจ้าอยู่หัว โดยไม่คำนึงว่าคำประกาศจะขัดต่อกฎหมาย ขัดจารีตประเพณี และขัดต่อพระธรรมวินัยหรือไม่…!!!
สมบูรณ์ ต. 31/01/04 06:22:04
           ชอบความคิดเห็นที่ 123 ของคุณพัลวัน  อย่างนี้ต้องขยาย  อย่างนี้ต้องขยาย  
... 31/01/04 07:53:42




 ผมทำตาม กฏหม_ย




architect 31/01/04 09:14:53 จากความคิดเห็นที่ 124 ผมมาใส่รูปให้แสดงที่นี่เลยครับ


รูปที่ 1


รูปที่ 2
listener 31/01/04 09:34:31 เข้าไปลงชื่อใน web หลวงตาแล้วครับ
นายโจโจ้ 31/01/04 11:01:03 กอบครับ ~ พี่ยังไม่พบส่วนใดในโอวาทของหลวงปู่มั่นที่ไม่เป็นจริงเลยครับ
ปางบุญ 31/01/04 11:15:00 บ้านเมืองกำลังเกิดอาเพทค่ะ เพราะคนในเมืองพุทธ กำลังย่ำยีศาสนา

คนมีธรรม มีพระพุทธองค์ ควรปลีกเวลา สวดมนต์ บทปริตร ทั้งหลาย
โดยเฉพาะบท
รัตนสุตตัง

สาธุ
... 1/02/04 12:18:52
รูปที่นำมาแสดงไม่เหมาะสมครับ


ผมทำตาม กฏหม_ย  
นายโจโจ้ 1/02/04 12:37:35 ถ้ารองนายกรัฐมนตรีจะยกความพอใจส่วนตนโดยไม่ใช่กฏหมาย ผมก็จะขอแสดงความเห็นส่วนตนโดยใช้ความรู้สึกของตนเป็นบรรทัดฐานโดยไม่มองกฏหมายเช่นเดียวกันว่า

รองนายกรัฐมนตรีผู้ออกประกาศแต่งตั้งรักษาการสังฆราชด้วยการตะแบงว่าทำตามกฏหมาย ทั้งที่ตามตัวอักษรแล้ว กฏหมายไม่ได้ให้อำนาจรัฐบาลในการแต่งตั้งตำแหน่งใดๆทางสงฆ์ ผู้กระทำเช่นนี้ได้ จะมีจิตใจเช่นใด และผู้ที่เขาประกาศแต่งตั้ง จะมีจิตใจเช่นใด รวมไปถึงผู้สนับสนุนทั้งกลุ่ม เช่นพระมหาโชว์ ผู้ประกาศทางวิทยุให้เผาโรงแรมรัตนโกสินทร์ ตลอดไปจนป้ายผ้าจากกลุ่มศิษย์วัดดังในเขตปทุมวันที่เปลี่ยนนามอันถูกขนานโดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณจาก "ทองก้อน" เป็น "ก้อนขี้" ได้ จากหลักฐานี้ ทั้งกลุ่มนี้พอจะหาคนดี จิตใจดีงาม สุภาพอ่อนน้อมได้สักคนหรือไม่

คนอย่างนี้หรือ จะมารักษาการสังฆราช? เพื่อก้าวขึ้นไปสู่การเป็นสังฆราชในอนาคต

ท่านเจ้าปกาศิตจากคลองหลวงครับ ตัวท่านเองมีจิตใจเช่นไร? ท่านหาคนดีกว่านี้เป็นลูกมือมิได้แล้วหรือ?
พัลวัน 1/02/04 07:02:22 ผมเอาไปโพสต์ที่ pantip.com ไว้ แต่กลัวว่าจะถูกลบ จึงขอเอามาไว้ที่นี่ด้วยครับ

===========================================
ความชอบธรรม ในการแต่งตั้ง(แทน)พระสังฆราช
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K2649767/K2649767.html

ผมเห็นว่ามีความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นเรื่อง "ความชอบธรรม ในการแต่งตั้งพระสังฆราช" ไปเป็นเรื่อง "ความจำเป็นที่จะต้องแต่งตั้งพระสังฆราช"

ได้อ่านข้อความในที่หลากหลาย ก็พบเห็นข้อความในทำนองว่า "สามารถแต่งตั้งผู้ทำงานแทนได้" เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งในแง่ของหลักการบริหารแล้ว ย่อมเป็นเช่นนั้นได้ หรือยิ่งไปกว่านั้นอีก บางท่านก็กล่าวในทำนองว่า "สามารถทำได้ตามกฎหมาย"

แต่ผมคิดว่า เราคงต้องมาพูดถึงความชอบธรรมในการแต่งตั้งพระสังฆราชด้วย

สมเด็จพระสังฆราช ทรงได้รับการสถาปนาจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นพระราชอำนาจของพระองค์มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลแล้ว แม้แต่ พรบ.สงฆ์ฉบับก่อน 2535 ก็ได้กำหนดเอาไว้ว่าให้พิจารณาโดยอาวุโส

แต่ใน พรบ.สงฆ์ 2535 กลับมาเพิ่มเติมคำว่า "โดยสมณศักดิ์" ทำให้เห็นว่า หากมีผู้มาบวชช้า แต่อยากเป็นแคนดิเดต ก็สามารถจะเร่ง "วุฒิภาวะ" ของตนเองได้ เพราะการตัดสิน จะกระทำโดย "วุฒิภาวะโดยสมณศักดิ์" ซึ่งการนับพรรษาเช่นนี้ ย่อมก่อให้เกิดการวิ่งเต้น ไม่แตกต่างอะไรกับที่เกิดขึ้นในวงราชการ ซึ่งก็ใช้วิธีการนับอาวุโสเช่นนี้ และเกิดภาวะ "วิ่งโดยฝุ่นตลบ" ทุกปี เพราะตนเองก็ต้องการใช้ "C" หรือ ตำแหน่งของตนเอง อยู่สูงกว่าเพื่อนๆ เพื่อสร้างโอกาสให้ตนเองได้เป็น "อธิบดี" ได้ง่าย หรือแม้แต่ "ปลัดกระทรวง" การวิ่งเต้นจึงต้องทำทุกปี ตั้งแต่เริ่มเข้าทำงาน

หากแต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นเรื่องการวิ่งเต้นเหล่านี้มาแต่แรก พระพุทธองค์จึงทรงวางหลักเรื่องอาวุโสเอาไว้ว่า ต้องนับอายุบวชเท่านั้น และกำหนดกฎ กติกา อื่นๆ เข้าสนับสนุนเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในหมู่สงฆ์ ไม่ต้องมีการวิ่งเต้นอะไรอีก เพราะพรรษาแบบนี้ "มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้" เริ่มนับแต่วันบวช ไม่ต้องพิจารณาอื่นๆอีก

การนับถือกัน ก็ว่ากันตามโดยอาวุโส ถึงขนาดว่า แม้หากเป็นพระอร หันต์แต่เพิ่งบวชไม่นาน ก็ยังต้องกราบหลวงตาแก่ๆที่ไม่บรรลุมรรคผลอะไรเลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องโลกๆอย่างเช่นสมณศักดิ์เช่นนี้หรอกครับ

แต่เดี๋ยวนี้ พระชั้นผู้น้อย(ตามสมณศักดิ์)ต้องแสดงความนบนอบพระชั้นผู้ใหญ่(ตามสมณศักดิ์)แม้ว่าตนเองจะมีอาวุโสพรรษามากกว่าก็ตาม

ก็เมื่อ พรบ.สงฆ์ฉบับปัจจุบัน สนับสนุนกันให้นับอาวุโสโดยสมณศักดิ์ สิ่งที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางหลักการเอาไว้เมื่อเกือบ 2600 ปี ก็เป็นอันเสื่อมทรามลงในประเทศไทย

และถามว่า ใครเป็นผู้ร่าง พรบ.สงฆ์ฉบับนี้ขึ้นมา ผมเองก็สงสัยอยู่นาน แต่หาหลักฐานไม่ได้ แต่ในช่วงนี้ "ผู้ร่วมร่าง" ก็ออกมารับ นั่นคือ นายวิษณุ เครืองาม และยังยอมรับด้วยว่า ในกฎหมายนั้นก็ยังเขียนเอาไว้สับสนในถ้อยคำ ถึงกับอ้างต่อมาว่า ทำให้ทำประกาศผิดพลาด จนต้องเติมคำว่า "แทน" ลงไป

พรบ.สงฆ์ฉบับนี้ เป็นฉบับแรกที่ได้เพิ่มเติมเรื่องการแต่งตั้งพระสังฆราช (หรือที่จริงต้องบอกว่า รักษาการณ์แทน แต่ในกฎหมายใช้คำว่า แต่งตั้งพระสังฆราช เมื่อพระสังฆราชองค์เดิมไม่สามารถปฎิบัติงานได้) โดยให้พระราชาคณะ หรือ มส. เป็นผู้คัดเลือก และประกาศแต่งตั้งเอง

เรื่องเหล่านี้ไม่เคยมีมาก่อนในราชอาณาจักรไทย เนื่องจากคนไทยโดยทั่วไปย่อมรู้กันอยู่แก่ใจว่า สมเด็จพระสังฆราชได้รับการสถาปนาโดยองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้นโดยธรรมเนียมแล้ว หากสมเด็จพระสังฆราชไม่สามารถที่จะทรงงานได้ และไม่แต่งตั้งผู้รักษาการแทนแล้ว ก็ต้องกราบบังคมทูลองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งก็เป็นจารีตประเพณีที่ควรรักษาเอาไว้

แต่ในกฎหมายฉบับนี้ ซึ่ง นายวิษณุ มีส่วนร่วมในการร่าง (เหมือนกับร่วมร่าง พรบ.สงฆ์ ฉบับหนังตะลุง ซึ่งพระมหาธีราจารย์ท่านกล่าวเอาไว้ และคว่ำไปแล้ว เพราะรัฐบาลไม่เอาด้วย ในปีก่อนหน้านี้) กลับเพิ่มเติมข้อนี้เข้ามา ขอถามว่า เพิ่มเติมเข้ามาด้วยจุดประสงค์ใดกัน


และนอกจากนี้ นายวิษณุก็เป็นคนเลือกใช้วิธีนี้ด้วย แทนที่จะเลือกกราบบังคมทูล

ไม่ทราบว่าทำอย่างนี้ เป็นเพราะตนเองคิดว่า มีความสามารถสูงมาก จนไม่ต้องของพระบรมราชวินิฉัยหรือเปล่า ???

หากใครจะอ้างความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย จนอยู่เหนือความชอบธรรม ผมก็ขอให้ช่วยพิจารณาด้วยครับ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นมา ในยุครสช. ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี

นายอานันท์ เป็นคริสต์ ย่อมไม่รู้เรื่องพระพุทธศาส นาอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องพระธรรมวินัย ซึ่งเป็นเรื่องที่หาคนที่เป็นฆราวาสรู้ได้น้อยอยู่แล้ว

จะถามถึง ครม. ก็คงไม่ต่างกัน บางคนยังอารธนาศีลไม่ได้ด้วยซ้ำไป ศีล 5 ก็ยังไล่ไม่ถูก

จะถามถึงสภา ก็คงไม่ต่างกับสภาในยุคเผด็จการอื่นๆ ที่มีหน้าที่เป็น "ตรายาง" เท่านั้น หาได้ทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างไรไม่ และอย่าลืมว่า ในสมัยของ รสช.นี้แหละที่เราได้เห็นการผ่านกฎหมายวันละกว่า 20 ฉบับ

แล้วจะถามถึง รสช.เอง ก็คงจะหวังในเรื่องนีได้ยาก จากการที่เราได้เห็นภาพ "คาวสวาท" ที่เผยแพร่ทางอีเมล์กันมาแล้ว ก็รู้ว่าไม่ได้ใส่ใจในเรื่องศีลเรื่องธรรม แน่นอน

หากว่า พรบ.สงฆ์ฉบับที่นายวิษณุร่วมร่างไม่มีปัญหาจริงๆ ก็คงไม่มีเรื่อง การเอาที่ดินของวัด-ธรณีสงฆ์ไปสร้างเป็นโบสถ์คริสต์-อิสลาม โดยอ้างความเท่าเทียมกันในการนับถือศาสนา ของสำนักงานพระพุทธศาสนา หรอกครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นในอีสาน หากสงสัย ถามไถ่จาก พระมหาถาวร เจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามได้ครับ

มาถึงบรรทัดนี้ ผมจึงขอถามว่า การแต่งตั้ง(แทน)พระสังฆราชในครั้งนี้ มีความชอบธรรมจริงหรือ?
... 1/02/04 08:41:21
รูปที่นำมาแสดงไม่เหมาะสมครับ
นักร่าง กฏหม_ย
นายโจโจ้ 1/02/04 10:15:07 ล่าสุด ขอให้ข้อมูลลอยๆเพิ่มไว้ว่า คนพาล เริ่มใช้ความพาลแล้ว

อย่าถามผมให้มากกว่านี้ เพราะผมจะไม่บอก แต่ให้รับรู้ว่า "พวกเขา" เริ่มใช้ความเป็นคนพาลของพวกเขากันแล้ว จากเดิมที่เพียงตะแบง ตลบแตลงและหยาบคาย

ผมไม่มีอะไรจะเรียกร้องจากผู้ใด มีเพียงพระธรรมเป็นเครื่องกำบัง ใครจะถอย ก็ถอยเถิดครับ ผมไม่

ถ้าทำเพื่อชาติ ทำเพื่อพระศาสนา ทำไมต้องพาล? รักพระศาสนาขนาดนั้นเชียวหรือ หรือรักอะไรกันครับ?
คนกวน 1/02/04 10:31:38 เท่าที่ติดตาม ข่าวจากสื่อ  (ยอมรับนะครับว่าไม่มีช่องทางอื่น ที่จะรู้ได้) มีเพียงกลุ่มศิษย์หลวงตาเท่านั้นที่คัดค้าน  พระจากที่อื่นๆก็ไม่ได้ร่วมด้วย  เช่น  พระพยอม ก็ไม่เห็นด้วย
หลวงพ่อปัญญา  ก็ไม่เห็นด้วยกับคนที่คัดค้าน

อยากลองถามพวกคุณ  ดูอีกครั้งครับ   "ว่าแน่ใจในข้อมูลที่คุณมีแล้วหรือครับ   คุณเอาความมั่นใจ ว่าข้อมูลของคุณถูกต้องแต่ฝ่ายเดียว  มาจากไหน?  เอาความศรัทธาเชื่อมั่นไปผูกไว้กับใครหรือเปล่าครับ"

ทุกคนก็รักพระศาสนานะครับ   อยากให้มันคงอยู่ไปตราบนานเท่านาน  ถึงแม้จะเป็นไปไม่ได้ก็ตามครับ


คนกวน 1/02/04 10:38:18 ไม่ถามคุณแล้วจะถามใคร ครับคุณโจโจ้

คุณรู้แล้วคุณไม่กล้าพูด ไม่อยากพูดไม่อยากบอก ขณะที่ช่องทางนี้เป็นช่องทางที่คุณสื่อสารได้ คุณไม่ทำ

แต่คุณกลับไปต่อว่าสื่อสารมวลชน  ว่าลำเอียงไม่เสนอข่าวอย่างเป็นธรรม
คุณน่าจะต้องถามตัวเองแล้วละครับว่า   คุณควรโทษใคร

ผมไม่รู้หรอกครับว่า สมาชิกในลานธรรมนี้มีใครรู้จักคุณเป็นการส่วนตัวมากหรือเปล่า  แต่ผมมั่นใจว่ามีสมาชิกอีกมากที่ไม่รู้จักว่า  นายโจโจ้ เป็นใคร?  
นายโจโจ้ 1/02/04 10:55:17 คุณคนกวน มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นของคุณครับ เลือกเชื่อสื่อ และเชื่อพระพยอม เชื่อตามๆกันไปเถิดครับ

ท่านพระพยอมนั้น ผมมิได้รู้จักกับท่านเป็นการส่วนตัว และนับถือท่านเพียงในฐานะพระนักพัฒนา มิใช่การภาวนา ซึ่งถ้าคุณคนกวนรู้จักกับสื่อเหล่านั้นดี รู้จักกับท่านพระพยอมดี เชื่อสิ่งที่คุณบริโภคจากสื่อ ก็ขอร่วมแสดงความยินดีกับคุณที่เลือกจะเชื่อตามนั้นครับ

การที่ผมไม่ชี้แจงกับคุณในขณะนี้ เพราะผมเห็นอย่างชัดเจนว่าคุณให้น้ำหนักกับสื่อและผู้มีชื่อเสียงโดยไม่มีใจเป็นกลางดังที่ผมแสดงไว้ในความเห็นแรกสุดที่กล่าวถึงคุณครับ และขณะนี้ก็ยังยืนยันคำเดิม

ด้วยเหตุดังกล่าว ผมจึงเห็นว่าเป็นการเปล่าประโยชน์ที่จะชี้แจงกับคุณในขณะนี้ครับ เว้นเสียแต่คุณจะเริ่มภาวนาอย่างจริงจังจนจิตคุณพ้นจากสภาวะนั้นมาก่อน คุณจึงจะอยู่ในสภาพที่ผมมีความสามารถที่จะชี้แจงได้ ในเวลานี้ ผมทำได้เพียงเท่านี้จริงๆ ไม่ใช่เลือกที่จะไม่ทำครับ

ถ้าผมเลือกที่จะไม่ชี้แจง ผมจะไม่เขียนยาวขนาดนี้กับคุณหรอกครับ

ให้ข้อมูลข้างเคียงนะครับ คุณไปตีความเองก็แล้วกัน

พระบางท่านที่ยังเป็นปุถุชน เคยกล่าวถึงหลวงตามหาบัวเมื่อมีผู้ไปสอบถามท่านว่าท่านเห็นอย่างไรกับหลวงตามหาบัว ท่านตอบว่า "โอ๊ย อยากดัง"

ส่วนพระบางท่าน แต่ก่อนก็ยังดีนะครับ แต่พอมีสมณศักดิ์เข้า ไม่เรียกท่านว่าเจ้าคุณ ท่านไม่หันมาตอบแล้วนะครับ ทำเป็นไม่ได้ยินซะอย่างนั้นเอง

ไม่ระบุหรอกครับว่าท่านไหนเป็นท่านไหน ตีความกันเอาเองละกันครับ
นายโจโจ้ 1/02/04 11:02:21 ใครจะรู้จักหรือไม่รู้จักผม ก็ไม่ใช่ประเด็นครับ ผมไม่ได้ทำเพื่อการนั้น ผมทำหน้าที่ของผมมากเท่าที่ผมสามารถทำได้แล้ว และผมเองก็ยังถูกจำกัดด้วยเหตุผลอีกหลายประการในฐานะที่ผมเป็นอยู่ซึ่งไม่สามารถชี้แจงได้เต็มปากนัก

ถ้าคุณอยากทราบ ก็ไปหาข้อมูลเองก็แล้วกันครับ ในขณะนี้ ปล่อยให้ผู้ที่เห็นเขาทำก็แล้วกันครับ ทุกคนก็ทำตามที่ตนเองเห็น เห็นอย่างไร ก็ทำแบบนั้นแล้วกันครับ ขอร่วมโมทนาด้วยทุกกรณี ไม่ว่าจะหันไปสนับสนุนฝ่ายท่านวิษณุ หรือสมเด็จเกี่ยวก็ตามที ขอให้เลือกตามที่คุณเห็นชอบ เห็นจริงโดยไม่เป็นการหลงไปตามสื่อ หลงไปตามผู้มีชื่อเสียง หลงไปตามความชอบ-ไม่ชอบของตนก็แล้วกัน
yoyo 1/02/04 11:13:37 ที่พึ่ง

ความรุ่งเรืองของโลก เป็นที่พึ่งของมนุษย์ทั้งหลาย

ธรรมและ จิตที่ฝึกดีแล้ว เป็นที่พึ่งของผู้ปฏิบัติธรรม  

ความสงบสุข เป็นที่พึ่งของความเจริญรุ่งเรืองของโลก

ธรรมและ จิตที่ฝึกดีแล้ว เป็นที่พึ่งของความสงบสุข  

ความสงบสุข เป็นที่พึ่งของ มนุษย์ทั้งหลาย


นายโจโจ้ 1/02/04 11:36:19 คุณคนกวนครับ

ข้อมูลที่คุณยกมาแสดงในการอ้างอิงที่คุณทำทุกครั้ง ถ้าไม่ใช่สื่อ ก็ผู้มีชื่อเสียง คุณพอเห็นไหมครับ ว่าเป็นการเปล่าประโยชน์ที่ผมจะตอบคำถามคุณ เพราะคุณจะให้น้ำหนักกับสื่อ และข่าวที่สื่อออกเกี่ยวกับความเห็นของผู้มีชื่อเสียงทั้งสิ้น ข้อมูลจากผมนั้น มีน้ำหนักไม่เกิน 20% ในใจคุณ ที่เหลือ คุณถูก dominate โดยสื่อและสิ่งที่สื่อนำเสนอเกี่ยวกับพระผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปเรียบร้อยแล้ว และสิ่งที่ผมเห็นมากับตาตัวเอง สื่อเองก็มีความคิดเห็นของตนเอง และได้เลือกนำเสนอข้อเท็จจริงเพียงบางส่วนอันเป็นการสนับสนุนสิ่งที่อยู่ในใจของนักข่าวผู้ไปเก็บข้อมูล คุณต้องเคยได้ยินแน่ๆ ว่า "Half Truth is Worse Than Lying" ซึ่งจากที่ผมไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหลายด้วยตนเอง ผมมองเห็นอย่างชัดเจนว่าสื่อหลายสื่อเหลือเกินที่ทำอย่างนั้น คือเสนอข้อเท็จจริงเพียงบางส่วน

ผมแสดงไปทั้งหมดเกือบสิบครั้งแล้วในกระทู้นี้ ว่าถ้าจะเชื่อได้ ต้องไปร่วมอยู่ในเหตุการณ์จริง พบเห็นด้วยตนเองเท่านั้น ซึ่งทำให้ผมเข้าใจคุณดี ว่าคุณไม่เคยมีโอกาสอย่างนั้น จนกว่าจะมีการชุมนุมครั้งใหม่ จึงเป็นการเปล่าประโยชน์ แม้ผมจะเขียนอีกร้อยความเห็นก็ตามที คุณก็จะยังไม่มีโอกาสได้ข้อมูลที่ทำให้คุณสามารถเห็นอย่างเป็นกลางได้ เพราะน้ำหนักของผมในใจคุณ มีไม่เกิน 20% เพราะคุณก็ไม่ได้รู้จักผมดีแบบที่หลายคนในนี้เขารู้จัก ก็ไม่มีอะไรน่าตำหนิเลยครับ และนอกจากนั้น ผมยังต้องขอบคณในคำชี้แนะของคุณ ที่ให้ข้อคิดเห็นว่าหลายคนในนี้ไม่ได้รู้จักผมแบบที่สมาชิกเก่าแก่ได้รู้จักกันมา แต่ก็ขอเรียนว่า ผมได้กระทำจนถึงที่สุด คือสุดข้อจำกัดจากฐานะของตัวผมในความพยายามจะชี้แจงเรื่องทั้งหมดนั้นแล้วจริงๆ

แอนนา 1/02/04 11:44:45 ขอเสนอดังนี้ค่ะ คุณคนกวน

ไม่ว่าใครจะเสนอความคิดอย่างไร คัดค้านหรือเห็นด้วย ไม่น่าจะเป็นประเด็นจะต้องถกเถียงกันในที่นี้เลย ข้อเท็จจริงต่างหากที่พุทธศาสนิกชนอย่างเราควรจะค้นหาและสอบถาม

เรื่องความถูกต้องสอดคล้องกับพระธรรมวินัยและจารีตประเพณีในการแต่งตั้ง (แทน) พระสังฆราช ณ ขณะนี้  ถ้าเห็นว่าถูกต้องดีแล้วก็ควรจะชี้แจงให้ชัดเจน ไม่ใช่จะมาโจมตีตัวบุคคลกันอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้

กอบ 1/02/04 11:52:57 ไว้มีการชุมนุมครั้งหน้า และไม่ตรงกับวันทำงาน จะพยายามไปให้ได้ครับ พี่โจโจ้
ผมอยากเห็นข้อเท็จจริง แบบที่พี่โจโจ้เจอเหมือนกันครับ
non 1/02/04 12:34:16 ข้อเท็จจริง-ข้อกฎหมายประกาศแต่งตั้ง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

   http://www.luangta.com/upload/02_24-1-47.doc

คนกวน 1/02/04 07:20:54 เพิ่งกลับมาครับ   2กระทู้ 2อารมณ์เลยนะครับ  จริงๆแล้วผมก็บอกอยู่แล้วว่าผมไม่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านใครใดๆ  เพียงแต่ สงสัยแล้วก็สอบถามกันไปตามภาษา

แล้วจริงๆในความเห็นที่137 ผมก็บอกอยู่แล้วว่า ผมไม่มีช่องทางที่รับรู้ข้อมูลจากช่องทางอื่น นอกจากสื่อสารมวลชน คือหนังสือพิมพ์  ผมถึงบอกในความเห็นที่138 ให้คุณพูดไงครับ แทนที่จะให้ผมเดาเอาเอง

ถ้าพูดเรื่องพระเรื่องเจ้า  ผมเองไม่เคยไปกราบ ทั้ง พระพยอม และ หลวงพ่อปัญญา
แต่ผมเองเคยไปกราบหลวงตามหาบัว  มาถึง3ครั้ง  และเคยโดนท่าน ดักใจผมก็2ครั้ง

มีครั้งหนึ่งถ้าจำไม่ผิด สงกรานต์ปีที่แล้ว ที่มีการมอบทองคำที่สวนแสงธรรม  ผมเองได้พบท่านครั้งที่2( หลังจากครั้งแรกเมื่อเกือบ10ปีที่แล้ว ที่วัดบ้านตาด) เพื่อนบอกว่า ตอนสัก6โมงเย็น ท่านจะเทศน์ให้ฟังเป็นกลุ่มที่กุฎิ  ผมก็รอฟัง  พอฟังไปเรื่อยๆ สักครึ่งชั่วโมง  ผมก็สงสัยในใจ คิดขึ้นมาว่า " หลวงตาว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์  จริงเหรอ"

คุณโจโจ้  รู้ไหม ท่านตอบออกมาเลยครับ  " แก่ขนาดนี้ จนจะตายอยู่แล้ว  เราจะมาโกหก ทำไม"   แล้วท่านก็เมตตาสอนผมอีกหลายเรื่อง ผมฟังกับคนทั้งนอกชาน แต่รู้สึกโดนเต็มๆ

แต่แค่นี้ไม่พอหรอกครับ  ที่จะพิสูจน์ว่าท่านเป็นพระอรหันต์  เพราะว่าในสายโพธิสัตว์ วิชาทั่วไปในขั้นโลกียภูมิ ก็ทำได้ ผมโดนมาบ่อย  ผมถึงบอกไงครับ  ผมขอพิสูจน์เองด้วยความสามารถของผม ถ้าทำไม่ได้ ก็ถือว่าไม่มีบุญวาสนาพอครับ

ถ้าจะว่าไปกับพระสงฆ์ทั้งหมดที่ผมกล่าวมา  หรือพระที่คุณว่า ดังๆนะครับ  ทั้งสมเด็จเกี่ยว ผมเองกลับไม่เคยพบเลยด้วยซ้ำ  คงไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่ต้องเชียร์หรือเชื่อ
แล้วผมก็ไม่ได้ให้น้ำหนักกับข่าวจากสื่อมากเกินไป ด้วยครับ ไม่แน่นะถ้าคุณพูดมาผมอาจเชื่อคุณก็ได้  แต่คุณคงไม่พูดเพราะคุณบอกแล้วใช่ไหมครับ ว่าพูดได้แค่นี้

ขอบคุณครับ.........


คุณแอนนาครับ  ผมเองไม่ได้เถียงกับใครเลยนะครับ  ผมเพียงแต่ตั้งคำถาม (ที่น่าจะมีคำตอบ)  และที่อาจจะดูเหมือนเป็นการถกเถียง ก็เพราะ ผมบอกว่า  ผมไม่ใช่กลุ่มลูกศิษย์หลวงตา  เลยไม่ได้รับรู้ข้อมูลทั้ง2ทาง เท่านั้นครับ
 
โชติปาละ 1/02/04 10:20:08 คุณโจโจ้
         ผมขอสวัสดี เราเคยพบกันแล้ว ผมขออภัยที่ในคราวนั้น ผมไม่ยอมพูดคุยด้วย แต่ผมก็รู้ว่า คุณโจโจ้เป็นคนน่าคบ เป็นเพื่อนมากครับ และผมรู้สึกชื่นชมคุณโจโจ้ด้วย
          ผมได้คุยกับพระที่ไปงานประชุมที่วัดกกสะทอนมาแล้วครับ ผมขอยืนยันอีกคนครับว่า มีการประชุมจริง พระเถระระดับพ่อแม่ครูอาจารย์ประมาณ 10 กว่ารูป รวมกับพระกรรมฐานสายพระป่าอีก ประมาณ 590 กว่ารูป นั่งกันสองชั้นครับ มีวีซีดี บันทึกภาพไว้ด้วย ซึ่งผมขอมาเพื่อยืนยัน  พระอาจารย์รูปที่ไปประชุมนั้น โทรศัพท์ไปขอถึงวัดป่าบ้านตาดให้เลย ได้คำตอบจากพระอาจารย์ที่ติดตามหลวงตามหาบัว( ขออภัยที่ไม่เอ่ยนามพระ ) ว่า จัดส่งมาให้คุณโจโจ้แล้ว ผมจึงบอกท่านว่า งั้นไม่เป็นปัญหาแล้วครับ ถ้าคุณโจโจ้ไม่ได้รับ แจ้งผมได้ครับ ผมจะติดต่อพระอีกครั้งขอมาให้ครับ
       
เรียนคุณคนกวน
        ก่อนอื่นสวัสดีครับ ไม่ได้คุยกันนาน ที่ผมกล่าวเช่นนั้น เพราะผมรู้จากพระที่เป็นชั้นปกครองด้วย จึงกล้ากล่าวครับ เรื่องจริงเป็นเช่นไร ก็ต้องกล่าวเช่นนั้นครับ คงเข้าใจผม
           ถ้าผมอยากรู้ความเคลื่อนไหวของฝ่ายสนับสนุนการแต่งตั้งครั้งนี้ ไม่ยากเกินความสามารถของผม เพียงแต่ไม่อยากทำ อย่างน้อยก็เป็นการให้เกียรติ และสำนึกบุญคุณของพระรูปนั้นที่ผมเคยใช้เป็นสถานที่ฝึกกรรมฐานครับ
           ผมรู้แม้นกระทั้ง ผู้หญิงที่แอบเข้าไปสืบข่าวในสวนแสงธรรมแล้วไม่กล้าพบหลวงตามหาบัว รีบหนีออกมานั้น ผมรู้ด้วยว่า เธอทำอาชีพอะไร เป็นลูกศิษย์ใคร ใครเป็นผู้ส่งเข้าด้วย รูปร่างหน้าตาอย่างไร น้ำเสียงอย่างไร จิตใจเป็นอย่างไรด้วย

ในส่วนนี้  บอกแก่ผู้อ่านครับ
        ที่ผมออกมากล่าวนี้ เพื่อให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ธรรมและวินัยนี้จะเป็นศาสดาของเธอ  ดังนั้น ผู้ใดที่เปลี่ยนวินัย ข้อบังคับของสงฆ์ ผู้นั้นได้เปลี่ยนศาสดาไปแล้ว
       อีกอย่างการตั้งแต่งพระสังฆราชนั้น โดยประเพณีแต่โบราณ พระมหากษัตริย์เป็นผู้ประกาศลงพระนามครับ และยิ่งพระมหากษัตริย์องค์นี้ น่าเคารพยิ่งนัก ให้พระองค์ทรงเป็นผู้คัดเลือก ลงพระนามเองดีแล้ว
          สมเด็จพระสังฆราช ญาณสังวร องค์ปัจจุบันนี้ ในหลวงองค์ปัจจุบันก็เป็นผู้แต่งตั้งครับ เป็นผู้เลือกเอง จากที่มีผู้เสนอเข้า 2 - 3 สมเด็จด้วยกัน แต่พระองค์ทรงเลือกพระสังฆราชองค์นี้ที่มีพรรษาน้อยกว่าสมเด็จองค์อื่นที่เสนอในคราวนั้นด้วย
         และผมก็ซาบซึ่งในพระปรีชาญาณของพระองค์จริง ๆ ทรงเลือกได้เหมาะแล้ว สังฆราชที่พระองค์ทรงเลือกนั้นแตกฉานในธรรมยิ่งนัก หนังสือธรรมของสมเด็จพระสังฆราชองค์นี้แล้วแสดงหลักธรรมได้ลึกมาก และกล้าหาญที่จะกล่าวแย้งสิ่งใดที่ไม่ใช่ธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้า  
         
        และอีกอย่างพฤติกรรมของฝ่ายสนับสนุน พ. ร. บ.  สงฆ์นี้ ผมเห็นมาแล้ว จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมขอลาออกจากอาสาสมัครช่วยเหลือที่วัดแห่งหนึ่ง แถวปทุมวันด้วย
        ดังนั้น จึงไม่ใช่ เพราะผมรับรู้ข้อมูลเพียงที่เดียว แต่ลองคิดดูครับ คนที่รับรู้ข้อมูลทั้งสองที่ แล้วยอมเลือกที่จะสละออกจากที่เดิม ที่เคยมีครูบาอาจารย์สอนสมถะกรรมฐานแก่ตนไว้  ทั้งที่ตนก็มีความกตัญญูรู้ในคุณนั้น แต่ต้องทำเพื่อความถูกต้องนั้น แสดงว่า เขาต้องรู้อะไร ถึงออกมา ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องอีก จึงได้แต่ละเว้นไม่แสดงตนออกมาค้านมากนัก
        ผมคงบอกได้แต่เพียงแค่นี้ เพราะอย่างน้อย ก็ทดแทนคุณที่ตนได้เคยไปอยู่มา
อย่างที่พุทจพจน์มีไว้ครับ ผู้กล้า ย่อมทำในสิ่งที่ถูกต้อง และ ความกตัญญูก็เป็นเครื่องหมายของคนดี ผมจึงเลือกที่จะเป็น คนดีของพระพุทธเจ้า  และผู้กล้าของพระพุทธเจ้าครับ จึงบอกสิ่งที่เป็นเรื่องจริงในระดับที่บอกได้ให้พิจารณากัน
นายโจโจ้ 1/02/04 10:24:09 คุณคนกวนครับ

การที่คุณจะทุ่มเวลาไปพิสูจน์หลวงตาด้วยวิธีการทั่วไปทางโลกนั้น คุณจะไม่มีทางพิสูจน์ได้เลยครับ นอกจากคุณจะปฏิบัติจนเข้าถึงธรรมแท้ สัมผัสจิตสัมผัสใจเสียก่อน จากนั้น คุณจะรับรู้ได้ด้วยตนเอง เหมือนที่ผมรับรู้ภูมิธรรมของหลวงตาได้ด้วยใจเป็นครั้งแรกจนหมดข้อสงสัยในองค์ท่านโดยสิ้นเชิงโดยการเกาะลูกกรงหน้าต่างศาลาเฝ้าสังเกตท่านระหว่างการเทศน์ในงาน 100 วันหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ที่วัดป่าสาละวัน จังหวัดนครราชสีมาเมื่อปี 2542 ครับ

คุณเข้าใจที่ผมพยายามบอกไหมครับ? ถ้าคุณรู้ใจตนเอง คุณก็จะสามารถรู้ใจผู้อื่นได้ และเมื่อใจคุณสัมผัสกับหลวงตา บวกกับภาพที่คุณเห็นด้วยตาเนื้อ คุณก็จะเข้าใจได้เองว่า พระอริยเจ้านั้น ท่านแตกต่างจากปุถุชนหรือพระปุถุชนอย่างไร

ทางที่ผมรู้จัก มีทางเดียวจริงๆครับ ขออภัยที่ไม่รู้ทางอื่นครับ
นายโจโจ้ 1/02/04 11:12:18 มาแล้วครับ รูปการประชุมสงฆ์ที่วัดป่ากกสะทอน จังหวัดอุดรธานี


รูปที่ 1


รูปที่ 2
นายโจโจ้ 1/02/04 11:29:41 เรียนคุณโชติปาละ

ขอบพระคุณที่ติดต่อขอรูปให้ครับ ผมตั้งใจเก็บรูปไว้ รอดูและประเมินสถานการณ์ครับ จึงยังไม่นำขึ้นมาแสดงจนกว่าจะเห็นว่าเหมาะสมดีแล้ว

เรื่องพระท่านหนึ่งที่วัดแถวปทุมวันนั้น ผมเองก็รู้จักกันกับท่านมามากกว่าสิบปี ลุงผมเองก็เป็นผู้ใกล้ชิดท่านมาเป็นเวลานาน ครอบครัวเพื่อนสนิทก็ใกล้ชิดกับท่านมาเป็นเวลานาน ผมได้พบได้เห็นอะไรหลายอย่าง มีคำถามในใจมากมายตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกับท่าน มาจนถึงครั้งสุดท้ายที่ได้พบกับท่าน ก็ยังมีคำถาม และยิ่งเมื่อได้มารู้จักการภาวนา จึงได้รับรู้ด้วยตนเอง ว่าการเทศน์ของท่านเท่าที่ได้ยินมา ลงไม่ถึงใจครับ ยิ่งได้รับทราบข้อมูลในด้านอื่นๆของท่าน ก็ยิ่งปะติดปะต่อได้ ว่าอะไรเป็นอะไร

ผมเลือกที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง และเลือกที่จะเป็นคนไม่ดีในนิยามของคุณโชติปาละด้วยครับ ผมไม่ได้เกลียดท่าน แต่เลือกที่จะต่อต้านความไม่ถูกต้องในสิ่งที่ท่านกระทำครับ ไว้ถ้ามีโอกาสตอบแทนท่าน ก็จะตอบแทนครับ แต่ในเวลานี้ ทำสิ่งที่ถูกต้องก่อนก็แล้วกัน สิ่งดีๆไว้ว่ากันในภายหลังครับ ที่ต้องตอบแทนนั้น ต้องตอบแทนแน่ๆ แต่เวลานี้ เอาความถูกต้องนำหน้าไว้ก่อนเลย

คนกวน 2/02/04 08:54:42
สวัสดีครับ  


ขอบคุณครับทั้ง2คน ที่แนะนำผม
ผมถึงบอกไงครับว่าให้พวกคุณพูด   ถ้าคนที่รู้ไม่พูด เราจะเอาความจริงมาจากไหน?ครับ
พวกคุณก็คงจะต้องต่อสู้กันเพียงลำพังในกลุ่ม  มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกครับ
แถมข่าวที่ออกมาจากสื่อสารมวลชน  ก็จะเป็นแบบที่คุณเห็น และบอกว่าไม่เป็นธรรมนะครับ

คุณโจโจ้  เรื่องหลวงตา นะครับ  ผมเองคงไม่ได้ทุ่มเทเวลาอะไรมากมายหรอกครับ  สิ่งที่ผมพูดก็หมายถึงการภาวนานะครับ  แต่อย่างที่เคยเกริ่น นะครับ  ผมมันวาสนาน้อย  แถมยังทรนงตนเกินไป  แต่นั้นเป็นนิสัย  แก้ยากครับ  เค้าว่าพุทธภูมิก็เป็นกันยังนี้แทบทุกคน  ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่านะครับ  แต่เดาว่าคุณโชติปาลไม่น่าเป็นแบบผม  ส่วนคุณโจโจ้ คิดว่าเป็นอย่างไร  หรือว่าเป็นอัตตาส่วนตน

ถ้าคุณโจโจ้ว่าง  เราไปหาหลวงตาด้วยกันไหมครับ   ผมเองจะได้ลองทำตามที่คุณบอกด้วยไงครับ   ไม่ใช่ล่วงเกินครูบาอาจารย์นะครับ  พอเสร็จก็ขอขมาครับ

ผมเองยอมรับนะครับว่า เวลาที่ฟังท่านเทศน์  รู้สึกว่าได้รับความเมตตา ความเย็น ถึงจิตถึงใจ   แต่   คุณแห่งพระอรหัต   ย่อมไม่มีประมาณครับ  ก็ต้องลองทดสอบดูหลายๆแง่มุม

อีกอย่างที่ผมพยายามบอกคือ  ใช่ว่าพระอรหันต์ จะหยั่งรู้ ไปเสียทุกเรื่อง  ดังนั้นการเคลื่อนไหวของกลุ่ม ถ้าไม่มีข้อมูลอ้างอิง   สิ่งที่คนจะคิดก็คือ  เคลื่อนไหวตามคำสั่งหรือความศรัทธาใน องค์หลวงตา ครับ
นายโจโจ้ 2/02/04 09:08:45 เรียนคุณคนกวน

ยินดีครับ ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ ไปด้วยกันเลย แต่รับประกันว่า ไปนั่งดูท่านแบบนั่น มีแต่จะถูกด่าเปิงออกมาครับ ไม่ใช่กิจที่ควรทำไม่ว่าในแง่ใดๆ อย่างคราวแรกที่ท่านไม่ด่าผมเข้าให้ ก็เพราะท่านกำลังเทศน์ คนเป็นพันนั่งอัดกันแน่นในศาลา แถมเกาะลูกกรงรอบศาลาอีกหลายร้อยครับ แน่นขนัดทีเดียว

คุณคนกวนครับ แม้พระอรหันต์จะไม่หยั่งรู้ไปเสียทุกเรื่อง แต่ก็พ้นโลกียวิสัยไปแล้วโดยสิ้นเชิง จึงไม่ใช่วิสัยของผู้มีกิเลสที่จะเอากิเลสไปวัดประเมินท่าน ผู้ที่จะตำหนิพระอรหันต์ได้นั้น มีเพียงพระศาสดาเท่านั้นครับ

พระอรหันต์ในสมัยพุทธกาลที่ยังไม่มีพระวินัยกำกับ กับพระอรหันต์ที่มีพระวินัยกำกับอย่างเพรียบพร้อมเช่นนี้ หาไม่ได้ง่ายๆครับ ถ้ามัวแต่พิสูจน์ ผู้ที่เสียประโยชน์คือคุณคนกวนเองเท่านั้นครับ ไม่มีใครเสียโอกาสมากเท่าคุณอีกแล้วกับการที่คุณสงสัยหลวงตา

ผมบอกอย่างนี้ดีกว่าครับ แม้กระทั่งการคิดว่าพระอนาคามีท่านนี้สงสัยจะคิดผิด สงสัยจะทำผิด กรรมที่สะท้อนมา ก็เพียงพอที่จะทำให้ปฏิบัติแล้วไม่เกิดความก้าวหน้า เพราะจิตจะฟุ้งซ่านจนรวมไม่ได้ ไม่เกิดความเห็นชัดแล้ว

คนโบราณที่รู้เรื่องพระเรื่องเจ้าดี จึงบอกพูดกันว่า "ยอมเข้าใจผิดร้อยหนว่าเป็นพระอริยะแล้ว ดีกว่าไปจาบจ้วงเอาพระอริยเจ้าแท้แม้เพียงหนเดียว"

จึงขอสรุปว่า เป็นอัตตาของคุณคนกวนครับ จากความพยายามในการพิสูจน์ว่าข้าแน่ ข้ารู้ดี (กว่าพระอรหันต์) เป็นความพยายามพิสูจน์ตนเอง ที่เกิดจากความไม่รู้จักตนเอง จนต้องพยายามพิสูจน์ว่าข้ารู้ดี ครับผม ^_^ ผมเองก็เคยเป็นมาแล้ว โดนตบหน้าสั่งสอนแรงๆมาหลายทีแล้ว ถึงได้เริ่มเรียนรู้ครับ วิธีแก้ คือย้อนมาดู มาทำความรู้ คือรู้จักกับตัว (รู้ตัว) คือรู้จักตัวตนเองเรา จนไม่ต้องพิสูจน์อีก ซึ่งผมเริ่มปฏิบัติ และได้ผลแล้วครับ ประโยชน์ที่จะได้จากการน้อมเข้าไปดูใจตนเองในเบื้องต้น ก็คือการดูจนเห็น จนรู้ความสงสัย และละความสงสัย และเมื่อเห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปของความสงสัยซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็จะเกิดความหน่าย คลาย วางในความซ้ำซากนี้ จนมันเกิดน้อยลงและน้อยลงตามลำดับครับ
พัลวัน 2/02/04 09:52:13 สาธุครับ คุณ โชติปาละ

หากผมเคยล่วงเกินด้วย กาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ก็ขออโหสิกรรมครับ  
พัลวัน 2/02/04 09:54:16 ผมไป post ไว้ที่ pantip.com แต่กลัวถูกลบครับ จึงขอมาแปะเอาไว้ที่นี่ด้วยครับ

============================================

เล่ห์กล ล็อค 3 ชั้น ใน พรบ.สงฆ์ พ.ศ. 2535 และฉบับหนังตะลุง
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K2651091/K2651091.html

คนเราไม่ว่าจะทำอะไร ย่อมต้องมีเหตุ ส่วนเหตุนั้นจะฟังดูมีน้ำหนัก ฟังแล้วมีเหตุผล อย่างไร ก็แล้วแต่ใครจะวิเคราะห์ด้วยทัศนคติส่วนตน

อะไรคือสาเหตุที่ต้องเพิ่มเติมข้อกำหนดการนับอาวุโสพรรษา(ตามพระวินัย) มาเป็นอาวุโสโดยสมณศักดิ์ เป็นเรื่องที่น่าคิด แต่การกระทำนี้ ไม่มีใครแสวงหาคำตอบ เพราะว่าบ้านเมืองยังอยู่ในยุค รสช. ที่มีการปั่นป่วนกันไม่น้อย ทุกคนมองไปในประเด็นเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตย จึงไม่มีใครสนใจในประเด็นนี้

ด้วยความสามารถของสภา ซึ่งสามารถผ่านกฎหมายได้ถึงวันละราวๆ 20 ฉบับ ทำให้ พรบ.สงฆ์ฉบับนี้ได้อานิสงส์นี้ ผ่านออกมาด้วย โดยไม่แน่ใจว่า ผู้ที่ยกมือผ่านร่าง พรบ.ฉบับนี้ จะได้อ่านในเนื้อหาสาระหรือไม่ เรื่องอภิปรายก็คงไม่ต้องพูดถึง

ดังนั้น เราจะไปถามหาเหตุผลในการเพิ่มเติมเรื่องการแต่งตั้งพระสังฆราช ที่จากกฎหมายเดิมกำหนดให้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สถาปนาสมเด็จพระสังฆราชโดยพิจารณาอาวุโส เป็นอาวุโสโดยสมณศักดิ์ ก็คงจะยาก

แต่หลักกฎหมายก็บ่งบอกไว้ว่า การกระทำแสดงเจตนา

ก็กฎหมายฉบับนี้ยังได้เพิ่มเติมวิธีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชไว้อีกว่า มส.สามารถพิจารณาพระราชาคณะ และแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชได้เองอีกด้วย

ใครจะมาบอกว่า เป็นกรณีที่ต้องแต่งตั้งสังฆราชทำงานแทน หรือแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่แทนสังฆราชก็แล้วแต่ แต่ในกฎหมายวรรคนี้เขียนด้วยข้อความเอาไว้ชัดเจน ว่าแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งตามความหมายของกฎหมายก็คือ การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช จะมาอ้างว่า ข้อความในกฎหมาย พิมพ์ตกหล่นไป และ(ข้าพเจ้า)สามารถเปลี่ยนแปลงในประกาศเองได้ นั้นไม่ได้

ขอให้ลองพิจารณาดูก็แล้วกันครับ การจะขอเปลี่ยนแปลง แก้ไข เรื่องใดๆ หรือข้อความใดๆของกฎหมาย จักต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งต้องเริ่มตั้งแต่มีคณะผู้ร่างแก้ไข ต้องผ่าน ครม.(หากเสนอโดยรัฐบาล) ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับในวาระ 1 ต้องพิจารณากันถึง 3 วาระ ต้องผ่านวุฒิสภา และหากสภาทั้งสองมีความเห็นที่แตกต่างกัน ก็ต้องตั้งกรรมธิการร่วมทั้ง 2 สภา เพื่อให้ได้ข้อยุติ จึงจะนำเสนอทูลเกล้าฯ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

กระบวนการแก้ไขกฎหมายยืดยาวถึงเพียงนี้ และรวมถึงการลงพระปรมาภิไธยด้วย แต่กลับกลายเป็นไปในทำนองว่า "ข้าพเจ้าสามารถเพิ่มเติมข้อความลงในประกาศได้ เพราะกฎหมายเขียนเอาไว้ไม่ถูกต้อง"

และหากจะพลิกไปดูข้อความใน พรบ.ฉบับหนังตะลุง ตามที่เราทราบเอาไว้ว่า ได้มีการเขียนกำหนดเอาไว้ชัดเจนว่า องค์พระบาทสมเด็จะพระเจ้าอยู่หัว จะต้องสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชตามที่ มส.เสนอชื่อขึ้นไปเท่านั้น ไม่สามารถทรงสถาปนาผู้อื่นได้

เรื่องราวเหล่านี้ มีการผูกโยงมาจากเหตุการณ์ การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน พระญาณสังวร

หากใครมีอายุอยู่ในราวๆ 40 ปี ขึ้นไป ก็คงจะได้รับทราบปัญหาเรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชอย่างชัดเจน ในครั้งนั้นมีการเคลื่อนไหวหลากหลายประการ เพื่อที่จะให้มีการเลือกแคนดิเดต 2 องค์ในมส. ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช จนถึงกับมีการเคลื่อนไหวในเชิง "MOB" พระสงฆ์ด้วยซ้ำไป

ปัญหานั้นมีตั้งแต่ สมเด็จพระสังฆราชองค์ต่อไป (คือองค์ปัจจุบันนี้) จะต้องเป็น ธรรมยุติ หรือเป็น มหานิกาย

ความแตกแยกในครั้งนั้น สร้างแผลบาดลึกพอสมควร ถึงขนาดที่ทุกวันนี้ พระมหานิกาย กับพระธรรมยุติ ก็ยังไม่สามารถกลมกลืนกันได้สนิทเสียทีเดียว

องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัย ยุติความขัดแย้งในเรื่องของการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช โดยทรงไม่เลือกฝ่ายใดเลย แต่ทรงสถาปนาพระญาณสังวรขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทำให้ทั้งสองฝ่ายนั้นพูดไม่ออก เนื่องเพราะพระญารสังวรท่านเป็นพระเถระที่สงบ พูดน้อย และไม่อยู่ในข้างไหนทั้งสิ้น

จากบทเรียนครั้งนี้ ทำให้ผู้ที่ปราถนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชได้รับบทเรียนอันแสนจะเจ็บแสบ และรอคอยโอกาสที่จะสร้างเงื่อนไข หรือวิธีการรองรับ อันไม่เป็นเหตุให้ตนเองต้อง "วืด" อีก

เรื่องแรกสุด ต้องไม่ให้พระบรมราชวินิจฉัยมาขัดขวางมิให้ตนได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชอีก จึงได้มีการเพิ่ม "อาวุโสโดยสมณศักดิ์" ลงไป เพื่อ "จำกัดขอบเขต" ไม่ให้ไปพ้นตนเอง แต่เนื่องจากว่าในห้วงเวลานั้นยังไม่กล้าถึงขนาดที่จะใส่คำว่า "อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์" ลงไป เพราะว่าจะแสดงเจตนาชัดเจนเกินไป กลัวเกิดกระแสต่อต้าน จึงต้องขยับแค่นี้ก่อน เพื่อให้แผนการยังสามารถที่จะขยับไปข้างหน้า และเชื่อว่าไม่น่าจะมีพลิกล็อคแต่อย่างใด

แต่เมื่อพระมหาธีราจารย์ ได้แสดงบทบาทอันเป็นที่ยอมรับของบรรดาพุทธศาสนิกชน จากบทบาทในการทำหน้าที่เกี่ยวกับอธิกรณ์ของเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ก็ทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ตนเองได้วางแผนไว้นั้น จะสำเร็จได้ เพราะองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาจทรงสถาปนาท่านนี้เป็นสมเด็จพระสังฆราชได้ จึงยังเป็นกังวลอยู่

ความเคลื่อนไหวในการแก้ไข พรบ.สงฆ์ มาเป็น พรบ.สงฆ์ฉบับหนังตะลุงจึงเกิดขึ้น และได้เพิ่มเติมข้อความให้ระบุชัดเจนลงไปว่า ต้องสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชด้วยชื่อที่ส่งขึ้นไปเท่านั้น องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่มีสิทธิ์ไปสถาปนาคนอื่นได้ ด้วยตนเองมั่นใจว่า สามารถควบคุม มส.ได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว เพราะได้เป็นประธานในที่ประชุม มส. มาหลายครั้งมากแล้ว แต่เผอิญว่า พรบ.ฉบับนี้บ่งบอกเจตนาชัดแจ้งเกินไป จึงถูกจับพิรุธได้ และถูกต่อต้านในที่สุด

ใน พรบ.นี้มีเล่ห์กลอีกหลายเรื่อง เช่น การกำหนดให้มี มหาคณิสร ที่ทำหน้าที่คล้าย เกสตาโป ของฮิตเลอร์เป็นต้น แต่ตรงนี้คงไม่ต้องกล่าวถึง เพราะนอกประเด็น

หาก พรบ.ฉบับหนังตะลุงสามารถออกมาเป็นกฎหมายได้ สิ่งที่ตนเองมุ่งหวังสูงสุด ก็ได้รับการประกันความสำเร็จแน่นอน แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้น จึงต้องดำเนินการเสริมความมั่นใจในขั้นต่อไป (จะกล่าวอีกทีตอนท้าย)

แต่หาก พรบ.ฉบับหนังตะลุงสามารถออกเป็นกฎหมายได้สำเร็จแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อต้องถึงคราวต้องสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ทางมส.ย่อมเสนอบุคคลซึ่งในปัจจุบันก็รู้ว่าเป็นใคร ขึ้นทูลเกล้าฯ

หากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยไม่เห็นด้วย เหมือนกับคราวก่อน พระองค์จะทรงทำอย่างไร? องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยในประกาศสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้นเอง เพราะกฎหมายเปิดช่องให้เพียงเท่านี้ (เพราะไม่กำหนดว่า จะต้องทรงลงพระปรมาภิไธย เท่านั้น)

แต่การไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย จะไม่สามารถหยุดยั้งกระบวนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชได้ เพราะเหตุว่า ใน พรบ.สงฆ์ ฉบับ 2535 ได้เปิดทาง หรือเปิดช่องให้ มส. สามารถที่จะสถาปนากันเองได้ด้วย โดยไม่ต้องพึ่งการลงพระปรมาภิไธยเลย

ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นแล้วด้วย แม้จะด้วยเหตุผล หรือข้ออ้างที่ต่างกัน แต่ประสิทธิภาพของมาตรานี้ เฉียบขาด และเบ ็ดเสร็จ สามารถประกันความสำเร็จได้ด้วย

แต่เนื่องจาก พรบ.ฉบับหนังตะลุง ยังไม่ได้ผ่านออกมาเป็นกฎหมาย จึงยังทำให้เกิดจุดอ่อนอยู่ที่ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาจสถาปนาพระเถระองค์อื่นได้อยู่ เพราะใน พรบ.มิได้ระบุว่า ต้องเป็น อาวุโสโดยสมณศักดิ์สูงสุด ดังนั้นจึงต้องสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดหลักประกันทางอ้อม นั่นก็คือ

การต้องหาทางดำรงตำแหน่งสังฆราช แทนพระญาณสังวรในขณะที่ยังทรงพระชนม์อยู่ เพื่อทำให้เห็นว่า ตนเองก็สามารถปฎิบัติหน้าที่พระสังฆราชได้ดี ดังนั้นหากต้องสถาปนาพระเถระองค์อื่นเป็นสมเด็จพระสังฆราช จะต้องบอกให้ได้ว่า ตนเองบกพร่องอะไร?

แต่การที่จะทำอย่างนี้ได้ จะต้องทำให้ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชอยู่ในสภาพที่ "ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่" ได้เลย

แต่การที่สมเด็จพระญาณสังวรยังลงอุโบสถได้ทุกกึ่งเดือน เพื่อร่วมการสวดปาฏิโมกข์ จึงต้องออกข่าวว่า สมเด็จพระญาณสังวรในตอนนี้ เป็นเหมือน "หุ่นยนต์" ที่ใครสั่งให้ทำอะไรก็ทำ

(แต่ก็น่าสงสัยว่า หากท่านทรงประชวรหนักขนาดนั้นแล้ว ทำไมท่านจึงยังทรงประทานพรในวันปีใหม่ได้ด้วย อ่านหนังสือได้ยาวๆขนาดนั้น?)

หากสามารถดำเนินการตามแผนได้ครบถ้วน ด้วยระบบล็อค 3 ชั้น การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ย่อมไม่หนีไปจากตนแน่นอน และหากเป็นเช่นนั้นแล้ว ลาภสักการะใดๆ ก็จะต้องมาถึงตน โดยยังไม่ต้องดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชจริงๆก็ได้

เป็นฝีมือของการวางแผนระดับล้ำลึกจริงๆ ที่คนธรรมดาสามัญที่ความรู้ไม่ถึงปริญญาเอก ไม่อาจจะกล้าคิด กล้าทำ ได้ถึงเพียงนี้ จะมีก็แต่ผู้ที่คร่ำหวอดในวงราชการ ใกล้ชิดกับ ครม.อยู่เป็นประจำ จึงจะกล้าคิด และกล้าทำ ถึงเพียงนี้
นายโจโจ้ 2/02/04 10:12:07 ข่าวล่าสุดมาว่า สมเด็จพระสังฆราชท่านไม่มีพระประสงค์ที่จะกลับโรงพยาบาล ดังนั้นใครที่ต้องการทราบความจริง สามารถลองแวะไปกราบท่านที่วัดบวรได้ และล่าสุด ผู้ที่พบเห็นท่านเล่าว่า ท่านแจ่มใสมากและทรงดำเนินไปรอบๆบริเวณ(ออกกำลังกาย)ได้เองโดยมีผู้พยุงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น ผู้ที่ได้ระบุว่า ท่านไม่สามารถลงพระนามได้ครบสมบูรณ์นั้น น่ากลั่นกรองให้ดีก่อนจะน้อมใจเชื่อครับ

2/02/04 10:32:39 ".... ขอให้ทุกท่านติดตามฟังเทศน์หลวงตาในระยะต่อไปนี้ให้ดี.... .....เพราะหลวงตาท่านปรารภอย่างจริงจังว่า..... ต่อไปนี่หลวงตาและพวกเราทุกคนจะต้องกอดคอกันตาย ต้องสามัคคีกันเข้าไว้ให้ดีนะ.... "

มีท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า...
หลวงตาพูดแบบนี้ บางทีต่อไปเมืองไทย อาจจะเกิดวิกฤติหนักหน่วง ตอนนี้ที่เห็นๆคือโรคไข้หวัดนก กับสถานการณ์ภาคใต้ ..ก็อย่าประมาท แต่อย่ากังวล อย่ากลัว รีบเร่งฝึกจิตให้มากๆจนได้ที่พึ่งของตนพอจะมั่นใจว่าพอจะเอาตัวรอดได้ ท่าจะดีกว่า
พัลวัน 2/02/04 11:17:06 วิธีการลิงแก้แห ของ‘วิษณุ เครืองาม’  โดย เซี่ยงเส้าหลง
http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=2000000049643
นายโจโจ้ 2/02/04 11:19:10 เรียนคุณคนกวนอีกทีครับ

จะเสียเวลาพิสูจน์คนอื่นไปอีกทำไมครับ ย้อนมาดูจิตตนเองได้แล้วครับ ทิ้งความอยากพิสูจน์ว่าฉันรู้ดีกว่าคนอื่นให้ได้เสียทีเถิดครับ
www.watpa.com 2/02/04 11:24:05 เรียนคุณ พัลวัน

ขออนุญาตนำบทความ

" เล่ห์กล ล็อค 3 ชั้น ใน พรบ.สงฆ์ พ.ศ. 2535 และฉบับหนังตะลุง "

เป็นบทความพิเศษ บนเว็บ  วัดป่า ดอทคอม

จากทีมงาน www.watpa.com
นายโจโจ้ 2/02/04 11:33:45 ประชาสัมพันธ์ สำหรับทุกท่านที่สนใจ สามารถไปร่วมการชุมนุมในเรื่องประกาศแต่งตั้งฉบับดังกล่าว ที่วัดอโศการาม ในวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2547 นี้ ช่วงหลังจังหัน คือตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าเป็นต้นไปครับ
นิพ 2/02/04 11:47:35 สาธุครับพี่โจ้, พี่พัลวัน และทุกๆท่านที่เป็นกำลังสำคัญให้พระศาสนาครับ

พระศาสนาจะอยู่รอดหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับพวกเราแล้วครับ การช่วยเปิดเผย
ความจริงหรือสื่อให้สังคมเห็นความจริงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากครับ ^_^
ขอบคุณที่เรายังมีลานธรรม และขอบคุณที่เรายังมี นสพ.ผู้จัดการครับ ^_^
พัลวัน 2/02/04 11:48:30 ยินดีครับ  
กอบ 2/02/04 12:42:00 จะพยายามไปให้ได้ครับ
ไก่แก้ว 2/02/04 12:45:10 สำหรับท่านที่สนใจไปร่วมการประชุมในวันเสาร์ที่ 7 นี้นะคะ

การเดินทางไปวัดอโศฯ ให้ลงทางด่วนบางนาตราด พอถึง
ถ.ศรีนครินทร์ ก็ลอดใต้ วกซ้ายเข้า ถ.ศรีนครินทร์
จากนั้นก็ขับไปจนสุด ถ.ศรีนครินทร์ ที่ปากน้ำ (เป็นทาง 3
แยก) ก็ค่อยเลี้ยวซ้ายไปทาง บางปู
ถ้าจำไม่ผิด ตรงไปประมาณ 6 กม. ให้สังเกตป้ายวัดอโศฯ
ขนาดใหญ่ ชัดเจน
แต่ต้องไป U-turn กลับมา เพราะวัดอยู่ฝั่งขวา
(ฝั่งติดทะเล)
เลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัด วัดจะอยู่สุดถนนพอดีค่ะ
ถ้าหลง ก็โทรไปเบอร์กลางของวัด 02 395-0003ได้ค่ะ

 
นายโจโจ้ 2/02/04 03:06:01 ฝีมือนักกฏหมายข้าวก้นบาตรงัดด๊อกเตอร์

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่าปู่โอม เป็นนักข่าวอาวุโสของหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยรายวัน ได้หยิบปากกาวิเคราะห์สถานการณ์พระพุทธศาสนา

เท็จจริงอย่างไร ขอให้ตรองดู
ฟังมาว่า การปลูกศรัทธาง่ายกว่าการถอนศรัทธา

ศรัทธาคือความเชื่อความมั่นใจ


คนเราลงได้เชื่อหรือศรัทธาในสิ่งใดแล้วมักจะฝังจิตฝังใจอย่างถลำลึก ชั่วแค่ไหนก็ยังหามุมมองในแง่ดี เข้าข้างไว้ก่อน

หนุ่มสาวที่เข้ารักกันถึงขั้นปลูกต้นรักศรัทธาประดับหัวใจให้แก่กันและกัน เมื่อเกิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพลาด พลั้งขึ้นมา เขาพร้อมที่จะให้อภัยมองอีกฝ่ายดูดีและถูกตาไปเสียหมด หมาขี้เรื้อนยังมีเสน่ห์น่ามองเลย

แต่ยามใดที่ต้นศรัทธามันเหี่ยวเฉา อะไรๆที่เคยเอ่ยปากชมว่าดีเลิศยอดเยี่ยม ก็กลายเป็นของไร้ค่า ไม่มีราคา สองตายังไม่แล ตั้งข้อรังเกลียด เสนียด...!

ศรัทธาอย่างนี้มันเคล้าคลุกกับกิเลสตัญหา ขาดความจิรังยั่งยืน ผิดกับศรัทธาในพรรค การเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ผิดกับศรัทธาในครูอาจารย์ที่เคารพนับถือ ผิดกับศรัทธาในอุดมการณ์ ผิดกับศรัทธาในศาสนา

นักกฎหมายระดับศาสตราจารย์ ด๊อกเตอร์อย่าง วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเช่นกัน เป็นศูนย์รวม ศรัทธาของนักการเมืองมาตลอด ทั้งพรรคชาติไทย พรรคประชาธิปัตย์ ล่าสุดพรรคไทยรักไทย

ทุกพรรคการเมืองที่กล่าวมาเมื่อมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ จะลืมบุคคลผู้นี้ไม่ได้เป็นอันขาด

ดร.วิษณุ เครืองาม เป็นนักกฏหมายที่หยิ่งในศักดิ์ศรีที่เห็นรายชื่อเข้าประดับรัฐบาลในฐานะนักกฎหมาย นั้น ไม่ใช่ดิ้นรนพินอบพิเทาเข้าหานักการเมือง

นักการเมืองต่างหากหรอกที่ขาดเขามิได้

นักกฎหมายที่กลายเป็นนักการเมืองเต็มตัวในวันนี้ สังคมรับรู้ว่าความรู้ความสามารถที่เด่น เกินมนุษย์ร่วมยุคจริงๆคือด้านกฎหมาย

ดร.วิษณุ เครืองามจัดเป็นนักกฎหมายชั้นปรมาจารย์ของเมืองไทย

เขาพูดอะไรออกไป หรือตัดสินใจสั่งการอะไรเกี่ยวกับข้อราชการสังคมยอมรับกันหมด มือระดับนี้ทำผิดหรือพูดผิดไม่เป็น

คือถูกหมด ดีหมด เข้าท่าไปหมด์

คนคัดค้านหรือติติง ไม่เห็นด้วย จะกลายเป็นสัตว์ลากคันไถในท้องนาเอาง่ายๆ

มิไยมีคนให้สติกระตุ้นต่อมสติให้เกิดสำนึก สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง แต่ก็ไ ด้รับการการันตีเป็นภูมิคุ้มกันว่า

คนอื่นอาจจะใช่ แต่รายนี้ ดร.วิษณุ เครืองาม ไม่ใช่ เขาเป็นปราชญ์ทางกฎหมายของเมืองไทย หาผู้เสมอเหมือนไม่มี

สื่อแทบจะทั้งนั้น พระสงฆ์แทบจะทุกสถาบันอุดมศึกษา องค์กรชาวพุทธ เกือบจะทุกแห่ง ต่างชื่นชมและยินดีปรีดากับผลงานที่เขาสั่งการให้ตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

ประกาศฉบับนี้เท่ากับเทโจ๊กร้อนๆลงในบาตรพระมหาเถระในมส.โดยไม่มีผ้ารองบาตร รับบาตรก็ร้อน แทบมือพอง

วิสัยของพระนั้นขัดศรัทธาญาติโยมเขาได้เสียเมื่อไหร่ล่ะ

เขาจะประเคนอะไรก็จำต้องรับ

สำหรับประกาศฉบับนี้ พระเถระใน มส.รับไว้อย่างตะขิดตะขวงใจเป็นที่สุด ได้แต่มองหน้า กันเลิ่กลั่กว่าเอาไงดี

เจ้าประคุณสมเด็จรูปหนึ่งบ่นพึมพำออกมาให้ได้ยินว่า ยุ่งแน่


จนกระทั่งวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ประชุม มส.จึงมีมติออกมาว่า ปฏิบัติหน้าที่ "แทน" สมเด็จพระสังฆราช

แต่มีข้อแม้ต่อไปอีกว่า ทั้งนี้ต้องให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2)มาตรา 10

รายระเอียดของมาตรา 10 พิมพ์ไทยได้ตีพิมพ์บทความของ อาจารย์แสวง อุดมศรี ให้ได้อ่านอย่าง จุใจกันแล้ว

อาจารย์แสวง อุดมศรี เป็นนักกฎหมายที่ชำนาญเฉพาะทางคือด้านกฎหมายสงฆ์

ชั่วโมงนี้หาตัวจับยาก

อาจารย์แสวง อุดมศรี คนนี้ตะโกนดังๆ ให้สังคมพุทธได้ยินว่าที่ ดร.วิษณุ เครืองาม กระทำลงไปนั้นมันผิดกฎหมาย

สักแต่ว่าได้ยินเท่านั้นหลวงพี่หลายรูปปากจัดยิ่งกว่าจั๊กจั่นหน้าออกไข่ตะโกนใส่หน้าว่า พวกหลวงตามหาบัว

ไม่ได้ฉุกคิดเลยสักนิด ดันทุรังของผิดให้เป็นของถูกอย่างเดียวหมดปัญญาที่จะอธิบาย

เมื่อเส้นทางสายนี้ตีบตัน ทองก้อน วงษ์สมุทร ศิษย์หลวงตามหาบัวจึงตะโกนดังๆมาจาก วัดป่ากกสะทอน อ.เมือง .จ.อุดรธานี ว่า ตั้งรับให้ดี อีกไม่นานจากนี้ไปจะมีผู้ลงลายมือจำนวน แสนคนเพื่อถอดถอน ดร.วิษณุ เครืองาม ออกจากตำแหน่ง

มองไปข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่อยากพูดเลย ขนหัวมันลุก ไม่ใช่คนจำนวนแสนที่ร่วมกันลงมือขับ นักกฎหมายให้พ้นจากตำแหน่ง แต่อยู่ที่มือกฎหมายระดับด๊อกเตอร์จะมาเสียท่ามือกฎหมายข้าวก้นบาตรอย่าง อาจารย์แสวง อุดมศรี ละซี้ เสียหน้าสุดๆเลยจะบอกให้


บทความโดยปู่โอม หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทยรายวันปีที่ 9 ฉบับที ่ 2372 ประจำวันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ.2547
ปานชัย 2/02/04 03:38:54         คุณวิษณุบอกว่าเป็นห่วงสมเด็จ  แต่การกระทำต่างๆ กลับเป็นการก้าวล่วงไม่รักษาพระเกียรติของพระองค์ท่าน  
        ข่าวที่ให้กับประชาชนนั้นมีแต่ข่าวไม่ดีไม่งาม  ซึ่งเกิดจากน้ำมือของทุจริตชนทั้งนั้น
        มีคนมาปลอมพระลิขิต เอย มีคนขโมยพระเอย ก็ไม่ตามจับ
        แม้ประคตเอวถูกขโมย  คุณวิษณุก็ยังเอามาเป็นข่าวจนได้  อะไรที่ไม่ดีคุณวิษณุรู้ไปหมดฃะทุกอย่าง  แต่ไม่เห็นจับคนทำความผิดฃะที
        ในฐานะรองนายก  ที่ดูแลด้านการศาสนา ทำไมไม่ปกป้องรักษาพระเกียรติท่านโดยการนำเอาคนผิดมาลงโทษตามกฏหมาย      
         สงสัยจังว่า  คุณวิษณุ ลืมตัวไปมั้งว่า  เป็นรองนายก ไม่ใช่นักข่าว  ประจำสำนักสงฆ์

                  [SIZE=12][B]อย่างนี้หรือ  เรียกว่าเป็นห่วงพระองค์ท่าน  งงจัง

นายโจโจ้ 2/02/04 03:52:20 อยู่เงียบๆมานาน ขอกล่าวถึงท่านมหาโชว์บ้างนะครับ

ผมพิจารณาบทบาทของท่านมหาโชว์นี้มาพักใหญ่แล้ว เห็นได้ไม่ยากเลยว่า ท่านมหาโชว์มีความเข้าใจว่า การที่ท่านกู่ร้องตะโกนออกวิทยุนั้น เป็นเครื่องมือที่ท่านสามารถควบคุมองค์กรชาวพุทธส่วนใหญ่ไว้ใต้อำนาจของท่าน ลงแส้ให้ไปซ้ายไปขวา จูงจมูกไปทางใดก็ได้

ไม่ทราบว่าท่านเคยย้อนมองตัวท่านเองบ้างหรือไม่ ว่าที่ท่านได้พูดพล่อยๆ ออกอากาศทั้งวิทยุและทีวี ใส่ร้ายใครว่าเป็นอะไรก็ได้นี้ เป็นการผิดศีลหรือไม่ ท่านเคยได้สำรวจศีลของตนบ้างหรือไม่ ว่ายังมีครบห้าข้ออยู่หรือ? ท่านงมงายในลาภยศหรือเปล่า? ท่านเคยปลงอาบัติบ้างไหมครับ? ใฝ่ฝันอยากเป็นหนึ่งในมหาคณิสรให้ชาวพุทธทั่วแผ่นดินสาบแช่งกันหรือเปล่า? จะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร และท่านยังเหลือความเป็นพระอยู่ในใจท่านบ้างหรือไม่? ถ้าไม่มี ท่านถอดเครื่องแบบท่านแล้วไปหาอย่างอื่นทำเถิดครับ น้อยที่สุด จากคำพูดพล่อยๆที่ท่านกล่าวออกอากาศทางสื่อทั้งหลาย ท่านก็หมดสิ้นซึ่งความเป็นผู้ดำเนินตามรอยพระบาทของพระผู้มีพระภาคแล้ว กิจต่ออริยสัจจ์ก็ไม่ได้ทำ ศีลก็ไม่เหลือ ที่ท่านสวมสบง จีวร อังสะนี้ เคยนึกละอายบ้างไหมครับ?

ขอเรียกร้องให้พุทธบริษัททุกท่านที่มีศีลมากกว่าท่านมหาโชว์ ช่วยกันประกาศต่อไป ว่าอย่ากลัวโจรในคราบพระ ถ้าโจรใส่เครื่องแบบพระมาปล้นบ้าน ท่านจะยืนเฉยๆให้เขาขนของออกไปอย่างนั้นหรือ หรือว่าควรจัดการให้เป็นที่เรียบร้อย?

พุทธบริษัทมี 4 เหล่านะครับ อุบาสกและอุบาสิกาก็เป็นพุทธบริษัทกันทั้งสิ้น ร่วมกันขจัดภัยแห่งพระพุทธศาสนา ช่วยกันสำรวจตรวจตรา ปัดกวาดทำความสะอาดสังคมชาวพุทธ อย่าให้มีเหลือบมีมารศาสนาแอบอ้างอยู่ในเครื่องแบบอันควรเคารพ อย่าไปกลัวเครื่องแบบเลยครับ ถ้าจะเคารพ จะนอบน้อม ให้นอบน้อมในศีล นอบน้อมในธรรมอันเป็นไปเพื่อความหลุดพ้น

มหาโชว์นี้ แม้จะบวชเรียนมาจนได้เป็นมหา แต่หมดความเป็นพระแล้วครับ แม้แต่ศีล 5 ก็ยังไม่เหลือ พลิกลิ้นได้ตลอดเวลา ใส่ร้ายป้ายสีใครอย่างใดก็ได้ ท่านผู้เกี่ยวข้องควรรีบจัดการ และถ้าจะให้ดี ลองชำเลืองไปหมู่พระรอบๆมหาโชว์นี้ด้วย ว่าเหตุใดจึงปล่อยคนปากจัดขาดศีลนี้ไว้ในหมู่ของตนโดยไม่จัดการให้เป็นที่เรียบร้อยลงไป? มีใครหนุนหลังอยู่หรือไม่อย่างไร

มาช่วยกันทำความจริงให้กระจ่างกันเสียทีครับ รวมพลังกันคนละเล็กละน้อย ฉวยโอกาสนี้ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ศึกษากิจของชาวพุทธให้ดี ที่เคารพสงฆ์นั้น เคารพที ่ศีลครับ ต่อให้สวมชุดพระสงฆ์ แต่ไม่มีศีล ก็ไม่ใช่สงฆ์ เร่งจับสึกเสียให้หมด อย่าให้คนประเภทนี้ชูคอสร้างความมัวหมองแก่พระพุทธศาสนาอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคนอีกต่อไปเลย

อันที่จริงไม่ใช่แค่มหาโชว์คนเดียว ยังมีอีกเยอะในกลุ่มเดียวกันนี้ที่หมดที่ขาดจากความเป็นพระแล้ว เหลือเพียงเครื่องแบบที่ใครนำมาสวมใส่ก็ได้ ลองสังเกตดูให้ดีครับ แล้วจะพบเห็น ถึงเวลานั้นท่านจะเสียใจ ที่หลงไปให้การสนับสนุนมหาโจรที่ปล้นบ้านของท่าน

จึงเรียนมาด้วยความเคารพ
www.watpa.com 2/02/04 04:09:07 งานนี้...
สมาชิกวัดป่าดอทคอม ขอออกโรงทานผ้าเย็นเช่นเคยครับ

จาก ทีมงานวัดป่าดอทคอม


เกาะติดความเคลื่อนไหวทุกสถานการณ์ รายงานข่าวแบบฉับไว
แวดวงกรรมฐาน  แวดวงพระพุทธศาสนา
พบกับเว็บไฃต์ใหม่   วัดป่าดอทคอม  

เริ่ม 15 กุมภาพันธ์ 2547 นี้

พัลวัน 2/02/04 04:11:44 ประเด็นที่คุณปานชัยสังเกตเห็น เป็นประเด็นที่ผมเชื่อว่า สาธุชนอีกหลายๆคนก็สังเกตเห็น ตอนนี้ก็พยายามที่จะดิ้นรน ให้ตนเองพ้นไปจากกับดักอันเกิดจากบาปกรรมของตนเอง จนต้องใช้วิธีของนักการเมือง ขุดเรื่องขึ้นมาสาดโคลนเข้าไป โดยลืมนึกไปว่า สิ่งที่ตนเองกำลังทำในวันนี้ กับสิ่งที่ตนเองได้ "Present" เพื่อแสวงหาความชอบธรรมในวันวาน มันขัดแย้งกันอย่างมาก จนทำให้รู้ว่า "สิ่งที่พูดในวันวาน ก็คือข้ออ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเองเท่านั้น หาได้ทำไปเพราะเจตนาบริสุทธิ์ไม่"
นายโจโจ้ 2/02/04 04:24:07 ต้องขอคารวะท่าน เซี่ยงเส้าหลง ด้วยน้ำเปล่า ๓ จอกครับ  ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่งกับคำว่า "ลิงแก้แห" เป็นตามนั้นจริงๆครับ

ถ้าใช่คุณพี่สนธิ ก็ต้องขอคารวะเพิ่มอีก ๔ จอก ผมพบกับพี่ครั้งแรกที่พี่ไปพูดที่เอแบค ที่เล่าเรื่องเข้าคุกแล้วไปสอนภาษาอังกฤษให้นักโทษน่ะครับ แล้วแจกเบอร์มือถือให้น้องๆกลางที่ประชุมคนเป็นร้อยนั่นแหละครับ คนทำเพื่อส่วนรวมจริงๆต้องอย่างนี้ และผมก็ได้พี่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตเพื่อส่วนรวมครับ จะซวยบ้างก็อีตอนที่เราไปขวางกรรมของชาวบ้านหรือไปขัดใจผู้มีอำนาจนี่เอง
นาย หยุมหยิม 2/02/04 04:30:33  คุณโจโจ้ครับ
 มหาอะไรนั่นหละ  เส้นแบ่งระหว่างความเป็นพระ กับ ฆราวาส  เลือนลางจังเลยนะ  ดูไม่ออกจิงๆ
นายโจโจ้ 2/02/04 04:33:44 น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ว่า "หลวงพี่หลายรูปที่ปากจัดยิ่งกว่าจั๊กจั่นหน้าออกไข่" ที่คุณปู่โอมกล่าวถึงนั้นเป็นใครกันบ้าง มีพระธรรมวินัยอยู่ในใจบ้างหรือไม่?

ที่ใครถามผมว่า ใครเป็นผู้ทำสังฆเภท ผมชี้ได้ตัวได้ว่า "หลวงพี่หลายรูป" นี่แหละ มีส่วนร่วมในสังฆเภทอันเป็นอนันตริยกรรมนี้ เนื่องด้วยเป็นผู้ไม่ใช้พระธรรมวินัยเป็นหลัก อันมีผลสองประการคืออนันตริยกรรม และมีผลเทียบเคียงได้กับการเปลี่ยนศาสดาของหลวงพี่เหล่านั้นไปแล้วครับ
อ่านแล้วงง 2/02/04 04:35:29 ประเด็นนี้ร้อนจริง ๆ แต่ยังไม่ได้ชี้แจงข้อดีข้อเสียของการแต่งตั้งหรือไม่แต่งตั้งรักษาการสมเด็จฯ ส่วนมากเน้นถึงความไม่ชอบธรรม หรือ ความไม่มีเหตุผล ซึ่งเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกเป็นส่วนใหญ่  อยากให้แสดงให้เห็นถึงข้อดีข้อเสียตรง ๆ จะดีกว่า
พัลวัน 2/02/04 05:03:19 ในแง่ของการบริหาร หากสมเด็จพระสังฆราชทรงไม่อาจปฎิบัติหน้าที่ได้ การมีผู้ทำหน้าที่แทน ที่เรียกว่า "รักษาการแทน" ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เหตุที่ไม่มีการพูดในประเด็นนี้ก็เพราะว่า ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องถกเถียงกันเลย

แต่ในฝ่ายที่ทำเรื่องการแต่งตั้งขึ้นมา พยายามจะพูดแต่เพียงว่า จำเป็นต้องทำ และพยายามจะบอกว่า ฝ่ายที่คัดค้านนั้น พูดในท่วงทำนองว่า ไม่จำเป็นต้องทำ ทั้งๆที่ไม่ใช่ประเด็นนี้แม้แต่น้อย แต่ก็อาศัยประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองมานาน ใช้ความเก๋าลากเรื่องให้ประเด็นเบี่ยนไป แต่ทำได้สำเร็จก็เฉพาะในช่วงแรกๆเท่านั้นหรอกครับ

ประเด็นอยู่ที่ จำเป็นต้องมีผู้รักษาการแทน หรือไม่ ก็ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชมิได้ประชวรถึงขั้นไม่มีพระสติ หรือมีพระสติเลอะเลือน เพียงแต่ป่วยด้วยโรคชราในอวัยวะอื่นๆ ทำให้ทรงงานหนักต่อเนื่องตลอดเวลาไม่ได้ แม้แต่ในคำแถลงของคณะแพทย์ รพ.จุฬา (ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นนายแพทย์ท่านใดบ้าง) ก็ไม่ได้ระบุว่าทรงประชวรเกี่ยวกับสมองหรือความจำ หรือไม่มีความสามารถที่จะ "วินิจฉัย" อะไรๆได้เลย

กับประเด็นที่ ทำไมถึงต้องเลือกใช้วิธี "ข่มขืนทางกฎหมาย" ทั้งๆที่หากกราบบังคมทูลฯ เรื่องราวก็จบไปได้ง่ายๆ ไม่มีใครคิดจะคัดค้าน หรือโต้แย้ง

หวังว่าคงจะเข้าใจนะครับ ว่าประเด็นที่ทางคุณวิษณุพยายามชักจูงไปนั้น ไม่ใช่ประเด็นที่คัดค้านในที่นี้ หมายถึง หากสมเด็จพระสังฆราชทรงประชวรในระดับที่ไม่สามารถทรงงานอะไรได้แล้วจริงๆ ต้องมีผู้รักษาการ แต่ประเด็นอยู่ที่ ทรงประชวรขนาดนั้นจริงหรือ กับทำไมมาใช้วิธีการ "ข่มขืนทางกฎหมาย" เช่นนี้
นายโจโจ้ 2/02/04 05:19:15 เรียนคุณอ่านแล้วงงครับ

ไม่แปลกเลยครับที่คุณอ่านแล้วจะงง เพราะประเด็นของการแต่งตั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ข้อดีข้อเสียของการแต่งตั้งในครั้งนี้หรอกครับ ขอลำดับเรื่องให้ฟังตั้งแต่ต้นนะครับ

มีลัทธิๆหนึ่งเขาสอนว่านิพพานเป็นอัตตา สอนขัดกับพระไตรปิฏกมากมายหลายแห่ง จนมีหลายคนทนไม่ไหว ลงมือจัดการ เจ้าลัทธิต้องไปศาล ต้องยอมถอดแว่นสีชาๆไปชี้แจงกับมหาเถรสมาคม ร่ำๆจะถูกจับสึก แต่เรื่องก็เงียบไป ว่ากันว่าเป็นเพราะอำนาจเงิน แต่เรื่องจริงๆนั้นยังไม่จบ แต่เงียบไปเฉยๆ

ถึงจุดนี้ เขามีสองปัญหา หนึ่งคือสิ่งที่เขาสอนนั้นไม่ตรงกับพระไตรปิฏก สองคือเขามีคดีติดตัวอยู่ ดูที่เรื่องแรก เมื่อเขารู้ว่าเขาสอนผิด แต่จะให้เขารับผิดนั้น ลืมได้เลย ทำไม่ได้เพราะจะเสียฟอร์ม เสียความเชื่อถือ เดี๋ยวคนที่มาทำบุญกับพระดูดทรัพย์(ให้ลัทธิเขา)จะหายหมด สิ่งที่ทำได้ก็คือ เปลี่ยนพระไตรปิฏกให้เป็นไปตามที่เขาสอนเสียเลย แต่ทีนี้ จะทำอย่างนั้นมันไม่ง่าย และทำได้ไม่รวดเร็วทันใจ และปัญหาที่สองคือเรื่องคดี ที่ควรต้องสะสางให้จบ แผนการหลายชั้นที่ใช้เวลาหลายปีจึงเริ่มขึ้น

ลัทธินี้ เงินเขาหนา หนาระดับประเทศ คือมียอดเงินฝากติดอันดับเลขตัวเดียวของเงินฝากภาคเอกชนของประเทศนี้ เขาจึงสามารถใช้เงินซื้อคนทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ยอมขายตัวเอง ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เพียงคนเท่านั้น พระที่เป็นพระเพียงเครื่องแบบก็สามารถหาซื้อได้ตามวัดต่างๆเหมือนกัน อย่างเช่นพระดังที่เป็นพระเอกของงานนี้ ใครก็ตามที่บริจาค 50,000 บาทก็เชิญไปทำพิธีที่ไหนก็ได้ทั้งสิ้น พระท่านนี้ไม่ค่อยได้ทำกิจของสงฆ์ แม้แต่กิจของชาวพุทธอันมีต่ออริยสัจจ์ก็ยังไม่ได้ทำเลย วันๆเดินสายออกงาน เจิมโน่นเจิมนี่ ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้นักการเมือง ภรรยานักการเมือง ญาตินักการเมืองตลอดไปจนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีฐานะพอจะเชิญท่านไปเป็นหน้าเป็นตาได้ เพลิดเพลินอยู่กับการรับโลกทรัพย์เข้าบัญชี

พระท่านนี้ท่านเป็นผู้มีเมตตาสูง ท่านรู้จักการต่างตอบแทนเป็นอย่างดี ท่านก็เลือกอุปการะผู้ความกตัญญูรู้คุณ ตลอดไปจนอุปการะผู้มีความรู้ความสามารถ ฝากฝังให้ได้ทำงานเป็นใหญ่เป็นโต จึงเป็นที่มาของการตอบแทนส่งเสริมช่วยเหลือท่านให้ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด ซึ่งผลประโยชน์ที่จะตามมานั้น ไม่เพียงแต่ยศเท่านั้น ยังมีลาภทางทรัพย์อีกมากมายที่ท่านจะได้จากการช่วยเหลือให้เจ้าลัทธิดังกล่าวพ้นคดี และช่วยให้ลัทธิดังกล่าวสามารถการแก้ไขพระไตรปิฏกได้ เป็นผลสำเร็จในอีกโสตหนึ่งด้วย ซึ่งนี่ยังไม่นับลาภอีกมากมายที่ท่านและผู้มีกตัญญุตากับท่านจะได้จากการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งที่เป็นเด็กในคาถาของท่านขึ้นมาดูศาสนสมบัติทั่วประเทศที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาทอีกต่างหาก

รวมแล้วก็มีลาภ กับยศ สองคำที่ผู้ไม่มีธรรมในใจทั้งหลายมุ่งหวังจะได้เพื่อสนองแก่ตัณหาของตน กรรมเก่าส่งผลให้เท่านั้นๆแล้วยังไม่จุใจ วิธีการที่จะได้ลาภได้ยศมาเพิ่มขึ้นนั้นก็ต้องละเมิดศีลเท่านั้น ซึ่งนับเนื่องมาจนถึงบัดนี้ ท่านก็ได้ละเมิดศีลเป็นจำนวนข้อนับไม่ถ้วนโดยไม่มีข่าวการปลงอาบัติออกมาให้ได้ยินทางสื่อแต่อย่างใด ทั้งที่โดนปรับอาบัติไปเรียบร้อยแล้วโดยคณะสงฆ์นับหมื่นรูปในการชุมนุมที่วัดอโศการามในครั้งก่อนหน้านี้

ข่าวคราวของพระดังนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องที่กล่าวมา ยังมีข่าวคาวปะปนมาคือมีเสียงเล่าลือถึง "อีแอบวัด ส." ที่เป็นที่รู้กันในหมู่ชาวบ้านรอบวัด ส.นี้ ว่าพระดังนี้นิยมสนทนาธรรมกับเด็กหนุ่มตัวขาวๆ ผ่านยามวิกาล และเคยมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีใจเป็นธรรมพอควรออกมาให้ข้อมูลเมื่อหลายปีก่อน แต่แล้วเรื่องก็เงียบหายไป (ตามเคย)

ข้อดีของการแต่งตั้งนั้น ฟังจากท่านวิษณุก็แล้วกันครับ ส่วนข้อเสียนั้น โดยความเห็นของผมแล้ว เป็นที่ตัวบุคคลที่จะแต่งตั้งนั่นเอง (ตามที่คุณวิษณุท่านชี้แจงไว้ในข่าวนั่นเอง) แต่ที่ไม่นำมาเป็นประเด็นในขณะนี้ เพราะจะกลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลกันไป และที่เด่นชัดที่สุดตามเอกสารแล้ว ก็วิธีการแต่งตั้งนั่นที่ไม่มีความชอบธรรม มีความไม่ชอบมาพากลมากมายนั่นแหละครับ ข้อมูลอื่นๆ คุณสามาถหาอ่านได้จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เอาในเว็ป http://www.manager.co.th ดูจะสะดวกที่สุด จากลานธรรมนี้ จาก http://www.luangta.com จาก http://www.watpa.com จาก http://www.yuwasong.com เป็นต้น

จึงเรียนมาด้วยความเคารพครับ
โชติปาละ 2/02/04 05:44:02       สำหรับท่านที่จะเดินทางไปวัดอโศการามโดยเส้นทางรถประจำทาง สามารถไปได้ดังนี้ครับ
     1. ทางสายศรีนครินทร์ นั่งสาย 145 ลงแยกการไฟฟ้า แล้วนั่งสองแถว สาย 36  ลองถามดูว่า ผ่านวัดอโศการามหรือไม่ก่อนครับ เพราะบางคันจะวิ่งไม่ถึง วัดอยู่ฝั่งขวามือ ข้ามถนนไปผั่งตรงข้าม จะมีมอเตอร์ไซด์รับจ้าง วิ่งเข้าวัดครับ ประมาณ 10 บาทได้ครับ เวลาเดินทางจากแยกศรีนครินทร์กับบางนาตราดไปถึงวัดอโศกการาม ช่วงประมาณ 8.00 - 10.00 รถจะติดบ้าง ถึงอาจติดมาก ดังนั้นควรเผื่อเวลาเดินทางไว้ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง เพื่อให้ถึงประมาณ 10.00 น ครับ
    2. ทางสายสุขุมวิท เส้นนี้รถติดครับ คือนั่งสายไหนก็ได้ที่ไปลงปากน้ำ เช่น 511, 508 หรือ รถประจำทางสีเขียวที่วิ่งช้า ๆ คือ 365 เลือกที่ไปลงปากน้ำครับ แล้วนั่งรถสองแถว สาย 36 ลองถามดูว่า ผ่านวัดอโศกการามหรือไม่ก่อนด้วย จากนั้นก็ข้ามถนนเช่นกัน นั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างเข้าวัดเช่นกันครับ เส้นทางนี้รถติดมากกว่า เส้นศรีนครินทร์ ควรเผื่อเวลาเดินทางไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงครับ
       
กอบ 2/02/04 05:51:09 เหมือนอ่านใจออกเลยครับ
กำลังจะถามทางไปโดยรถเมล์พอดี
ขอบคุณครับ
ปานชัย 2/02/04 05:52:05         ยังมีข้อสังเกตอีกนะครับ  ช่วยวิเคราะห์กันหน่อย
   ในวันที่ 13 ม.ค. 47  คุณวิษณุลงนามแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จฯ โดยอ้างว่ามีมติจาก มหาเถรสมาคม
   แต่มหาเถรฯเพิ่งมีมติในวันที่ 20 ม.ค. 47 อยากรู้จริงๆว่าคุณวิษณุรู้มติมหาเถรฯ ล่วงหน้าได้อย่างไร  
   เรื่องนี้ไม่ชอบด้วยเหตุด้วยผลอย่างยิ่ง
   มือกฏหมายระดับชาติไม่น่าจะพลาด
   หรือคุณวิษณุมัวแต่เพลิดเพลินในการใช้วาทศิลป์เบี่ยงเบนประเด็นให้คนสับสน
   เรื่องแค่นี้ก็ยังทำผิดพลาด  แล้วเรื่องของชาติเรื่องใหญ่กว่านี้  คุณจะบริหารดูแลให้เรียบร้อยได้อย่างไร ?
นายโจโจ้ 2/02/04 06:15:38 ผมอยากจะมองในแง่ดีว่า นักกฏหมายระดับด็อกเตอร์ ที่ชำนาญเรื่องกฏหมายทางสงฆ์ท่านนี้มีอนาคตังคญาณ รู้อนาคตได้ชัดเจนแจ่มแจ๋ว แต่ก็ไม่สามารถบังคับใจตัวเองให้เชื่ออย่างนั้นได้ครับ เพราะการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะในฐานะรองนายกรัฐมนตรีนั้น ใช้อนาคตังคญาณไม่ได้หรอกครับ ทำอะไรก็ต้องมีหลักมีการ มีเอกสารที่ชัดเจนรองรับ

ถ้าจะเอาความเห็นตรงๆแล้ว ผมเล็งว่าเป็นเพราะผลประโยชน์บังตาครับ ต่อเป็นสำเร็จ Post Doctorate มาก็ตาม ตราบเท่าที่ยังละสังโยชน์เบื้องต่ำไม่ได้ ก็สามารถละเมิดศีลได้ตลอดเวลาครับ คนไม่มีศีล ไม่รักษาสัจจะอย่างนี้ ธรรมะจะคุ้มครองเขาได้อย่างไร อีกไม่นานก็จะแพ้ภัยตัวเองไปแหละครับ ดีเหมือนกัน จะได้เป็นแบบอย่างแก่ผู้ไม่มีศีลไม่มีธรรมจำนวนมากให้ได้รับรู้ครับ โดยเฉพาะพระที่ไม่มีแม้แต่จริยธรรมทั้งหลาย
คนกวน 2/02/04 07:51:45 คุณโจโจ้

ในที่สุดสิ่งที่ผมต้องการก็ออกมาในความเห็นที่175   คุณก็มีเป้าหมายต่อต้าน "ตัวบุคคล"
นั่นเองครับ  เช่นเดียวกับ   คุณพัลวัน   เป้าหมายของคุณ พัลวัน  นั้นคือ ต่อต้านตัวบุคคล  ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะ คุณพัลวัน  เคยตั้งหัวข้อกระทู้ว่า  "คนที่เคยทำสังฆเภท จะมาเป็นสังฆราช ได้ยังไง" ประมาณนี้นะครับ  แล้วผมก็ยังเคยแย้งในกระทู้นั้นด้วย ไม่ทราบคุณพัลวัน จำได้ไหม?

แต่กระทู้ของคุณ ใช้คำว่า " เสวนาเรื่องการแต่งตั้ง.."  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป้าหมายการคัดค้านคืออะไร  ผมก็คุยมาเรื่อย จนในที่สุดคุณก็พิมพ์มาถึงข้อที่175  ถึงแน่ใจ ว่าเป็นประเด็นตัวบุคคลครับ

ถ้าเช่นนั้น คุณควรหาข้อเสียของท่าน เอาบอกกล่าวครับ  แล้วที่สำคัญการแต่งตั้งนี้เป็นการทำหน้าที่แทน พระสังฆราช   มิใช่การแต่งตั้ง สมเด็จเกี่ยว เป็นพระสังฆราช ครับ  เมื่อสมเด็จทรงหายประชวรแล้ว ทุกอย่างก็คงกลับเป็นปรกติ  เห็นคุณพัลวันก็บอกว่า  พระองค์ทรงหายประชวรแล้วไม่ใช่เหรอครับ   เดี๋ยวพระองค์ทรงแข็งแรง แล้วเราก็ไม่ต้องมาต่อต้านแล้วครับ

.........เรื่องที่คุณโจโจ้ แนะนำผมนะ  ขอบคุณครับ   คุณพูดถูกหมดทุกข้อเลยครับ  แต่ผมก็ยังหวังนะครับ  ว่าคุณจะไปกราบ  หลวงตากับผม  ไม่แน่นะท่านอาจเมตตา ทั้งผมและคุณ  อย่างที่เราไม่เคยคิดก็ได้  (ยกเว้นคุณโจโจ้ จะเป็นศิษย์ก้นกุฎิอยู่แล้ว  ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ขออภัย   แต่อาจจะต้องขออาศัยเส้นละครับ   หลวงตา เข้าหายาก  ครับ)


แล้วผมจะไปร่วมสังเกตการณ์ด้วยครับ   วันที่7 นะครับ

อีกเรื่อง  อยากรู้นะครับ นอกเรื่องนิด   คุณเรียก คุณสนธิ ว่าพี่  คุณอายุเท่าไรเหรอ  คุณสนธินั่นนะ จะ60แล้วนะครับ   ลูกชายเค้าอ่อนกว่าผม3ปีเอง    
นายโจโจ้ 2/02/04 08:21:35 เรียนคุณคนกวน

ข้อเสียของท่านนั้น ผมเรียนไว้มากแล้วครับ แต่นั่นเป็นประเด็นส่วนตัวผม มิใช่ประเด็นของส่วนใหญ่ครับ และขอเรียนย้ำอีกที ว่าผมมิได้โจมตีตัวบุคคลเป็นเป้าครับ ผมไม่ต้องการให้ลัทธิเดียรถีย์มาครอบงำพระศาสนาต่างหาก ทั้งหมดนั้นผมมองรวมเป็นการกระทำเพื่อสนับสนุนลัทธิเดียรถีย์ บุคคลที่สนับสนุนการกระทำอันเป็นไปเพื่อสนับสนุนลัทธิเดียรถีย์นั้นนั้นจึงถูกรวมไว้เป็นเป้าด้วย ชัดเจนไหมครับ?

ที่บอกว่าพระองค์หายประชวรแล้วคือคนอื่น แต่คุณวิษณุท่านยังกล่าวว่าสมเด็จพระสังฆราชประชวรอยู่เลย รบกวนคุณคนกวนไปเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีให้พูดอะไรให้ตรงความเป็นจริงละกันครับ อย่ามาเสียเวลากับในกระทู้นี้ดีกว่า คนที่เห็นความจริง ก็เขียนความจริง มีแต่ท่านรองนายกนั่นเอง ที่ให้ข่าวซ้ายทีขวาที หาความแน่นอนไม่ได้ นี่หรือ นักกฏหมายที่ยกย่องกันว่าเป็นมืออันดับหนึ่งของประเทศไทย? ขอกราบพระราชบิดาแห่งกฏหมายไทยช่วยดลใจลูกศิษย์ของท่านคนนี้ ให้ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ต่อคำปฏิญาณตนทั้งหลายที่ท่านได้ปฏิญาณไว้ด้วยเถิด คำสาบานตนอันใดที่ผู้เข้ารับราชการเพื่อชาติบ้านเมืองทั้งหลายได้เคยปฏิญาณตนไว้ ก็ขอให้ส่งผลในทางที่เหมาะที่ควรโดยเร็ววัน

ถัดมา เรื่องกราบพบหลวงตานั้น ไม่ยากเลยครับ ง่ายมากๆ หลวงตาท่านไม่มีหน้าห้องคอยกีดกันหรอกครับ ถ้าท่านมากรุงเทพ ไปนั่งรอที่กุฏิท่านได้เสมอ ไม่ต้องลงชื่อ ไม่มีพิธีรีตรองอะไรทั้งสิ้น อะไรที่ทำให้คุณคนกวนกล่าวว่า หลวงตาเข้าหายากครับ? ผมยังไม่เคยรู้สึกแม้แต่ครั้งเดียวว่าเข้าหาท่านนั้นยาก??

ส่วนเรื่องคุณสนธิ ท่านบอกไว้ด้วยตนเองว่าให้เรียกพี่ครับ และท่านเองก็เรียกตนเองว่าพี่กับทุกคนในที่ประชุมครับ
คนกวน 2/02/04 08:51:02 ที่บอกว่ายาก เพราะอะไร ทราบไหมครับ ?  คนเยอะไงครับ  แล้วระบบรักษาความปลอดภัยด้วยมั้งครับ  ผมเคยเดินอ้อมไป ข้างหลังสวนแสงธรรม เห็นมีพี่ทหารคนหนึ่งเค้าบอกห้ามเดิน ตั้งป้ายกั้นเลยครับ  ต้องเข้าพบเป็นเวลาพร้อมๆกัน

ผมพูดถูกไหม?   คุณโจโจ้ คุณอย่าหมั่นไส้ผมเลย  ผมก็พูดตามที่ผมคิด  แต่ถ้าไม่ต้องการความเห็นที่แตกต่าง ก็ไม่เป็นไรครับ  

ผมจะได้นั่งฟังครับ
นายโจโจ้ 2/02/04 09:00:24 คุณคนกวนครับ

อย่างแรก การเข้าพบหลวงตาเป็นเวลาพร้อมๆกัน ก็เป็นสิ่งที่สมควรแล้วไม่ใช่หรือครับ?

คำพูดของคุณคนกวน เป็นความพยายามพิสูจน์ว่าคุณเจ๋ง คุณคิดถูกอีกแล้ว จากคำพูด "สิ่งที่ผมต้องการก็ออกมา..."

คุณจะพิสูจน์ตนเองไปเพื่ออะไรครับ ใจคุณหิวความเก่งหรืออย่างไร? จึงมาทุ่มเทพิสูจน์ความเก่งอย่างนี้ แทนที่จะไปหาข้อมูลตรงมา แล้วช่วยกันออกเสียงแบบชาวพุทธที่ดี?

ซึ่งที่สุดแล้ว คุณก็เข้าใจไม่ตรงประเด็นอยู่ดี เพราะผมมิได้ต่อต้านตัวบุคคล แต่ต่อต้านลัทธิครับ
ผมมันโง่ 2/02/04 10:20:56 ต้องเข้ามาเป็นเวลาพร้อมๆกัน
ก็โอเคครับ อ่านมาตั้งนานก็สะดุดตรงนี้แหละ เหมือนจะมีอคติเลยแฮะ
ถ้าคุณเข้าไป 1 คน คนที่เห็นก็จะตามมาเรื่อยๆ ประมาณว่า คนนั้นเข้าได้ผมก็ต้องเข้า หนูก็ต้องเข้าได้ แล้วทีนี้คนที่จะเข้าหาท่านมีเป็นร้อย ไม่ใช่แค่ 1-2 คน
การเข้าเป็นคณะตามเวลา...ทำให้ท่านมีเวลาพักผ่อน ถูกไหมเอ่ย

"ใครจะมาบ้านั่งรับแขกทีละคนได้ทั้งวัน.....ก็ตายเดะ"
เป็นคุณๆจะทำได้เหรอครับ คุณคนกวน
นายโจโจ้ 2/02/04 10:36:55 ความเห็นที่แตกต่างแบบคุณคนกวนนี่ ขอเรียนตามตรง ว่าตั้งแต่ต้นกระทู้มาจนถึงเดี๋ยวนี้ยังไม่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์กับส่วนรวมเลยครับ เห็นเพียงความพยายามจะพิสูจน์ว่าคุณถูก ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ถูกประเด็น มีแต่ซักวนไปวนมาเพื่อพิสูจน์ว่าคุณถูก คุณต้อนคนเก่งเท่านั้นเองครับ

นิสัยอย่างนี้ ไม่ได้ทำให้เกิดความก้าวหน้าทางธรรมได้หรอกครับ ถ้าจะค้น ไปค้นใจตนเองเถิดครับ ว่าทำไมถึงต้องเสียว่ามานั่งพิสูจน์ว่าข้าเจ๋ง ทำมาทั้งชีวิตแล้ว ยังไม่อิ่มอีกเหรอครับคุณ?
นายโจโจ้ 2/02/04 11:40:43 ขอยกบางตอนมาให้อ่านกันชัดๆอีกทีครับ

http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=2622&CatID=2  เทศน์หลวงตา ด้วยความเมตตา “หยุดนะหลาน”

เพราะเราจริงจังมากทุกอย่าง นี้ช่วยพี่น้องทั้งหลายเราช่วยขนาดนั้น ไหนจะมาคิดแย็บหนึ่ง ยังไม่คิดนะว่าจะมาสนใจกับเงินบาทหนึ่งสองบาท เอามาเพื่อเป็นมลทินเผาหัวอกตัวเอง ถึงขนาดพวก ปปง. เขาจะมาตรวจหลวงตาบัวนี่มันยังไง มันจะร่ำลือนะ เราจึงเตือนว่าอย่ามาเสียดีกว่านะ เราพูดจริงๆ ถ้าจะมาจริงๆ เราก็จะบอกให้ยกโคตรมาเลย คือว่าอย่ามานั่นหมายถึงมันจะเสียหน้าเจ้าของ ดีไม่ดีจะจมให้คนทั้งประเทศได้เห็น ถ้าลงได้มาตรวจเงินกับหลวงตาบัวนี้ จะออกลั่นทั่วประเทศไทยเลยความเสียของคนนั้นแหละ เราพูดตรงๆ นะ

เพราะฉะนั้นลูกหลาน ปปง. อะไรก็เป็นลูกชาวพุทธ ลูกของชาวไทย เราปฏิบัติเพื่อชาวไทยเราทั้งชาติด้วยความบริสุทธิ์ใจ แม้เงินบาทหนึ่งเราไม่เคยแตะ ช่วยโลกช่วยสงสารทั่วบ้านทั่วเมืองทั่วประเทศไทย จนไม่มีเงินติดเนื้อติดตัว บางครั้งบางคราวติดหนี้เขาก็ยังมี แล้วก็ยังจะมีอำนาจบาตรหลวงมาจากไหนอีก มาแผ่รัศมีอะไร อำนาจบาตรหลวงอันใหญ่โต ที่จะมาตรวจเงินของหลวงตาบัวที่เอามาจากพี่น้องชาวไทยนี่ ทุจริตยังไง ก็ต้องหมายความว่า พอจับหลวงตาบัวติดคุกก็ต้องให้ติดไป มันเลยสลดสังเวชนะหลวงตาน่ะ เราไม่อยากให้พูดเสียด้วยคำนี้นะ แม้แต่คิดก็ไม่ควรจะคิด หนักเข้ามาก็อย่าพูดเสียดีกว่า มิหนำซ้ำยังจะมาตรวจหลวงตาบัวนี้ แผ่นดินไทยเรานี้จะถล่ม แทนที่จะเป็นผลดี จะเป็นเรื่องถล่มจมกันทั้งประเทศ เพราะตัวเหตุที่ว่าเก่งๆ นี้มาตรวจหลวงตาบัว เข้าใจไหม

เรากล้าหาญขนาดนั้นนะกับบรรดาพี่น้องชาวไทยเรา ด้วยอำนาจแห่งความเมตตาที่มีต่อชาติต่อศาสนานี่ เพราะฉะนั้นเราจึงว่าไม่อยากให้ เพียงประกาศออกมาเท่านี้ก็เสียหายมากมายขนาดไหน แล้วยังจะมาตรวจหลวงตาบัวอีก ฟ้าดินถล่มนะเมืองไทย ดีไม่ดีพวกนี้ถูกตัดคอก็ได้นะ เราพูดจริงๆ คนในเมืองไทยมีอยู่ทั่วประเทศ รักษาแผ่นดินไทยมาเท่าไร รักษาศาสนามาเท่าไร เราเอาความเก่งกล้าสามารถมาจากไหน มีความดีความชอบที่พอประชาชนเขาไว้วางใจเราขนาดไหน เราถึงจะมาตรวจเงินหลวงตาบัวที่ช่วยชาติทั้งแผ่นดิน จะมาตรวจ เราจึงขอบิณฑบาตก่อนว่าอย่ามานะ เพียงประกาศเท่านี้ก็เสียหายมากมายแล้ว แล้วยิ่งจะมาตรว จนี้ ฟ้าดินถล่ม ดีไม่ดีพวกที่มาตรวจ จม ตกลงทั้งเป็นก็ได้ เราพูดจริงๆ อย่างนี้ นี่เราพูดเป็นธรรม




http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=2623&CatID=2

     แม้แต่การ์ตูนแต่ก่อนก็มีแต่ความตลกขบขันธรรมดาๆ การ์ตูนนี้มีมาเรื่อยๆ ถึงจะพูดยังไงๆ ก็ไม่มีใครถือ มันเป็นการ์ตูนที่ตลกธรรมดา แต่การ์ตูนที่มาเกี่ยวกับคุณทองก้อนนี้เป็นการกระเทือนหัวใจของชาติไทยทั้งชาติเลย ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เป็นความเสียหายอย่างมากมาย เหมือนคุณทองก้อนเป็นมหาโจรมหาภัย ออกมาเขาถึงได้มาขยี้ขยำใส่คุณทองก้อนคนเดียว ทั้งๆ ที่คุณทองก้อนทำประโยชน์แก่โลกแก่สงสาร แทบเป็นแทบตาย

        จึงต้องเตือนหนังสือพิมพ์ ผิด บอกว่าลูกหลานต่างคนก็มีกิเลส แต่ขอให้มีธรรมในใจ พิจารณา ผิด ถูก ชั่ว ดี ประการใด ควรตำหนิติชมประการใดให้มีเหตุมีผลตำหนิติชมกันมา อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้า เช่นอย่างทำกับคุณทองก้อนนี้เป็นการกระทบกระเทือนต่อคนทั้งแผ่นดิน จะพูดว่ากระเทือนกับหลวงตาด้วย พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยก็ได้ เพราะหลักนี้เป็นหลักที่ถูกต้องแม่นยำ ที่คุณทองก้อนนำมาปฏิบัติอยู่เวลานี้เอาออกจากหลักพุทธศาสนา รักชาติ สงวนชาติ ปฏิบัติต่อชาติ กีดกันสิ่งใดที่จะเป็นภัยต่อชาติ ซึ่งเป็นสมบัติอันล้นค่าของคนไทยทั้งแผ่นดิน แล้วคุณทองก้อนก็ทำหน้าที่นั้น แล้วบรรดาลูกศิษย์ลูกหา หรือบริษัทบริวารซึ่งเป็นเพื่อนเป็นฝูงกันทั้งประเทศก็ดำเนินตามคุณทองก้อน

        เมื่อมันกระเทือนก็ต้องกระเทือนไปทั้งหมด เราจึงได้เตือนหนังสือพิมพ์ การ์ตูนก็ตาม การ์ตูนก็คนเขียนขึ้นมา เมื่อผิดก็ต้องบอกว่าผิด จึงได้เตือนว่าลูกหลานอย่าพากันทำนะต่อไป ขอให้พิจารณานะ นี่จะโจมตีหลวงตาบัวมาก็ให้โจมตีมาเลย หลวงตาบัวไม่สะทกสะท้านกับสิ่งใดเพราะเอาธรรมมาสอน ผิดตรงไหนก็บอกว่าผิด ถูกตรงไหนบอกว่าถูก เราไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับโลกกับสงสาร ภายในหัวใจเราไม่มีเลย เรามีตั้งแต่ความเมตตาสงสารล้วนๆ จึงสอนโดยตรง ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก คำแพ้คำชนะในหัวใจเราไม่มีต่อสัตว์โลกนะ มีแต่ความเมตตาสงสารทั้งนั้น

------------------

สังเกตให้ดีนะครับ พระราชกวี ออกข่าวกล่าวหาว่าคุณทองก้อนแอบอ้างชื่อหลวงตามาใช้ แต่อันที่จริงทั้งหลว งตาและมติจากคณะสงฆ์ได้มอบหมายให้คุณทองก้อนมาทำหน้าที่โดยบริสุทธิ์และสุจริตใจครับ

จะเรียกพระราชกวีนี่ว่าเป็นพระได้อีกไหมครับ ท่านทั้งหลาย จะบอกว่าไม่รู้หรืออย่างไร หรือจะบอกว่าเข้าใจผิด? พระอย่างนี้ ยังเหลือศีลสักกี่ข้อครับ ลงถ้ามีวจีทุจริตได้ จะเหลืออะไรให้เชื่อได้อีก เพราะคนเราจะสื่อสารกันก็ต้องด้วยคำพูด ถ้าคำพูดไม่เป็นจริง ก็ไม่เหลือสิ่งใดให้เชื่อได้อีกแล้ว จริงไหมครับทุกท่าน?
โยธกา 2/02/04 11:55:40 คุณโจโจ้ครับ

ผมอ่านมาถึงตรงนี้ก็อนุโมทนาอีกครั้งในมหากุศลที่คุณได้ทำในการพยายามอย่างมากที่จะสื่อสารให้โลกได้รู้ความไม่ชอบมาพากลในเรื่องนี้  และในบางครั้งก็พยายามอธิบายอย่างอดทนยิ่งด้วยซ้ำ  แต่คิดอีกแง่การถามของคุณคนกวนก็ทำให้เกิดโอกาสในการอธิบายได้ดีครับ  เพียงแต่โดยส่วนตัวผมคิดว่าแกคงไม่ได้อะไรจากการถาม

อนุโมทนาและให้กำลังใจคุณโจโจ้ครับ
นายโจโจ้ 3/02/04 12:11:53 ขอบพระคุณ คุณโยธกาสำหรับความเมตตาที่คุณมีอันยังให้เกิดมุมมองในแง่ดีกับคุณคนกวนครับ

ต้องขอเรียนว่า ผมมิได้อดทนอะไรกับคุณคนกวนเป็นพิเศษครับ อธิบายไปตามโอกาส ตามเวลาที่มีเพียงเท่านั้นครับ และถึงแม้ไม่มีคุณคนกวน ผมก็โผล่มาเขียนบ้าง ตอบบ้างตามวิสัยของผม ที่ไม่ต้องให้ใครมาเปิดประเด็น ผมก็เปิดประเด็นใหม่ของผมได้ครับ ที่ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ เป็นกำลังใจก็คือ ท่านที่เอาข้อมูลในมุมอื่นมาร่วมแบ่งปัน อันเมื่อรวมกันเข้ามาแล้ว นำให้เห็นถึงเจตนาของตัวการใหญ่ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังได้

ขอขอบพระคุณอีกครั้งในความเมตตาครับ

ผมยังหวังว่าคุณบวรศักดิ์ ผู้แนะนำท่านวิษณุเข้าสู่วงการนี้ ตลอดจนรุ่นพี่ผู้มีพระคุณกับท่านวิษณุอีกสองสามท่านซึ่งเป็นผู้ที่คุณวิษณุนับถือ จะได้ช่วยเตือนสติคุณวิษณุในเรื่องนี้ได้บ้าง หยุดเสียเถิดครับ ท่านวิษณุ ก่อนที่จะจมลงไปมากกว่านี้
yoyo 3/02/04 03:04:38
อนุโมทนา ในข้อมูลเรื่อยๆ ครับ

=== นอกเรื่องนิดนะ ครับ ===
การสังเกตุ พิจารณา และการพิจารณาอย่างแยบคาย  
ดูผล และ เหตุแห่งผลเหล่านั้น  
จะช่วยได้ ในหลายเรื่อง  
เหล่านี้คือ สิ่งที่อยู่ในพระธรรม  

ยังหรอกครับ น่าจะยังมีเวลาอีกหลายพัก  
แต่ก็ ต้องพิจารณาให้รอบคอบ
หาข้อมูลให้ถ่องแท้ใน  ชัดเจนในทุกๆเรื่อง

ความชัดเจนของสิ่งต่างๆ
และการพิจารณา เหตุและผล สืบๆกันไป
น่าจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้พอสมควร  
ผู้เดินทาง 3/02/04 06:13:47 ขอร่วมลงชื่อคัดค้านการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนสมเด็จพระสังฆราชต้วยครับ  ถ้ามีผู้ดูแลลานธรรมท่านใดไปร่วมลงชื่อคัดค้าน  ขอความกรุณานำชื่อผมไปลงด้วยครับ

รู้กฎหมาย แต่เจตนาหลีกเลี่ยงทำผิดระเบียบโดยพลการ ไม่รู้จักที่ตำที่สูง  อำนาจทำให้คนตาบอด ใจบอด
ผู้เดินทาง 3/02/04 08:05:06 ตั้งแต่เรื่องนี้เป็นข่าวมา ผมเฝ้าดูมาตลอด  ผมไม่เคยได้ยิน  ข่าวการทูลปรึกษาเรื่องนี้กับองค์พระสังฆราช  ข่าวคำแถลงจากพระตำหนักองค์พระสังฆราชเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย  แล้วจะให้เชื่อได้อย่างไรว่าคำแถลงจากฝ่ายรัฐบาลเป็นเรื่องจริง พูดให้แคบเข้า ก็จากปากคนๆเดียวนี้เป็นเรื่องจริง  เรื่องใหญ่ขนาดนี้จะพยายามงุบงิบทำกัน มันเกินไป

ผมต้องกราบขอขมากรรม กราบขออโหสิกรรมกับหลวงตามามหาบัวด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ครับ      คือ ตอนที่มีข่าวว่า หลวงตายกทัพมาช่วยเพื่อนที่ถูกรุมกินโต๊ะ....ฯ  ผมคิดว่า หลวงตาท่านเว่อร์ไปมั้ง  ใครมันจะกล้าทำอย่างนี้กับองค์สมเด็จพระสังฆราชครับ แล้วผมก็ติดตามข่าวตลอด ไม่เข้าข้างใคร  ไม่มีธรรมยุติ ไม่มีมหานิกาย  มีแต่ความเป็นพุทธศาสนิกชนชาวไทย จนสรุปได้ว่า ไม่เข้าข้างใครไม่ได้แล้ว  ถ้ายอมคราวนี้ก็เท่ากับเรายอมให้ใครก็ได้เข้ามายำยีทั้งประมุขศาสนจักรและอาณาจักรของคนไทยพุทธ  ขอสมัครเข้าทัพหลวงตาด้วยครับ      
คนกวน 3/02/04 08:36:48 ผมไม่ได้อวดเก่งอะไรเลยนะ  เพียงแต่บางครั้งเราก็ต้องวิเคราะห์ว่าคนทำมีวัตถุประสงค์สิ่งใด ไม่ใช่เหรอ?

ถ้าคุณต้องการข้อมูล ที่จะสนับสนุนคุณ  ผมไม่มีหรอกครับ  ผมเองก็ไม่มีข้อมูลที่จะสนับสนุนฝ่ายที่ตรงข้ามคุณด้วยเช่นกันครับ

สิ่งที่เกิดขึ้น จึงเป็นการซักถาม  ที่คุณบอกว่าไม่มีประโยชน์ไงครับ

จะยังไงก็ตาม  ถ้ามันไม่มีประโยขน์จริง ก็ไม่ต้องสนใจมันครับ  เราเสนอไว้เพื่อให้คิดครับ
เพื่อว่าจะเข้าใจได้บ้างว่า คนนอกเค้ามองยังไงครับ

ส่วนที่ว่าผมจะได้อะไรหรือไม่   นั้นก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณ พิมพ์ ครับ  ว่าเป็นเพียงข้อกล่าวหาลอยๆ  หรือ  มีข้อมูลหลักฐานครับ

ลัทธิธรรมกายที่คุณต่อต้าน  ผมเองก็สมัครใจเป็นพวกคุณด้วยนะที่ต่อต้าน ถ้าเป้าประสงค์เป็นเช่นนั้นจริง  เพราะผมก็พอรู้ว่าเค้าสอนไม่ถูกต้อง  แต่จะถึงขนาดมีความสามารถที่แก้ไขพระไตรปิฎก เลยอย่างนั้น ก็ไม่ทราบว่ากล่าวหากันเกินไปหรือเปล่าครับ

ส่วนเรื่องเงิน  นั้นผมว่า มันก็ไม่แปลกหรอกครับถ้าธรรมกายจะมีเงินฝากเป็น หมื่นล้าน
เค้าบอกว่า ทุกวันอาทิตย์มีคนไปปฎิบัติธรรม วันละ หมื่น 2หมื่นคน  อาทิตย์หนึ่งเค้าก็คงมีรายได้ เป็น สิบล้านละครับ  เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของ ศรัทธาครับ ถ้าจะตั้งข้อสงสัย  มันตั้งได้ตลอดละครับ   ผมเองทำบุญช่วยชาติกับหลวงตา มาก็น่าจะร่วม พัน สองพันบาทแล้วครับ  แต่เป็นเงินบาทนะครับ   แต่ผมไม่เคยได้ยินเลยว่า  แจกแจงให้ฟังว่า เงินบาทได้รับบริจากเท่าไหร่ เอาไปใช้อะไรบ้าง  หรืออาไปซื้อ ทองคำ เท่าไหร่

ถ้าคุณโจโจ้ รู้ช่วยบอกด้วยแล้วกัน  ผมเองเห็นแต่ประกาศว่า มอบทองแล้ว เท่านั้น ตัน มอบดอลลาร์ เท่านี้ดอลล่าร์

เห็นไหมครับว่าถ้าสงสัย ก็สงสัยได้ตลอด แต่ถ้ามีหลักฐานคุณก็ว่ามาเลย  ธรรมกายมีเงินฝาก กี่หมื่นล้าน  ได้ใช้เงินซื้อ พระ.....เท่านี้บาท  จ่ายให้นายวิษณุ กี่บาท ว่าไป

แล้วถ้าจะพูดถึงเรื่องศรัทธา  กับเงิน มันเป็นของคู่กันอยู่แล้วครับ

แล้วผมจะพิมพ์อีกครั้งคงหลังวันที่7 นะครับ  ผมจะไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย ตามที่คุณต้องการ  ถ้าผมไม่ได้ไปด้วยเหตุผลใดๆ ผมจะไม่พิมพ์เพิ่ม

นับจากนี้ไป  ขอลงทะเบียนนั่งฟังนะครับ
........

เรื่องหลวงตา  คือว่าอย่างนี้ครับ  ที่พวกคุณพูดนะถูกหมดครับ  จะเข้าพบก็พบเป็นหมู่
แล้วก็ไม่ได้อคติ  อย่างที่คุณ ผมมันโง่  พูดด้วยครับ  ผมบอกแล้ว ผมนับถือท่าน ผมฟังธรรมจากท่ าน  ผมทำบุญกับท่าน ครับ  แต่เป็นความสัจจริง คือโดยส่วนตัวไม่มีนิสัยชอบคนเยอะๆ  หรือรอใครนานๆครับ  เลยทำบุญอย่างเดียว    
คนกวน 3/02/04 08:53:05 ขอเพิ่มอีกนิดนะ  เท่าที่จำได้  พ.ร.บ. ฉบับหนังตลุงที่คุณพัลวัน กล่าวหาเนี่ย
ถ้าจำไม่ผิด  รัฐมีอำนาจในการตรวจสอบ ทรัพย์สินของพระสงฆ์ได้  ซึ่งผมว่านี้เป็นประเด็นที่ดีนะ  ทุกวันนี้ถ้าเราอยากรู้ว่า พระสงฆ์รูปใดมีเงินฝากเท่าไร  ไม่สามารถทำได้เลย  แต่ถ้าตรวจสอบได้ ผมว่าคงจะโปร่งใสมากขึ้นครับ

เรื่องเงินกับพระ เนี่ย ไม่เข้าใครออกใครนะครับ  เพราะพระส่วนใหญ่เป็นปุถุชน  ก็มีความโลภเป็นธรรมดา  ส่วนพระอริยะ ท่านไม่จับเงิน ก็จริงครับ  แต่ลูกศิษย์ ก็กลายเป็นคนช่วยใช้แทน อันนี้ก็เยอะแยะไปครับ  ไม่ทราบว่าที่พวกคุณต่อต้านเนี่ย ตรงนี้เป็นประเด็นหนึ่งหรือเปล่าครับ  บางครั้งต้องยอมรับนะครับว่า  คนหากินกับพระก็เยอะครับ

รบกวนคุณพัลวัน ช่วย แก้ข้อสงสัยของผมด้วยครับ   ถ้าเข้าใจผิด  ผมขออภัย ครับ
ก็อาศัยเพียงความจำอันเลือนราง  เพราะตัวเองก็ต้องทำงานหาอยู่หากินครับ  ไม่สามารถไปศึกษา ได้อย่างเต็มที่  ต้องอาศัยคนที่มีความรู้และติดตามข้อมูลอย่างพวกท่านครับ

อันนี้คุณจะถือว่าผมผิดคำพูดไหมเนี่ย  คุณโจโจ้  

ผมจำได้ว่าคุณเคยบอกผมครั้งหนึ่ง ว่าคุณมีจิตสัมผัส  แล้วผมก็เคยท้าทายคุณไว้หลายครั้ง   ผมยังยืนยันนะ  ถ้าคุณทำได้ ช่วยสงเคราะห์ผมที  ผมก็อยากรู้ว่าที่คุณพูดมาทั้งหมดเนี่ย  คุณคิดเอา หรือ สัมผัสด้วยจิต  เพราะรู้สึกว่า  มัน "ถูกต้องนะคร้าบบ..."
อย่าเครียดนะครับ    แซวเล่น  ยังเป็นมิตรต่อกันครับ
พัลวัน 3/02/04 09:02:24 ถ้าคุณคนกวนมาวิเคราะห์เจตนาของผมว่า ทำไปเพียงเพราะต่อต้านตัวบุคคล ก็แสดงว่าวิเคราะห์ด้วยความคิดที่ "แคบ" มากๆ

เพราะผมไม่ได้ต่อต้านแค่ "ตัวบุคคล" แต่ผมต่อต้าน "คณะบุคคล" และรวมถึง พรบ.สงฆ์ พ.ศ. 2535 ในมาตราที่ "เป็นปัญหา" ด้วย

อย่าพยายามมาใช้วิธีเบี่ยงเบนประเด็น ให้กลายเป็นเรื่อง "อคติเฉพาะบุคคล" เลยครับ ผมไม่ตกเป็นเครื่องเล่นในเกมส์นี้ของคุณหรอกครับ อย่างน้อยคุณเองก็ไม่อาจทนความเย้ายวนให้มา "ต่อล้อต่อเถียง" ในกระทู้นี้ได้ แม้ว่าจะประกาศว่าจะไม่มาอีกแล้วก็ตาม ทำให้เห็นว่า แม้ว่าคุณจะมีความสามารถในการใช้สำนวนในการแสดงความคิดเห็นเป็นเหมือนผู้มีความเป็นผู้ใหญ่ และใจเย็น แต่ว่าการแสดงออกเรื่องความไม่อาจทนทานความเย้ายวนในใจ จนต้องเสียสัจจะที่ประกาศไปแต่แรกนั้นเอง ที่เป็นเหตุให้แสดงถึง "วุฒิภาวะ" ได้ไม่ยากนัก

ก็ไม่แปลกใจอะไร ที่คุณจะมาวิเคราะห์ผมเช่นนี้ และผมก็เห็นว่า กระทู้นี้เพียงกระทู้เดียว ที่จะเสวนากับคุณ ก็มากเกินพอแล้ว เพราะต้องการจะบอกว่า คุณวิเคราะห์ผมได้แคบเกินไปมากทีเดียวครับ
นายโจโจ้ 3/02/04 09:24:58 สาธุกับคุณพี่พัลวันครับ "แคบจริงๆด้วย" ผมนึกตั้งนาน นึกคำนี้ไม่ออก
พัลวัน 3/02/04 09:31:00 หลังจากโพสต์ไปแล้ว จึงได้เห็นข้อความใหม่ เรื่องการตรวจสอบเงินพระ อาจจะคิดว่าผมต่อต้านพรบ.ฉบับหนังตะลุง เพราะต้องการปกป้องประเด็นนี้กระมัง

ผมอยากจะบอกคุณกวนว่า ในความเป็นจริงแล้ว ผมมักกล่าวในหลายๆที่เสมอมาว่า การที่พระภิกษุหยิบฉวยเงินทองมาใช้ เป็นการผิดศีลข้อ 10 ซึ่งเป็นศีลที่แม้แต่สามเณรต้องรักษา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงไม่อนุญาตให้มีการใช้เงิน

การจัดการอย่างที่หลวงปู่ชาท่านใช้ คือ หากพระภิกษุรูปใดได้รับการถวายทรัพย์สินเงินทองมา ต้องเอามาเป็นกองกลาง เป็นของวัด มิใช่สมบัติของพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งโดยเฉพาะ เป็นการจัดการที่ผมเห็นพร้องด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเงินทองก็คือ อสรพิษ สำหรับผู้ปฎิบัติธรรมทั้งหลาย หากมีชีวิตที่ไม่ต้องเลี้ยงชีพด้วยการเอาเงินไปซื้อปัจจัย 4 มาแล้ว การปฎิบัติธรรมย่อมมีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องไปยุ่งกับอสรพิษตัวนี้

ในความเห็นของผมโดยส่วนตัว ผมเห็นว่า พรบ.สงฆ์ไม่ควรที่จะแม้แต่อนุญาตให้พระภิกษุมีทรัพย์สินส่วนตัว นอกจากอัฏฐบริขารด้วยซ้ำไป เว้นแต่ทรัพย์สินนั้นเป็นของเก่า ที่ติดตัวมาแต่ก่อนการบวช หรือเป็นมรดกที่ได้รับในระหว่าการบวช อันเกิดจากการเป็นทายาทโดยธรรม เท่านั้น (หากเป็นผู้อื่นยกให้เป็นมรดก ก็ยังไม่ควรได้ ด้วยซ้ำไป) ทั้งนี้เพราะยังต้องการให้เกื้อหนุนบุคคลที่บวชตามประเพณี จะได้ไม่ต้องหวั่นเกรงในเรื่องเหล่านี้

ดังนั้นสิ่งที่ผมมีความเห็น เพื่อเป็นการเกื้อหนุนพระธรรมวินัย จึงมิใช่มีเพียงแค่เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของพระภิกษุเท่านั้น

ส่วนทรัพย์สินอันเป็นของวัด สามารถตรวจสอบได้โดยปกติอยู่แล้วนี่ครับ ไม่เห็นเป็นเรื่องที่น่าจะต้องหวั่นไหวประการใด
นายโจโจ้ 3/02/04 09:45:19 ถัดมา ก็ต้องขอยกย่องคุณทองก้อน วงศ์สมุทรและคณะผู้ร่วมคัดค้านในครั้งนี้เป็นอย่างสูงครับ

โลกมนุษย์ ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน

พวกที่แสดงความเห็นและตั้งคำถามเชิงเหยียด เชิงหยันนี่เอง ที่เป็นผู้มีพระคุณ ช่วยให้คนที่ต่อสู้ได้บุญมากขึ้นไปอีก (มารบ่มี บารมีบ่เกิด) ในขณะเดียวกันเขาก็รับบาปไป จากการสงสัยผู้บริสุทธิ์ ผู้ที่ต่อสู้เพื่อส่วนรวม

ไม่ได้ตั้งใจว่ากระทบใครนะครับ เดือดร้อน ก็ออกมารับเองก็แล้วกัน    
www.watpa.com 3/02/04 11:43:42






ด่วน... ขอเชิญชาวพุทธและศิษย์กรรมฐานทุกท่าน พบกันที่ วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ  


วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2547
เวลา 08.00 น. ฆราวาสพร้อมเพียงกัน
เวลา 13.00 น. รับฟังมติคณะสงฆ์ไทย


ร่วมฟังประกาศ " คัดค้าน..ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม "


และร่วมลงชื่อ สนับสนุน มติคณะสงฆ์ไทย " คัดค้าน..ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม  "


เว็บไฃต์ วัดป่าดอทคอม www.watpa.com

3/02/04 11:44:35 คุณคนกวนครับ เห็นคุณบอกว่า “ผมเองทำบุญช่วยชาติกับหลวงตา มาก็น่าจะร่วม พัน สองพันบาทแล้วครับ  แต่เป็นเงินบาทนะครับ   แต่ผมไม่เคยได้ยินเลยว่า  แจกแจงให้ฟังว่า เงินบาทได้รับบริจาคเท่าไหร่ เอาไปใช้อะไรบ้าง  หรือเอาไปซื้อ ทองคำ เท่าไหร่”

ทำบุญทำกุศล ทำไม “คิดต่อ” แบบนี้ละครับ .. . ไหนๆ คิดแล้ว ทำไมไม่หาคำตอบที่แท้จริง หาสิ่งที่สงสัย …(ขอโทษนะครับ) ดูเหมือนว่าคุณเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางอย่างไรชอบกล ผิดปกติวิสัย (อย่างมาก) ที่คุณบอกเองว่า ปรารถนาพุทธภูมิ

ที่จริง www.luangta.com มีข้อมูลที่คุณต้องการมากมาย (จากหนึ่งในหลากหลายทาง ถ้าจะไม่เลือกเชื่อก็ต้องทำด้วยตนเองเสียแล้วละครับ ดีที่สุด เข้าหาท่านเลย แต่อย่าเพียงไปแอบดู แล้วเอาตนเองคิดเองอีกนะครับ การเข้าหาท่านโดยรวมอาจจะดูยากตามสายตา แต่ถ้าตั้งใจจริง เจตนาดีจริงๆ ไม่ยากเลย ลองดูซิครับ) ตามเทศน์ต่างๆ ก็มาก ถ้าคุณไม่กระตือรือร้นสิ่งที่สงสัย ผมก็จะพยายามในครั้งนี้ให้นะครับ

สถานะยอดบริจาค ทองคำและดอลลาร์เข้าคลังหลวง ข้อมูล ณ วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๔๗
ทองคำ ยอดบริจาค ๙,๑๗๓ กิโลกรัม ดอลลาร์สหรัฐ ๘,๘๘๔,๒๖๘ … ข้อมูลนี้ คิดหาเงินบาทเอาเองนะครับ

http://www.luangta.com/help/help_past.php โครงการช่วยชาติที่ผ่านมา (ช่วยเข้าไปดูด้วยตนเองสักครั้งนะครับ)
มีการแจกแจงว่ามีการมอบกี่ครั้ง ครั้งละเท่าไหร่ ที่ไหน อะไรบ้าง วัตถุประสงค์ของโครงการ สิ่งที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการฯ


http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=2426&CatID=2 “อย่าหูเบา”
“เมื่อวานนี้คงจะได้ไปดูละ โรงพยาบาล ทีแรกก็พวกโรงเรียนเสียก่อนขอมา เราก็พักไว้ก่อน ทีนี้ขอมาอีก เลยไปตกค้างกันอยู่ที่ว่าเราจะไปดูเสียก่อนโรงพยาบาลเป็นยังไง ตอนว่างเราจะไปดู ควรช่วยเหลืออะไร ๆ แล้ว ถ้าเราไปเห็นด้วยตาของเราแล้วไม่มีปัญหาอะไรแหละ ไปดูได้เลย จะควรช่วยเหลือมากน้อยเราจะพิจารณาของเราเอง แต่เวลานี้ยังให้ไม่ได้เราบอกงั้น จะไปดูเสียก่อน เพราะมาทุกแง่ทุกมุม ไม่ทราบว่าจะช่วยทางไหนต่อทางไหน ไม่ทันนะ เงินมากต่อมาก สมบัติเงินทองที่ได้มามันไม่พอ จะให้ว่าไง ฟังซิว่าบางครั้งติดหนี้ ติดหนี้เขา ถ้ามีเงินจะไปติดหนี้ทำไมใช่ไหม แต่มันไม่มีนั่นเอง แ ต่ความจำเป็นมันท่วมท้นเข้ามา จึงต้องได้แบ่งทางนู้นบ้างแบ่งทางนี้บ้าง เรื่อยไปอย่างงั้น วันนี้เอาแค่นี้นะไม่พูดมาก เหนื่อยมากแล้ว“

http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=2622&CatID=0 “หยุดนะหลาน”
“คือการช่วยโรงพยาบาลนี้มันหลายแบบหลายฉบับนะเรา ไม่ใช่เพียงเครื่องมือแพทย์ แล้วเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในโรงพยาบาล สำคัญที่ละซิ ที่คับแคบ ซื้อขยายออกให้ๆ มีมากต่อมากนะเรื่องซื้อที่ขยายออกให้ๆ มีแห่งหนึ่งที่เราซื้อหมดเลย อำเภอฝาง จังหวัดขอนแก่น เข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในครัว เหมือนเข้าไปในครัวเรือน มันไม่ได้เหมือนเข้าโรงพยาบาล แล้วในนั้นก็มีกระดาษมีผ้าอะไรปกคลุมไว้เห็นโผล่ขึ้นมานี้ โผล่ขึ้นมาเราก็รู้ว่าเป็นเอกซเรย์ มองเข้าไปเห็น พอเข้าไปก็ถามนั้นก่อนแหละ อ้าว นี่มันอะไร ไม่ใช่เอกซเรย์หรือ เอามาคลุมไว้ทำไม เอามาสำหรับทำประโยชน์นี่นะ  มันใช้ไม่ได้เลย เป็นอะไร ไม่แก้ไขได้เหรอ ว่าแก้ไขไม่ได้แล้ว เอ้า ให้ใหม่เลย แน่ะเห็นไหมล่ะ ใส่ตูมเลยเดี๋ยวนั้น
เครื่องมือแพทย์เป็นพื้นฐาน จากนั้นอุปกรณ์ต่างๆ พวกเตียง ที่หลับที่นอน หมอนมุ้งอะไรต่ออะไร แล้วขยายออกไปก็รถก็ราเรื่อยๆ มันมีอยู่ทั่วๆ ไปอย่างนี้ นี่คิดดู อย่างโรงพยาบาลกุดข้าวปุ้นนี้ คิดว่าขากลับมาจึงจะพิจารณาอีกทีหนึ่ง คงจะถูไถได้แหละ เวลานี้เงินของเรามันหมุนไม่ทัน หมุนออกทางโน้นทางนี้อยู่ตลอดไม่มีใครทราบนะ รายจ่ายของเราไม่มีใครทราบ จะทราบแต่รายได้เข้ามานี้ เวลารายจ่ายของเราไม่มีใครทราบ ยิ่งจ่ายเช็คด้วยแล้วเงียบเลยๆ เมื่อวานนี้ฉบับหนึ่ง ๗ แสน แน่ะเช็ค จ่ายไปทางกำแพงโรงพยาบาลโนนสะอาด ก่อนหน้า ๒ วันก็จ่ายไป ๖ แสนค่าตึก ตึกนี้กำลังทาสี แล้วหลังหนึ่งกำลังจะเริ่มขึ้น อย่างนั้นแหละ จ่ายทางโน้นทางนี้อยู่อย่างนั้น

ทองคำเราเคยบอกทุกทีๆ เราเอา ๑๐ ตันตั้งไว้เลยนะ เพราะจวนมาแล้ว เอา ๑๐ ตันตั้งไว้ ได้เท่าไรๆ แล้วก็ขี้เกียจพูดทุกวันๆ อย่างเมื่อวานได้เยอะนะ ไต้หวันมา ๑ กิโล ของเล่นเมื่อไร โถ ข้ามหัวชาวบ้าน ข้ามพวกเรามา มาขึ้นอยู่วัดนี่เลยจะเข้าคลังหลวง ของพวกเราได้ ๔ บาท ดอลลาร์ได้ ๔๗๘ ดอลล์ เมื่อวานนี้ สำหรับทองคำได้ ๑ กิโล ๔ บาท มันเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ระยะนี้เรากะว่าทองคำคงขาดอยู่ประมาณสัก ๖๐๐ ไม่เลยนั้นแหละ เพราะมันหดเข้ามาๆ เรื่อยๆ ทางนี้ก็เร่งเข้าเรื่อย ในวันปิดโครงการก็เป็นวันมอบทั้งทองคำและดอลลาร์ตามที่กำหนดไว้เรียบร้ อยแล้ว ขาดไม่ได้เลย ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน ดอลลาร์ ๑๐ ล้าน ขาดไม่ได้ ส่วนที่จะได้มากกว่านั้นไม่มีปัญหา เราก็แน่ใจคราวนี้ จะได้ทองคำและดอลลาร์มาปิดโครงการอย่างสมบูรณ์พูนผลทุกอย่าง เรียบร้อยทุกอย่าง จากนั้นเราก็อยู่ไปตามประสาของเรานั่นแหละ

ทั้งๆ ที่หลวงตาก็ทำประโยชน์แก่โลกเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถึงขนาดติดหนี้ติดสินเขามาเป็นลำดับลำดา ไม่มีเงินติดเนื้อติดตัวเลย สมบัติเงินทองข้าวของทั้งหลายที่ออกมานี้เต็มทั่วประเทศไทย ฟังซิไม่มีอะไรติดตัวเลย แล้วจะมาตรวจเงินของเราอีกนี้ ก็จะมาตรวจอะไร เราเลยสลดสังเวชนะ การมาทำอันนี้เหมือนกับว่าเป็นตัวผู้ที่ใหญ่โตมากที่สุดใช่ไหมเกินเมืองไทยเขา เมืองไทยเขากราบหลวงตาบัว และกราบความดีที่เราอุตส่าห์พยายามสละเพื่อพี่น้องทั้งหลายด้วยความเมตตาของเรา ตั้งแต่วันประกาศโป้งขึ้นมาว่าจะช่วยนั่น เราตัดคอเข้าไปเลยทีเดียวเพื่อพี่น้องชาวไทยเรา ทั้งชาติทั้งศาสนาเราอุ้มหมด คอจะต้องขาดก่อนเลย

เพราะเราจริงจังมากทุกอย่าง นี้ช่วยพี่น้องทั้งหลายเราช่วยขนาดนั้น ไหนจะมาคิดแย็บหนึ่ง ยังไม่คิดนะว่าจะมาสนใจกับเงินบาทหนึ่งสองบาท เอามาเพื่อเป็นมลทินเผาหัวอกตัวเอง”
ผู้เดินทาง 3/02/04 12:47:12 ผมขอคำยืนยันจากท่านผู้ดูแลลานธรรมด้วยครับ ว่าท่านใดจะกรุณานำชื่อของผมไปลงชื่อ สนับสนุน มติของคณะสงฆ์ไทย คัดค้าน.....ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม  ในวันที่7กุมภาพันธ์นี้ครับ จะกรุณาฝากข้อความมาเป็นส่วนตัว หรือ จะตอบในกระทู้นี้ ก็แล้วแต่ท่านครับ ขอขอบพระคุณครับ

ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ผมคงจะไม่ได้เข้ามาลานธรรม จนกว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ครับ
นายโจโจ้ 3/02/04 06:13:21 ขอโมทนากับคุณผู้เดินทางด้วยครับ หวังให้ทุกท่านเห็นความจริงที่ผู้ไม่หวังดีต่อพระพุทธศาสนาพยายามซุกซ่อนไว้ครับ
บูชา 3/02/04 11:31:02 เพิ่งได้นั่งอ่านความคิดเห็นทั้งหมด 200 ความเห็นหมดวันนี้เองครับ
น่าเป็นห่วงจริงๆนะครับ
วันเสาร์นี้ ที่วัดอโศการาม จะมีการลงชื่อหรือปล่าวครับ
และเราสามารถล่าลายชื่อคนอื่นไปด้วยได้ไหมครับ
นายโจโจ้ 4/02/04 12:14:33 คุณบูชาครับ ในเบื้องต้นนี้ ไปลงชื่อไว้ที่เว็ป http://www.luangta.com ก่อนก็ได้ครับ

น่าเป็นห่วงจริงๆครับ วันนี้ผมอ่านจากหนังสือมหัศจรรย์มหาบุรุษ หลวงตามหาบัว หลวงตากล่าวไว้ชัดเจนมาก ว่าที่ผ่านมา "พวกเขา" ส่งคนมาพยายามฆ่าหลวงตาแล้วถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่ครั้งรัฐบาลก่อนที่พยายามจะรวมบัญชี คราวก่อนผู้ออกหน้าคือท่านธารินทร์ ที่บัดนี้ไปเป็นขุนคลังไวน์ ปักหลักดื่มไวน์อยู่เชียงใหม่เสียแล้ว ในขณะที่บุคคลผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังมาตลอดพึ่งจะมาออกหน้าก็ในคราวนี้นี่เอง บุคคลคนเดียวกันนี้พยายามจะทำลายชาติอย่างไม่หยุดไม่หย่อนมานานแล้ว

ในหนังสือมีทั้งความเห็นท่านผู้ว่าธปท.คนปัจจุบัน(มรว.ปรีดียาธร) และท่านที่ปรึกษา(ดร.โกร่ง) ที่เล่าถึงความเป็นไปของการคัดค้านการรวมบัญชี ตลอดจนแสดงความนับถือว่าพระที่อยู่ในป่า ทำไมถึงรู้เรื่องการเงินระดับชาติ ระดับโลกได้ดีถึงขนาดนี้ ทั้งสองท่านมีความเห็นสนับสนุน และได้นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงตากันแล้วทั้งสองท่าน ด้วยความนับถือในความรู้ขององค์หลวงตาที่ทราบและทำการป้องกันการรวมบัญชีล่วงหน้าตั้งแต่ปี 2541

ยังไม่จบเท่านั้น ความเห็นของมรว.ปรีดียาธร ในเรื่องการขายพันธบัตรรัฐบาลเป็นยอดเงินมหาศาลหมดภายในสองวัน จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะต้องประชาสัมพันธ์กันตลอด 30 ถึงอย่างน้อย 45 วัน ว่าต้องเป็นเพราะหลวงตาช่วยสนับสนุน จึงจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้

ขอยืนยันอีกครั้ง ว่า "พวกเขา" เริ่มแสดงความเป็นคนพาลอย่างชัดเจนแล้วครับ คราวนี้จาบจ้วงที่สมเด็จพระสังฆราชตรงๆแล้ว แต่สื่อไม่ออกเลยสักแอะเดียว

ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ www.bangkokbiznews.com แสดงความเห็นไว้นะครับ ว่าสื่อปัจจุบันนี้เปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน มาเป็นสุนัขนั่งตัก และยิ่งไปกว่านั้น แปลงร่างเป็นสุนัขละครสัตว์ไปเรียบร้อยแล้ว

ในครั้งก่อน เท่าที่ผมเห็น มี "ผู้จัดการ" ฉบับเดียวที่เสนอข่าวในเชิงสร้างสรรค์ที่สุด ที่เหลือ นั้นไม่รู้สึกว่าจะพึ่งพาได้เลย
คนไทยไกลบ้าน 4/02/04 02:02:10 คุณโจโจ้ครับ ไม่ทราบจะบอกใบ้อีกหน่อยได้ไหมว่า "พวกเขา" ที่ว่านี่หมายถึงคนกลุ่มไหนครับ ? แล้วจะได้ผลประโยชน์อย่างไรในการที่ต้องทำเช่นนั้นครับ ...
เฉียวฟง 4/02/04 02:46:58 คนเราได้ทราบข้อมูลที่ไม่เหมือนกันย่อมมีความคิดเห็นต่างกันเปนเรื่องธรรมดาครับในการแสดงความคิดเห็นบนพื้นฐานข้อมูลที่ได้ยินมาต่างกันนั้น ผมว่าไม่มีใครถูกใครผิดหรอกครับ เท่าที่อ่านมาคุณคนกวนก็ไม่ได้เปนคนที่มีความคิด"แคบ"ตรงไหนผมว่าเค้าแสดงความคิดเห็นได้มีเหตุผลด้วยซ้ำไป(แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณคนกวนเปนฝ่ายถูกนะครับและก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าเปนคนผิด)คนที่ลานธรรมนี้ก็เพื่อนกันทั้งนั้นนะครับไม่อยากให้ใช้อารมณ์ในการตอบโต้กันเลยครับ อยากให้คุณโจโจ้ลดความแรงในการโพสต์หน่อยก็จะดีครับ
งานนี้ผมว่าน่าจะใช้หลัก กาลามสูตร ของพระพุทธองค์ มาพิจารณากันดีกว่านะครับ
ด้วยความเคารพครับ
นายโจโจ้ 4/02/04 03:22:27 ขอบคุณในคำแนะนำของคุณเฉียวฟงครับ ผมไม่มีอะไรจะชี้แจงครับ ขอให้ไปอ่านที่ www.luangta.com ด้วยนะครับ หลวงตาท่านระบุชัดแล้วครับ ผมคงไม่ชี้แจงประเด็นเดิมซ้ำซากแล้วครับ คุณไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไรครับ ปฏิบัติตนตามที่เห็นเถิดครับ เห็นแค่ไหนก็ทำแค่นั้นละกันครับ ผมก็ชี้แจงของผม ท่านที่เห็นก็เห็น ที่ไม่เห็น จะทำยังไงได้ล่ะครับ? ก็ทำได้แค่นี้

ส่วนคุณคนไทยใกล้บ้าน ผมขอรบกวนให้ช่วยอ่านดีๆ คนมีกลุ่มเดียวครับ ในความเห็นที่ 175 ครับ
ผู้เดินทาง 4/02/04 06:29:51 ตั้งแต่ผมเริ่มเสาะหาข้อมูลในเรื่องนี้ ผมไม่เคยเข้าเว็บของหลวงตาเลย ผมได้ข้อมูลจากสื่อในที่สาธารณะทั้งสิ้น  เรื่องนี้เกี่ยวกับสมเด็จพระสังฆราชนะครับ  แต่รู้สึกว่าสื่อไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเลย เงียบเชียบวังเวงสิ้นดี อ่านจากสื่อก็รายงานข่าวแบบขอไปที ไม่มีการเจาะลึก หาเหตุผลอะไรทั้งสิ้น วิญญาณนักข่าวหายไปไหนหมด  ผมดีใจกับตัวเองว่า การตัดสินใจเข้าร่วมทัพของหลวงตา ผมไม่ได้ใช้ข้อมูลจากเว็บของหลวงตาเลย ผมเพิ่งเข้าเว็บหลวงตาจากความเห็นที่203ของคุณโจโจ้ที่ทำไว้ไห้  อยากให้เพื่อนสมาชิกลานธรรมเข้าไปอ่านเอกสารการแต่งตั้งคณะปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ครับ  แล้วพิจารณาดูเจตนาว่ามีอะไรซ่อนไว้ครับ

ผมอ่านแล้วไม่เห็นมีแม้แต่ประโยคเดียวว่า ได้ทูลปรึกษากับสมเด็จพระสังฆราชมาแล้ว  มีแต่กล่าวถึงเลขาฯสมเด็จพระสังฆราช  แล้วเลขาสมเด็จฯจะมาตัดสินใจแทนองค์พระสังฆราชได้อย่างไร  ถ้าสมเด็จพระสังฆราชทรงเห็นด้วยแล้ว ก็ต้องมีพระบัญชาในนามพระองค์ออกมาซิครับ  นี่อะไรพูดเอง เออเองหมด หลักฐานอะไรก็ไม่มี  เป็นภาษาทางโลกเขาเรียกว่า การจี้ครับ ไม่ใช่การยินยอมพร้อมใจ

คุณลองทำใจฟังนะครับ (ฆราวาส)ประกาศแต่งตั้งคณะปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช  มันจะอาเพทไปกันใหญ่แล้ว พระรับคำสั่งจากฆราวาส   ฟ้า ดิน แสดงให้เห็นความวิปริตแล้ว ผู้นำประเทศยังไม่รู้ตัวอีก ต่อให้มีความรู้ ความสามารถในทางโลกเก่งขนาดไหน แต่ถ้าทางศีลธรรมมันยังวิปริตขนาดนี้ คุณเดินหน้าได้ก้าวหนึ่ง แต่มันจะมีเหตุทำให้คุณต้องถอยหลัง2-3ก้าวในทันที  ยิ่งทำกับพระกับเจ้าที่ทำคุณให้กับประเทศอย่างใหญ่หลวงแล้ว  (ผมรู้สึกว่าคนไทยจะลืมอะไรกันง่าย)  วิบากกรรมจะติดปีกลัดคิวเลยครับ  ลองสังเกตดู  
No comment 4/02/04 08:14:31 "หลวงพ่อปัญญา"เห็นด้วยที่ฆราวาสแต่งตั้งพระ(มส.)ได้

แถมอัดยับศิษย์พระป่าค้านตั้ง รก.สังฆราช

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่า""วิษณุ""เผยแฉเรื่องฉกพระเบญจภาคี""พระสังฆราช""เพราะอยากให้""หัวขโมย""เอามาคืนแต่ยังกั๊ก เช็กพระลิขิต-สมบัติอื่น ๆ กลัววุ่น ด้าน "หลวงพ่อปัญญา" สวดยับ

""วิษณุ""เผยแฉเรื่องฉกพระเบญจภาคี""พระสังฆราช""เพราะอยากให้""หัวขโมย""เอามาคืนแต่ยังกั๊ก เช็กพระลิขิต-สมบัติอื่น ๆ กลัววุ่น ด้าน "หลวงพ่อปัญญา" สวดยับกลุ่มลูกศิษย์พระป่าที่คัดค้าน การแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนสมเด็จพระ สังฆราช ที่ทรงพระประชวร เตือนสติสอนให้รู้จักตัดกิเลส แนะกลับไปปฏิบัติธรรมให้ถูกต้อง ดีกว่าออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน สนับสนุนรัฐบาลทำถูกต้องแล้ว

ความขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งอยู่ระหว่างรักษาพระอาการประชวร โดยให้สมเด็จพระพุฒาจารย์วัดสระเกศ หรือสมเด็จเกี่ยว รักษาการในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช เป็นการชั่วคราว ยังเป็นที่ถกเถียงกัน โดยเฉพาะนายทองก้อน วงศ์สมุทร กลุ่มลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 ก.พ. พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี เทศนาออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ในวันธรรมสวนะ มีใจความตอนหนึ่ง กล่าวถึงการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช โดยย้ำว่า สมเด็จพระสังฆราชอายุมากแล้ว และทรงพระประชวร รัฐบาลทำถูกแล้วที่แต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน และเรียกร้องให้กลุ่มลูกศิษย์ของพระป่าที่ออกมาคัดค้าน ให้รู้จักตัดกิเลส และไปปฏิบัติธรรมให้ถูกต้องแทนจะดีกว่าออกมาเคลื่อนไหวประท้วงคัดค้าน

ทั้งนี้ พระธรรมโกศาจารย์ เคยกล่าวปาฐกถา เนื่องในวันกองทัพไทยแก่ข้าราชการและประชาชน ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา สนับสนุนรัฐบาล และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแล ซึ่งรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ โดยบอกว่า การแต่งตั้งสมเด็จเกี่ยว เป็นผู้ทำหน้าที่แทน ไม่ใช่เป็นสังฆราชองค์ที่ 2 พร้อมกล่าวถึงพวกที ่ไม่พอใจการทำหน�าที่ของนาย วิษณุว่า เป็นพวกใจบาปใจต่ำไม่รู้จักเคารพสงสาร สมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงพระประชวรอยู่

ด้าน นายวิษณุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายทองก้อน วงศ์สมุทร ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมเพิ่งมาพูดถึงพระเบญจภาคี ที่ถูกมือดีขโมยไป ทั้งที่หายไปประมาณ 5 ปีแล้วว่า การจะพูดเรื่องนี้ ตนต้องตั้งหลักว่า ต้องระวังตัวมาก เพราะผู้ใกล้ชิดพระสังฆราชมีทั้งคนดีและไม่ดี อย่างเรื่องพระเบญจภาคี ตนพูดเพราะอยากให้กรุณาเอามาคืนเสียเท่านั้นเอง เพราะเอาไปขายก็ไม่ได้ เห็นที่ไหนใคร ๆ ก็รู้ว่ามาจากไหน เรื่องนี้ตนทราบว่า เดิมเจ้าหน้าที่ยังไม่รู้ชัดเจนว่าหายจริงหรือไม่จริง แต่ขณะนี้มันชัดเจนขึ้นแล้ว เรื่องนี้จับมือใครดมยาก แต่เจ้าหน้าที่รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน แต่พูดไม่ได้เพราะจะเสียรูปคดี ส่วนจะเป็นฝีมือคนใกล้ชิดพระสังฆราชหรือไม่นั้น จะเป็นคนนอก ก็คงยาก และตนได้สั่งการไปแล้วว่า ไม่ว่าจะสอบอะไรก็ตาม อย่ารบกวนพระสังฆราชอย่างเด็ดขาดทุกกรณี ให้สอบผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสอบพระลิขิตก็ตาม ส่วนการที่จะตรวจสอบสมบัติอื่น ๆ ของพระสังฆราชอีกหรือไม่นั้น ขอไว้อีกระดับหนึ่ง เพราะพูดไปเดี๋ยวจะยุ่งขึ้นมาอีก.

http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews205.html
No comment 4/02/04 08:16:44 "ทองก้อน"บุกรัฐสภาวันนี้พบ"สุชน"เพื่อแจ้งถอดถอน"นายวิษณุ"



สว.บุญเลิศ ไพรินทร์ ย้ำการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ไม่ผิดกฎหมายและขอให้กลุ่มนายทองก้อนยุติการเคลื่อนไหวถอดถอนรองนายกรัฐมนตรี

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ สว.ฉะเชิงเทรา ยกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เป็นแนวทางในการชี้แจงว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นเรื่องที่ทำได้แต่กรณีนี้ น่าจะใช้มาตรา 10 วรรค 3 ที่จะให้สมเด็จพระสังฆราชเป็นผู้ลงพระนามแต่งตั้งเอง แต่ถ้าพระองค์ไม่สามารถแต่งตั้งได้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ควรจะชี้แจงให้ชัดเจนเพื่อไม่เกิดข้อกังขาขึ้น
นอกจากนี้การแต่งตั้งคณะกรมการเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชไม่ผิดกฎหมาย กลุ่มผู้คัดค้านไม่น่าจะเข้าชื่อถอดถอนนายวิษณุได้ จึงได้เรียกร้องให้กลุ่มของนายทองก้อน หยุดการเคลื่อนไหว เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่พุทธศาสนิกชน
ตนขอเรียกร้องให้น้องทองก้อน และคณะให้ยุติบทบาทในการเคลื่อนไหวในการที่จะเข้ารายชื่อถอดถอนดร.วิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง เพราะว่า คงจะมีสิทธิยื่นได้ แต่คงไม่มีใครเอาด้วย เพราะนายวิษณุไม่ได้ทำผิดกฎหมาย นายบุญเลิศกล่าว

ทางด้านทองก้อนวงศ์สมุทธ กล่าวว่า วันนี้ (3 กพ.) ตนและคณะจะเดินทางไปพบ นายสุชน รักษาการประธานวุฒิสภา เพื่อแจ้งความจำนงในการยื่นถอดถอนนายวิษณุ และจะนำรายชื่อไปมอบให้อีกในวันที่ 6 ก.พ.ต่อไป


http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews206.html
พัลวัน 4/02/04 08:49:09 หลวงพ่อปัญญา กับ พระฝ่ายสนับสนุน เขามีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ อย่างตอนนี้ท่านก็ลงทุนเรี่ยไรทางโทรทัศน์ สร้างอาคารให้กับมหาวิทยาลัยสงฆ์อยู่

ก็ทางมหาวิทยาลัยสงฆ์ลงหนุนสุดตัวอย่างนี้ หลวงพ่อปัญญาจะมีทางเป็นอื่นไปได้หรือครับ

แต่บอกตามตรง ได้รู้ ได้รับทราบ ว่า มหาวิทยาลัยสงฆ์ ศึกษาพระไตรปิฎกในท่วงทำนองของการศึกษาปรัชญา หรือ metaphysics แล้ว รู้สึกเสื่อมศรัทธาไปมากๆ ทำให้นึกถึง นาลันทา และความล่มสลายของนาลันทาจริงๆ

หากมหาวิทยาลัยสงฆ์ ศึกษาพระธรรมวินัย ตามแนวทางของ "การศึกษา 3 อย่าง" หรือ "ไตรสิกขา" คือ "ศีล สมาธิ ปัญญา" ซึ่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางแนวทางเอาไว้เมื่อประมาณ 2600 ปี มาแล้ว ผมจะมีความศรัทธาและนับถือกว่านี้มาก
No comment 4/02/04 09:13:19 กองเชียร์สนับสนุนฆราวาสแต่งตั้งพระรุดให้กำลังใจดร.วิษณุ

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่าเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เวลา ๑๓.๐๐ น.เครือข่ายชาวพุทธเพื่อส่งเสริมความมั่นคงของพระพุทธศาสนา ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์ แม่ชี และประชาชนทั่วไป ประมาณ ๕๐คน

เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เวลา ๑๓.๐๐ น.เครือข่ายชาวพุทธเพื่อส่งเสริมความมั่นคงของพระพุทธศาสนา ซึ่งมีทั้งพระสงฆ์ แม่ชี และประชาชนทั่วไป ประมาณ ๕๐คน นำโดย นายประสิทธิ์ บุตรศรี ประธานเครือข่ายฯ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือและมอบดอกไม้ให้กำลังใจ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งได้สนับสนุนการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยนายประสิทธิ์ กล่าวว่า เครือข่ายชาวพุทธฯ ขอเป็นกำลังใจให้นายวิษณุ อย่าได้หวั่นไหวกับแรงกดดันข่มขู่ของบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน เพราะถือว่าการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ดำเนินการถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยและชอบด้วยกฎหมายการปกครองคณะสงฆ์ทุกประการ

นอกจากนี้ นางสุริยา อัศวพิริยานนท์ ประธานสื่อมวลชนชาวพุทธและเครือข่ายองค์กรชาวพุทธ ยังได้ยื่นหนังสือถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการถอดถอนนายวิษณุออกจากตำแหน่งของกลุ่มนายทองก้อน วงศ์สมุทร ซึ่งอ้างตัวเป็นลูกศิษย์ของพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว พร้อมทั้งให้ดำเนินการสอบสวนจับกุมนายทองก้อนพร้อมคณะ ในฐานะที่สร้างความแตกแยกแก่หมู่สงฆ์ และขอให้ระงับโครงการทอดผ้าป่าช่วยชาติของหลวงตามหาบัว เพราะรัฐบาลสามารถแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจนผ่านพ้นวิกฤตไปแล้ว หลวงตามหาบัวเอง เคยลั่นวาจาหยุดการทอดผ้าป่ามาหลายครั้ง หากยังดำเนินการอีกจะเป็นช่องทางให้คนไม่บริสุทธิ์อ้างเป็นเหตุผลในการหากินได้ และนำมาซึ่งปัญหาสู่วงการพระพุทธศาสนาอย่างไม่รู้จบ

ด้านนายวิษณุ กล่าวกับผู้ที่มาให้กำลังใจว่า รู้สึกปลื้มปิติจนขนลุกซู่ทันที เมื่อได้ยินเสียงสวดชยันโตของพระสงฆ์ที่มาให้กำลังใจ ถือเป็นพลังที่ทำให้รู้สึกว่าเดินมาถูกต้องแล้ว ตนยืนยันว่าสิ่งที่ทำมาถูกกฎหมาย และถ้าจะมีความบกพร่องและเสียใจก็คือ ดำเนินการช้าไป จนกระทั่งทำให้เกิดความเสียหายบางส่วน ที่จริงที่ผ่านมาได้เริ่มดำเนินการเพื่อระงับความเสียหายมานานพอสมควร แต่ตนเป็นฝ่ายขอให้หยุดไว้ด้วยความหวังว่าผู้ที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องจะมีโอกาสเปลี่ยนมาปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยอาศัยเวลา ขณะเดียวกัน ช่วงนั้นอยู่ระหว่างเตรียมจัดงานฉ ลอง ๙๐ พรรษาของสมเด็จพระสังฆราช จึงไม่ควรให้มีอะไรมาแผ้วพานทำให้การจัดงานมัวหมอง จะออกหมายเรียกหรือหมายจับ หรือตรวจสอบผู้ใกล้ชิดก็ให้หยุดไว้ก่อน แต่หลังจากวันประสูติไปแล้วเหตุการณ์จะลุกลามใหญ่โต เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติดำเนินการ ซึ่งตนได้บอกไปว่าก่อนที่จะมีการดำเนินการเรื่องคดีและมีการจับกุม ก็ต้องเตรียมตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เพื่อจะได้กันสมเด็จพระสังฆราชออกไปก่อน

"ผมไม่มีความหวั่นไหว ผมมีความรู้สึกว่าหวั่นไหวก็ตอนที่ทำเรื่องนี้ใหม่ๆ แ ละมีปฏิกิริยาออกมา เกรงว่าพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย โดยเฉพาะพระคุณเจ้าไม่เข้าใจ เคลื่อนไหวออกมาเหมือนกันหมด รัฐบาลคงแย่ แต่วันนี้พิสูจน์ว่าส่วนใหญ่มีความเข้าใจ จะมีส่วนน้อย ซึ่งเราอาจจะบกพร่องที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้ ก็จะพยายามต่อไป และเคยพยายามติดต่อชี้แจงกับผู้ที่ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นผล"นายวิษณุกล่าว

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนอะไรก็สอบไป แต่ถ้าถึงขนาดต้องไปสอบสมเด็จพระสังฆราช ตนไม่อนุญาต และได้แนะนำให้ไปสอบสวนพยานแวดล้อมแทน เพราะอะไรก็ตามที่ไปถามสมเดก็จพระสังฆราช ดูจะเป็นการทารุนต่อพระองค์ท่าน ไม่ควรไปรบกวน

"ความจำเป็นที่ต้องมีผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือผู้รักษาการแทนรุนแรงมาก ไม่ใช่มีเหตุเพราะเรื่องคนแวดล้อมอย่างเดียวเท่านั้น แต่แม้กระทั่งเหตุภาคใต้ที่เกิดขึ้น เพราะกองทัพธรรมวันนี้ต้องมีแม่ทัพนำหน้า ต้องวินิจฉัยสั่งการหลายอย่าง คนไม่ค่อยรู้ว่าเจ้าพระคุณสมเด็จผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช วันนี้ได้เป็นแม่ทัพแทนสมเด็จพระสังฆราช บัญชาการในหลายๆ เรื่องเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตในภาคใต้ร่วมกับรัฐบาล พี่น้องมุสลิม จุฬาราชมนตรี สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องมีการดำเนินการออกมา" นายวิษณุกล่าว

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มนายทองก้อนจะเข้าชื่อยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งว่า อยากให้เรื่องจบ ทั้งนี้ ตนไม่ได้กลัวเดือดร้อน แต่เกรงว่าจะไปกระทบกระทั่งพระศาสนา ส่วนพระเครื่องของสมเด็จพระสังฆราชที่หายไปตำรวจก็กำลังตรวจสอบอยู่ และมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร เพราะเมื่อตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนก็ทำให้คนกล้าขึ้น โดยคนใกล้ชิดเริ่มมาแจ้งเบาะแสว่าของที่หายไปอยู่ที่ใคร ตำรวจกำลังตามไปตรวจสอบ ดังนั้น จึงอยากให้นำมาคืน เพราะของเหล่านี้จะไปขายใครไม่ได้ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ บางอย่างเป็นของพระราชทาน และเป็นของถวายจากสมเด็จพระนางเ จ้าพระบรมราชินีนาถ

ด้านพระสงฆ์ที่มาให้กำลังใจนายวิษณุ กล่าวว่า เหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ พระสงฆ์ค่อนข้างเสียขวัญ สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างหาความปลอดภัยได้ลำบาก และก้ำกึ่ง หากมีใครจุดประกายขึ้นมาก็จะกลายเป็นสงครามศาสนาหรือความขัดแย้ง ก็อยากให้นายวิษณุ ในฐานะที่ดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หาวิธีการเพื่อทำให้เกิดการสมานฉันท์ทั้งชาวพุทธและมุสลิม และในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ชาวพุทธทั้งหมดจะทำบุญหรือเจริญพระพุทธมนต์เพื่อสันติภาพโลกบริเวณท้องสนามหลวง โดยจะมีการแผ่ส่วนกุศลให้แก่ผู้วายชนทุกชาติทุกศาสนา

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านั้นทางด้านกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นตัวแทนชาวพุทธยังได้นำไปแจ้งตำรวจดำเนินคดีกับตัวแทนรัฐบาลและในวันนี้กลับเดินหน้าเชียร์กันอย่างผิดสังเกต

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน

http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews208.html
No comment 4/02/04 09:20:04

"ทองก้อน"เดินหน้าถอด"วิษณุ"จัดถกใหญ่พร้อมโชว์แสนชื่อ 5 ก.พ.นี้

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่า"ทองก้อน"เดินหน้าถอดถอน "วิษณุ" แล้ว ประกาศกร้าวหากไม่ยกเลิกคำสั่งตั้งรก.สังฆราชจะไม่หยุดเคลื่อนไหวอดทนไม่ได้เห็นพระสังฆราชถูกรุมกินโต๊ะ พร้อมขู่พระกว่าหมื่นรูปนัดรวมพลชำระอธิกรมหาเถรสมาคมเสาร์นี้

"ทองก้อน"เดินหน้าถอดถอน "วิษณุ" แล้ว ประกาศกร้าวหากไม่ยกเลิกคำสั่งตั้งรก.สังฆราชจะไม่หยุดเคลื่อนไหวอดทนไม่ได้เห็นพระสังฆราชถูกรุมกินโต๊ะ พร้อมขู่พระกว่าหมื่นรูปนัดรวมพลชำระอธิกรมหาเถรสมาคมเสาร์นี้

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายทองก้อน วงศ์สมุทร ในฐานะผู้ริเริ่มรวบรวมประชาชนเพื่อขอให้ถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง พร้อมด้วยผู้ริเริ่มจำนวน 71 คน ได้มาแสดงตนต่อนายสุชน ชาลีเครือ รักษาการประธานวุฒิสภา โดยนายทองก้อน กล่าวว่าตนและคณะมาขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 303 เพื่อถอดถอนนายวิษณุออกจากตำแหน่ง เพราะเห็นว่านายวิษณุ ปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 11 และผิดต่อพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 มาตรา 7, 10, 14 และ 19 ที่แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้ช่วยผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช

นายสุชน กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นของประชาชน การใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ ส่วนขั้นตอนในการดำเนินการ ตนจะให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ตรวจสอบรายชื่อผู้มาแสดงตนทั้ง 71 คนว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบโดยเร็ว และจะเสนอต่อป.ป.ช. ต่อไป ซึ่งขั้นตอนในการถอดถอนต้องทำภายใน 180 วัน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค. อย่างไรก็ตามตนมาจากประชาชน จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริงและกฎหมายกำหนด

ด้านนายทองก้อน ให้สัมภาษณ์ว่าตนมาใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของนายวิษณุ ไม่ถูกต้อง ได้แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ขึ้นมาที่วัดสระเกศ ขณะที่สมเด็จพระสังฆราชองค์เดิมยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ทั้งที่พระมหากษัตริย์จะต้องเป็นผู้สถาปนาอิสริยะศักดิ์ และฐานันดรศักดิ์ แต่นายวิษณุกลับทำเสียเอง ซึ่งข้อเท็จจริงทั้งหมดตนจะชี้แจงให้ประชาชนทราบในวันที่ 5 ก.พ. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์หากนายวิษณุจะมาเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ได้ดำเนินการตามมาตรา 10 ของรัฐ ธรรมนูญ ก็ควรจะมาชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ ไม่ใช่คลุมเครือ

นายทองก้อน กล่าวว่า การที่ส.ว. บางคนออกมาเรียกร้องให้ตนยุติการเคลื่อนไหว เพราะเห็นว่านายวิษณุไม่ได้กระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญนั้น ถือว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของส.ว. แต่ส.ว.ไม่มีอำนาจตัดสิน แต่อยู่ที่ประธานวุฒิสภาดำเนินการ อย่างไรก็ตามตนยินดีจะยุติการเคลื่อนไหวตามที่หลายฝ่ายเรียกร้องเพื่อให้เกิดความสามัคคีระหว่างชาวพุทธด้วยกัน แต่นายวิษณุจะต้องยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง หากไม่ยกเลิกตนจะเดินหน้าเคลื่อนไหวต่อไป เพราะตนไม่ได้เป็นฝ่ายจุดไฟ แต่นายวิษณุเป็นฝ่ายจุด ตนเป็นผู้นำน้ำมาดับ ขณะนี้ตนและนายวิษณุ ต่างหันหน้าไปคนละทาง และสิ่งที่ตนกระทำอยู่ขณะนี้เพราะเห็นว่าสมเด็จพระสังฆราชกำลังถูกรุมกินโต๊ะ

ผู้สื่อข่าวถามว่าคำสั่งของนายวิษณุ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม เห็นด้วย นายทองก้อน กล่าวว่า พระในมหาเถรสมาคมที่เห็นด้วยถือว่าทำผิดพระวินัย ซึ่งจะมีพระกว่า 1 หมื่นรูป มารวมตัวกันที่วัดอโศการาม เพื่อชำระอธิกร ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่เห็นด้วย ถือว่าเป็นเรื่องของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานด่วนว่า ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2547 นี้ นายทองก้อนและคณะกลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัว จะทำการจัดสัมมนาถกปัญหาการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน เวลา10.00 น. ในงานนี้ จะมีนายทองก้อน เป็นคนเปิดประเด็นชี้ปัญหาของแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช และจะมีการแถลงข่าวพร้อมโชว์รายชื่อ 1 แสน ชื่อ เพื่อยื่นถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2547 จะเดินทางไปยื่นหนังสือให้ประธานวุฒิสภาต่อไป

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 24 มกราคม 2547 ที่ผ่านมา กลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโณ นำโดยนายทองก้อน วงศ์สมุทร จำนวนกว่า 700คน เดินทางจากจังหวัดอุดรธานี มาร่วมกันสวดมนต์ถวายพระพรแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ให้ทรงหายจากประชวร ที่บริเวณอุโบสถ์วัดบวรนิเวศวิหารโดยนายทองก้อน กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ขอร้องให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยกเลิกประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นการแต่งตั้งเสมอสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา แต่ขณะนี้เลย 7วันที่กำหนดแล้ว ยังไม่มีก ารดำเนินการหรือชี้แจงให้เกิดความชัดเจน จึงต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้เห็นว่าทางกลุ่มยอมคอขาด และได้เขียนหนังสือด้วยเลือดของสมาชิกเพื่อให้นายวิษณุ ทราบว่าประกาศดังกล่าว เป็นการย่ำยีจิตใจชาวพุทธ

นายทองก้อน กล่าวต่อว่า สมาชิกจะเคลื่อนไหวโดยการเข้าชื่อกันจำนวน 50,000รายชื่อเพื่อยื่นถอดถอนนายวิษณุ ออกจากตำแหน่ง พระสายวิปัสสนากรรมฐานทั้งนิกายธรรมยุตและมหานิกาย จะประร่วมประชุมกันในวันที่ 28 มกราคมนี้ ที่จังหวัดอุดรเพื่อลงมติสงฆ์ในเรื่องนี้ และนำเรื่องร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา เนื่องจากประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาพิจารณาดำเนินการต่อไป

นายทองก้อน กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า หากนายวิษณุ ยังดื้อดึงการเคลื่อนไหวจะรุนแรงมากขึ้น จากนั้นผู้ชุมนุมแยกย้ายกันเดินทางกลับอย่างสงบ ส่วนหนังสือที่กลุ่มนายทองก้อนทำถึงนายวิษณุ ที่เขียนด้วยเลือดสมาชิกเพื่อเป็นการแสดงความเสียใจและคับแค้นใจนั้น จะส่งให้นายวิษณุ ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันจันทร์ที่26 มกราคม 2547 ที่ผ่านมา

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน

http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews207.html
ผู้เดินทาง 4/02/04 10:23:46 ขอขอบคุณ คุณNo comment ครับ  

คุณวิษณุ เขายอมรับว่า เขาเออเอง ทำเองหมด แต่ เจตนา เขาต้องการจะจับคนโกงกินที่วัดขององค์สมเด็จพระสังฆราช และกันสมเด็จพระสังฆราชออกมาจากคดี  กับปัญหาที่ภาคใต้     ผมว่าเหตุผลฟังขึ้น  แต่ที่ผมข้องใจว่าทำไมไม่มีการถวายคำปรึกษากับองค์สมเด็จพระสังฆราชกันบ้างเลยหรือ  เรื่องเกี่ยวกับองค์พระประมุขทั้งศาสนจักร และ ราชอาณาจักร ของไทย มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากของคนไทย ถ้ารัฐไม่ให้ข้อมูลแก่ประชาชนอย่างชัดเจนและมากเพียงพอ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ชาวบ้านคิดแบบนี้ได้อย่างไร เวรกรรม
พัลวัน 4/02/04 10:37:03 คุณ ผู้เดินทาง ครับ นายวิษณุเขาพูดที่ไหนครับ? และสงสัยมากว่า "คิดได้ยังไง" เพราะวิธีการแก้ไขปัญหา มีมากมายหลากหลายวิธี และไม่ควรจะใช้วิธี ปล่อยข่าวทำลายพระสังฆราชเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องทีเกิดมานานนับ 10 ปี แล้ว เช่นเรื่องพระเครื่อง เป็นต้น

คิดหลายๆรอบแล้ว ก็ยังมองไม่เห็นความสมเหตุสมผลอยู่ดี ที่ต้องดำเนินการเช่นนี้ เพราะเรื่องราวแม้จะมีอยู่ แต่ที่จะไปกระทบกับองค์สมเด็จพระสังฆราช ก็ไม่มีอยู่จริง จะมีในตอนนี้ ก็เพราะนายวิษณุเป็นผู้ลากเข้าไปเอง

และที่สำคัญ ประเด็นของการคัดค้านอยู่ที่ว่า "กระทำโดยการข่มขืนทางกฎหมาย ขาดความเคารพและเทิดทูนในองค์สมเด็จพระสังฆราช และองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" มิใช่ประเด็นว่า สมควรที่จะมีผู้รักษาการหรือไม่
คนป่า 4/02/04 10:49:20 ใครมีกิเลสก็เชิญเอากิเลสไปยุ่งกะหลวงตาเลยนะ
ผลนะเหรอ?  ให้รู้เอง  อิ..อิ...  คนป่าไม่เกี่ยว
4/02/04 10:59:10 หลวงตาฯ เทศน์เมื่อเช้านี้ ที่จันทบุรี.... http://mail.luangta.com/archive1/audio/y47w/a3-2-47.wma

“หลักธรรมหลักวินัยไม่มีคำว่าบกพร่องขาดเขิน ... หลักนี้มีผู้รับผิดชอบทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสี หลักธรรมวินัยนี้แล.....เป็นผู้นำมาปกครอง รักษาซึ่งกันและกันในหมู่พระสงฆ์ เจ็บป่วยท่านก็ดูแลกันตามหลักธรรมวินัย ฆราวาสหน้าไหนไม่มีอำนาจจะเข้ามาปกครองพระสงฆ์  พระสงฆ์ท่านดูแลกันและกัน เจ็บป่วยหรือแม้ถึงตายท่านก็ดูแลกันและกัน  ไม่มีอำนาจกาฝากจากฆราวาสจะเข้ามาแทรกแซง  

ครั้งพุทธกาล...พระเจ็บป่วยยังได้รับความดูแลจากพระพุทธองค์เองเลยทีเดียว ทรงอุปัฏฐากเหมือนบ๋อยของพระไข้รูปนั้นเลย พระสงฆ์ทั้งหลายจึงรุมเข้ามาช่วยพระ พระองค์ทรงให้โอวาท  ใครก็เจ็บป่วยได้ด้วยกัน เราเป็นพี่เป็นน้องเป็นพ่อเป็นแม่สนิทกัน ....

ครั้งนั้นมีไหมที่จะมาตั้งข้าราชการเข้ามาจัดการอย่างนั้นอย่าง สมเด็จสังฆราชกำลังถูกรุมกินโต๊ะ ... จากการตั้งอำนาจป่าเถื่อน พวกกาฝากเหล่านี้ตั้งมาจากฆราวาสญาติโยม ครอบสงฆ์ทั่วประเทศไทย ขัดจากธรรมวินัย รับไม่ได้ ให้ตัดออกทันที ..... พระสงฆ์ต้องเป็นใหญ่ในการอุปถัมภ์อุปัฏฐาก ฆราวาสจะมายุ่งด้วยอำนาจป่าๆ เถื่อนๆ ไม่ ...  

เรื่องราวเหล่านี้..เกิดขึ้นมาตั้งแต่ตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมา...พวกนี้ใครมาค้านไม่ได้ ทั้งที่หลักธรรมหลักวินัยมี หลักกฎหมายบ้านเมืองมี ไม่มีใครไม่มีอะไรใหญ่กว่าหลักธรรมหลักวินัยของ ...  ถ้ากฎหมายข้อใดขัดต่อหลักธรรมหลักวินัยของพระให้ตัดออกทันที....คราวนี้หนักมาก..มหาโจรจะปกครองบ้านเมือง จะไม่ยอมให้หลุดไปเลยเรื่องพยายามทำลายชาติทำลายศาสนา....ถ้าปล่อยให้คนนี้ขึ้นมาใหญ่โตชาติศาสนาจม ...  มันก่อตั้งมาหลายครั้งหลายหนแล้ว...ตั้งแต่ตั้ง พรบ.สงฆ์ แล้วก็ตั้งมาใหม่อีกๆๆ

...  ลงมหาโจรเข้ามาปล้นบ้านปล้นเมือง...คนไทยจะยอมไม่ได้....เมืองไทยมีแต่ความสงบร่มเย็นตลอดมาแต่เวลานี้มากลายเป็นคู่จองกรรมจองเวร เพื่อให้พวกของตัวจะได้ขึ้นมา....  

...  จะเชื่อธรรมวินัย หรือเชื่อกาฝาก เชื่อเทวทัต.....เทวทัตยังดียังยอมตนนะ อันนี้ไม่รู้จะยอมหรือไม่  

...  ใครก็ตามที่จะมาท้าทายกับเรา คือเรื่องของธรรมแล้ว เราไม่มีถอย...ถ้าเป็นธรรมแล้วเราหมอบทันที ถ้าขัดต่อธรรมแล้วหลวงตาไม่มีถอย  

...  พ่อแม่ปู่ย่าตายายเราเกิดในเมืองไทย แล้วจะเห็นเขาเหย ียบบ้านเมืองศาสนาให้ล่มจมต่อหน้าต่อตา เรายอมไม่ได้ หลวงตาจะออกช่วยเอง ถ้าหลวงตาบัวยังไม่ตายจะปล่อยให้บ้านเมืองล่มจมไปไม่ได้...  ท่านทั้งหลายเคยเห็นความอ่อนแอท้อแท้ของหลวงตาบัวไหม....หลวงตาปฏิบัติต่อพี่น้องทั้งหลายขนาดไหน  

...  จะมาตั้งให้หลวงตาบัวเป็นใหญ่เป็นโต เป็นสังฆราชใหญ่ขนาดไหน....หลวงตาบัวก็ไม่เอา....ที่ทนไม่ได้ก็คือจะเห็นสิ่งเลวร้ายสิ่งสกปรกที่เป็นภัยต่อชาติมาเหยียบพี่น้องทั้งหลายต่อหน้าต่อตานี้..ไม่ได้  

...  จะมาตั้งให้หลวงตาบัวเป็น "สังฆราช"....หลวงตาบัวก็ไม่เอา  

...  สมบัติทั้งหลาย พี่น้องทั้งหลายถึงคราวเด็ดต้องเด็ด แม้คอขาดก็ให้ขาดไปเลย เราเป็นเจ้าของของชาติไทย จะมาปล่อยให้มหาโจรมหามารเข้ามาเผาบ้านเผาเมืองต่อหน้าต่อตาอย่างนี้ไม่ได้นะ เราเป็นเจ้าของสมบัติ เจ้าของชาติศาสนาต้องเอาให้เต็มเหนี่ยวนะ “
คนในอดีต 4/02/04 11:00:30 ขอเล่าย้อนหลังให้อ่านจากประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นในอดีต
ความพยายามของวัดแห่งหนึ่งแถวจังหวัดปทุมธานี  ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดขึ้นเป็นวงกว้างในปัจจุบันนี้เท่านั้น  แต่เป็นเหมือน...ที่ค่อยๆ กัดกัด  กินกิน  สูบเลือดไปเกือบทุกวงการ  จนกลายเป็นคนหัวโล้นนุ่งห่มผ้าสีเหลืองที่สั่งตรงมาจากต่างประเทศและมีคนกราบไหว้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก
สาวกของวัดแห่งนี้จะไปตีสนิทกับคนที่อยู่ในชมรมพุทธของเกือบทุกสถาบัน  โดยเฉพาะมหาลัยใหญ่ๆหรือสถาบันที่มีสีทั้งหลาย  เมื่อเข้าไปอยู่ในชมรมพุทธได้แล้ว  มีตำแหน่งใหญ่โตพอที่จะทำอะไรๆ ได้วันดีคืนร้ายก็มาถึง  สาวกผู้จงรักภักดีก็จะนำเอาหนังสือของครูบาอาจารย์ที่สอนให้ชาวเราได้เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า  เมื่อปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมแล้วจะเห็นผลประจักษ์แก่ผู้ทำตามเท่านั้น  มิใช่เกิดจากการเรียน...เอาไปเผา..เผา..เผา  ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือได้อัญเชิญพระประธานที่เป็นสัญญลักษณ์แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปเก็บไว้  แต่เอารูปซึ่งดูแล้วก็คล้ายเจ้าลัทธิเข้ามาให้ผู้คนกราบไหว้แทน
และเมื่อมีการสัมมนาชมรมพุทธในระดับอุดมศึกษา  ความดีที่มีน้อยในสายเลือด  ก็ปรากฎขึ้นมาอีก  โดยการส่งคนไปร่วมงานสัมมนามากๆ  เมื่อมีคนมาจำนวนมาก  ก็จะแทรกซึมสาวกเข้าไปได้ในทุกกลุ่มของการประชุม  เวลาสรุปผลออกมา  ก็สรุปออกมาเป็นสิ่งที่วัดแห่งนี้ต้องการ...สะอาด  เรียบร้อย  เป็นระเบียบ  คนต้องกลายเป็นเหมือนผลผลิตที่ถูกปั้มออกมาในรูปแบบเดียวกันหมด  ดูแล้วใช่เลย  ไม่มีที่ใด  มีที่นี่ที่เดียว  แต่ภายในมีแต่ความมักใหญ่ใฝ่สูง  มักมากในวัตถุโดยเฉพาะไอ้หลังลาย(เงิน)  ที่มันเป็นลาภสักการะ  (ที่จะฆ่าคนเขลาในไม่ช้า)
ท่านผู้อ่านที่เข้ามาในลานธรรมแห่งนี้  จะมองเห็นหรือไม่ว่า  ความพยายามที่มีมาเป็นเวลาช้านานของวัดแถวจังหวัดปทุมธานีนี้  มีความพยายามในเกือบทุกวิถีทาง  ในหลายๆ ด้าน  ตั้งแต่ชมรมพุทธในระดับที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา  ทางก้าวหน้าของเยาวชนตัวน้อยๆ  เรื่องมงคล 38  ถึงที่สุดก็คือการแก้ไขกฏหมาย  เพื่อเตรีมการณ์ใหญ่ในเวลานี้กระมัง  แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตวิญญาณ  ถ้าไม่ใช่ของจริง  ของแท้  ของที่พิสูจน์ได้  สิ่งนี้คงไม่ต้องบอกหรอกน่ะว่า  เป็นจุดเริ่มต้นของอะไร...
ฟ้าดินจงเป็นพยาน  กูจะสู้แม้รู้ว่าพวกกูน้อยถึงที่สุดจะแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิตก็ตาม    
นายโจโจ้ 4/02/04 11:03:52 การเสวนาที่สร้างสรรค์จะเกิด ต้องมีข้อมูลจริง หยุดใช้ข้อมูลจริงเสี้ยวเดียวจากสื่อแบบสุนัขละครสัตว์ หันไปดูของจริงแล้วนำมาเสวนากันเถิดครับ

ท่านปัญญา วัดชลฯ นั้น ผมนับถือท่านในฐานะของพระนักพัฒนาครับ มิใช่นักภาวนา จะให้ผมยืนยันที่ไหนก็ได้ ว่าท่านมิใช่นักภาวนา การที่ท่านปัญญาระบุว่าผู้ที่คัดค้านประกาศฉบับนี้เป็นผู้มีใจบาปใจต่ำนั้น ท่านหมายความรวมถึงหลวงตามหาบัว ผู้ประกาศตนเป็นผู้นำในการคัดค้านนี้หรือไม่ และอย่างนั้นแล้ว เมื่อความจริงปรากฏออกมา ท่านย่อมเป็นผู้มีจิตใจสูงอย่างนั้นหรือ ขอให้ลองค้นข้อมูลดู ว่าท่านได้เคยกล่าววิจารณ์หลวงตามหาบัวว่า "โอ๊ย อยากดัง" หรือไม่

ถ้าใช่ จะเชื่อมได้ทันที ว่าในความเห็นท่านปัญญานั้น ท่านมองผ้าป่าช่วยชาติอย่างไร

ถ้าทุกท่านจะให้น้ำหนักกับตัวบุคคล ก็นำความเห็นของพระนักพัฒนาอย่างท่านปัญญา ไปเทียบกับคำพูดประโยคต่อประโยคจากท่านผู้ว่า ธปท. และท่านที่ปรึกษามีให้กับหลวงตามหาบัวนั้น เป็นอย่างไร ผลงานของทั้งสองท่านที่เป็นผู้กอบกู้เศรษฐกิจของชาติมาจนสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ท่านทั้งสองให้ความเคารพหลวงตามหาบัวอย่างไร
พัลวัน 4/02/04 11:12:30 หลวงตาบัวท่านได้ ดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ จาก รามคำแหง หากจำไม่ผิดน่าจะเป็นสาขา เศรษฐศาสตร์นี่ล่ะ แต่ว่าเศรษฐศาสตร์อะไรจำไม่ได้ครับ

หากท่านไม่มีคุณูปการกับประเทศชาติ ใครเขาจะให้ ดุษฏีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ กันล่ะ?
นายโจโจ้ 4/02/04 11:35:45 นอกจากนั้น หลวงตามหาบัว ท่านช่วยชาติมามากกว่าเศรษฐีคนใดในประเทศนี้ครับ เพียงแค่ที่ท่านซื้อเครื่องมือแพทย์ ซื้อยา ซื้อที่ สร้างโรงพยาบาล สร้างวัด ให้วัดทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ปี 2493 เป็นต้นมา มากกว่า 50 ปีแล้ว ก็มากมายจนไม่สามารถค้นคว้าได้ทั้งหมดแล้วครับ

ถ้าบุคคลคนหนึ่ง ไม่ต้องนับว่าเป็นพระ ทำอย่างนี้แบบนี้มาตลอด 50 ปีโดยไม่เคยประกาศให้โลกรู้ แหล่งข่าวชนิดไหนที่กล้าให้ข่าวว่าท่านทำเพื่อลาภ เพื่อยศ(อย่างสมเด็จอะไรนั่น) ท่านยังจะให้น้ำหนักกับแหล่งข่าวที่โกหกพกลมตลบแตลงปลิ้นปล้อนอย่างนี้อีกต่อไปได้อย่างไร และสาเหตุที่ bangkokbiznews.com เรียกสื่อบ้านเราเป็นสุนัขละครสัตว์ ก็เพราะว่าสั่งให้ทำอะไรก็ทำนั่นเอง วิญญาณของสื่อในอุดมคติของท่านหายไปไหนหมดแล้ว?

สื่อทั้งหลายครับ ตื่นเถิดครับ ทำหน้าที่เพื่อชาติกันได้แล้ว นกน้อยในไร่ส้มจะพ้นภัยพิบัติได้ ก็เพราะร่วมแรงร่วมใจกันกันทำเพื่อความถูกต้องนะครับ
นายโจโจ้ 4/02/04 11:41:51 ภาวนา แปลว่า ทำให้เจริญ ผู้ที่ยังไม่ภาวนา จะเจริญได้หรือไม่?

ถ้าพระ (คือผู้ไม่มี) ยังทำกิจของสงฆ์อันมีต่ออริยสัจจ์ไม่จบสิ้น แล้วออกมายุ่งเรื่องทางโลก แปลว่าพระนั้นทำกิจของสงฆ์สิ้นแล้วหรือ?

กิจของพุทธบริษัททั้งหมด มีต่ออริยสัจจ์เป็นเบื้องแรก เมื่อกิจของตนเองต่ออริยสัจจ์จบสิ้นแล้ว กิจที่เหลืออยู่ก็คือการสงเคราะห์โลก หลวงตามหาบัวท่านทำกิจของท่านจบแล้วอย่างสมบูรณ์ ขอให้ทุกท่านที่ได้อ่านข้อความนี้ ถ้ามีโอกาส กราบถามท่านปัญญาทีเถิดว่า ท่านทำกิจของท่านต่ออริยสัจจ์จบแล้วหรือ? จึงออกมายุ่งเรื่องทางโลก? บุคคลที่กิจของตนเองยังมิได้เริ่มทำแล้วออกมาสั่งสอนธรรม ท่านปัญญาเห็นว่าจะทำให้เกิดสัทธรรมปฏิรูปได้หรือไม่ ข้อความนี้อยู่ในหน้าแรกของหนังสือมุตโตทัยในห้องสมุดวัดชลประทานนั่นเอง ไม่ทราบท่านเคยอ่านหรือไม่?
พัลวัน 4/02/04 11:45:30 จำได้ว่า ท่านปัญญา เชียร์พรรคประชาธิปัตย์ออกหน้าออกตา ไม่เว้นแม้แต่ เสธฯหนั่น ผู้ที่ชี้แจงไม่ได้ว่า มีหนี้สินจำนวน 45 ล้านบาท มาได้อย่างไร (ไม่รวมข้อครหา เป็นนักการเมืองอย่างเดียว ทำไมถึงได้รวยเอาๆ) และเพิ่งจะพ้นโทษ เว้นวรรค 5 ปี และกำลังจะกลับมาทำศึกขับเคี่ยวกับ ทรท.
บูชา 4/02/04 11:54:49 ได้ไปลงชื่อแล้วครับ คุณโจโจ้
แล้วที่จะประชุมกันที่โรงแรมรัตโกสินทร์ วันที 5 กุมภาพันธ์ ตามข่าวนั้น
เป็นรายการไหนน่ะครับ

เรื่องนี้ต้องไม่ยอมให้ปล่อยผ่านไปนะครับ
แล้วเราจะช่วยอะไรกันได้บ้างครับ
น่าจะสังเคราะห์ข้อมูลให้ได้ประมาณซักสามหน้า แล้วส่งไปตาม mailing list
ในกลุ่มคนที่รู้จักของแต่ละคนนะครับ จะได้ช่วยกันกระจายข้อมูลไป
ไม่ทราบว่าข้อมูลนี้มีใครทำไว้แล้วมั้ยครับ ถ้าไม่มีน่าจะลองช่วยกันทำ
แล้วเปิดให้ download กันไปเผยแพร่ได้

และหน้าจะมีการรวบรวม list รายชื่อ เพื่อส่งข้อมูล update เรื่องนี้ให้ทราบกันเป็นระยะ ๆ

ลานโพธิ์ 4/02/04 11:54:56 คุณโจโจ้ แสดงความเห็น พระชื่อปัญญา วัดชลฯ เป็นได้แค่พระพัฒนา  มิใช่ พระภาวนา

ต้องยกนิ้วให้คุณโจโจ้           ( โจโฉ แห่งลานธรรม )

LLL 4/02/04 12:00:23
คัดมาบางส่วนจากเทศน์หลวงตา "เอาไว้ทำไมข้าศึกศัตรู"วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 8:30 น. สถานที่ : วัดเขาน้อยสามผาน จ.จันทบุรี


ของจริงคือธรรมวินัย เป็นผู้ปฏิบัติรักษากันโดยอรรถโดยธรรมมาตลอด นี่เรียกว่าของจริง ของปลอมที่แทรกเข้ามาจะเรียกว่ากาฝาก ก็คือตั้งขึ้นมาใหม่ แล้วก็ตั้งออกมาจากฆราวาสญาติโยม ไม่ได้เป็นเรื่องของพระ ตั้งขึ้นมาครอบเข้ามานี่ จะไม่เรียกว่าครอบอำนาจป่าๆ เถื่อนๆ จะพูดว่ายังไง ก็ต้องพูดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นพระสงฆ์ไทยเราจึงเป็นเจ้าของศพ เจ้าของเมรุ การเจ็บไข้ได้ป่วยของกันและกันตลอดมาตามที่พระพุทธเจ้าประทานให้เรียบร้อยแล้ว จะเป็นอื่นไปไม่ได้ ใครจะมาเป็นใหญ่ยิ่งกว่านี้ขัดกับหลักธรรมหลักวินัย รับไม่ได้ตัดออกทันที เอาไว้ทำไมข้าศึกศัตรู พวกกาฝาก เข้ามาจะเหยียบย่ำทำลาย มันเป็นของดีแล้วเหรอ

        พระสงฆ์ต้องเป็นใหญ่ในการปฏิบัติอุปัฏฐากรักษากัน เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยหากมันสุดวิสัย พระเรานั้นแหละจะคิดกันเอง จะส่งหาหมอคนไหนๆ หรือโรงพยาบาลใด ก็เป็นเรื่องของพระสงฆ์ท่านจะทำหน้าที่ของท่านเอง โดยคนอื่นคนใดจะมาอาจเอื้อมทะลึ่งเข้ามาด้วยอำนาจป่าๆ เถื่อนๆ ไม่ได้ ไม่ถูกกับหลักธรรมหลักวินัย พระสงฆ์ต้องเป็นใหญ่ในเรื่องเหล่านี้ อย่างสมเด็จพระสังฆราชเราก็เหมือนกัน ท่านเป็นผู้ใหญ่ในสังฆมณฑล พระสงฆ์กราบท่านทั้งประเทศ ใครรังเกียจท่าน ใครปล่อยทิ้งท่าน พอที่จะหลวมตัวเข้ามาเป็น กาฝากกาแฝก กาแดกกากินกัน เข้ามายุ่งอะไร เลี้ยงกันสดๆ ร้อนๆ มันน่าอุจาดบาดตาไหม

        นี่ละเรื่องราวมันกำลังเกิดขึ้น เกิดขึ้นมาตั้งแต่รัฐบาลใหม่ขึ้นมา ก่อเรื่องนั้นขึ้นมา ก่อเรื่องนี้ขึ้นมา ทางนี้ก็ไม่ถือสีถือสา ก่อเรื่องใดขึ้นมาก็แก้ไขดัดแปลงแล้วก็ปล่อยกันไป ไม่ถือโทษถือกรรมกัน ก็ยิ่งมีแก่ใจทะนงใหญ่ ทีนี้ก่อขึ้นมาใหญ่เลย เลยจะเอาเมืองไทยทั้งชาติทั้งศาสนานี้เป็นบ๋อย แล้วเหยียบหัวเมืองไทยทั้งชาติทั้งศาสนา ใครมาค้านไม่ได้พวกนี้ จะจับมัดใส่คุกใส่ตะราง เวลานี้เริ่มได้ยินแล้วนะ ให้ท่านทั้งหลายฟังทุกคน หัวใจมีทุกคน หลักธรรมหลักวินัยมี กฎหมายบ้านเมืองมี มันผิดจากกฎหมาย หรือผิดจากธรรมวินัยอย่างไรบ้าง ให้นำไปพิจารณา

พัลวัน 4/02/04 12:15:03 ได้ข่าวว่า กำลังมีการทะยอยปลดพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ออกจากตำแหน่งต่างๆที่พระองค์ทรงดำรงอยู่ไปเรื่อยๆ มิใช่เพียงแค่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเพียงตำแหน่งเดียวแล้ว

หากได้ข่าวแน่นอนจะเพิ่มเติมอีกครั้งครับ
เจ้า 4/02/04 01:11:19 เคยไปถามเรื่องภาวนากับพระเถระผู้ใหญ่ที่วัดชลประทานฯ

ท่านตอบว่า "ไม่ว่างไม่มีเวลาสอน"

ถ้าพระไม่สอนภาวนา แล้วเราจะตักบาตรอีกทำไมหนอ......
นิพ 4/02/04 01:29:12 เรื่องสามัญชนแต่งตั้งพระสังฆราช ผมว่าเป็นสิ่งที่น่าตำหนิมากครับ เดิมทีอำนาจ
การแต่งตั้งพระสังฆราชเป็นพระอำนาจราชสิทธิ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวโดยเด็ดขาดอย่างแท้จริง ตามที่คุณสนธิได้เล่าผ่านเซี่งเส้าหลง

ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันนั้นได้รับการแต่งตั้งโดยพระราชอำนาจ
ของในหลวงอย่างแท้จริง ซึ่งมีมานับแต่โบราณกาลจนต่อมามีการแก้กฎหมาย
ให้ มส.เป็นผู้เสนอชื่อถวายในหลวงเพื่อให้ทรงแต่งตั้งแต่ก็ยังเป็นพระราชอำนาจ
ของพระองค์ในการลงพระปรมาภิทัยแต่งตั้งพระสังฆราช

แม้ว่ากฎหมายที่แก้ใหม่ดังกล่าวจะยังขัดกับรัฐธรรมนูญที่ยังกำหนดให้ การแต่งตั้งยศฐาบรรดาศักดิ์ทั้งปวงย่อมเป็นพระราชอำนาจราชสิทธิของพระเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้นครับ

ถามว่า?? คนที่ "บังอาจกล้า" แต่งตั้งบุคคลอื่นเข้ามารักษาการและทำหน้าที่แทน
บุคคลที่ดำรงค์พระยศประกอบด้วยบรรดาศักดิ์ ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยในหลวง
ซึ่งแม้ในปัจจุบันก็ยังเป็นพระราชอำนาจของพระองค์ท่าน ผมอยากถามว่าคนๆนั้น
มันบังอาจไหมครับ ความสมควรไหมครับ ไม่กลัวขี้กลากขึ้นหัวหรือเปล่าครับ

เรียนถามคนไทยที่สนับสนุนการแต่งตั้ง ร.ก.สังฆราช ที่เกิดมาในแผ่นดินอันเป็น
ราชสิทธิ์ของในหลวงอันเป็นที่รักบูชาของเราทุกคน (แผ่นดินไทยในปัจจุบันทุก
ตารางนิ้วยังเป็นพระราชสิทธิ์ของในหลวงนะครับ โฉนดที่เรามีๆกันอยู่เป็น
เพียงแค่กรรมสิทธิ์ชั่วคราวเท่านั้นนะครับ) พวกคุณยอมได้อย่างไร ผมไม่ยอม
หรอกครับ ผมยอมตายดีกว่าที่จะให้คนบ้าอำนาจ ที่ใช้ลูกเล่นทางกฏหมายมา
เทียบเทียมพระองค์ท่าน ลองอ่านและคิดดูนะครับ

ถามคำถามทุกท่านครั้งสุดท้าย ว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า??? เห็นการกระทำไม่ถูกต้อง
แบบนี้ควรหรือครับ
พัลวัน 4/02/04 01:30:43 ได้ยินเรื่องนี้ทำให้นึกได้ วันที่ไปกราบหลวงพ่อสีทน วัดถ้ำผาปู่ จังหวัดเลย กราบเรียนถามท่านถึงเรื่องของกรรมและจิต ว่า "จิตเป็นผู้เก็บกรรม" ใช่หรือไม่ ท่านผลุดลุกขึ้นนั่งตัวตรงเลย ทั้งๆที่ก่อนหน้านั่นท่านนั่งในท่ากึ่งนอน เนื่องจากท่านไม่สบาย ป่วยเป็นโรคหัวใจ ทำให้ในคราวนั้นที่เห็นกับตาว่า พระป่าท่านเคารพพระธรรมจริงๆ
ผู้เดินทาง 4/02/04 01:55:41 ผมจะทำลิ้งค์ให้ท่านสมาชิกไปติดตามอ่านข่าวกันครับ
http://www.manager.co.th/politics/politicsview.asp?newsid=4744978768229
ที่ข้องใจผมมากคือ เรื่องอาการประชวรขององค์สมเด็จพระสังฆราชครับ ว่าพระอาการท่านเป็นอย่างไร  เรื่องอาการประชวรขององค์พระประมุขหรือประมุขไม่ว่าของชาติไหน เมื่อเกิดกับองค์พระประมุขหรือประมุข เขาจะมีแถลงการณ์ออกมาว่า ทรงพระประชวรด้วยโรคอะไร มีใครถวายการรักษา รักษาอย่างไร มีการคาดคะเนของฝ่ายแพทย์  เพื่อที่จะสื่อให้ประชาชนที่เคารพรักพระองค์ท่าน หรือ ท่านเหล่านั้น ได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จะได้คลายกังวลกัน เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครไหนๆ ในประเทศไหนๆเขาก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้น

แต่มาดูเรื่องขององค์พระสังฆราชของเรากลับมาแปลกๆ  ไม่มีแถลงการณ์เรื่องพระประชวรเลย องค์ท่านจะทรงเป็นหนักหรือเบา ไม่มีใครรู้  พอนักข่าวถาม กลับตอบว่าไม่อยากประจานเรื่องอาการพระประชวร  ผมว่ามันมีกลิ่นทะแม่งๆจริงๆ กลายเป็นเรื่องที่จะเสื่อมเสียพระเกียรติขององค์สมเด็จพระสังฆราชไปซะอีก ถ้าจะบอกเรื่องโรคพระประชวรขององค์สมเด็จพระสังฆราช  มันอะไรกัน คนป่วย จะบอกว่าป่วยไม่ว่าโรคอะไร ก็บอกไปซิ ผมมองไม่เห็นว่ามันจะน่าอายอะไรตรงไหนครับ ทำเป็นเรื่องลึกลับเปิดเผยไม่ได้  โยนไปทางหมอ  ก็ตอบแทนหมอ ว่า หมอกลัวเป็นการจาบจ้วง  เออดีเห็นชาวบ้านเป็นควาย พูดอะไรมาก็ต้องเชื่อหมด

คุณพัลวันครับจากคำพูดของเขาเองครับ ลองอ่านคำสัมภาษณ์ของเขาในไทยรัฐคอลัมการเมืองครับ ที่ผมบอกว่า เหตุผล(ของเขา)ฟังขึ้น หมายถึงว่าถ้าเขาพูดเป็นความจริงครับ  ส่วนเรื่องประเด็นว่าเป็นการข่มขืนทางกฎหมาย....ฯ ที่จริงผมจะใช้คำว่า เป็นการขืนใจ หรือ เป็นการจี้เอา  ผมก็จับประเด็นนี้คัดค้านครับ  ผมว่าเขาตอบคำถามที่ชาวบ้านข้องใจมากๆไม่ได้แน่  ส่วนที่จะมีอะไรแอบแฝงไปมากกว่านั้นผมไม่มีความรู้ครับ
นิรนาม 4/02/04 01:55:46 ไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้เป็นเวลานาน  ประหลาดใจที่กระทู้นี้ ยาวมากกว่าเดิมมาก
อาจสรุปสถานการณ์ เป็นอีกกระทู้ แบบย่อๆ ให้ผู้อ่านทั่วไปทราบ

ถ้าพุทธบริษัท ๔ ยังคงมีความศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ในอปริหานิยธรรม ๗  พระพุทธศาสนา ก็จะยังคงอยู่ในสยามประเทศ

อีก ๑๐๐ ปี พวกเราก็ล่วงลับ ดับทั้ง นาม และ รูป
แต่ว่า ทำอย่างไร จะให้ พระพุทธศาสนา ดำรงอยู่ต่อไป เพื่อมหาชน อนุชน
ไม่เสื่อมสูญแบบในอินเดีย หรือ อินโดนิเซีย ที่พุทธศาสนาถูกกำจัด

นึกถึง วัสสการพราหมณ์ และ สามัคคีเภท .. มคธ และ วัชชี
ชาววัชชี ไม่สามัคคีในธรรม จึงพินาศ

ในโลกนิวาส ที่วุ่นวาย และธนาธิปไตย กามาธิปไตย เป็นใหญ่
ชาวพุทธ ผู้มีบุญในธรรม กำลังถูกทำให้จนมุม ปั่นหัว - ยั่วยุ - ให้จิกตีกันเอง

อีก ๕๐๐ ปี - ๑๐๐๐ ปี  ถ้าชาวพุทธอ่อนแอ ไม่มี อปริหานิยธรรม - สาราณียธรรม
เราอาจต้องมาศึกษาพุทธศาสนา จากในตำราเท่านั้น

praves
พัลวัน 4/02/04 02:02:26 หากว่า การแถลงการเรื่องอาการพระประชวร เป็นการทำให้เสื่อมเสียเกียรติล่ะก็ ที่แถลงถึงพระอาการประชวรขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทำๆกันในอดีต ก็เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกันไปหมดแล้วสิครับ

ไม่น่าเชื่อว่า ด้วยสามัญสำนึกปกติ จะคิดอย่างนี้ได้นะครับ
นายโจโจ้ 4/02/04 02:29:50 ต้องขอบันทึกไว้เป็นหลักฐานตรงนี้ด้วยว่า

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2547 คุณกำแหง ภิรตานนท์ แห่งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ยกความเห็นของท่านปัญญามาสนับสนุนความเห็นของคุณกำแหงเองขอเชิญอ่านครับ

http://www.dailynews.co.th/col/each.asp?columnid=591

คิดมาหลายวันแล้วจะขอวิจารณ์พระสักหน่อย แต่ ก็ต้องชั่งใจไว้

เพราะพระที่ว่านี้เป็นพระผู้ใหญ่ เป็นพระเถระ ไม่สมควรที่เราซึ่งยังเป็นคนบาปอยู่จะทำเช่นนั้น

ต้องรอให้เถระด้วยกันวิจารณ์กันเอง

ระหว่างที่รอก็หาหนังสือที่ว่าด้วยการ “สอนพระ” มาอ่านพลาง ๆ ก็ได้พบคำสั่งสอนของพระพุทธองค์เพื่อสอนพระโดยเฉพาะ หรือจะเรียกว่า “ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์” ก็ได้

ดังเช่นคำสอนที่ว่า ภิกษุชั้นเถระนั้น ถ้ายังกำหนัดในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ยังขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความขัดเคือง ยังหลงใหลในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความหลงใหล

ยังตื่นเต้นในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความตื่นเต้น ยังมัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งความมัวเมา

ยังเป็นผู้ไม่ปราศจากโทสะ ยังเป็นผู้ไม่ปราศจากโมหะ ฯลฯ

ภิกษุชั้นเถระที่ประพฤติปฏิบัติดังกล่าว ย่อมไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ ไว้วางใจ ไม่น่าเคารพ ไม่น่ายกย่องสรรเสริญของเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ร่วมกัน

จึงอดเอามานึกเปรียบเทียบไม่ได้กับการที่พระเถระผู้ใหญ่ออกมาด่ากราด แล้วให้ท้ายลูกศิษย์ว่าทำถูกแล้ว ทำชอบแล้ว ที่ออกมาคัดค้านการ แต่งตั้งผู้ทำการแทนสมเด็จพระสังฆราช

แล้วในที่สุดก็ไม่เสียเวลาเปล่าในการรอ เมื่อ พระธรรมโกศาจารย์ หรือ “หลวงพ่อปัญญา” (ปัญญานันทภิกขุ) ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้

หลวงพ่อปัญญาบอกว่า การตั้งสมเด็จฯวัดสระเกศให้เป็นผู้ทำหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ไม่ใช่มีสังฆราช 2 พระองค์ ยังมีสังฆราชพระองค์เดียว แต่มีผู้ทำหน้าที่แทน ถ้าหากรักสมเด็จพระสังฆราช รักพระศาสนาก็ควรอนุโมทนาว่าดีแล้ว

เป็นการช่วยแบกภาระคนแก่เหมือนอาตมาที่แก่แล้ว

พวกนี้ใจบาปใจต่ำ ไม่รู้จักเคารพสงสารส่งเสริมสมเด็จพระสังฆราชว่าทรงชราภาพ ประชวร ให้คนมาช่วยงานก็ดีแล้ว แต่คนกลุ่มนี้กลับไม่ชอบ

คนที่ไม่ชอบเป็นลูกศิษย์ของหลวงตา หลวงตาคอยถือหาง ปากบอกไม่เห็นชอบอันนี้ไม่ถูกต้อง ถ้าหลวงตาพูดกับลูกศิษย์ว่าเขาตั้งผู้ทำหน้ าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชก็ดีแล้ว เพราะท่านแก่แล้ว ประชวรบ่อย ๆ ทำ งานไม่ไหวให้คนอื่นมารับแทนก็ดี เธออย่าไปยุ่งกับเขาเลยเรื่องก็จบ ลูกศิษย์ ต้องฟังเสียงอาจารย์

แต่มันไม่เป็นอย่างนั้น กลับยุพวกลูกศิษย์ให้ทำงาน เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เป็นการส่งเสริมความแตกแยก แตกร้าว

ถ้าไม่ช่วยงานพระศาสนาก็ควรจะอยู่เฉย ๆ เป็นพระ กรรมฐานอยู่วัดป่าก็ดีแล้ว

พวกกรรมฐานมันพวกสงบ ไม่วุ่นวาย ไม่ใช้อารมณ์ แต่ใช้ปัญญา ใช้สติ ที่บอกว่าฉันนี่แหละหลุดพ้นแล้ว ไม่ใช่

การขอให้ถอดถอนรองนายกฯวิษณุ จะไปถอดถอนทำไมเพราะนายวิษณุเป็นคนดี ทำงานเรียบร้อย ถ้าจะให้ถูกต้องพวกคัดค้านต้องหยุด กลับไปอยู่วัดป่านั่งสวดมนต์ภาวนาสงบ ๆ

พระพุทธเจ้าสอนว่า เธอจงช่วยสร้างทางแห่งสันติ การออกมาคัดค้านไม่ใช่ทางแห่งสันติ แต่เป็นทางแห่งความวุ่นวาย

ให้ลูกศิษย์เขียนจดหมายเลือดสร้างความวุ่นวาย เป็นหนังสือที่เขียนด้วยความพยาบาทอาฆาต ไม่เป็นการถูกต้อง

ครับ นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าแม้สิ้นพระพุทธองค์แล้ว แต่เมื่อถึงคราวศิษย์ตถาคตทำนอกลู่นอกทาง ก็ยังมีพระเถระด้วยกันคอยให้สติ...สาธุ

เพราะการเสียความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่นั้น ทรงสอนไว้ว่ามาจากเหตุหลายประการ

อุปัชฌายะเสีย อาจารย์เสีย เถระเสีย เถระพาล เถระวิปริต !!.

กำแหง ภริตานนท์
----------------------------------------


ผมไม่มีความคิดในทางลบกับคุณกำแหง เพราะท่านมีข้อมูลเพียงสองในสิบส่วน ก็ตีความได้เพียงข้อมูลที่มี ซึ่งผมเรียนว่า ถ้าผมได้ข้อมูลเพียงเท่านั้น ผมก็ต้องคิดแบบเดียวกับคุณกำแหงนั่นเอง เช่นเดียวกับที่ผมยกมาแสดงไว้ตั้งแต่ต้น ว่าไม้บรรทัด 1 ฟุตนั้น วัดความลึกของท้องทะเลมิได้ วัดได้มากที่สุดก็เพียงความลึกของตนเอง และใช้บรรทัดฐานของตนเองมาวัดผู้ที่สิ้นกิเลสแล้ว

สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างผมกับคุณกำแหงก็คือ ผมเป็นผู้ปฏิบัติภาวนา แม้จะยังไม่ถึงขั้นที่กล้าเอ่ยอ้างตนเองเป็นนักภาวนา แต่ก็ได้สัมผัสแล้ว ว่าความรู้ตัวนั้น ทำให้ตื่น และทำให้เกิดความเบิกบานได้อย่างไร ได้เคยเกิดความรู้ตัวขึ้นมาบ้างแล้ว ผมประเมินตนได้ ว่าผมรู้ข้อมูลครบหรือไม่ครบ ผมมีปัญญาอยู่เท่าใด ควรหรือไม่ควรในการตัดสินสิ่ง นี้หรือสิ่งนั้น ผมฟังความข้างเดียวหรือสองข้าง เวลาใดที่ควรหรือไม่ควรตัดสินใคร

ผู้ประเมินตนผิดพลาด ด้วยการประเมินว่าตนมีปัญญา(ความรู้ชัด)เกินสติ(การรับรู้อย่างเป็นกลาง) ภาษาธรรมเรียกว่าผู้มีโมหะ(ความหลง) ซึ่งในกรณีเช่นเดียวกับคุณกำแหง ที่รู้เพียง 2 แต่ประเมินว่าตนรู้ชัดทั้งหมดแล้ว และตัดสินผู้อื่นด้วยข้อมูลเพียง 2 ส่วนที่ตนมีจากทั้งหมดสิบส่วน และนอกจากนั้น ด้วยความที่ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติภาวนา ก็อาศัยศรัทธาที่มีต่อท่านปัญญา วัดชลฯ มาสนับสนุนความคิดเห็นตนเอง ซึ่งขัดแย้งต่อเกสปุตตสูตรหรือกาลามสูตรอย่างชัดเจน

ผู้ยังไม่ภาวนา แม้จะเป็นพระ ก็ยังคงสภาพเป็นพระปุถุชนอยู่ไปจนตลอดชีวิต แม้จะใส่เครื่องแบบพระ แต่จิตใจก็ยังคงเป็นปุถุชน (คนหนา) วิธีเดียวที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ ว่าจะเจริญได้ คือการ ภาวนา (แปลว่าทำให้เจริญ) ซึ่งมีทางสายเอกสายเดียว คือสัมมาสติ อันแยกออกเป็นการย้อนมาพิจารณากาย เวทนา จิตและธรรมด้วยความรู้อย่างเป็นกลาง หรือที่เรียกสั้นๆว่าการทำความ รู้ตัว เพื่อให้รู้จักตัวเอง ว่ามีความรู้เกี่ยวกับตนเองนี้แค่ไหน ไม่ด่วนใช้ความรู้ที่มีเพียง 2 มาตัดสินสิ่งที่เกิดจากความรู้เห็นทั้ง 10 ส่วน

ขอบันทึกเรื่องนี้ไว้เป็นหลักฐาน รอไว้เมื่อความจริงทั้งหมดปรากฏ ผมจะรอดู ว่าท่านที่ได้แสดงความเห็นคัดค้านต่อเรื่องนี้ ว่าจะสำแดงเหตุที่มาของความคิดเห็นคัดค้านต่อการกระทำในครั้งนี้ของนายวิษณุอย่างไร

ไม่นานเกินรอครับ

ขออัญเชิญปัจฉิมโอวาทของพระอาจารย์มั่น จากกระทู้คุณบำรุงมาไว้ ณ ที้นี้อีกครั้งเพื่อให้ได้อ่านเตือนสติตนเองให้ระลึกได้ว่าตัวเองกำลังหลงทำอะไรกันอยู่เมื่อเวลากำลังล่วงไปๆนี้

http://larndham.net/index.php?showtopic=11250

ขออนุญาติ ทุกท่านครับ ขออนุญาตินำโอวาทครั้งสุดท้าย ของหลวงปู่มั่น มาลงให้ได้อ่านและพิจารณาครับ รู้สึกกินใจมาก
----------------------------------------------------------------------------------------------
                           โอวาทครั้งสุดท้าย
                    บันทึกโดย: พระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต
                           
                         ก่อนที่ท่านพระอาจรย์ใหญ่มั่นจะทิ้งขันธ์ ท่านได้ให้โอวาทซึ่งถือว่าเป็นโอวาทครั้งสุดท้ายก็คงจะได้ ท่านบอกว่า

                         "ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว แผ่นดินนับวันแคบ มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น นโยบายในทางโลกีย์ใด ๆ ก็นับวันประชันขันแข่งกันมากขึ้น พวกเราจะลำบากในอนาคต เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไร่เป็นนาไม่วิเวกวังเวง
                           ศาสนาทางมิจฉาทิฐิ ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์ คนที่โง่เขลาจะถูกจูงไปอย่างโคและกระบือ ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย
                     
                              ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย จงรีบเร่งปฏิบัติธรรม ให้สมควรแก่ธรรมเหมือนไฟกำลังไหม้เรือน จงรีบดับเร็วพลัน ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร ทั้งโลกภายใน คือหนังหุ้มอยู่โดยรอบ ทั้งโลกนอกที่รวมลงเป็นสังขารโลก ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พิจารณาติดต่ออยู่ ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด
                       
                       ความเบื่อหน่ายคลายเมาไม่ต้องประสงค์ ก็จะต้องได้รับแบบเย็น ๆ และแยบคายด้วยจะเป็นสัมสัมมาวิมุตติ และสัมมาญานะถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

                      พระธรรมเหล่านี้ ไม่ล่วงไปไหน มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบันจิตในปัจจุบันธรรม ที่เธอทั้งหลายตั้งไว้ที่หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ"

                   นี่คือ โอวาทครั้งสุดท้ายของพระอาจารย์ใหญ่มั่น ก่อนท่านท่านจะทิ้งขันธ์

**************************************************************
                 คัดลอกจากหนังสือ รอยธรรม
            พิธียกช่อฟ้าและฉลองพระวิหาร หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
                  ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่
          วันศุกร์ที่ ๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๖
                       
                       
ก่อนที่ผมจะอ่านพบโอวาทนี้ ผมรู้สึกเป็นกังวลกับเหตุที่ขึ้นกับพระศาสนาในบ้านเรา อยู่เหมือนกัน ได้แต่ติดตามเรื่องว่าจะเป็นไปอย่างไร ไม่กล้าเชื่อใครโดยสนิทใจ แต่พอได้อ่านโอวาทนี้ ก็เชื่อสนิทใจเลยครับ  ผมเชื่อหลวงปู่มั่นครับ
จากคุณ : บำรุง [ ตอบ: 27 ม.ค. 47 - 20:54 ]

ที่มา http://larndham.net/index.php?showtopic=11250

นิพ 4/02/04 02:33:23 เยี่ยมเลยครับพี่ๆทุกท่าน ^___^
นายโจโจ้ 4/02/04 02:49:09 ถัดมา เรียนคุณลานโพธิ์ครับ

ผมเห็นความเข้าใจที่แตกต่างกันระหว่างคุณกับผมได้อย่างชัดเจนครับ ขอเรียนว่า ใจผมมิได้มีความคิดจาบจ้วงลบหลู่หลวงพ่อปัญญา วัดชลประทานเลยแม้แต่น้อย ผมเรียนด้วยความสัตย์จริง ว่าผมเห็นท่านเป็นพระนักพัฒนา ส่วนคำว่า "แค่" นั้น คุณลานโพธิ์เป็นผู้เติมเข้าไปเอง ซึ่งก็เป็นจิตของคุณและการตีความของคุณลานโพธิ์ครับ มิใช่จิตและเจตนาของผมแต่อย่างใด

ผมสามารถกราบหลวงพ่อปัญญาได้ ด้วยความเคารพนอบน้อมที่ผมมีต่อท่าน ในฐานะพระนักพัฒนา การริเริ่มโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ตลอดไปจนการริเริ่มสวดภาษาไทยสลับกับบาลีนั้น เป็นจุดหักเหที่สำคัญอย่างยิ่งจุดหนึ่งที่ทำให้ผมได้คิด ว่าการศึกษาศาสนานั้น อุปสรรคคือความไม่รู้ ดังนั้น ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ก็ต้องย่อย ต้องศึกษา

หลวงพ่อปัญญา ท่านทำกิจของท่านในฐานะพระนักพัฒนาได้อย่างน่าเคารพเลื่อมใสยิ่งแล้ว แต่ มิใช่ในฐานะพระนักภาวนาครับ ก่อนที่จะตัดสินผม ขอให้ลองไปกราบถามท่านดูด้วย ว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร

ประเด็นถัดมา ผมได้รับการอบรมมาให้มองความจริง ตัดสินเรื่องต่างๆจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่เอาความเกรงใจ ว่าผู้ใหญ่หรือพระ ผิดไม่เป็น แย้งไม่ได้

ผู้ใหญ่ พระ ตลอดไปจนสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ก็สามารถมีข้อผิดพลาดได้ด้วยกันทิ้งหมดทั้งสิ้น ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ ผิดแล้วจะยอมรับหรือไม่ การยินยอมย้อนมองตัวเอง การยอมรับความผิดของตนเอง การกล้าประกาศความผิดพลาดของตนเอง เป็นปัจจัยที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญสูงสุดในการปรับปรุงตนเองครับ ผู้ที่อัตตาสูง หนา สรุปเอาเองว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว คิดถูก ทำถูกโดยไม่เห็นความจริง เป็นผู้ที่มีโอกาสในการพัฒนาตนเองได้น้อย

ผมปฏิบัติภาวนามาหลายปี ลักษณะที่เด่นที่สุดที่ผมมีคือ ยอมรับความผิดตัวเองได้ง่ายกว่าคนทั่วไป และย้อนมองตนเองเสมอ กล้าประกาศความผิดของตนเอง ถัดจากนั้นก็คือ ค้นคว้าหาความจริง สงสัยในสิ่งที่น่าสงสัย ถามในสิ่งที่สงสัย ไม่ปล่อยให้ความเกรงใจในมาบดบังโอกาสในการทำความก้าวหน้าให้เกิดขึ้นกับทั้งตนเองและส่วนรวม

เรียนสรุปว่า คุณเข้าใจผมห่างจากความเป็นจริงครับ
พัลวัน 4/02/04 02:51:08 อ่านแล้วใจน้อมลงเป็นความสลดสังเวชใจทันทีเลยครับ
กราบพระพุทธ
กราบพระธรรม
กราบพระสงฆ์
นายโจโจ้ 4/02/04 03:09:13 จิ้งจกเปลี่ยนสีครับ

ครั้งก่อนนี้ก็พยายามผลักดันพรบ.สงฆ์ฉบับมหาโจรปล้นพระพุทธศาสนาให้ผ่านสภา ด่าว่ารัฐบาล กดดันรัฐบาล แต่คราวนี้เปลี่ยนสีมาสนับสนุนรัฐบาลเสียแล้ว มันเป็นยังไงกันครับ ท่านผู้ชม  

อ้างอิง

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนหน้านั้นทางด้านกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นตัวแทนชาวพุทธยังได้นำไปแจ้งตำรวจดำเนินคดีกับตัวแทนรัฐบาลและในวันนี้กลับเดินหน้าเชียร์กันอย่างผิดสังเกต

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน

http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews208.html
dhamma2001 4/02/04 03:14:38 อนุโมทนาในความเห็นของทุกท่าน ในฝ่ายที่ต่อต้านการทำเรื่องเสียหายอก่วงการคณะสงฆ์ สนับสนุนองค์หลวงตาและจงรักภักดีต่อองค์สมเด็จพระสังฆราช องค์ปัจจุบัน ขอให้ฝ่ายอธรรมจงพ่ายแพ้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเทอญ
พัลวัน 4/02/04 03:19:46 และขอให้ระงับโครงการทอดผ้าป่าช่วยชาติของหลวงตามหาบัว

เกี่ยวอะไรด้วย???

Hidden agenda หรือเปล่า???  
กอบ 4/02/04 03:52:06 ยังไม่เข้าใจเหมือนกันครับ ว่าทำไมต้องระงับโครงการผ้าป่าช่วยชาติ ของหลวงตา ครับ
เพราะท่านก็เอาเงินเอาทองเข้าหลวงหมด ไม่ได้เข้าตัวเลย

ท่านเอาเงินดอลล่า และทองคำให้หลวงหมด ยังไปห้ามท่านอีก

คนห้าม ท่านจะผิดปรกติ น่ะครับ ฮิฮิ
ake 4/02/04 03:54:37 เท่าที่ดูตอนนี้พวกเขาเล่นแรงมากครับ

ไม่ทราบว่าพวกพี่สามารถเล่าถึงผลกรรมดำ(กรณีจิตสัมผัส)ที่เขาจะได้รับ
ให้พวกเราฟังกันได้ไหมครับ
คาดว่าหลายๆคนจะกลับมาเกิดความพึงระวังสังวรณ์ก่อนที่จะสายเกินไป

_/\_ _/\_ _/\_  
ดวงทิพย์ 4/02/04 03:56:13 ช่างเค้าเถอะค่ะพระพุทธเจ้าตรัสเตือนไว้แล้วว่าจะมีมหันตภัยลักษณะนี้อยู่แล้ว  พระองค์ทรงแนะไว้ว่าให้ขมักเขม้นพัฒนาจิตให้เข้าถึงธรรมเบื้องสูง แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง   ข้อมูลได้จากหนังสือพุทธธรรมค่ะ
thienyohd 4/02/04 05:12:22 ที่พวกเขาเหล่านั้นต้องการหยุดโครงการช่วยชาติ ก็เพราะเขาพวกนี้ไม่เคยคิดที่จะช่วยชาติกระมังครับ  อย่างที่หลวงตาฯกล่าวมาหลายครั้งหลายหนว่า  พวกที่ช่วยชาติ ก็ช่วยกันแทบล้มแทบตาย  จนปัจจุบันก็เห็นผลที่ได้เกิดขึ้นกับชาติแล้ว  แต่พวกที่คิดจะจ้องทำลายก็หาหนทางที่จะทำลายอยู่ท่าเดียว  พวกนี้เงินสักบาทเดียวก็อย่าหวังว่าจะได้หลุดออกมาจากกระเป๋า จ้องแต่จะหาเรื่องหาราว ใส่ความอยู่ร่ำไป ...

คนเราถ้าไม่รู้จักความกตัญญู รู้คุณ  ชาตินี้ก็จะหาความเจริญได้ยาก
rainbow 4/02/04 05:25:37 คงหมายถึงให้หลวงตาบัวหยุดเป็นประธานโครงการช่วยชาติ  แล้วเขาจะแต่งตั้งคนใหม่มาดูแลแทนหลวงตามั้ง  เดาเอานะ
ปางบุญ 4/02/04 05:36:55 เฮ้อ...อ่านจนเหนื่อย ปวดตาอีกต่างหาก เพื่อจะค้นหาว่า เขาชุมนุมกันที่ไหนอย่างไร

ก็ครูบาอาจารย์เราสิ ...จากป่า จากเขา เตรียมเดินทางเข้ามา...แจ้งวัน ที่....สถานที่

ก็ตรงกันละนะ

เรียกว่าคราวนี้เอาจริง

เราก็สบายสิ อยากพบใคร อยากกราบใคร อยากถวายจังหัน อยากถวายปานะ อยากทำบุญ ทำสังฆทาน อยากสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างเจดีย์ หรือแม้แต่จะทำปรมัตถ์ถวาย..เชิญได้เลย พระป่า แทบทั้งหมด จากอีสาน และเหนือ ชุมนุมกันที่เดิม วัดเดิม วัดท่านพ่อ...

รวมเพียบอยู่ที่นั่น วัดป่าใหญ่ ๆ ที่มีครูบาอาจารย์เป็นหัวเรือ ปกติ ท่านมอบกายถวายชีวิต แด่ พ่อแม่ครูจารย์ทั้งนั้น แล้วพ่อแม่ครูจารย์สายวัดป่านั้น ท่านก็ถือหลวงตามหา....เป็นที่ตั้งเหนือเกล้าเหนือเศียร ท่านบอก ขวาก็ขวา บอกซ้ายก็ซ้าย เพิ่งภาวนาโผล่ออกจากป่า เขาชวนขึ้นรถ ไปไหน ไปตามทางที่พ่อแม่ครูจารย์ หลวงปู่ (ค่ะ พระป่าส่วนมากเรียกหลวงตาว่าหลวงปู่ ..) เรียกร้องให้ไป

คราวนี้เอาจริง ..ถ้าจะเอาจริง

คลิกเข้าไปอ่าน ความเห็นหลวงตาวันนี้ ก็ชัดเจน ข่าวที่ว่า หลวงตาไม่เกี่ยว เกี่ยวแต่ท่านก้อน ก็ไม่จริง(มั้ง)  อ่านสิ

[/B]พอที่จะหลวมตัวเข้ามาเป็น กาฝากกาแฝก กาแดกกากินกัน เข้ามายุ่งอะไร เลี้ยงกันสดๆ ร้อนๆ มันน่าอุจาดบาดตาไหม[/B]

ฟัง หรืออ่านเทศน์หลวงตาที่ไร อมยิ้มทุกทีอย่างปิติจับ อะไรจะชัดเจนอย่างนี้ ภาษาพระป่า เรียกเทศน์ปรมัตถ์ เทศน์แบบสะใจกิเลส

ค่ะ พระเป็นพัน จะต้องเตรียมตะไคร้และเครื่องปรมัตถ์สักเท่าไรจึงจะพอ เอ้า ใครอยากลองยำชิส หรือลองชิมเครื่องขบฉันยามค่ำคืน ที่เรียกว่า ปรมัตถ์ หรือปนมัตถ์ (ศ้พท์หลวงตา) เชิญได้ ค่ำคืนวันที่ 6  อากาศร้อน ๆ อย่างนี้ นั่งอยู่ริมทะเล(อย่างนั้น )

ย้ายเพิ้งปางบุญ คงนั่งหั่นข่า หั่นตะไคร้ อยู่มุมใดสักมุม

เสร็จยำชิสแล้ว เวลาที่เหลือ ก็หลับตาบ้าง ลืมตาบ้าง ภาวนาไป จนกว่าจะรุ่งเช้า ได้เวลาถวายจังหัน

คำเตือน กรุณาอย่าขับรถไป ทางที่ดีน่าจะเดินนะ
วันนั้น ฝนคงตก เพราะวันนี้ร้อนเหลือเกิน

วันนั้นฝนคงตกชะล้าง โรคห่าทั้งหลาย ที่กำลังระบาดอยู่
รวมทั้งชะล้าง สิ่งที่ไม่ดี ออกจากจิตใจผู้คน

สาธุ

นายโจโจ้ 4/02/04 05:38:41 ขอย้ำสักหน่อย เห็นอะไรกันบ้างไหมครับ? คุณลานโพธิ์ ช่วยอ่านความเห็นที่ 227 สักสองรอบได้ไหมครับ

----------------------------
เคยไปถามเรื่องภาวนากับพระเถระผู้ใหญ่ที่วัดชลประทานฯ

ท่านตอบว่า "ไม่ว่างไม่มีเวลาสอน"

ถ้าพระไม่สอนภาวนา แล้วเราจะตักบาตรอีกทำไมหนอ......
----------------------------
ต้นชาติ 4/02/04 05:44:54  อยากจะsave ไว้อ่านทำอย่างไรถึงไม่ต้องเปิดทีละหน้าครับ
แอนนา 4/02/04 05:54:19 คุณต้นชาติคะ
มุมขวาด้านบนของชื่อกระทู้ค่ะ จะมี link ที่เขียนว่า download/พิมพ์กระทู้ ระบบจะ save file ให้เรียบร้อยเป็น word file ค่ะ
นายโจโจ้ 4/02/04 05:56:16 เข้าไปที่ ระบบสมาชิก ตั้งค่าการใช้กระดาน เปลี่ยนตรง "ตั้งค่าแสดงจำนวนคำตอบต่อหน้าในกระทู้" ให้เป็น 200 ความเห็น จะได้ save ง่ายๆ แค่สองหน้าครับ หน้าแรกคือ 1-200 หน้าสองคือ 200-248 อย่างนี้เป็นต้น  
กอบ 4/02/04 06:00:26 ป้าปางบุญ จะไปงานชุมนุม วันที่ ๗ นี้หรือเปล่าครับ


ผมจะพยายามไปให้ได้ แม้ไม่รู้จักทาง ก็ตาม ครับ
ดูจากกระทู้แล้วน่าจะไปไม่ยาก หรืออย่างน้อยก็นั่ง taxi ไปครับ
ลานโพธิ์ 4/02/04 06:58:56 ภิกษุเฒ่าชรา มีนามว่าปัญญา

หามีปัญญาไม่ ใคร่จำแต่สัญญา

ไม่พัฒนาตนเอง กระเตงสอนผู้อื่น

แค่พื้นภาวนา ยังหาเข้าใจ

อายเด็กประถม อมแต่คัมภีร์

อวดดีทุกเรื่อง แม้เรื่องการเมือง

ชอบชวนเชื่องช้า ว่าเป็นผู้นำ

บักหำเมืองตรัง นำพาลูกเมีย

ทิ้งเสียข้างทาง อ้างว้าง เอวัง


ภิกษุเฒ่าชราผู้นี้ กล่าววาจาว่าผู้อื่น   อยากดัง

กราบไม่ลง ว:!:+#:">



พัลวัน 4/02/04 08:45:04 "เราก็สบายสิ อยากพบใคร อยากกราบใคร อยากถวายจังหัน อยากถวายปานะ อยากทำบุญ ทำสังฆทาน อยากสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างเจดีย์ หรือแม้แต่จะทำปรมัตถ์ถวาย..เชิญได้เลย พระป่า แทบทั้งหมด จากอีสาน และเหนือ ชุมนุมกันที่เดิม วัดเดิม วัดท่านพ่อ..."

อ่านข้อความนี้ของคุณปางบุญแล้วนึกได้ ใจเป็นปลื้มปีติมาก จะหาโอกาสที่จะได้ทำอย่างนี้ง่ายๆหรือ? ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสเช่นนี้อีกหรือเปล่า? ไม่รู้ว่าเกิดอีกสิบชาติจะมีโอกาสนี้อีกหรือเปล่า?

ป่าวประกาศเชิญชวนพี่น้องชาวไทยที่ยังมีจิตใจเลื่อมใสในปฏิปทาของพระป่า ท่านทั้งหลายมีโอกาสน้อยที่จะได้ทำทานอันเป็นมหากุศลเยี่ยงนี้ได้อีก น้อยจนไม่แน่ใจว่า เกิดอีก 10 ชาติ ท่านจะมีโอกาสอย่างนี้อีกหรือเปล่า ขอให้ทุกท่านใช้โอกาสอันนี้ สร้างปัจจัยอันไพศาล ในการเกื้อหนุนหนทางสู่ความหลุดพ้นของท่านทั้งหลาย ด้วยเทอญ...      
กำพล 2 4/02/04 09:04:05      ก่อนอื่น ต้องขออนุโมทนา  และสาธุการกับสิ่งที่คุณโจโจ้และอีกหลายๆท่านได้ช่วยกัน  ผมตั้งใจอ่านมาตั้งแต่เย็น กว่าจะหมดทุกกระทู้ ก็เมื่อยตาน่าดู แต่ตาในก็ใสสว่างกว่าเดิมมากพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร  และควรจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร
     หากสามารถมีการใส่ชื่อเพื่อการสนับสนุนให้ยกเลิกการกระทำที่มิบังควรนี้แทนกันได้ ก็ขอให้ใส่ชื่อของผมไปได้ด้วยเลยครับ  ขอบคุณครับ  
แช่อิ่ม 4/02/04 09:09:00 อนุโมทนาบุญทุกท่านที่จะร่วมสนับสุนและจรรโลงพระศาสนาและสมเด็จพระสังฆราช พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบท่านกำลังจะทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว ขออนุโมนาบุญของผู้ที่จะเข้าร่วมสนับสนุนครั้งนี้ครับ

สาธุ สาธุ
กิด 4/02/04 10:25:10 ต้องช่วยกันสื่อสารครับ
       หนังสือพิมหลายฉบับอยู่ใต้อำนาจรัฐ ออกข่าวไม่เป็นกลางช่วยวิษณุตลอด
       มีคนแยกหลวงตาออกจากคุณทองก้อน ความจริงคือหลวงตาหนุนทองก้อน 100 %
       มีการพยายามหาพรรคพวก โดยเฉพาะกลุ่มพระสงฆ์ที่เป็นที่นับถือประชาชนให้คัดค้านทองก้อน โดยให้ข้อมูลผิดๆ ด้านเดียว
       งานนี้คงมีการวางแผนนานแล้วครับ เพื่อยึดอำนาจในการบริหารสงฆ์ และลดความสำคัญของหลวงตามหาบัว
       หลวงตาท่านมองเห็นความไม่ชอบกลในแผนอันแยบยลนี้ แต่ฝ่ายหนึ่งซึ่งมี นายวิษณุและสมเด็จเกียวที่จ้องตำแหน่งพระสังฆราชมานานแล้ว พยายามใช้กลยุทธการบริหารสมัยใหม่ ตามแบบของฝรั่ง เอามาใช้แบ่งพระสงฆ์เป็นเหล่าๆเพื่อต้องการบรรลุผลของตนโดยมิได้สนใจในบาปกรรมที่กำลังกระทำกับสมเด็จพระสังฆราช
     ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นนโยบายที่มาจากรัฐบาลหรือไม่ เพราะการลดความสำคัญของกลุ่มบุคคลที่จะมีผลต่อเสฐียรภาพของรัฐบาลเป็นวิธีที่คุ้นๆกันอยู่ ถึงเรื่องนี้นายกทักษิณจะโดนลูกน้องให้ข้อมูลผิดหรือไม่ ก็ดูเหมือนท่านจะพอใจอยู่แล้ว
     กลุ่มบุคคลที่มีผลในการกำหนดทิศทางรัฐบาล ทรท เป็นกลุ่มคริสต์ แน่นอน นายวิษณุเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เป็นกลุ่มที่ชาญฉลาดมาก สร้างเรื่องไม่หยุด ถ้าไม่มีหลวงตาก็ไม่รู้ว่าชาวไทยพุทธเราจะต้านทานได้แค่ไหน
    พวกเราให้ช่วยกันสื่อสาร ให้ชาวพุทธเรารู้เท่าทัน เพื่อสู้กับสื่อลวงเช่น หนังสือพิม ที่มักชอบออกข่าวเพื่อทำลายศาสนาพุทธ รวมถึงศาสนาอื่นที่ไม่ใช่ศาสนาฝรั่งที่ชอบรุกรานคนอื่น ชาติอื่นเสมอมา                                    
       
นิพ 4/02/04 10:47:28 โห...มือไม่พายเอาเท้าราน้ำหรือครับจะมาระงับโครงการผ้าป่าช่วยชาติหรือครับ
คนพาลนี่ยังไงก็เป็นพาลครับ :-(

พูดรัดตะบานเนี่ยครับ ผมว่าไม่มีความเป็นธรรมตั้งแต่ เรื่องสนามกอล์ฟ
อัลพายเนี่ย โกงธรณีสงฆ์ยังกล้าทำมาแล้ว นับประสาอะไรถ้าจะทำลาย
พระศาสนา เพื่อคนบางกลุ่มทำไมจะทำไม่ได้??? ผมไม่ได้ประนามรัดตะบาน
นะครับ ผมเองก็พอใจในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของเขา แต่เรื่อง รก.พระสังฆราช
สนามกอล์ฟ กับหวัดนกนี่ทำผมเสื่อมศรัทธาเลยครับ :-(
bj 4/02/04 11:10:38 ...ด่าคนยังพอทำเนา...ถ้าไปด่าพระเข้าให้งานนี้ขาดทุน...
กำลังฟุ้ง 5/02/04 02:20:54 ทำอะไรไม่เห็นเท่าเทียมกันเลยท่านผู้ดูแล เอ...นโยบายลบแหลกของลานธรรมมันไปอยู่ตรงไหนกันนะ? ขออภัยครับ มันอดแขวะมิได้ เพราะกำลังน้อยใจ

ก่อนที่ประเด็นจะถูกเบี่ยนเบนไป กลับมาเข้าประเด็นกันดีกว่าครับ จากประเด็นเรื่องการแต่งตั้งรักษาการณ์สมเด็จพระสังฆราชถูกต้องหรือไม่ ก็กลายเป็นกรณีหลวงตาบัวสมเด็จเกี่ยว วิษณุกับพระสังฆราช ไปเรื่อยจนเป็นเรื่องพระป่าพระบ้าน ความจริงปะทะสื่อที่บิดเบือน มาตอนนี้จะเป็นหลวงพ่อปัญญาปะทะหลวงตาบัว พระนักพัฒนาชนกับพระนักภาวนาไปแล้ว เดี๋ยวก็สมหวังแผนล้อมเว่ยช่วยจ้าวของคนปล่อยข่าวหรอกครับ กลับมาที่ประเด็นเรื่อง "การแต่งตั้งรักษาการณ์สมเด็จพระสังฆราชถูกต้องหรือไม่" จะดีกว่าครับ

เรื่องของหลวงตาบัวทำให้นึกถึงพระสูตรๆหนึ่งเรื่องพระโมคคัลลาเห็นเปรต ท่านก็พูดออกมาว่าท่านเห็น พระที่ฟังอยู่ก็นึกติเตียน พระพุทธเจ้าท่านจึงพูดรับรองว่าพระโมคคัลลาท่านเห็นจริง แต่ก่อนพระพุทธเจ้าก็เห็นสิ่งเหล่านี้แต่ไม่บอกใคร ทีนี้ที่หลวงตาท่านประกาศออกมาว่าท่านเป็นพระอรหันต์ จะให้พระอื่นๆมองท่านอย่างไรละครับ พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่อยู่ให้รับรองแล้ว ตอนผมได้ยินเรื่องท่านประกาศตนครั้งแรกก็นึกไม่ดีกับท่านเช่นกัน จนกระทั่งได้ยินจากครูบาอาจารย์กล่าวถึงเรื่องของท่านแล้วใครครวญพิจารณาเรื่องที่ครูบาอาจารย์ท่านเล่านั่นแหละ จึงยอมเชื่อว่าท่านเป็นพระอรหันต์จริง

เอาล่ะ จากที่อ่านมามันกลายเป็นแยกฝ่ายสนับสนุนหลวงตาบัว กับฝ่ายคัดค้านเสียหมดเลย แล้วก็เริ่มขยายความ เบี่ยงประเด็นกันไปใหญ่ เอาเหตุผลแวดล้อมมาเล่าให้ฟังกันใหญ่ เราน่าจะมาอยู่ตรงที่ ที่เขาแต่งตั้งรักษาการณ์น่ะมันทำถูกขั้นตอนของกฎหมายไหม ถูกพระธรรมวินัยไหม ถ้าไม่ถูกจะเรียกร้องให้ลงชื่อไม่เห็นด้วยก็ว่ามา ส่วนจะไปสาวไส้วิษณุ จะไปสาปแช่งวิษณุก็น่าจะไปทำที่กระทู้อื่น หรือถ้าเห็นว่าเรื่องประเด็นแต่งตั้งรักษาการณ์ กับเรื่องด่าหลวงตาบัว ด่าวิษณุ ด่าสมเด็จเกี่ยว ด่าหลวงพ่อปัญญา มันแบ่งแยกจากกันมิได้ มันเป็นประเด็นเดียวกันก็ว่ามาให้ชัดๆ ผมจะได้เล่นด้วย
ผู้เดินทาง 5/02/04 06:12:50 http://www,thairath.co.th/thairath1/2547/page1/jan/21/p1_7php

ลองอ่านข่าวแล้พิจารณากันให้ดีนะครับ  ผมถึงเขาใจว่าหลวงตาท่านถีงใช้คำว่า สมเด็จพระสังฆราชถูกรุมกินโต๊ะ  นี่หรือครับวิธีการปฏิบัติต่อองค์พระประมุข วัดบวรฯ+มหาเถรสมาคม+รัฐบาลมีความเห็นชอบร่วมกันบีบบังคับให้สมเด็จพระสังฆราชให้ลงพระนาม  แต่องค์ฯท่านปฏิเสธ  ปากบอกเคารพนับถือ แต่การกระทำมันไปกันคนละทางเลย  เดี๋ยวนี้เขาใช้วิธีนี้แล้วหรือครับ  มันไม่ต่างกับวิธีการปฏิวัติของโลกปุถุชนเลย  เขาเรียก พวกนี้ว่า พวกกบฎ  ที่น่าเจ็บแสบที่สุดก็คือ เลขานุการขององค์สมเด็จพระสังฆราช พระเทพสารเวที เป็นทางทหาร ก็คือ ทส. เป็นคนเห็นดีเห็นงามไปกับเขาด้วย แทนที่จะปกป้องเจ้านาย ยอมตายแทนนาย แต่นี่จะส่งนายไปขี้นเขียงเอง  ใครอยู่ด้วยก็ซวยไม่รู้จบ

หลวงตาท่านเทศน์บอกแล้วงานนี้ คอขาดเป็นคอขาด  ผมอยากอยู่กรุงเทพฯด้วย จะได้เข้าร่วมทัพหลวงตาอย่างเต็มตัวเลย ประเทศไทยที่สร้างชาติขึ้นมา บรรพบุรุษได้เอาเลือดเนื้อเข้าแลก แล้วอยู่ยงยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ มีอยู่2สถาบันเท่านั้นที่เป็นหลักชัย คือ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์  แต่ในวันนี้สถาบันศาสนา องค์พระประมุขถูกจาบจ้วง ถูกใส่ความข้างเดียวมาโดยตลอด  แล้วยังจะกล่าวหาประชาชนที่เข้ามาช่วยองค์พระประมุขว่า เป็นผู้ก่อความวุ่นวายอีก  ขอให้ท่านผู้มีหัวใจเป็นธรรมได้โปรดพิจารณา ขอให้ธรรมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมครับ        
TRAVELER 5/02/04 07:11:26 http://www.thairath.co.th/thairath1/2547/page1/jan/21/p1_7.php

I am sorry, with this comp I can't type Thai.I just found out that the previous one,didn't work. I hope this one will. Thank you.    
Nokkrajab 5/02/04 07:24:27 เรื่องนี้ที่จริงก็เป็นเรื่องโลกๆ นะ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก นึกถึงภาพหลวงปู่ลี กุสลธโร เวลาไปถวายของหรือใบปวารณา หรือ กราบที่เท้าท่าน ท่านก็จะไม่ค่อยสนใจเรา คล้ายหลวงปู่จันทา ถาวโร เลย เราจึงรู้สึกเคารพรักท่านมาก เพราะหัวไม่เคยคิดเป็นอื่นเลย นอกจากท่านจะเป็นพระ.....เท่านั้น  เห็นหลวงปู่ลีลงมือชื่อคัดค้านด้วย โอ....นี่ถ้าพระ....โง่ไม่มีปัญญา ผมก็คงไปจับตั๊กแตนปาทังก้ามากราบไหว้ดีกว่าครับ อิ อิ

วันที่ 7 ก.พ.ศกนี้คงมีคนไปวัดอโศฯกันมาก พระก็คงมาก ก็เป็นโอกาสดีที่พวกญาติธรรมที่จะไปร่วมงาน ผมเองก็ไปวัดอโศฯ อยู่บ่อยๆ ก็เลยเป็นปรกติ ไม่รู้สึกแปลกอะไร ถ้ามีปัจจัยก็คงร่วมถวายน้ำปานะ เพราะพระท่านจะอยู่ถึงช่วงบ่าย  ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะมีใครไปตั้งโรงทานหรือเปล่านะ เป็นห่วงพระท่านอยู่เหมือนกัน

สรุปเรื่องนี้ไม่ออกความเห็นในที่นี้ครับ เขียนมาเล่นๆ เข้ามาอ่านอยู่บ่อย ๆ เดี๋ยวเขาจะว่าเอาเปรียบ (เอ๊ะ หรือ เผลอออกความเห็นแล้วก็ไม่ทราบ กลัวออกความเห็นแล้วไม่รู้ว่าใครจะดักฉุดไปหรือเปล่นอ่ะครับ เพราะไปวัดอโศฯ ค่อนข้างบ่อยครับ)
สมบูรณ์ ต. 5/02/04 07:54:50
            ตกลงมีนัดกันที่ไหน  เมื่อไรครับ   นอกจากที่วัดอโศการาม สมุทรปราการ  จะมีที่อื่นด้วยหรือไม่  เช่นที่โรงแรมรัตนโกสินทร์หรือไม่ ?  เวลาเท่าไร ?
คนไทย 5/02/04 08:07:14 ถึงจะเป็นพระนักพัฒนา ท่านก็มีศีลมากกว่ามนุษย์กิเลสหนาอย่างเราๆ ไม่สมควรที่จะไปจาบจ้วงท่าน ลองคิดดูท่านก็ทำประโยชน์ให้พระศาสนาตั้งมากมาย เพียงแค่ท่านมีความเห็นตรงข้ามก็ไปด่าท่าน เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติสมควรกระทำอย่างนั้นหรือ ตัวเรามีดีแค่ไหนถึงได้ไปว่าให้คนอื่น  โปรดระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นด้วย ขอติงสักเล็กน้อย  ความจริงดิฉันเองก็เห็นด้วยกับฝ่ายหลวงตา เพราะพอจะสัมผัสอะไรบางอย่างได้ บางเรื่องมันลึกล้ำเกินกว่าจะอธิบายให้คนอื่นเชื่อตามเราได้ ผู้มีความเห็นตรงข้ามกับเราก็ใช่ว่าเขาจะเป็นคนไม่ดี กระบวนการรับรู้มันต่างกัน ความเข้าใจก็เลยเป็นอีกแบบ   ขอได้โปรดจงมีเมตตาต่อกันด้วยเถิดค่ะ  
สมบูรณ์ ต. 5/02/04 08:25:07
            เมื่อวานนี้คุณโจโจ้กรุณามาสอนผมเดินจงกรมที่บ้านตั้งแต่บ่าย 3 เศษ  ตลอดเวลาคุณโจโจ้ไม่มีอารมณ์โกรธแค้นหรือแม้แต่ขัดเคืองแต่ประการใด  กลับมีอากัปกิริยานอบน้อมถ่อมตน  เคารพครูบาอาจารย์ตลอดเวลา  รวมทั้งการนอบน้อมต่อท่านพระอาจารย์ปัญญานันทะด้วย  

            ผมเองได้บอกคุณโจโจ้ว่า  สำหรับท่านพระอาจารย์ปัญญานันทะนั้น  ผมไม่ขอแตะต้อง  เหตุเพราะเป็นสหธรรมิกกับท่านพระอาจารย์พุทธทาสและท่านพระอาจารย์โพธิ์ จันสโร ( เจ้าอาวาสวัดสวนโมกข์ปัจจุบัน ) ซึ่งผมเป็นลูกศิษย์ท่านทั้ง 3

           คนที่น่าจะเป็นปัญหาน่าจะเป็นคุณวิษณุ เครืองามมากกว่า  การนัดพบกันก็เพื่อแสดงอย่างสันติ  อาจมีการเซ็นต์ชื่อหางว่าว  รวมชื่อครบ 50000 คนเพื่อถอดถอนบุคคลคนนี้ออกจากตำแหน่งมากกว่าครับ
ake 5/02/04 08:34:05 เห็นความเห็นพี่พัลวัล ที่ 252

ความดีใจผมพุ่งปรี้ดทำให้เบิกบานมากกว่า 20 นาที เลยถือโอกาสบอกต่อเพื่อนๆผม
ให้มีโอกาสร่วมทำบุญครั้งใหญ่ที่หาได้ยากยิ่งในชีวิต

_/\_ _/\_ _/\_
 
ake 5/02/04 08:41:52 ลองคิดเล่นๆว่า ลัทธิวัดจานบิน นับวันยิ่ง แรงขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าพวกหัวหน้าแก๊งล้มตาย คงไม่กระทบลัทธิแม้แต่น้อย

ถ้างานนี้พวกเราทำสำเร็จ ควรร่วมมือ กันจริงๆ จังๆ เสียทีในการชำระพวกเขา

   
apichan 5/02/04 09:27:54 วันนี้พวกกลุ่มคนชั่วเริ่มรุกคืบหน้าด้วยการแจ้งจับคุณทองก้อนแล้วครับ จากข่าวไทยรัฐวันนี้
-----------------------------------------------------------------------------------------
ที่กองปราบฯ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ก.พ. นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์ อดีตพระลูกวัด วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี และนายทวีสิทธิ์ แก้วขาว ประธานสมัชชาพิทักษ์พุทธศาสนา เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.อรชัย กุมจันทึก พนักงานสอบสวน (สบ.1) ฝ่ายปฏิบัติการที่ 3 ปปป.ตร. ให้สอบสวนดำเนินคดีกับนายทองก้อน วงศ์สมุทร กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการ ผ้าป่าช่วยชาติของ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ข้อหายักยอกทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านบาท ที่บรรดาญาติโยมบริจาคให้วัดไปใช้ในกิจการส่วนตัว และนำไปใช้ในการเคลื่อนไหวต่อต้านการแต่งตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือสมเด็จเกี่ยว เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ขึ้นมารักษาการแทนสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชที่ประชวร

นายเทพพนม กล่าวว่า ขณะนี้ทางวัดได้มอบเงินให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้ว ตนได้ตรวจสอบการมอบเงิน 3 ครั้ง พบว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 41 เป็นเงิน 1,278,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ วันที่ 4 พ.ค. 42 เป็นเงิน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯกับทองคำ 1,037.78 กก. และวันที่ 30 ส.ค. 43 เป็นเงิน 14,169 ดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็นเงิน 4,695 ดอลลาร์สหรัฐฯ และทองคำเทียบมูลค่า 9,509 ดอลลาร์สหรัฐจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีรายงาน เกี่ยวกับเงินบาทจำนวนมหาศาลที่วัดได้รับบริจาค และเรื่องนี้ไม่เคยมีใครแจ้งในบัญชี จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ขณะที่กรรมการหลายคนมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ เช่น บ้านในตระกูลไชยพันธุ์ มีมูลค่าหลายล้านบาท มีรถยนต์ราคานับล้านบาทหลายคัน ที่บ้านของนายบุญชู อุปชัย มีรถยนต์ราคาแพงจอดอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะนายทองก้อนมีการนำเงินดังกล่าวไปเป็นของส่วนตัว รวมทั้งนำเงินที่ยักยอกไปใช้ในการเคลื่อนไหวในการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เรื่องการต่อต้านการตั้งสมเด็จเกี่ยวเป็นผู้แทนพระสังฆราช การต่อต้านรัฐบาล และ พ.ร.บ.สงฆ์

ร.ต.อ.อรชัยกล่าวว่า จะสอบปากคำผู้ที่เข้าแจ้งความทั้งคู่ไว้เป็นหลักฐานว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ โดยเหตุที่มาแจ้งความที่ ปปป.ผู้กล่าวหาอ้างว่าเพราะนายทองก้อนเป็นกรรมการของวัด ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ จึงจะต้องนำเรื่องส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาอีกครั้ง

--------------------------------------------------------------------------------- ------------

ผมไม่เข้าใจครับว่าไอ้คนที่มันไปแจ้งจับเรื่องเงินบริจาค มันไม่รู้เหรอว่าเงินที่บริจาคเค้าก็เอาไปซื้อทองคำ เพื่อที่จะเอาเข้าคลังหลวง หลวงตาก็ประกาศบ่อยๆว่าเงินบริจาคส่วนหนึ่งก็เอาไปช่วงพี่น้องประชาชนตามภาคต่างๆ ส่วนหนึ่งก็เอาไปซื้อทองคำ ผมว่าไอ้พวกนี้มันพยายามทที่จะทำลายความเชื่อมั่นของโครงการช่วยชาติของหลวงตาในทุกวิถีทาง

มีใครทราบบ้างครับว่า  นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์  นี้มันมีประวัติความเป็นมายังไง ทำไมถึงแอบเข้าไปบวชที่วัดหลวงตาได้
นายโจโจ้ 5/02/04 09:28:08 ขอบพระคุณคุณสมบูรณ์ครับ

ผมเข้าใจว่า คุณคนไทยน่าจะหมายถึงความเห็นที่ 251 ครับ เพราะในใจผมนั้น ไม่มีความไม่เคารพท่าน และได้แสดงออกถึงความนอบน้อมอันควรไปอย่างชัดเจนแล้วครับผม ผมเห็นว่า คุณคนไทย(ความเห็น 263)น่าจะได้ลองมองให้เห็นความน่ากลัวของสังสารวัฏนี้ด้วย ว่าผู้ที่มีศีล และผมก็ขอยืนยันว่าผมเคารพความเป็นผู้มีศีลของหลวงพ่อปัญญาด้วยอีกครั้งหนึ่งครับ แต่คุณคนไทยครับ ความมีศีลนั้น เป็นเพียงฐานของสมาธินะครับ ไม่ได้ทำให้เกิดปัญญา ตราบเท่าที่ท่านยังมิได้ภาวนา และขอยืนยันอีกครั้ง ว่าหลวงพ่อปัญญา ไม่ใช่นักภาวนา และท่านใช้สัญญาเป็นหลัก คือจำเอา ซึ่งในจุดนี้ ผมเห็นตรงกันกับคุณลานโพธิ์ครับ ซึ่งผลของการใช้สัญญาโดยปราศจากการภาวนาให้เกิดความรู้ตัวนี้ นานวันไป สัญญาที่มีมาก จะทำให้เกิดความเห็นผิด ว่าตนรู้มาก ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว เป็นการ "จำได้มาก" ต่างหาก ซึ่งคนละอันกับการรู้มาก ผู้ที่ใช้สัญญาเป็นหลัก เมื่อเกิดความเห็น(ผิด) ว่าตนรู้มาก ในที่สุดก็จะหมดความสามารถในการยับยั้ง "สังขารขันธ์" มิให้ปรุงแต่งสิ่งต่างๆ เช่นที่ท่านปรุงไปเองว่าหลวงตามหาบัว "อยากดัง" โดยไม่ได้รู้จักองค์หลวงตาเลยแม้แต่น้อย และผมมั่นใจ ว่าท่านเห็นผิด ว่าหลวงตามหาบัวเป็นเหมือนตำราที่ท่านจะอ่านอย่างไรก็ได้ กรณีนี้ ไม่แตกต่างจากคุณกำแหงนักหนังสือพิมพ์เลยครับ คือไม่ได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริงของผู้ที่เขาวิจารณ์ มีข้อมูลเพียงผิวๆ แล้วก็วิจารณ์เขาออกไปในทันที

ขอให้คุณคนไทยลองใช้ความพยายามตรวจสอบสักนิด โดยเฉพาะกับผู้ที่ใกล้ชิดกับหลวงพ่อปัญญา ว่าท่านมีลักษณะแห่งการมุ่งจับผิด เพ่งโทษคนหรือไม่ คุณสมบัติของนักภาวนาคือ การย้อนมองดูตนเองเป็นเบื้องแรก ตามคำของพระศาสดาที่ว่า "อกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปนยิโก ปัจจัตตังเว ทิตโพ วิญญูหีติ" เน้นที่ โอปนยิโกนะครับ ว่าหลวงพ่อปัญญาท่านมีคุณลักษณะนี้หรือไม่




ถัดจากนั้น สิ่งที่ขอชี้แจงกับหลายๆท่านก็คือ

แทนที่จะมุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคล ว่าใครคิดอย่างไร ทำอย่างไรเป็นรายบุคคลนั้น ลองเปลี่ยนเป้าหมายสักนิด ถอยห่างออกมา แล้วมองภาพรวม นำมาปะติดปะต่อกัน ก็จะเห็นเป้าหมายหลักของลัทธินั้นที่เขากระทำอยู่

ทีนี้ เมื่อเห็นภาพใหญ่ เห็นทิศทางของควา มเคลื่อนไหวของกลุ่มคนในลัทธินั้นแล้ว เราก็จะมีปฏิกิริยาที่แตกต่างจากเดิม ถึงแม้ว่าผู้ที่มองในจุดเล็กๆจุดเดียวจะเห็นว่าเป็นการคัดค้านตัวบุคคล อันเป็นการมองที่ "แคบ" อย่างที่คุณคนกวนเคยแสดงไว้ก็ตามที แต่สำหรับคนที่เห็นภาพรวมนั้น ไม่ใช่เลยครับ

เทียบกับการรบในสนามรบ มีกำลังพลตั้งอยู่เป็นกองพัน จำนวนหลายสิบกองพันเรียงรายห่างๆกัน ทุกกองพันไม่ได้เคลื่อนไหว กองพันไหนเคลื่อนไหว นายทัพก็สั่งรับมือไปตามยุทธวิธี ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการข่าวที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน จึงจะหวังผลในการรบนั้น ซึ่งอาจจะเป็นการรบเพื่อปกป้องอธิปไตยของตน หรือเป็นการรบเพื่อรุกรานก็ได้ทั้งสองอย่าง

ในภาพที่ผมมองเห็น นายวิษณุและคณะ กำลังสร้างสถานการณ์ตลอดจนให้ข่าวในลักษณะที่ทำให้ส่วนรวมมุ่งมาสนใจที่จุดเดียว โดยยกเหตุอันน่าเชื่อถือ แล้วลอบบุกโจมตีแม่ทัพโดยปกปิดข่าวไว้ไม่ให้ใครทราบ แต่นายวิษณุนั้นเป็นขุนศึกที่ออกหน้าทำตัวเป็นแม่ทัพถือธงแม่ทัพซึ่งเป็นธงลวง ไม่ใช่แม่ทัพจริง ยังมีแม่ทัพจริงกับคณะที่ปรึกษายังซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังที่ปทุมธานี เป็นมันสมองระดับวางแผนทั้งสิ้น เช่นนักการตลาดระดับประเทศ นักวางแผนจัดการ ฝ่ายวิจัย ที่ทำงานร่วมกันราวกับลัทธิเขาเป็นสินค้าที่เขาจะต้องโปรโมท ตลอดจนต้องโจมตีคู่แข่งและแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามให้ล้มลงให้ได้ เพื่อให้ผู้คนหันไปซื้อสินค้าของเขา ก็คือการเปลี่ยนแปลงกฏเกณฑ์หลักให้เอื้อต่อพวกเขานั่นเอง ด้วยการแทรกคนเข้าในสถาบันหลักของชาติเท่าที่จะกระทำได้

ตื่นเถิดครับ ชาวไทย ตื่นด้วยการหัดทำความรู้(ตัว) เพื่อพบกับความเบิกบาน
No comment 5/02/04 10:05:18 "ทองก้อน"จัดถกใหญ่วันนี้เปิดรายชื่อ1แสนชื่อโชว์


วันนี้ ( วันที่ 5 ก.พ. 47) เวลา10.00 น.นายทองก้อนและคณะศิษย์หลวงตามหาบัวจะทำการจัดถกเวทีใหญ่เพื่อชี้ให้เห็นถึงการกระทำผิดของนายวิษณุอย่างชัดเจนถึง 20 จุด เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ โดยจะใช้สถานที่ภายในโรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลางใน

งานนี้จะมีทนายวุฒิชัย รัตนสูรย์ ทนายความองค์การยุวสงฆ์จะขึ้นเวทีเปิดโปงความผิดพลาดของนายวิษณุด้วยส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ทั้งฝ่ายตนและนายวิษณุ หันหน้าเข้ามาคุยและแก้ปัญหานั้น คงเป็นไปได้ยากเนื่องจากในขณะนี้ได้หันไปคนละทางแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพระสงฆ์ที่ไม่เห็นด้วยกับตน ก็เป็นเรื่องของท่านเพราะมีพระบางส่วนที่ปฏิบัติชอบเห็นด้วยกับตน ในวันที่ 7 ก.พ. นี้ เวลา 13.00 น. ที่วัดอโศการาม พระสงฆ์ 10,000 รูป จะเป็นโจทก์อธิกรณ์ตัดสินความผิดทางวินัย ทางออกในเรื่องนี้เพื่อยุติการถอดถอนได้คือ นายวิษณุต้องยกประกาศดังกล่าว
No comment 5/02/04 10:07:18 ความคิดเห็นที่ 269: http://yuwasong.com/
พัลวัน 5/02/04 10:11:57 นายวิษณุเขาบอกว่า เขาพยายาเคลียร์กับคุณทองก้อนแล้ว แต่ว่าคุณทองก้อนไม่พยายามจะเข้าใจ (หรือที่จริงคงอยากจะพูดว่า "พยายามที่จะไม่เข้าใจ")

http://www.manager.co.th/asp-bin/Viewnews.asp?NewsID=4718526436686
พัลวัน 5/02/04 11:48:16 ผมได้โพสต์เรื่อง "นาย วิษณุ เครืองาม ไม่มีอำนาจประกาศแต่งตั้ง ผู้ทำหน้าที่(แทน)สมเด็จพระสังฆราช" เอาไว้ที่ pantip.com

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K2656108/K2656108.html
ขอมาแปะไว้ที่นี่ด้วย เผื่อที่นั่นจะลบไปนะครับ

==============================================

นาย วิษณุ เครืองาม ไม่มีอำนาจประกาศแต่งตั้ง ผู้ทำหน้าที่(แทน)สมเด็จพระสังฆราช

ตามที่มีการอ้างอิงถึงความถูกต้องของประกาศแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเติมคำว่า “แทน” ลงในภายหลัง ตาม พรบ.สงฆ์ พ.ศ. 2535 มาตรา 5 ซึ่งใช้แทนมาตรา 10 ของ พรบ.สงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งข้อความในมาตรนี้ วรรคสุดท้าย ได้ระบุไว้ว่า

“ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ตาม มาตรานี้ในราชกิจจานุเบกษา”
มีคำถามว่า
1.    นายวิษณุ เครืองาม เป็น รองนายกรัฐมนตรี มิใช่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะมีอำนาจตามกฎหมายฉบับนี้หรือ?

2.    กฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีศึกษา เฉพาะประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หากแต่นายวิษณุกลับทำเป็น ประกาศแต่งตั้งผู้ปฎิบัติหน้าที่(แทน)สมเด็จพระสังฆราช


สรุปความแล้ว นายวิษณุ กระทำถูกต้องแล้วหรือ? ไม่ว่าจะโดยกฎหมาย(ซึ่งตนร่างมาเองกับมือ) หรือโดยจารีตประเพณี? รีบร้อนอะไรจนผิดสังเกต ขาดความรอบคอบ หรือไม่ ยังไม่ต้องอ้างถึงเรื่องนี้ ว่านายวิษณุทำประกาศแต่งตั้งก่อน แล้วจึงประชุม มส. ให้รับทราบ ว่ามีอำนาจทำได้หรือ? มีความเหมาะสมหรือ? ที่ตนเป็นผู้ “ริเริ่ม” มิใช่ มส. เป็นผู้ริเริ่ม?


อ่าน พรบ.สงฆ์ ได้ที่นี่ครับ http://www.mahathera.com/laws/acts/acts.html
นายโจโจ้ 5/02/04 04:52:00 วันนี้นายวิษณุให้ข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล จากข่าวที่ได้ยิน เขาก็ชนเต็มตัวแล้ว

เอาล่ะครับ รอดูผลก็แล้วกัน ผมคัดค้านเขา ผู้ที่เขาแต่งตั้ง วิธีการที่เขาแต่งตั้ง ตลอดไปจนผู้ที่อยู่เบื้องหลังเขาด้วย
พัลวัน 5/02/04 05:30:15 พรบ.สงฆ์ 2535 ยกมาให้ดูกันชัดๆ

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และให้ใช้ ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๙ ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชทรงลาออกจากตำแหน่งหรือพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดให้ ้ออกจากตำแหน่งพระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จพระสังฆราช หรือตำแหน่งอื่นใด ตามพระราชอัธยาศัยก็ได้

“มาตรา ๑๐ ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ให้สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณ-ศักดิ์เป็นผู้ปฏิบัติ หน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

ถ้าสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่เหลืออยู่ เลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่งผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นผู้ ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ สมเด็จพระสังฆราชจะได้ ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน

ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชมิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสามหรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับ แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชไม่อาจปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้ ให้นำความในวรรคหนึ่ง และวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จ


ผมได้สอบถามกับผู้ที่เป็นนักกฎหมาย ว่ามีความแตกต่างตรงไหนบ้าง เขาสรุปให้ฟังอย่างนี้ครับว่า

1. ในกรณีที่จะมีการแต่งตั้งแทนสมเด็จพระสังฆราช จะต้องกระทำโดยสมเด็จพระสังฆราชเองเท่านั้น บุคคล หรือคณะบุคคลอื่น จะกระทำมิได้

2. นอกนั้นจะต้องเป็น "ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" มิใช่ "ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช"

3. รัฐมนตรีศึกษาเป็นผู้ประกาศนาม ซึ่งหมายความว่า จะต้องได้นาม (หรือพระนาม) ของผู้ที่ปฎิบัติหน้าสังฆราช (ตามข้อ 2) หรือ ปฎิบัติหน้าแทนสังฆราช (ตามข้อ 1) เท่านั้น

อำนาจการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช มิได้เป็นอำนาจของ รมต.กระทรวงศึกษา หรือ รองนายกรัฐมนตรี แม้ แต่น้อย
กิด 5/02/04 06:33:48    ประเด็นที่ผมพูดมามันโยงกันนะครับ  แล้วช่วยจับตาดูต่อไป   เพราะยังไงเขาคิดว่าคนคัดค้านตั้งพระสังฆราชเป็นคนกลุ่มน้อยอยู่ดี   อยากให้ดูว่าพอครบ 6 เดือนแบบที่ว่า
ถ้าไม่มีคนคัดค้านเรื่องนี้เลยจะเป็นยังไง   แล้วถ้าคนคัดค้านมีน้อย เขาจะทำยังไงต่อเมื่อครบ 6 เดือน  รัดทะบาน จะกล้าคืนอำนาจให้พระมหากษัตรย์ในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชรึเปล่า หรือจะเข้าล็อก ท่าน ที่จะ ชงเอง ตั้งเอง เหมือนที่ทำมาหลายๆครั้งในพวกเดียวกัน ผมสะอิดสะเอียนจริงๆ
   พวกนี้ฉลาดมาก ตอนนี้ก็พยายามโยงเป็นประเด็นว่า เหล่าคนที่รู้ทันนี้ พยายามล้มรัฐบาล เฮ้อ ไปๆมาๆพวกทำดีจะมาเป็นขบถซะแล้ว พวกทำดีจะกลายเป็นโจรแล้วละเพราะรัดถะบาลนี้ ค้านไม่ได้
    หลวงตาทำงานช่วยชาติแทบเป็นแทบตาย ท่านที่รัก ก็ไม่ได้สนใจ  งานช่วยชาติ มีไหมที่ผู้นำจะมาเดินคุยกับพุทธศาสนิกชนบ้าง งานอื่นนี่นำดี เห็นแต่หลวงตาหนุนท่านสุดๆ แต่ท่านก็ส่ง คุณ ว. มางานกฐินแทน   นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อชาติอยากให้คนเก่งบริหารบ้านเมืองหลวงตาท่านคงไม่หนุนขนาดนี้  หนุนตั้งแต่ยังไม่เป็นรัดถะบานโน่นแนะ
   ผมละน้อยใจ  นี่ถ้าหลวงตาเปิดไฟเขียวถล่ม ท่านเมื่อไร  คนที่เคยรักท่านจะถล่มท่านให้ดู  มันห้ามกิเลส ไม่ไหว รักมากก็เกลียดมาก  ทำเป็นคลุมเครือผ่านคุณ ว อยู่นั่นแหละ
กิด 5/02/04 07:11:16 คุณ no comment
  web ยุวสงฆ์ที่คุณบอก  ไม่มีความเป็นกลาง
  เข้าข้างอีกฝ่ายอย่างชัดเจนครับ
  ข้อมูลอีกฝ่ายที่ส่งไปให้ และสำคัญ เข้าดูไม่ได้
  พวกเราอย่าส่งข้อมูลไปให้ครับ เป็นอุบายสมัยใหม่ครับ
รู้ทัน
นายโจโจ้ 5/02/04 07:19:19 ผมเห็นอย่างนี้ครับ

กฏแห่งกรรมไม่เคยลำเอียง และเจตนา คือกรรม ทำสิ่งใดด้วยเจตนาอย่างไร ก็จะได้ผลอย่างนั้น ใครที่มีเจตนาอย่างไรกับผู้บริสุทธิ์ ผลอย่างนั้นก็จะเกิดกับตัวเขา ไม่ว่าจะมีตำแหน่งใหญ่หรืออยู่สูงขนาดไหนก็ตาม เพราะกรรมไม่เคยลำเอียง.... ผู้สร้างกรรมดีเท่านั้น จึงจะได้รับผลดี...

เริ่มจากสัตว์ปีก ซึ่งทำให้มีคนหลายคนต้องไปผิดศีลด้วยการฆ่าและการสั่งฆ่า แล้วจะต่อด้วยอะไรล่ะทีนี้ รอดูผลละกันครับ...
นายโจโจ้ 5/02/04 07:33:01 คุณกิดครับ อ.แสวง ที่ปรึกษาองค์การยุวสงฆ์ วินิจฉัยอย่างชัดเจนว่าที่นายวิษณุทำ มันผิดกฏหมายครับ

ถัดมา เขาเผยแพร่เอกสารจากทั้งสองด้าน แต่การตั้งข้อสังเกตนั้น เป็นไปอย่างเป็นกลางครับ ที่เข้าไปอ่านไม่ได้นั้น ลองสอบถามกันให้ดีก่อนเถิดครับ อาจจะเป็นเพราะ web server ตายเนื่องจากมีคนเรียกเข้าไปดูมากเกินไปก็เป็นได้ มองโลกในแง่ดีนิดนึง รอสักพักก่อนจะได้ข้อมูลแน่นอนดีไหมครับ

ถัดมา ยุวสงฆ์ดอทคอม ก็ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความน่าสงสัยของกลุ่มที่อ้างตัวเป็นตัวแทนชาวพุทธ ที่ครั้งก่อนแจ้งตำรวจจับตัวแทนรัฐบาลเพื่อผลักดันพรบ.สงฆ์ แต่ตอนนี้กลับลำมาสนับสนุน เชียร์นายวิษณุกันสุดตัวถึงขนาดเข้าไปให้กำลังใจที่ทำเนียบด้วย
พัลวัน 5/02/04 09:05:13 จาก พรบ.สงฆ์ พ.ศ. 2535 นักกฎหมายได้ถามผมว่า "สมเด็จพระสังฆราชยังมีอยู่หรือเปล่า" เพราะมีความหมายสำคัญมากตรงที่ว่า

หากสมเด็จพระสังฆราชยังมีอยู่ สมเด็จพระสังฆราชจะเป็นผู้แต่งตั้งผู้ทำหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช

หากสมเด็จพระสังฆราชไม่มีอยู่ สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

ปัญหาคือ สมเด็จพระสังฆราชยังมีอยู่ หรือไม่มี? หากพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชยังทรงมีพระชนม์อยู่ การที่จะบอกได้ว่าสมเด็จพระสังฆราชไม่มี ก็มีแต่พระองค์ท่านลาออกเอง หรือ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดให้ออก (ตามกฎหมาย)

ไม่มีในกฎหมายข้อใด ที่จะให้อำนาจแก่บุคคลอื่น หรือคณะบุคคลอื่น ไปทำให้สมเด็จพระสังฆราช "ไม่มี" ได้อีก ดังนั้น แม้แต่จะมีความเห็นของคณะแพทย์ ว่าสมเด็จพระสังฆราชทรงประชวรหลายโรค ก็ไม่สามารถทำให้สมเด็จพระสังฆราช "ไม่มี" ได้

นายแพทย์คนใดใน รพ.จุฬา ที่ออกประกาศฉบับนี้มา (ซึ่งป่านนี้ยังไม่ทราบว่าเป็น "คณะแพทย์" ใดบ้าง) อาจถือได้ว่า สมรู้ร่วมคิด ในการ "ละเมิด" สมเด็จพระสังฆราช และ "ละเมิดพระราชอำนาจ" องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้

เมื่อสมเด็จพระสังฆราชยังมีอยู่ ก็ไม่มีบุคคลอื่น หรือคณะบุคคลอื่น จะสามารถ "แต่งตั้งผู้ทำหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชได้" เพราะกฎหมายให้เป็นอำนาจของสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น

อีกทั้ง ไม่มีข้อความใดในกฎหมาย ที่ให้อำนาจผู้อื่นผู้ใด หรือคณะบุคคลใด "แต่งตั้ง" สมเด็จพระสังฆราชเลย แต่เป็นพระราชอำนาจขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น

แม้ว่าในกฎหมายจะมอบหมายให้ "สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณ-ศักดิ์เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ก็มิอาจมีผู้ใด "แต่งตั้ง" ได้

ดังนั้น การที่นายวิษณุ ประกาศแต่งตั้งโดยที่สมเด็จพระสังฆราชยังทรงพระชนม์อยู่ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และอาจเป็นการละเมิดพระราชอำนาจ ด้วยการเข้าไปใช้พระราชอำนาจขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสียเอง

หน้าที่ของรัฐ มนตรีกระทรวงศึกษาธิการ มีเพียง "ประกาศนาม" เท่านั้น จะกระทำการใดมากไปกว่านี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำประกาศแต่งตั้ง การเรียกประชุม มส. เพื่อแจ้งให้ทราบในตำแหน่ง ล้วนแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งสิ้น
ปางบุญ 5/02/04 09:44:29 เมื่อช่วงสายวันนี้ ลูกชายปางโทรถึง เขาถามว่า มีคนแจ้งจับนายทองก้อน ข้อหายักยอก เงินหลวงตา เขาถามว่า นายทองก้อนคือใครครับแม่ เขายักยอกเงินหลวงตาจริงหรือ

ลูกบอกอ่านข่าวมาจากหนังสือพิมพ์

เราก็ได้แต่ถอนใจ แล้วอธิบายลูกถึงความเป็นจริง และความน่าจะเป็น

พลางทอดถอนใจ อีกครั้ง ว่ากันตามจริง การทำข่าว และสร้างข่าวนั้นง่าย จริงหรือเท็จนั้นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าไม่จริง ก็ไม่มีใครมาตามอ่าน ตามแก้แล้ว

เหมือนคราวที่วัด (ที่)ปางส้าง ถูกท่านผู้ว่า ...พานักข่าวขึ้นบุกจับ ปางนั้นโทรถึงเพื่อนป่าไม้..
เขาบอกว่า เขาเตรียมทำข่าวไว้แล้วเธอ ไม่เป็นไรหรอก ข่าวกับความจริงนั้นมันห่างไกลกัน
ข่าวเป็นเพียงข่าว ที่คล้ายสินค้า มีการเขียนสคริปต์ บอกบท บางครั้ง และหลายครั้ง ทำเพื่อประชาสัมพันธุ์ ในบางสิ่งบางอย่าง

แต่มีใครสนใจบ้างไหม หลังจากข่าวนั้นเผยแพร่ออกไป พระเณร กระจัดกระจาย ไร้ที่อยู่ หลวงปู่ อายุกว่าเจ็ดสิบรูปหนึ่ง ที่หวังมาตายที่นี่ ต้องร่อนเร่ไร้ที่พัก (ที่ท่านถูกใจ)

ปางเคยนึก ว่า อะไรจะเกิดขึ้นหนอ กับการต้องการเป็นข่าว ทำข่าว แล้วทำให้พระอริยะเจ้าพลัดที่นาคาที่อยู่

ความจริง ก็ไม่เคยตั้งอกตั้งใจ จะตามดู ผลของกรรมที่จะเกิดขึ้นกับบุคคลทั้งหลาย ที่ร่วมกันทำ

แต่อะไรหลายอย่าง ที่เลวร้าย ที่เราเรียกว่าวิบัติในสังคม กำลังเกิดขึ้น

คราวนี้ก็เช่นกัน สร้างข่าว เขียนข่าวนั้นง่าย หาใครสักคน ไปแจ้งจับ ทำเรื่องว่าท่านนั้นท่านนี้โกงเงิน ค่ะ แล้วทำเรื่องสอบสวน

แต่ ท่านผู้เจริญทั้งหลาย

ไม่มียุคใดสมัยใด ที่คนของบ้านเมือง จาบจ้วงพระศาสนา จาบจ้วงพระอริยะสงฆ์เจ้าเท่าครั้งนี้

คอยดูฝนห่าใหญ่ที่จะตกล้างแผ่นดินในเร็ว ๆ นี้
คอยดูปาฏิหาริย์ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

สาธุ




 
พัลวัน 5/02/04 10:39:29 อันที่จริง วิษณุออกข่าวทางวิทยุ ว่าอย่างพวกผม ที่ทำเรื่องนี้ (ทั้งๆที่เคยเห็นหน้าคุณทองก้อนก็ในทีวี กับหนังสือพิมพ์) เป็นพวกคนชั่ว

ผมก็ไม่ทราบว่า เขาจะหมายถึงใครอีก
นายโจโจ้ 5/02/04 11:12:13 เอกสารแจกภายในการประชุมกลุ่มประชาชนชาวพุทธผู้หวังดีต่อพระพุทธศาสนา ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ วันนี้

ท้าพิสูจน์...ข้อกล่าวอ้างของนายวิษณุ

ในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชซ้อนกับสมเด็จพระสังฆราชที่พระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา


1.อ้างอาการพระประชวรของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

นายวิษณุอ้างอาการพระประชวรของสมเด็จพระสังฆราชว่าทรงพระประชวรหลายระบบ โดยปราศจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของคณะแพทย์ และยังกล่าวอย่างเลื่อนลอยว่า การเปิดเผยพระอาการพระประชวรเป็นการทำให้สมเด็จพระสังฆราชเสื่อมพระเกียรติ ต่อมาวันที่ 26 ม.ค. นายวิษณุอ้างแถลงการณ์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่ไม่ปรากฏคณะแพทย์ผู้รับผิดชอบว่า สมเด็จพระสังฆราชประชวรถึง 10 ระบบ ปราศจากผู้มีอำนาจของสถาบันฯ รับรอง

2.อ้างพระกิริยาอาการ และอ้างลายพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

นายวิษณุยืนยันว่า เมื่อมีผู้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประกาศการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเมื่อ 13 ม.ค. ไปกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช โดยมุ่งหวังให้พระองค์ทรงลงพระนาม แต่พระองค์ไม่ทรงลงพระนาม เพียงแต่ทรงพยักหน้า นายวิษณุ ฉกฉวยโอกาสนี้โดยมีพระราชรัตนมงคลและพระเทพสารเวทีเป็นพยานอ้างว่า สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเห็นด้วย หรือทรงเห็นชอบกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายซึ่งนายวิษณุเป็นผู้กระทำขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้ตนพ้นผิด โดยอ้างพระกิริยาอาการพยักหน้าของสมเด็จพระสังฆราชเป็นโล่ห์ปกป้องความผิดของตน

3.อ้างลายพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ

นายวิษณุยืนยันว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงลงลายพระนามว่า "ส.ด." ท้ายเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประกาศการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แล้วไม่อาจทรงลงพระนามต่อไปได้ นายวิษณุฉกฉวยโอกาสนี้ประกาศว่า สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเห็นชอบกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชที่ไม่ชอบด้วยกฏหมายซึ่งนายวิษณุเป็นผู้กระทำขึ้น โดยนายวิษณุไม่กล้าเปิดเผยเอกสารที่มีลายพระนามดังกล่าวต่อพุทธบริษัท 4

4.อ้างว่า กระทำการเพื่อรักษาพระเกียรติยศ เพื่อมิให้มีผู้อ้างพระสุขภาพหรือพระอาการประชวร เพื่อมิให้มีผู้แอบอ้างนำพระบัญชา พระลิขิต หรือพระนามไปแสวงหาประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น

5.อ้างว่า ขอความเห็นจากคณะแพทย์ ขอความเห็นจากคณะกรรมการวัดบวรนิเวศวิหาร มีพระเทพสารเวที ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

6.อ้างมติมหาเถรสมาคม วันที่ 9 ม.ค. 2547

7.อ้างความในมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535

ข้ออ้าง 7 ประการที่นายวิษณุ เครืองาม กล่าวอ้างขึ้นเพื่อแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นข้ออ้างที่ปราศจากหลักฐานยืนยัน เป็นเพียงการใช้คารมโต้ตอบ ตบตาพุทธบริษัท 4 ตลอดมานับตั้งแต่การออกประกาศดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อให้โอกาสนายวิษณุ เครืองาม อีกครั้งหนึ่ง จึงขอให้นายวิษณุ นำเอกสารหลักฐานที่ตนยกขึ้นอ้างดังกล่าวทั้งหมด นำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน และพุทธบริษัท 4 และประกาศขอขมาต่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลา 12.00 นาฬิกาของวันนี้เป็นต้นไป

หากนายวิษณุไม่สามารถนำหลักฐานดังกล่าวมาเปิดเผยได้ และไม่ประกาศขอขมาต่อองค์สมเด็จพระสังฆราชฯ กลุ่มประชาชนชาวพุทธผู้หวังดีต่อพระพุทธศาสนาจะเข้าชื่อกันดำเนินคดีต่อนายวิษณุ เครืองาม ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ใส่ความสมเด็จพระสังฆราช เพื่อมิใหเป็นเยี่ยงอย่างแก่กุลบุตรสุดท้ายภายหลังต่อไป

และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อพุทธบริษัท 4 ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการที่เชี่ยวชาญข้อกฏหมายทั้งข้าราชการและนักวิชาการ ผู้แทนองค์กรกฏหมายอิสระ ประกอบไปด้วย เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุด นายกสภาทนายความ คณบดีคณะนิติศาสตร์ของรัฐและเอกชน ตีความมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 เพื่อยุติเรื่องราวโดยชอบด้วยกฏหมายและชอบด้วยความเป็นธรรม
นายโจโจ้ 5/02/04 11:23:30 สำหรับกรณีเรื่อง "นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์" ที่ไปแจ้งความว่าเป็นอดีตพระลูกวัด วัดป่าบ้านตาดนั้น เท่าที่สอบถามพระในวัดป่าบ้านตาดมา ไม่มีใครเคยรู้จักนายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์มาก่อนเลย มั่นใจได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการใส่ใคล้คุณทองก้อนครับ ถ้าเขาเป็นอดีตพระลูกวัดที่วัดป่าบ้านตาดจริง ก็ให้ไปปรากฏตัวที่วัดอโศการามในวันเสาร์นี้ก็แล้วกัน  
กำลังฟุ้ง 5/02/04 11:48:23 ความคิดเห็นนี้ผมขอฟุ้งให้สมฉายาละกันครับ ขอลองจินตนาการเรื่องราวต่อไปสักหน่อยเถิด

หากปล่อยให้มีรักษาการณ์พระสังฆราช ขั้นต่อไปก็คงกล่าวอ้างว่าพระสังฆราชประชวรด้วยโรคทางเส้นประสาท ไม่สามารถจัดการงานได้ จากนั้นก็รวบอำนาจเบ็ดเสร็จโดยไม่สนใจแรงต้านจากพุทธบริษัทกลุ่มไหนอีก เพราะอำนาจทางนิตินัยถูกรวบไว้แล้ว และความรุ่งเรืองของลัทธิจานบินก็จะกลับมา พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอีกหลายรูปจะถูกใส่ร้าย ลัทธิทางมิจฉาทิฏฐิก็จะสำแดงปาฏิหาริย์ยิ่งขึ้นไปอีก แน่นอนว่าคนโง่เขลาก็จะถูกจูงไปดุจโคกระบืออีกเช่นเคย คนฉลาดก็เหลือน้อยเหมือนเดิม... โอ้ วิกฤตศรัทธา

เรื่องที่ฟุ้งๆนี้อาจเกิดขึ้นจริงก็ได้นะหากพวกเราชาวพุทธพอใจจะนิ่งนอนใจอยู่เช่นนี้

ปล. ตอนนี้ต่อให้มีการสาดโคลน มีการป้ายสีผ่านสื่อใดๆก็ตาม แต่ความจริงที่ว่าการแต่งตั้งรักษาการณ์พระสังฆราชไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายก็ยังคงมีอยู่เด่นชัด น่าจะย้ำตรงจุดนี้ให้เยอะๆนะครับ จู่โจมจุดอ่อนย่อมดีกว่าต่อยอย่างสะเปะสะปะ มีแผลเดิมอยู่แล้วก็ต้องซ้ำให้มันสาหัสไปเลย
yoyo 6/02/04 12:09:15 เท่าที่ดูๆ อยู่ ก็วุ่นพอแล้ว  
เหอๆ  
แช่อิ่ม 6/02/04 12:25:55 เท่าที่ดูฝ่ายตรงข้ามค่อนข้างเล่นกันแรงมาก พยายามใส่ความว่าคุณทองก้อนโดนหลวงตาหลอกบ้าง ดิสเครดิตโครงการผ้าป่าบ้าง อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นทางกฎหมายที่เรามองข้ามไปคือ คุณวิษณุใช้เงื่อนไขในวรรคสุดท้ายที่ว่า  สมเด็จพระสังฆราชไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ จึงให้เลือกพระเถระที่อาวุโสโดยสมณศักดิ์ แต่อำนาจในการเลือกเป็นของ มส โดยให้ รมต ศึกษาประกาศลงนามท้ายประกาศ

แต่กระนั้นอ้างจาก บทความของ อ แสวงที่เล่าให้ฟังว่า รัฐบาลเป็นคนดำริ ความคิดนี้ ไม่ใช่ มส เพียงแต่เสนอเข้าที่ประชุม มส เพื่อให้ มส ให้ความเห็นชอบเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ทราบจริงเท็จอย่างไร

ประเด็นคือ

1 กรณีเดิมที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้แทน งานของพระศาสนาก็เดินไปได้โดยไม่บกพร่องอยู่แล้ว เพราะพระมหาเถระทั้งหลายก็ช่วยกันทำงานตามหน้าที่ปกติ
2 การตั้งผู้แทนพระสังฆราชเพื่อแก้ปัญหาคนปลอมพระลิขิตนั้น หรือ นำพระนามไปแอบอ้างนั้น ถามว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบขี่ช้างจับต๊กแตนหรือไม่ ทั้งๆที่ตั้งหรือไม่ตั้งการดำเนินคดีก็ทำกันแบบเกรงใจพระเกรงใจบางคนกันอยู่แล้ว ทำให้จับมือใครดมไม่ได้เลยมาหลายปี
3 อันนี้สำคัญที่สุดคือ คุณวิษณุต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงไม่สามารถปฎิบัติราชกิจได้ ท่านถึงต้องเลือกเงื่อนไขดังกล่าวในการแต่งตั้งผู้แทน แต่ความจริงที่ปรากฎตามข่าวคือ พระองค์ยังทรงเดินออกกำลังพระวรกายได้ ทรงลงโบถส์ได้ นอกจากนี้คณะแพทย์ที่แถลงก็ยังรายงานว่าพระองค์ยังทรงปฎิบัติราชกิจได้เป็นครั้งคราว ซึ่งแปลง่ายๆภาษาชาวบ้านคือ ถ้าป่วยหนักก็ทำงานไม่ได้ ถ้าป่วยเล็กน้อยก็ยังทำไงได้ ปัญหาก็คือคุณวิษณุไปกล่าวหาท่านว่า ทรงหมดสภาพไม่สามารถปฎิบัติราชกิจได้ นอกจากกระบวนการแต่งตั้งยัง ผิดจารีตที่ดีงาม ขัดหูขัดตาพุทธศาสนิกชนอย่างเป็นที่สุดคือ มีปรึกษาเป็นทางลับกับพระเถระผู้ใหญ่แต่ไม่บอกว่าใครบ้างทำให้ดูมีวาระซ่อนเร้น ไม่ยอมนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระสังฆราชให้ทรงมีพระวินิจฉัยทั้งๆที่พระองค์ยังทรงพระสติอยู่พอที่จะบอกว่าทรงเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ยอมนำความกราบบังคมทูลของพระราชทานความเห็นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่ทรงเป็นผู้แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน

นอกจากประเด็นที่ขัดใจผมดังกล่าว ฝ่ายสนับสนุนยังได้เผยธาตุแท้แบบผิดสังเกตคือ
1 คุณวิษณุให้ข่าวให้เกี่ยวกับพระสังฆราชเป็นระยะ เช่น ท่านทรงอาพาธหนักบ้าง ลงพระนามไม่ได้บ้าง มีคนขโมยของของท่านบ้าง ตรงหากเป็นประ ชาชนธรรมดาอ่านข่าวด้วยใจเป็นกลางจะนึกทันทีเลยว่า ท่านออกมาให้ข่าวตรงนี้เพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อให้ประชาชนสงสารสมเด็จพระสังฆราชและสนับสนุนการกระทำของตนเอง
2 มีการบอกออกมาว่าติดต่อฝ่ายคุณทองก้อนแต่ทางนั้นไม่เข้าใจ และดื้อด้านที่จะทำต่อ ขอท้าให้คุณวิษณุไปกราบหลวงตาสักครั้ง บางทีคุณวิษณุอาจจะเข้าใจและยอมกลับเนื้อกลับตัวได้
3 ฝ่ายสนับสนุนมีการแจ้งจับ ให้ร้าย กับคุณทองก้อนและโครงการของหลวงตา

ส่วนตัวผมคิดว่า หากเพื่อนธรรมในกระดานคนใด พิจารณาด้วยใจเป็นกลางแล้วว่าการกระทำครั้งนี้ไม่งดงาม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ขอให้ไปร่วมแสดงจุดยืนกันเยอะๆวันเสาร์นี้ ผมเสียดายที่ไปไม่ได้เนื่องจากอยู่ไกลแต่จะส่งใจไปร่วมอนุโมทนาเต็มร้อยภาวนาให้คนที่ทำผิดทำกรรมหนักได้สำนึกรู้บ้างว่า ประเทศนี้ยังมีคนอีกหลายคนที่ปกป้องพระศาสนาและพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าอยู่

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน
ปทุมวัน55 6/02/04 03:54:26 ต้นเหตุของเรื่องนี้เกิดจากสมเด็จเกี่ยวและพรรคพวกประพฤติไม่เหมาะสมออก พรบ.สงฆ์เพื่อให้การปกครองสงฆ์เป็นระบบแบบการเมือง,ให้มีมหาคณิสร เพื่อประโยชน์ลาภ ยศ เงิน ทอง แก่ตนเองและพรรคพวก , แต่เป็นการทําลายวัตรปฏิบัติที่ดีงามของพระสงฆ์ที่เคร่งครัดตามหลักพระวินัย และ พรบ.ที่สมเด็จเกี่ยว ออกและผลักดันนี้ยังลิดรอนพระราชอํานาจขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หมู่พระสงฆ์องค์เจ้าที่ท่านเป็นธรรมแท้ มองเห็นว่าสมเด็จเกี่ยวเป็นมิจทิฐิเป็นภัยต่อพระพุทธศาสนาอันแท้บริสุทธ์ และมีเบื้องลึกที่จะเป็นภัยต่อชาติและพระมหากษัตริย์
ทั้งหมดเป็นต้นเหตุที่เกิดการต่อต้านคัดค้าน คําสั่งของวิษณุที่จะแต่งตั้งมหาโจรปฏิบัติงานแทนสมเด็จพระสังฆราช
ปทุมวัน55
No comment 6/02/04 04:05:07 แจ้งจับ"ทองก้อน"อ้างยักยอกเงิน ข้อเป็นจริงหลวงตาสั่งจ่ายผู้เดียว

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่าเมื่อเวลา 16.30น.วันที่ 4กุมภาพันธ์ นายเทพนม ศิริวิทยารักษ์ อดีตพระลูกวัดป่าบ้านตาดจ.อุดรธาน

เมื่อเวลา 16.30น.วันที่ 4กุมภาพันธ์ นายเทพนม ศิริวิทยารักษ์ อดีตพระลูกวัดป่าบ้านตาดจ.อุดรธานีและและนายทวีสิทธิ์ แก้วขาว ประธานสมัชชาพิทักษ์พุทธศาสนา เข้าพบ ร.ต.อ.อรชัยกุมจันทึก พนักงานสอบสวน ส่วนปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ(ปปช.)สังกัด บช.ก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)เพื่อร้องเรียนกล่าวโทษ คณะกรรมการผ้าป่าช่วยชาติยักยอกทรัพย์

นายเทพนม กล่าวว่า ตนเป็นศิษย์ของหลวงตามหาบัวคนหนึ่งและเคยบวชอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด ถึง 3พรรษา ที่เดินทางมาวันนี้ เพราะโครงการผ้าป่าช่วยชาติ ที่ตั้งขึ้นโดยหลวงตามหาบัว ญาณ สัมปันโน มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมเงินบริจาคจากประชาชน นำไปเป็นสินทรัพย์ทุนสำรองเงินตรา ของประเทศไทย ซึ่งโครงการดังกล่าวมีคณะกรรมการหลายคน เช่น นางเทียม ไชยพันธุ์ นายบุญ ชู อุปชัยและนายทองก้อน วงศ์สมุทร ที่ผ่านมามีการบริจาคเงินเข้ากองทุนเป็นจำนวนมาก
'ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 30สิงหาคม 2543 ระบุว่า ได้รับเงินดอลลาร์และทองคำ บริจาคจากหลวงตามหาบัวเข้าบัญชีทุนสำรองเงินตรารวม มูลค่า ประมาณ 14.169ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น เงินดอลลาร์ จำนวน 4.659 ล้านดอลลาร์ และทองคำ มูลค่าเทียบเท่าเงิน 9.509ล้านดอลลาร์ แต่ที่ผมสงสัยที่สุดคือ เรื่องเงินบริจาคที่เป็น เงินบาท ไม่มีรายงานว่าเป็นเงินเท่าใด เก็บไว้ที่ใดและมีการใช้จ่ายอะไรไปบ้าง อีกทั้ง ระยะ หลังผมสังเกตุเห็นว่า คณะกรรมการบางคน มีฐานะร่ำรวยผิดปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีฐานะมา ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านค่าหลายล้านบาท มีรถราคาเป็นล้านจำนวนหลายคัน หรือมีการจัด ชุมนุมเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ต้องใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก วันนี้จึงขอให้ทางตำรวจช่วยทำการตรวจ สอบว่า มีบุคคลใดทำการยักยอกทรัพย์ที่เป็นเงินบาทไปใช้ในทางส่วนตัวหรือไม่' นายเทพนม กล่าว
ต่อมา ตำรวจได้รับเรื่องและทำการสอบปากคำนายเทพนมไว้ เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชา พิจารณาว่า คำร้องทุกข์ดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตามข้อกฎหมายหรือไม่

ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายทองก้อน วงศ์สมุทร ศิษย์ เอกหลวงตามหาบัว จะยื่น 5หมื่นรายชื่อต่อประธ านวุฒิสภา เพื่อถอดถอนตนออกจากตำแหน่ง ว่า แล้วจะให้ตนทำอย่างไร วันนี้ไม่ขอพูดอะไรแล้ว แต่จะให้คนอื่นช่วยพูด เพราะไม่เช่นนั้นจะกลาย เป็นว่า ตนเจ้ากี้เจ้าการอยู่คนเดียว ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องของส่วนรวม ของคณะสงฆ์และพุทธศาส นิกชน ที่จะช่วยกันพูดให้เกิดความเข้าใจ
เมื่อถามว่า เจอแบบนี้รู้สึกท้อบ้างหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ความรู้สึกส่วนตัวก็มีบ้าง แต่ ไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น กลัวแล้ว ไม่กล้าวิจารณ์ ตอนนี้เอาแต่เนื้อๆดีกว่า น้ำๆหรือความรู้สึกก็อย่า เอามาพูดเลย ทั้งนี้ หากเปิดโอกาสให้ได้คุยกับหลวงตามหาบัว ตนก็อยากจะคุยกับท่าน เพราะที่ ผ่านมายังไม่เคยคุย หรือประสานโดยตรงกับท่านเลย มีแต่ผ่านคนอื่น ซึ่งรับอาสามา ที่ผ่านมาจะ เห็นว่า ตนพยายามจะไม่พูดไปถึงหลวงตาเลย แม้จะถูกชักแม่น้ำทั้ง5 ตนก็ไม่หลงกล เพราะตนถือ ว่า ท่านเป็นพระเถระผู้ใหญ่และต้องมีดี คนถึงได้นับถือกันเป็นหมื่นเป็นแสน


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำลูกศิษย์หลวงตามหาบัวยังคงเดินหน้าคัดค้านการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชว่า ตนได้แต่รับทราบ และเคยคิดที่จะไปทำความเข้าใจ โดยให้คนติดต่อประสานไปแต่ไม่สำเร็จ ถ้าจะท้าให้ไปขึ้นเวทีตอบโต้กันที่ไหนนั้น ตนไม่สู้ ตนพยายามทำความเข้าใจอย่างที่สุดแล้ว แต่กลายเป็นว่าเมื่อพูดไป คนที่เข้าใจก็เบื่อ แต่คนที่ไม่เข้าใจก็ยังไม่เข้าใจ ไม่พยายามเข้าใจให้ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายทองก้อนไม่พยายามทำความเข้าใจ นายวิษณุ กล่าวว่า ความรู้สึกของตนก็มี แต่ไม่อยากพูดอะไร กลัววัด ไม่กล้าวิจารณ์ ตอนนี้พูดกันแต่เนื้อๆดีกว่า อย่าเอาความรู้สึกมาพูด ระหว่างนายทองก้อนกับตนไม่มีปัญหาอะไรกัน แต่ถูกมองว่าทั้งสองคนเป็นตัวแทนของใคร และไม่รู้ว่าทำอะไรกันอยู่ การทำความเข้าใจจึงยาก ไม่รู้ว่าต้องพูดกับใคร

"มีคนส่งเทปหลวงตามาให้ผมฟัง ก็รุนแรงอยู่ แต่ผมไม่มีอะไรตอบโต้ เพราะถือว่าเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือ ถ้าหลวงตาเปิดโอกาสให้เข้าไปกราบนมัสการทำความเข้าใจ ก็จะทำ แต่ผมยังไม่เคยติดต่อไปโดยตรง เพียงแต่ติดต่อผ่านทางคนอื่นที่รับอาสาเป็นสะพานเชื่อม แต่ไม่สำเร็จ ถ้าเป็นประโยชน์ก็ยินดี แต่ไม่จำเป็น เพราะคนอื่นไปทำก็ได้ สำหรับ 20 ประเด็นที่นายทองก้อนเสนอมานั้น และอธิบายได้ทั้ง 20 ข้อ แต่คิดแล้วเห็นว่าเอาไว้เขี ยนอธิบายไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ทีเดียวดีกว่า" นายวิษณุ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหนื่อยกับการชี้แจงทำความเข้าใจหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แยกกันออก ระหว่างเหนื่อยกับเบื่อ เหนื่อยก็มีบ้างเป็นธรรมดา รื่องอย่างนี้ถือเป็นความรับผิดชอบ เบื่อไม่ได้ โดยตนยึดหลักตามพระราชดำรัส คือรู้ว่าที่ไหนใครไม่เข้าใจ ก็ต้องไปชี้แจง อย่าไปว่า

เมื่อถามว่าเคยขอร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯไปทำความเข้าใจกับนายทองก้อนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า นายกฯทราบปัญหาและให้กำลังใจมาตั้งแต่ต้น ความจริง นายกฯทราบปัญหาก่อนตนเสียอีก

ที่มาสำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน

หนังสือพิมพ์หลายฉบับเสนอข่าวกรณีดังกล่าวดังนี้คือ


แจ้งจับ 'ทองก้อน' ยักยอกเงินผ้าป่าใช้ส่วนตัว-ต้านรัฐ

ที่กองปราบฯ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ก.พ. นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์ อดีตพระลูกวัด วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี และนายทวีสิทธิ์ แก้วขาว ประธานสมัชชาพิทักษ์พุทธศาสนา เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.อรชัย กุมจันทึก พนักงานสอบสวน (สบ.1) ฝ่ายปฏิบัติการที่ 3 ปปป.ตร. ให้สอบสวนดำเนินคดีกับนายทองก้อน วงศ์สมุทร กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการ ผ้าป่าช่วยชาติของ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ข้อหายักยอกทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านบาท ที่บรรดาญาติโยมบริจาคให้วัดไปใช้ในกิจการส่วนตัว และนำไปใช้ในการเคลื่อนไหวต่อต้านการแต่งตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือสมเด็จเกี่ยว เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ขึ้นมารักษาการแทนสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชที่ประชวร

นายเทพพนม กล่าวว่า ขณะนี้ทางวัดได้มอบเงินให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้ว ตนได้ตรวจสอบการมอบเงิน 3 ครั้ง พบว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 41 เป็นเงิน 1,278,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ วันที่ 4 พ.ค. 42 เป็นเงิน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯกับทองคำ 1,037.78 กก. และวันที่ 30 ส.ค. 43 เป็นเงิน 14,169 ดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็นเงิน 4,695 ดอลลาร์สหรัฐฯ และทองคำเทียบมูลค่า 9,509 ดอลลาร์สหรัฐจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีรายงาน เกี่ยวกับเงินบาทจำนวนมหาศาลที่วัดได้รับบริจาค และเรื่องนี้ไม่เคยมีใครแจ้งในบัญชี จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ขณะที่กรรมการหลายคนมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ เช่น บ้านในตระกูลไชยพันธุ์ มีมูลค่าหลายล้านบาท มีรถยนต์ราคานับล้านบาทหลายคัน ที่บ้านของนายบุญชู อุปชัย มีรถยนต์ราคาแพงจอดอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะนายทองก้อนมีการนำเงิน ดังกล่าวไปเป็นของส่วนตัว รวมทั้งนำเงินที่ยักยอกไปใช้ในการเคลื่อนไหวในการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เรื่องการต่อต้านการตั้งสมเด็จเกี่ยวเป็นผู้แทนพระสังฆราช การต่อต้านรัฐบาล และ พ.ร.บ.สงฆ์

ร.ต.อ.อรชัยกล่าวว่า จะสอบปากคำผู้ที่เข้าแจ้งความทั้งคู่ไว้เป็นหลักฐานว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ โดยเหตุที่มาแจ้งความที่ ปปป.ผู้กล่าวหาอ้างว่าเพราะนายทองก้อนเป็นกรรมการของวัด ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ จึงจะต้องนำเรื่องส่งให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาอีกครั้ง

ไทยรัฐ 5/2/47


ศิษย์ตาบัวแจ้งตร.
สอบผ้าป่าช่วยชาติ สงสัยกรรมการยักยอกเงิน

อดีตลูกศิษย์หลวงตามหาบัวบุกร้องส่วนปราบทุจริตตำรวจแห่งชาติ สงสัยพฤติการณ์กรรมการผ้าป่า ช่วยชาติ แจ้งแต่ยอดเงินดอลลาร์ที่รับบริจาค ส่วนยอดเงินบาทที่รับมาไม่รู้ไปไหน ซ้ำกรรมการบางคนร่ำรวย ผิดหูผิดตา สร้างบ้าน-ขับรถยนต์ราคา หลายล้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้แทบไม่มีเงินติดตัว จี้สอบมีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ระบุรายชื่อกรรมการมี 'ทองก้อน' รวมอยู่ด้วย ด้าน 'วิษณุ' งดแสดงความเห็น เรื่องเข้าชื่อ 5หมื่นถอดถอน

เมื่อเวลา 16.30น.วันที่ 4กุมภาพันธ์ นายเทพนม ศิริวิทยารักษ์ อดีตพระลูกวัดป่าบ้านตาดจ.อุดรธานีและและนายทวีสิทธิ์ แก้วขาว ประธานสมัชชาพิทักษ์พุทธศาสนา เข้าพบ ร.ต.อ.อรชัยกุมจันทึก พนักงานสอบสวน ส่วนปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ(ปปช.)สังกัด บช.ก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)เพื่อร้องเรียนกล่าวโทษ คณะกรรมการผ้าป่าช่วยชาติยักยอกทรัพย์

นายเทพนม กล่าวว่า ตนเป็นศิษย์ของหลวงตามหาบัวคนหนึ่งและเคยบวชอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด ถึง 3พรรษา ที่เดินทางมาวันนี้ เพราะโครงการผ้าป่าช่วยชาติ ที่ตั้งขึ้นโดยหลวงตามหาบัว ญาณ สัมปันโน มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมเงินบริจาคจากประชาชน นำไปเป็นสินทรัพย์ทุนสำรองเงินตรา ของประเทศไทย ซึ่งโครงการดังกล่าวมีคณะกรรมการหลายคน เช่น นางเทียม ไชยพันธุ์ นายบุญ ชู อุปชัยและนายทองก้อน วงศ์สมุทร ที่ผ่านมามีการบริจาคเงินเข้ากองทุนเป็นจำนวนมาก
'ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 30สิงหาคม 2543 ระบุว่า ได้รับเงินดอลลาร์และทองคำ บริจาคจากหลวงตามหาบัวเข้าบัญชีทุนสำรองเงินตรารวม มูลค่า ประมาณ 14.169ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น เงินดอลลาร์ จำนวน 4.659 ล้านดอลลาร์ และทองคำ มูลค่าเทียบเท่าเงิน 9.509ล้านดอลลาร์ แต่ที่ผมสงสัยท ี่สุดคือ เรื่องเงินบริจาคที่เป็น เงินบาท ไม่มีรายงานว่าเป็นเงินเท่าใด เก็บไว้ที่ใดและมีการใช้จ่ายอะไรไปบ้าง อีกทั้ง ระยะ หลังผมสังเกตุเห็นว่า คณะกรรมการบางคน มีฐานะร่ำรวยผิดปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีฐานะมา ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านค่าหลายล้านบาท มีรถราคาเป็นล้านจำนวนหลายคัน หรือมีการจัด ชุมนุมเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ต้องใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก วันนี้จึงขอให้ทางตำรวจช่วยทำการตรวจ สอบว่า มีบุคคลใดทำการยักยอกทรัพย์ที่เป็นเงินบาทไปใช้ในทางส่วนตัวหรือไม่' นายเทพนม กล่าว
ต่อมา ตำรวจได้รับเรื่องและทำการสอบปากคำนายเทพนมไว้ เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชา พิจารณาว่า คำร้องทุกข์ดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตามข้อกฎหมายหรือไม่

ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายทองก้อน วงศ์สมุทร ศิษย์ เอกหลวงตามหาบัว จะยื่น 5หมื่นรายชื่อต่อประธานวุฒิสภา เพื่อถอดถอนตนออกจากตำแหน่ง ว่า แล้วจะให้ตนทำอย่างไร วันนี้ไม่ขอพูดอะไรแล้ว แต่จะให้คนอื่นช่วยพูด เพราะไม่เช่นนั้นจะกลาย เป็นว่า ตนเจ้ากี้เจ้าการอยู่คนเดียว ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องของส่วนรวม ของคณะสงฆ์และพุทธศาส นิกชน ที่จะช่วยกันพูดให้เกิดความเข้าใจ
เมื่อถามว่า เจอแบบนี้รู้สึกท้อบ้างหรือไม่ รองนายกฯกล่าวว่า ความรู้สึกส่วนตัวก็มีบ้าง แต่ ไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น กลัวแล้ว ไม่กล้าวิจารณ์ ตอนนี้เอาแต่เนื้อๆดีกว่า น้ำๆหรือความรู้สึกก็อย่า เอามาพูดเลย ทั้งนี้ หากเปิดโอกาสให้ได้คุยกับหลวงตามหาบัว ตนก็อยากจะคุยกับท่าน เพราะที่ ผ่านมายังไม่เคยคุย หรือประสานโดยตรงกับท่านเลย มีแต่ผ่านคนอื่น ซึ่งรับอาสามา ที่ผ่านมาจะ เห็นว่า ตนพยายามจะไม่พูดไปถึงหลวงตาเลย แม้จะถูกชักแม่น้ำทั้ง5 ตนก็ไม่หลงกล เพราะตนถือ ว่า ท่านเป็นพระเถระผู้ใหญ่และต้องมีดี คนถึงได้นับถือกันเป็นหมื่นเป็นแสน


ที่มา แนวหน้า 5/2/47


ศิษย์"หลวงตาบัว"แจ้งจับ-เงินบริจาค

ลูกศิษย์หลวงตามหาบัวอีกกลุ่มบุกแจ้งความ ขอให้ตำรวจตรวจสอบกรรมการบางคนในโครงการผ้าป่าช่วยชาติของหลวงตา ฐานยักยอกทรัพย์ หลังพบว่าเงินกองทุนผ้าป่าที่เป็นเงินบาทหายจำนวนมาก ไม่มียอดส่งให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้อาจมีการยักยอกทรัพย์ไปใช้ส่วนตัว แฉกรรมการคนดังกล่าวร่ำรวยผิดปกติ มีรถ บ้านราคาแพง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนปัจจุบัน "วิษณุ เครืองาม"เบื่อหน่าย"ทองก้อน"ที่ไม่ยอมเข้าใจ ย ืนยันจะไม่ทำความเข้าใจอีก เนื่องจากเคยติดต่อไปแล้วแต่ไม่สำเร็จ พร้อมจะไปกราบนมัสการหลวงตามหาบัวเพื่อชี้แจงเรื่องการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เผยมีคนส่งเทปของหลวงตามหาบัวมาให้ ยอมรับเนื้อหารุนแรง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำลูกศิษย์หลวงตามหาบัวยังคงเดินหน้าคัดค้านการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชว่า ตนได้แต่รับทราบ และเคยคิดที่จะไปทำความเข้าใจ โดยให้คนติดต่อประสานไปแต่ไม่สำเร็จ ถ้าจะท้าให้ไปขึ้นเวทีตอบโต้กันที่ไหนนั้น ตนไม่สู้ ตนพยายามทำความเข้าใจอย่างที่สุดแล้ว แต่กลายเป็นว่าเมื่อพูดไป คนที่เข้าใจก็เบื่อ แต่คนที่ไม่เข้าใจก็ยังไม่เข้าใจ ไม่พยายามเข้าใจให้ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่านายทองก้อนไม่พยายามทำความเข้าใจ นายวิษณุ กล่าวว่า ความรู้สึกของตนก็มี แต่ไม่อยากพูดอะไร กลัววัด ไม่กล้าวิจารณ์ ตอนนี้พูดกันแต่เนื้อๆดีกว่า อย่าเอาความรู้สึกมาพูด ระหว่างนายทองก้อนกับตนไม่มีปัญหาอะไรกัน แต่ถูกมองว่าทั้งสองคนเป็นตัวแทนของใคร และไม่รู้ว่าทำอะไรกันอยู่ การทำความเข้าใจจึงยาก ไม่รู้ว่าต้องพูดกับใคร

"มีคนส่งเทปหลวงตามาให้ผมฟัง ก็รุนแรงอยู่ แต่ผมไม่มีอะไรตอบโต้ เพราะถือว่าเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือ ถ้าหลวงตาเปิดโอกาสให้เข้าไปกราบนมัสการทำความเข้าใจ ก็จะทำ แต่ผมยังไม่เคยติดต่อไปโดยตรง เพียงแต่ติดต่อผ่านทางคนอื่นที่รับอาสาเป็นสะพานเชื่อม แต่ไม่สำเร็จ ถ้าเป็นประโยชน์ก็ยินดี แต่ไม่จำเป็น เพราะคนอื่นไปทำก็ได้ สำหรับ 20 ประเด็นที่นายทองก้อนเสนอมานั้น และอธิบายได้ทั้ง 20 ข้อ แต่คิดแล้วเห็นว่าเอาไว้เขียนอธิบายไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ทีเดียวดีกว่า" นายวิษณุ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหนื่อยกับการชี้แจงทำความเข้าใจหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แยกกันออก ระหว่างเหนื่อยกับเบื่อ เหนื่อยก็มีบ้างเป็นธรรมดา รื่องอย่างนี้ถือเป็นความรับผิดชอบ เบื่อไม่ได้ โดยตนยึดหลักตามพระราชดำรัส คือรู้ว่าที่ไหนใครไม่เข้าใจ ก็ต้องไปชี้แจง อย่าไปว่า

เมื่อถามว่าเคยขอร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯไปทำความเข้าใจกับนายทองก้อนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า นายกฯทราบปัญหาและให้กำลังใจมาตั้งแต่ต้น ความจริง นายกฯทราบปัญหาก่อนตนเสียอีก

เมื่อเวลา 16.30 น . วันเดียวกัน ที่ส่วนปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์ อายุ 46 ปี อดีตพระลูกวัดป่าบ้านตาด อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.2 ต.ธาตุ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ และนายทวีสิทธิ์ แก้วขาว ประธานสมัชชาพิทักษ์พุทธศาสนา เดินทางเข้าพบร.ต.อ.อรชัย กุมจันทึก พงส.(สบ1) ปปป.ตร. เพื่อร้องเรียนกล่าวโทษคณะกรรมการผ้าป่าช่วยชาติยักยอกทรัพย์

นายเทพพนม เปิดเผยว่า ตนเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ที่เดินทางมาวันนี้ เนื่องจากกรณีโครงการผ้าป่าช่วยชาติ ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี2541 โดยหลวงตามหาบัวเป็นผู้ก่อตั้งมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อให้เป็นสินทรัพย์ของทุนสำรองเงินตราของประเทศ โครงการดังกล่าวมีคณะกรรมการหลายคน ที่ผ่านมามีประชาชนบริจาคเงินเข้ากองผ้าป่าจำนวนมาก ตามรายงานข่าวของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 ส.ค.2543 ว่าได้รับเงินดอลลาร์และทองคำบริจาคจากหลวงตามหาบัวเพื่อเข้าบัญชีทุนสำรองเงินตราของสายออกบัตร ธปท.ร่วมมูลค่าทั้งสิ้น 14.169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นเงินดอลลาร์ 4.659 ล้านดอลลาร์ และทองคำมูลค่าเทียบเท่างิน 9.509 ล้านดอลลาร์

นายเทพพนม กล่าวต่อว่า ที่ตนสงสัยที่สุดคือเรื่องเงินบริจาค กลับไม่มีรายงานยอดเงินบริจาคที่เป็นเงินบาทว่าอยู่ที่ใด แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบว่าเงินบาททั้งหมดนั้น คณะกรรมการฯนำส่งไปไว้ที่ใด และมีการใช้จ่ายกันอย่างไรบ้าง เพราะไม่มีรายงานจากธปท. นอกจากนี้ระยะหลังตนสังเกตว่ากรรมการบางคนกลับมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีฐานะมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกสร้างบ้านมูลค่าหลายล้านบาท มีรถราคาเป็นล้านหลายคัน รวมทั้งอีกหลายเรื่อง จึงขอให้ตำรวจช่วยตรวจสอบว่ามีบุคคลใดยักยอกทรัพย์ที่เป็นเงินบาทบริจาคไปใช้ในเรื่องส่วนตัวหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสอบปากคำนายเทพพนมเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่


ที่มา ข่าวสด 5/2/47



แฉศิษย์ตาบัวงาบเงินผ้าป่าศิษย์เก่าโวยเอง

ศิษย์หลวงตามหาบัวร้อง ป.ป.ป.ตรวจสอบคณะกรรมการโครงการผ้าป่าช่วยชาติบางรายอาจมีการยักยอกเงินบริจาคไปใช้ส่วนตน เพราะเห็นว่าหลายคนมีฐานะดีขึ้นผิดหูผิดตา อีกทั้งไม่เคยมีรายงานจำนวนเงินบาทที่ได้รับบริจาคมาสักบาทเดียว

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 4 ก.พ. 47 ที่ส่วนปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเทพนม ศิริวิทยารักษ์ อายุ 46 ปี อดีตพระลูกวัดวัดป่าบ้านตาด อยู่บ้านเลขที่ 2 หมู่ที่ 2 ต.ธาตุ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ และนายทวีสิทธิ์ แก้วขาว ประธานสมัชชาพิทักษ์พุทธศาสนาได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.อรชัย กุมจันทึก พงส.(สบ 1) ปปป.ตร.เพื่อร้องเรียนกล่าวโทษคณะกรรมการผ้าป่าช่วยชาติยักยอกทรัพย์

โดยนายเทพนม เปิดเผยว่า ตนก็เป็นศิษย์ของหลวงตามหาบัวคนหนึ่งนอกจากนี้ก็เคยบวชอยู่ที่วัดป่าบ้านตาดถึง 3 พรรษา ส่วนการที่ตนเดินทางมาในวันนี้ก็เพราะกรณีโครงการผ้าป่าช่วยชาติ ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2541 โดย หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี เป็นผู้ก่อตั้งมีวัตถุงประสงค์เพื่อรวบรวมเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อให้เป็นสินทรัพย์ของทุนสำรองเงินตราของประเทศ โครงการดังกล่าว มีคณะกรรมการหลายคนที่ผ่านมามีประชาชนบริจาคเงินเข้ากองผ้าป่าเป็นจำนวนมาก ตามรายงานข่าวของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 30 ส.ค.43 ว่าได้รับเงินดอลลาร์และทองคำบริจาคจากหลวงตามหาบัว เพื่อเข้าบัญชีทุนสำรองเงินตราของสายออกบัตร ธปท.รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 14.169 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นเงินดอลลาร์ จำนวน 4.659 ล้าน และทองคำมูลค่าเทียบเท่าเงิน 9.509 ล้านดอลลาร์

นายเทพนม เปิดเผยอีกว่า แต่ที่ตนสงสัยที่สุดก็คือในเรื่องของเงินบริจาคกลับไม่มีรายงานยอดเงินบริจาคที่เป็นเงินบาทเลย ว่าไปอยู่ที่ใดแม้นจนปัจจุบันก็ยังไม่ทราบว่าเงินบาททั้งหมดนั้นทางคณะกรรมการฯ นำส่งไปไว้ที่ใดและมีการใช้จ่ายกันอย่างไรบ้าง เพราะไม่มีรายงานจาก ธปท.แต่อย่างใด นอกจากนี้ในระยะหลังตนก็สังเกตและสงสัยว่าคณะกรรมการบางคนกลับมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีฐานะมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกสร้างบ้านมูลค่าหลายล้านบาท มีรถราคาเป็นล้านหลายคัน หรือมีการจัดชุมนุมเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ในแต่ละครั้งต้องมีการใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอีกหลายๆ เรื่อง ดังนั้นในวันนี้ตนจึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยทำการตรวจสอบสวนว่ามีบุคคลใดทำการยักยอกทรัพย์ที่เป็นเงินบาทบริจาคไปใช้ในเรื่องส่วนตัวหรือไม่ ส่วนทางตำรวจนั้นได้รับเรื่อง และทำการสอบปากคำนายเทพนมไว้เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาพิจารณา ว่าเข้าข่ายความผิดตามข้อกฎหมายหรือไม่ต่อไป

ที่มา บ้านเมือง 5/2/47


สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews210.html



ท้าพิสูจน์...ข้อกล่าวอ้างของนายวิษณุ
ในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชซ้อนกับสมเด็จพระสังฆราชที่พระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา
1.    อ้างอาการพระประชวรของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ
นายวิษณุอ้างอาการพระประชวรของสมเด็จพระสังฆราชว่าทรงพระประชวรหลายระบบ โดยปราศจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของคณะแพทย์ และยังกล่าวอย่างเลื่อนลอยว่า การเปิดเผยอาการพระประชวรเป็นการทำให้สมเด็จพระสังฆราชเสื่อมพระเกียรติ ต่อมาวันที่ 26 ม.ค. นายวิษณุอ้างแถลงการณ์ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่ไม่ปรากฏคณะแพทย์ผู้รับผิดชอบว่า สมเด็จพระสังฆราชประชวรถึง 10 ระบบ ปราศจากผู้มีอำนาจของสถาบันฯ รับรอง
2.    อ้างพระกิริยาอาการ และอ้างลายพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ
นายวิษณุยืนยันว่า เมื่อมีผู้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประกาศการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเมื่อ 13 ม.ค. ไปกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช โดยมุ่งหวังให้พระองค์ทรงลงพระนาม แต่พระองค์ไม่ทรงลงพระนาม เพียงแต่ทรงพยักหน้า นายวิษณุฉกฉวยโอกาสนี้โดยมีพระราชรัตนมงคลและพระเทพสารเวทีเป็นพยานอ้างว่า สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเห็นด้วย หรือทรงเห็นชอบกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งนายวิษณุเป็นผู้กระทำขึ้นทั้งนี้เพื่อให้ตนพ้นผิด โดยอ้างพระกิริยาอาการพยักหน้าของสมเด็จพระสังฆราชเป็นโล่ห์ปกป้องความผิดของตน
3.    อ้างลายพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ
นายวิษณุยืนยันว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงลงลายพระนามว่า “ส.ด.” ท้ายเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประกาศการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แล้วไม่อาจทรงลงพระนามต่อไปได้ นายวิษณุฉกฉวยโอกาสนี้ประกาศว่า สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเห็นชอบกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งนายวิษณุเป็นผู้กระทำขึ้น โดยนายวิษณุไม่กล้าเปิดเผยเอกสารที่มีลายพระนามดังกล่าวต่อพุทธบริษัท 4
4.    อ้างว่า กระทำการเพื่อรักษาพระเกียรติยศ    เพื่อมิให้มีผู้อ้างพระสุขภาพหรือพระอาการประชวร   เพื่อมิให้มีผู้แอบอ้างนำพระบัญชา พระลิขิต หรือพระนามไปแสวงหาประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น
5.    อ้างว่า  ขอความเห็นจากคณะแพทย์   ขอความเห็นจากคณะกรรมวัดบ วรนิเวศวิหาร มีพระเทพสารเวที ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
6.    อ้างมติมหาเถรสมาคม วันที่ 9 ม.ค. 2547
7.    อ้างความในมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535  

ข้ออ้าง 7 ประการที่นายวิษณุ เครืองาม กล่าวอ้างขึ้นเพื่อแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นข้ออ้างที่ปราศจากหลักฐานพยานยืนยัน เป็นเพียงการใช้คารมตอบโต้ ตบตา พุทธบริษัท 4 ตลอดมานับแต่การออกประกาศดังกล่าว
ดังนั้น เพื่อให้โอกาสนายวิษณุ เครืองาม อีกครั้งหนึ่ง จึงขอให้นายวิษณุ นำเอกสารหลักฐานที่ตนยกขึ้นอ้างดังกล่าวทั้งหมด นำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน และพุทธบริษัท 4 และประกาศขอขมาต่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลา 12.00 นาฬิกาของวันนี้เป็นต้นไป
หากนายวิษณุไม่สามารถนำหลักฐานดังกล่าวมาเปิดเผยได้ และไม่ประกาศขอขมาต่อองค์สมเด็จพระสังฆราช กลุ่มประชาชนชาวพุทธผู้หวังดีต่อพระพุทธศาสนาจะเข้าขื่อกันดำเนินคดีต่อนายวิษณุ เครืองาม ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ใส่ความสมเด็จพระสังฆราช เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่กุลบุตรสุดท้ายภายหลังต่อไป
และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อพุทธบริษัท 4 ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการที่เชี่ยวชาญข้อกฎหมายทั้งข้าราชการและนักวิชาการ ผู้แทนองค์กรกฎหมายอิสระ ประกอบไปด้วย เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุด นายกสภาทนายความ คณบดีคณะนิติศาสตร์ของรัฐและเอกชน ตีความตามมาตรา 10 แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เพื่อยุติเรื่องราวโดยชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยความเป็นธรรม

                               ประกาศ ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2547 http://www.luangta.com/upload/05-02-47.doc




"ทนายวุฒิชัย"เปิดโปงประกาศอัปยศ

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่าวานนี้ (๕ ก.พ.)ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กลุ่มศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโณ ประมาณ ๗๐๐ คน



วานนี้ (๕ ก.พ.)ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กลุ่มศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโณ ประมาณ ๗๐๐ คน นำโดยนายทองก้อน วงศ์สมุทร และนายวุฒิชัย รัตนสูรย์ ทนายความ ที่ปรึกษาองค์กรยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมกั นจัดการประชุม " ใส่ความ" สมเด็จพระสังฆราช บังอาจ "ตั้ง" สองประมุขสงฆ์ขึ้น นายวุฒิชัย กล่าวว่า การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยมิได้ปรึกษาหารือกับสมเด็จพระณาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประกาศที่มิชอบด้วยกฎหมายถือเป็นโมฆะ และการบอกว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม ( มส.)มีมติเห็นชอบนั้น ทราบความจริงมาว่าในการประชุม มส.วันที่ ๙ มกราคมที่ผ่านมานั้น ไม่มีวาระการประชุมเรื่องนี้ มีเพียงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่เข้าไปเล่าเหตุการณ์และขอให้ที่ประชุมมีมติดังกล่าว ซึ่งพระเวลาพอใจหรือไม่พอใจ ต้องนิ่ง มีแต่ลูกศิษย์เท่านั้นที่จะรู้ว่าท่านคิดอะไร

ด้านนายทองก้อน กล่าวว่า ตนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อนายวิษณุ ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ใส่ความสมเด็จพระสังฆราชในวันนี้ (๖ ก.พ.)เวลา ๑๒.๐๐ น. ที่กองปราบปราม และหากนายวิษณุ เห็นว่าตนและหลวงตามหาบัวทำผิดกฎหมายคงจะแจ้งความจับไปนานแล้ว ตนอยากจะขึ้นศาลเต็มทน ส่วนกรณีมีผู้ไปยื่นฟ้องต่อส่วนปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบคณะกรรมการผ้าป่าช่วยชาติของหลวงตามบัวว่ามีการยักยอกทรัพย์หรือไม่นั้น ตนไม่ได้เป็นคณะกรรมการโครงการผ้าป่าช่วยชาติ และส่วนตัวแล้วไม่เชื่อว่าจะมีการยักยอกทรัพย์เกิดขึ้นจริง เนื่องจากขั้นตอนการรับและเบิกจ่ายของการบริจาคเงินผ้าป่า หลวงตาบัวจะเป็นผู้ลงนามรับทราบแต่เพียงผู้เดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นกลุ่มนายทองก้อน นั่งรถบัสจำนวน ๑๐ คัน เดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำมติคณะสงฆ์ไทย เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๔๖ ที่วัดป่ากกสะทอน อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่ไม่เห็นด้วยกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชต่อนายวิษณุ โดยระหว่างที่ออกจากภายนอกโรงแรมรัตนโกสินทร์ กลุ่มของนายทองก้อนได้มีปากเสียงกับกลุ่มของนายวรัญชัย โชคชนะ ที่มายืนคัดค้านต่อความเห็นของนายทองก้อนภายนอกโรงแรม.

เอกสารที่ทนายวุฒิชัย รัตนสูรย์แจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาและสื่อมวลชนดังนี้



การประกาศยึดอำนาจสมเด็จพระสังฆราช

ที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ออกประกาศ เรื่อง การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ สมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๗ นั้น

ประกาศฉบับนี้เป็นการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในขณะที่สมเด็จพระสังฆราชยังมีอยู่ การที่รัฐบาลเห็น ว่าสมเด็จพระสังฆราชทรงพระประชวร และไม่อาจทรง ปฏิบัติหน้าที่ได้ คือ การที่มีบุคคลผู้ใกล้ชิดนำพระลิขิตของพระองค์ไปแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง และพวกพ้อง จึงเห็นสมควรแต่งตั้งให้มีผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยได้ขอความเห็นจากแพทย์ และพระภิกษุบางรูป ประกอบกับความเห็นของพุทศาสนิกชน เสนอที่ประชุมมหาเถรสมาคมเมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๔๗ ที่ประชุมมีมติตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ตามข้อเสนอ

พิจารณาแล้วกรณีนี้รัฐบาลกระทำการโดยมิได้ปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราช โดยขอความเห็นแพทย์กับพระภิกษุบางรูปที่ใกล้ชิดพระองค์ นำไปเสนอต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม แล้วมีประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ตามที่รัฐบาลพิจารณาวินิจฉัย

แม้รัฐบาลมีหน้าที่ให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา มีเจตนาดี ต้องการให้สมเด็จพระสังฆราชได้มีเวลาพักผ่อน เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาพระอาการ ต้องการรักษา พระเกียรติยศของพระองค์ ป้องกันมิให้ผู้นำพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชไปแสวงหาผลประโยชน์ แต่รัฐบาลมิได้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (มาตรา ๗ กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธ ศักราช ๒๕๔๐) ทั้งขัดต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ประกาศดังกล่าวจึงมิชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็น “โมฆะ”

อนึ่งการที่บุคคลใดหรือหมู่คณะใดพยายามที่จะกระทำการเพื่อให้สมเด็จพระสังฆราชทรงยินยอมในภายหลัง อาจมีความผิดทางอาญา ตามมาตรา ๔๔ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ประกอบมาตรา ๘๓ แห่ง ประมวลกฎหมายอาญา ในฐานตัวการ

นายวุฒิชัย รัตนสูรย์

ทนายความ

ที่ปรึกษาองค์กรยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย


สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews211.html


 
สมบูรณ์ ต. 6/02/04 06:10:49
           เช้าวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. 47 เวลา 05.30 น. รถคุณเบญจ์ออกจากแถวสี่แยกวังหิน  ซอยเสนานิคม 1 ยังมีที่นั่งว่างอีก 2 ที่นะครับ  ท่านใดต้องการร่วมเดินทางด้วย  กรุณาติดต่อทางโทรศัพท์ครับ 09-3155754   คาดว่าถึงวัดอโศการาม  สมุทรปราการ ประมาณ 06.30 น.ครับ

นายโจโจ้ 6/02/04 06:55:33 โปรดสังเกต

สื่อส่วนใหญ่เสนอเพียงข่าวจากฝ่ายสนับสนุนนายวิษณุ นี่แล สื่อแบบละครสัตว์ เสนอข้อมูลด้านเดียว ขอถามคนวงการหนังสือพิมพ์หน่อยเถิดครับ กรณีแบบนี้ ควรทำอย่างไรดี โดยเฉพาะคนวงการหนังสือพิมพ์ที่รู้จักทั้งพระและพระเครื่องดีที่แวะเข้ามาอ่านบ่อยๆ  

มีสื่อไหนคิดจะตรวจสอบบ้าง ว่านายเทพนมคนนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร เดี๋ยวก็ออกมาเหมือนกรณีนายสมพงษ์ เลือดทหารอีกหรอก อย่างงี้ใครๆก็ทำได้ จ้างใครซักคนไปแจ้งความ สมมุติเป็นนายอะไรก็ได้ เสร็จแล้วก็เผ่นหายไป ดูคล้ายๆการข่าวยุคสู้คอมมิวนิสต์ อยากสาดโคลนใส่ใครก็ได้ หัวหน้าที่ออกมาชนก็คนยุคนั้นเสียด้วย...

คนเราถูกความโลภ ถูกอัตตาบังใจไว้ ใจจริงก็รู้ ว่าอะไรเป็นอะไร ต้องตะแบงไปตามสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ลองคิดข้ามฉากนี้ไปสิครับ จะเห็นทันทีว่า ความชวนติดตามของเรื่องนี้คือ เมื่อความจริงเปิดเผยออกมาแล้ว กลายเป็นว่า นายวิษณุเป็นฝ่ายผิด การแต่งตั้งนั้นเป็นการกระทำที่ไม่ถูกกฏหมาย กลุ่มสนับสนุนนายวิษณุ (ซึ่งจากในข่าว นายวิษณุอ้างท่านนายกด้วย) จะชี้แจงกันอย่างไร ทำหน้าอย่างไร พวกที่ปรากฏหน้าออกมาเย้วๆ ที่ออกมาตามหนังสือพิมพ์ เสร็จแหละครับ หมดทางถอยแล้ว ชั่วโมงนี้ กัดฟันเดินหน้าชนอย่างเดียว โดยเฉพาะพระดังวัดย่านปทุมวันที่ท่านส่งศิษย์มาออกหน้าออกตา คราวนี้จะเหลืออะไร ท่านลองคิดกันดู

อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามอ่านหรือฟังเทศน์หลวงตาของวันที่ 3 กุมภาพันธ์จากเว็ปไซท์ http://www.luangta.com สิครับ...ชัดเจนเลย...

หวังให้ความจริงเปิดเผยโดยเร็วครับ
นายโจโจ้ 6/02/04 08:09:35 ผมอ่านสถานการณ์ขณะนี้ว่า คุณวิษณุกับพวกเริ่มเข้ามุมแล้วครับ

ไม่มีอะไรจะแก้ไขสถานการณ์ได้เลย ทางกฏหมายก็ตอบโต้ไม่ได้ ทำได้แค่พยายามใช้คนแจ้งความเล่นงานนายทองก้อนด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง พยายามลดความน่าเชื่อถือของนายทองก้อน ซึ่งแปลว่า นายวิษณุอ่านสถานการณ์ว่าต้องใช้สื่อที่ตนมีอำนาจครอบงำได้เพื่อให้เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนตน จึงจะรอดพ้นได้

ส่วนฝั่งคุณทองก้อนกลับท้าให้ฟ้องโดยบอกว่า "อยากขึ้นศาลเต็มทนแล้ว" เพราะคุณทองก้อนมีความบริสุทธิ์ใจ เขารู้ว่า ถ้ามีการสืบสวนสอบสวนขึ้นมาจริงๆ เขาเป็นฝ่ายถูกเต็มร้อย ยิ่งขึ้นเร็วเท่าไหร่เรื่องก็ยิ่งจบเร็วเท่านั้น ในขณะที่นายวิษณุและพวกต้องหลีกเลี่ยงการไต่สวน เพราะความจริงจะปรากฏชัดขึ้นมาทันทีว่าอะไรเป็นอะไร

ล่าสุด กลุ่มสนับสนุนนายวิษณุทำได้แค่หาคนๆหนึ่งซึ่งไม่มีคนในวัดป่าบ้านตาดรู้จักไปแจ้งความจับนายทองก้อนด้วยข้อหายักยอกเงินบริจาคในโครงการช่วยชาติ แต่สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยชี้แจงอย่างชัดเจนว่า หลวงตามหาบัวเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายแต่ผู้เดียว

เหอ เหอ เหอ... เข้ามุม...แล้วครับท่านผู้ชม

โปรดติดตามตอนต่อไป อย่ากระพริบตานะครับ อย่าได้หยุดกันแค่นี้ งานนี้ต้องสาวไปให้ถึงตัวการใหญ่ที่อยู่ข้างหลังนายวิษณุให้ได้
no comment 6/02/04 08:47:52 "ทองก้อน"ไม่เลิกขีดเส้นตาย"วิษณุ"24ช.ม. ร้องเปิดบันทึกคณะแพทย์อาการ"สังฆราช"

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทองก้อน วงศ์สมุทร ศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน พร้อมด้วยคณะอีกประมาณ 100 คน ได้ยื่นหนังสือถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีเนื้อความเป็นบันทึกการประชุมคณะสงฆ์ไทย เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่วัดป่ากกสะทอน อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่มีความเห็นไม่ยอมรับคำประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช

นายทองก้อนกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายวิษณุเปิดเผยบันทึกคณะแพทย์ว่าด้วยอาการป่วยของสมเด็จพระสังฆราชที่ชัดเจน รวมถึงเปิดเผยเอกสารที่สมเด็จพระสังฆราชได้ลงพระนามยอมรับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนต่อสื่อ มวลชนภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากยื่นบันทึกนี้ โดยหากนายวิษณุหาเอกสารหลักฐานดังกล่าวมายืนยันไม่ได้ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00 น. ตนและคณะจะไปที่กองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายวิษณุในข้อหาใส่ความสมเด็จพระสังฆราชว่าทรงพระประชวร

ด้านนายวิษณุให้สัมภาษณ์ในช่วงเย็นว่า ไม่มีหนังสือที่สมเด็จพระสังฆราชทรงลงพระนามยอมรับผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน เพียงแต่ได้ทราบว่าตามปกติต้องลงพระนาม ส.ด. แต่เมื่อลงพระนาม ส.ไปแล้ว ก็ยกพระหัตถ์ไม่ขึ้น เขียน ด.ทับลงไป

http://www.matichon.co.th วันที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547  
No comment 6/02/04 09:08:56 ไทยโพสต์ -6 กุมภาพันธ์ 2547    

"ทองก้อน" จี้ "วิษณุ" ส่งหลักฐานยืนยัน 7 ข้อพร้อมขอขมาสมเด็จพระสังฆราชฯ ไม่ทำแจ้งกองปราบฯ จับข้อหาหมิ่นประมาท

   กลุ่มศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน ประมาณ 700 คน นำโดยนายทองก้อน วงศ์สมุทร และนายวุฒิชัย  รัตนสูรย์  ที่ปรึกษาองค์กรยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย จัดประชุมเมื่อวันที่ 6 ก.พ. หัวข้อใส่ความสมเด็จพระสังฆราชฯ บังอาจตั้งสองประมุขสงฆ์
   นายทองก้อนกล่าวว่า  เพื่อให้โอกาสนายวิษณุ  เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ขอให้นายวิษณุนำหลักฐานที่กล่าวอ้างจำนวน  7 ข้อ ส่งให้ตั้งแต่เวลา 12.00 น.วันนี้เป็นต้นไป หากไม่นำมาเปิดเผยและไม่ขอขมาสมเด็จพระสังฆราชฯ จะเข้าแจ้งความฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นใส่ความสมเด็จพระสังฆราชฯ ในวันที่ 6 ก.พ. เวลา 12.00 น. ที่กองปราบปราม
   "ตอนนี้นายวิษณุยืนเอาหลังดันกำแพง  โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีดันหลังอยู่ นายกฯ  บอกว่าควรมีคณะกรรมการที่ขึ้นมารักษาการทำหน้าที่แบ่งเบาพระราชภาระสมเด็จพระสังฆราชฯ เสียชั้นหนึ่งก่อน   นายวิษณุก็บอกครับๆ แล้วก็เขียนไปเขียนมา  ทำให้มีสังฆราชอีกองค์ ไม่ตรงกับที่นายกฯ ต้องการ เหมือนไม่ซื่อตรงกับนายกฯ ใช้นายกฯ เป็นโล่ปกป้องตนเอง  ถ้าตอนนี้มีตำรวจสันติบาลหรือพวกนายวิษณุอยู่ รีบไปบอกเลยนะว่าทองก้อนหมิ่นประมาท ทีนี้จะได้รู้ความจริงกัน" นายทองก้อนกล่าว.



http://www.thaipost.net/
นายโจโจ้ 6/02/04 09:53:26 ตามข่าวที่นายวิษณุให้เมื่อวานนี้ ที่ระบุว่าผู้ต่อต้านนายวิษณุเป็นคนชั่ว ก็แปลว่า ผมก็ชั่วด้วย ก็เลยต้องขอชี้แจงว่า เป็นพวกชั่วไม่ชอบ ชอบแต่พระธรรมครับ           นอกจากนั้นก็ยังเป็นพวก(ถ้า)ชั่วก็ไม่ปล่อยไว้(ให้ลอยนวล)อีกด้วย        
นิพ 6/02/04 09:58:52 เฮ่อ...ยิ่งอ่านยิ่งเหนื่อยใจในการกระทำของนายวิษณุเหลือคณานับ
ทั้งในเรื่องพฤติกรรม บังอาจที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ, การลุ่มหลงอำนาจ
การใส่ความบุคคลอื่นที่ทำการสุจริต, การสมรู้ร่วมคิดในการบ่อนทำลาย
พระศาสนาพุทธเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์คนบางจำพวก, ที่สำคัญการหมิ่น
พระอริยะเจ้า รวมถึงเป็นเหตุให้บุคคลอื่นอีกหลายๆคนต้องร่วมหมิ่น
พระอริยะเจ้าโดยรู้เท่าไม่ถึงการ ความผิดทั้งหมดนี้ ผลน่ากลัวยิ่งนักครับ

พัลวัน 6/02/04 10:06:25 เป็นถึงรองนายกฯ พูดได้เป็นฉากๆ แต่พอถามหาหลักฐาน ขอเพียงบันทึกหรือประกาศ กลับไม่มีให้ แปลก เวลาบรรยาย บรรยายได้ละเอียดละออจริงๆเชียว

ขอดูประวัติการรักษาพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ก็ขอดูไม่ได้รึ?

หรือจะแก้ตัวว่า มีผู้มารายงานอีกที ไม่ได้ตรวจสอบ (หรือไง)

ว่าแต่เป็นนักกฎหมายระดับชั้นนำของประเทศไทย แต่ทำคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นนี้ ไม่รู้ว่าเป็นกิ้งกือตกท่อ หรือว่าที่ผ่านๆมา เป็นแรงโปรโมตกันแน่

เห็นเขาบอกว่า การที่ iTV สามารถทำเรื่องของเปลี่ยนสัญญาสัมปทาน ลดค่าสัมปทาน และให้รัฐชดเชยค่าเสียหายได้ ก็เพราะท่านวิษณุไปพูดออกอากาศชี้ช่องว่างของสัญญาสัมปทานตั้งแต่ปีที่แล้ว ชี้ช่องให้ทั้งๆที่ทาง iTV ยังไม่ได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาด้วยซ้ำไป พอมาปีนี้เลยเป็นประเด็น "หวานหมู" ของ iTV เลย และยังมีผู้ติงว่า ทำไมท่านชอบย้ำประเด็นที่ iTV ได้เปรียบ ทำไมไม่มองหาประเด็นที่ iTV เสียเปรียบ หรือทำผิดสัญญาบ้าง(เล่า)
อ่านเอาเอง 6/02/04 10:12:34

[COLOR=red]
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K2657126/K2657126.html
Seeker 6/02/04 10:14:07 .....สรุปแล้วลึกๆ ก็เป็นเรื่องของลัทธิจานบิน เห็นสมเด็จก.มาแต่ไกลๆ ผมก็นึกอยู่แล้วว่าลัทธิจานบินกำลังจะกลับมาแหงๆ.....และวิธีการบิดเบือนต่างๆ นาๆ ป้ายสีคนโน้นคนนี้ตามที่เห็นก็เป็นวิธีที่ลัทธิจานบินเค้าถนัดเสียด้วยสิ.....แต่ยังงงๆ อยู่ว่ากลุ่มนายทองขาวแห่งธรรมะร่วมสมัยเปลี่ยนขั้วไปเสียแล้วหรือ แต่ก่อนเห็นฟัดกับลัทธิจานบินแทบเป็นแทบตาย.....มิน่าบ้านเมืองถึงได้เกิดอาเพท สัตว์จำนวนมากต้องล้มตายกันเกลื่อนเป็นลางบอกเหตุแต่ต้นปีเลย.....ไปย้อนอดีตเพื่อทบทวนความจำกันเสียหน่อย.....

http://members.tripod.com/~rabob/
นิพ 6/02/04 10:16:18 โห...แค่ต่อต้านตัวเองก็หาว่าเขาเป็นพวกชั่วซะแล้ว????
เจ้าวิษณุนี่คิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่??? แต่ธรรมดาครับ คนที่ทำเรื่องแบบนี้
บังอาจใช้ลูกเล่นทางกฎหมาย ไปในทางหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้ คน
แบบนี้มันจะเห็นหัวใครในประเทศไทยได้อีก ถ้าผมจะต้องโดนตราหน้า
ว่าเป็นคนชั่วเพราะต่อต้านเขา ผมก็ยอมครับ และผมว่าคนไทยอีกหลายๆ
คนตื่นเสียทีเถอะ ลองทบทวนกฎหมายต่างๆ ว่าใครแน่ที่ชั่ว ใครแน่ที่ทำเรื่อง
บังอาจไปในทงหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งที่ตัวเองเป็นเพียงข้าแผ่นดิน
แต่"บังอาจ"ใช้ลูกเล่นทางกฏหมายตีตัวเสมอเจ้าชีวิต ใครกันแน่ที่หมิ่น
พระสังฆราช ซึ่งผมบอกไว้เลยว่าสมเด็จพระสังฆราชของเราก็ไม่ใช่พระ
ที่มีแต่ยศทางโลกเท่านั้น ท่านยังมีภูมิธรรมที่ยิ่งใหญ่พอสมควรด้วย และ
ใครที่กำลังบ่อนทำลายพระศาสนา โดยการร่วมมือกับ ตาสมเด็จเกี๊ยวน้ำ
กับลัทธิ UFO (ไม่ขอเรียกมันเป็นวัด)เพื่อผลประโยชน์ตน ถ้าไม่ใช่นาย
วิษณุ คนนี้

ฮ่ะ ฮ่ะ ผมคงเป็นคนชั่วเพราะ ชั่วน้อยกว่านายวิษณุ

ปล.ผมขอนั่งยัน ยืนยัน นอนยัน ตะแคงยัน ว่าที่ผมเขียนข้างบน มิได้เจาะ
จงถึง นายวิษณุคนไหน นอกจากนายวิษณุคนที่มีพฤติกรรมตามที่ผมเขียน
ทั้งหมดจริงๆ ซึ่งหากไม่มีนายวิษณุคนไหน ยอมรับว่าได้กระทำจริงตามที่ผมเขียน
ทั้งหมดข้างต้น แสดงว่านายวิษณุที่ผมเขียนข้างต้น ไม่มีตัวตนจริง (เพราะ
ไอ้คนทำจริงๆมันคงหน้าด้านไม่ยอมรับ) ไม่สามารถฟ้องร้องหรือดำเนินการ
ตามกฎหมายกับผมและเวปลานธรรมได้นะจ๊ะ เหอ เหอ เหอ
พัลวัน 6/02/04 10:18:49 ข่าวมติชน หน้า 2 เช้านี้

บ่ายวันเดียวกัน ที่ศาลาวัดป่าบ้านตาด เมืองอุดรธานี นายสมัย น้อยรามศูนย์ อายุ 51 ปี กำนัน ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี นายเทียมศักดิ์ ศิริรัตน์ อายุ 62 ปี ผู้ใหญ่บ้านตาด หมู่ 14 ต.บ้านตาด และชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งแถลงโต้นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์ ซึ่งอ้างตัวเคยเป็นพระอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด 3 พรรษ และนายทวีสิทธิ์ แก้วขาว ซึ่งอ้างตัวเป็นประธาน สมัชชาพิทักษ์พุทธศาสนา แจ้งกองปราบปรามให้ดำเนินคดี นายทองก้อน วงศ์สมุทร ยักยอกกองทุน "ผ้าป่าช่วยชาติ" ไปใช้ในกิจการส่วนตัว

นายสมัยกล่าวว่า นายทองก้อนเป็นกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกรรมการฝ่ายการเงิน โครงการผ้าป่าช่วยชาติแต่อย่างใด การรวบรวมเงินเข้าคลังหลวงไม่ใช่ 3 ครั้งตามที่นายเทพพนมให้ข่าว แต่เป็น 11 ครั้ง โครงการผ้าป่าช่วยชาติจะได้ทองคำเข้าคลังหลวง ครบ 10 ตัน เงินสหรัฐอเมริกา 10 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 12 เมษายน 2547 จะเป็นวันปิดโครงการ การเคลื่อนไหวของนายทองก้อน ทำอะไรเขาก็ใช้เงินส่วนตัวของเขา และไม่เคยเห็นนายเทพพนม มาบวช หรือจำพรรษาอยู่ที่ ต.บ้านตาด

ด้านพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน พระเลขาฯ หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด ได้นำเอาสมุดบัญชีการมาจำพรรษาของพระตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 มากางดูก็ไม่ปรากฎว่ามีพระชื่อเทพพนมแต่อย่างใด ทั้งพระอาจารย์สุดใจ ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า ไม่ว่าพระจากไหน ถ้ามาจำพรรษาอยู่ที่นี่ จะไม่พูดย่ำยีหลวงตาอย่างนี้
k_toon 6/02/04 10:20:46 อ้างอิง
แจ้งจับ 'ทองก้อน' ยักยอกเงินผ้าป่าใช้ส่วนตัว-ต้านรัฐ

ที่กองปราบฯ เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 4 ก.พ. นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์ อดีตพระลูกวัด วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี และนายทวีสิทธิ์ แก้วขาว ประธานสมัชชาพิทักษ์พุทธศาสนา เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.อรชัย กุมจันทึก พนักงานสอบสวน (สบ.1) ฝ่ายปฏิบัติการที่ 3 ปปป.ตร. ให้สอบสวนดำเนินคดีกับนายทองก้อน วงศ์สมุทร กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการ ผ้าป่าช่วยชาติของ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ข้อหายักยอกทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านบาท ที่บรรดาญาติโยมบริจาคให้วัดไปใช้ในกิจการส่วนตัว และนำไปใช้ในการเคลื่อนไหวต่อต้านการแต่งตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือสมเด็จเกี่ยว เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ขึ้นมารักษาการแทนสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชที่ประชวร

นายเทพพนม กล่าวว่า ขณะนี้ทางวัดได้มอบเงินให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยไปแล้ว ตนได้ตรวจสอบการมอบเงิน 3 ครั้ง พบว่าเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 41 เป็นเงิน 1,278,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ วันที่ 4 พ.ค. 42 เป็นเงิน 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯกับทองคำ 1,037.78 กก. และวันที่ 30 ส.ค. 43 เป็นเงิน 14,169 ดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็นเงิน 4,695 ดอลลาร์สหรัฐฯ และทองคำเทียบมูลค่า 9,509 ดอลลาร์สหรัฐจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีรายงาน เกี่ยวกับเงินบาทจำนวนมหาศาลที่วัดได้รับบริจาค และเรื่องนี้ไม่เคยมีใครแจ้งในบัญชี จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ขณะที่กรรมการหลายคนมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ เช่น บ้านในตระกูลไชยพันธุ์ มีมูลค่าหลายล้านบาท มีรถยนต์ราคานับล้านบาทหลายคัน ที่บ้านของนายบุญชู อุปชัย มีรถยนต์ราคาแพงจอดอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะนายทองก้อนมีการนำเงินดังกล่าวไปเป็นของส่วนตัว รวมทั้งนำเงินที่ยักยอกไปใช้ในการเคลื่อนไหวในการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เรื่องการต่อต้านการตั้งสมเด็จเกี่ยวเป็นผู้แทนพระสังฆราช การต่อต้านรัฐบาล และ พ.ร.บ.สงฆ์



เช้าวันนี้ สื่อมวลชนที่อุดรธานี รายงานข่าว รายการข่าวเก้าโมง ที่ FM 104 MHz โดยยุทธพงษ์  กำหนดแน่  ได้เข้าไปทำข่าวและตรวจสอบข้อเท็จจริง กับกำนันและผู้ใหญ่บ้านพร้อมชาวบ้านที่บ้านตาด อ.เมือง อุดรธานี พบข้อเท็จจริงดังนี้

1.จากการตรวจสอบรายชื่อ พระที่จำพรรษาตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา ไม่พบรายชื่อ พระเทพพนม เข้าจำพรรษาที่วัดป่าบ้านตาด (ตรวจสอบจากบัญชีรายชื่อกับท่า นพระอาจารย์สุดใจ

2. นายทองก้อนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีเงินผ้าป่า เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์เท่านั้น และการเคลื่อนไหวทุกๆเรื่องใช้เงินส่วนตัว

3. ตระกูลไชยพันธุ์ ร่ำรวยมาแต่เดิม  นายบุญชู อุปชัย เป็นหลานของหลวงตา รถยนต์ราคาแพงที่จอดอยู่เป็นของ ลูกศิษย์หลวงตาที่นำมาถวายไว้ให้หลวงตาใช้ แต่ชื่อยังเป็นของโยมอยู่เหมือนเดิม  และคงต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายเทพพนมและคณะที่หมิ่นประมาทและทำให้เสื่อมเสียต่อไป

4. การมอบเงินช่วยชาติ นั้น ดำเนินมาแล้วทั้งสิ้น 11  ครั้ง
สมบูรณ์ ต. 6/02/04 10:26:54
           ผมเข้าไปเซ็นต์ชื่อในเวปหลวงตามหาบัวที่นี่ครับ
http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=125
แต่ถ้ามีที่อื่นให้เซ็นต์อีกก็จะเซ็นต์อีกครับ
no comment 6/02/04 10:54:36 ส.ว.รับลูกหมั่นไส้ "วิษณุ" ไล่บี้ถอดถอน



ส.ว.รับลูก "ทองก้อน" ยื่นถอดถอน "วิษณุ" ออกจากตำแหน่ง "วิทยา" ยอมรับหมั่นไส้ อ้างทำงานไม่เข้าตา ไม่สนองเพิ่มเงินเดือน-เครื่องราช ระบุหลุดมาถึงวุฒิฯ เมื่อไร จะเล่นงานให้หนัก

นายวิทยา มะเสนา ส.ว.มหาสารคาม กล่าวถึงกรณีที่นายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำศิษย์หลวงตามหาบัว แห่งวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี พร้อมคณะรวม 71 คน ยื่นริเริ่มถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กรณีการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ว่า เรื่องนี้คงจะถอดถอนกันไม่ได้ง่ายนัก เนื่องจากมีการพิจารณาหลายขั้นตอน แต่กรณีของนายวิษณุ หากเรื่องหลุดจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ก็น่าห่วงเหมือนกัน เพราะนายวิษณุเป็นข้าราชการประจำมาก่อน ทำให้ไม่มีความเอื้ออาทร เยื่อใย และทอดไมตรีต่อ ส.ว. จะเห็นจากกรณีที่มีการเสนอขอเครื่องราช ขอเพิ่มเงินเดือน หรือขอสวัสดิการต่างๆ ก็มักจะถูกดึงเรื่องเสมอ ทำให้ ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่พอใจ

"ส.ว.ส่วนใหญ่รู้สึกหมั่นไส้ และไม่ชอบนายวิษณุ แม้ว่า ส.ว.จะไม่ชอบนายทองก้อน แต่หมั่นไส้นายวิษณุมากกว่า ดังนั้น ถ้าเรื่องหลุดมาถึงวุฒิสภาเมื่อไรจะถล่มให้หนัก เพราะมีหลายๆ เรื่องที่ ส.ว.หลายคนเห็นตรงกันว่า ทำงานไม่เข้าตาเลย" ส.ว.มหาสารคาม กล่าว

http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews213.html
กอบ 6/02/04 11:05:24 ยังดีที่มีสื่อ ออกข่าวทางฝ่ายนายทองก้อน อยู่ครับ

จะดูเหมือนกันว่านายเทพพนม จะอ้างยังไงต่อไปครับ
คนเราคิดจะโกหกยังไงก็ได้ครับ แต่ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงก็ยังคงเป็นความจริงครับ
ปางบุญ 6/02/04 11:44:56 อีตาวิษณุ นี่น่าตีนะ ป้าปางอยู่ของป้าดี ๆ
ความจริงป้า ไม่อยากยุ่งหรอก แต่ครูบา และ อาจารย์ ของป้านี่สิ

ผู้ที่สงบเรียบร้อยอยู่ในป่าแท้ ๆ ยัง มากับเขาด้วย อดขำไม่ได้

เอาจริงเหรอ ครูบา.... ปางส่งเสียงสูง ตะโกนถามลั่นบ้าน เข้าเครื่อง ที่ท่านปีนเขาขึ้นไปหาคลื่น

โทรศัพท์ ก็ใช้เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง วานคนอื่นกดให้

เอ้า มาก็มา แน่ใจนะว่ามา มากันเป็นขบวน เคลื่อนทัพ (ฮิ ฮิ ยังกับจะไปรบกับใคร)

หลังจากฉันเสร็จ

เราก็..ได้เลย

อ้อ น้อง ๆ ท่านใด อยากมาร่วมขบวน ตั้งต้นที่บ้านสวนป้าปางก็ ...ได้เลย เช่นกันนะคะ

วันนี้ เรามีญาติธรรม ที่เป็นชาวแคนาดา (ที่ไปไหนไปกัน ..หนึ่งท่าน  น้องต้นบูชา และน้องสาวแสนดี ท่านหนึ่ง รู้ดี)

มีกุ๊กมือเยี่ยม ส่งตรงมาจาก อเมริกา
เมื่อกี้ป้าปาง ออกไปซื้อ กุ้ง(ที่ตายแล้ว) ทั้งกุ้งทะเล กุ้งแม่น้ำ ปู ปลาหมึก ปลากะพง

อยากชวนมา ทำกับข้าว และร่วม รับประทานกัน แล้วช่วยกันนั่งปอก ข่าตะไคร้ ใบมะกรูด คงต้องหั่นเครื่องปรมัตถ์ กันมากมายเอาการ ใครว่าง ใครอยากร่วมขบวน เชิญได้นะคะ
ที่บ้านสวนแปดริ้ว นั่งรถเมล์ จาก หมอชิต รถเบอร์ 54/// 907 รวมทั้งรถแปดริ้วและบางคล้า ที่ผ่านมอเตอร์เวย์ ค่ารถ 50 บาท ถึง แปดรี้ว ประมาณ ชั่วโมงกว่า ๆ แล้วโทรให้ไปรับได้ ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

กองทัพเดินได้ด้วยท้องค่ะ

อ้อ เบอร์โทร ป้าปาง ยัยป้ง พี่ปาง 06-5915113

สาธุ
พัลวัน 6/02/04 11:50:24 ไปไม่ได้ แต่ขอเป็นกำลังใจให้คุณป้าปางด้วยนะครับ  
กอบ 6/02/04 12:41:16 ผมเห็นว่า ขนาด บิ๊ก บีทูดี (เขียนถูกหรือเปล่าหว่า) ป่วย ยังปรากฏชื่อแพทย์ผู้รับผิดชอบ
รายงานอาการอยู่ตลอดเวลา (หรือแม้แต่คนป่วยเป็นไข้หวัดนก ยังมีการรายงานจากแพทย์เลย ว่าอาการเป็นไง และยังมีชื่อแพทย์ ชื่อโรงพยาบาลอยู่ด้วย แม้จะอยู่ต่างจังหวัด)

แต่นี่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งนายวิษณุอ้างว่า ทรงพระประชวร ถึง สิบ ระบบ ก็ไม่บอกว่าระบบอะไรบ้าง แล้วร่างกายคนเรา มีระบบต่าง ๆ มากถึงสิบระบบ เชียวหรือ ผมไม่ใช่แพทย์ (ขอถามคนที่เป็นหมอ เป็นแพทย์ด้วยครับ)
ทำไมไม่มีการแถลงข่าว หรือบ่งบอกว่าพระองค์มีอาการเป็นไงบ้าง หรืออาการดีขึ้นหรือยัง
แม้แต่ชื่อแพทย์หรือหน้าตาแพทย์ผู้รับผิดชอบ ยังไม่เห็นสักคน มันยังไง ๆ อยู่น่ะครับ ฮิฮิ

แล้วที่บอกว่าเสื่อมเสียพระเกียรติ เสื่อมยังไงเหรอ แค่แจ้งอาการประชวรให้ประชาชนทราบน่ะ

ใครรู้จักคุณวิษณุ สามารถสอบถามเค้าได้ ขอให้ถามให้ด้วยครับ


พรุ่งนี้ผมจะพยายามไป วัดอโศการาม ให้ได้ครับ แล้วจะเอากล้องไปด้วย เพื่อถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เผื่อใครจะว่าไม่มีการชุมนุมอีก ครับ
นายโจโจ้ 6/02/04 12:55:07 ไม่ใช่แค่ "ยังไงๆ" นะครับ

ตามข่าววงในที่ได้ทราบมา การแถลงของโรงพยาบาล เกิดจากการสั่งการ(บีบ??)ตามระบบราชการ และเนื้อหาที่แถลง เป็นเนื้อหาของปี 2544 ไม่ใช่ของใหม่ และยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีแพทย์ท่านใดต้องการเกี่ยวของกับเรื่องนี้ จึงไม่มีชื่อแพทย์ท่านใดปรากฏ เพราะข้อมูลจากอดีตย่อมไม่ใช่ข้อมูลปัจจุบัน ขืนมีชื่อใครออกมา คนนั้นก็เดือดร้อนหนักสิครับ  ขนาดเสื่อมเสียไปถึงวงศ์ตระกูลไปเป็นหลายๆรุ่นเลยทีเดียว... ซึ่งเท่าที่เห็น คนที่ออกหน้ามาสนับสนุนนั้น ดูจะไม่ห่วงชื่อเสียงวงศ์ตระกูลกันเลย เอาเถิดครับ เตรียมตัวรับกันไว้ให้ดีก็แล้วกัน...

ผ่านบทเรียนคราวนี้ไป ผมจะคอยดู ว่าจะมีคนกล้าทำเรื่องให้ถูกต้อง แทนที่จะยอมทำเรื่องไม่ถูกต้องเพียงเพื่อให้ถูกใจ "นาย" ที่ไร้คุณธรรมมากขึ้นหรือน้อยลง
พัลวัน 6/02/04 12:58:17 ไม่มีแพทย์ต้องการมาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แสดงว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรือเปล่าครับ? เพราะหากเป็นข้อเท็จจริง ใครจะต้องไปแอบซ่อนกันอย่างนี้นะ?
นิพ 6/02/04 01:08:00 ลบหลู่เบื้องสูง

หลอกลวงนาย

หลอกลวงประชาชน

ให้ร้ายผู้อื่น

ย่ำยีพระอริยะ

สมคบคิดบ่อนทำลายพระศาสนา


ต่อไปมันจะทำชั่ว จะทำเลวอะไรมากไปกว่านี้ไหม???

ขอร่วมแรง ร่วมใจคนไทย ชาวพุทธแสดงพลังสามัคคี ต่อสู้จอมมาร
เพื่อพระศาสนาต่อไปครับ >:-)
เด็กบ้านยางสีสุราช 6/02/04 01:14:25 เสียดาย  เสียดายที่ยังฝึกอภิญญาไม่สำเร็จ  ฝึกอภิญญาสำเร็จเมื่อไร  เกิดญาณหยั่งรู้จิตใจคนอื่นได้เมื่อไรล่ะก็น่าดู  จะออกมาแฉให้หมดเลยล่ะครับ        :2
นายโจโจ้ 6/02/04 01:25:40 ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ คุณพี่พัลวัน

ถ้าเป็นของจริง ก็พูดได้เต็มเสียง แต่พอไม่จริง ก็อ้อมๆแอ้มๆ แบบนี้นี่เอง

เรื่องครั้งนี้ คงเป็นบทเรียนให้คนจำนวนมาก ในเรื่องเกี่ยวกับความจริง

ยุทธวิธีของพวกเขาได้ผลสำหรับเขาก็เพราะคนไทยจำนวนมากรวมทั้งสื่อยังไม่รู้จักหรือไม่เข้าใจกาลามสูตรหรือเกสปุตตสูตร เชื่อสื่อ เชื่อผู้ที่น่าเชื่อ เชื่อที่บอกต่อๆกันมานี่เอง ซึ่งสื่อใดที่ทำแบบนี้ ก็ทำลายชื่อเสียงของตนเองอย่างแท้จริง ซึ่งกรรมในครั้งนี้ จะไม่เหมือนกับครั้งอื่นๆที่ผ่านมาอย่างแน่นอน เพราะสื่อทั้งหลายกำลังสร้างกรรมกับเนื้อนาบุญอันประเสริฐสูงสุดแล้ว คอยดูผลที่จะเกิดกับผู้เที่ยงธรรม และคอยดูผลที่จะเกิดกับผู้ไม่เที่ยงธรรมได้เลย สมัยนี้ กรรมก็ออนไลน์ครับ ติดจรวดส่งมาให้ทันใจแน่นอน

อย่าลืมนักข่าวที่ GG News Network จากวิทยุอสมท. ที่อ้างว่าไม่มีพระป่าไปประชุมที่วัดป่ากกสะทอนในวันที่ 28 ม.ค.2547 ที่ผ่านมานี้ ตลอดจนคุณกำแหง ภิรตานนท์ คอยสังเกตแล้วกันครับ ว่าเขาจะเป็นอย่างไร ตลอดจนจะแสดงตัวอย่างไรต่อไป หลังจากความจริงปรากฏออกมา

ถึงวันนี้ พระที่อ้างหลวงปู่มั่น แต่ขัดแย้งกับหลวงตามหาบัวอย่างเปิดเผยที่ผมรู้จัก มีสองแล้วครับ หนึ่งคือพระวัดย่านปทุมวัน ส่วนอีกท่านหนึ่ง ท่านประกาศต่อหน้าพระป่าหลายสิบรูปว่าท่านมีทั้งคนและเงิน(ท่านว่ามีหลายล้านเหรียญ)พร้อมจะสู้กับหลวงตาทุกรูปแบบในวันที่ 1 มีนาคม 2546 ในงานนิมนต์ประจำปีที่บ้านของอุบาสิกาท่านหนึ่งในกรุงเทพ ท่านว่าท่านจะขอดูรายชื่อว่าเจ้าภาพนิมนต์พระท่านใดไปบ้าง ถ้าหลวงตามหาบัวไป ท่านจะคัดค้าน และไม่รับนิมนต์งานนั้น

เอาล่ะครับ รอดูกรรมส่งผลกันต่อไป นายโจโจ้ เป็นได้แค่ผู้สื่อข่าวครับ ผู้อ่านทั้งหลายประมวลเองละกันครับ
เบญจ์ 6/02/04 01:48:19 ขอบคุณพี่ๆ    ที่สู้ไม่ถ่อย แม้เราจะเป็นคนชั่ว (ในสายตาคนอื่น) แม้เรา
จะไม่มีอำนาจใดๆ คอยปกป้อง มีเพียงแต่อำนาจธรรม ที่เรามองไม่เห็นแต่เราก็เชื่อ
เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ทำเพื่ออะไร หากพระองค์ยังคงอยู่ ณ ที่ไหนสักแห่ง
คงกำลังมองพวกเราอยู่ นี่คือภาระหน้าที่ ที่พระองค์ทรงฝากไว้แก่พุทธบริษัทให้ช่วย
ดูแลปกป้องพระศาสนา
บางคนอาจมองปัญหานี้ไม่ใหญ่เท่าไร แต่นี่เป็นเสมือนการทำลายต้นน้ำที่จะสะเทือน
ไปถึงมหาสมุทร และส่งผลอันมิอาจคาดคิดได้ไปอีกนาน
ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่จะไปร่วมคัดค้านการแต่งตั้งพระสังฆราชแทนด้วยเหตุผล
ที่คลุมเคลือและไม่จริงใจครับ

"ผู้ใดรังแกคนดี ก็จะแพ้ภัยตนเอง" พลเอกเปรมฯ
เอ๋อคุง 6/02/04 02:48:02 เสียงการประชุมวันที่ 28 มกราคม 2547 ณ วัดกกสะทอนครับ คราวนี้ใครจะบอกว่าไม่มีก็เอาสิ.....

แบบmms  mms://www.luangta.com/archive1/audio/prachum28-1-47.wma
แบบhttp    http://mail.luangta.com/archive1/audio/prachum28-1-47.wma

จากเว็ปไซต์ http://www.luanga.com
ติดตามข่าวเรื่องนี้ได้เรื่อยๆที่  http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=125
ผู้เดินทาง 6/02/04 02:49:20 โดยเหตุผลส่วนตัวแล้วไม่มีใครต่อต้านคุณหรอกครับคุณวิษณุ  ทุกคนที่คุณคิดว่ายืนตรงข้ามกับคุณ เพราะ พวกเราต้องการแก้ไขในสิ่งผิดที่คุณเป็นคนทำ และต้องการปกป้ององค์สมเด็จพระสังฆราชครับ  ตรงกันข้ามผมกลับรู้สึกสงสารคุณมากกว่า เป็นความสัตย์จริง  ผมไม่เข้าใจว่า ผีห่าซาตานอะไรมาดลใจให้คุณทำเช่นนั้น  มันยังไม่สายเกินไปครับที่คุณจะกลับตัวกลับใจทำในสิ่งที่ถูกต้องครับ  ผมอนุมานว่าคุณนับถือพุทธศาสนา  คุณคงเข้าใจดีอยู่แล้วว่าสิ่งที่คุณได้ทำไปแล้วมันเป็นกรรมหนัก บาปหนัก  เกือบไปแล้วนะครับ อนันตริยกรรมเกือบจะสมบูรณ์แล้ว คุณคงทราบดีว่าที่หมายใด จะเป็นที่ผู้กระทำอนันตริยกรรมจะต้องไป จะต้องชดใช้ แล้วเป็นเวลานานขนาดไหน มันคุ้มกันใหมครับ คุณคงพิจารณาได้ดัวยตนเองครับ

ใครๆในโลกนี้ก็มีการทำผิดกันได้ทั้งนั้น แต่เมื่อรู้ว่าผิดแล้วก็สามารถกลับตัวกลับใจได้ ไปกราบขอขมาพระท่านที่คุณได้ล่วงเกิน ผมมั่นใจว่าพระท่านจะให้อโหสิกรรมกับคุณแน่ ท่านจะไม่มีวันโกรธ อาฆาตคุณ เรื่องนี้จะได้ยุติไปด้วยดี  ผมหวังว่าความดีที่มีอยู่ในใจคุณคงจะช่วยดลใจให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องครับ    
satima 6/02/04 03:04:02 ติดตามรับฟังเทศน์ของหลวงตาซิคะ หลวงตาท่านรับรองสิ่งใดบ้าง
ไม่ว่าคุณทองก้อน หรือว่าเทศน์เรื่องกินโต๊ะสมเด็จพระสังฆราช
ลองติดตามดู จะได้ทราบข่าวที่ไม่สับสน ทราบว่าหลวงตาท่านว่าอย่างไรบ้าง

เมื่อวานโทรฯ หาโจโจ้ ด้วยญาติธรรมทั้งหลาย ขอให้กระทู้นี้ได้รวบรวม
เพื่อให้เป็นสื่อที่ถูกต้องอีกทางสำหรับ ข่าวที่ "ถูกปิดจนสับสน"
คนทั่วๆ ไปไม่สามารถทราบข้อเท็จจริงได้เลย จึงขอให้ช่วยกันกระจายข่าว
ที่ถูกต้องไปสู่สังคมด้วย ช่วยกันนำกระทู้นี้ไปตามเนทก็ยังดีค่ะ

ขณะนี้ก็มีแต่กระทู้นี้แหละค่ะที่ยังมีข้อมูลที่ช่วยกันหามาเสนออย่างถูกต้อง
ขออนุโมทนากับทุกๆ ท่านด้วยค่ะ
นิพ 6/02/04 03:09:38 พี่โจ้ครับ พระเศรษฐีอีกองค์นั้นคือใครครับ ผมจะได้ไม่ทำบุญด้วย เดี๋ยว
จะเอาเงินผม(แม้จะเป็นเพียงเศษเงินของท่าน) ไปลุยกะหลวงตา แย่เลย ^_^;;

คิดไปคิดมาท่านก็มีเงินตั้งเยอะทำไมไม่เอามาช่วยชาติ หรือคนตกทุกข์ได้ยาก??
ต๊ะ 6/02/04 03:14:48 ท่านใดพอจะมี แผนที่เส้นทางไปวัดอโศการาม หรือ บอกเส้นทางไปวัดอโศการาม รบกวนขอด้วยนะครับ เผื่อจะได้ไป
นายโจโจ้ 6/02/04 03:20:48 นิพครับ อย่าให้พี่ต้องเอ่ยนามเลยครับ เดี๋ยวจะระคายใจอีกหลายคนในที่นี้ที่ยึดเอาท่านเป็นที่พึ่งอย่างยิ่ง เอาเป็นว่า ไปหาอ่านแล้วกันครับ ที่หลวงตาพูดเทศน์ถึงท่าน เนื้อหาคือ การบรรลุด้วยปัญญาคือคิดเอานั้น เป็นไปไม่ได้ และต้องหมายเหตุด้วยว่า ท่านส่งคน(โจร)ในคราบพระมาหมายเอาชีวิตหลวงตาด้วย
นิพ 6/02/04 03:29:02 แหะๆครับพี่โจ้ ^_^ อิ อิ แค่นี้ผมก็ทราบแล้วว่าท่านเป็นใคร :-D
พัลวัน 6/02/04 04:10:27 เรื่องหลังเนี่ย เอาไว้ก่อนก็แล้วกันครับ
satima 6/02/04 04:14:22 เส้นทางทางเข้าสู่วัดอโศการาม
การเดินทางเข้าสู่วัดอโศการามนั้น สามารถเดินทางได้ดังนี้
๑. โดยพาหนะส่วนตัว เดินทางจากกรุงเทพ มาสมุทรปราการ ด้วยเส้นทางถนนสุขุมวิทสายเก่า (ไปบาง ปู) วัดอโศการามจะอยู่ประมาณกิโลเมตรที่ ๓๑ - ๓๒ อยู่ทางขวามือจะมีทางเข้าสู่วัด
๒. โดยรถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพมาลงที่ตลาดปากน้ำ จะมีรถโดยสารซึ่งเป็นรถ สองแถวใหญ่บริการถึงในวัด
ake 6/02/04 04:59:31 ขอเป็นแผนที่ จะดีมากมาก ครับ
_/\_  
dhamma2001 6/02/04 05:04:22 ขออนุโมทนากับพี่โจโจ้ พี่สติมา พี่พัลวัน ..ครับ ผมพอจะทราบเรื่องพระอีกรูปบ้างครับ ได้ยินจากพระผู้ใหญ่ที่อำเภอบ้านผือ(ไม่ใช่องค์ที่หลวงตาตำหนินะครับ)ท่านพูดเรื่องที่พระองค์นี้ฝากกราบเรียนองค์หลวงตามหาบัวหน่อยว่า " บอกให่หลวงตาเพิ่นเซาด่าข้อยแหน่ หั่นเฮาด่าคืนนี่ มันสิลั่นโลกเด๊"(บอกองค์หลวงตาหน่อยว่า อย่าตำหนิผมนัก ถ้าผมตำหนิคืน มันจะโด่งดังทั่วโลกนะ"ครับ พอหลวงปู่อุ่นหล้า วัดป่าแก้วชุมพล ซึ่งอยู่ในกลุ่มพ่อแม่ครูจารย์นั้นด้วย ท่านได้ยินอย่างนั้น ท่านก็กล่าวว่า " เฮ็ดกับหลวงตา ระวังมันสิทับเจ้าของเด้อ" ( ทำกับหลวงตา ระวังมันจะทับตนเองนะ) ผมเองก็ได้แต่สลดใจครับ
อีกประเด็นก็คือ ขอสนับสนุนคุณทองก้อน วีรบุรุษที่ทำเพื่อพระศาสนาโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ด้วยคนครับ
ขอนอบน้อมแด่พระอริยเจ้า จนเกล้าสิ้นภพสิ้นชาติ
โชติปาละ 6/02/04 06:39:57      ผมยอมเป็นคนชั่วในสายตาของฝ่ายแต่งตั้งพระสังฆราช และ ทำ พ .ร. บ ที่ไม่สนับสนุน แล้วยังทำให้พุทธศาสนามีโอกาสเสื่อม แล้วแตกแยก ผิดทางธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้า
      และ ผมก็ไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของผู้สนับสนุนคำสอนของลัทธิ ที่สอน นิพพานเป็นอัตตาด้วย เพราะนั้นคือ การสนับสนุนให้ธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้าแตกเป็นสอง นี้คือ การสนับสนุนให้เกิดสังฆเภท คือ ทำสงฆ์ให้แตกแยกกัน เป็นอนันตริยกรรม
       ผมบอกได้เลยว่า มีการติดต่อของลัทธิวัดจานบินเข้าไปตามวัดต่าง ๆ จริง แม้นแต่ที่ที่ผมเคยอาศัยฝึกกรรมฐาน ก็เข้ามา ดังนั้นผู้ใดที่ยังหลงไปตามศรัทธาของอาจารย์ โดยไม่ดูความเป็นจริง ความถูกต้อง ถูกตามธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้า พึ่งระวังไว้ ถ้าทำสำเร็จตามที่พวกท่านประสงค์ รู้ไว้ด้วยว่า เบื้องหน้า พวกท่านลงอเวจีมหานรก อยู่ในสภาพที่ร่างกายใหญ่โต มือ และเท้าถูกตรึงในเหล็กร้อนแดง มีเหล็กแหลมขนาดเท่าต้นตาลร้อนแดงแทงทะลุร่าง จากบนลงล่าง จากหน้าไปหลัง ถูกจับยึดตรึงไว้อย่างนั้น ไม่สามารถขยับกายได้ มีความร้อนจากเหล็กแผ่ซ่านเข้าทั่วภายในกาย มีเปลวไฟร้อนพุ่งออกจากผนังเหล็ก ทั้ง 6 ด้าน คือ จากล่างขึ้นบน จากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา จากขวามาซ้าย จากหน้าไปหลัง และจากหลังไปหน้า ไม่มีส่วนใดของกายที่ไม่ได้รับความร้อนเลย ไม่ตาย เป็นเช่นนี้ 1 พุทธธันดร คือ ระยะเวลาที่ศาสนาพุทธหมดจากโลกนี้แล้ว จนถึง มีศาสนาพุทธใหม่อีกครั้ง ด้วยวิบากกรรมที่ทำให้สงฆ์แตกแยก เพราะทำให้ธรรมและวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้แยกแตก ไม่ตรงตามที่บัญญัติไว้
       ผมเขียนนี้ เพื่อเตือนสติพวกที่สนับสนุนการแต่งตั้ง และ พ. ร. บ ฉบับนี้ไว้ ยังมีเวลาเปลี่ยนใจ เพราะสงสัยพวกท่าน ไม่อยากให้ทำกรรมหนักอย่างนี้

      ผมเลือกที่จะเข้าข้างหลวงตามหาบัว ที่รักษาธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้าไว้ ยอมเป็นคนชั่วในสายตาพวกนั้น แต่ไม่ลงอเวจีมหานรกตามกรรม และรักษาพุทธศาสนาไว้ดีกว่า
       วันเสาร์ที่  7 กุมภาพันธ์นี้ ผมไปร่วมงาน และร่วมสนับสนุนที่วัดอโศการามด้วยครับ มีน้อยก็จะสู้ครับ สู้เพื่อรักษาธรรมและวินัยไว้อย่างเดิม ไม่ให้ลัทธิใด ๆ มาเปลี่ยนคำสอนได้

        มีเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในสมัยที่มีการสังคายนา ตอนนั้นพระสงฆ์มีแตกแยกกันเพราะอีกฝ่ายต้องการเปลี่ยนธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้านี้ โดยฝ่ายที่จะเปลี่ยนนั้นมีมาก แต่ฝ่ายที่รักษาธรรมและวินัยมีน้อย ทำให้ฝ่ายพวกมากยึดครอง มีอำนาจของรัฐ เจ้าแผ่นดินผู้ปกครองเชื่อในฝ่ายต้องการเปลี่ยนที่เป็นมหายาน ทำให้ฝ่ายเถรวาทที่รักษาธรรมและวินัยยิ่งนัก ถอยล่นไปที่ศรีลังกา แต่มาฝ่ายที่ชนะเข้ายึดครองอินเดีย ต่อมาเกิดภัยวิบัติเข้าสู่อินเดีย มีกองทัพของอิสลามเข้ายึด ฆ่าเจ้าแผ่นดิน และพระฝ่ายมหายานตายนับหมื่น ถูกเผาทั้งเป็น
      แต่พระเถรวาทอยู่สงบที่ศรีลังกา กระทำการสังคายนาธรรมและวินัยให้ต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เจริญรุ่งเรื่องขึ้นตามลำดับ จนศาสนาพุทธเถรวาทจากศรีลังกานี้ แพร่เข้ามาสู่ไทยอีกทางหนึ่ง  
      เห็นผลจากการบิดเบื่อนธรรมและวินัยแล้วหรือยังครับ เห็นผลการรักษาธรรมและวินัยไว้แล้วยังครับ
สมบูรณ์ ต. 6/02/04 06:45:31
           การเดินทางด้วยรถยนต์ใช้ถนนได้ 2 สายครับ

    1. ตอนลงทางด่วนบางนา - ตราด เลือกไป " สมุทรปราการ " แล้วตรงไปเรื่อย ๆ ( รถติดพอสมควร )

    2. ตอนลงทางด่วนบางนา - ตราด เลือกไป " ชลบุรี " พอลงถนนบางนา - ตราดให้เข้าเลนซ้าย  พอถึง ก.ม. 3 มีเซ็นทรัลบางนา  ก.ม. 4 มีห้าง INDEX เลยไปอีกนิดมีถนนเทพารักษ์ตัดข้ามถนนบางนา - ตราด  ให้เลี้ยวซ้ายหลังผ่านถนน fly over เส้นนั้น  แล้วขึ้นถนน fly over เส้นนั้นเข้าสู่ถนนเทพารักษ์ - สำโรง  ตรงไปสมุทราปราการ ( เส้นทางนี้รถไม่ค่อยติด )

             
คนหลังวัด 6/02/04 06:55:14 โมทนากับคุณโชติปาละครับ เพราะอย่างนี้นี่เล่าช่วงนี้เหตุการณ์ต่างๆจึงรุมเร้า วุ่นวายไปหมดเลย  เรื่องของบารมีของผู้ที่สั่งสมมาดีแล้วอย่างพระพุทธเจ้านั่นยากจะประมาณได้ยิ่งธรรมที่ท่านสอนยิ่งทรงคุณค่า มีหรือพวกมากกิเลสทั้งหลายจะต้านทานอำนาจของกรรมได้ ก็หวังว่าชาวพุทธทั้งหลายจะมีวาสนาได้หูตาสว่างขึ้นได้บ้าง ครับขอเอาใจช่วยทุกๆคนที่กำลังพยายามกันอยู่
สมบูรณ์ ต. 6/02/04 07:02:27
           รถยนต์ที่คุณเบญจ์จะมารับผมจากสี่แยกวังหิน  ขณะนี้มีผู้ร่วมโดยสารเต็มคันแล้วครับ   พวกเราไปแบบสันติครับ  

           หากจะมีการใช้โลหิตเขียนหนังสือ  กรุณาตามตัวผมด้วยครับ  ผมสามารถบริจาคโลหิตได้แล้วครับ  คนเดียวเอาไปเลย 500 ซี.ซี. ครับ   จะเขียนอะไรก็เพียงพอครับ   ไม่ได้เป็นการใช้ความรุนแรงนะครับ  เพียงแต่คนที่บริจาคเลือดมา 50 ครั้งอยากมีโอกาสได้บริจาคโลหิตไว้ในพระพุทธศาสนาครับ
นายโจโจ้ 6/02/04 07:05:52 สังเวชใจกับผู้ก่ออนันตริยกรรมนี้ทั้งกลุ่มครับ
นายโจโจ้ 6/02/04 07:11:46 เรียนคุณสมบูรณ์

ขอโมทนาด้วยครับ แต่เท่าที่สอบถามมา คงไม่มีการใช้โลหิตเขียนหนังสือแล้วครับ
สมบูรณ์ ต. 6/02/04 07:28:30
           ขอบคุณคุณโจโจ้ครับ  ผมเลยไม่ได้ตอบแทนคุณครูบาอาจารย์รวมทั้งคุณของคุณโจโจ้ด้วยเลย   แต่ถึงอย่างไรผมก็จะไปร่วมด้วยครับ  และผมจะเตรียมพร้อมในกรณีใช้เลือดเขียนหนังสือไว้ปริมาณ 500 ซีซี ครับ  เรียกผมได้เสมอครับที่ 09-3155754 และคุณเบญจ์  คุณกบ  คุณโชติปาละครับ
สมบูรณ์ ต. 6/02/04 07:36:32
            ขอให้ทุกท่านที่จะไปวัดอโศการามเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนด้วยครับ  แล้วมองหาโต๊ะเซ็นต์ชื่อในแบบฟอร์มอย่างเป็นทางการที่จะขอถอดถอนนายวิษณุ เครืองามออกจากตำแหน่งด้วยครับ   เท่าที่รู้มาต้องใช้เสียงและหลักฐานที่ครบถ้วนถึง 100000 คนครับ  

           
สุขนิยม 6/02/04 09:44:12
ความเห็นด้านกฏหมายของ   ม. 10 ในเมื่อไม่มีพระสังฆราช ให้สมเด็จพระราชคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสงฆราช
ถ้าสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการเถรสมาคมที่เหลืออยู่เลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่งผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
ในเมื่อพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้สมเด็จพระสังฆราชจะได้ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน
ในกรณีที่พระสังฆราชมิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอณุโลม
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชในราชกิจจานุเบกษา

ผมเห็นว่ามาตรา 10 ข้อเท็จจริง ที่เข้าข้อกฎหมายได้ ต้องเป็นกรณีพระสังฆราชไม่ประอยู่ในราชอาณาจักร ซึ่งตัวนี้ตัดไป เพราะพระสังฆราชทรงอยู่ในราชอาณาจักร มีแต่ประเด็นว่า ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ( ป่วยก็เข้าถ้าอาการป่วยป่วยจนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องฟังอีกทีว่าป่วยจนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ และต้องถึงขึ้นที่ว่าอาการป่วยมากไม่อาจปฏิบัติหน้าที่เช่นประชุมได้ประชุมได้ต้อง พิจารณา ตรัสในที่ประชุมได้ วินิจฉัยปัญหาได้ จนถึงกลับต้องตั้งผู้ทำหน้าที่แทนตามวรรคสี่ ถ้าป่วยชั่วคราวควรจะเป็นวรรคหนึ่งคือมีอาวูโสสูงสุดปฏิบัติหน้าที่แทน

ตามวรรคสี่ที่บอกว่ากรณีที่สมเด็จพระสังฆราชมิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้โดยอนุโลม ไม่ได้หมายถึงว่าต้องไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักรอย่างเดียว รวมถึงกรณีไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วย ( รวมถึงเหตุเจ็บป่วยการเจ็บป่วยไม่ต้องถึงขนาดป่วยหนักอาจเจ็บป่วยที่ไม่อาจประชุมรับเรื่อง ตรัสในการประชุดด้วย อันนี้ความเห็นผมเอง ) การนำมาใช้โดยอนุโลมก็ไปดูวรรคหนึ่ง คือพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสณศักดิ์เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หรือววรคสองกรรมการเถรสมาคมที่เหลือ อยู่จะเลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่งรูปใดรูปหนึ่งผู้มีอาวุโสรองลงมาตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสอง เพราะวรรคสี่ให้นำมาใช้โดยอนุโลมไม่จำต้องไปใช้วรรคหนึ่งก่อนวรรสองเสมอไปเสมอไป ถ้ามหาเถรสมาคมไม่ประชุมตามวรรคสอง จึงจะใช้บังคับตามวรรคหนึ่ง

เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริง ต้องมีว่าสมเด็จพระสังฆราชแต่งตั้งใครเป็นผู้แทนหรือไม่ ถ้าไม่มีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ ถ้าไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้( รวมหลายสาเหตุอาจอยู่ในช่วงปฏิบัติกรรมฐานก็ได้)และไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักรสามารถปฏิบัติแต่งตั้งผู้ให้สมเด็จพระราชาคณะปฏิบัติหน้าที่แทนได้ ดูวรรคสอง หากกรณีไม่ตั้งผู้ทำการแทน ถ้าตั้งก็จบไป ถ้าฟังว่าไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ก็มีผู้ทำการแทนตามวรรคหนึ่ง หรือมีประชุมตามวรรคสอง ที่ผมให้ความเห็นว่าการใช้อณุโลมนี้ใช้ได้ทั้งสองวรรค
ถ้าข้อเท็จจริงฟังว่า สมเด็จพระสังฆราชไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ( ต้องพิสูจน์กันว่าปฏิบัติหน้าที่สังฆราชตามกฎหมายมีอย่างไร ถ้าป่วยป่วยขนาดไหนถึงกลับจะเรียกว่าปฏิบัติหน้าที่ได้ ) และมีการประชุมเถรสมาคมโดยชอบตามมาตรา 10 วรรคสอง การแต่งตั้งก็ชอบด้วยกฎหมาย ตามที่ให้เหตุผลมาดังกล่าวข้างต้น ส่วนเรื่องอื่นเป็นข้อเท็จจริงที่ผมไม่ทราบ

อธิบายเพิ่ม การนำวรรคสองของมาตรา 10 มาใช้โดยอนุโลม ตามวรรคสี่ อย่าไปดูวรรคสองที่ใช้บังคับโดยตรง คือถ้าเป็นการใช้โดยตรงของวรรคสอง ก็คือ สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุด( ตามวรรคหนึ่ง ) ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงจะมีการประชุม

คือถ้าเข้าวรรคสี่คือไม่มีการแต่งตั้งผู้กระทำการแทนไม่ว่า ไม่อยู่ในราชอาณาจักร หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ของสมเด็จพระสังฆราชตามวรรคสาม จึงมาใช้วรรคสี่คือวรรคสี่ให้ไปใช้วรรคหนึ่งและวรรคสองโดยอณุโลม การอณุโลมก็คือใช้ได้ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสอง

บางคนอาจแย้งว่า กรณีวรรคสองที่มีการประชุองมหเถรสมคมเป็นเรื่องที่ใช้เฉพาะกรณีสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้นั้นเ วรรคสี่มีสองเรื่องคือ กรณีไม่ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติราชการแทน หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับการแต่งตั้งแทนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ตั้งสังเหตุว่าวรรคสี่ ใช้คำว่า หรือ คือกรณีไม่แต่งตั้งผู้ปฏิบัติราชการแทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทน.. ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ คำว่าหรือ การตีความกฎหมาย อย่างใดอย่างหนึ่งก็ ได้ หรือทั้งสองอย่างก็ได้ แล้ววรรคสี่ยังบอกต่ออีกว่า ให้นำความวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอณุโลม กฎหมายใช้คำว่าวรรคหนึ่งและวรรคสอง คือใช้ได้ทั้งสองวรรค ( ไม่ได้ใช้คำว่าหรือ) คือไม่ว่ากรณีไม่ทรงแต่งตั้งผู้กระทำแทน หรือสมเด็จเด็จพระราชาคณะที่ได้รับการแต่งตั้งไม่อาจปฏิบัติหน้าที่แทน ก็นำวรรคหนึ่งและสองมาใช้ได้ทั้งสองกรณี หากเจตนาของผู้ร่างจะให้ว่าการชุมของมหาเถรสมคมตั้งผู้ปฏิบัติราชาการแทนเฉพาะกรณีผู้ได้รับการแต่งตั้งไม่อาจทำหน้าที่ ไม่จำต้องเขียนรวมกันไว้กรณีเช่นนี้ สามารถร่างกฎหมายให้ชัดเจนได้ โดยเฉพาะการใช้ถ้อยคำตามที่ผมให้ข้อสังเกตไว้


การแต่งตั้งตาม  มาตรา 10 นี้ชัดเจนครับ  ว่าใครมีอำนาจแต่งตั้ง

วรรคหนึ่งผลของกฎหมายครับ ถ้าไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ( รวมทั้งไม่รับหน้าที่ด้วย ) ก็จะไปวรรคสอง

วรรคสองเป็นอำนาจขอมหาเถรสมาคม

วรรคสามเป็นอำนาจของพระสังฆราชโดยตรง กรณีพระสังฆราชไม่อยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ จะแต่งตั้งผู้ทำการแทน

วรรคสี่กรณีพระสังฆราชไม่อยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยไม่ได้แต่งตั้งผุ้กระทำการแทน( กฏหมายในวรรคสามใช้คำว่าหรือจึงหมายรวมทั้งสองอย่างหรืออย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ที่ไม่ได้กระตั้งผู้กระทำการแทน ) จะไปใช้วรรคหนึ่งและวรรคสองโดยอนุโลม กฎหมายใช้คำว่าและ จึงหมายถึงทั้งกรณีไม่อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้ตั้งผู้กระทำการแทนใช้ได้ทั้งววรคหนึ่งและวรรคสอง หรือกรณีพระสังฆราชปฏิับัติหน้าที่ไม่ได้และไม่ได้ตั้งผู้กระทำการแทนก็จะใช้วรรคหนึ่งและวรรคสองโดยอนุโลก ดูที่ผมเขียนไว้ในข้อ 12 กฎหมายใช้คำว่าและจึงหมายรวมทั้งกรณีไม่อยู่ในราชอาณาจักร วรรคสี่จึงมีทั้งผลของกฎหมายคือใช้วรรคหนึ่ง และ เป็นอำนาจขอมหาเถรสมาคม คือที่ประชุมมหาเถรสมาคมตั้งลงมุติแต่งตั้ง ( ใครจะเสนอไปสำคัญ เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ ) เมื่อใช้วรรคหนึ่งตามมาตราสี่ แล้วกรณีตามวรรคหนึ่งไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้( รวมทั้งไม่รับหน้าที่ ) ก็จะโยงมาวรรคสองอีกคือเป็นมุติมหาเถรสมาคม แต่ถ้ามหาเถรสมาคมจะมีมุติโดยไม่ใช้วรรคหนึ่งได้หรือไม่ คำตอบก็คือได้ เพราะกฎหมายใช้คำว่าและตามที่ผมอธิบายมา เมื่อใช้วรรคสองในกรณีนี้แล้ว จะหวนกลับไปใช้วรรคหนึ่งไม่ได้เพราะ วรรคหนึ่งเป็นการแทนพระสังฆราชเท่านั้น กฎหมายไม่ได้บัญญัติรวมถึงผู้แทนด้วย ถ้าวรรคสองมหาเถรสมาคมมีมุติแล้ว ผู้ได้รับการแต่งตั้งไม่อาจปฏฺัิิบ ัติหน้าที่ได้ก็เป็นอำนาจของมหาเถรสมาคมที่จะแต่งตั้งตามวรรคดังกล่าวไปเรื่อย ๆ จนกว่าเหตุขัดข้องเกี่ยวกับพระสังฆราชจะหมดไป คือท่านกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ กลับเข้ามาในราชอาณาจักรกรณีออกไปนอกราชอาณาจักร หรือท่านพระสังฆราชท่านทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ใหม่กรณีท่านไปอาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือท่านกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ แล้วแต่กรณี

การให้ความเห็นในแง่นี้เป็นข้อเท็จจริงทางสมมุติประกอบข้อเท็จจริงทางกฏหมาย  ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่โต้แย้งกันอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้สาธารณชนพิจารณาข้อเท็จจริงทางสมมุติประกอบข้อกฏหมายเท่านั้น

แม้แต่ไรมาข้าพเจ้าก็พึ่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ปัจจุบันและอนาคตก็พึ่ง กรรมใดที่ข้าพเจ้าทำผิดต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์รวมทั้งพระสังฆราช จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ข้าพเจ้าขอขมาต่อที่พึ่งของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าของจบข้อเขียนไว้เพียงเท่านี้ แม้ท่านอื่นถามมา ก็ให้ท่านอื่นช่วยตอบแทนด้วย


ข้อเขียนนี้ผมตอบใน pantip.com    เลยลอกมาลงที่นี่ตามลิ้งที่ให้ไว้ที่เวปดังกล่าว ดัดแปลงบ้างซ้ำกันบ้างเพราะตอบหลายครั้ง
แช่อิ่ม 6/02/04 09:50:39 พระอักษรและพระวรธรรมคติ สมเด็จพระสังฆราช

ฉบับที่ ๑

๑.หากพระรูปใด บิดเบือนพระธรรม กล่าวหาพระไตรปิฎกบกพร่อง เป็นการทำ สงฆ์ให้แตกแยกเป็น 2 ฝ่ายถือเป็นกรรมหนักสุด ทางศาสนาเป็นอนันตริยกรรม มีโทษทั้ง ปัจจุบันและอนาคตที่หนัก
๒. พระรูปใด ได้ทรัพย์สิน ระหว่างที่บวชเพื่อความถูกต้อง ก็ต้องโอน สมบัติทั้งหมดเป็นของวัด

ฉบับที่ ๒

"ความบิดเบือนพระพุทธธรรมคำสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฎกบกพร่อง เป็นการทำให้สงฆ์ที่หลงเชื่อคำบิดเบือน แตกแยกออกไปกลายเป็นสอง มีความเข้าใจความเชื่อถือพระพุทธศาสนาตรงกันข้ามเป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำสงฆ์ให้แตกแยกเป็นอนันตริยกรรม มีโทษทั้งปัจจุบันและอนาคตที่หนัก ส่วนที่มิใช่เป็นการลงโทษ แต่เป็นการกระทำที่ถูกต้อง คือ ต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดทันที

การไม่ยอมคืนสมบัติให้วัด ในขั้นต้นอาจมิใช่มีเจตนาถือเอาเป็นของตน แต่เมื่อถึงอย่างไร ก็ยังไม่ยอมมอบคืนสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดก็แสดงชัดแจ้งว่าต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะ โดยอัตโนมัติ ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับผู้ไม่ใช่พระปลอมเป็นพระ ด้วยการนำผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสีย ให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา "

ฉบับที่ ๓

"การโกงสมบัติผู้อื่นตั้งแต่ 5 มาสกขึ้นไปคือประมาณไม่ถึง 300 บาทในปัจจุบัน ภิกษุนั้นต้องอาบัติปาราชิกฐานผิดพระธรรมวินัยพ้นจากความเป็นพระทันที ในกรณีนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้รู้เห็นหรือไม่ ไม่ว่าจะมีการสั่งให้สึก ไม่ว่าจะมีการจับสึกหรือไม่ก็ตาม ภิกษุผู้ละเมิดพระธรรมวินัยข้อนี้ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นพระโดยอัตโนมัติ

ที่ประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรก็เพื่อเตือนให้รู้ทั่วกันว่า ผู้ต้องอาบัติปาราชิกนั้นไม่ใช่พระในพุทธศาสนา เป็นเพียงผู้นำผ้ากาสาวพัตร์ไปครอง เป็นพระปลอม ต่อจากนั้นย่อมเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้รักษากฎหมาย หรือของผู้มีหน้าที่ในการพุทธศาสนา จะต้องรักษาพระพุทธศาสนาไม่ให้มีพระปลอมมาทำลาย ทำให้เสื่อมเสีย เช่นที่ผู้รักษากฎหมายเคยทำมาแล้ว เคยบังคับให้เป็นผู้ปลอมเป็นพระ ถอดผ้ากาสาวพัตร์ออกจากตัว การปฏิบัติต่อพระปลอมต้องไม่มีแตกต่างกัน ต้องไม่มียกเว้นว่า คนนั้นปลอมได้คนนี้ปลอมไม่ได้ เป็นพระปลอมมีอยู่ในพุทธศาสนาไม่ได้ทั้งนั้น

ประกาศนั้นเป็นคำบอกเล่าเป็นคำเตือนให้รู้ เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี ่ยวข้องกับมหาเถรฯไม่บังคับให้เชื่อ ไม่บังคับใครให้ทำอะไร แสดงความถูกผิดให้ปรากฏอยู่เท่านั้น ในฐานะที่เป็นประมุขแห่งสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จึงต้องทำหน้าที่ส่วนตนให้เรียบร้อยถูกต้อง บอกความจริงด้วยความหวังดีมิได้บังคับ จงเข้าใจทั่วกัน"

ฉบับที่ ๔

" ในกรณีเกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกาย เราได้ทำหน้าที่ของสมเด็จพระสังฆราชสมบูรณ์ตามอำนาจแล้ว จึงไม่มีอะไรจะพูดอีกขณะนี้ ขออนุโมทนาทุกท่านที่สนใจห่วงใยพระพุทธศาสนา แสดงความเป็นคนดี ด้วยมีกตัญญูกตเวทิตาธรรม "

ฉบับที่ ๕

" ได้แจ้งให้เป็นที่เข้าชัดเจนดีทั่วกันแล้วก่อนหน้านี้ ว่าในตำแหน่งผู้เป็นสมเด็จพระสังฆราช
สกลสังฆปริณายก ได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อเทิดทูนรักษาพระพุทธศาสนาให้พ้นถูกทำลาย สมบูรณ์ดีที่สุดแล้วตามอำนาจ
ท่านกรรมการมหาเถรสมาคมทั้งหลายจะทำอะไรต่อไปตามความต้องการ จะไม่มานั่งฟัง
รับรู้ในที่ประชุมวันนี้ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2542 "


www.watpa.com 6/02/04 09:56:05

ล่าสุด ณ วัดอโศการราม

เวลา 20.00 น.
กำลังฟุ้ง 6/02/04 11:05:19 หลายๆคนเริ่มใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมในการแสดงความเห็นกันแล้ว... ดูแลอารมณ์ของแต่ละท่านกันเอาเองนะครับ

ผมเห็นด้วยกับคุณโจโจ้ว่าเขาเริ่มจนมุมเลยหันมาใช้การสาดโคลน แต่เหตุผลและความถูกต้องใช่ว่าจะชนะเสมอไปนะครับ บางทีอำนาจบางอย่างก็ดันทุรังฝ่ากระแสของปวงชนได้ ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย ตอนนี้เราควรรู้ว่าอาวุธของเราคืออะไร จะใช้อย่างไร ขณะเดียวกันก็คอยระวังวิชามารของเขา อย่าหลงกลยั่วยุให้แสดงถ้อยคำรุณแรง เพราะเขากำลังเล่นกันที่กระแส ซึ่งกระแสของชาวบ้านทั่วไปก็ไม่ได้ศึกษาธรรมอะไรหรอก โดยเฉพาะคนลงนรกเพราะกล่าวว่าหลวงตาบัวดูท่าจะมากกว่าคนขึ้นสวรรค์เพราะเชื่อหลวงตาบัว
นายโจโจ้ 7/02/04 12:31:21 คุณกำลังฟุ้งครับ จากที่ผมเห็นโดยทั่วไป เข้าใจว่ายังไม่ลงครับ ถ้ากลับตัวกลับใจ มาขอขมาก็ยังทันถมเถครับ และยิ่งหลายคนที่ผมสังเกตเห็น กล่าวว่าท่านด้วยคำพูดที่รุนแรง แต่เป็นการคะนองปากมากกว่าการมีเจตนาร้ายแบบปักจิตปักใจ

จากการรับรู้โดยส่วนตัว ผมเคยเห็นผู้ที่กล่าวคำพูดไม่รุนแรง แต่ปักใจหนักแน่นว่าพระอริยะท่านหนึ่งปฏิบัติผิดพลาด เท่าที่สังเกตผลของกรรมที่เกิดขึ้นกับเขานั้น เป็นไปโดยชัดเจนและในทันที คือเวียนหัวถึงขนาดต้องหยุดพูดในทันที ซึ่งเมื่อเทียบกับคนที่พูดแบบคะนองปากแล้ว คนที่ปักใจหนักแน่นอย่างนี้ ผมเห็นว่าได้รับผลที่แรงกว่าคนที่พูดเพียงคะนองปากมากกว่ากันอย่างทาบไม่ติด

อย่างไรก็ตาม ยังไม่กล้าสรุปครับ เอาเป็นว่าเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ได้พบมาเผื่อมีท่านใดแสดงความเห็นเพิ่มเติมครับ
yin yang 7/02/04 12:57:00 พี่โจ้จะไปถึงวัดอโศการามกี่โมงครับ  มีจุดไหนที่จะรวมตัวกันมั้ยครับ  
นายโจโจ้ 7/02/04 01:40:34 มาถึงวัดตั้งแต่ราว 4 ทุ่มเศษครับ พรุ่งนี้มาค่อยโทรติดต่อกันก็ได้ครับ

อธิบายทางให้อีกครั้ง ถ้ามาจากพัฒนาการ เลี้ยวขวา วิ่งตรงตลอดทุกแยกจนไปต่อไม่ได้ ก่อนถึงแยกสุดท้ายนี้จะเห็นป้ายวัดอโศการามเป็นป้ายพื้นสีน้ำเงินตัวหนังสือขาว เลี้ยวซ้ายมาประมาณ 3 กิโลเมตร สังเกตป้ายวัดอโศการามพื้นสีน้ำเงินตัวหนังสือขาว พอเจอป้ายแล้วกลับรถ จะมีป้ายวัดอโศการามคราวนี้เป็นพื้นขาวตัวหนังสือดำขนาดใหญ่พอควรอยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเทศบาลบางปู 60 หลังจากป้ายแล้วตรงจนสุดซอยจะพบวัดครับ และขณะนี้ 01.40น. เริ่มมีรถบัสทะยอยกันเข้ามาเรื่อยๆแล้วครับ
yin yang 7/02/04 02:08:35  ขอบคุณครับ   รถบัสนี่หมายถึง รถที่นําพระคุณเจ้าหลายรูปโดยสารมาใช่มั้ยครับ
 

 แล้วมีการดุแลท่านกันยังไงครับ  ขออนุโมทนากับท่านที่ช่วยเหลือดูแลพระคุณเจ้าเหล่านี้ด้วยครับ   ท่านเจ้าอาวาสจะโดนว่าหรือโดนมรสุมอะไรมั้ยครับ
ผมจะติดต่อพี่โจ้ได้ยังไงครับ  
yoyo 7/02/04 04:18:13 ตอนนี้ ศาสนาพุทธเหลือไม่กี่แห่งแล้ว

ถ้าโดนทำอะไรเสียหาย  
คงเดือดร้อนกันทั้งแถบแน่ไม่ใช่ไทยอย่างเดียว  

อาจไปโน่นเลยถึง us, eu อะไรโน่นแน่ะ  

เพราะโครงสร้างของศาสนานี้ ก็รองรับหลายๆอย่างอยู่แล้ว
เนื่องจาก ระบบมันเกี่ยวข้องกัน  แบบ internet

คิดเล่นๆ ครับ  :)
ปทุมวัน55 7/02/04 05:46:50           สมเด็จเกี่ยว[ผู้สนันสนุนธรรมกาย]และพรรคพวกรวมทั่งนายวิษณุ  ทํางานใต้ดินวางแผนวางข่ายงานโค่นล้มสมเด็จพระสังฆราชและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของพระเจ้าอยู่หัว     พวกมันต้องการกุมอํานาจทางศาสนา  แล้วขยายผลในการควบคุมกลไก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  เป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
          เราต้องต่อต้านปกป้องชาติ พุทธศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของเรา        
นายโจโจ้ 7/02/04 10:43:43 มีพระสงฆ์จากทั่วประเทศมาประมาณ 10,000 รูปด้วยรถบัสขนาดใหญ่ พร้อมด้วยญาติโยมอีกจำนวนมากที่ค่อยๆทะยอยกันมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีการลงชื่อถอดถอนนายวิษณุ เครืองามออกจากอำนาจบริหาร และการกระจายเสียงเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

สมาชิกขาประจำในลานธรรมมากันไม่น้อยเลยครับ ดูเหมือนจะเกิน 10 ท่าน

ขออภัยที่ไม่สามารถรายงานระหว่างช่วง 01.40 น.มาจนถึงตอนนี้ได้ เพราะฝนตกครับ เลยต้องหยุดใช้คอมพิวเตอร์ชั่วคราว
6 7/02/04 12:11:15 คุณโจโจ้รายงานข่าวด้วย  ไม่มีโอกาสได้ไป
คนไทย usa 7/02/04 12:17:24 เข้ามารอฟังรายงานข่าวครับ...สาธุ ๆๆๆ
นายโจโจ้ 7/02/04 02:59:09 ตอนนี้ผมออกมาจากบริเวณงานแล้วครับ ดูเหมือนคนจะแห่ไปร่วมงานกันอย่างมากมาย คณะทำงานที่รับเรื่องลงชื่อคัดค้านและรวบรวมเอกสารทำงานกันแทบไม่ได้หยุดพักผ่อน เสียดายที่ติดธุระต้องออกมาก่อน...

อย่างไรก็ตาม มีฝนตกตั้งแต่ราวตีสองกว่าตั้งแต่รถบัสที่ครูบาอาจารย์เดินทางมาถึง ฝนตกพรำๆและหยุดเป็นพักๆ และเป็นที่น่าสังเกตว่าฝนเริ่มตกหนักในตอนเช้าที่ญาติโยมเริ่มหลั่งไหลกันมาทำบุญกับพระผู้ปฏิบัติปฏิบัติชอบจำนวนมหาศาล ราวกับว่าเทพเทวดาทั้งหลายร่วมกันอนุโมทนาในการประชุมของพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจำนวนมหาศาลในครั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ฝนตกแล้วหยุด ตกแล้วหยุด ตกแล้วหยุด จนการใส่บาตรเสร็จสิ้นลงและการฉันจังหันเริ่มขึ้น ที่ฝนเริ่มลดความแรงลงจนเหลือเพียงตกพรำๆแบบกำลังสบายตลอดงาน

สมาชิกขาประจำลานธรรมหลายท่านไปช่วยทำเอกสารที่แจกจ่ายในงานตั้งแต่เช้า แต่นายโจโจ้เดี้ยงไปตั้งแต่ราวหกโมงเช้าเพราะไปช่วยคณะทำงานจัดเตรียมเอกสารทั้งคืน จนสมาชิกลานธรรมทยอยกันมา มารวมกลุ่มอีกทีตอนแปดโมงกว่า โรงทานถ้าจำไม่ผิดจะมี 26 โรงจากคณะศิษย์หลวงตา ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากรายรสชาติเยี่ยมที่น้องผมไปเอามาให้ไม่ทราบจากโรงทานไหน ขนมครกกลิ่นหอมตลบอบอวลจากโรงทานท่านพ่อโชติจากระยองมีคิวยาวเหยียดทำไม่ทันแจกตั้งแต่เช้ามืด ก๋วยเตี๋ยวแสนอร่อยจากโรงทานโรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค สารพัดเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นจากโรงทานคุณอ้อย ตลอดงานรู้สึกได้ถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมตตา รักใคร่ อบอุ่น กลมเกลียว ปรองดอง เคารพในกันและกันเป็นอย่างดียิ่ง นับเป็นบรรยากาศที่หาได้ยากยิ่งครับ สำหรับผมแล้ว แค่เพียงมีโอกาสไปร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ก็นับเป็นมงคลแก่ชีวิตตนครับ

ไว้รอดูรูปจากแหล่งข่าวอื่นๆด้วยละกันครับ
บูชา 7/02/04 03:18:19 อนุโมทนายิ่งกับท่านทั้งหลายที่ร่วมลงแรงลงใจครั้งนี้ครับ
เสียดายที่ติดธุระจำเป็นกระทันหัน จึงไปร่วมไม่ได้ทั้งที่ตั้งใจแต่แรกว่าจะไป
รออ่านรายงานจากในลานธรรมนี้นะครับ
นิพ 7/02/04 04:37:02 อนุโมทนากับทุกท่านครับ เสียดายผมเองก็ติดงาน ที่จริงก็อยากไปครับ _/I\_
นายโจโจ้ 7/02/04 06:43:21 ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการคือเกิน 1 แสนชื่อแล้วครับ ที่เหลือก็รอดูครับ
ตอม 7/02/04 07:01:04 ปลุกระดมอะไร?กันแค่นี้บ้านเมืองมันยังวุ่นไม่พออีกหรือ  สัมมาสติ ผู้รู้(ปัญญา) ผู้ตื่น(ใช้สัมมาสติวิเคราะห์สิ่งรอบข้างผ่านผัสสะ) ผู้เบิกบาน(มีปฎิสัมพันธ์กับปัจจุบันปัญหาด้วยความสุขความประณีประณอมยึดหลักทางสายกลาง  ไม่ใช่หรือคือแนวทางของพระพุทธองค์  มันมีหลายวิธีที่จะแสดงความคิดต่าง  ความไม่เห็นด้วย  เพื่อหาความถูกต้องที่หลายๆความต่างยอมรับกันได้ที่ตรงกลาง



การใช้เลือดเขียนมันมีตรงไหนแสดงถึงความมีปัญญา,สัมมาสติ ,อหิสาธรรมตามแบบของพุทธบริษัท  เพราะถ้ามองกันที่มูลเหตุของปัญหามันน่าจะมาจากเจตนาที่จะให้มันออกมาดีทั้งสองฝ่ายที่มีเป้าหมายเดียวกัน  แม้วิธีการจะขัดแย้งกัน ที่อ้างว่ามันไม่ถูกต้องเพราะเราไปติดยึดกันที่รูปแบบหรือวิธีการกันมากเกินไปหรือเปล่า?



นั้นมันก็ค่อนข้างสวนทางกับแนวทางที่พระพุทธองค์คือลดละเรียบง่ายเมื่อมีปัญหาก็ให้ใช้ปัญญาสมาธิวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผลเพื่อทำให้ปัญหามันเล็กลง  ไม่ใช่แยกมุมกันชก สะสมสมัครพรรคพวกหาแนวร่วมขยายประเด็นปัญหาให้ใหญ่ขึ้น(แทนที่จะใช้ปัญญา,สัมมาสติทำปัญหาให้เล็กลงตามปรัชญาพุทธ)  แล้วมาบอกว่าจะทำเพื่อศาสนาเพื่อสังคมพุทธ



ทั้งที่เจตนาในเป้าหมายเดียวกันแท้ๆแทนที่จะหันหน้าเข้าหากันกลับเป็นไสช้างเข้าชนกันสะสมสมัครพรรคพวกทำยุทธหัตถี  มันก็จะเข้ากรณีน้ำผึ้งหยดเดียว  ทั้งสองฝ่ายควรจะแสดงเจตนาบริสุทธิ์ของตัวเองโดยหาเวทีคุยกันเปิดใจหรือถ้าเป็นไปได้คุยกันเสียงดังๆผ่านสื่อให้ประชาชนเป็นพยานไปเลย  เรื่องมันขนาดนี้แล้วยิ่งปิดๆเปิดๆยิ่งสับสน หรือใครคิดว่าตัวเองกุมสื่อไว้  ทำไมจะมายอมเสียหน้ากับเรื่องแบบนี้? นั้นแหล่ะสำคัญตัวเองผิดเพราะถ้าคุณกุมไว้ได้อย่างอยู่หมัดจริงๆมันคงไม่มีประเด็นปัญหาแบบนี้แน่ๆ


เอาความถูกต้องโปร่งไสมาคุยกันได้แล้วก่อนที่จะบานปลาย
_-_ 7/02/04 07:19:38 > เอาความถูกต้องโปร่งไสมาคุยกันได้แล้วก่อนที่จะบานปลาย

ใช่เลย เขารอให้อีกฝ่ายแสดงความถูกต้องอยู่ไงครับ
หากคุณวิษณุแสดงความถูกต้องออกมาเท่าไหร่ยิ่งดีเลยครับ

คนกวน 7/02/04 08:17:45 อัดอั้นตันใจ  มาก็หลายวัน   มาโล่งอกก็วันนี้แหละครับ  ที่ผมได้ทำตามที่สัญญาไว้แล้ว
คือว่า ผมได้ไปร่วมงานมาแล้วนะครับ ทั้ง2ที่ คือ โรงแรมรัคนโกสินทร์ กับวัดอโศการาม

คราวนี้ผมพิมพ์ได้  ไม่ผิดสัญญาแล้วนะครับ  ก่อนอื่นขออนุโมทนากับ  ท่านเจ้าของโรงทานที่ผมได้ไปกินก่อนครับ  คือว่า ผมได้กิน ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใส  ทอดมัน  ขนมครก แล้วก็ กาแฟเย็น  กับนมเย็นปั่น  อร่อยมากครับ  ผมไม่รู้จะตอบแทนพี่ๆยังไงดีผมก็เลยหยอดตู้บริจาคครับ    ขอบคุณครับ

ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์  ผมไปไม่ทันคุณทองก้อนพูดครับ  แต่อ่านเอกสาร แล้วก็กลับบ้าน  แต่สังเกตว่า ญาติโยมที่มาจากต่างจังหวัดกัน จะติดโบว์ แล้วรู้สึกว่าฝ่ายต่อต้านคุณทองก้อนจะมีประมาณ10คน  รู้สึกว่าเค้าจะเผชิญหน้ากันเกินไป ฝ่ายหนึ่งให้เอกสารคำเทศน์หลวงพ่อปัญญามา แล้วเค้าก็ถามผมว่า เป็นฝ่ายต่อต้านเหรอ  ผมก็บอกว่าเปล่า แค่มาฟัง   พอเข้าไปในโรงแรม ในห้องประชุม  ขอรับเอกสาร ก็ทันที  เลยครับ มีคุณป้าคนหนึ่งระแวงผมอีก เค้าถามผมว่าเป็นนักข่าวเหรอ  แสดงว่ามาดให้ครับ  ผมบอกเปล่า ขอเอกสารไปอ่านได้ไหม?  ป้าก็ถามต่อว่าเอาบัตรประชาชนมาหรือเปล่า  ตอนแรกนึกว่าจะเอาไปดูเฉยๆ  เปล่าเลย ป้าแกจะเอาไปถ่ายเอกสาร  ผมต้องรีบบอกว่าขออ่านก่อนนะครับ  ป้าเค้าก็อนุญาติ  แล้วผมก้แว๊บ.......ครับ
คนกวน 7/02/04 08:52:15 มาต่อวันนี้  ผมไปถึงวัดสัก11โมงได้ครับ  แล้วก็ไปเจอเพื่อนๆ  พี่ๆลานธรรม  ก็ยอมรับครับ เท่าที่ดูและคุยด้วย รู้สึกว่าทุกคน น่ารักมากครับ  นิสัยอัธยาศัยดีครับ  ขาดก็แต่  คุณโจโจ้ นี่แหละครับ  ถ้าได้เจอคงดีครับ

ส่วนเรื่องเก่าๆที่คุยค้างไว้เกี่ยวกับการแต่งตั้ง ผมก็ยังเห็นเหมือนเดิมนะครับ ว่า มีข้อที่น่าสงสัยแต่เหตุผลยังไม่รองรับเพียงพอ ก็ขอดูไปเรื่อยๆครับ ยังไม่เชื่อทั้ง2ฝ่าย เพราะเราไม่มีข้อมูลที่ลึกๆครับ
แต่ก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับที่อาจจะไม่ชอบใจในความเห็นที่ผมเขียน  และอ่านทำให้รำคาญใจ  ผมเองก็ผิดครับที่เขียนตอบโต้ในกระทู้นี้ให้เกิดการเผชิญโดยตรงเกินไป ในเวปที่มีแต่ลูกศิษย์ของท่านครับ   ขออภัยนะครับ

ส่วนเรื่องที่สงสัยและเหตุผลอื่นๆที่ผมยังไม่เชื่อ ขอยกไว้ครับ ไม่ขอเอามาเผชิญหน้า กันอีก  แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามเรื่องนี้กลายพันธ์บานปลาย กลายเป็นการสนับสนุนกลุ่มธรรมกายจริงอย่างที่คุณโจโจ้ และพี่โชติปาล บอก ผมจะร่วมด้วยช่วยอีกแรงครับ  โดยส่วนตัวแล้วกับธรรมกายก็ไม่ได้ถึงกับจะต่อต้านอะไร เพราะเค้าสอนคนให้ทำดี เพียงแต่ทางอาจไม่ตรง ถ้าขัดแย้งกันก็มีแต่เสียหาย ถ้าต่างคนต่างอยู่ ก็โอเคครับ แต่ถ้าจะถึงขั้นที่พูดๆกัน ผมจะร่วมคัดค้านด้วยครับ

สุดท้ายอยากฝากถึง  พี่ชายกับพี่สาวคู่หนึ่งครับ ที่ตั้งโต๊ะรับเซ็นชื่อ  คือว่าผมก็ย้อนพิจารณาดูแล้วนะครับ  ผมก็ไม่ค่อยเห็นคนที่ออกความเห็นค้านสักเท่าไหร่  ก็เห็นมีแต่ผมนี่แหละที่เขียนมากที่สุด  ผมก็เลยมาสงสัยครับ ไม่ทราบว่าคนที่พี่พูดถึงเนี่ยคือผมหรือเปล่า   บังเอิญพี่ไม่ได้พูดชื่อนะครับ
ถ้าใช่  พี่ครับ "ผมเลวขนาดที่จะต้องนรกเลยเหรอครับ"  แค่ไม่เชื่อ  สงสัยหลวงตาเนี่ยครับ  แต่พี่เค้าชมโจโจ้นะครับว่า คงจะต้องได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ถ้าผมฟังไม่ผิด
ก็แค่สงสัยครับผม  สงสัยก็พิสูจน์  เท่านั้นครับ  แต่เมื่อไหร่แล้วแต่วาสนาครับผม   ถ้าพี่เค้าได้เข้ามาอ่านนะ  พี่คนที่บอกว่าผมสำเนียงเหมือน อ.เฉลิมชัยอะครับ

สุดท้ายจริงๆ  ผมคงไม่ออกความเห็นค้านอะไรหรือตั้งประเด็นสงสัยใดๆอีกในกระทู้ครับแต่อยากแซว คุณโจโจ้เป็นครั้งสุดท้ายในกระทู้นี้ ว่า


ไอ้ติ่งที่คุณห้อยไว้ข้างท้ายความเห็นเนี่ย   "ขอสนับสนุนคุณทองก้อนวีรบุรุษ..."  คุณไปเอามั่นใจมาจากไหนมากมาย  อ่านแล้วก็ให้รู้สึกว่าคุณเองก็อัตตาไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน  ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสคงได้เจอคุณนะครั บ  ตอนนี้ทำใจเป็นกลางไม่ได้ก็ขอไปทำตัวให้เป็นกลางก่อนครับ


ธรรมค้ำแผ่นดิน 7/02/04 08:54:20       วันนี้มีพระมาประชุมทั้งหมด 10,300กว่าองค์ครับ จำนวนพระที่เห็นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ความหมายกับจำนวนนี้ที่เราๆท่านๆมองไม่เห็นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทุกครั้งที่หลวงตาทำหลวงตาสั่งปุถุชนธรรมดายากจะเดาได้ น้ำในตุ่มที่มีฝาปิดมันพร่องเท่าใดไม่มีใครรู้ แต่วันนี้น้ำทิพย์จากสวรรค์คงเต็มตุ่มแล้ว รอเวลาแสดงผลเท่านั้น
              ปาฎิหารย์พลิกฟ้าปฐพี    บารมีเกินหนึ่งอสงไขย
              ธรรมจะผ่องผุดทั่วในหัวใจ  ประชาชนคนไทยได้เห็นกัน....
               
กิด 7/02/04 09:12:48 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่วัด อโศการามด้วยครับ

ที่ผ่านมา ปัจจุบัน และ ในอนาคต ที่ข้าพเจ้า ได้ล่วงเกิน หรือกระทำกรรมที่ไม่ดีงามอันใดแก่บุคคล พระ พระสงฆ์ และสมเด็จพระสังฆราช ขอให้ท่านจงอดโทษให้แก่ข้าพเจ้าด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องมีเวรกรรมต่อกันสืบไป ทั้งชาตินี้และชาติหน้า  สาธุ

ต้องออกตัวแบบข้างบนไว้ก่อนครับจะได้ เขียนกระทู้ได้เต็มที่ แฮะๆ

แล้วเรื่องนี้  จะจบยังไงครับ
   ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะหรือดูเหมือนชนะ  ฝ่ายที่ดูเหมือนแพ้ก็เลยชนะแต่ก็แพ้อยู่ดี
   ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแพ้หรือดูเหมือนแพ้ ก็ไม่ยอมฝ่ายชนะอยู่ดี  แม้ที่สุดก็ถือว่าแพ้
   สรุปว่า แพ้หรือไม่แพ้ แต่ความเสียหายก็เกิดแล้ว พุทธศาสนิกชนเดียวกัน
   ก็แยกกันเป็น กลุ่มๆ แม้เป็นลูกของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน  
       แบบนี้ ทำเรื่องให้เกิดขึ้นมาทำไม
     ในที่สุดแล้วใครได้ประโยชน์กับความเสียหายที่ได้เกิดแล้วนี้
กอบ 7/02/04 09:33:19 อ้างอิง
คำเตือน กรุณาอย่าขับรถไป ทางที่ดีน่าจะเดินนะ
วันนั้น ฝนคงตก เพราะวันนี้ร้อนเหลือเกิน




ป้าปางบุญกล่าวไว้จริง ด้วยแฮะ (ลืมถามหาป้าปางบุญไม่รู้คนไหน ขออภัยครับ     )

เพิ่งกลับถึงบ้านครับ ออกจากวัด อโศการาม ตั้งแต่ ๔ โมง
หลังจากเสร็จงานกันแล้ว ฟ้าก็เริ่มครึ้ม ๆ ฝนก็ทำท่าจะตก
ผมเลยรีบเผ่นกลับบ้านก่อน ด้วยรถเมล์ เหมือนตอนมา
ตอนนี้ไปวัดถูกแล้ว ครับ ทั้ง ๆ ที่ไปครั้งแรก ไม่หลงแล้ว ฮิฮิ
แต่ก็ไปเดินที่อื่นก่อนกลับเข้าบ้าน

ผมว่าจะออกจากบ้านตั้งแต่ ตีห้า เพราะยังไม่รู้ทางไป
กะจะนั่งรถเมล์ไป ตามเส้นทางที่ให้ไว้ในกระทู้นี้ ครับ
แต่กว่าจะได้ออก ก็ต้องรอถึง เกือบ เจ็ดโมงครึ่ง เพราะฝนที่ตกหนักมากเริ่มซาลง
ก็ไปถึงวัดโดยสวัสดิภาพ ตอน เก้าโมงครึ่ง ทันเวลา

เท่าที่เห็น พระท่านไปกันมากจริง ๆ ไม่ต่ำกว่าหมื่นรูปแน่ ๆ
ยังนึก ๆ อยู่เลย ว่าจะไปเจอคนที่รู้จักหรือเปล่า เพราะไม่ได้ไปพบเพื่อน ๆ ในลานธรรมนานมากแล้ว มองหาพี่โจโจ้คนแรกเลยครับ ฮิฮิ
โชคดีที่เจอเพื่อน ๆ ในลานธรรมที่รู้จักอยู่หลายคน เลยอุ่นใจขึ้นเยอะเลยครับ

---------------------------------

เดี๋ยวค่อยโพสต์รูป ครับ ขอเอาไป ย่อขนาดให้เล็กก่อน ไม่งั้นล้นจอแน่ๆ
แช่อิ่ม 7/02/04 09:37:56 เรื่องของการจะเชื่อว่าการดำเนินการของคุณทองก้อนถูกต้องหรือไม่นั้น หากเรานำมาข้อคิดเห็นคัดค้านมาพิจารณาทั้งสองฝ่ายโดยที่ตัดเอาความอคติของ นสพ หรือ สื่อ ออกไป ผมคนต้องบอกคุณคนกวนว่า ทำไมผมถึงเชื่อว่าสิ่งที่คุณทองก้อนทำนั้นถูกต้อง บางทีคุณอาจจะคิดได้เหมือนผมหรือไม่เหมือนผมก็ไม่ว่ากัน

1 หากเราตั้งสมมติฐานว่าพระองค์ท่านป่วยจนไม่สามารถปฎิบัติราชกิจได้แล้ว การแต่งตั้งครั้งนี้หากคุณวิษณุกระทำด้วยเจตตาที่ดี เหตุใดจึงไม่นำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระสังฆราชให้ทรงทราบก่อนที่จะลงนามประกาศ ทั้งๆที่ตัวท่านเองก็นำประกาศไปอ่านถวายท่านในภายหลัง หลังจากที่ตัวเองได้ประกาศแต่งตั้งไปเรียบร้อยแล้ว แถมคุณวิษณุยังบอกมาออกเองท่านพยักหน้ารับรู้ เหมือนบอกว่าเห็นด้วย คำถามคือทำไมคุณวิษณุทำแบบนี้

2 เท่าที่ฟังจากคุณวิษณุ การแต่งตั้งครั้งนี้เพื่อทำให้งานพระศาสนาดำเนินไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อยและช่วยแบ่งเบาภาระของสมเด็จพระสังฆราช แต่เนื่องจากการกระทำครั้งนี้ผมสงสัยด้วยคำถามดังต่อไปนี้คือ

2.1 สมเด็จพระสังฆราชยังทรงพระสติอยู่ ทรงเคยร้องขอหรือไม่ที่จะให้ มส. แต่งตั้งผู้แทน หรือ รัฐบาลแต่งตั้งผู้แทน

2.2 มส. เคยร้องขอ คุณวิษณุหรือไม่สมควรให้มีผู้แทน เท่าที่ทราบ มส. ไม่ได้ร้องขอเนื่องจากการประชุมแม้สมเด็จพระสังฆราชทรงอาพาธ ไม่ได้เข้าร่วม งานพระศาสนา สมเด็จเกี่ยวท่านก็เป็นประธานและพระเถระทั้งหมดก็ช่วยการพิจารณางานถวายอยู่แล้ว การแต่งตั้งครั้งนี้ คุณวิษณุออกมาให้ข่าวและอ้างว่า การกระทำของตนทั้งหมดได้ปรึกษาพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปมาล่วงหน้าแล้ว หลังจากนั้นจึงออกเป็นประกาศและให้ มส. ทั้งหมดรับรอง คำถามคือพระเถระที่ท่านได้ไปปรึกษาคือใคร และมีใครบ้าง เหตุใดจึงไม่ออกมาเป็นมติของ มส. ก่อน แล้วให้รัฐบาลลงนามท้ายประกาศ เพื่อให้กระบวนมีความถูกต้อง ทำไมงานนี้ มส. ถึงต้องให้ คุณวิษณุออกหน้า หรือ คุณวิษณุออกหน้าเพื่อใครบางคนแล้วให้ มส. ทั้งหมดรับรองประกาศดังกล่าว

2.3 การที่ท่านจะดำเนินการตาม วรรคสุดท้ายของกฎหมายได้ นั้นก็คือ ท่านต้องตีความว่า สมเด็จพระสังฆราชท่านไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้อีก เนื่องจากกฎหมายที่ท่านใช้เป็นกฎหมายใหม่แก้ไขเพิ่มเติม แต่พระสังฆราชองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้ใช้พระราชอำนาจเต็มแต่งตั้งด้วยพระองค์เอง หากพระสังฆราชทรงอาพาธจนไม่ปฎิบัติหน้าที่ได้ อย่างน้อยคุณวิษณุควรจะมีหนังสือกราบบังคมทูลขอพร ะราชทานความเห็น หรือ ถวายรายงานพระองค์ท่านบ้างว่าคุณจะทำอย่างไร การกระทำของคุณไม่เหมาะสมอย่างยิ่งถึงแม้จะถูกกฎหมาย แต่ท่านต้องสำนึกในกมลสันดานบ้างว่าใครเป็นคนแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช อย่างน้อยท่านควรดำเนินการอย่างไรให้เหมาะสม

2.4 ตามข่าว นสพ คณะแพทย์ของจุฬา ออกประกาศแถลงพระอาการประชวรหลายระบบ แต่สุดท้ายประกาศดังกล่าวเองนั้นแหละยืนยันว่าสมเด็จท่านยังทรงปฏิบัติราชกิจได้เป็นครั้งคราว นั่นก็หมายความว่าพระองค์ทรงอาพาธเป็นครั้งคราว และยังทรงพระสติอย่างสมบูรณ์ในขณะปฎิบัติหน้าที่ ไม่มีข้อความใดเลยระบุว่า พระอาการของพระองค์ท่านจะเป็นอุปสรรคในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ แต่คุณวิษณุกลับเอาประกาศดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือให้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นคล้อยตามตนเอง

2.5 เท่าที่คุณวิษณุระบุมาปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้คือ มีคนปลอมพระลิขิต แต่ปรากฎว่ารัฐบาลยังจับกุมใครไม่ได้เลย สอบสวนว่ามาจากใครก็ยังไม่มีความคืบหน้า หากทำได้ปัญหาดังกล่าวก็จะไม่มีอีกต่อไปเพราะตัวเหตุโดนจับ แต่กลับมาอ้างเหตุดังกล่าวตั้งผู้แทน ทั้งๆกระบวนการที่มีอยู่แล้วคือ มส. กลั่นกรองข้อพิจารณาและสามารถตัดสินใจได้ทุกเรื่องแทนพระสังฆราช นั่นก็หมายความว่าเมื่อมีผู้แทนแล้ว พระลิขิตไม่ว่าจะจริงหรือจะปลอมก็จะต้องถูกกลั่นกรองหรือเห็นชอบจากผู้แทนพระสังฆราชนั่นเอง ผมก็เลยสงสัยว่าคุณวิษณุแก้ปัญหาตรงจุดไหม คนปลอมก็จับไม่ได้ แถมของพระองค์ท่านจริงๆบางทีก็อาจจะโดนตีตกกลับไปเลยก็ได้ แก้ปัญหาแบบนี้ทำเพื่ออะไร และทำเพื่อใครกันแน่ผมเองก็ยังสงสัยอยู่

3 เรื่องตัวบุคคลที่จะเป็นผู้แทน ผมเองผมไม่รู้จักท่านเลยเป็นการส่วนตัว แต่เท่าที่ผมทราบเมื่อครั้งมีกรณีธรรมกาย เรื่องราวต่างๆยืดเยื้อ เข้าประชุม มส ทีไร ก็ยืดเยื่อถ่วงเวลา ไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง จนกระทั้งสมเด็จพระสังฆราชทรงพระราชทานพระวรธรรมคติในเชิงตัดสินปัญหาด้วยความเห็นส่วนตัวของพระองค์เอง ตามที่กระผมได้โพสให้อ่านไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากกรณีธรรมกายเป็นของฝ่ายมหานิกายที่จะต้องสืบสวนจัดการกันเอง พระองค์ท่านจึงได้แค่พระราชทานความเห็นส่วนพระองค์และพระองค์ท่านก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมอีกเลย จนสุดท้ายพระองค์ก็ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระมหาธีราจารย์เป็นประธานสอบสวนและตัดสิน ซึ่งทุกวันนี้กรณีธรรมกายยังอยู่ในชั้นศาลและ เจ้าอาวาสซึ่งได้ถูกตัดสินให้ขาดจากความเป็นพระแล้ว ยังคงนุ่งห่มจีวรอยู่ภายในวัด โดยที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำอะไรไม่ได้ เลย

ก็ขอให้คุณคนกวนพิจารณาด้วยเหตุผลจาก นสพ และสื่อต่างด้วยความระวังเช่นกัน บางครั้ง เราดู เราเห็นอย่างเดียว ก็ไม่สามารถช่วยพระศาสนา และ ปกป้องพระธรรมวินัย ได้นะครับ

สุดท้ายนี้ผมเขียนซ้ำๆยาวๆ ก็เหนื่อยเหมือนกัน อย่างไรก็ขออนุโมทนาบุญกับพี่ๆน้องๆทุกคนในลานธรรมที่ได้ไปร่วมงานในวันนี้ทุกคนเลยนะครับ
ake 7/02/04 10:05:55 มาconfirm ครับที่วัดอโศกๆ

วันนี้ดีมากๆ ไปถึงที่วัด 6 โมงกว่า (พี่โจ้ยังหลับอยู่ (แซวเล่นนะครับ รู้ว่าพี่โจ้ไม่ได้นอนทั้งคืน))
ฝนตกหนักมาก เป็นระยะๆอย่างพี่โจ้บอกในตอนเช้า พระ เณร โยมเปียกกันพอสมควร
(ไม่แน่ใจฝนไล่ตกมาจากทางอีสานรึเปล่า แฟนอยู่ที่โคราชบอกเมื่อวานตกหนัก)

พระเป็นหมื่นจริงๆนะครับ เล่นเอาผมตาลายเลย (ปลื้มมากๆๆๆ)
การฉันเช้าไม่โกลาหลอย่างที่คิด

ชาวลานธรรมไปช่วยทำเอกสารในช่วงเช้า-บ่าย

บ่ายครุบาอาจารย์จึงเริ่มชำระอธิกรณ์
ผลสรุปประมาณว่า ควำบาตรนายวิษณุ

พวกท่านเริ่มเดินทางกลับประมาณ4โมงกว่า

สังเกตดูได้ว่าพอเริ่ม สาธุครั้งสุดท้าย ฟ้าเริ่มครึ้มเฉพาะบริเวณวัด อย่างเห็นได้ชัด

ขออำนาจมหากุศลที่ทุกท่านได้ทำในวันนี้ส่งไปยังทุกดวงจิตในจักรวาลนี้เถิด _/\_ _/\_ _/\_

ป.ล. 1. ไม่แน่ใจว่า โรงทานที่พี่โจ้เอาขนมครก(บูด)มาให้พวกเราทาน น่าจะเป็นของท่านพ่อเฟื่องจังหวัดระยอง ศิษย์ท่านพ่อลีมากกว่า
2. ขออำนาจกุศล ขอให้พี่โจ้ไม่จู๊ดๆ ในฐานะที่ทานขนมครก(บูด)มากกว่าเรา  ฮี่ ฮี่_/\_ _/\_ _/\_










www.watpa.com 7/02/04 10:42:36
ake 7/02/04 10:51:43 ข่าวผู้จัดการ มาแล้วครับ

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.asp?NewsID=4756198555826
www.watpa.com 7/02/04 10:52:38
 









 


วัดป่าดอทคอม
ปทุมวัน55 8/02/04 12:17:20 ขออนุโมทนาสาธุหมู่ท่านทั้งหลายผู้ดํารงค์คงพระพุทธศาสนาอันแท้บริสุทธิ์นี้  
พัลวัน 8/02/04 07:17:49 กราบโมทนาสาธุขอรับ        
กอบ 8/02/04 07:56:12 มีคนโพสต์รูปแล้วครับ มุมดีกว่าผมด้วย
ผมไม่ต้องโพสต์แล้ว ฮิฮิ
พัลวัน 8/02/04 08:45:33 แล้วเสียงล่ะครับ มีฟังที่ไหนครับ (สงสัยจะต้องเป็นเว้ปหลวงตาแน่นอน)
นายโจโจ้ 8/02/04 08:54:05 สำหรับทุกท่านที่ไม่เห็นด้วย

ทุกคนมีกรรมเป็นของๆตนเอง ทำไปตามที่ตนเองเห็นเลยครับ แล้วรอรับผลอย่างที่ตนเองกระทำก็แล้วกัน ผมทำตามที่ผมเห็นอย่างชัดแจ้งแล้วว่าอะไรเป็นอะไร

จะอ้างเหตุโน้นเหตุนี้ ต่อให้อ้างเหตุจากพระไตรปิฏกก็ตามที เรียนว่า เปล่าประโยชน์ วิธีเดียวในการพัฒนาก็คือต้องปฏิบัติภาวนาจนความสามารถในการเห็นอย่างเป็นกลางเพิ่มมากขึ้น เห็นเรื่องต่างๆชัดขึ้น

ขอเรียนยืนยันว่า คนที่ได้ปฏิบัติภาวนาตามคำสอนของพระศาสดามาทุกคน เรียนย้ำว่าทุกคน จะมีความเห็นตรงกันอย่างนี้ เหมือนกับการออกกำลัง การยกน้ำหนัก กล้ามก็ต้องขึ้น

คนที่เห็นไม่ตรงกันทั้งหมด ผมกล้าระบุ ว่าไม่ใช่ผู้ปฏิบัติภาวนา

ดังนั้น วิธีที่จะเห็นตรงกัน ก็ต้องปฏิบัติภาวนา

เส้นทางที่พระศาสดาให้ไว้ คือทาน ศีล และภาวนา สรุปว่า ท่านที่เห็นไม่ตรงกัน เป็นชาวพุทธเพียงพื้นฐานเท่านั้น จริงๆแล้ว ยังใช้คำว่าพุทธอันหมายถึงว่ารู้ ตื่น เบิกบานไม่ได้เลย เพราะยังไม่ตื่น ยังหลับอยู่กับความฝัน คือเชื่อสิ่งที่ตนเองคิด เชื่อสิ่งที่ตนเองเห็นอย่างเลือนลาง และใช้บรรทัดฐานของตนเองมาตัดสินคนอื่นๆที่เขาเห็นชัดแล้ว

เตรียมตัวรอรับผลกรรมตามที่ตนเองกระทำก็แล้วกันครับ ท่านที่ไม่พัฒนาความสามารถในการเห็นของตนเอง ผมไม่มีอะไรจะชี้แจงกับกลุ่มพวกท่านนอกเหนือจากที่เคยชี้แจงไปหมดแล้ว ขออวยพรให้ประสบแต่สิ่งดีที่สุดครับ กรรมดีใดๆก็ตามทั้งหมดในชีวิตนี้และอดีตชาติที่ผมเคยกระทำมาที่สามารถส่งผลในทางดี ทางบวกแก่ท่านได้ ก็ขออุทิศให้ทั้งหมดครับ
พัลวัน 8/02/04 09:06:38 ข่าวจาก นสพ.มติชน

http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php?s_tag=01p0103080247&show=1§ionid=0101&day=2004/02/08

มติ1.5หมื่นพระป่า คว่ำบาตร"วิษณุ"



ยันตั้งแทนสังฆราชโมฆะ "ทองก้อน"ชี้รุนแรงสุด ยื่นนายกฯจัดการ9ก.พ.

พระสายวัดป่า 15,000 รูป ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราชเป็นโมฆะ ทำนิคหกรรมประกาศคว่ำบาตรทางสงฆ์ต่อ"วิษณุ" ระบุเป็นคนแรกในแผ่นดินสยาม ถือว่ารุนแรงที่สุด ต้องมาขอขมาให้หงายบาตร



เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วิหารสุทธิธรรมรังสี วัดอโศการาม ถ.สุขุมวิทสายเก่า ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ ได้มีคณะพระสงฆ์ไทยสายวัดป่าจากทั่วประเทศ ทั้งฝ่ายมหานิกายและฝ่ายธรรมยุต ทั้งที่เป็นลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ประมาณ 15,000 รูป ได้เดินทางมาร่วมประชุมกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประกาศแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา

ภายในที่ประชุมวิหารสุทธิธรรมรังสี จำนวน 3 ชั้น มีพระสงฆ์ไทยเข้าร่วมนั่งฟังการประชุมกันจนเต็มแน่นหมดทุกชั้น โดยชั้นล่างจะเป็นที่นั่งฟังของพระสงฆ์ที่มีอายุพรรษาต่ำกว่า 10 พรรษาลงมา ส่วนชั้นที่ 2 เป็นที่นั่งฟังการประชุมของพระสงฆ์ที่มีอายุพรรษาตั้งแต่ 10 พรรษาขึ้นไป ส่วนชั้นที่ 3 เป็นชั้นอุโบสถซึ่งมีพระประธาน ที่ประชุมได้นำพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระสังฆราชมาตั้งประทับเป็นองค์ประธานการประชุมอยู่ในวิหาร โดยชั้นที่ 3 จะเป็นที่นั่งประชุมของพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ที่มีอายุพรรษาตั้งแต่ 20 พรรษาขั้นไป ส่วนบรรยากาศในรอบวิหารได้มีบรรดาศิษย์ฆราวาสมาตั้งเต็นท์ลงทะเบียนไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช พร้อมทั้งเต็นท์โรงทานแก่ผู้ที่เดินทางมาได้รับประทานอาหาร

ภายในที่ประชุม พระสงฆ์ไทยได้พูดถึงกรณีเกี่ยวกับข้อเท็จจริงการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช โดยควรพึงปฏิบัติว่าผู้น้อยควรเคารพผู้ที่มีอาว ุโสกว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ไม่มีการปรึกษาต่อสมเด็จพระสังฆราช ผู้ที่มีหน้าที่จะต้องตระหนักก่อนให้เป็นต้นแบบ การกระทำครั้งนี้ไม่เคยมีมาก่อนในพุทธศาสนาไทย นำกฎหมายมาเหนือพระธรรมวินัย คณะสงฆ์ไทยจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทำนิคหกรรมแก่นายวิษณุ เครืองาม ที่กระทำการโดยขัดพระธรรมวินัย สร้างความกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนา แทรกแซงใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ บังคับพระสงฆ์ไทยยอมรับและถือปฏิบัติอาจถึงกาลวิบัติได้ นอกจากนี้ยังประกาศคว่ำบาตรทางสงฆ์ต่อนายวิษณุ ที่กระทำการเสื่อมเสียมายุ่งเกี่ยวกับพระธรรมวินัยของสงฆ์ ถือว่าคำประกาศการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุถือเป็นโมฆะ จากนั้นที่ประชุมได้สวดญัตติทุติยกรรมวาจาต่อนายวิษณุ หมายความว่าที่ประชุมวันนี้ไม่เห็นด้วย

จากนั้นที่ประชุมได้นั่งสมาธิภาวนาถวายพระพรแด่สมเด็จพระสังฆราช ก่อนมอบหนังสือมติในที่ประชุมของคณะพระสงฆ์ไทยให้แก่นายทองก้อน วงศ์สมุทร ตัวแทนฝ่ายฆราวาส ไปมอบให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ พิจารณาต่อไป ซึ่งสิ้นสุดการประชุมครั้งนี้โดยใช้เวลาร่วม 4 ชั่งโมง ก่อนแยกย้ายเดินทางกันกลับวัดยังภูมิลำเนาเดิม

ทั้งนี้ นายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว กล่าวว่า พระสงฆ์ที่มาร่วมประชุมครั้งนี้เพื่อใช้ธรรมวินัยจารีตประเพณีและกฎหมายเป็นหลักเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องที่นายวิษณุได้ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชว่าขัดต่อพระธรรมวินัยอย่างไร นอกจากนี้แล้วยังเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินมาก่อน การลงนิคหกรรมด้วยการคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการและถูกต้องตามพระธรรมวินัย เมื่อนายวิษณุทราบแล้วก็ต้องมาขอขมาต่อที่ประชุมสงฆ์เพื่อจะสวดญัตติใหม่คือหงายบาตรขึ้น

"นายวิษณุถือว่าเป็นนิคหกรรมคนแรกในแผ่นดินสยาม ที่ถูกคณะสงฆ์ลงมติคว่ำบาตรอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัยซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดของคณะสงฆ์"นายทองก้อนกล่าว
พัลวัน 8/02/04 09:11:14 จากข่าวสด

ม็อบพระป่าประกาศคว่ำบาตร"วิษณุ"

http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod.php?sectionid=0301&searchks=''&sk=''&s_tag=03p0115080247&day=2004/02/08&show=1

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ก.พ. นายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน พร้อมด้วยลูกศิษย์และพระสงฆ์จากจังหวัดต่างๆ เช่น อุดรธานี ฉะเชิงเทรา กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ ระยอง พังงา มหาสารคาม ฯลฯ จำนวน 10,359 รูป ได้เดินทางมาร่วมชุมนุมกันที่วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อคัดค้านการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพราะบังเกิดความกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนา โดยมีพระราชญาณวิศิษฏ์ เจ้าอาวาสวัดอโศการามต้อนรับ จากนั้นพระสงฆ์ทั้งหมดได้ร่วมประชุมกันในวิหารสุทธิธรรมรังสี โดยใช้เวลาร่วมประชุมกันนานประมาณ 3 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมมีมติว่าการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุขัดต่อกฎหมาย จารีตประเพณี ถือเป็นโมฆะ คณะสงฆ์ไทยไม่ยอมรับประกาศและมติมหาเถรสมาคมดังกล่าว หากอธิกรณ์นี้มิได้ถูกระงับ เหตุการณ์อาจลุกลามบานปลายถึงขั้นกระทำสังฆเภท ทำให้คณะสงฆ์แตกแยกกัน หากมหาเถรสมาคมเห็นแก่พระธรรมวินัยก็ให้ระงับการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ คณะสงฆ์ไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทำนิคหกรรมแก่นายวิษณุ ประกอบด้วยโทษ 8 ประการตามพระธรรมวินัย สร้างความกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนา เป็นการแทรกแซง ก้าวก่ายในกิจการของสงฆ์อย่างร้ายแรง ใช้อำนาจของรัฐโดยมิชอบ บีบบังคับสงฆ์ทั้งสังฆมณฑลให้ยอมรับและถือปฏิบัติตามโดยมิคำนึงว่าตนเป็นคฤหัสถ์

ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้นายทองก้อนและคณะนำมติดังกล่าวไปแจ้งต่อนายกรัฐมนตรี ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องและพุทธบริษัท 4 ได้รับทราบโดยทั่วกัน

ด้านนายทองก้อนอ้างว่า พระมาประชุมกันเพื่อใช้ธรรมวินัย จารีตประเพณี และกฎหมาย เป็นหลักในการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องราวที่นายวิษณุแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชว่าขัดพระธรรมวินัย ตลอดจนพระที่เข้าไปเกี่ยวข้องการปฏิบัติของนายวิษณุในคราวนี้ ผิดพระธรรมวินัยอย่างไร จึงลงนิคหกรรมแก่คฤหัสถ์ที่ก้าวล่วงเกินพุทธบัญญัติพระพุทธเจ้า ด้วยการคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย ซึ่งหากว่านายวิษณุทราบแล้วก็ต้องมาขอขมาต่อที่ประชุมสงฆ์ ท่านจะสวดญัตติหงายบาตร เรียกว่าเป็นคฤหัสถ์คนแรกในแผ่นดินสยามที่ถูกพระสงฆ์ลงมติคว่ำบาตรอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย หนังสือมตินี้จะนำไปยื่นต่อนายกรัฐมนตรีในวันที่ 9 ก.พ.นี้

พัลวัน 8/02/04 09:13:28 ข่าวจาก ไทยรัฐ

พระป่าหมื่นรูปลงมติค้านตั้งแทนสังฆราชควํ่าบาตร ไม่คบวิษณุล่าแสนชื่อถอดถอน.

http://www.thairath.co.th/thairath1/2547/page1/feb/08/p1_8.php



จากกรณีปัญหาการตั้ง ผู้ปฏิบัติหน้าที่ แทนสมเด็จ พระสังฆราช ที่กลายเป็นกรณี วิวาทะ ระหว่าง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน นายกรัฐมนตรี ลงนาม คำสั่งแต่งตั้ง กับนายทองก้อน วงศ์สมุทร ศิษย์เอกหลวงตามหาบัว ที่ออกมาค้านสุดลิ่ม ยังไม่มีแววจะสงบลงนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ มีพระสงฆ์ทั้งคามวาสีและอรัญวาสีจาก 2 นิกายธรรมยุตและมหานิกาย แต่ส่วนใหญ่เป็นพระวิปัสสนา หรือพระป่าจากวัดต่างๆทั่วประเทศ กว่า 1 หมื่นรูป มาร่วมประชุมเพื่อลงมติเกี่ยวกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช โดยมีพระญาณวิศิษฏ์ เจ้าอาวาสวัดอโศการาม เป็นประธาน และมีคณะศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าวัดบ้านตาด จ.อุดรธานี นำโดยนายทองก้อน วงศ์สมุทร มาร่วมชุมนุมด้วย โดยบรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ ขณะเดียวกันก็มีการแจกจ่ายเอกสารโจมตีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่เนื้อหาระบุว่าเป็นผู้สร้างความวุ่นวาย แตกแยกแก่ชาติและพระศาสนา รวมทั้งแถลงการณ์เรื่องการถอดถอนนายวิษณุออกจาก ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และแจกเอกสารแสดงเจตนาใช้สิทธิถอดถอนให้กับพระและฆราวาสด้วย

ต่อมา พระญาณวิศิษฎ์ เจ้าอาวาสวัดอโศการาม เปิดประชุมเพื่อลงมติเกี่ยวกับ การประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ที่ประชุมส่วนมากไม่เห็นด้วย กับประกาศดังกล่าว จากนั้นที่ประชุมมีมติเห็นพ้องต้องกันที่จะสวดญัตติทุติยกรรมวาจา เพื่อประกาศคว่ำบาตรและไม่คบหาสมาคมกับนายวิษณุ ก่อนที่จะใช้เวลาหารือประมาณ 30 นาที ก่อนจะลงมติเกี่ยวกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช โดยพระสุชิน ปริปุณโณ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันลงมติคัดค้าน 7 ข้อ ว่า 1. การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ขัดต่อพระธรรมวินัยและกฎหมาย ให้ถือเป็นโมฆะ 2. มหาเถรสมาคมทำผิดต่อพระธรรมวินัย เพราะไปรับรองประกาศที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเข้าข่า ยล่วงสิกขาบทที่ 13 แห่งอาบัติสังฆาทิเสส และล่วงสิกขาบทที่ 54 แห่งอาบัติปาจิตตีย์ ไม่เอื้อเฟื้อในวินัย ขาดความเคารพต่อสมเด็จพระสังฆราช 3. มหาเถรสมาคมต้องรับผิดชอบต่อการทำผิด พระธรรมวินัย 4. คณะสงฆ์จะไม่ยอมรับคำบัญชา แถลงการณ์ มติมหาเถรฯ การแต่งตั้งหรือคำสั่งใดๆ ที่เป็นผลเนื่องมาจากการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่ แทนสมเด็จพระสังฆราชและผู้ช่วย ตามประกาศของนายวิษณุ 5. ให้ทำนิคหกรรมนายวิษณุ 6. ให้เผยแพร่มติต่อสาธารณะ และ 7. ขอบิณฑบาตจากนายกรัฐมนตรี สั่งการยกเลิกประกาศดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อระงับความแตกแยกในหมู่พุทธบริษัท 4 ไม่ให้ลุกลามจนไม่อาจแก้ไขได้

ต่อมาที่ประชุมได้มอบมติดังกล่าวให้กับนายทองก้อนนำไปแจ้งต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต่อไป โดยนายทองก้อนกล่าวว่า ในวันที่ 9 ก.พ. เวลา 10.00 น. คณะศิษย์หลวงตามหาบัว จะไปร่วมชุมนุมที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนกว่า 1แสนรายชื่อ เพื่อถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม จากนั้นจะไปยื่นมติของคณะสงฆ์ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และยื่นถอดถอนนายวิษณุต่อ ป.ป.ช.ต่อไป


พัลวัน 8/02/04 09:25:42 อ้างอิง (นายโจโจ้ @ 08 ก.พ. 47 - 08:54)
เส้นทางที่พระศาสดาให้ไว้ คือทาน ศีล และภาวนา สรุปว่า ท่านที่เห็นไม่ตรงกัน เป็นชาวพุทธเพียงพื้นฐานเท่านั้น จริงๆแล้ว ยังใช้คำว่าพุทธอันหมายถึงว่ารู้ ตื่น เบิกบานไม่ได้เลย เพราะยังไม่ตื่น ยังหลับอยู่กับความฝัน คือเชื่อสิ่งที่ตนเองคิด เชื่อสิ่งที่ตนเองเห็นอย่างเลือนลาง และใช้บรรทัดฐานของตนเองมาตัดสินคนอื่นๆที่เขาเห็นชัดแล้ว

(นายโจโจ้ @ 08 ก.พ. 47 - 08:54)


ขอแย้งคุณโจโจ้สักหน่อยครับ

น่าจะใช้คำว่า "เป็นชาวพุทธเพียงเปลือกนอก" มากกว่าคำว่า "พื้นฐาน" นะครับ

สำหรับชาวพุทธโดยพื้นฐานน่าจะเป็น บุคคลผู้ดำเนินชีวิตโดยมี "ทาน ศีล ภาวนา" เป็นพื้นครับ   เพราะนี่คือหลักที่ชาวพุทธทุกคนต้องดำเนินครับ เพื่อให้เป็นไปตาม "การศึกษา 3 ประการ" หรือที่เรียกว่า "ไตรสิกขา" อันหมายถึง "ศีล สมาธิ ปัญญา"

แย้งเอาไว้ เพราะคิดว่า คุณโจโจ้ น่าจะตั้งใจใช้คำพูด "เปลือกนอก" มากกว่าคำว่า "พื้นฐาน" น่ะครับ เดี๋ยวจะมีคนเอาประโยคนี้มาหาเรื่องโต้แย้งให้เสียเวลากันไปเปล่าๆ
พัลวัน 8/02/04 09:29:00 ข่าวจาก แนวหน้า ครับ

ศิษย์"มหาบัว"คว่ำบาตรวิษณุ ส่ง"ทองก้อน"บุกฟ้อง"ทักษิณ

http://www.naewna.com/p1.5.htm#5 <== ดู link แล้ว น่าเชื่อว่า หากเข้ามาหลังวันที่ 8 คงไม่เจอข่าวนี้ครับ ต้องไปหาที่ข่าวย้อนหลัง

"วิษณุ"ชี้ทองก้อนแจ้งความข้อหาหมิ่นสังฆราช เป็นเรื่องดี จะได้ไม่ต้องมาเล่นกันนอกเกมส์ ใน ขณะที่"ทองก้อน"เป็นแกนนำขนพระนับหมื่นรูปประชุมกันพร้อมมีมติคว่ำบาตรวิษณุ และบีบมหาเถรสมาคมให้ยกเลิกการรับรองคำสั่งตั้งรักษาการสังฆราช
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานด้าน พระพุทธศาสนา กล่าวกรณีนายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำกลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับนายวิษณุในข้อหาใส่ความสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 กรณีแต่งตั้งคณะผู้ ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมาย ยังคงยืนยันว่าสิ่งที่ทำมาถูกต้อง
"เป็นเรื่องดีที่ไปแจ้งความจะได้ไม่ต้องเล่นกันข้างนอก ซึ่งมันไม่สวยสดงดงาม ถ้าเป็นพระก็ เรียกว่าอาจารณะ ถ้าเป็นฆราวาสก็ถือว่าไม่งดงาม"นายวิษณุ กล่าว
บ่ายวันเดียวกัน นายทองก้อน พร้อมลูกศิษย์หลวงตามหาบัวและพระอีกประมาณ 10,000 รูป มา ชุมนุมกันที่วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยใช้รถบัสเป็นยานพาหนะกว่า 100 คัน มีพระราชญาณวิสิทธิ์ หรืออาจารย์ทอง เจ้าอาวาสวัดอโศการาม และพระเกจิอาจารย์ หลายรูป ต้อนรับ ทั้งหมดได้ร่วมประชุมกันในวิหารสุทธิธรรมรังสี
หลังแล้วเสร็จการประชุม จึงมีมติออกมาว่า การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนาย วิษณุ เครืองาม ขัดต่อกฎหมาย จารีตประเพณี ถือเป็นโมฆะ คณะสงฆ์ไทยไม่ยอมรับประกาศและมติ มหาเถรสมาคมดังกล่าว หากอธิกรณ์นี้มิได้ถูกระงับลงเหตุการณ์อาจลุกลามบานปลายถึงขั้นกระทำ การเป็น สังฆเภท ทำให้คณะสงฆ์แตกแยกกัน
หากมหาเถรสมาคมเห็นแก่พระธรรมวินัย ก็ให้ระงับการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระ สังฆราชของนายวิษณุ
คณะสงฆ์ไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทำนิคหกรรมแก่นายวิษณุ เครืองาม ประกอบด้วยโทษ 8 ประ การตาม " พระธรรมวินัย " นายวิษณุ เครืองาม สร้างความกระทบกระเท ือน แทรกแซงศาสนาอย่าง ใหญ่หลวง และที่ประชุมเห็นชอบให้นายทองก้อนนำมติดังกล่าวไป แจ้งต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป
ด้านนายทองก้อนให้สัมภาษณ์ว่านายวิษณุถือว่าเป็นคฤหัสถ์คนแรกที่ถูกคว่ำบาตรจากพระ ซึ่ง ถ้านายวิษณุรู้คงจะมาขอขมาต่อที่ประชุมสงฆ์แน่อน โดยมติดังกล่าวตนจะนำไปมอบให้นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นี้

พัลวัน 8/02/04 09:38:47 ข่าวจากสยามรัฐ

ศิษย์หลวงตาบัวฮึ่ม - 08/02/2547

http://www.siamrath.co.th/DetailHeadline.asp?ReviewID=58410&Col=1&DateR=08/02/2547

ศิษย์หลวงตาบัวฮึ่ม
ร่วมคว่ำบาตรวิษณุ

พระสงฆ์4ภาคนับหมื่นรูปนัดชุมนุมวัดอโศการามลงมติเอกฉันทน์นิคหกรรมร่วมคว่ำบาตร “วิษณุ” ระบุไม่ยอมรับประกาศตั้งผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชผิดกฎหมาย ชี้ทำให้สงฆ์เกิดการแตกแยก

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 7 ก.พ.2547 ได้มีคณะสงฆ์ฝ่ายคามวสีและอรัญวาสีจากจตุรทิศ รวมทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุต จำนวน 10,059 รูป ได้เดินทางไปยังวัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อร่วมประชุมเกี่ยวกับการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค.2547 ซึ่งถือ ว่าทำให้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อพระพุทธศาสนา

พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดได้เดินทางเข้าประชุม ณ วิหารสุทธิธรรมรังษี วัดอโศการาม โดยพระสงฆ์ที่มีพรรษาต่ำกว่า 10 ปีประชุมที่ชั้นล่าง ส่วนพระภิกษุสงฆ์ที่มีพรรษาสูงกว่า 10ปี ประชุมที่ชั้น2 ของวิหาร โดยมีเจ้าหน้าที่ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดตามจุดต่างๆ ทั่ววัดเพื่อให้ประชาชนที่มาร่วมประชุมได้ชมอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้คณะสงฆ์ทั้งหมด4ภาคได้ร่วมกันยกพระธรรมวินัยเป็นหลักในการพิจารณาว่า บรรพชิตพึงดำรงชีวิตอยู่ภายใต้พระธรรมวินัยเป็นสำคัญเป็นประการแรก และประการที่สองดำเนินรอยตามจารีตประเพณี โดยที่ประชุมคณะสงฆ์ไทยได้มีมติเป็นเอกฉันท์คือ 1.มีมติรับรองมติขั้นต้นที่ได้ประชุมกันที่วัดป่ากกสะทอนอ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2547 โดยสรุปว่าการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ของสมเด็จพระสังฆราชที่นายวิษณุ เครืองาม แต่งตั้งนั้น ขัดต่อกฏหมาย ถือเป็นโมฆะ คณะสงฆ์ไทยไม่ยอมรับประกาศและมติของมาเถรสมาคม ซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุการณ์บานปลายจนถึงขั้น “สังฆเภท” ได้ 2.หากมหาเถรสมาคมเห็นแก่พระธรรมวินัย ข้อวัตรปฏิบัติ จารีตประเพณี และกฏหมาย มหาเถรสมาคมควรทักท้วง และให้ระงับการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชโดยทันที แต่มหาเถรสมาคมกลับมีมติเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2547 อนุโมทนาการแต่งตั้งดังกล่าว ย่อมถือได้ว่ามหาเถรสมาคมได้ปฏิบัติขัดต่อพระธรรมวินัย เพราะไปรับรองสิ่งที่ขัดต่อ พระธรรมวินัยเป็นการส่งเสริมให้คฤหัสถ์เข้าแทรกแซง ก้าวก่ายล่วงล้ำในกิจการของสงฆ์เท่ากับเป็นการมุ่งทำลายพระธรรมวินัย

ดังนั้นจึงถือได้ว่าการกระทำของนายวิษณุ เครืองามนั้น เป็นการยุยงให้พระภิกษุสงฆ์แตกแยกกัน ถือว่าเป็นโทษ 8 ประการตามหลักพระธรรมวินัยว่าด้วยการลงนิคหกรรมแก่คฤหัสถ์ คณะสงฆ์ไทยจึงลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ทำนิคหกรรมประกาศคว่ำบาตรนายวิษณุ เครืองาม ด้วยการสวด “ญัตติทุติยกรรมวาจา” เช่น ในอดีตครั้งพุทธกาลที่สงฆ์ได้ทำนิคหะต่อวัฑลิจฉวี ดังปรากฏในพระไตรปิฏก เล่มที่7 พระวินัยปฏก เล่มที่ 7 จุลวรรคภาค2

หลังเสร็จสิ้นการประชุมได้มีการให้ตัวแทนพระจากภาคต่างๆ ได้ลงลายมือชื่อในเอกสาร “มติสังฆสามัคคีจากสงฆ์4ทิศ” เพื่อให้นายทองก้อน วงศ์สมุทรและคณะได้นำมติดังกล่าวไปแจ้งต่อนายกรัฐมนตรี โดยตัวแทนการประชุมได้กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงว่า หากพระภิกษุเห็นชอบด้วยกับมติดังกล่าวก็ขอให้สาธุพร้อมๆ กัน 3 ครั้ง หากไม่เห็นชอบด้วยก็ให้เงียบ ปรากฏว่ามีเสียงพระภิกษุ สาธุ เสียงดังพร้อมกันถึง 3 ครั้ง หลังจากนั้นได้ให้พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมสวดมนต์ก่อนที่จะแยกย้ายเดินทางกลับในแต่ละวัด

ด้านนายทองก้อน วงศ์สมุทร ตัวแทนฝ่ายฆราวาส กล่าวว่า ที่พระภิกษุสงฆ์ประมาณหมื่นกว่ารูปได้มารวมกันในครั้งนี้นั้น เ พื่อให้ธรรมวินัยจารีตประเพณีและกฏหมายเป็นหลักในการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องราวที่คุณวิษณุ เครืองามได้ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ว่าขัดต่อพระธรรมวินัยอย่างไรตลอดจนมหาเถรสมาคมที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัตของคุณวิษณุว่าผิดพระธรรมวินัยอย่างไร นอกจากนั้นแล้วยังเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินใดมาก่อนคือ การลงนิคหกรรมแก่คฤหัสถ์ที่ก้าวล่วงเกินพุทธบัญญัติของพระพุทธเจ้า ด้วยการคว่ำบาตร อย่างเป็นทางการและถูกต้องตามพระธรรมวินัย ซึ่งทางคุณวิษณุเมื่อทราบแล้วก็ต้องมาขอขมาต่อที่ประชุมสงฆ์ เพื่อจะสวดญัตติต่อคือ หงายบาตรขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นคฤหัสคนแรกในแผ่นดินสยามที่ถูกพระสงฆ์ลงมติคว่ำบาตรถูกต้องตามพระธรรมวินัย ถือว่าเป็นความรุนแรงที่สุดเท่าที่คณะสงฆ์พึงกระทำเท่าที่จะ
ทำได้ โดยตนจะนำมติของสงฆ์ที่ได้ประชุมกันในวันนี้ ไปยื่นต่อฯพณฯพ.ต.ต.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันจันทร์ที่ 9 ก.พ.2547 นี้เวลาประมาณ 12.00 น.เพื่อให้พิจารณามติของคณะสงฆ์ต่อไป
นายโจโจ้ 8/02/04 09:39:30 เห็นด้วยกับคุณพัลวันเรื่อง "ชาวพุทธเพียงเปลือกนอก" และขอบคุณในความเห็นครับ

แล้วก็เห็นความเอียงในข่าวจากแนวหน้าคือ ""ทองก้อน"เป็นแกนนำขนพระนับหมื่นรูปประชุมกันพร้อมมีมติคว่ำบาตรวิษณุ" นี่เอียงเห็นๆ พยายามเขียนให้กลายเป็นฆราวาสสั่งพระอีกแล้ว"  น่าจะขอแหล่งข่าวด้วย หรือว่ามาจากใคร? ความเห็นส่วนตัวของนักข่าว? คำสั่งจากใคร?
พัลวัน 8/02/04 09:47:41 ครับ นสพ. ก็มีพาดหัวข่าว โดยเอา "อคติ" คือ "ความลำเอียง" ผสมไปด้วย เป็นแกนนำสำหรับการเลือกใช้คำ และทำให้เกิด "อารมณ์" ในตัวผู้อ่าน ที่หากอ่านข่าวเอามันส์ ไม่ได้ใช้วิจารณญาณก่อน ก็ย่อมก่อให้เกิดความเห็นไปตามอารมณ์ของตน อันเกิดจาก "สำนวนหัวข่าว" ของ นสพ.นั้นๆ บุญกรรม-บาปกรรม ก็เกิดแต่ตัวผู้อ่านโดยไม่รู้ตัว ได้เหมือนกัน

เช้านี้มาไล่หาอ่านข่าวจาก นสพ.ทางอินเตอร์เน็ต ไถ่ถอนโทษที่ตัวเองไม่ได้ไปร่วมงานนี้ เพราะติดภารกิจสำคัญที่ไม่สามารถหาคนไปทำงานแทนได้ครับ

พยายามไล่หาข่าวให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ครับ ทำให้ทราบว่า นสพ.บางฉบับ ก็ไม่ลงข่าว บางฉบับก็ลงข่าวที่เขียนหัวข่าวให้หวือหวาจนปิดบังข้อเท็จจริงบางประการ
พัลวัน 8/02/04 09:48:46 ข่าวจาก ไทยโพสต์ ครับ

'ทองก้อน'ปลุกม็อบพระสู้ ยำ'วิษณุ'ก่อเหตุ'สังฆเภท'

http://www.thaipost.net/index.asp?bk=sunday&post_date=8/Feb/2547&news_id=83474&cat_id=110100

"ทองก้อน" นำม็อบพระกว่าหมื่นรูป อ้างเป็นมติคณะสงฆ์ไทยไม่ยอมรับประกาศ-มติมหาเถระ "วิษณุ" แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราชฯ เป็นโมฆะ-ขัดกฎหมาย-จารีตประเพณี


พร้อมทำนิคหกรรมรองนายกฯ โทษ 8 ประการ เตรียมนำมติยื่นนายกฯ 9 ก.พ.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ก.พ. นายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำศิษย์หลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน  พร้อมด้วยสานุศิษย์และพระสงฆ์จากจังหวัดต่างๆ เช่น อุดรธานี ฉะเชิงเทรา กำแพงเพชร ระยอง พังงา มหาสารคาม ฯลฯ จำนวน 10,359 รูป เดินทางโดยรถบัสโดยสารจำนวนกว่า  100  คัน  มาร่วมกันที่วัดอโศการาม  ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อคัดค้านการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชฯ  ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา   เนื่องจากเห็นว่ากระทบกระเทือนต่อพระพุทธศาสนา  โดยมีพระราชญาณวิสิทธิ์  หรืออาจารย์ทอง เจ้าอาวาสวัดอโศการาม และพระเกจิอาจารย์หลายรูปให้การต้อนรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   สานุศิษย์และพระสงฆ์ทั้งหมดได้ร่วมประชุมกันในวิหารสุทธิธรรมรังสีใช้เวลากว่า  3  ชั่วโมง จากนั้นที่ประชุมมีมติว่าการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ของนายวิษณุเป็นการขัดต่อกฎหมาย-จารีตประเพณี  ถือเป็นโมฆะ คณะสงฆ์ไทยไม่ยอมรับประกาศและมติมหาเถรสมาคมดังกล่าว

"หากอธิกรณ์นี้มิได้ถูกระงับลง เหตุการณ์อาจลุกลามบานปลายถึงขั้นกระทำการเป็นสังฆเภท  ทำให้คณะสงฆ์แตกแยก  หากมหาเถรสมาคมเห็นแก่พระธรรมวินัยก็ให้ระงับการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ของนายวิษณุ" มติระบุ

นอกจากนี้ คณะสงฆ์ไทยยังมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทำนิคหกรรมแก่นายวิษณุ  ประกอบด้วยโทษ 8 ประการตามพระธรรมวินัย เนื่องจากนายวิษณุสร้างความกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนา เป็นการแทรกแซงก้าวก่ายในกิจการของสงฆ์อย่างร้ายแรง  ใช้อำนาจโดยมิชอบ   บีบบังคับสงฆ์ทั่วสังฆมณฑลให้ยอมรับและถือปฏิบัติตามโดยมิคำนึงว่ าตนเป็นคฤหัสถ์   โดยที่ประชุมมีมติมอบหมายให้นายทองก้อนและคณะนำมติไปแจ้งต่อนายกฯ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องและพุทธบริษัท 4 ให้ได้รับทราบโดยทั่วกัน

นายทองก้อนกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อใช้พระธรรม-จารีตประเพณี และกฎหมายเป็นหลักในการพิจารณาเกี่ยวกับกรณีนายวิษณุแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชฯ ว่าขัดพระธรรมวินัย  ตลอดจนพระที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติของนายวิษณุในครั้งนี้ว่า ผิดพระธรรมวินัยอย่างไร

นอกจากนั้นยังเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาบนแผ่นดินไทยมาก่อน คือการลงนิคหกรรมแก่คฤหัสถ์ที่ก้าวล่วงเกินพุทธบัญญัติพระพุทธเจ้าด้วยการคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการถูกต้องตามพระวินัย

"เมื่อนายวิษณุทราบแล้วต้องมาขอขมาต่อที่ประชุมสงฆ์  ต้องสวดญัตติหงายบาตร เรียกว่าเป็นคฤหัสถ์คนแรกในแผ่นดินสยามที่ถูกคณะสงฆ์ลงมติคว่ำบาตรอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย" นายทองก้อนกล่าว และว่า หนังสือมตินี้จะนำไปยื่นต่อนายกฯ ในวันที่ 9 ก.พ.นี้

กอบ 8/02/04 10:40:28 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ลงข่าวหน่อยเดียว ไม่มีรูปด้วยครับ
คนกวน 8/02/04 10:54:35 อยากจะเรียนคุณแช่อิ่มครับว่า

ผมยืนยันที่จะไม่ออกความเห็นหรือตั้งข้อสงสัยใดๆอีกต่อไปกับเรื่องนี้ในกระทู้นี้ครับ  และประเด็นที่สงสัยก็เป็นประเด็นพื้นๆ ที่ไม่ใช่แง่กฎหมาย หรือเงื่อนเวลาครับ  แต่ยังยินดีที่จะได้สนทนากันในเรื่องอื่นครับ

ทั้ง  "เปลือก"   ทั้ง  "แคบ"  เลยนะครับ  คุณโจโจ้ คุณพัลวัน  ไม่เป็นไรครับ

กรรมใครก็กรรมมันตามที่คุณพูดนั้นแหละครับ  ถูกต้องแล้ว  สาธุครับ
เรื่องนี้ใหญ่และหนัก เกินกว่าความไม่รู้และไม่เข้าใจของผม  ก็ขอให้มันเกี่ยวข้องและผูกพันกันเฉพาะผู้รู้ที่รู้ลึกๆ เถิดครับ  

คนไกล 8/02/04 11:00:12 แต่ ท่านผู้เจริญทั้งหลาย

ไม่มียุคใดสมัยใด ที่คนของบ้านเมือง จาบจ้วงพระศาสนา จาบจ้วงพระอริยะสงฆ์เจ้าเท่าครั้งนี้

คอยดูฝนห่าใหญ่ที่จะตกล้างแผ่นดินในเร็ว ๆ นี้
คอยดูปาฏิหาริย์ที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
สาธุ

 
จากคุณ : ปางบุญ [ ตอบ: 05 ก.พ. 47 - 21:44 ] | กลุ่ม: สมาชิกลานธรรมถาวร | ตอบ: 16 | ฝากข้อความ | ip:202.183.181.23
นายโจโจ้ 8/02/04 11:11:30 เท่าที่เห็น มติชนรายงานข่าวตรงกว่า ส่วนในข่าวสด ยังมีการใช้คำว่า "ทองก้อนอ้าง"  ซึ่งการระบุว่า อ้าง โดยไม่ใช้คำว่า "กล่าว" แสดงให้เห็นจุดยืนของผู้รายงานข่าวอย่างชัดเจน คำว่าอ้างนี้ ภาพที่ปรากฏในหัวผู้อ่าน จะเป็นลบไปแล้ว และกิริยาของนายทองก้อนตามสภาพที่เกิดขึ้นจริง นายทองก้อนก็ทำได้เพียง "พูด" หรือ "กล่าว" ไม่ใช่ "อ้าง" อย่างที่ข่าวสดเขียน ดังนั้น นักข่าวจากข่าวสด จึงสร้างความบิดเบือนในข้อข่าวของตนเองไปแล้วหนึ่งชั้น จึงไม่ควรเรียกว่าข่าวสด ควรเรียกเป็นข่าวที่ประมวลแล้วมากกว่า

ถัดมา ไทยโพสต์ เขียนว่า ทองก้อนปลุกม็อบพระ นำม็อบพระ อันนี้ไม่ใช่ข่าวแล้วครับ เป็นความเห็นส่วนตัวอย่างชัดแจ้ง เพราะนายทองก้อนเป็นใคร จะไปสั่งพระทำอย่างนั้นอย่างนี้ นี่ก็ข่าวแปลงแล้วเหมือนกัน ฤาษีแปลงสารครับ คุณทองก้อนเองแกก็ต้องกราบพระ จะเอาอะไรไปสั่งพระ เขียนจนเหมือนคุณทองก้อนเป็นหัวโจกใหญ่ พระทั้งกลุ่มกลายเป็นพระการเมืองไปหมด ทำให้คนทั้งประเทศคิดยังไง นี่แหละครับ การจูงคน ลองคิดดูเองว่านักข่าวสำนักข่าวนี้เขามีความเป็นกลางขนาดไหน... ใครสั่งเขามาทำอย่างนี้?

สรุปเท่าที่เห็น แนวหน้า ข่าวสด และไทยโพสต์ ยังเสนอความเห็นส่วนตัวของนักข่าว ยังไม่ตรงไปตรงมาครับ ส่วนผู้จัดการ ไทยรัฐ และมติชน เขียนได้ตามความเป็นจริงครับ โดยเฉพาะไทยรัฐ ชัดเจนที่สุดเพราะแยกมติที่ประชุมสงฆ์ไว้อย่างชัดเจน แม้จะไม่มีจำนวนพระที่ไปร่วมการประชุมสงฆ์ในครั้งนี้

ใส่ไข่เข้าไปในข่าวเพียงคำเดียว ทำคนตกนรกกันทั้งบ้านทั้งเมือง

มีคนบอกว่า ดูท่าคนตกนรกเพราะหลวงตา จะมากกว่าคนขึ้นสวรรค์เพราะหลวงตา เท่าที่เห็น มาจากสื่อเอียงๆนี่เอง ไม่ใช่หลวงตาหรอกครับ ท่านพูดอะไรตรงไปตรงมาชัดเจนและหมายความตามนั้น ไม่เกินและไม่ขาด แต่สื่อเอียงๆเอามายำจนเละนี่เอง
นายโจโจ้ 8/02/04 11:18:33 ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เห็นบิดเบี้ยว ก็เพราะไม่มีความใส่ใจพอที่จะฟังความจากทั้งสองด้าน แต่ใช้วิธีเชื่อข่าวจากสื่อ(เอียงๆ) เชื่อสภาพที่ตนคิดเอาเอง จะมีสักกี่คนที่รู้จักตัวคุณทองก้อนจริงๆ จะมีสักกี่คนที่รู้จักนายวิษณุจริงๆ แทบทั้งหมด รับข่าวจากสื่อเอียงๆของเมืองไทยนี่แหละครับ

เหมือนปัจฉิมโอวาทก่อนละสังขารของหลวงปู่มั่นเลยครับ "คนโง่เขลาจะถูกจูงไปอย่างโคและกระบือ ผู้ฉลาดก็เหลือน้อย" สื่อนี่เองเป็นผู้จูง... และจนถึงเวลานี้ ผมเห็นว่า ไม่ใช่ว่าสื่อเขารับคำสั่งหรอกครับ แต่เป็นความเห็นส่วนตัวของนักข่าวที่ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติภาวนา จึงมีความเอียงจนไม่อาจสื่อความจริงให้ถึงผู้บริโภคข่าวจากสำนักพิมพ์เขา

เรียกว่า "สื่อสาร" เฉยๆ ไม่ได้แล้วเพราะที่สื่อออกไป ไม่ใช่สารเฉยๆ แต่เป็น สารที่แปลงแล้ว...
นายโจโจ้ 8/02/04 11:26:23 ขยายความสิ่งที่ผมเรียนชี้แจงไว้ก่อนหน้า ว่าการปฏิบัติเพียง ทานและศีล ยังไม่ถึงความรู้ ตื่น เบิกบาน ที่ผมเรียกว่า เป็นพุทธเพียงพื้นฐาน คือปฏิบัติตามเพียงพื้นฐานของการภาวนา ยังไม่ทำให้เกิดความรู้ตัว ที่ทำให้เกิดความตื่นและเบิกบานจากการพ้นทุกข์ได้

จะเรียกว่า ชาวพุทธเพียงเปลือก หรือเรียกว่าชาวพุทธเพียงพื้นฐาน เพราะเหตุว่าผมมองว่า ทานและศีล เป็นฐานของสมาธิ ที่จะนำมาใช้ในการภาวนาให้เกิดปัญญาครับ ถ้าปฏิบัติเพียงทานและศีล ก็ยังไม่ถึงความรู้ เมื่อยังไม่รู้ ก็ยังไม่ถึงความตื่น เมื่อยังไม่ตื่น ก็คือยังหลับ ยังฝัน ยังหลงอยู่ในความคิด และจะยังไม่ถึงความเบิกบานครับ
นายโจโจ้ 8/02/04 11:45:39 ขอนำข่าวจาก "ผู้จัดการ" มาลงไว้ด้วยครับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้หลายๆท่านครับ



วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547
 
พระสงฆ์นับหมื่นสวดคว่ำบาตรค้าน 'วิษณุ' ตั้งผู้แทนพระสังฆราช

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์

       พระสงฆ์นับหมื่นรูป ร่วมกันสวดคว่ำบาตร “วิษณุ เครืองาม” ไม่รับนิมนต์-บิณฑบาต พร้อมส่งมติคัดค้านการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ให้ “ทองก้อน” ส่งให้นายกฯ ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
     
      เมื่อเวลา 13.00 น.วานนี้ (7 ก.พ.) ที่วิหารสุทธิธรรมรังษี วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้มีพระสงฆ์จากทั่วประเทศ จำนวน 10,359 รูป เดินทางมาประชุมร่วมกันเกี่ยวกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ทีได้ประกาศแต่งตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากประกาศดังกล่าวนั้นทำให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งพระสังฆราช มีจำนวน 2 องค์ คือฝ่ายธรรมยุทธ 1 องค์ และฝ่ายมหานิกาย 1 องค์ ซึ่งการประชุมในวันนี้ มีพระญาณวิศิษฏ์ หรือ อาจารย์ทอง เจ้าอาวาสวัดอโศการาม เป็นประธานในพิธี
     
      ซึ่งที่พระสงฆ์ได้ร่วมกันประกอบพิธีสังฆกรรมและประชุม และมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่ยอมรับประกาศแต่งตั้งดังกล่าว จากนั้นพระสงฆ์ทั้งหมดก็ได้ร่วมกันสวดญัตติทุติยกรรม คว่ำบาตร นายวิษณุ คือจะไม่รับนิมนต์ หรือบิณฑบาต จากนายวิษณุ อีกด้วย
       
ด้านนายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำกลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญที่คัดค้านประกาศดังกล่าวมาโดยตลอด ได้มาร่วมงาน แต่ก็ปฏิเสธว่าการเดินทางมาของพระสงฆ์ในวันนี้ไม่เกี่ยวกับตน ซึ่งเป็นฆราวาสแต่อย่างใด ตนเพียงแต่มารับมติของพระสงฆ์ที่คัดค้านประกาศแต่งตั้งดังกล่าว แล้วส่งให้นายกรัฐมนตรีเท่านั้น
     
      “วันนี้พระท่านมาประชุมกัน เพื่อใช้ธรรมวินัย จารีตประเพณี และกฎหมาย เป็นหลักในการพิจารณา เกี่ยวกับเรื่องราวที่คุณวิษณุ ได้ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ว่าขัดพระธรรมวินัยอย่างไร ตลอดจนพระท ี่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติของคุณวิษณุในครั้งนี้ว่า ขัดพระธรรมวินัยอย่างไร และยังเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินไทย อีกก็คือ การลงนิคหกรรมแก่คฤหัสถ์ที่ก้าวล่วงเกินพุทธบัญญัติของพระพุทธเจ้า ด้วยการคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากคุณวิษณุ ทราบแล้วก็ขอให้มาขอขมาต่อที่ประชุมสงฆ์ ท่านจะสวดญัตติใหม่หงายบาตรขึ้น ส่วนหนังสือมตินี้ ผมจะนำไปยื่นให้ท่านนายกฯ ในวันจันทร์ที่ 9 ก.พ.นี้ เวลา 12.00 น.” นายทองก้อน กล่าว
       
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน ก็มีบรรดาฆราวาสก็ได้มีการจัดให้พุทธบริษัท ร่วมลงชื่อคัดค้านประกาศของนายวิษณุ และร่วมกันลงชื่อถอดถอนนายวิษณุ ออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ บรรดาฆราวาสยังได้ตั้งโรงทานเพื่อแจกจ่ายอาหารให้ประชาชนที่มาร่วมงานอีกด้วย
ตอม 8/02/04 11:57:40 คุณโจโจ้ครับผมว่าคุณตีความสิ่งที่ผมกำลังจะนำเสนอผิดไป  ผมกำลังจะตั้งข้อสังเกตุวิธีการแก้ไขปัญหา ในแบบที่ว่าเป็นชาวพุทธ ที่จริงๆแล้วปรัชญาหลักของพุทธถ้ายึด"ไตรสิกขา"ก็คือศิล(วินัย,รู้บทบาทหน้าที่),สมาธิ,(สัมมาสติ)ปัญญา(ใช้ความเป็นพุทธะคือผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน วิเคราะห์ด้วยสัมมาสติเพื่อใช้แก้ปัญหา  ด้วยปรัชญาสั้นนั้นคือ "ทำปัญหาให้เล็กลง" ด้วยวิธีการตามกระบวนการเบื้องต้น


แต่การใช้เลือดเขียน หนังสือ นั้นมันสื่อถึงอะไร?  และการตัดสินปัญหาแบบพุทธะด้วยการสะสมสรรพกำลัง(ล่ารายชื่อชุมนุนเคลื่อนไหว)  มันมีตรงไหน?แสดงถึงความมีปัญญา,สัมมาสติ ,อหิสาธรรมตามแบบของพุทธบริษัท    ทั้งที่มันมีหลายวิธีการที่เหมาะสมกว่าการปลุดระดม  ที่ดูแล้วขัดกับบทบาท หน้าที่ของสมณะสงฆ์  เช่นการทำหนังสือแดสงความคิดเห็นผ่านคณะบุคคลฆารวาสมา


เพราะประเด็นใครถูกความผิดนั้นมันมีอยู่นิดเดียว  ความจริงมันมีอยู่แต่ติดอยู่ที่เราจะยอมรับหรือปฎิเสธ ถ้าไม่ยอมรับความจริง,ปฎิเสธแล้วมันก็จะเข้ากรณีถูกผิดดีชั่วใครจะหาข้อแก้ตัวได้ดีกว่ากันเพราะถ้ามองกันที่มูลเหตุของปัญหามันน่าจะมาจากเจตนาที่จะให้มันออกมาดีทั้งสองฝ่ายที่มีเป้าหมายเดียวกัน  แม้วิธีการจะขัดแย้งกัน ที่อ้างว่ามันไม่ถูกต้องเพราะเราไปติดยึดกันที่รูปแบบหรือวิธีการกันมากเกินไปหรือเปล่า?


ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต๋ผมตำหนิวิธีการแก้ไขปัญหาที่อ้างกันว่าเป็นชาวพุทธที่เลือกวิธีแบ่งพวก(พวกมากลากไปตีกัน)  เพราะวิธีการแบบนั้นมันถูกใช้มาตั้งแต่สมัยมนุษย์ยังไม่มีวัฒนธรรมทำไปตามสัญชาตญานดิบของการต่อสู้ แต่นี้มันสมัยที่มนุษย์มีวัฒนธรรมมีพุทธะ(จิตที่พัตฯให้สูงกว่าสัญชาตญานแบบนั้น)


ความเห็นต่างความขัดแย้งมันมีและเป็นธรรมชาติของการรวมความต่างของอัดตา(เขียนถูกความหมายเดียวกับปิดตา)ในเสกลระดับประเทศจนมันเป็นอัตตาที่เป็นมิจฉาฐิทิ  แม้จะยืนอยู่บนความถุกต้องแต่ถ้าเลือกใช้วิธีการแสดงออกยืนยันความถุกต้องด้วยมิจฉา ผลรวมของกรรมนั้นมันก็คือมิจฉา แม้เจตนา จะยืยยันความถุกต้อง  ผมจึงตำหนิวิธีการนำเสนอนำเสนอความถูกต้องนั้น?  

ปัญญา,สัมมาสติเท่านั้นที่จะทำให้ปัญหามันเล็กลงได้ความถูกต้องความโปร่งไสก็จะต้องได้มาจากกระบวนการการทำปัยหาให้เล็กลงไม่ใช่ขยายแผลความขัดแย้ง จากการกดดันด้วยพวกมาก นั้นมันเป็นการเจตนาเตรียมการเพื่อใช้กำลัง ถ้าใช้สัญญาลักษณ์คือเลือด และกำลังคน(ร วบรวมสมัครพรรคพวก)

นายโจโจ้ 8/02/04 12:01:06 ผมเดินทางไปถึงวัดอโศการามเมื่อเวลาประมาณ 22 นาฬิกาเศษ หลงอยู่พักใหญ่ครับเพราะไม่เคยไป แถมยังกลางคืนอีก

ไปถึงก็ขับรถวนดู เพราะไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนกัน จนได้ไปเจอกลุ่มที่เขากำลังวุ่นๆกับเครื่องถ่ายเอกสาร นั่งอยู่แบบไม่รู้จะทำอะไรสักพัก จึงได้เข้าไปช่วยเขาจัดเตรียมเอกสาร ทำไปทำมา เช้าพอดี   อยู่ทั้งคืน คุณทองก้อนไม่ได้มาร่วมเลย คุณทองก้อนมาถึงตอนไหนผมยังไม่รู้เลย จนมีธุระ ต้องเดินทางกลับเข้าเมืองตอนบ่ายโมงก็ยังไม่ได้พบกับคุณทองก้อน

ถ้าคุณทองก้อนแกมีอำนาจขนาดปลุกม็อบพระได้ แกน่าจะต้องมาอยู่สั่งการอยู่ตั้งแต่กลางคืนแล้ว แต่ผมไม่เจอแกเลย... นักข่าวไทยโพสต์ไปเอาข้อมูลมาจากไหนว่าคุณทองก้อนปลุกม็อบพระ นำม็อบพระกันล่ะเนี่ย???   มั่วนิ่มรึเปล่า หรืออะไรกัน?

แล้วพระอย่างหลวงปู่ลี นี่น่ะหรือ ที่คุณทองก้อนจะปลุกได้? คนฉลาด ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ ต้องเป็นคนที่ไม่รู้จักหลวงปู่ลี หรือคนที่ตรงกับลักษณะในปัจฉิมโอวาทหลวงปู่มั่นเท่านั้น ถึงจะยอมให้นักข่าวไทยโพสต์จูงจมูกว่าคนอย่างคุณทองก้อนสามารถปลุกม็อบพระเอาได้
นายโจโจ้ 8/02/04 12:03:41 เลือกทำสิ่งที่คุณเห็นชอบไปเลยครับคุณตอม ผมไม่มีอะไรจะชี้แจงเพิ่มแล้วครับ คุณเลือกได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยู่เฉยๆ หรือสนับสนุนพระวินัย หรือสนับสนุนการผิดต่อพระวินัย
ตอม 8/02/04 12:32:11 ผมยอมรับว่าผมตำหนิกรณีนายทองก้อน และวิธีนำเสนอความไม่เห็นด้วย ในภาพที่จะนำไปสู่ความรุนแรง  และมีหลายกรณีปัญหาที่ถูกชงผ่านบุคคลคนนี้   เช่นป่วนการรวมบัญชีตั้งแต่สมัยชวนจนทำให้การแก้ไขปัญหาของชาติทั้งระบบต้องหยุดชงัก  ด้วยเรื่องเล็กๆ ความระแวงน้อยๆแต่สร้างปัญหาระดับนโยบายของประเทศ  ด้วยการสร้างเงื่อนไขของความระแวงผลคือผลเสียหายจากความล่าช้าไม่ทันการณ์ต่อเอ็นพีแอลทั้งระบบ


นั้นคือจุดเริ่มของการสร้างประเด็นความขัดแย้งต่างๆที่จะตามมา
แม้เรื่องนี้จะมีประเด็นในส่วนของความไม่น่าจะถูกต้องจากฝ่ายของรัฐฯ
แต่ต้องไปถามกลับกันที่เจตนา  ผมยังเห็นว่าถ้ามันเป็นความผิดผลาดที่รูปแบบวิธีการ แม้วิบากกรรมมันจะส่งผลในทางอุบัติกรรม(ความไม่ตั้งใจ) แต่ผมยังให้น้ำหนักที่เรื่องเจตนา  ความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาในภาพรวม



ดังนั้นในเมื่อมันมีสื่อสัญญาน  ของความน่าจะเข้าใจเพราะมีเป้าหมายเดียวกันอยู่ตรงนั้นทำไมไม่รีบหยุดปัญหาด้วยการเร่งสร้างความชัดเจนความเข้าใจไม่ให้มีการขยายวงกระเพื่อมของอุบัติกรรมครั้งนี้เพื่อทำปัญหาให้เล็กลงไม่ใช่ขยายปัญหาด้วยการส่งผ่านวิธีนำเสนอความไม่เห็นด้วยผ่านนายทองก้อน ที่มีความเป็นเฉพาะตัวในการขายผลในทางความขัดแย้ง  ขยายปัญหาที่ผมไม่ค่อยจะเห็นว่านั้นเป็นวิธีแก้ไขปัญหาแบบชาวพุทธและที่สำคัญพุทธน่าจะน่าจะมีสถาวะ"สัมบูรณ์" แต่เรียบง่าย ไม่ติดยึดรูปแบบวิธีการมากนักที่จะไปเอาชนะคะคานกันที่เปลือกนอกตรงนั้น
มนตรี สว่างศรี 8/02/04 12:40:25 อ้างอิง (นายโจโจ้ @ 04 ก.พ. 47 - 17:38)
ขอย้ำสักหน่อย เห็นอะไรกันบ้างไหมครับ? คุณลานโพธิ์ ช่วยอ่านความเห็นที่ 227 สักสองรอบได้ไหมครับ

----------------------------
เคยไปถามเรื่องภาวนากับพระเถระผู้ใหญ่ที่วัดชลประทานฯ

ท่านตอบว่า "ไม่ว่างไม่มีเวลาสอน"

ถ้าพระไม่สอนภาวนา แล้วเราจะตักบาตรอีกทำไมหนอ......
----------------------------ก็ท่านบรรลุสัจจธรรม  โดยไม่ต้องภาวนาไงครับ แล้วจะสอนเราได้อย่างไร
(นายโจโจ้ @ 04 ก.พ. 47 - 17:38)


[COLOR=blue]  ก็ท่านบรรลุสัจจธรรมโดยไม่ต้องภาวนา แล้วจะสอนภาวนาได้ไงครับ
นายโจโจ้ 8/02/04 12:47:31 ถ้ามีคนที่บรรลุอริยสัจจ์โดยไม่ต้องภาวนาได้ ก็ไม่ใช่พุทธบริษัทครับ เพราะพระศาสดาสอนเรื่องการภาวนา

ผู้ที่ระบุว่ามีการบรรลุอริยสัจจ์โดยไม่ต้องภาวนา ก็ชี้ชัดว่า ไม่รู้จักการภาวนาครับ เมื่อไม่รู้จักการภาวนา ก็ย่อมไม่เข้าใจว่าการภาวนานั้น ทำให้เกิดความรู้อันนำไปสู่ความเบิกบานจากการตื่นได้อย่างไร
นายโจโจ้ 8/02/04 12:50:16 กิจของพุทธบริษัทต่ออริยสัจจ์คือ ทุกข์ให้รู้ สมุทัยให้ละ นิโรธให้ทำให้แจ้ง มรรคให้เจริญ และทางสายเอกในศาสนาพุทธก็คือ สัมมาสติ อันแยกเป็นสมถะและวิปัสสนากรรมฐานเพื่อพิจารณากาย เวทนา จิตและธรรมอันเรียกรวมลงเป็นคำเดียวคือ ภาวนา

ถ้าไม่ภาวนา ก็ไม่ใช่ศาสนาพุทธ และไม่มีทางถึงอริยสัจจ์ได้ครับ
ไชยบูลย์ ณ จ๊ะ 8/02/04 12:53:55 คุณโจโจ้ ไปที่นี่ด่วน มีของดีให้ชมเยอะเลย

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.asp?NewsID=4756198555826

นายโจโจ้ 8/02/04 01:19:14 ผมไปอ่านที่นั่นเกือบทุกวันครับ ที่ไม่พยายามเสนอความเห็นในที่นั้น เพราะบุคคลที่แวะเวียนไปที่นั่น น้อยคนที่จะมีความสนใจในกรอบเดียวกันครับ

เช่นเดียวกัน ถ้าผมเข้าไปแสดงความเห็นเป็นลบต่อมหาโชว์ในวัดราชาธิวาส คงมีคนได้เห็นฆราวาสถูกพระจับโยนออกมานอกวัดแหละครับ ฮ่าๆๆ คงไม่ง่าย ที่เขาจะเห็นด้วยกับผม เอ๊ะ หรือว่าเห็นด้วย แต่ไม่กล้าทำอะไร??  
นายโจโจ้ 8/02/04 01:28:58 สำหรับคุณมนตรี สว่างศรีครับ

                 ว่าด้วยกายภาวนาและจิตตภาวนา
     [๔๐๘] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ดูกรอัคคิเวสสนะ จิตตภาวนาท่านได้ฟังมาแล้ว
อย่างไร?
     สัจจกนิครนถ์ อันพระผู้มีพระภาคตรัสถามในจิตตภาวนา ไม่อาจทูลบอกได้.
     ขณะนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสกะสัจจกนิครนถ์ดังนี้ว่า ดูกรอัคคิเวสสนะ กายภาวนา
ก่อนนั้นท่านเจริญแล้ว  แม้กายภาวนานั้น ไม่ประกอบด้วยธรรมในอริยวินัย ท่านยังไม่รู้จักแม้
กายภาวนา จักรู้จักจิตตภาวนาแต่ไหน ดูกรอัคคิเวสสนะ บุคคลที่มีกายมิได้อบรมแล้ว มีจิตมิได้
อบรมแล้ว และที่มีกายอบรมแล้ว มีจิตอบรมแล้ว เป็นได้ด้วยเหตุอย่างไร ท่านจงฟังเหตุนั้นเถิด
จงทำไว้ในใจให้ดี เราจักกล่าว.
     สัจจกนิครนถ์ ทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว.
     [๔๐๙] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอัคคิเวสสนะ ก็บุคคลที่มีกายมิได้อบรม มีจิตมิได้
อบรม เป็นอย่างไร? ดูกรอัคคิเวสสนะ ปุถุชนในโลกนี้ ผู้มิได้สดับ มีสุขเวทนาเกิดขึ้น เขาถูก
สุขเวทนากระทบเข้าแล้ว มีความยินดีนักในสุขเวทนา และถึงความเป็นผู้ยินดีนักในสุขเวทนา
สุขเวทนาของเขานั้นย่อมดับไปเพราะสุขเวทนาดับ ก็มีทุกขเวทนาเกิดขึ้น เขาถูกทุกขเวทนากระทบ
เข้าแล้ว ก็เศร้าโศก ลำบากใจ รำพัน คร่ำครวญ ตบอก ถึงความหลงไหล แม้สุขเวทนานั้น
เกิดขึ้นแก่เขาแล้ว ก็ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่มิได้อบรมกาย แม้ทุกขเวทนาเกิดขึ้นแล้ว
ก็ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่มิได้อบรมจิต ดูกรอัคคิเวสสนะ แม้สุขเวทนาเกิดขึ้นแก่ปุถุชนคน
ใดคนหนึ่ง ก็ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่มิได้อบรมกาย แม้ทุกขเวทนาเกิดขึ้น ก็ครอบงำจิต
ตั้งอยู่ เพราะเหตุที่มิได้อบรมจิตทั้งสองอย่างดังนี้ ดูกรอัคคิเวสสนะ บุคคลที่มีกายมิได้อบรม
มีจิตมิได้อบรม เป็นอย่างนี้แหละ.
     ดูกรอัคคิเวสสนะ ก็บุคคลที่มีกายอบรมแล้ว มีจิตอบรมแล้วเป็นอย่างไร? ดูกรอัคคิ
เวสสนะ อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ผู้ได้สดับ มีสุขเวทนาเกิดขึ้น เขาถูกสุขเวทนากระทบเข้า
แล้ว ไม่มีความยินดีนักในสุขเวทนา และไม่ถึงความเป็นผู้ยินดีนักในสุขเวทนา สุขเวทนาของ
เขานั้นย่อมดับไป เพราะสุขเวทนาดับ ก็มีทุกขเวทนาเกิดขึ้น เขาถูกทุกขเวทนากระทบเข้าแล้ว
ก็ไม่เศร้าโศก ไม่ลำบากใจ ไม่รำพัน คร่ำครวญ ตบอก ไม่ถึงความหลงไหล แม้สุขเวทนานั้น
เกิดขึ้นแก่อริยสาวกแล้ว ก็ไม่ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่ได้อบรมกาย แม้ทุกขเวทนาเกิดขึ้น
ก็ไม่ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่ได้อบรมจิต ดูกรอัคคิเวสสนะ แม้สุขเวทนาเกิดขึ้นแก่อริย
สาวกผู้ใดผู้หนึ่ง ก็ไม่ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่ได้อบรมกาย แม้ทุกขเวทนาเกิดขึ้นก็ไม่
ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่ได้อบรมจิตทั้งสองอย่างนี้ ดังนี้ ดูกรอัคคิเวสสนะ บุคคลที่มีกาย
อบรมแล้ว มีจิตอบรมแล้วเป็นอย่างนี้แหละ.
     สัจจกนิครนถ์ทูลว่า เมื่อเป็นอย่างนี้ ข้าพเจ้าเลื่อมใสต่อพระโคดม เพราะพระโคดม
มีกายอบรมแล้ว มีจิตอบรมแล้ว.

    ทรงชี้แจงเรื่องเวทนา
     [๔๑๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอัคคิเวสสนะ วาจานี้ท่านนำมาพูดเทียบกับเราโดยแท้
แต่ว่าเราจะบอกแก่ท่าน ดูกรอัคคิเวสสนะ เมื่อใดแลเราปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์
ออกบวชเป็นบรรพชิต เมื่อนั้นจิตของเรานั้นถูกสุขเวทนาที่เกิดขึ้นครอบงำตั้งอยู่ หรือถูกสุขเวทนา
ที่เกิดขึ้นครอบงำตั้งอยู่ ข้อนี้ไม่เป็นฐานะที่จะมีได้เลย.
    ส. สุขเวทนาอันเกิดขึ้นที่พอจะครอบงำจิตตั้งอยู่ หรือทุกขเวทนาอันเกิดขึ้นที่พอจะ
ครอบงำจิตตั้งอยู่ เวทนาเช่นนั้นย่อมไม่เกิดขึ้นแก่พระโคดมผู้เจริญโดยแท้.
     [๔๑๑] พ. ดูกรอัคคิเวสสนะ ทำไมเวทนาทั้ง ๒ นั้น จะไม่พึงมีแก่เรา ดูกรอัคคิเวสสนะ
เราจะเล่าให้ฟัง เมื่อเรายังเป็นโพธิสัตว์ ยังมิได้ตรัสรู้ ก่อนตรัสรู้ ได้มีความดำริดังนี้ว่า ฆราวาส
เป็นที่คับแคบ เป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาเป็นช่องว่าง การที่เราอยู่ครองเรือน จะประพฤติ
พรหมจรรย์ให้บริบูรณ์ ให้บริสุทธิ์ดุจสังข์ที่เขาขัดแล้ว ไม่ใช่ทำได้ง่าย ถ้ากระไร เราพึงปลงผม
และหนวด นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ออกบวชเป็นบรรพชิต สมัยต่อมา เรากำลังเป็นหนุ่ม
มีเกศาดำสนิทยังหนุ่มแน่น ตั้งอยู่ในปฐมวัย เมื่อพระมารดาและพระบิดาไม่ปรารถนาจะให้บวช
มีพระพักตร์อาบด้วยน้ำพระเนตร ทรงกันแสงอยู่ ได้ปลงผมและหนวดแล้ว นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์
ออกบวชเป็นบรรพชิต. เมื่อบวชแล้ว ก็เสาะหาว่า อะไรเป็นกุศล เมื่อแสวงหาทางอันสงบ
อย่างประเสริฐเยี่ยม จึงเข้าไปถึงสำนักท่านอาฬารดาบสกาลามโคตร แล้วกล่าวกะอาฬารดาบส
ดังนี้ว่า ท่านกาลามะ ข้าพเจ้าปรารถนาจะประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมวินัยนี้. เมื่อเรากล่าวอย่างนี้
แล้ว ท่านอาฬารดาบส กาลามโคตร จึงกล่าวกะเราว่า เชิญท่านอยู่เถิด ธรรมที่วิญญูชนพึง
บรรลุอยู่ เพราะทำให้แจ้งด้วยความรู้ยิ่งเอง ตามแบบอาจารย์ของตน ต่อกาลไม่นานนี้ ก็เ ช่นเดียว
กัน. เราก็ศึกษาธรรมนั้นเร็วไว มิได้ช้า. ชั่วขณะหุบปากเจรจาปราศรัยเท่านั้น ก็กล่าวได้ซึ่งญาณ
วาทและเถรวาท และทั้งเราทั้งผู้อื่นก็ทราบชัดว่า เรารู้เราเห็น. เราจึงดำริต่อไปว่า ท่านอาฬารดาบส
กาลามโคตร ไม่บอกธรรมนี้ว่า เราทำให้แจ้ง ด้วยความรู้ยิ่งเองแล้วเข้าถึงอยู่ ด้วยเหตุสักว่า
ความเชื่ออย่างเดียว โดยที่แท้ ทานอาฬารดาบส กาลามโคตร ก็รู้เห็นธรรมนี้อยู่. ครั้งนั้น
เราเข้าไปหาท่านอาฬารดาบส กาลามโคตรแล้วถามว่า ท่านกาลามะ ท่านทำให้แจ้งซึ่งธรรมนี้
ด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วจึงบอกด้วยเหตุเท่าไร? เมื่อเราถามอย่างนี้แล้ว ท่านอาฬารดาบสก็
บอกสมาบัติชั้นอากิญจัญญาตนะ. เราจึงดำริว่า มิใช่มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา
แต่ท่านอาฬารดาบส กาลามโคตร เท่านั้น แม้เราก็มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา
เหมือนกัน ถ้ากระไร เราพึงพากเพียรเพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ท่านอาฬารดาบส กาลามโคตร
บอกว่า เราทำให้แจ้งด้วยความรู้ยิ่งเอง แล้วเข้าถึงอยู่. เราก็ทำให้แจ้งซึ่งธรรมนั้นด้วยความรู้ยิ่งเอง
เข้าถึงอยู่เร็วไว มิได้เนิ่นช้า. ครั้งนั้นเราเข้าไปหาท่านอาฬารดาบสกาลามโคตรแล้ว ถามว่า ท่าน
กาลามะ ท่านทำให้แจ้งซึ่งธรรมนี้ด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วจึงบอก ด้วยเหตุเท่านี้หรือ?
     ท่านอาฬารดาบสก็บอกว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ เราทำให้แจ้งซึ่งธรรมนี้ด้วยความรู้ยิ่งเอง
บรรลุแล้วจึงบอก ด้วยเหตุเท่านี้แหละ. เราจึงบอกว่า ดูกรท่านผู้มีอายุแม้ข้าพเจ้าก็ทำให้แจ้งซึ่ง
ธรรมนี้ด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วอยู่ ด้วยเหตุเท่านี้.
     ท่านอาฬารดาบสกล่าวว่า ดูกรผู้มีอายุ เป็นลาภของพวกเรา พวกเราได้ดีแล้ว ที่ได้เห็น
สพรหมจารีเช่นท่าน เราทำให้แจ้งซึ่งธรรมใด ด้วยความรู้ยิ่งเองบรรลุแล้วจึงบอกได้ ท่านก็ทำให้
แจ้งซึ่งธรรมนั้นด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วอยู่ท่านทำให้แจ้งซึ่งธรรมใดด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุ
แล้วอยู่ เราก็ทำให้แจ้งซึ่งธรรมนั้นด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วจึงบอก ด้วยประการดังนี้ เรารู้
ธรรมใด ท่านก็รู้ธรรมนั้น ท่านรู้ธรรมใด เราก็รู้ธรรมนั้น เป็นอันว่าเราเช่นใด ท่านก็รู้เช่นนั้น
ท่านเช่นใด เราก็เช่นนั้น ด้วยประการดังนี้ มาเถิด บัดนี้ เราทั้งสองจะอยู่ร่วมกันปกครอง
คณะนี้. ดูกรอัคคิเวสสนะ ท่านอาฬารดาบส กาลามโคตร ทั้งที่เป็นอาจารย์เรา ก็ยกย่องเราผู้
เป็นศิษย์เสมอด้วยตนด้วย บูชาเราด้วยการบูชาอย ่างดีด้วย. เราจึงมีความแน่ใจว่า ธรรมนี้ไม่เป็น
ไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้พร้อม เพื่อนิพพาน เพียงแต่เป็นไปเพื่อความเข้าถึงอากิญจัญญายตนภพเท่านั้น.
เราไม่พอใจธรรมนั้นระอาธรรมนั้น จึงหลีกไป.
     [๔๑๒] ดูกรอัคคิเวสสนะ เราเสาะหาว่า อะไรเป็นกุศล เมื่อแสวงหาทางอันสงบ
อย่างประเสริฐเยี่ยม จึงเข้าไปถึงสำนักท่านอุททกดาบส รามบุตรแล้วกล่าวว่า ท่านรามะ ข้าพเจ้า
ปรารถนาจะประพฤติพรหมจรรย์ในธรรมวินัยนี้. เมื่อกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านอุททกดาบส รามบุตร
จึงกล่าวกะเราว่า เชิญท่านอยู่เถิด ธรรมที่วิญญูชนพึงบรรลุเพราะทำให้แจ้งด้วยความรู้ยิ่งเอง ตาม
แบบอาจารย์ของตนอยู่ต่อกาลไม่นาน นี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน. เราก็ศึกษาธรรมนั้นเร็วไวมิได้ช้า.
ชั่วขณะหุบปากเจรจาปราศรัยเท่านั้น ก็กล่าวได้ซึ่งญาณวาท และเถรวาท และทั้งเรา ทั้งผู้อื่นก็
ทราบชัดว่า เรารู้เราเห็น. เราจึงดำริต่อไปว่า ท่านรามะไม่บอกว่า ธรรมนี้เราทำให้แจ้งด้วยความรู้
ยิ่งเอง แล้วเข้าถึงอยู่ ด้วยเหตุสักว่าความเชื่ออย่างเดียว โดยที่แท้ ท่านรามะก็รู้เห็นธรรมนี้อยู่.
     ครั้งนั้น เราเข้าไปหาท่านอุททกดาบส รามบุตร แล้วถามว่า ท่านรามะ ท่านทำให้แจ้ง
ซึ่งธรรมนี้ด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วจึงบอก ด้วยเหตุเท่าไร? เมื่อเราถามอย่างนี้แล้ว ท่าน
อุททกดาบส รามบุตร ก็บอกสมาบัติชั้นแนวสัญญานาสัญญายตนะ. เราจึงดำริว่า มิใช่มีศรัทธา
วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา แต่ท่านรามะเท่านั้น แม้เราก็มีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และ
ปัญญาเหมือนกัน ถ้ากระไร เราจึงพากเพียร เพื่อทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ท่านรามะบอกว่า เราทำให้แจ้ง
ด้วยความรู้ยิ่งแล้วเข้าถึงอยู่. เราก็ทำให้แจ้งซึ่งธรรมนั้นด้วยความรู้ยิ่งเองเข้าถึงอยู่เร็วไวมิได้
เนิ่นช้า.
     ครั้งนั้น เราเข้าไปหาอุททกดาบส รามบุตร แล้วถามว่า ท่านรามะ ท่านทำให้แจ้งซึ่ง
ธรรมนั้นด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วจึงบอก ด้วยเหตุเท่าไร? ท่านอุททกดาบสก็บอกว่า ดูกร
ท่านผู้มีอายุ เราทำให้แจ้งซึ่งธรรมนี้ด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วจึงบอก ด้วยเหตุเท่านี้แหละ.
เราก็บอกว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ แม้ข้าพเจ้าก็ทำให้แจ้งซึ่งธรรมนี้ด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้ว ด้วย
เหตุเท่านี้.
     ท่านอุททกดาบสกล่าวว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ เป็นลาภของพวกเรา พวกเราได้ดีแล้ว ที่ได ้
เห็นสพรหมจารีเช่นท่าน เราทำให้แจ้งซึ่งธรรมใดด้วยความรู้ยิ่งเองบรรลุแล้วจึงบอก ท่านก็ทำให้
แจ้งซึ่งธรรมนั้น ด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วอยู่ ท่านทำให้แจ้งซึ่งธรรมใด ด้วยความรู้ยิ่งเอง
บรรลุแล้วอยู่ เราก็ทำให้แจ้งซึ่งธรรมนั้นด้วยความรู้ยิ่งเอง บรรลุแล้วจึงบอก ด้วยประการดังนี้
เรารู้ธรรมใด ท่านก็รู้ธรรมนั้น ท่านรู้ธรรมใด เราก็รู้ธรรมนั้น เป็นอันว่า เราเช่นใด ท่านก็เช่นนั้น
ท่านเช่นใด เราก็เช่นนั้น ด้วยประการดังนี้ มาเถิด บัดนี้ เราทั้ง ๒ จะอยู่ร่วมกันปกครองคณะนี้
ดูกรอัคคิเวสสนะ ท่านอุททกดาบส รวมบุตรทั้งที่เป็นอาจารย์เรา ก็ยกย่องเราผู้เป็นศิษย์เสมอ
ด้วยตนด้วย บูชาเราด้วยการบูชาอย่างดีด้วย. เราจึงมีความแน่ใจว่า ธรรม (สมาบัติ ๘) นี้ ไม่
เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้พร้อม เพื่อนิพพาน เพียงแต่เป็นไปเพื่อความเข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนภพ
เท่านั้น. เราไม่พอใจธรรมนั้น ระอาธรรมนั้น จึงได้หลีกไป.
     [๔๑๓] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรานั้นแล เสาะหาว่าอะไรเป็นกุศล เมื่อแสวงหาทางอันสงบ
อย่างประเสริฐเยี่ยม จึงเที่ยวจาริกไปในมคธชนบท โดยลำดับ ก็ลุถึงตำบลอุรุเวลาเสนานิคม
ได้เห็นภูมิภาคที่น่ารื่นรมย์ แนวป่าเขียวสดเป็นที่เบิกบานใจ แม่น้ำไหล มีน้ำใสสะอาด มีท่าน้ำ
สะอาดดี น่ารื่นรมย์ โคจรคามก็ตั้งอยู่โดยรอบ จึงดำริว่า ภูมิภาคน่ารื่นรมย์ แนวป่าเขียวสด
เป็นที่เบิกบานใจ แม่น้ำไหล มีน้ำใสสะอาด มีท่าน้ำสะอาดดี น่ารื่นรมย์ โคจรคามก็ตั้งอยู่โดย
รอบ สถานที่เช่นนี้ เป็นที่สมควรบำเพ็ญเพียรแห่งกุลบุตรผู้ต้องการจะบำเพ็ญเพียร จึงนั่งลง
ณ ที่นั้น ด้วยคิดว่า ที่นี้เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร.

                        อุปมา ๓ ข้อ
     [๔๑๔] ดูกรอัคคิเวสสนะ ครั้งนั้น อุปมา ๓ ข้อ อันน่าอัศจรรย์ยิ่งนักเราไม่เคยได้ยิน
มาในกาลก่อน มาปรากฏแจ่มแจ้งแก่เรา.
     อุปมาข้อ ๑ ว่า เปรียบเหมือนไม้สดมียางที่เขาวางไว้ในน้ำ. บุรุษถือเอาไม้สีไฟมาสีเข้า
ด้วยหวังว่า เราจักให้ไฟเกิดปรากฏขึ้น. ดูกรอัคคิเวสสนะ ท่านจะสำคัญความนั้นเป็นไฉน บุรุษ
นั้นเอาไม้สีไฟสีลงที่ไม้สดมียางที่เขาวางไว้ในน้ำ พึงให้ไฟเกิดปรากฏขึ้นได้บ้างหรือหนอ?
     สัจจกนิครนถ์ทูลว่า ข้อนี้เป็นไปไม่ได้เลย พระโคดมผู้เจริญ นั่นเป็นเพราะอะไร เป็น
เพราะไม้สดนั ้นมียางทั้งเขาวางไว้ในน้ำ บุรุษนั้นก็มีแต่ความเหน็ดเหนื่อยลำบากเปล่า.
     พ. ดูกรอัคคิเวสสนะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง
ยังไม่หลีกออกจากกามด้วยกาย ยังมีความพอใจ ความรักใคร่ ความหลง ความกระหาย และ
ความกระวนกระวายเพราะกาม ในกามทั้งหลายยังมิได้ละ และมิได้ระงับคืนเสียด้วยดีในภายใน.
สมณะหรือพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น แม้เสวยทุกขเวทนาที่กล้า หยาบ เผ็ดร้อน อันเกิดขึ้นเพราะ
ความเพียรก็ดี หรือไม่ได้เสวยทุกขเวทนาเช่นนั้นก็ดี ก็เป็นผู้ไม่ควรเพื่อรู้ เพื่อเห็น เพื่อความ
ตรัสรู้ดีอันประเสริฐ. นี้แลอุปมาข้อที่ ๑ อันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เราไม่เคยฟังมาในกาลก่อน มาปรากฏ
แจ่มแจ้งแล้วแก่เรา.
     [๔๑๕] อุปมาข้อที่ ๒ ว่า เปรียบเหมือนไม้สดมียางที่เขาวางไว้บนบกห่างจากน้ำ. บุรุษ
ถือเอาไม้สีไฟมาสีเข้าด้วยหวังว่า เราจักให้ไฟเกิดปรากฏขึ้น. ดูกรอัคคิเวสสนะ ท่านจะสำคัญ
ความนั้นเป็นไฉน บุรุษนั้นเอาไม้สีไฟสีลงที่ไม้สดมียางที่เขาวางไว้บนบกห่างจากน้ำ พึงให้ไฟเกิด
ปรากฏขึ้นได้บ้างหรือหนอ?
    สัจจกนิครนถ์ทูลว่า ข้อนี้เป็นไปไม่ได้เลย พระโคดมผู้เจริญ นั่นเป็นเพราะอะไร เป็น
เพราะไม้สดอันมียาง ถึงเขาวางไว้บนบกห่างจากน้ำ บุรุษนั้นก็มีแต่ความเหน็ดเหนื่อยลำบากเปล่า.
     พ. ดูกรอัคคิเวสสนะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใด เหล่าหนึ่ง
แม้หลีกออกจากกามด้วยกายแล้ว แต่ยังมีความพอใจ ความรักใคร่ ความหลง ความกระหาย
และความกระวนกระวายเพราะกาม ในกามทั้งหลายยังมิได้ละ และมิได้ระงับคืนเสียด้วยดีภายใน.
สมณะหรือพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น แม้เสวยทุกขเวทนาที่กล้า หยาบ เผ็ดร้อน อันเกิดขึ้นเพราะ
ความเพียรก็ดี หรือไม่ได้เสวยทุกขเวทนาเช่นนั้นก็ดี ก็เป็นผู้ไม่ควรเพื่อรู้ เพื่อเห็น เพื่อความ
ตรัสรู้ดีอันประเสริฐ. นี้แลอุปมาข้อที่ ๒ อันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ที่เราไม่เคยฟังมาในกาลก่อน
มาปรากฏแจ่มแจ้งแล้วแก่เรา.
     [๔๑๖] อุปมาข้อที่ ๓ อื่นอีกว่า เปรียบเหมือนไม้อันแห้งสนิทที่เขาวางไว้บนบกห่างจาก
น้ำ. บุรุษถือเอาไม้สีไฟมาสีเข้าด้วยหวังว่า เราจักให้ไฟเกิดปรากฏขึ้น. ดูกรอัคคิเวสสนะ ท่าน
จะสำคัญความนั้นเป็นไฉน บุรุษนั้นเอาไม้สีไฟสีลงที่ไม้อันแห้งสนิทที่เขาวางไว้บนบกห่างจากน้ำ
พึงให้ไฟเกิดปรากฏขึ้นได้บ้างหรือหนอ?
     สัจจกนิครนถ์ทูลว่า เป็นอย่างนั้น พระโคดมผู้เจริญ นั่นเป็น เพราะอะไร เป็นเพราะไม้
แห้งสนิท ทั้งเขาวางไว้บนบกห่างจากน้ำ.
     ดูกรอัคคิเวสสนะ ฉันนั้นเหมือนกันแล สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใด เหล่าหนึ่ง หลีก
ออกจากกามด้วยกายแล้ว ทั้งละและระงับความพอใจ ความรักใคร่ ความหลง ความระหาย
และความกระวนกระวายเพราะกาม ในกามทั้งหลายเสียด้วยดีในภายในแล้ว. สมณะหรือพราหมณ์
ผู้เจริญเหล่านั้น แม้เสวยทุกขเวทนาที่กล้า หยาบ เผ็ดร้อน อันเกิดขึ้นเพราะความเพียรก็ดี
หรือไม่ได้เสวยทุกขเวทนาเช่นนั้นก็ดี ก็เป็นรู้ควรเพื่อผู้ เพื่อเห็น และเพื่อความตรัสรู้ดีอันประ
เสริฐ. นี้แลอุปมาข้อที่ ๓ อันน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เราไม่เคยฟังมาในกาลก่อนมาปรากฏแจ่มแจ้งแล้ว
แก่เรา. อุปมาทั้ง ๓ ข้ออันไม่น่าอัศจรรย์ เราไม่เคยได้ฟังมาในกาลก่อนเหล่านี้แหละ มาปรากฏ
แจ่มแจ้งแล้วแก่เรา.
     [๔๑๗] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรานั้นมีความดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงกดฟันด้วยฟัน เอาลิ้น
ดันเพดานไว้ให้แน่น เอาจิตข่มคั้นจิตให้เร่าร้อน. เรานั้นก็กดฟันด้วยฟัน เอาลิ้นดันเพดานไว้
แน่น เอาจิตข่มคั้นจิตให้เร่าร้อน เมื่อเราทำดังนั้นเหงื่อก็ไหลออกจากรักแร้ทั้ง ๒ ข้าง. เปรียบ
เหมือนบุรุษมีกำลัง จับบุรุษที่มีกำลังน้อยกว่า ที่ศีรษะหรือที่คอ แล้วบีบคั้นรัดไว้ให้แน่น ฉะนั้น.
ดูกรอัคคิเวสสนะ เราปรารภความเพียรไม่ย่อหย่อน มีสติตั้งมั่น มิได้ฟั่นเฟือน แต่มีกายกระวน
กระวายไม่สงบระงับ เพราะความเพียรที่ทนได้ยากเสียดแทงอยู่. แต่ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นเห็นปานนี้
มิได้ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้.
                ความต่างกันในการบำเพ็ญทุกกรกิริยา
     [๔๑๘] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรามีความดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงเจริญฌานอันไม่มีลมปราณ
เถิด เราก็กลั้นลมหายใจออกและลมหายใจเข้าทางปากและทางจมูก. เมื่อเรากลั้นลมหายใจออก
และลมหายใจเข้าทางปากและทางจมูก ลมก็ออกทางช่องหูทั้ง ๒ ข้าง มีเสียงดังอู้ๆ เหมือนเสียง
สูบช่างทองที่เขาสูบอยู่ ฉะนั้น. ดูกรอัคคิเวสสนะ เราปรารภความเพียรไม่ย่อหย่อน มีสติตั้งมั่น
ไม่ฟั่นเฟือน แต่มีกายกระวนกระวาย ไม่สงบระงับ เพราะความเพียรที่ทนได้ยากเสียดแทงอยู่
แต่ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นเห็นปานนี้ มิได้ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้.
     [๔๑๙] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรามีความดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงเจริญฌานอันไม่มีลมปราณ
เถิด. เรากลั้นลมหายใจออกและลมหายใจเข้าทางปากทางจมูก. และทางช่องหู. เมื่อเรากลั้นลม
หายใจออก และลมหาย ใจเข้าทางปากทางจมูก และทางช่องหู ลมเป็นอันมากก็เสียดแทงศีรษะ
เหมือนบุรุษที่มีกำลัง เอามีดโกนที่คมเชือดศีรษะ ฉะนั้น. ดูกรอัคคิเวสสนะ เราปรารภความเพียร
ไม่ย่อหย่อนมีสติตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือน แต่มีกายกระวนกระวาย ไม่สงบระงับ เพราะความเพียร
ที่ทนได้ยากเสียดแทงอยู่. แต่ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นเห็นปานนี้ มิได้ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้.
     [๔๒๐] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรามีความดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงเจริญฌาน อันไม่มีลม
ปราณเถิด. เราก็กลั้นลมหายใจออกและลมหายใจเข้าทางปากทางจมูกและทางช่องหู. เมื่อกลั้น
ลมหายใจออกและลมหายใจเข้าทางปากทางจมูกและทางช่องหู ก็มีทุกขเวทนาในศีรษะเป็นอันมาก
เหมือนบุรุษที่มีกำลังเอาเชือกหนังอันมั่นรัดเข้าที่ศีรษะ ฉะนั้น. ดูกรอัคคิเวสสนะ เราปรารภความ
เพียรไม่ย่อหย่อนมีสติตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือน แต่มีกายกระวนกระวาย ไม่สงบระงับ เพราะความเพียร
ที่ทนได้ยากเสียดแทงอยู่. แต่ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นเห็นปานนี้ มิได้ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้.
    [๔๒๑] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรามีความดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงเจริญญานอันไม่มีลมปราณ
เถิด. เราก็กลั้นลมหายใจออกและลมหายใจเข้าทางปากทางจมูก และทางช่องหู. เมื่อกลั้นลมหายใจ
ออกและลมหายใจเข้าทางปากทางจมูกและทางช่องหู ก็มีลมเป็นอันมากบาดท้อง เหมือนนายโค
ฆาต หรือลูกมือของนายโคฆาตผู้ฉลาด เอามีดสำหรับแล่โคที่คมเถือแล่ท้อง ฉะนั้น. ดูกรอัคคิ
เวสสนะ เราปรารภความเพียรไม่ย่อหย่อน มีสติตั้งมั่น ไม่ฟั่นเฟือน แต่มีกายกระวนกระวาย
ไม่สงบระงับ เพราะความเพียรที่ทนได้ยากเสียดแทงอยู่. แต่ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นเห็นปานนี้ มิได้
ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้.
     [๔๒๒] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรามีความดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงเจริญฌาน อันไม่มีลม
ปราณเถิด. เราก็กลั้นลมหายใจออกและลมหายใจเข้าทางปากทางจมูกและทางช่องหู เมื่อเรากลั้น
ลมหายใจออกและลมหายใจเข้าทางปากทางจมูกและทางช่องหู ก็มีความเร่าร้อนในร่างกายเป็น
อันมาก เหมือนบุรุษที่มีกำลัง ๒ คนช่วยกันจับบุรุษคนหนึ่งที่มีกำลังน้อยกว่า ที่แขนทั้ง ๒ ข้าง
แล้ว ให้เร่าร้อน อบอ้าวอยู่ ใกล้หลุมถ่านเพลิง ฉะนั้น. ดูกรอัคคิเวสสนะ เราปรารภความเพียร
ไม่ย่อหย่อน มีสติตั้งมั่นไม่ฟั่นเฟือน แต่มีกายกระวนกระวาย ไม่สงบระงับ เพราะความเพียร
ที่ทนได้ยากเสียดแทงอยู่. แต่ทุกขเวทนาที่เกิดขึ้นเห็นปานนี้ มิได้ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้.
     ด ูกรอัคคิเวสสนะ เทวดาทั้งหลายเห็นเราเข้าแล้วพากันกล่าวว่า พระสมณโคดมทำกาละ
แล้ว. บางพวกกล่าวว่า พระสมณโคดมยังมิได้ทำกาละ แต่ก็จะทำกาละ บางพวกกล่าวว่า พระ
สมณโคดมไม่ทำกาละ ทั้งจะไม่ทำกาละ พระสมณโคดมจะเป็นพระอรหันต์ การอยู่เห็นปานนี้
นั้น เป็นวิหารหารธรรมของท่านผู้เป็นพระอรหันต์.
     [๔๒๓] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรามีความดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงปฏิบัติอดอาหารเสียโดย
ประการทั้งปวงเถิด. ขณะนั้น พวกเทวดาเข้ามาหาเราแล้วกล่าวว่าข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ ท่านอย่า
ปฏิบัติอดอาหารโดยประการทั้งปวงเลย ถ้าท่านจักปฏิบัติอดอาหารโดยประการทั้งปวง พวกข้าพเจ้า
จะแทรกโอชาหารอันเป็นทิพย์ตามขุมขนแห่งท่าน ท่านจะได้ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยโอชาหารนั้น.
เรามีความดำริว่า เราปฏิญญาว่าจะตัดอาหารโดยประการทั้งปวง แต่เทวดาเหล่านี้จะแทรกโอชาหาร
อันเป็นทิพย์ตามขุมขนแห่งเรา เราจะยังมีอัตภาพให้เป็นไปด้วยโอชาหารนั้น การปฏิญญาไว้นั้นก็
เป็นมุสาแก่เราเอง. เราจึงกล่าวห้ามเทวดาเหล่านั้นว่า ข้อนั้นไม่ควร.
     [๔๒๔] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรามีความดำริว่า ถ้ากระไร เราพึงกินอาหารให้น้อยลงๆ
เพียงซองมือหนึ่งๆ บ้าง เท่าเยื่อในเม็ดถั่วเขียวบ้าง เท่าเยื่อในเม็ดถั่วพูบ้าง เท่าเยื่อในเม็ดถั่วดำ
บ้าง เท่าเยื่อในเม็ดบัวบ้าง. เราก็กินอาหารให้น้อยลงๆ ดังนั้นจนมีร่างกายซูบผอมยิ่งนัก เพราะเป็น
ผู้มีอาหารน้อยนั้น เหลือแต่อวัยวะใหญ่น้อย เหมือนเถาวัลย์ที่มีข้อมาก หรือเถาวัลย์ที่มีข้อดำ
เนื้อตะโพกก็ลีบเหมือนกีบอูฐ กระดูกสันหลังก็ผุดเป็นหนาม เหมือนเถาวัลย์ [หนามรอบข้อ]
ซี่โครงทั้ง ๒ ข้าง ขึ้นสะพรั่ง เหมือนกลอนศาลาเก่าที่สะพรั่งอยู่ ดวงตาทั้ง ๒ ก็ลึกเข้าไปในเบ้า
ตาเหมือนดวงดาวในบ่อน้ำอันลึก ปรากฏอยู่ หนังศีรษะบนศีรษะก็เหี่ยวหดหู่ เหมือนลูกน้ำเต้า
ที่เขาตัดมายังดิบ ต้องลมและแดดเข้าก็เหี่ยวไป. เรานึกว่าจะลูบพื้นท้องก็จับถึงกระดูกสันหลัง
เมื่อนึกว่า จะลูบกระดูกสันหลัง ก็จับถึงพื้นท้อง เพราะพื้นท้องของเราติดแนบถึงกระดูกสันหลัง
เมื่อนึกว่า จะถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ ก็ซวนแซล้มลง ณ ที่นั้น. เมื่อจะให้กายสบายบ้าง เอา
ฝ่ามือลูบตัวเข้า ขนทั้งหลายที่มีรากเน่าก็หลุดร่วงจากกายเพราะเป็นผู้มีอาหารน้อย. มนุษย์ทั้งหลาย
เห็นเราเข้าแล้วก็กล่าวว่า พระสมณโคดมดำไป บางพวกก็พูดว่า พระสมณโคดมไม่ดำ เป็นแต่
คล้ำไป บางพวกก็พูดว่า ไม่ดำ ไม่คล้ำ เป็นแต่พร ้อยไป. เรามีผิวพรรณบริสุทธิ์เปล่งปลั่ง
แต่เสียผิวไป ก็เพราะเป็นผู้มีอาหารน้อยเท่านั้น.
     [๔๒๕] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรามีความดำริว่า สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง
ในอดีต ในอนาคต หรือในปัจจุบันนี้ ที่เสวยทุกขเวทนากล้า หยาบ เผ็ดร้อน ที่เกิดขึ้นเพราะ
ความเพียร ทุกขเวทนานั้น อย่างยิ่งก็เพียรเท่านี้ไม่เกินกว่านี้ขึ้นไป. แต่เราก็ยังมิได้บรรลุญาณ
ทัสสนะอันวิเศษที่พอแก่พระอริยะซึ่งยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์ ด้วยทุกกรกิริยาอันเผ็ดร้อนนี้. ชะรอย
ทางแห่งความตรัสรู้พึงเป็นทางอื่นกระมัง. เราจึงมีความดำริว่า เราจำได้อยู่ เมื่อคราวงานของท้าว
สักกาธิบดีซึ่งเป็นพระบิดา เรานั่งอยู่ใต้ร่มต้นหว้าอันเย็น ได้สงัดจากกามทั้งหลาย สงัดจาก
อกุศลธรรมทั้งหลาย บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกอยู่ ทางนั้น
พึงเป็นทางแห่งความตรัสรู้กระมัง. เรามีวิญญาณตามระลึกด้วยสติว่า ทางนั้นเป็นทางแห่งความ
ตรัสรู้. เราจึงมีความดำริว่า เรากลัวความสุขที่เว้นจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลายหรือ แล้วเรา
ก็ดำริต่อไปว่า เราไม่กลัวสุขเช่นนั้นเลย.
    [๔๒๖] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรามีความดำริต่อไปว่า ความสุขนั้น เราผู้มีกายถึงความซูบ
ผอมมาก ไม่ทำได้ง่ายเพื่อจะบรรลุ ถ้ากระไร เราพึงกินอาหารหยาบ คือข้าวสุกและกุมมาสเถิด.
เราก็กินอาหารหยาบคือข้าวสุกและกุมมาส. ครั้งนั้น ภิกษุทั้ง ๕ ที่เฝ้าบำรุงเราด้วยหวังว่า
พระสมณะโคดมบรรลุธรรมใด จักบอกธรรมนั้นแก่เราทั้งหลาย. เมื่อใด เรากินอาหารหยาบ
คือข้าวสุกและ กุมมาส เมื่อนั้นภิกษุทั้ง ๕ นั้นก็ระอาหลีกไปด้วยเข้าใจว่า พระสมณโคดมมักมาก
คลายความเพียรเวียนมาเพื่อความเป็นผู้มักมากเสียแล้ว.
     [๔๒๗] ดูกรอัคคิเวสสนะ เรากินอาหารหยาบให้กายมีกำลังแล้ว สงัดจากกาม สงัดจาก
อกุศลธรรม บรรลุปฐมฌาน มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกอยู่. แม้สุขเวทนาที่
เกิดขึ้นเห็นปานนี้ ก็มิได้ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้. เราบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใสแห่งจิต
ณ ภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น เพราะวิตกวิจารสงบไป ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติและสุขเกิด
แต่สมาธิอยู่. เรามีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย เพราะปีติสิ้นไป บรรลุ
ตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข. เราบรรลุ
จตุตถฌาน อันไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข เพราะละสุขละทุกข์ และดับโสมนัส และโ ทมนัสในก่อน
เสียได้ มีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่. แม้สุขเวทนาที่เกิดขึ้นเห็นปานนี้ ก็มิได้ครอบงำจิต
เราตั้งอยู่ได้. เราเมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควร
แก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ก็โน้มน้อมจิตไปเพื่อปุพเพนิวาสานุสติญาณ. เราย่อม
ระลึกชาติที่เคยอยู่อาศัยในก่อนได้เป็นอันมาก คือ ระลึกได้หนึ่งชาติบ้าง สองชาติบ้าง ฯลฯ ระลึก
ชาติที่เคยอยู่อาศัยได้เป็นอันมาก พร้อมทั้งอาการ ทั้งอุเทศ ด้วยประการฉะนี้. ดูกรอัคคิเวสสนะ
ในปฐมยามแห่งราตรี เราได้บรรลุวิชชาที่ ๑ อันนี้ เมื่อเราไม่ประมาท มีความเพียร ส่งจิตไปอยู่
อวิชชาเรากำจัดเสียแล้ว วิชชาเกิดขึ้นแล้ว ความมืดเรากำจัดเสียแล้ว แสงสว่างเกิดขึ้นแล้ว.
แม้สุขเวทนาที่เกิดขึ้นแล้วเห็นปานนี้ ก็มิได้ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้.
                     ตรัสการบรรลุวิชชาที่ ๒
     [๔๒๘] เราเมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อน
ควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ก็โน้มน้อมจิตไปเพื่อจุตูปปาตญาณ. เราเห็นหมู่สัตว์
ที่กำลังจุติ กำลังอุปบัติ เลว ประณีต มีผิวพรรณดี มีผิวพรรณทราม ได้ดี ตกยาก ด้วยทิพยจักษุ
อันบริสุทธิ์ ล่วงจักษุของมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรม ฯลฯ ดูกรอัคคิเวสสนะ
ในมัชฌิมยามแห่งราตรี เราได้บรรลุวิชชาที่ ๒ อันนี้ เมื่อเราไม่ประมาท มีความเพียร ส่งจิตไป
อยู่ อวิชชาเรากำจัดเสียแล้ว วิชชาเกิดขึ้นแล้ว ความมืดเรากำจัดเสียแล้ว แสงสว่างเกิดขึ้นแล้ว.
แม้สุขเวทนาที่เกิดขึ้นแล้วเห็นปานนี้ ก็มิได้ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้.
     [๔๒๙] เราเมื่อมีจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อน
ควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ก็น้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ. ย่อมรู้ชัดตามเป็น
จริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้อาสว
สมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา เมื่อเรารู้เห็นอย่างนี้ จิตก็หลุดพ้นแล้ว แม้จาก
กามาสวะ แม้จากภวาสวะ แม้จากอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณว่า พ้นแล้ว รู้ชัดว่า
ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำๆ เสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี.
ดูกรอัคคิเวสสนะ ในปัจฉิมยามแห่งราตรี เราได้บรรลุวิชชาที่ ๓ อันนี้ เมื่อเร าไม่ประมาท มีความ
เพียร ส่งจิตไปอยู่ อวิชชาเรากำจัดเสียแล้ว วิชชาเกิดขึ้นแล้ว ความมืดเรากำจัดเสียแล้ว แสง
สว่างเกิดขึ้นแล้ว. แม้สุขเวทนาที่เกิดขึ้นแล้วเห็นปานนี้ ก็มิได้ครอบงำจิตเราตั้งอยู่ได้.

----------------------------------------------------------------------




ขอให้ระบุด้วย ว่าการบรรลุสัจจธรรมที่คุณกล่าวถึงนั้น สัจจธรรมนั้นคืออะไร และคุณกล่าวแทนท่านปัญญาได้อย่างไร?
พัลวัน 8/02/04 02:34:29 อ้างอิง (ตอม @ 08 ก.พ. 47 - 12:32)
เช่นป่วนการรวมบัญชีตั้งแต่สมัยชวนจนทำให้การแก้ไขปัญหาของชาติทั้งระบบต้องหยุดชงัก  ด้วยเรื่องเล็กๆ ความระแวงน้อยๆแต่สร้างปัญหาระดับนโยบายของประเทศ
(ตอม @ 08 ก.พ. 47 - 12:32)


ข้อความนี้ผมต้องขอค้านล่ะครับ หากได้ยินคำพูดของผู้ว่าแบงก์ชาติคนปัจจุบัน มรว. ปรีดิยาธร ก็จะทราบว่า ท่านกล่าวเอาไว้ว่า เดิมทีท่านก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมหลวงตาบัวจะต้องคัดค้านด้วย แต่เมื่อท่านได้มาเป็ฯผู้ว่าแบงก์ชาติแล้ว จึงได้เข้าใจว่า ที่จริงแล้วในขณะนั้น รัฐบาลกำลังทำตามแรงบีบของ IMF อย่างรุนแรง ที่ต้องการให้นำเอาเงินทุนสำรองทั้งหมดไปชำระเงินให้กับ IMF ก่อนกำหนด มิใช่เฉพาะเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเท่านั้น

และผลจากการคัดค้านในครั้งนั้น ทำให้เราไม่ต้องประสบกับปัญหาขาดเงินทุนสำรองที่ใช้หนุนหลังธนบัตรด้วย

คุณลองคิดดูก็แล้วกัน หากครั้งนั้น รัฐบาลทำได้สำเร็จ อะไรจะเกิดขึ้น เงินธนบัตรของไทย มีค่าเพียงเศษกระดาษ เพราะเงินที่จะใช้หนุนหลังมูลค่าธนบัตรก็ไม่เหลืออยู่ เงินบาทของเราก็จะกลายเป็นเศษกระดาษไปในทันที สถานการณ์เงินบาทก็จะไม่ต่างจากเงินกีบของลาวในสมัยสมคราม ที่ต้องหอบเงินกีบเป็นกระบุงไปซื้อของกินของใช้กัน

และในที่สุดแล้ว เราก็ต้องใช้เงินดอลลาร์แทน เงินบาทของเรา

ขอให้คุณตอมไปหาเทปบันทึกเสียง ผู้ว่าแบงก์ชาติ มาฟังเสียก่อนนะครับ เรื่องนี้มีผู้บันทึกเอาไว้ชัดเจน ว่าท่านกล่าวว่าอย่างไร
นายโจโจ้ 8/02/04 04:11:56 ผมได้แสดงไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ว่าในหนังสือ หลวงตามหาบัว มหัศจรรย์มหาบุรุษ ในบทสัมภาษณ์คำต่อคำจากมรว.ปรีดียาธร เทวกุล และดร.วีรพงษ์ รามางกูรกับความเห็นที่มีต่อหลวงตามหาบัว ที่ทั้งสองท่านได้อธิบายโดยละเอียดถึงเรื่องที่ทั้งสองท่านเคยสงสัย และได้กระทำไปทั้งหมด รวมถึงการที่ต้องไปกราบถามขอความเห็นจากหลวงตาก่อน ว่าสิ่งนี้ควรหรือไม่ควรทำในการรักษาคลังหลวงเอาไว้ สรุปความเห็นของทั้งสองท่านนี้ที่มีต่อหลวงตา คือความเคารพนับถืออย่างสูง จากการที่มรว.ปรีดียาธรเอง ก็ไม่เข้าใจสิ่งที่หลวงตากระทำตั้งแต่ปี 2541 กว่าจะกระจ่างก็อีกหลายปีต่อมา และที่สุด ทั้งสองท่านได้นำดอกไม้ธูปเทียนมากราบขอฝากตัวเป็นศิษย์หลวงตาที่วัดป่าบ้านตาด ด้วยความเคารพนับถือจากใจจริง

ผมไม่รู้จักใครในประเทศไทยที่มีความรู้ทางการเงินระดับชาติและระดับโลกทั้งในทางทฤษฏีและทางปฏิบัติดีกว่าสองท่านนี้ครับ และไม่เข้าใจผู้ที่ตำหนิหลวงตา ว่าใช้อะไรมาตำหนิ คนที่คัดค้านหลวงตา คือคุณธารินทร์ ตอนนี้ไปไหนแล้ว ยังมีใครไปขอความเห็นทางการเงินจากเขาอีกไหมครับ? ลองพิจารณาความจริงดูอีกทีจะดีไหม?
พัลวัน 8/02/04 05:16:45 อ้างอิง (นายโจโจ้ @ 08 ก.พ. 47 - 13:28)
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอัคคิเวสสนะ ก็บุคคลที่มีกายมิได้อบรม มีจิตมิได้อบรม เป็นอย่างไร? ดูกรอัคคิเวสสนะ ปุถุชนในโลกนี้ ผู้มิได้สดับ มีสุขเวทนาเกิดขึ้น เขาถูกสุขเวทนากระทบเข้าแล้ว มีความยินดีนักในสุขเวทนา และถึงความเป็นผู้ยินดีนักในสุขเวทนาสุขเวทนาของเขานั้นย่อมดับไปเพราะสุขเวทนาดับ ก็มีทุกขเวทนาเกิดขึ้น เขาถูกทุกขเวทนากระทบเข้าแล้ว ก็เศร้าโศก ลำบากใจ รำพัน คร่ำครวญ ตบอก ถึงความหลงไหล แม้สุขเวทนานั้นเกิดขึ้นแก่เขาแล้ว ก็ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่มิได้อบรมกาย แม้ทุกขเวทนาเกิดขึ้นแล้วก็ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่มิได้อบรมจิต ดูกรอัคคิเวสสนะ แม้สุขเวทนาเกิดขึ้นแก่ปุถุชนคนใดคนหนึ่ง ก็ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่มิได้อบรมกาย แม้ทุกขเวทนาเกิดขึ้น ก็ครอบงำจิตตั้งอยู่ เพราะเหตุที่มิได้อบรมจิตทั้งสองอย่างดังนี้ ดูกรอัคคิเวสสนะ บุคคลที่มีกายมิได้อบรม มีจิตมิได้อบรม เป็นอย่างนี้แหละ.



โอ... จะมีใครหนอ เข้าถึงซึ่งรสแห่งธรรมอันองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเอาไว้ดีแล้ว

จะมีก็แต่ผู้ภาวนาด้วยหนทางอันถูก เจริญอยู่ในมรรคอันมีองค์ 8 ประการ ผู้ที่อยู่ด้วยอนุศาสนีของพระองค์เท่านั้น ที่จะรู้ซึ้งจนจับจิตในพระธรรมรสอันองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานให้

ข้าขอนอบน้อมแด่ธรรมด้วยกายและใจของข้าพเจ้า  
ข้าขอนอบน้อมแด่ธรรมด้วยกายและใจของข้าพเจ้า  
ข้าขอนอบน้อมแด่ธรรมด้วยกายและใจของข้าพเจ้า  
นายโจโจ้ 8/02/04 06:20:06 อ้างอิง
"เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณว่า พ้นแล้ว รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำๆ เสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี"



คุณมนตรี สว่างศรี ถ้ารู้จักท่านปัญญานันทฯดีขนาดที่รู้ว่าท่านบรรลุสัจจธรรมแล้ว รบกวนไปกราบถามท่านว่า

- ท่านบรรลุสัจจธรรมอะไร
- จิตท่านหลุดพ้นแล้วหรือยัง
- ชาติท่านสิ้นแล้วหรือยัง
- พรหมจรรย์ท่านอยู่จบแล้วหรือยัง
- กิจท่านต่ออริยสัจจ์จบแล้วหรือยัง

ผู้ที่จบกิจต่ออริยสัจจ์แล้ว กิจที่เหลืออยู่ก็คือการสงเคราะห์โลก เพราะความยึดถือในตัวตนหมดไปแล้ว สังโยชน์ทั้ง 10 ขาดลงทั้งหมดแล้ว

และถามคุณมนตรี สว่างศรีว่า ที่พระศาสดาแสดงไว้ว่า "กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี" นั้น คุณมนตรีเข้าใจว่าอย่างไร มีผู้ที่สามารถบรรลุอริยสัจจ์ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติภาวนากระนั้นหรือ? ท่านนั้นต้องมีปรีชาญาณยิ่งใหญ่กว่าพระพุทธเจ้าแล้วล่ะครับ ถ้าเป็นอย่างนั้น
คนกวน 8/02/04 06:33:13 ได้อ่านที่เค้าลิงค์ให้อ่านแล้ว (ผู้จัดการ)ก็อดสลดไม่ได้ว่า ทำไมถึงมีคนมองพระสงฆ์ในแง่ที่เลวร้ายมากขึ้น  จะมีหนทางไหนบ้างไหมหนอ ที่จะทำให้ พุทธศาสนิกชนมีความยำเกรงในพระรัตนไตรมากขึ้น  

มาช่วยยืนยันว่า ชาวบ้าน  พระ ทีไปชุมนุม  เค้าไปกันเองครับ  ต่างคนต่างไป  สอบถามมาแล้ว   มาด้วยศรัทธาในครูบาอาจารย์  ไม่ใช่ คุณทองก้อน พามา

ทีนี้อยากจะเล่าอะไรให้ฟังเพิ่มเติม หลังจากที่ได้อ่านพวกคุณบ่นๆ เรื่องสื่อ  เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว รายการเมืองไทยรายสัปดาห์  คุณสนธิ ออกมาพูดเองเลยครับว่า  อย่ามาพูดเลยว่า สื่อเสรี  หรือสื่อเป็นกลาง  มันเป็นไปไม่ได้หรอก  เค้าบอก เหม็นขี้ฟัน (คือว่า เค้าพูดเรื่อง ไอทีวีอยู่นะ)  เพราะอะไรครับ  เพราะเค้า สื่อต้องการรายได้ คือโฆษณา  ซึ่งก็คือทุน นะเอง  เพราะฉะนั้น สื่อต้องอยู่ฝั่งทุน อยู่แล้ว  ไม่อย่างนั้นสื่ออยู่ไม่ได้  ซึ่งในกรณีคุณ มันก็อาจเปรียบได้กับว่า  ข่าวนี้ไม่อยู่ในกระแสที่ขายได้ เงิน  เค้าก้เอาลงน้อยให้กระชับใจความ  ซึ่งอาจจะรวบรัดไป  นี่ก็ประการหนึ่ง  แต่พอเหตุการณ์เริ่มใหญ่ขึ้น  เค้าก็สร้างมันให้กลับมาอยู่ในความสนใจ แทน เหตุการณ์ ฆ่าไก่  กินไก่
อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เป็นกลางไม่ได้ เค้าบอกว่า การสื่อสารเนี่ย ถ้าให้รายงานเหตการณ์หนึ่ง อย่างเป็นกลาง แล้วละก็  เช่น เห็น  ฟ้ามืด  เมฆครึ้มเต็มไปหมด  ถ้าจะรายงานอย่างตรงๆก็ต้องบอกเพียงแค่ที่เห็น  ซึ่งเมื่อไม่มีการใส่ความเห็นส่วนตัวลงไป  มันรายงานไม่ได้  และก็ขายไม่ได้

อันนี้เป็นความเห็นของสื่อที่คุณบอกว่าเป็นกลางนะครับ   เค้าบอกว่าไม่มีสื่อที่เป็นกลาง   มีแต่เค้า  ซึ่งเป็นสื่อที่เลวน้อยที่สุด

อีกเรื่องหนึ่ง  ซึ่งผมมีความรู้สึกส่วนตัวนะ  ย้ำว่าส่วนตัว   เรื่องการแบ่งแยก นักภาวนากับ ไม่ภาวนา  เมื่อวานที่ไป แล้ว เจอ พี่ผู้ชายกับพี่สาวคู่หนึ่ง ชวนผมลงชื่อ ผมบอกว่าผมอ่านแล้ว แต่ไม่เห็นด้วย พี่เค้าก็พยายาม อธิบายนะครับ  สรุปสุดท้าย  มีป้าคนหนึ่งเดินมาพูดกับผมบอกว่า  อย่างนี้ต้องภาวนา  ถึงจะเข้าใจ  ซึ่งโดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยเลย  เรื่องทางโลก  ก็ใช้เหตผลทางโลกเข้าไปพิจารณาสิครับ  เหตุผลพอก็สนับสนุน  ไม่พอ ก็ตัวใครตัวมัน  สรุปสุดท้ายก็ช่วยพี่เค้าเซ็นชื่อคัดค้านไป  แต่ไม่ให้บัตร  อันนี้บอกเลยนะพี่ ผมก้รู้สึกถูกชะตากับพี่นะครับ เหมือนกับที่พี่รู้สึกชอบผมนะแหละครับ  (ถ้าอ่านอยู่ คอนเฟริม์ด้วยนะครับ)  ที่บอกว่ามีความรู้สึกไม ่ดีกับเรื่องนี้  เพราะรู้สึกเหมือนกับว่า โดนแบ่งแยก เป็นพลเมืองชั้น2ยังไงก็ไม่รู้   เลยอยากบอกว่า มันเป็นการแบ่งแยกเกินไปครับ   การภาวนาไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่างได้  แต่แก้ทุกข์ได้ครับ

สวัสดีครับพี่สมบูรณ์  เมื่อวานตอนกลับ ไม่ได้ลา ขอโทษด้วยนะครับ  พอดีต้องรีบกลับมาส่งของครับ  ยังส่งของได้อีกตั้งรอบหนึ่ง  ต้องหาเงินนะครับ
คนกวน 8/02/04 06:43:37 นี่ คุณโจโจ้  ท่านพาหิยะ  ไงครับ  แค่พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ให้เห็นก็สักแต่ว่าเห็น ไม่มีเราในสิ่งทั้งปวง แค่พระองค์เทศน์จบ  ท่านก็บรรลุพระอรหัตต์เลย  ไม่เห็นต้องภาวนาให้ยุ่งยากเลย  จะว่าไป พระมหาสาวกเนี่ย ท่านมีบุญนะครับ  พระพุทธเจ้าต้องใช้เวลาถึง6ปีที่จะแสวงหาโมกขธรรม  แต่พระสาวกท่านใช้เวลาดำเนินวิถีจิต  แค่ชั่วขณะเท่านั้น    อย่างนี้เรียกการภาวนาไหมครับ   โยนิโสมนสิการ  นะครับ
คนหลังวัด 8/02/04 07:18:24 สงสารคุณคนกวนจังครับแต่ผมพิมพ์ไม่เก่งอ่ะคงจะมีคนอธิบายได้ดีนะครับ ถ้าเชื่อว่าไม่ภาวนาแล้วสำเร็จก็เสร็จเลยนะครับเป็นมืจฉาทิฐิทันทีเลยนะครับ  
คนหลังวัด 8/02/04 07:28:20 ทานศีลและภาวนานั้นน่ะบางท่านมีมาก่อนนานจนสุกงอมพร้อมจะหลุดจากขั้วแล้วเพียงรอธรรมสุดท้ายจากพุทธองค์ ตามแรงอธิษฐานหรือสิ่งที่ท่านเหล่านั้นปรารถนาเท่านั้น เหมือนพวกเราที่หัดภาวนาวันนี้ใช่อดีตจะไม่เคยภาวนานะครับ เราภาวนากันมานานแล้วแต่บังเอิญเป็นพวกขี้ลืมอ่ะครับเลยจำไม่ได้เอง(ภาวนาไม่จริง)  อย่าถามกลับนะครับว่าแล้วรู้ได้ย้งไง  ศีลบางคนยังต้องรักษาแต่เมื่อมีศีลแล้วไม่ต้องรักษาครับ ภารนาก็เช่นกันเมื่อถึงที่สุดแล้วท่านไม่ต้องตั้งท่าให้ใครรู้หรอกครับ...ปวดตาแล้วอ่ะไม่เข้าใจก็หมดปัญญาแล้ว
สมบูรณ์ ต. 8/02/04 07:48:57
           สวัสดีครับคุณคนกวน  เย็นวันนั้นผมเดินทางกลับถึงบ้าน 4 ทุ่มครึ่ง  เช้าวันนี้ตี 4 ผมต้องไปต่างจังหวัดเพิ่งกลับถึงกรุงเทพฯเมื่อ 17.30 น. นี้เอง  ต้องขอประทานโทษด้วยที่ไม่ค่อยได้อยู่คุยกันเท่าไร ?   สิ่งที่ผมรับรองได้คือ

           1.  พระภิกษุสงฆ์มาร่วมกันประชุมเต็มพระวิหารทั้ง 3 ชั้น  และมากถึงขนาดล้นออกมานอกพระวิหารอีก  

           2.  โรงทานทั้งหมดไม่มีกล่องรับบริจาคของโรงทานแม้แต่โรงเดียว  ทุกโรงมาด้วยใจแท้ ๆ   ( ส่วนคุณคนกวนไปทำบุญในตู้บริจาคของวัดนั้น  ผมอนุโมทนาด้วยครับ  แต่ต้องแยกให้ออกว่านั่นของวัด  ทุกคนอาสาสมัครมาด้วยใจ  คนที่ยืนเสริฟนั่นแหละเป็นคนออกสตางค์ค่าโรงทานแทบทุกโรงเป็นอย่างนั้น )  [ มีหลายคนยกข้าวห่อข้าวแพคใส่ถุงละ 6 กล่อง  มือ 2 ข้างเต็ม  ไม่ใส่เสื้อกันฝน  ไม่ต้องถือร่ม  เดินตากฝนไปถวายพระบนรถที่จอดอยู่ร่วม 100 คันนั้น  คนที่ทำอย่างนั้นพอถึง 9 โมงเช้าก็ทนไม่ไหวแล้ว  เพราะเสื้อผ้าที่เปียกปอนเริ่มส่งอาการเหม็นและคัน  ขอลากลับไปก็เยอะครับ ]   ผมเสียดายที่คุณเบญจ์มารับสาย  ถึงวัดอโศการามก็ 9 โมงเข้าไปแล้ว  เลยไม่ได้ทำหน้าที่ของอาสาสมัครที่ดีเลย  

           3.  คุณโจโจ้ทนมากที่อยู่ได้ถึงบ่ายโมง  เพราะทราบมาว่ามาตั้งแต่เมื่อคืนก่อน  ถ้าเรียกตัวผม  ผมจะมาทันทีโดยไม่รอช้าเลย  นี่ผมไม่ทราบว่าคุณโจโจ้ไปตั้งแต่คืนก่อนแล้ว   เรียกใช้งานผมได้เลย  ผมไม่มีหนีเด็ดขาดครับ  เหมือนตอนเจ้าหน้าที่มัดเอกสารที่เด็กกว่าลูกผมเรียกผม  ชี้มาที่ผมบอกว่า  คุณพ่อช่วยยกเอกสารเหล่านี้ไปไว้ที่รถทัวร์หน่อยนะ  ก็แค่ไม่กี่ร้อยเมตร  เดินก็ไม่กี่เที่ยว  พอผมยกคุณโชติปาละคุณกอบคุณปอคุณจักรพงษ์ก็ทนอยู่ไม่ได้  ช่วยกันยกทุกคน  จำนวนเที่ยวที่ต้องเดินหลายสิบรอบก็กลายเป็นไม่กี่รอบครับ  ( จำชื่อใครผิดบ้างขออภัยนะครับ )

           

           
กิด 8/02/04 08:02:14 ข่าว สำนักข่าวไทย ใน MCOT ช่อง 9  ไม่เห็นข่าวที่วัดอโศการามเลย
มีแต่ข่าว พาดพิงตอบ จาก ท่านปัญญา กับ คณะกรรมการวัด บวรฯ
k_toon 8/02/04 08:26:07 ข่าวช่อง 9 ออกข่าวที่ไม่เป็นกลางพอ ทีข่าวที่วัดอโศการาม/ข่าวหลวงตา/
ข่าวทองก้อนไม่เห็นออกยาวนานละเอียดขนาดนี้


หลวงพ่อปัญญา กล่าวหาว่าพระป่าที่มาชุมนุม จำนวน 10,000 รูป เป็นพวกจิตไม่ปกติ

พระป่าจิตไม่ปกติจริง เพราะจิตท่านเคารพในพระธรรมวินัย ไม่เห็นแก่ลาภ ยศ

พระผู้ไม่ภาวนา จิตปกติ (เหมือนปุถุชนคนหนา)  เห็นผิดเป็นถูก เพราะอะไรบังตา???
นายโจโจ้ 8/02/04 08:55:09 วันนี้ผมไปอ่านคำเทศน์ท่านปัญญานันทฯ อยู่หลายกัณฑ์ โดยเฉพาะกัณฑ์เรื่องเกี่ยวกับการภาวนา ที่ท่านขึ้นต้นเรื่องภาวนา แล้วก็หลุดไปอิทธบาท 4 แล้วจบลงโดยไม่มีการกล่าวถึงวิธีการในภาวนาเลยแม้แต่น้อย

อีกกัณฑ์หนึ่ง มีเรื่องการภาวนา บอกว่าเป็นการทำสมาธิ ให้จิตนุ่มนวล สงบ แล้วก็บอกว่าให้คิดอยู่ในเรื่องไตรลักษณ์ ซึ่งนำให้เกิดได้เพียงจินตามยปัญญาเท่านั้น ไม่มีเรื่องการเห็นจริง และการให้จิตเกิดปัญญา ไม่มีการเดินจงกรม ไม่มีวิธีการที่เป็นรูปธรรมที่จะสนับสนุนการปฏิบัติภาวนาเลยแม้เพียงน้อยนิด

จากข้อมูลที่มี ผมสรุปว่าท่านไม่เคยภาวนาจนสามารถ "รู้" ได้เลย

สังเวชใจครับ ทั้งจากหลักฐานที่เห็นในกัณฑ์เทศน์ ทั้งจากความเห็นที่ท่านแสดง ทั้งจากการเอาไม้บรรทัดไปวัดทะเล เอากิเลสตนไปวัดผู้หมดกิเลส นี่แหละ ทำไมสังสารวัฏจึงยาวนาน เพราะความหลงในอัตตา สัญญาและสังขารถึงขนาดนี้
ake 8/02/04 10:30:21 ถ้า วิษณุ ยังเดินหน้าชน ไม่ยอมฟัง
ขั้นต่อไปจะเป็นอย่างไรต่อและต้องทำอย่างไรครับพี่โจ้?
โชติปาละ 8/02/04 10:34:42         ชาติก่อนของพระพาหิยะ ท่านเกิดเป็นพระในตอนปลายของศาสนาพุทธที่พระพุทธเจ้ากัสสปะประกาศศาสนาครับ มีพระทั้งหมด 5  หรือ 7 รูปผมจำไม่ได้นักครับ เห็นพระไม่มีศีลกัน จึงตั้งใจจะภาวนาให้พ้นทุกข์กันชาตินั้นเลย จึงขึ้นไปกัน ชักสะพานที่ผาดผ่านเขาทิ้งเพื่อไม่ให้ใครตามมาได้ ภาวนาเพื่อนิพพานแบบตายเป็นตายเลย อาหารไม่มีกินก็ช่าง จนเวลาผ่านมามีพระรูปหนึ่งบรรลุมรรคผล เป็นพระอรหันต์ จึงเหาะไปบิณฑบาต นำภัตตาหารมาให้ แต่พระที่เหลือไม่ฉัน ภาวนาต่อ ต่อมาพระรูปหนึ่งสำเร็จเป็นพระอนาคามี จึงเหาะไปบิณฑบาตนำภัตตาหารมาให้ พระทั้งหมดก็ไม่ฉันอีก สุดท้ายพระที่เหลือมรณะภาพหมด ไม่บรรลุมรรผลนิพพานกัน หนึ่งในพระที่มรณะภาพนั้น คือ พระพาหิยะครับ
        ในชาตที่พระพาหิยะท่านฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าสั้น ๆ แล้วบรรลุธรรมเลย นั้น ท่านก็ภาวนาตอนฟังเลยครับ เพียงแต่ปัญญาญานของพระพาหิยะท่านเกิดทันทีที่ฟัง  เหมือนเขือนกั้นน้ำเก็บน้ำไว้มากแล้ว เพียงแค่มีคนที่รู้วิธีเปิดวาล์วน้ำแล้วบอกวิธีเปิดให้เท่านั้นตัวเดียวเท่านั้น น้ำในเขือนก็ไหลลงทะเลฉันใด มีพระพุทธเจ้าผู้รู้อินทรีย์ของสัตว์ผู้นั้น เทศนาเพียงไม่กี่คำ พระพาหิยะก็บรรลุเป็นพระอรหันต์เลย ทั้งนี้ เพราะเคยภาวนามาอย่างจริงจัง และมีบุญมากได้พบพระพุทธเจ้าอีกด้วยครับ ชาตินั้น แค่ฟังก็ภาวนาไปด้วยนั้น บรรลุทันที  
       
         ที่จริงคุณคนกวนเป็นคนน่าคบครับ และมีการปฏิบัติธรรมเหมือนกัน เพียงแต่ที่ผ่านทำสมถะเท่านั้น รอกัลยาณมิตรชักพาไปให้พบอาจารย์ที่สอนการเจริญสติรู้ตัวได้ครับ คนแบบนี้จะเจริญสติรู้ตัวได้ด้วย
         
กำลังฟุ้ง 8/02/04 10:41:23 ตั้งเป็นกระทู้ใหม่ไม่ดีกว่าหรือครับเรื่องหลวงพ่อปัญญาฯนี่ กระทู้เดิมจะเสียรูปอยู่แล้ว เสียดายที่มีเวลาออนไลน์แค่ตอนดึกกับตอนเช้าเลยมาห้ามทัพไม่ทัน ความจริงผมเองก็ไม่ชอบวิธีการเขียนอักษรเลือดครับ หมึกมีก็ไม่รู้จักใช้ ไปใช้เลือดทำไมก็ไม่รู้? แล้วก็บางครั้งก็ดูเหมือนคุณโจโจ้จะปักใจอะไรเกินไปหรือเปล่า?

ผมยังไม่เคยศึกษางานของหลวงพ่อปัญญาฯอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลย ไม่รู้จักเสียด้วย และผมก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งรักษาการณ์พระสังฆราชองค์นี้ แต่จากที่อ่านมาผมมีความไม่สบายใจเรื่องหนึ่งครับ คือ พระสายหลวงพ่อชาก็ไม่ได้พูดเรื่อง "รู้" เหมือนที่คุณโจโจ้พูดกันทุกรูปนะครับ โดยมากพูดกันเรื่องทำสมถะให้ใจสงบแล้วน้อมไปพิจารณาเรื่องไตรลักษณ์เหมือนกัน (หลวงพ่อชาสอนทั้งเรื่องรู้แล้วเรื่องพิจารณากายทำนองนี้ครับ ท่านสอนได้หมด) ไม่อยากให้คุณโจโจ้ด่วนตัดสินเช่นนี้เลย เพราะพระป่าอีกเป็นจำนวนมากก็ภาวนาโดยวิธีทำจิตให้สงบแล้วน้อมไปคิดเรื่องไตรลักษณ์
กำลังฟุ้ง 8/02/04 10:51:47 เอาของฝากมาครับ ก่อนเข้าบ้านได้ฟังข่าววิทยุ ตอน 4 ทุ่ม ได้ความว่าการแต่งตั้งรักษาการณ์พระสังฆราชเพียงชั่วคราว 6 เดือน เพื่อให้พระสังฆราชมีเวลารักษาตัวและพักผ่อนอย่างเต็มที่ ผิดด้วยหรือ ที่ปัญหาขัดแย้งเกิดขึ้นเพราะมีการสื่อไม่เข้าใจกันหรือเปล่า และทำไมนายทองก้อนถึงก่อความวุ่นวายเช่นนี้ (จับใจความมานะครับ ไม่ตรงทุกตัวอักษรหรอก รู้สึกรูปประโยคในข่าววิทยุจะทำให้ฝ่ายนายวิษณุดูดีและมีเหตุผลมาก)

ข่าวที่เตรียมมาทำให้ฝ่ายนายวิษณุดูดีและเป็นฝ่ายถูกเหลือเกิน แต่ผมเกิดความรู้สึกขึ้นมาหลายอย่าง อย่างแรกคือคณะนายทองก้อนไม่ควรทำการประนีประนอมอย่างเด็ดขาด อย่าไปเชื่อว่าเพียงแค่ 6 เดือน ระยะเวลา 6 เดือนกับอำนาจทางนิตินัย เพียงพอที่จะทำเรื่องอีกหลายเรื่อง เพียงพอที่จะปล่อยให้เขามีเวลาคิด เวลารับมือ และเวลาวางแผนร้ายอีกมากนัก อย่างที่ 2 คือ กระแสของประชาชนผู้ไม่รู้ทั้งหลายกำลังจะถูกปลุกขึ้น (หรือเปล่า?) เพื่อที่จะสร้างเกราะกำบังที่เรียกว่า "ความชอบธรรม" ให้แก่ฝ่ายนายวิษณุ (อยากบอกว่าถ้าผมไม่รู้ว่าอะไรคืออะไรแล้วละก็ผมก็คงจะเชื่อสื่อ) และอย่างสุดท้าย ผมว่าเหตุสังฆเภทเป็นรูปเป็นร่างจนชัดเจนเสียแล้วครับ
Observer 8/02/04 11:19:42 อ้างอิง
ความคิดเห็นที่ 393 : (พัลวัน)
หากได้ยินคำพูดของผู้ว่าแบงก์ชาติคนปัจจุบัน มรว. ปรีดิยาธร ก็จะทราบว่า ท่านกล่าวเอาไว้ว่า เดิมทีท่านก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมหลวงตาบัวจะต้องคัดค้านด้วย แต่เมื่อท่านได้มาเป็ฯผู้ว่าแบงก์ชาติแล้ว จึงได้เข้าใจว่า ...


ลอกมาให้อ่านกันครับ
 
ความสำคัญของคลังหลวง..หัวใจของชาติ
[ Updated 14th January 2003 ]
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
"ความสำคัญของคลังหลวง..หัวใจของชาติ"
บรรยาย ณ วัดเขาน้อยสามผาน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
(วันที่ 11 มกราคม พุทธศักราช 2546 เวลา 15:00 น. เนื่องในโอกาสจังหวัดจันทบุรีช่วยชาติ)


กราบนมัสการพระเดชพระคุณพระเทพสารสุทธี เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี ท่านอาจารย์ฟัก เจ้าอาวาสวัดเขาน้อยสามผาน นมัสการพระเดชพระคุณเจ้า พระสงฆ์ผู้ทรงคุณธรรม ซึ่งมารวมกันในวันนี้ เรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และ สวัสดีพี่ป้าน้าอาทุกท่านนะครับ

เมื่อสัก2เดือนให้ได้นะครับ ก็มีคนที่รู้จักมักคุ้นกับผม ก็วิ่งมาบอกว่าท่านอาจารย์ฟักอยากจะให้มาช่วยงานผ้าป่าช่วยชาตินะครับ ผมก็บอกจะให้ผมช่วยอะไรนะฮะ ก็บอกว่า ท่านอาจารย์อยากให้มาอธิบายให้พวกเราฟังจริงๆซะทีว่า "คลังหลวง" ที่มีพวกเรามาขอรับบริจาคเพื่อช่วยชาตินี่จริงๆแล้วเป็นอย่างไร แล้วที่ท่านอาจารย์มหาบัวได้ทำมาในตลอดเวลา4ปีที่ผ่านมาเนี่ย ได้ช่วยชาติไปอย่างไรบ้างแล้วนะครับ ผมเองก็อยากจะเล่าให้ฟังอย่างนี้ครับ

ผมว่ามันเป็นดวงเป็นโชคชะตามากกว่า เมื่อ 2529 ผมมีโอกาส ตอนนั้นผมอายุ 39 แล้วนะครับบวชเมื่ออายุมากหน่อยก็มีโอกาสได้ไปบวชและได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าบ้านตาด ตอนนั้นก็ยังไม่รู้จักท่านอาจารย์มหาบัวดีเท่าไหร่ แต่หลังจำพรรษาอยู่ 1พรรษาก็ซาบซึ้งในรสพระธรรม ในพระคุณธรรมอันสูงส่งของท่าน ก็ไม่นึกว่าวันหนึ่งจะได้มารับใช้ท่าน จะได้มารับใช้มาร่วมกับท่านในเรื่องที่จะช่วยชาตินะครับ

และนี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น ยังจำได้ว่าเมื่อครั้งแรกที่ท่านอาจารย์มหาบัวนำทองคำไป ไปมอบให้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับ วันนั้นเนี่ยพระที่วัดป่าบ้านตาดซึ่งรู้จักกับผมก็บอกว่า ให้ผมไปเฝ้าท่านอาจารย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับ ผมก็ไปนั่งอยู่ที่กระไดนะครับ ที่กระไดธนาคารกระไดจริงๆเลยนะครับ นั่งแล้วๆ ก็นั่งดูว่า เอ..วันนี้ท่านอาจารย์ท่านเอาเงินมาบริจาคทำไม ตอนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ ตอนนั้นไม่ได้อยู่ในธปท.นะครับ ผมเพิ่งได้เข้าไปเป็นผู้ว่าเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2543 ปีครึ่งมาแล้วนะครับ แต่ตอน 2541 เดือนกรกฎาคมเนี่ยยังไม่รู้นะครับว่าท่านเอาเงินผ้าป่าไปช่วยชาตินี่ ที่รับบริจาคมานี่ แล้วจะช่วยชาติได้อย่างไร? ไม่รู้เหมือนกัน ผมก็เลยอยากจะอธิบายช้าๆ นะครับ ท่านอาจารย์ฟักบอกว่าให้เวลาสักครึ่งชั่วโมงก็ได้ 40 นาทีก็ได้ ช้าๆ ให้เข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้นผมมีพรรคพวกผมนะครับมาช่วยถือชาร์ต ผมจะทำเหมือนกับคุณสมัคร สุนทรเวชเลยนะครับ มีตารางให้ดูด้วยเนื่องจากไม่มีการถ่ายนะครับ ไปทางนั้นเลยก็ได้นะครับ

ในระยะเวลาสี่ปีครึ่งที่ผ่านมานี่ ถามว่าท่านอาจารย์มหาบัวได้นำเงินทั้งเงินสดและทองคำไปมอบให้ธปท.กี่ครั้งแล้วนะครับ ก็อย่างที่ตารางกำหนดให้เห็นนะครับ ทั้งหมด 8 ครั้งแล้วนะครับๆ ใครอยู่ข้างหน้าก็ได้เปรียบหน่อยนะครับ 8 ครั้งแล้ว ครั้งแรกนั้นนี่เป็นเงินสดอย่างเดียว ผมแปลงเป็นตัวเลขสั้นๆ นะครับ 1.28 ล้านนะ 1,280,000 สหรัฐฯนะไม่ใช่บาทนะครับ 1,280,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ นั่นครั้งแรกเลยครั้งที่ผมไปนั่งอยู่นั่นเองนะครับ หลังจากนั้นมา ครั้งที่ 2 นะครับก็มีทั้งเงินสดและก็มีทั้งทองคำ เงินสดนี่ครั้งที่ 2 สามล้านดอลลาร์สหรัฐฯรวมแล้วได้ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯได้มากขึ้นนะครับ อันนั้นพฤษภาคม 2542 แล้วทองคำนั้นอีกประมาณ ถ้าเป็นน้ำหนักนะครับ 1,037 กิโลกรัม แล้วเราก็เอาไปต้องไปทำให้เป็นทองบริสุทธิ์ถูกต้องก็เหลือ 1,036 กิโลกรัมนะครับ ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 9.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะฉะนั้นครั้งที่ 2 ที่มอบนั้นรวมแล้ว ก็ 12.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯนะครับ ผมคงหยุดแค่นี้

ท่านก็มอบมาเรื่อยนะครับ 8 ครั้ง ตอนนี้ที่รวมกันนะครับที่มอบมาทั้งหมดนี้ เป็นเงินสดนะครับ 6,580,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมากนะครับ 6,580,000 ดอลลาร์สหรัฐฯนี่สูงนะครับ เราก็ไม่นึกไปถึงว่าศรัทธาประชาชนจะขนาดนั้น แต่ทองคำนั้นมากกว่า ทองคำนั้น 5,560 กิโลเข้าไปแล้ว คือ 5.5 ตันเข้าไปแล้วนะครับ ไม่มีประเทศไหนในโลกหรอกนะครับที่ศรัทธามหาชนที่มีต่อพระสงฆ์องค์เจ้า ที่จะช่วยชาตินี่จะบริจาคกันมาขนาดนี้ ผมไม่เคยเห็นที่ไหนที่คนจะบริจาคทองคำมากขนาดนี้ ถามว่า 5,500 กิโลฯนี่มันมีมูลค่าเท่าไหร่ มีมูลค่าเท่ากับ 51 ล้านดอลลาร์ส หรัฐฯ ถ้าเป็นเงินบาทก็ 2,200 ล้านบาท เฉพาะทองคำ 5,500 กิโลนี่ละครับ นี่คือสิ่งที่ท่านอาจารย์มหาบัว ทำมาในเวลา 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา และท่านก็ยังยืนยันที่จะทำต่อไปอีกนะครับ

นอกจากนี้ก็ ณ วันนี้นะครับ วันนี้ก็จะ..เงินที่เราได้มาก็หาผลประโยชน์ได้มาอีก 590,000 ดอลลาร์ นะครับรวมแล้วทั้งหมดทั้งเงินสด ทั้งผลประโยชน์ที่ได้ ทั้งทองคำ คิดเป็นมูลค่าเทียบเท่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯนี่ 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแล้วนะครับ วันนี้สิ่งที่ช่วยชาติทั้งเงินสดทั้งทองคำนี่ 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแล้วนะครับ ก็คิดเป็นเงินบาทก็ สองพันสี่เข้าไปแล้วนะครับ อย่าพึ่งเบื่อกับตัวเลขนะครับ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังอีกเยอะนะครับ

งั้นผมย้อนไปอีกทีนะครับ กรกฎาคม 2542 ผมบอกท่านแล้วนะครับ ตอนกรกฎาคมผมไปนั่งที่กระไดธปท. หรือเรียกว่าแบงก์ชาติ ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ เป็นประชาชนเหมือนท่านนี่ ก็นั่งสงสัยว่า ท่านอาจารย์เอาเงิน 1.28 ล้านดอลลาร์ ครั้งแรกน่ะ 1,280,000 ดอลลาร์ เอาไปมอบเพื่อเข้าสำรองทางการ ความจริงสำรองทางการนั้นๆ ก็มีอยู่สูงแล้วล่ะนะฮะ มีอยู่ 26,548 ล้านดอลลาร์ มีมากมายเลยนะครับ แต่ยังไม่พอนะครับ ไม่พอ ท่านไปมอบทำไมอีก 1.28 ล้านดอลลาร์ฯ มันนิดเดียว ช่วยอะไรได้ วันนั้นผมตีความไม่ออกจริงๆ ถ้าจะเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ 0.005% เท่านั้นเอง น้อยมากนะครับ วันนั้นก็ตีความไม่ออก ก็เก็บไว้ในใจ อย่างน้อยมีศรัทธาว่า อาจารย์ของเราไม่เคยทำผิดแน่ ท่านต้องเห็นอะไรสักอย่าง ก็นึกอยู่ในใจว่า เอาไปมอบ 1.28 ล้านดอลลาร์เมื่อกลางปี 2541 ซึ่งเป็น 0.005% ของเงินสำรองทางการ 26,000 ล้านดอลลาร์นี่ มันนิดเดียวจริงๆ ถามว่ามอบทำไม นึกไม่ออกนะครับ

ต่อไปตารางที่3 จนกระทั่งเมื่อตอนมิถุนายน 2543 นะครับยังไม่เผยไต๋นะครับ ตอนนั้นก็จะมีข่าวนะครับ ท่านรัฐมนตรีคลังและก็ผู้ว่าการแบงค์ชาติตอนนั้น ก็ออกมาแล้วก็บอกว่าจะรวมบัญชีๆ ท่านอาจารย์ก็บอกมาว่า “ไม่ให้รวม” นะครับ จะรวมบัญชีท่านก็บอกว่า “ไม่ให้รวม” นะครับ เอ๊ะ! เราก็งงกันไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็เลยจะอธิบายให้ฟังนะครับ มีบัญชีเป็นอย่างไร บัญชีเงินสำรองทางการหรือที่เรียกว่า “คลังหลวง” นี้ จริงๆ แล้วแบ่งเป็น 3 บัญชี นะครับ  
table

    บัญชีแรก คือ “บัญชีฝ่ายการธนาคาร” ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2543 ซึ่งคนกำลังทะเลาะกันนะครับ ฆราวาสบังอาจทะเลาะกับพระนะครับ มีอยู่อันนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯน ะครับ 5,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เรียกบัญชีฝ่ายการธนาคารนะครับ บัญชีฝ่ายการธนาคารนี้คืออะไร คือบัญชีที่เกิดจากค้าขายระหว่างประเทศนะครับ เวลาขายสินค้าออกไปนะครับ แล้วก็เอาส่วนหนึ่งไปซื้อสินค้าเข้ามา สินค้าเข้าก็เข้ามา ส่วนที่เหลือก็ไปเข้าบัญชีฝ่ายการธนาคาร คือส่วนเหลือจากค้าขาย ส่วนเหลือจากฝรั่งมาท่องเที่ยวในเมืองไทยก็ไหลไปเข้าบัญชีที่ฝ่ายการธนาคาร เป็นเงินที่เราที่ธปท.จับจ่ายใช้สอยในเรื่องของกิจการระหว่างประเทศได้ โดยอิสระไม่มีใครไปห้าม

บัญชีที่สอง เรียกว่า “บัญชีฝ่ายออกบัตร” ที่เขียนตัวเลข 25,589 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตอนที่ว่านี้คือกลางปี 2543 นะครับ บัญชีนี้เรียกว่า ฝ่ายออกบัตร เขามีไว้ทำไม? เขามีไว้หนุนธนบัตร เพื่อให้ธนบัตรเรามีค่าเต็มที่ ทำให้ต่างชาติเชื่อว่า เมืองไทยนี่เป็นเมืองที่ไม่ใช่เมืองที่ไม่มีๆ ทรัพย์สมบัตินะ ธนบัตรที่ออกมานี้มีทรัพย์สมบัติหนุนหลังครบถ้วน เพราะ 25,589 ล้านดอลลาร์นี่ ถ้าคูณ 40 เข้าไปก็โอ้โห! มหาศาลเลย ล้านๆๆบาทเลยนะครับ ก็อันนี้ก็มีเพียงพอ บัญชีนี้เนี่ย มีบัญชีนี้เนี่ยผู้ใหญ่สมัยโบราณ อาจารย์ผมก็เหมือนกัน อาจารย์ป๋วยท่านออกพระราชบัญญัติปิดไว้ ไม่ให้ใครเปิดใช้ง่ายๆ ถ้าใครจะหยิบเงินจากบัญชีฝ่ายออกบัตรมาใช้เนี่ย ต้องออกกฎหมายเข้าสภาก่อน ไม่ให้ใช้ง่ายๆ เพราะว่าในอดีตเคย อดีตกาลประมาณสัก 50 ปีมาแล้วนะครับ 40 กว่าปีมาแล้ว ตอนนั้นก็บางทีฝ่ายการเมืองทีก็มาหยิบเอาเงินนี่เอาไปใช้ แล้วก็ยวบยาบจนเกือบจะหมดเลย ท่านก็ออกกฏหมายปิดตัวนี้ไว้ ห้ามเอาไปใช้ แต่ทุกปีก็จะไป ทุกปีก็จะมีการเอาเงินนี้ไปหาดอกผลใช่ไหม หาดอกผล เงินก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อก่อนมีไม่ถึงขนาดนี้ มันก็เพิ่มมาเรื่อยๆ ก็ปิดเอาไว้นะครับ เดี๋ยวผมมาเดี๋ยวอธิบายอีกที เขาจะรวมบัญชีอะไร

เสร็จแล้วก็มีบัญชีที่สามอีกอัน ติ่งอยู่หน่อย 816 ล้านเหรียญสหรัฐฯ บัญชีนี้เรียกว่า “ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน” คือหมายความว่าตอนที่เรากำหนดอัตราแลกเปลี่ยนตายตัว สมัย 25 บาท สมัย 1ดอลลาร์เท่ากับ 25 บาทเนี่ย วันไหนค่ามันเปลี่ยนก็จะเอาเงินนี้ไปคอยซื้อคอยขาย เพื่อให้มันอยู่ตรง 25 ตลอด ตอนนี้บัญชีนี้ไม่ได้ใช้แล้วๆ แต่มีเงินเหลืออยู่นะครับ บัญชีอันสุดท้ายนี้จะไม่พูดถึงเพราะมันเป็นบัญชีติ่งอยู่นิดเดียว 816 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ที่เขาจะ “รวมบัญชี” นั้นเขาจะรวมบัญชี 2 บัญชีแรกเข้าด้วยกันถามว่าทำไมเขาจะรวม 2 บัญชีแรกด้วยกัน ทีแรกผมก็ไม่รู้ๆ ตอนนั ้นผมก็ไม่รู้ ผมก็มีที่ปรึกษาล่ะนะครับคือ ดร.วีรพงษ์ รามางกูรซึ่งวันนี้ก็มาด้วยนะครับ ตัวจริงเสียงจริงมาด้วย ดร.วีรพงษ์นี่ท่านไปหาท่านอาจารย์มหาบัวที่สวนแสงธรรม ถนนพุทธมณฑลสาย 3 กทม. ดร.วีรพงษ์ก็ไปถามท่านอาจารย์ๆ ท่านก็สนทนาธรรมด้วยตัวต่อตัวนะครับ ก็เข้าใจกันดี ดร.วีรพงษ์ก็บอกว่า ก็ถามท่าน ท่านอาจารย์ก็บอกว่าเขาจะเอาคลังหลวงเนี่ย 2 อันนี่ มันมี 2 บัญชีเนี่ยเอามารวมกันเนี่ย ซึ่งท่านอาจารย์เห็นว่า “ถ้ารวมกันแล้วเดี๋ยวเงินมันหมด”

ดร.วีรพงษ์ก็กลับมา ก็มาคุยให้ผมฟัง แกบอกมันคงหมดได้เหมือนกันนั่นแหละ ไม่เชื่อลองตามข่าวให้ดี เราก็ตามข่าวก็ปรากฎไปเจอข่าวหนังสือพิมพ์ ตอนนั้นทั้งท่านอดีตผู้ว่าฯ และอดีตรัฐมนตรีคลัง และอดีตรัฐมนตรีช่วยด้วยนะครับ แถลงเลยบอกว่า ณ ตอนนั้นนะครับ กลางปี 2543 “จะชำระหนี้คืน IMF ก่อนกำหนดทั้งหมด” ทีนี้เรามาดูซิ หนี้ IMF มีเท่าไหร่? ดูยอดนะฮะ

ณ วันนั้นมียอดหนี้ IMF อยู่ 12,586 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เราก็บอก เอ๊ะ! ก็เลยเห็นแล้วว่าอะไรเกิดขึ้น ความที่เขาต้องการจะชำระหนี้ IMF ทั้งหมดก่อนกำหนดทั้ง 12,586 ล้านเนี่ย เงินในบัญชีฝ่ายการธนาคารที่มีอยู่ 5,812 ล้าน ซึ่งสามารถจะเอามาใช้ หยิบมาใช้ได้หรือใช้หนี้ได้เนี่ยมันไม่พอ เทียบกับ 12,586 ล้าน เขาก็เลยมีอุบายที่จะรวมบัญชี “ฝ่ายออกบัตร” กับ “ฝ่ายการธนาคาร” เข้าด้วยกัน เพราะถ้ารวมเข้าด้วยกันแล้วเนี่ยมันก็จะมีมากพอ ลองรวมด้วยกันจาก 5,812 (ของฝ่ายการธนาคาร) กับ 25,589 (ของฝ่ายออกบัตร) มันก็เป็น 31,401 ล้านเหรียญสหรัฐฯ(หลังรวมบัญชี) ซึ่งถ้าอย่างนั้นเนี่ยมันก็จะมีพอที่จะใช้หนี้ IMF ได้

เราก็ถึงบางอ้อ! ผมกับดร.วีรพงษ์ก็ถึงบางอ้อว่า โอ้! งั้นรู้แล้วว่า ทำไมท่านอาจารย์ท่านถึงออกมาเต้นแร้งเต้นกา เพราะว่าจริงๆ แล้วเนี่ยเจตนาของเขาที่รวมบัญชีก็คือว่า อยากจะชำระหนี้ IMF ล่วงหน้าทั้งหมด ซึ่งไม่รู้ว่าจะรีบไปทำไมนะครับ เพราะตอนนั้นยังไม่ถึงกำหนด งวดแรกยังไม่ถึงเลย แต่ไม่ทราบว่าอะไร

ผมเข้ามาเป็นผู้ว่าฯแล้ว ผมก็เรียกตัวแทน IMF มานั่งคุย แล้วก็จริง ๆ ตัวแทน IMF มันชี้ มันชี้บอกมีเงินแล้วก็รีบจ่ายหนี้คืนซะ ผมก็บอกว่าจะจ่ายคืนได้อย่างไร ในบัญชีเสรีเนี่ยบัญชีที่เหลือใช้ได้มีอยู่แค่นั้นน่ะ มันก็บอกว่า ก็รวมบัญชีซิ

ผมก็เลยถึงบางอ้อ อ๋อ! นี่คือเชื่อฝรั่ง เชื่อฝรั่งจริง ๆนะมีหนวดด้วยนะครับ เชื่อฝรั่งให้ใช้หนี้ ก็เลยหน้ามืดตาม ัวเสนอจะรวมบัญชี เพราะถ้ารวมบัญชี ไอ้ที่เดิมจำนวน 5,812 ล้านมันไม่พอ เมื่อรวมแล้วก็จะมี 25,589 ล้านไปเติม พอได้ 31,401 ล้านมันก็ชำระหนี้ IMF จำนวน 12,586 ล้านได้

ทีนี้ประเด็นที่น่าสนใจคือมันเสียหายอะไรที่ชำระหนี้ IMF 12,586 ล้านถ้าเรามีเงินตั้ง 31,401 ล้าน? ก็อยากจะให้ดูอันต่อไปนะครับ จุดอยู่ตรงนี้ครับ จุดก็คือว่า ถ้ารวมแล้วพอชำระหนี้ IMF 12,586 ล้านเนี่ย ถ้าทำทันทีตอนกลางปี 2543 ถามว่าจะเหลือเงินเป็นสำรองเท่าไหร่ จะเหลือเงินสำรอง 19,632 ล้าน ถามว่า 19,632 ล้านพอไหม? มากไหม? วิธีจะดูว่าเงินสำรองมากไหมนี่นะครับต้องดูที่ตัวนี้คือตัว “ยอดหนี้ต่างประเทศรวม”

ใน “ยอดหนี้ต่างประเทศรวม” เนี่ย ตอนนั้นเป็นหนี้ทั้งหมดเลยนะ ทั้งเอกชนทั้งรัฐกู้เข้ามานี่สูงมากเลยนะครับ ประมาณ 87,000 ล้าน ถ้าเงินสำรองเหลือ 19,632 ล้านเหรียญฯ คนก็เชื่อน้อยลง แต่ที่เข้าไปดูไส้ใน ไอ้ตัว 87,000 ล้านเนี่ยมันเป็นหนี้ระยะสั้นที่จะถึงกำหนดระยะสั้นภายในเวลาไม่เกิน 1 ปีเนี่ยหนึ่งในสี่ คือประมาณ 22,000 ล้าน เขาว่าตอนนี้เขานับไม่ครบ 22,000 หรือ 25,000 ล้านซึ่งแปลว่าอะไร ถ้าเหลือเงินสำรอง 19,632 ล้านแล้วหนี้ระยะสั้นมีจำนวนถึง 22,000 ล้านเนี่ย แปลว่าคนจะหมดความเชื่อมั่นเราทันที

มันไม่มีใครเชื่อหรอกครับว่าในหนี้ระยะยาว 87,000 ล้าน และเป็นหนี้ระยะสั้น 22,000 ล้าน ถ้าเรามีสำรองเหลือ 19,632 ล้านเนี่ยความเชื่อมั่นจะหมดทันทีแล้วโอกาสที่จะเกิดอย่างตอนปี 2540 คือฝรั่งพอเขาเห็นว่าเราเหลือเงินน้อยคราวนี้พวกระยะสั้นก็จะดึงคืนก่อน พวกนี้ก็ได้คืนหมด แต่พอได้คืนหมดเงินสำรอง 19,632 ล้านเราจะหมดด้วย คราวนี้ล่ะยุ่งเลยนะครับ

อันนี้คือสาเหตุที่ทำไมๆ เราถึงผมกับดร.วีรพงษ์ ถึงเชื่อมากว่า ท่านอาจารย์นั้นเห็นถูกแล้ว ถ้าปล่อยให้รวมบัญชีได้ เขาจะเอาเงินที่รวมบัญชี 32,000 ล้านไปใช้หนี้ IMF 12,000 ล้านจะเหลืออยู่ 19,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ฯ นะครับ เงินสำรอง 19,000 ล้านก็ดูว่าเยอะ แต่พอเทียบกับหนี้ที่เป็นหนี้วันนั้นคือ 87,000 ล้าน ซึ่งส่วนระยะสั้น 1 ปีมันแคบ ตั้ง 22,000 ล้านแล้วเนี่ยเราถึงบางอ้อเลย ทันทีที่ถ้าทำอย่างนี้ปั๊บ เจ้าหนี้ระยะสั้นมันก็นั่งเรียกเจ้าหนี้ปีเดียวหมด ถ้าปีเดียวหมด ประเทศไทยจะอยู่ไม่ได้ คำว่าประเทศไทยอยู่ไม่ได้นี่ผมได้ยินจากไหน ถ้ามีการรวมบัญชี ผมก็มีพระองค์หนึ่ง ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร ผมก็โทรไปหาท่าน ท่านยังบวชอยู่ที่วัดป่าบ้ านตาด ผมก็เรียกครูจารย์นะครับ ภาษาอีสานเรียกครูจารย์ บอกครูจารย์

ตอนนั้นปี 2543 ถามครูจารย์เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ท่านอาจารย์ถึงลุกมาสู้ใหญ่เลย? และผมเชื่อว่าท่านอาจารย์ต้องเห็นอะไรแน่ ครูจารย์ก็บอกว่า ท่านเทศน์ให้ฟัง ให้พระฟังว่า ท่านนิมิต ท่านเห็นไปเลยว่า “คลังหลวงเนี่ย ถ้าเอามารวมกันเมื่อไหร่ มันจะไหลหมดไปเลย” ผมก็เลย เอ๊? ท่านพูดอย่างนี้กับพระ

ดร.วีรพงษ์ นักเศรษฐศาสตร์มือดีของเรา อธิบายให้ผมเป็นภาษาอย่างเมื่อกี้ คือถ้ารวมกันถ้าไปใช้หนี้ IMF ส่วนหนึ่ง เจ้าหนี้จะกลัว ก็จะเรียกคืนหมด เวลาเขาเรียกคืน เราก็ต้องให้ใช่ไหมครับ ความเห็นก็เลยท่านตรงกันนะ ทางโลกกับทางธรรมตรงกันผมก็บอก ใช่แล้วนะครับ ตอนนั้นผมก็ออกมาช่วยค้านกับเขา จะรวมไปทำไม รอไปก่อน ทยอยชำระหนี้ไปก่อนก็ได้ ฉะนั้น การที่ท่านอาจารย์เอาเงินน้อยนิด 1.28 ล้านดอลล่าร์ เอาไปเข้าเมื่อ 2 ปีก่อนคือเมื่อกลางปี 2541 ซึ่งเป็นเพียง .005 % ของเงินทั้งหมดเนี่ย ผมก็ถึงบางอ้อเลยว่า ท่านเอาน้ำมนต์เข้าไปเจือไว้ก่อน ท่านจะได้มีข้ออ้างไปบอกว่า เงินเนี่ยประชาชนเขาให้มา มันเจือเข้าไปในตุ่ม ตุ่มนี้ก็คำดร.วีรพงษ์อีกนะครับ เจือเข้าไปในตุ่มนั้นแล้วนี่ น้ำทั้งหมดนี่มันเป็นน้ำทิพย์ของประชาชน ถึงแม้ว่าเดิมจะเกิดจากการค้าก็ตาม ฉะนั้นมีอะไรต้องฟังเสียงประชาชน ต้องฟังเสียงพระสงฆ์องค์เจ้าที่อุตส่าห์ไปหาน้ำมนต์นี้มาเจือเข้าไป

ผมก็เลยว่านี่คืออุบายของท่าน ผมเชื่อว่าท่านเห็นอะไรไม่รู้ตั้งแต่ 2541 แต่ว่าเหตุการณ์นี้มันมาสุกงอมเอา 2543 แล้วท่านก็ออกมาคัดค้านความพยายามของคนบางคนที่จะรวมเงินสองบัญชีเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อจะไปชำระหนี้ IMF ซึ่งถ้าชำระแล้ว เราคือผมกับ ดร.วีรพงษ์ เชื่อว่า เจ้าหนี้ต่างประเทศจะหมดความเชื่อมั่นและจะดึงเงินคืน แล้วถ้าดึงเงินคืนในปีเดียวหมด ประเทศไทยก็จะหายนะ ครูจารย์องค์นั้นท่านยังบอกว่า และท่านอาจารย์ก็บอกว่า ถ้ารวมแล้วอีกครั้งเงินจะไหลออกหมด แล้วคราวนี้ประเทศไทยจะหายนะยิ่งกว่า 2540 อีก อันนี้คือสิ่งที่เราเลยรู้ว่า อ๋อ น้ำมนต์น้อยนิด ซึ่งก็ไม่น้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์ ณ 2541 กลางปีนี้ มันมาออกฤทธิ์เอาตอน 2543 นี่เอง ทำให้ท่านมีข้ออ้างมาคัดค้านการกระทำ ซึ่งขณะนั้นคนนึกไม่ออกว่าจะมีผลเสีย จนให้ประจักษ์ตาออกมาได้นะครับ นี่ก็จบตอนแรก เดี๋ยวพอไปตอนสองนะครับ นี้ ก็ดูต่อไปนะครับ คราวนี้ก็มาดูต่อมานะครับ

ต่อมาว่าหลังจากคัดค้านแล้ว อะไรเกิดข ึ้นนะครับ ก็ให้ดู อันนี้ตัวเลขอาจจะเล็กหน่อยนะครับ ผมให้ดูว่า ผมให้ดูตัวเลขตั้งแต่กลางปี 2543 บรรทัดแรกนะครับ ล็อกแรก ต่อมากลางปี 2544 ล็อกที่ 2 บรรทัดที่ 2 กลางปี 2545 แล้วก็มาปลายปี 2545 บรรทัดสุดท้าย ตอนกลางปี 2543 นะครับมีเงินอยู่ 32,218 ล้านดอลลาร์ วันนั้นรวมทั้งหมด เงินบริจาคเราก็ไม่มาก มีเงินสด 4.6 ล้านดอลลาร์ มีทองคำ 9.2 ตอนนั้น ณ ตอนกลางปี 2543 ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย แต่เป็นน้ำมนต์ที่มีฤทธิ์นะครับ ก็อยู่ใน 32,218 ล้านดอลล่าร์ พอปี 44 นะครับเงินบริจาคนั้นเพิ่มขึ้นจาก 4.6 เงินสดก็เป็น 5.9 ล้านดอลล่าร์ ทองคำจาก 9.2 ก็เป็น 18.3 ศรัทธามหาชนมากขึ้นอีก แต่เงินที่เรียกว่าสำรองทางการเริ่มลดลงนิดหนึ่งนะครับ ตอนนั้นก็มีการดำเนินนโยบายอะไรไม่รู้ล่ะ เงินเริ่มไหลออกนิดนึง เผอิญเขาเปลี่ยนตัวผู้ว่าพอดี ผมก็เข้าไปตอนนี้ช่วงนี้พอดี หลังจากนั้นมาพอ 2545 ผมว่าผมเป็นคนดวงดี แล้วผมว่าอาจารย์ช่วยผมน่ะ นะครับ เข้าไปผมก็นั่งคิดกับ ดร.วีรพงษ์ เอ๊ ออกนโยบายอย่างไรดี ก็ปรับนโยบายบางอย่างนะครับ ไม่ขออธิบายหลักเศรษฐศาสตร์

เราคิดกันสองคนก็ปรับนโยบาย หลังจากนั้นมาเนี่ย เงินสำรองมันไหลเข้าประเทศจาก 31,900 ล้าน พอกลางปี 2545 ไอ้ความดวงดีของผม ก็ขึ้นมาเป็น 35,590 ล้าน พอปลายปี 2545 ขึ้นมาเป็น 38,841 ล้าน ซึ่งสูงมากเลยนะครับ สูงที่สุดในห้าปีที่ผ่านมา เคยสูงที่สุดคือพฤศจิกายน 2539 ก่อนเศรษฐกิจจะล้มเนี่ย 39,700 ล้าน ตอนนี้เกือบถึงแล้วนะครับ 38,800 ล้าน แต่สบายใจว่า มีเหลือพอแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ด้านบริจาคก็ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันนี้ รวมทั้งหมดแล้วมีเงินสดบริจาคอยู่ 7.2 ล้านแล้วๆ ก็มีทองคำอยู่ 51.1 ล้านดอลล่าร์นะครับ

เงินบริจาคอันนี้ผมก็มาใส่ในบัญชีฝ่ายออกบัตรตามที่ท่านอาจารย์ต้องการให้แล้ว เดิมทีที่เขาไม่ยอม เขาเอาเงินบริจาคไปไว้ในบัญชีฝ่ายการธนาคารดูบรรทัดแรกเห็นไหมครับ ก็เถียงกันใหญ่เลย ผมก็เข้าไป เขาบอกว่าใส่ไม่ได้ เราก็เปิดดูกฎหมายมันก็ใส่ได้ ก็ใส่เลย เราก็ใส่มาก็ไม่เห็นมีใครมาจับผมนะครับ มันใส่ได้แต่ไหนแต่ไรแล้ว ไอ้ใส่ในบัญชีนี่ไม่ยากหรอก ก็ใส่ให้มันถูกบัญชี ก็ใส่เลย ก็ถูก นักกฎหมายก็ตีความก็ถูกอีก ก็เลยจบเรื่องมา ที่ให้เห็นก็คือว่า จะด้วยอะไรไม่รู้ ด้วยบุญญาบารมีของอะไรไม่รู้ล่ะ พอเข้าไปปั๊บนี่ ทุกอย่างมันดีขึ้น ขึ้น ไหลขึ้นมา ๆๆ ผมก็ไปกราบท่านเรื่อย ๆ นะครับ ณ วันนี้ก็มี 38,841 ล้าน เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมานี้เอง ครับถามว่ า เอาไปทำอะไร ที่เอาไปทำอะไร

เมื่อมีมากขึ้นคราวนี้เราก็มาคิด เอ๊? ทำอะไรดี ก็หยิบไอ้หนี้ IMF เนี่ยมาดู หนี้ IMF จำได้ไหมครับ เมื่อกี้ตอนกลางปี 2543 มี 12,000 กว่าล้านนะครับ จากตั้งแต่…แล้วก็เงินหนี้ IMF สองหมื่นกว่าล้านก็เริ่มถึงกำหนดชำระตั้งแต่ต้นปี 2544 ประเทศไทยไม่เคยเบี้ยวใคร ผมก็เอาเงินที่เก็บจากค้าขายนี่ ไม่ใช่จากบัญชีฝ่ายออกบัตรนะครับ ทยอยใช้หนี้ไปเรื่อย จนถึงสิ้นปีนี่นะครับ ถึงสิ้นปีนี่เหลือหนี้อยู่ 4,900 ล้าน ครับ 4,900 ล้าน จาก 12,000 กว่าล้านนี้ ทยอยมาเรื่อยเลยนะครับ ตั้งแต่ 2544-45 เดือนหนึ่งๆ 300 ล้านเหรียญบ้าง 200 ล้านเหรียญบ้าง ทยอยตามกำหนดเลย เราเสียชื่อไม่ได้ แต่ไม่ได้เอาเงินจากบัญชีฝ่ายออกบัตรนะครับ เอาเงินจากค้าขายที่เก็บมาได้ ใช้หนี้มาเรื่อย ตอนนี้นะครับเหลือ 4,900 ล้าน จำนวน 4,900 ล้านนี้ก็ปรึกษากับท่านนายก ฯ นะครับ

บอกว่า ท่านนายก ฯ ไอ้ 4,900 ล้านนี่นะครับ ตอนนี้ ผมเหลือเยอะแล้ว เหลือพอแล้ว เดี๋ยวจะบอกว่าพออย่างไรนะครับ เหลือพอแล้ว ผมเสียดอกน่ะ กู้เขามามันก็ต้องเสียดอก แล้วผมก็เสียดอกขาดทุนอยู่ปีหนึ่งประมาณ ไอ้ 4,900 นี่เสียดอกขาดทุนประมาณ 100 ล้านเหรียญ ใน 100 ล้านเหรียญนี้ปีหนึ่ง 4,000กว่าล้านบาทนี้นะครับผมว่าเราชำระหนี้คืนก่อนกำหนดเถอะ

ท่านนายกฯก็บอก “เฮ้ย เดี๋ยวไปผิดคำที่…กับท่านอาจารย์มหาบัวนะ”

ผมก็บอก “ไม่ใช่ (ไม่ได้ผิดคำเพราะ)ไม่เกี่ยวกันครับถ้าเราชำระหนี้คืนก่อนกำหนดเนี่ยเราก็ไม่ได้ไป(ชำระด้วยการ)รวมบัญชี แต่เราจะชำระจากบัญชีฝ่ายการธนาคารซึ่งเป็นเงินที่ไม่ได้ปิดตุ่มไว้ เงินที่ปิดตุ่มก็คือฝ่ายออกบัตร ยังปิดอยู่” ดูเงินนะครับ

ฝ่ายออกบัตร ณ สิ้นปี จากเดิมเมื่อกี้ 26,000 เห็นไหมครับ ตอนนี้เพิ่มเป็น 29,000 แล้วนะ 29,000 ก็เพราะว่ามันได้ดอกเพิ่ม แล้วก็ค่าของเงินสกุล อย่างยูโร เงินเยน มันปนอยู่ด้วย มันดันเพิ่มค่าด้วยนะครับ ได้ 29,000 มันจะอยู่ 28,000-29,000 ฝ่ายออกบัตรอันนี้อย่าไปแตะ เพราะอันนี้ท่านอาจารย์ท่านห้ามแตะ อันนี้บรรพบุรุษโบราณท่านก็ห้ามแตะ ไอ้นี่แตะแล้วเดี๋ยวหมด แต่เขาให้แตะอันที่เรียกบัญชีฝ่ายการธนาคารในแถวแรก แถวแรกนี้คือบัญชีค้าขายนี้หมุนไป เราก็บอกแตะอันนั้นเถอะ เอานั้นมาชำระซะ เพราะชำระแล้วก็ยังเหลือพอ เดี๋ยวจะบอกว่าพออย่างไรนะครับ จะบอกว่าพออย่างไร เหลือแล้วสบายใจว่าปลอดภัยด้วยนะครับ เราก็นั่งคุยกัน แล้วชำระอย่างไรล่ะ?

ผมบอกช ำระหนี้นะ อย่ารีบชำระ ทยอยชำระ คือหมายความว่าไม่ต้องวันเดียวหมดหรอก เอาสัก 6 เดือนหมด ที่ 6 เดือนหมดก็เพราะอะไร ตรงบรรทัดที่สองจะเห็นนะครับ ใน 6 เดือน มกราคมถึงกรกฎาคมนี้ จะมีเงินทยอยจากการค้ากำไรเข้ามานี่ กำไรจากค้าขาย ส่งออก ฝรั่งมาเที่ยวเนี่ยได้ประมาณ 1,400 ล้าน ที่เราคาดการณ์อีก 1,400 ล้านนี่ได้แน่ ๆ เพราะฉะนั้นถ้าเราทยอยชำระถึงกรกฎาคมเงิน 4,900 ล้านนี่ พอถึงปลายเดือนกรกฎาคมนี้เราจะมีเงินในบัญชีฝ่ายการธนาคาร 5,185 ล้าน ซึ่งแข็งแรงพอ ถ้ารวมทั้งหมดแล้วจะมีทั้งหมด 35,000 ล้าน ซึ่งก็แข็งแรงพอ

ทำไมแข็งแรงพอ? วิธีวัด เขาวัดอย่างนี้ครับ ด้วยการดูยอดหนี้ต่างประเทศนะครับ จาก 87,000 ล้านลดเหลือ 57,000 ล้านแล้วเห็นไหมครับ ประเทศไทยนี่เก่งนะครับใน 2 ปีที่ผ่านมานี้ 2 ปีครึ่งลดหนี้ต่างประเทศจาก 87,000 เหลือ 57,000 แล้ว ใน 57,000 นี่ มันมีหนี้ระยะสั้นอยู่ 14,000 ล้านเท่านั้น จาก 20,000 กว่าเหลือ 14,000 แล้ว ไอ้ 14,000 นี่

เวลาที่จะดูว่าแข็งแรงหรือไม่เขาก็ดูว่าเงินสำรองที่เหลือ 35,000 นี้เทียบกับ 14,000 แล้วกี่เท่าตัว เพราะ 14,000 คือจริงๆ ที่ฝรั่งจะเรียกคืนใน 1 ปี ปรากฏว่าพอไปเทียบแล้วมัน 2.5 เท่าตัว ซึ่งตามตำราของโลกทั้งโลกเลยนะครับ ถ้าเอา “สำรองทางการ” เทียบกับ “หนี้ระยะสั้น 1 ปี” ถ้าได้สัดส่วนถึง 2 เท่าตัวอย่างนี้ เขาให้เกรดเอเลยนะ ให้เกรดเอเลยนะครับ เป็นประเทศที่มีความแข็งแรงของเงินทุนสำรองเกรดเอ แต่นี่เรา 2.5 เท่าคือเอบวก ผมถึงบอกท่านนายก ฯ อย่างนั้นชำระเลย แล้วก็ไม่ได้ผิดคำที่รับปากกับท่านอาจารย์มหาบัวไว้ว่า เราจะไม่แตะเงินบัญชีฝ่ายออกบัตรซึ่งเป็นคลังหลวงที่แท้จริงนะครับ

บัญชีฝ่ายออกบัตร 29,000 ล้านผมก็ไม่แตะ เอาเก็บไว้ที่เดิม แล้วคงจะเพิ่มขึ้นนะครับ ดอกผล ใน29,000 อีกหน่อยถ้าใครได้ยิน 28,500 ก็อย่าไปคิดอะไรมากนะครับ เพราะว่ามันขึ้นลงตามค่าเงินตรา เพราะเราไม่ได้มีเฉพาะดอลลาร์ มีทั้งดอลลาร์ มีทั้งทองคำ มีทั้งเงินเยน มีทั้งเงินยูโร ก็ต้องเฉลี่ย ๆ ไว้นะครับ ฉะนั้น บัญชีออกบัตรเราไม่แตะ เราจะเอา(บัญชีฝ่ายการธนาคาร)อันนี้ไปชำระ ท่านนายก ฯ ท่านก็เข้าใจ บอก อย่างนั้น โอเค เข้าใจนะครับ เรา หนึ่ง เราไม่ผิดคำที่รับกับพระกับเจ้าไว้นะครับ ไม่ผิดคำที่รับกับพระ เจ้าไว้ อันที่เป็นคลังหลวงแท้จริงเราไม่แตะ เราเอาเงินที่ได้จากการค้าขายกำไรมาใช้หนี้ให้เร็วขึ้น แล้วประหยัดด้วย ถ้าผมใช้หนี้นี่ผมประหยัดได้ปีละ 4,00 0 ล้านนะครับ ทำให้เอาเงินมาทำอย่างอื่นดีกว่านะครับ แล้วก็ไอ้ที่มีเหลือทั้งหมด 35,000 ตามสูตรฝรั่งที่รวมทั้งหมดนี้นะครับ มันเป็นถึง 2.5 เท่า คือ สองเท่าครึ่งของหนี้ระยะสั้น เขาเรียกว่าๆ พอแสนพอ เขาเรียกว่าปลอดภัย 2 เท่านี้ให้เกรดเอแล้ว นี่มันสองเท่าครึ่งก็เลยให้สบายใจได้ว่าที่ทำไปเป็นอย่างนี้

มีอีกนิดนึงครับ คราวนี้นะครับก็ดูเหมือนเรื่องว่า เอ๊มันน่าจะจบได้นะครับ แล้วเงินคลังหลวงไอ้ 29,000 นี้มันช่วยชาติอย่างไร แล้วยังต้องเพิ่มอีกหรือไม่นะครับ จะให้ดู ช่วยชาติอย่างไรให้ดูนะครับ นี่ตัวเลขบรรทัดแรกคือเงินในบัญชีฝายออกบัตร หรือคลังหลวง 29,000 นะครับ ปี 2546 เราคาดว่าจะมี 28,505 ไม่ได้ลดลงนะครับ มันอยู่ที่การปรับค่า คือถือว่าอยู่เท่าเดิมนะครับ แต่ว่ามันปรับค่าตามอัตราแลกเปลี่ยน อยู่เท่าเดิม ตัวนี้ช่วยชาติอย่างไร?

ช่วยชาติอย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมย้อนนิดหนึ่ง คือใครเคยได้ยินคำว่ากองทุนฟื้นฟูฯใช่ไหมครับ ตอนที่ 56 สถาบันล้มโครมไปเลย ล้มไปเลย แล้วก็มีแบงค์หลายแบงค์ปิดไป แบ๊งค์กรุงเทพพาณิชยการปิดไป ไทยพัฒนาปิดไปเนี่ย มหานครก็อันเดียวกันน่ะนะครับ ปิดไปนี่ตอนนั้นนะ เสียหายเยอะ มาเอากองเงินจากกองทุนฟื้นฟูนี้ไปจ่ายเจ้าหนี้ เจ้าหนี้ทั้งไทยทั้งฝรั่ง แล้วก็ไปจ่ายผู้ฝากเงิน แต่พวกนั้นล้ม พวกบริษัทเงินทุน 56 แห่งล้มไปแล้ว อีก 2 ธนาคารก็ล้มไปแล้วหมด แล้วทำอะไรเยอะแยะ เสียหายมากเลยที่ทำมาใน 4-5 ปีนี่ ถามว่าเสียหายทั้งหมดเท่าไหร่ วันนี้ไม่ได้ทำตัวเลขมานะครับ 1,398,000 ล้าน ท่องแม่นเลยนะครับเพราะทำมาเองกับมือ

ใน 1,398,000 ล้านนี้รัฐบาลเดิม รัฐบาลก่อนนี้ออกพันธบัตรเอาเงินมาสางหนี้ไปแล้ว 500,000 ล้าน มันยังเหลือหนี้อีก 890,000 ล้านไม่มีใครสาง ไอ้ผมก็เป็น..มีกรรมน่ะ เข้าไปบอก หา..มันมีหนี้อยู่แค่นี้หรือ? บอกมีอยู่แค่นี้จริง ๆ ไอ้เราก็ต้องสางให้หมด เพราะถ้าสางไม่หมดเก็บไว้วันหนึ่งมันระเบิดนะครับ ฝรั่งเขาไม่เชื่อไทย มีหนี้อยู่ค้างอยู่ที่กองทุนฟื้นฟู 898,000 ล้าน

ไอ้ตอนจะสางหนี้ให้หมดนี่ ถามว่าทำอย่างไร? วิธีทำก็คือ ออกพันธบัตรกู้เงินจากประชาชนมาใช้หนี้นี้เสียก่อน ของกองทุนฟื้นฟูจะได้ไม่เป็นปัญหารกที่ระเบิดขึ้น ในการออกพันธบัตรมาใช้หนี้ 890,000 ล้านนี้ ออกพันธบัตรนี้ง่าย ง่ายมากเลย แต่ตอนชำระหนี้พันธบัตรคืนประชาชนเนี่ยจะเอาเงินจากที่ไหนนะครับ จะเอาเงินจากที่ไหน ผมก็นั่งคิด โอ๊ย! คิดตั้งแต่เข้ามานะครับ มิถุนาย น 2544 เข้ามา มาคิดออกเอาตอนกุมภาพันธ์ 2545 นะครับ แล้วไปคุยกับท่านนายก ฯ ท่านนายก ฯ ท่านบอกว่า เออ เอาด้วย แต่พอจะทำจริง ๆ ก็มาเอาตอนกรกฎาคม 2545 นะครับ ถามว่าทำอย่างไร? ก็คิดประการแรกว่า เอ๊ ถ้าออกพันธบัตร 890,000 ล้านมาล้างหนี้ ไอ้ตอนจะใช้คืนประชาชน ถ้าใช้งบประมาณประจำปีใช้หนี้คืนประชาชนเนี่ย มันจะต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้น มันจะต้องเพิ่มภาษี เรียกว่า วีเอที(VAT) นี่แหละ จะต้องเพิ่มวีเอทีเพิ่มขึ้น ผมจำได้เลยนะ

ผมเวลาผมคิดอะไรไม่ออก ผมก็ไปหาพระ ผมไปกราบท่านอาจารย์มหาบัวเลยนี่ล่ะที่สวนแสงธรรม กันยายน ผมก็พูดง่าย ๆ บอกว่า ท่านอาจารย์ครับ มันมีปัญหาหนักอกอยู่นี่ ไม่ได้พูดรายละเอียดอย่างนี้นะครับ ผมพูดง่าย ๆ ว่ามีปัญหาหนักอกอยู่นี้ ถ้าผมจะแก้หนี้ ผมต้องออกพันธบัตร แล้วผมต้องขึ้นภาษี VAT เพื่อจะเอาเงินมาใช้หนี้เนี่ย ท่านอาจารย์เห็นว่าอย่างไร อันนี้ท่านอาจจะจำไม่ได้ แต่ท่านนั่งนิ่งไปพักแล้วท่านก็บอกว่า ตอนนั้นกันยายน 2544 ท่านบอกว่า

“ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนมากแล้ว อะไรๆ ก็ตามที่จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนอีก (ก็คือเพิ่มภาษี VAT จะทำให้เดือดร้อนอีก) อย่าทำเลย”

ผมก็กลับบ้านซิ ใช่ไหมครับ จิ้งจกทักยังหยุด พระอย่างขนาดท่านอาจารย์มหาบัวทักนี้ ไม่หยุดก็ไม่ได้ ใช่ไหมครับ แล้ว เออ ท่านทักต้องมีอะไรสักอย่าง ก็ไปนั่งคิด เอ้อ มันคงไม่ดีจริง ๆ ก็นั่งคิดไปอีก 4-5เดือนก็คิดออก คราวนี้คิดออกก็บอก เอ๊ ถ้าอย่างนั้นเราพบกันครึ่งทาง สมมุติว่าเราออกพันธบัตรไป 890,000 หมื่นล้านมาใช้หนี้กองทุนฟื้นฟู พันธบัตรระยะยาวหน่อย สมมุติ 20 ปีแล้วกันนะครับ 20 ปีหรือกี่ปีก็ตาม ออกไปก่อน ทยอยใช้หนี้แล้วแต่จะเอาไปตรงไหน แต่ว่าเวลาใช้หนี้คืนเนี่ย

สมมุติว่าให้งบประมาณของกระทรวงคลังรับเฉพาะดอกเบี้ย แล้วผมไปหาเงินที่ไหนมาใช้เงินต้นอันนี้ จะดูซิเป็นอย่างไร เอาให้แค่กระทรวงคลังรับเฉพาะดอกเบี้ย ต้องขึ้นภาษีหรือไม่ ถ้าผมรับเงินต้น ปรากฏว่าไม่ต้องขึ้นภาษี พอคำนวณแล้วว่าไม่ต้องขึ้นภาษี ภาษีที่เก็บอยู่ได้ผมก็จบเลย ผมบอกอย่างนั้นได้แล้ว

ถ้าอย่างนั้นผมก็จะเอาอย่างนี้ ออกพันธบัตร 890,000 ล้านมาใช้หนี้นะครับ เท่าไหร่ก็ตามมาใช้หนี้ๆ นะครับ แล้วดอกเบี้ยเนี่ยขอคลังมาใช้ทุกปี เพราะไม่ได้ขึ้นภาษีก็มีเงินพอ ส่วนเงินต้นผมรับผิดชอบ ถามว่าผมจะเอาจากไหน ผมก็เคยมาคิดว่า เอ๊ บัญชีคลังหลวงเนี่ยที่มีอยู่ 29,248 ล้านเหรียญนะครับ คูณด้วย 42 เข้าไ ปนะครับ มันล้านล้านล้านบาทเลยนะครับ ล้านล้านล้านบาทเลย ทุกปีมันมีดอกเบี้ยนี่ ปีหนึ่งประมาณ 800 ล้านเหรียญ ประมาณ 800-1,000 ล้านเหรียญ ไอ้ 800-1,000 ล้านเหรียญ คือ 30,000 หรือ 40,000 ล้านบาท ผมบอกว่า เอ ถ้าดอกผลอันนี้เฉพาะดอกนี่ เราเอามาทุกปี คำนวณแล้ว 19 ปีก็ใช้หนี้ 840,000 ล้านได้หมดนี่ ก็คิดแค่นี้

พอคิดแค่นี้ปั๊บ ก็รีบไปหาท่านอาจารย์มหาบัว ไปหาจริง ๆ ไปหาที่วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานีนะครับ ไปหาท่านอาจารย์ ก็มีครูจารย์ปิ๋วนี้แหละ ครูจารย์ปิ๋วช่วยให้ได้พบ ก็ไปกราบเรียนท่านอาจารย์มหาบัวว่า ผมมาขอปรึกษาด้วยแล้วขออนุญาตด้วย ก็เล่าให้ฟังมันมีปัญหา ประเทศมีหนี้สูงแค่นี้ไม่มีใครล้าง ไม่ล้างวันหนึ่งก็จะระเบิดออกมา ก็กราบเรียนท่านว่า

“คลังหลวงของท่านอาจารย์นี่ตัวเงินต้นผมไม่แตะ แต่ผมขอดอกเบี้ยได้ไหม ดอกเบี้ยทุกปีที่เกิดขึ้นนี้ เพื่อจะไปล้างหนี้มหาโหดที่มันมีอยู่เดิมน่ะ มันจะไปว่าใครผิดก็ไม่ได้ และคลังหลวงก็เป็นของกลางของชาติอยู่แล้ว นะครับ ขอดอกเบี้ยได้ไหม แต่ผมไม่แตะเงินต้นเลย ถ้าให้ผมได้ ผมก็จะใช้หนี้หมดใน 19 ปีนะครับ”

ท่านก็ฟังแล้วท่านให้ครูจารย์ปิ๋วนี้ทดสอบผมเลยครับ คุยกันแบบนักบัญชี นักเศรษฐศาสตร์เลยนะครับ ท่านก็บอกว่าเงินต้นไม่แตะนะ บอกว่าไม่แตะครับ เงินต้นไม่แตะเลยนะ ท่านก็บอกว่าพอออกกฎหมายแล้วก็มีผลอย่างนี้อย่างเดียวนะคือหนเดียวนะ ไม่มีอย่างอื่นอีกนะ ก็บอก ครับ แค่นั้นเอง เราจะออกกฎหมายว่า เฉพาะเรื่องดอกเบี้ยนี้เท่านั้น หนเดียวนะครับ ท่านอาจารย์มหาบัวบอกท่านอนุญาต ผมก็โล่งเลยวันนั้น บินกลับมาด้วยความโล่งใจมาคุยกับท่านนายกฯ บอกว่าท่านอาจารย์อนุญาตแล้ว ท่านนายกฯ ก็โล่งใจ ก็เข้า ค.ร.ม.

ผมก็เลย จะแสดงให้ดูให้เห็นอย่างนี้นะครับว่า ขณะนี้เงินต้นดอกเบี้ยปีนี้ 743 ล้านดอลลาร์นี้มันเท่ากับ 32,109 ล้านบาท อันนี้ ขณะนี้กำลังจะขอโอนเอาไปใช้หนี้เงินต้น 890,000 ล้าน แต่ดอกเบี้ยของพันธบัตรน่ะคลังเขาจ่าย เอาไปใช้เงินต้น ปีหน้าก็จะได้อีก 36,344 ล้าน โดยเงินต้นไม่ได้แตะนะครับ และพอปีโน้นก็จะได้มากขึ้น ที่มากขึ้นเพราะอัตราดอกเบี้ยมันสูงขึ้นเรื่อย ๆ จาก 2547 เป็นต้นไปนี้นะครับ ผมไม่ได้ทำทุกปีนะครับ จาก 2547 เป็นต้นไป จะได้เงินประมาณเท่ากับ 47,000 ล้าน ประมาณนั้นนะครับ คงจะวิ่งระหว่างประมาณ 42,000-50,000 แล้วแต่นะครับ พอรวมไป 19 ปี หนี้ 890,000 ล้านหมดเลย

ฉะนั้น ทุกท่านนะครับ ที่เอาเงินมาบร ิจาค ถึงแม้จะน้อยนิด ถึงแม้ของท่านอาจารย์รวมมาที่บริจาคไปเนี่ยก็ประมาณ 58 ล้านเหรียญซึ่งไม่น้อยในแง่เรา แต่ 58 ล้านเหรียญเทียบกับ 28,000-29,000 ล้าน ถึงแม้จะน้อยนิดนะครับ แต่มันเจืออยู่ในโอ่งใบเดียวกัน แล้วดอกผลของเงินเหล่านี้ทุกบาททุกสตางค์จะไปช่วยชำระหนี้พันธบัตร 890,000 ล้าน เป็นเวลาเนี่ย 19 ปีหมดนะครับ ถ้าโชคดีอาจจะ 15 ปีหมดก็ได้นะครับ หมดเมื่อไหร่เราจะเลิกทันที กฎหมายที่ออก คือ ทันทีที่หนี้กองทุนฟื้นฟูกับพันธบัตรหมดเมื่อไหร่ ห้ามแตะดอกเบี้ยนี้อีกต่อไป ใครจะมาแตะก็ต้องไปขออนุญาตท่านอาจารย์อีก แล้วก็ไปขอเข้าสภาฯใหม่นะครับ

ฉะนั้นทุกท่านที่ได้บริจาคมา ผมทวนอีกนิดหนึ่งนะครับ ที่ได้บริจาคมาแม้จะน้อยนิดก็ตาม สิ่งแรกที่ได้ช่วยชาติไปแล้วก็คือ เมื่อ 2543 เพราะเงินบริจาคน้อยนิดนั้นทำให้ท่านอาจารย์สามารถมีข้ออ้างที่จะออกไปต่อสู้ได้ว่าไม่ควรรวมบัญชี เพราะถ้าท่านไม่เอาน้ำมนต์ไปใส่ไว้ในวันนั้น ท่านก็ไม่รู้จะไปอ้างเขาอย่างไร ท่านบอกว่า เงินของท่านไปอยู่ในนั้นด้วย เงินของพี่น้องประชาชนไปอยู่ในนั้นด้วย ฉะนั้นรวมบัญชีไม่ได้นะ เพราะรวมบัญชีแล้วมันจะมีเสียหาย ซึ่งในแง่เศรษฐศาสตร์ ดร.วีรพงษ์ กับผม บอกว่ามันก็เสียหายจริง ๆ ถ้ารวมบัญชีแล้วเงินจะไหลออกนะครับ นั่นคือการช่วยชาติครั้งแรก

การช่วยชาติต่อไปในอนาคตอีก 19 ปี รวมทั้งปีนี้ด้วยนะครับ ก็คือ ดอกเบี้ยเฉพาะดอกเบี้ยจากเงินนี้ ส่วนนี้ส่วนใหญ่ก็มาจากค้าขาย แต่เงินของท่านน้อยนิดเจืออยู่ด้วยนะครับ ดอกเบี้ยนั้นจะใช้ล้างหนี้ 890,000 ล้านให้หมดในเวลา 19 ปี

นี้คือทั้งหมด เรื่องทั้งหมดของคำว่า “คลังหลวง” นะครับ หวังว่าทุกท่านคงจะเข้าใจ ผมก็มีอะไรมาเล่าให้ท่านฟังแต่เพียงเท่านี้ล่ะครับ ถ้าท่านผู้ใดอยากถาม เชิญถามได้นะครับ

ผู้ถาม : (มีผู้ถามคำถามเกี่ยวกับหนี้ระยะยาว ว่าท่านผู้ว่าการ ฯ ยังไม่ได้กล่าวถึง)

ตอบ: อ๋อครับ หนี้ระหว่างประเทศทั้งหมดคือของเอกชนด้วยนะครับ เอกชน รัฐวิสาหกิจอะไรทั้งหมดในประเทศเลยนะครับ ขณะนี้เป็นหนี้ต่างชาติอยู่ 57,000 ล้าน เห็นไหมครับ 57,000 ล้านเหรียญนะครับ อันนี้มีทั้งยาวและสั้น ในส่วนนี้เป็นหนี้ระยะสั้น 14,000 ที่เหลือเป็นหนี้ระยะยาว ระยะยาวคือเกิน 1 ปี พวกนี้จะทยอยหมดใน 10 ปี ถามว่าจะหมดอย่างไร หมดก็คือทุกปีเนี่ยเราจะค้าขายมีกำไรนะครับ ท่านจะเห็นว่าเมื่อตัวเลข 2543 มี 87,000 เห็นไหมครับ จำได้ไหมครับ ตอน 2543 มี 87,000 พอตอนนี้น ะครับ วันนี้ 2 ปีครึ่งให้หลังคือปลายปี 2545 เหลือ 57,000 แล้ว

หากถามว่า 57,000 เหลือได้อย่างไร ก็ใช้หนี้เขาไปแล้ว โดยจากค้าขาย เราค้าขายเก่งนะ เราส่งออกอะไรเยอะมาก จากที่การท่องเที่ยวมาเที่ยว ฝรั่งมาใช้เงิน เราเก็บเงินพวกนี้ใช้หนี้ไป หนี้ก็ลงมา 57,000 ล้านตามปกติ แบ๊งค์ชาติก็ทยอยใช้หนี้ IMF ไปแล้วจาก 12,000 กว่า เหลือ 4,900 ก็หักไปแล้วเหมือนกันอีกประมาณ 8,000 ล้านก็อยู่ในส่วนที่ลดจาก 87,000 เหลือ 57,000

จากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้น จากนี้ไปได้คำนวณแล้วนะครับ การค้าขายของเรายังมีกำลังที่จะช่วยลดหนี้นี้ได้ตลอดไปนะครับ ถามว่าเหลือศูนย์ไหม เอ่อ ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเราเนี่ย มันจะไม่เหลือศูนย์ เพราะว่าอะไรครับ พอถึง พอใช้หนี้ไปจนลง จนยอดหนี้ 57,000 ลงต่ำกว่า 38,000 หรือ 35,000 เมื่อไหร่ ลงต่ำกว่าสำรองเมื่อไหร่เนี่ย ตอนนั้นนะครับจะมีคนอยากให้กู้อีก

ตอนนี้เรามีสมบัติอยู่ 38,000 หรือ 35,000 เราเป็นหนี้อยู่ 57,000 คนเขาว่าไอ้นี่มันมีหนี้มากกว่าสมบัติ คนก็ไม่อยากให้กู้ เราก็ต้องค้าขายมาใช้หนี้ แต่วันใดก็ตามนะครับ พอไอ้หนี้ตัว 57,000 มันลดเหลือ 37,000-38,000 ซึ่งเป็นจำนวนที่เรามีสมบัติ วันนั้นคนก็มาให้กู้อีก ก็เหมือนกับธนาคารน่ะนะครับ เวลาเราอยากจะกู้ เรามีหนี้เยอะไม่ให้กู้ ไอ้คนมีสมบัติเยอะดันวิ่งมาให้กู้ เช่นเดียวกันนะครับ จะเป็นอย่างนี้นะครับ ให้สบายใจได้

หนี้นี้เคยสูงสุดเท่าไหร่รู้ไหมครับ 57,000 นี่ ตอนกรกฎาคม 2540 ซึ่งเป็นตัวที่ตอนนั้นแย่ที่สุด สูงถึง 109,000 ล้านดอลลาร์ วันนี้เหลือ 57,800 ล้านดอลลาร์ ลดลงเหลือเกือบครึ่งนะครับ แต่ 57,800 เทียบกับสมบัติที่เรามีอยู่ 35,000 คุณเริ่มนอนหลับแล้วนะครับ แต่ยังหลับไม่สนิทนะครับ ทีนี้เราต้องดูระยะสั้น ระยะสั้น 14,000 เราสบายใจได้ว่าเจ้าหนี้ไม่เรียกเราคืนอย่างรวดเร็ว แต่จะทยอยชำระช้า ๆ ได้ 57,000 ต้องใช้เวลาอีกหลายปีหมดนะครับ แต่จะไม่เหลือศูนย์ พอเหลือต่ำ ๆ สัก 30,000 เดี๋ยวมีคนมาให้กู้เพิ่ม ซึ่งไม่เป็นไร ตราบใดที่กู้ไม่มากกว่าสมบัติที่มีไม่เป็นไร พัฒนาประเทศได้นะครับ

เลยนอกเรื่องคลังหลวงไปนิดครับ ก็หวังว่าทุกท่านเข้าใจแล้วนะครับ หมดเวลาของผมแล้วนะครับ ท่านอาจารย์ฟักท่านบอกให้เวลาไว้ 40 นาทีนะครับ ก็คิดว่าเราเดินกันมาไม่ผิดทางหรอกครับ นะครับ ผมก็บวชอยู่วัดนั้น(วัดป่าบ้านตาด) ตอนแรกก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะครับ ยิ่งทีชีวิตก็ยิ่งดีขึ้น เข้าใจขึ้นนะ ครับ ตามพระ แล้วพระที่มีคุณธรรมสูงส่งขนาดนี้นะครับ ชีวิตไม่มีเสียหรอกครับ ผมพูดได้แค่นั้น ขอบคุณมากครับ

(เสียงปรบมือ)

รวมบทความวิชาการเศรษฐศาสตร์/คลังหลวง ในหน้า ศาลาวัดป่า/สภาสายธรรม

แช่อิ่ม 9/02/04 12:01:08 สาธุ ผมพึ่งทราบความจริงเรื่องรวมบัญชีอย่างชัดเจนวันนี้ สิ่งนี้ทำให้ผมยิ่งภูมิใจดีใจที่ได้ช่วยโครงการผ้าป่า ไม่เสียทีเลยที่ได้ร่วมช่วยในโครงการนี้

สาธุ สาธุ สาธุ

ปล. พี่โจ้พักผ่อนเยอะๆนะครับ ท่าทางเหนื่อยหน้าดู เสียดายไม่ไปช่วยไม่ได้ อิอิ
Observer 9/02/04 01:02:02 ฟังเสียงบรรยายของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ได้ที่นี่ครับ
http://www.luangta.com/salawatpa/content_show.php?content_id=61

เรื่องเศรษฐศาสตร์/คลังหลวง อื่นๆที่น่าสนใจ
http://www.luangta.com/salawatpa/content.php?content_group=03_02

ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ปกป้องพระศาสนาทุกท่านครับ    
yoyo 9/02/04 03:54:14 อ้างอิง (คนกวน @ 08 ก.พ. 47 - 18:43)
นี่ คุณโจโจ้  ท่านพาหิยะ  ไงครับ  แค่พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ให้เห็นก็สักแต่ว่าเห็น ไม่มีเราในสิ่งทั้งปวง แค่พระองค์เทศน์จบ  ท่านก็บรรลุพระอรหัตต์เลย  ไม่เห็นต้องภาวนาให้ยุ่งยากเลย  จะว่าไป พระมหาสาวกเนี่ย ท่านมีบุญนะครับ  พระพุทธเจ้าต้องใช้เวลาถึง6ปีที่จะแสวงหาโมกขธรรม  แต่พระสาวกท่านใช้เวลาดำเนินวิถีจิต  แค่ชั่วขณะเท่านั้น    อย่างนี้เรียกการภาวนาไหมครับ   โยนิโสมนสิการ  นะครับ


(คนกวน @ 08 ก.พ. 47 - 18:43)


ได้ครับแต่แค่นั้น จะมีสิ่งรบกวนมากพอควร
เท่าที่ทำได้นั้น คือ ปัญญาจะเริ่มเดินทาง
แต่ว่า
กำลังยังไม่เข้มแข็มพอ อาจไขว้เขวได้บ้าง
คือคิดได้ไม่ทน ไม่คงทน คิดไปสักพักเปลี่ยนเรื่องอีกแล้ว
ที่คิดๆ อยู่ก็ลืมประเด็น
เหตุนี้แหละครับ จึงควรฝึกภาวนาด้วย
โดยจงกรม ผัสสะ ลมหายใจ หรืออื่นๆอีกมาก

แต่หากว่า พิจารณาตามจริง
อย่างต่อเนื่องให้มากเข้า นานเข้า
มากเข้า ก็จะถือว่า เป็นภาวนา
ตามลักษณะของ ความหมายของ  วิปัสสนา จากคำศํพท์ค้นดูได้ว่า

วิปัสสนาปัญญา ปัญญาที่ถึงขั้นเป็นวิปัสสนา, ปัญญาที่ใช้ในการเจริญวิปัสสนา คือ ปัญญาที่พิจารณาเข้าใจสังขารตาม
ความเป็นจริง

สรุปคือ สมาธิ ทำให้นิ่งขึ้น
และ เป็นจริงได้มากขึ้น
แต่ก็ต้องพยามตามจริงให้มากขึ้นเช่นกัน

คน ที่พิจารณาลมหายใจ ได้
ต้อง พิจารณากัน ตามจริง สักแค่ไหนละครับ
ต้องไม่วอกแวก สนใจเฉพาะ ลมหายใจ ในเวลานั้นจริงๆ
ยากนะครับ  
ต้องตามจริง ตามเวลานั้น จริงๆ
วอกแวกไม่ได้ ไม่งั้นเดี๋ยวกลายเป็นไม่จริงในเวลานั้น ไป
ระหว่างนั้น ก็มีเครื่องรบกวน อื่นๆ มากมายทางกายทางใจ
แต่เขา ก็ยังคง รับรู้ลมหายใจได้
ก็คือ เขามีสมาธิ ที่มากพอ ที่จะสงบนิ่ง
รับรู้ ความเป็นจริง ที่รับรู้ได้ยาก ครับ

แนวคิดของคุณผมว่าดีแล้ว
เพียงแต่ เพิ่ม กำลังของสมาธิ เข้าไปหน่อย ก็น่าจะดีนะครับ  
yoyo 9/02/04 04:46:43 เอ่อ ... คือว่า

ผมรีบอ่านไปหน่อย ตอบผิดประเด็น ครับ
นายโจโจ้ 9/02/04 07:31:59 คุณกำลังฟุ้งครับ ผมเคยอ่านและฟังคำสอนของหลวงพ่อชามามาก ไม่เคยเห็นแย้งเลยครับ อย่างไรแล้ว คุณกำลังฟุ้งลองไปอ่านคำเทศน์ของท่านปัญญานันทฯบ้างสิครับ จะได้พบอะไรหลายอย่างที่เห็นได้ว่าท่านไม่ใช่นักภาวนา

นั่นยังไม่ใช่ประเด็นเดียวครับ การที่ท่านปัญญานันทฯ ระบุว่าพระ 10,000 กว่ารูปที่ไปประชุมสงฆ์ที่วัดอโศการามมีจิตไม่ปกติออกทางสื่อนั้น ก้าวล่วงพระวินัยหรือไม่? ฝั่งไหนจิตผิดปกติครับ? ถ้าท่านปัญญานันทฯ ก้าวล่วงพระวินัย ก็สมควรมีการปรับอาบัติเช่นเดียวกัน...

ผมมองพระวินัยเป็นหลัก พยายามรักษาพระศาสนาในฐานะพุทธบริษัทครับ

ส่วนเรื่องจดหมายเลือด ผมเห็นเป็นกิริยา ซึ่งเมื่อเห็นเจตนาภายใน มันเป็นคนละเรื่องกันเลย ผมไม่รู้สึกอะไรกับการเขียนจดหมายเลือด มันก็หมึกดีๆนี่เอง และที่คุณทองก้อนชี้แจงมาก็ฟังแล้วเข้าใจดี คือคับข้องใจมากที่นายวิษณุเหยียบย่ำพระศาสนา พระวินัยถึงขนาดนี้ ถ้าคุณทองก้อนแค้นนายวิษณุจริง ป่านนี้คงด่าสาดเสียเทเสียอย่างที่พระราชกวีและมหาโชว์กระทำแล้ว

ลองดูให้ดีๆ ว่าใครอยู่ในกรอบ และใครไม่อยู่ในกรอบครับ? เมื่อกรอบคือพระวินัย...

กลับมาเรื่องกิริยาและเจตนา - พ่อแม่สองคู่ตีลูก ตีด้วยแรงเท่ากันที่จุดเดียวกัน คู่แรกตีเพราะต้องการให้ลูกจำ ตีลูกแล้วพ่อแม่หัวใจสลาย คู่ที่สองตีอย่างโหดร้าย ตีด้วยความเมามัน ลุแก่โทสะตนเอง การตีความจากกิริยานั้น ใช้เป็นเกณฑ์ไม่ได้หรือเปล่าครับ? ควรมีโยนิโสมนสิการใช่หรือไม่? ไม่อย่างนั้นจะเป็นการ "มองแคบ" ที่จะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่าครับ?

ขาดโยนิโสมนสิการ การตัดสินใจมีโอกาสผิดพลาดสูงแน่ๆ ไม่ต้องสงสัยเลย...
กำลังฟุ้ง 9/02/04 08:37:02 จะให้คนที่ไม่ค่อยใฝ่อ่านหนังสือธรรมะไปอ่านหนังสือธรรมของพระที่ไม่รู้จักผมคงเหนื่อยแย่สิครับ โดยมากผมอ่านหนังสือธรรมะเวลาที่มีข้อโต้เถียงกับคนอื่น ทำนองว่าจะหาข้อมูลอัดกลับน่ะครับ ที่ Comment ไปก็เพราะไม่อยากให้ด่วนสรุปไปเช่นนั้น เพราะพระป่าอีกเป็นจำนวนมากก็ยังปฏิบัติด้วยวิธีเช่นนั้นอยู่ครับ

เรื่องจดหมายเลือดนี่ ตอนผมอ่านก็ไม่เห็นด้วย พอไม่เห็นด้วยแล้วในใจก็คิดเหตุผลของการใช้เลือดเอาเองว่ามีเหตุผลเช่นไร คิดแก้ตัวแทนคุณทองก้อนในใจเสียเสร็จสรรพ แต่ในเมื่อตอนนี้คุณทองก้อนยังอยู่ ผมก็ไม่ควรจะด่วนสรุปว่าที่ใช่เลือดเพราะคิดเช่นนั้นเช่นนี้ใช่ไหมล่ะ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ถามคุณทองก้อนกันเองครับ และถ้าคำตอบคือความคับข้องใจมากอย่างที่คุณโจโจ้ว่า ผมก็คงจะขอ No Comment ดีกว่าครับ

ส่วนเรื่องที่ว่าหลวงพ่อปัญญาพูดโจมตีพระที่ร่วมชุมนุมผ่านสื่อ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากไปถามหลวงพ่อปัญญาที่วัดชลเสียเลยว่าท่านพูดเช่นนั้นจริงหรือไม่? ที่พูดหมายความว่าเช่นไร? เพราะผมไม่ค่อยเชื่อมั่นพวกข่าวหนังสือพิมพ์เท่าไร  
พัลวัน 9/02/04 09:01:09 อ้างอิง (กิด @ 08 ก.พ. 47 - 20:02)
ข่าว สำนักข่าวไทย ใน MCOT ช่อง 9  ไม่เห็นข่าวที่วัดอโศการามเลย
มีแต่ข่าว พาดพิงตอบ จาก ท่านปัญญา กับ คณะกรรมการวัด บวรฯ
(กิด @ 08 ก.พ. 47 - 20:02)


ไม่น่าแปลกใจนะครับ ว่าใครเป็นคนดูแล อสมท. ใครเป็นคนดูแล ช่อง 11 ใครเป็นคนดูแลกรมประชาสัมพันธ์

ใครเขาจะให้ "เครื่องมือ" ของตัวเอง มาทำร้ายตัวเองกันเล่าครับ
พัลวัน 9/02/04 09:03:08 อ้างอิง (นายโจโจ้ @ 08 ก.พ. 47 - 20:55)
วันนี้ผมไปอ่านคำเทศน์ท่านปัญญานันทฯ อยู่หลายกัณฑ์ โดยเฉพาะกัณฑ์เรื่องเกี่ยวกับการภาวนา ที่ท่านขึ้นต้นเรื่องภาวนา แล้วก็หลุดไปอิทธบาท 4 แล้วจบลงโดยไม่มีการกล่าวถึงวิธีการในภาวนาเลยแม้แต่น้อย

อีกกัณฑ์หนึ่ง มีเรื่องการภาวนา บอกว่าเป็นการทำสมาธิ ให้จิตนุ่มนวล สงบ แล้วก็บอกว่าให้คิดอยู่ในเรื่องไตรลักษณ์ ซึ่งนำให้เกิดได้เพียงจินตามยปัญญาเท่านั้น ไม่มีเรื่องการเห็นจริง และการให้จิตเกิดปัญญา ไม่มีการเดินจงกรม ไม่มีวิธีการที่เป็นรูปธรรมที่จะสนับสนุนการปฏิบัติภาวนาเลยแม้เพียงน้อยนิด

จากข้อมูลที่มี ผมสรุปว่าท่านไม่เคยภาวนาจนสามารถ "รู้" ได้เลย

สังเวชใจครับ ทั้งจากหลักฐานที่เห็นในกัณฑ์เทศน์ ทั้งจากความเห็นที่ท่านแสดง ทั้งจากการเอาไม้บรรทัดไปวัดทะเล เอากิเลสตนไปวัดผู้หมดกิเลส นี่แหละ ทำไมสังสารวัฏจึงยาวนาน เพราะความหลงในอัตตา สัญญาและสังขารถึงขนาดนี้
(นายโจโจ้ @ 08 ก.พ. 47 - 20:55)


หลวงพ่อปัญญาเป็นพระนักเทศน์ครับ มิใช่พระนักภาวนา เรื่องนี้ก็รู้กันอยู่นานแล้ว เพียงแต่การเทศน์ของท่านชอบที่จะวกเข้าการเมืองด้วย จึงทำให้ชนชั้นกลางกลุ่มหนึ่งนับถือท่านมาก แต่ท่านเองท่านก็เชียร์พรรค ปชป.นะครับ เพราะเป็นคนภาคใต้เหมือนกัน
พัลวัน 9/02/04 09:05:20 อ้างอิง (โชติปาละ @ 08 ก.พ. 47 - 22:34)
ชาติก่อนของพระพาหิยะ ท่านเกิดเป็นพระในตอนปลายของศาสนาพุทธที่พระพุทธเจ้ากัสสปะประกาศศาสนาครับ มีพระทั้งหมด 5  หรือ 7 รูปผมจำไม่ได้นักครับ เห็นพระไม่มีศีลกัน จึงตั้งใจจะภาวนาให้พ้นทุกข์กันชาตินั้นเลย จึงขึ้นไปกัน ชักสะพานที่ผาดผ่านเขาทิ้งเพื่อไม่ให้ใครตามมาได้ ภาวนาเพื่อนิพพานแบบตายเป็นตายเลย อาหารไม่มีกินก็ช่าง จนเวลาผ่านมามีพระรูปหนึ่งบรรลุมรรคผล เป็นพระอรหันต์ จึงเหาะไปบิณฑบาต นำภัตตาหารมาให้ แต่พระที่เหลือไม่ฉัน ภาวนาต่อ ต่อมาพระรูปหนึ่งสำเร็จเป็นพระอนาคามี จึงเหาะไปบิณฑบาตนำภัตตาหารมาให้ พระทั้งหมดก็ไม่ฉันอีก สุดท้ายพระที่เหลือมรณะภาพหมด ไม่บรรลุมรรผลนิพพานกัน หนึ่งในพระที่มรณะภาพนั้น คือ พระพาหิยะครับ
        ในชาตที่พระพาหิยะท่านฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าสั้น ๆ แล้วบรรลุธรรมเลย นั้น ท่านก็ภาวนาตอนฟังเลยครับ เพียงแต่ปัญญาญานของพระพาหิยะท่านเกิดทันทีที่ฟัง  เหมือนเขือนกั้นน้ำเก็บน้ำไว้มากแล้ว เพียงแค่มีคนที่รู้วิธีเปิดวาล์วน้ำแล้วบอกวิธีเปิดให้เท่านั้นตัวเดียวเท่านั้น น้ำในเขือนก็ไหลลงทะเลฉันใด มีพระพุทธเจ้าผู้รู้อินทรีย์ของสัตว์ผู้นั้น เทศนาเพียงไม่กี่คำ พระพาหิยะก็บรรลุเป็นพระอรหันต์เลย ทั้งนี้ เพราะเคยภาวนามาอย่างจริงจัง และมีบุญมากได้พบพระพุทธเจ้าอีกด้วยครับ ชาตินั้น แค่ฟังก็ภาวนาไปด้วยนั้น บรรลุทันที  
       
         ที่จริงคุณคนกวนเป็นคนน่าคบครับ และมีการปฏิบัติธรรมเหมือนกัน เพียงแต่ที่ผ่านทำสมถะเท่านั้น รอกัลยาณมิตรชักพาไปให้พบอาจารย์ที่สอนการเจริญสติรู้ตัวได้ครับ คนแบบนี้จะเจริญสติรู้ตัวได้ด้วย
(โชติปาละ @ 08 ก.พ. 47 - 22:34)


ครูบาอาจารย์เคยชี้ให้ฟังว่า หากจะบรรลุธรรมได้โดยง่ายอย่างท่านพาหิยะ ก็ต้องภาวนาด้วยใจที่มั่นคงอย่างท่านพาหิยะ ต้องชักสะพานทิ้งอย่างท่านพาหิยะ และต้องตายไปกับการภาวนาอย่างท่านพาหิยะ แล้วหากได้เกิดมาพบกับองค์พระบรมศาสดา ก็จะได้บรรลุธรรมได้โดยง่ายอย่างท่านพาหิยะ

ธรรมมิใช่บรรลุกันง่ายๆนะครับ
พัลวัน 9/02/04 09:17:56 พูดถึงเรื่อง "รู้" ผมคิดว่า หากจับประเด็นไม่ดี ก็จะทำให้เข้าใจไขว้เขวไปนะครับ

การภาวนา มีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ สมถญาณิก กับ วิปัสสนาญาณิก สองประเภทนี้แตกต่างกันก็คือ

สมถญาณิก จะเป็นวิธีการที่พระป่าส่วนใหญ่จะใช้กัน คือ ภาวนาจนจิตสงบ เป็นสมาธิ ล่วงเข้าสู่ฌาน เพื่อให้จิตตั้งมั่น เป็นสัมมาสมาธิ (ฌานนอกพุธศาสนา จิตไม่ตั้งมั่น แต่ไหลไปรวมกับอารมณ์ ไม่ถือว่าเป็นสัมมาสมาธิ) แล้วจึงใช้จิตที่ตั้งมั่น ไม่คลุกคลีอารมณ์นั้นแหละ ไปพิจารณาอารมณ์(คือ สิ่งที่ถูกจิตรู้เข้า - รวมถึงจิตดวงก่อนที่ดับไป) ซึ่งจะแสดงไตรลักษณ์อยู่แล้ว - ไม่ต้องน้อมไปพิจารณา

วิปัสสนาญาณิก จะเป็นวิธีการที่พระป่าส่วนน้อยจะใช้กัน แต่เหมาะสมกับคนที่อยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย หรือคนที่ชอบคิดฟุ้งซ่านมากๆ คือ อาศัยความรู้ตัวบ่อยๆ (ซึ่งจิตจะตั้งมั่น ชั่วขณะ) มาอบรมให้จิตมีความตั้งมั่นบ่อยๆ ทำให้เปลี่ยนอนุสัยภายใน จากจิตที่ชอบคลุกคลีกับอารมณ์ มาเป็นจิตที่มีความตั้งมั่นและรู้อารมณ์อย่างเป็นกลางที่เป็นปัจจุบัน ซึ่งจิตจะรู้ในไตรลักษณ์ไปในขณะนั้น

ทั้งสองอย่างก็คือ "รู้" นั่นเอง

แต่อีกพวก เป็นพวกนักจำนักคิด ใช้ความคิดพิจารณาผสมกับสัญญา พวกนี้มักจะหลงวนเวียนอยู่แต่สังขารขันธ์ และสัญญาขันธ์ เพลินอยู่ในเวทนาขันธ์ และหลงตน หลงคิดว่าตนเองรู้ธรรมแล้ว และไม่ชอบที่จะเจริญสติในอริยาบถทั้ง 4 ไม่ชอบที่จะเดินจงกรมด้วยซ้ำไป และมักชอบสอนคนอื่น ชอบการเทศน์ เพราะเทศน์แล้วมันในอารมณ์
No comment 9/02/04 10:14:28 "วัดบวรฯ"วอนทองก้อนหยุดเคลื่อนไหว

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่ากรรมการวัดบวรนิเวศวิหาร เรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำความเข้าใจข้อกฎหมายในคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

กรรมการวัดบวรนิเวศวิหาร เรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำความเข้าใจข้อกฎหมายในคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ระบุกฎหมายเปิดช่องให้ตีความเข้าข้างตัวเองได้ และย้ำพระวัดบวรนิเวศฯ เข้าใจที่มาของคำสั่งและร่วมตัดสินใจด้วย เพราะต้องการรักษาพระสุขภาพและพระวรกายสมเด็จพระสังฆราช วอน "ทองก้อน"หยุดเคลื่อนไหวสร้างความสับสนในหมู่สงฆ์

พระราชเมธาภรณ์ กรรมการวัดบวรนิเวศวิหาร เปิดเผยถึงกรณีกลุ่มนายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี จะนำหนังสือมติของพระที่คัดค้านการแต่งตั้งคณะผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ไปมอบให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีวันนี้ (๙ ก.พ.)ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นความเข้าใจกันคนละแบบ ถ้าทางฝ่ายสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)และพระสังฆาธิการปกครองตามลำดับชั้น ได้อธิบายให้เกิดความเข้าใจก็จะเกิดความชัดเจน เพราะข้อกฎหมายที่นำมาถกเถียงนั้น เหมือนกับฝ่ายโจทก์หรือจำเลยก็ต้องตีความเข้าข้างตัวเอง แท้จริงแล้วตามมาตรา ๑๐ ของกฎหมายคณะสงฆ์ บอกว่าเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ให้พระราชาคณะผู้อาวุโสสูงสุดปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช วรรค ๒ หากพระราชาคณะผู้อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) พิจารณาพระราชาคณะรูปหนึ่งที่มีอาวุโสรองสมณศักดิ์ลงมาสามารถปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วรรค ๓ เมื่อสมเด็จพระสังฆราชประทับในราชอาณาจักรหรือไม่ทรงปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ให้แต่งตั้งพระราชาคณะปฎิบัติหน้าที่ได้ วรรค ๔ ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราช ไม่ได้แต่งตั้งผู้ปฏิบิหน้าที่ตามวรรค ๓ หรือพระราชาคณะไม่อาจปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้ ให้นำวรรค ๑ และวรรค ๓ มาใช้โดยอนุโลม และวรรคสุดท้ายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (เดิม)ประกาศพิจารณาผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตามมาตรา ๑๐ ในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นจึงถือว่าสามารถทำได้ทั้งสองกรณี คือสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งหรือไม่ได้ทรงแต่งตั้ง

พระราชเมธาภรณ์ กล่าวว่า ทางวัดบวรนิเวศวิหาร ทราบขั้นตอนมาโดยตลอด และเห็น ว่าอาการประชวรของพระองค์ช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาควรที่จะทรงพักผ่อนพระวรกาย ดังนั้นการมีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ๖ เดือน น่าจะเป็นโอกาสดีที่พระองค์ท่านจะรับการรักษาจากคณะแพทย์เต็มที่และหยุดพัก ถ้ายังทรงงานอยุ่อาจทำให้การรักษามากเกินไป ด้วยพระชนมายุมากแล้วด้วย การเคลื่อนไหวของกลุ่มนายทองก้อน อยากให้หยุดไม่เช่นนั้นจะทำให้วงการสงฆ์ไม่ปกติเกิดความสับสน ถ้ามีความเข้าใจในข้อกฎหมายไม่ตรงกันก็น่าจะเปิดเวทีถกอภิปรายต่อกันน่าจะเป็นประโยชน์และมีข้อยุติได้

"มั่นใจว่าในหนังสือคัดค้านไม่มีพระวัดบวรนิเวศวิหารแน่ เพราะที่วัดทุกคนเข้าใจดีเพราะอยู่ใกล้เหตุการณ์มาตลอด รู้ถึงพระสุขภาพ เข้าใจดีว่าควรปฏิบัติต่อพระสุขภาพของพระองค์ท่านอย่างไร วัดทราบมาตลอดและการตัดสินใจให้มีคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ก็เป็นการตัดสินใจของวัด" พระราชเมธาภรณ์ กล่าว

ด้านพระธรรมโกศาจารย์ หรือปัญญานันทภิกขุ เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ เห็นว่าการกระทำของนายทองก้อน วงศ์สมุทร ที่ชักชวนพระป่ากว่า ๑๐,๐๐๐ รูป มาประชุมเพื่อคัดค้านการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช และรวบรวมรายชื่อถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ เป็นสิ่งไม่ถูกต้องทำให้วงการสงฆ์ได้รับความเสียหาย และติงการกระทำของนายทองก้อน และพระป่าที่คัดค้านการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน
http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews217.html

***********************************************************



มติสังฆสามัคคีจากสงฆ์ทั้ง ๔ ทิศ

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่าในวันนี้(วันที่ 7 ก.พ.47) เวลา 10.00 น.คณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติและฝ่ายมหานิกายจำนวนกว่า1 หมื่นรูปจะนัดประชุมกันที่วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการเพื่อลงมติแสดงความคิดเห็นกรณีการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไมและปรากฎว่า ที่ประชุมมีมติออกมาแล้วนำแจกสื่อมวลชนรวมทั้งสำนักข่าวพระสงฆ์ไทยด้วยดังนี้



(สำเนา)

มติสังฆสามัคคีจากสงฆ์ทั้ง ๔ ทิศ



ในการประชุมคณะสงฆ์ไทย วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๗ เวลา ๑๓.๐๐ น. ณ วัดอโศการาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปรา กการ ซึ่งประกอบไปด้วย คณะสงฆ์ฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสีจากจตุรทิศ ทั้งฝ่ายมหานิกาย และธรรมยุต จำนวน ๑๐,๓๕๙ รูป ได้ประชุมร่วมกันเกี่ยวกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๗ เพราะบังเกิดความกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสมบัติอันทรงคุณค่าของเหล่าพุทธบริษัท ๔ จักต้องได้รับการปกป้องโดยพลัน

ที่ประชุมได้ยกพระธรรมวินัยเป็นหลักในการพิจารณาว่า บรรพชิตพึงดำรงชีวิตอยู่ภายใต้พระธรรมวินัย เป็นสำคัญเป็นประการแรก และประการที่สองดำเนินรอยตามจารีตประเพณีที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ตลอดจนบรรพบุรุษพาดำเนินมาด้วยความสงบเรียบร้อยดีงาม อีกทั้งปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง

ที่ประชุมคณะสงฆ์ไทยจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ โดยสรุปดังนี้
1. มีมติรับรองมติชั้นต้นของคณะสงฆ์ไทยที่ได้ประชุมกันเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๔๗ ณ วัดป่ากกสะท้อน อ.เมือง จ.อุดรธานี


1.1 มีมติว่า การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อจารีตประเพณี ขัดต่อข้อวัตรปฏิบัติและพระธรรมวินัย ถือเป็นโมฆะ และถึงแม้มหาเถรสมาคมจะมีมติย้อนหลังเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๗ ก็เป็นมติที่ไม่ชอบด้วยพระธรรมวินัย จารีตประเพณี และกฎหมาย คณะสงฆ์ไทยไม่ยอมรับประกาศและมติมหาเถรสมาคมดังกล่าว


1.2มีมติว่า การประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นผลให้กรณีพิพาทบังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในวงชาวพุทธ หากอธิกรณ์นี้มิได้ถูกระงับลง เหตุการณ์อาจลุกลามบานปลายถึงขั้นกระทำการเป็น "สังฆเภท" ทำคณะสงฆ์ให้แตกแยกจากกัน ไม่สามารถจะลงรอยร่วมสังฆกรรมกันได้ กลายเป็นการสร้างกรรมหนักที่สุดในพระพุทธศาสนาเพราะประกาศดังกล่าวเป็นต้นเหตุ

2.มีมติว่า หากมหาเถรสมาคมเห็นแก่พระธรรมวินัย ข้อวัตรปฏิบัติ จารีตประเพณี และกฎหมาย มหาเถรสมาคมควรทักท้วง และให้ระงับการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม โดยทันที แต่มหาเถรสมาคมกลับมีมติเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๗ อนุโมทนาการแต่งตั้งฯดังกล่าว คณะสงฆ์ไทยยกหลักพระธรรมวินัยเป็นข้อวินิจฉัยว่า
กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้เห็นด้วยกับประกาศฯได้ปฏิบัติขัดต่อพระธรรมวินัย เพราะไปอนุโมทนารับรองสิ่งที่ขัดต่อพระธรรมวินัย เป็นการส่งเสริมให้คฤหัสถ์เข้าแทรกแซง ก้าวก่ายล่วงล้ ำในกิจการของสงฆ์ เป็นการกระทำที่เกินเลยพุทธบัญญัติ หากสนับสนุนให้มีข้อปฏิบัติเช่นนี้ต่อไป เท่ากับมุ่งทำลาย "พระธรรมวินัย" ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ดีแล้ว ให้สิ้นซากไป เพียงเริ่มต้นก็ปรากฎชัดแล้วว่า เป็นการกระทบกระเทือนเดือนร้อนต่อภิกษุสงฆ์ทั่วสังฆมณฑล ความขัดแย้ง วิปริตอาเพทเกิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหง และที่สุดพระพุทธศาสนาอาจถึงกาลวิบัติได้
การปฏิบัติของกรรมมหาเถรสมาคมผู้เห็นด้วยกับประกาศฯจึงเข้าข่ายล่วงสิกขาบทที่ ๑๓ แห่งอาบัติสังฆาทิเสส ว่าด้วย "ภิกษุประทุษร้ายสกุล คือประจบคฤหัสถ์ เป็นผู้ประจบเขาด้วยกิริยาทำตนอย่างคฤหัสถ์ ยอมตนให้เขาใช้สอย หรือด้วยอาการเอาเปรียบโดยเชิงให้สิ่งของเล็กน้อยที่หวังได้มาก"และล่วงสิกขาบทที่ ๕๔ แห่งอาบัติปาจิตตีย์ ว่าด้วย "ภิกษุแสดงความไม่เอื้อเฟื้อในวินัย" มหาเถรสมาคม ชาดความเคารพในผู้มีอาวุโสพรรษาสูงกว่า ขาดข้อวัตรปฏิบัติต่อภิกษุผู้อาพาธ และต่อพระมหาเถระผู้เป็นครูบาอาจารย์ของบรรพชิตและคฤหัสถ์ทั่วราชอาณาจักร เฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเป็นประมุขสงฆ์ไทยที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา ทรงเป็นพระพี่เลี้ยงของพระมหากษัตริย์เมื่อทรงผนวช แม้ภิกษุครั้งพุทธกาลยังให้ความเคารพยำเกรง เช่น พระวินัยบัญญัติไว้ว่า หากพระมหากษัตริย์ทรงเสด็จมาขณะกำลังลง อุโบสถ สงฆ์จะต้องหยุดสังฆกรรมไว้ก่อน

3.มีมติว่า หากคณะสงฆ์ใด จะทำการหรือพยายามกระทำการเสนอและ/หรือ ให้มีการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเสมอสมเด็จพระสังฆราชที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา ย่อมผิดต่อพระธรรมวินัย ข้อวัตรปฏิบัติ จารีตประเพณี ที่ภิกษุต้องยึดถือ และยังขัดต่อกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯอีกด้วย "พระธรรมวินัย" ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้เป็นหลักปกครองคณะสงฆ์ที่สมบูรณ์แบบดีแล้ว และยังความสงบสุขร่มเย็นแก่สังคมชาวพุทธตลอดมา

4.มีมติว่า บรรดาคำบัญชา แถลงการณ์ มติมหาเถรสมาคม การแต่งตั้ง หรือคำสั่งใดๆ ที่เป็นผลเนื่องจากการใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและผู้ช่วยตามคำประกาศแต่งตั้งของนายวิษณุ เครืองาม คณะสงฆ์ไทยมีมติไม่ยอมรับ และถือว่า เป็นโมฆะทั้งสิ้น

5.คณะสงฆ์ไทยมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทำนิคหกรรมแก่นายวิษณุ เครืองาม เพราะกระทำการประกอบด้วยโทษ ๘ ประการตาม "พระธรรมวินัย" นายวิษณุ เครืองาม สร้างความกระทบกระเทือนอย่างใหญ่หลวงต่อพระพุทธศาสนา เป ็นการแทรกแซง ก้าวก่ายในกิจการของสงฆ์อย่างร้ายแรง ใช้อำนาจของรัฐโดยมิชอบ บีบบังคับสงฆ์ทั่วสังฆมณฑลให้ยอมรับและถือปฏิบัติตามโดยมิคำนึงว่าตนเป็นคฤหัสถ์ การที่นายวิษณุ เครืองาม ตั้งกฎเกณฑ์หรือปรับเปลี่ยนบทบัญญัติทางกฎหมายให้มีความสำคัญหรือมีอำนาจเหนือ "พระธรรมวินัย" เท่ากับเป็นการทำลายองค์พระบรมศาสดา เหยียบย่ำพระธรรมและพระสงฆ์ ในที่สุด พระพุทธศาสนาอาจถึงกาลวิบัติได้
สำหรับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ให้เทียมเท่าสมเด็จพระสังฆราชที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา ปรากฎชัดเจนว่า เป็นการดูหมิ่นพระเกียรติ พระอำนาจ ขวนขวายให้เกิดผลเสื่อมเสียแก่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แม้นายวิษณุ เครืองามจะกล่าวอ้างอยู่เสมอว่า ตนทำถูกต้องตามกฎหมาย คณะสงฆ์ไทยวินิจฉัยแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า จะนำกฎหมายมาเหยียบย่ำ "พระธรรมวินัย" ไม่ได้โดยเด็ดขาด คฤหัสถ์จะล่วงล้ำเข้าแทรกแซงกิจการของสงฆ์มิได้ ต้องปฏิบัติต่อสงฆ์ตามพระธรรมวินัย
การกระทำของนายวิษณุ เครืองาม เป็นการก้าวล่วงต่อพระธรรมวินัย จารีตประเพณี และข้อกฎหมาย อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย อีกทั้งเป็นช่องทางให้เกิดผลกระทบกระเทือนต่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯจนกระทั่งพระและฆราวาสผู้ละโมบ ถือโอกาสฉกฉวย ช่วงชิง พระเกียรติ พระอำนาจ พระบารมีของพระองค์ไปเป็นของตนและพวกของตนดุจดัง "รุมกินโต๊ะ" สมเด็จพระสังฆราชที่พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนา อย่างสดๆเป็นๆ
การกระทำของนายวิษณุ เครืองาม ดังกล่าว เป็นการขวนขวายเพื่อมิใช่ลาภ มิใช่ประโยชน์ เพื่อความอยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย ด่าว่าเปรียบเปรยภิกษุ ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกกัน กล่าวติเตียนพระสงฆ์ฯลฯ การทั้งหมดนี้จัดว่า เป็นโทษ ๘ ประการตามหลักพระธรรมวินัยว่าด้วยการลงนิคหกรรมแก่คฤหัสถ์ คณะสงฆ์ไทย จึงลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ทำนิคหกรรม ประกาศคว่ำบาตรนายวิษณุ เครืองาม ด้วยการสวดญัตติทุติยกรรมวาจาเช่นครั้งพุทธกาลที่สงฆ์ได้ทำนิคหะต่อวัฑฒะลิจฉวี ดังปรากฎในพระไตรปิฏก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฏก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒

6.ที่ประชุมไม่มีมติแต่งตั้งพระภิกษุรูปหนึ่งรูปใดเป็นผู้แถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์ใดๆ แก่สื่อมวลชน แต่ให้เผยแพร่เอกสารบันทึกมติที่ประชุมนี้ และข้อมูลเกี่ยวกับนิคหกรรมคว่ำบาตรต่อสาธารณะ และมีมติไม่รับรองการกระทำใดๆ นอกเหนือจากมติที่บันทึกไว้นี้ ไม่ว่าจะดำเนินการโดยผู้ หนึ่งผู้ใดหรือคณะบุคคลใด

7.คณะสงฆ์ไทยมีมติขอบิณฑบาตรจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ยกเลิกประกาศดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อระงับความแตกแยกในหมู่พุทธบริษัท ๔ มิให้ลุกลามจนไม่อาจจะแก้ไขได้ และเพื่อเป็นหลักเกณฑ์แก่กุลบุตรสุดท้ายภายหลัง ที่คฤหัสถ์พึงยึดปฏิบัติ อุปถัมภ์อุปัฏฐากต่อภิกษุสงฆ์ด้วยความถูกต้องชอบธรรมตามหลัก"พระธรรมวินัย"
ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้นายทองก้อน วงศ์สมุทร และคณะ นำมติไปแจ้ง ฯพณฯนายกรัฐมนตรี ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องและพุทธบริษัท ๔ ได้รับทราบโดยทั่วกัน


คณะสงฆ์ไทย
๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๗


สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน
http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews215.html
นายโจโจ้ 9/02/04 10:23:23 "ด้านพระธรรมโกศาจารย์ หรือปัญญานันทภิกขุ เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎ์ เห็นว่าการกระทำของนายทองก้อน วงศ์สมุทร ที่ชักชวนพระป่ากว่า ๑๐,๐๐๐ รูป มาประชุมเพื่อคัดค้านการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช และรวบรวมรายชื่อถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม...."

แค่นี้ก็แย่แล้วครับ ผมไม่เชื่อหรอกครับ ว่าคุณทองก้อนจะสามารถชักชวนพระป่ากว่า 10,000 รูปมาประชุมได้ เป็นถึงพระผู้หลักผู้ใหญ่ มีคนนับหน้าถือตาในระดับประเทศ กล่าวพล่อยๆอย่างนี้ หลงประเด็น หรือตั้งใจกล่าวโจมตีโดยทางอ้อมครับนี่? กลายเป็นนายทองก้อนเป็นหัวหน้าพระ กลายเป็นฆราวาสไปสั่งสงฆ์ กลายเป็นสงฆ์การเมืองไปหมด นี่เอง ผลของการไม่ภาวนา ทำให้ความเห็นผิดเพี้ยน การรับรู้ผิดเพี้ยน ผู้ที่การรับรู้บิดเบี้ยวอย่างนี้น่ะหรือ จะมาตัดสินอะไรได้?
สมบูรณ์ ต. 9/02/04 11:00:24 อ้างอิง (นายโจโจ้ @ 05 ก.พ. 47 - 09:28)
ขอบพระคุณคุณสมบูรณ์ครับ

           ขอให้คุณคนไทยลองใช้ความพยายามตรวจสอบสักนิด โดยเฉพาะกับผู้ที่ใกล้ชิดกับหลวงพ่อปัญญา ว่าท่านมีลักษณะแห่งการมุ่งจับผิด เพ่งโทษคนหรือไม่ คุณสมบัติของนักภาวนาคือ การย้อนมองดูตนเองเป็นเบื้องแรก ตามคำของพระศาสดาที่ว่า "อกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปนยิโก ปัจจัตตังเว ทิตโพ วิญญูหีติ" เน้นที่ โอปนยิโกนะครับ ว่าหลวงพ่อปัญญาท่านมีคุณลักษณะนี้หรือไม่

(นายโจโจ้ @ 05 ก.พ. 47 - 09:28)



           เช้านี้ดูข่าวโทรทัศน์มี VDO ภาพเคลื่อนไหวของพระปัญญานันทะออกมาพูดว่า  " พระที่ออกมาจากป่าน่ะออกมาทำไม  พระที่ออกมาพวกนี้เป็นพวกจิตผิดปกติ  ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า  แอ๊ปนอร์มอล  พวกจิตผิดปกติ  แอ๊ปนอร์มอล "  แล้วก็พูดอะไรอย่างอื่น ๆ อีกซึ่งผมอยากจะให้ดูตรงที่พระที่ภาวนาจริง ๆ จะไม่ตัดสินแบบเหมาเข่ง,  หลงจ้ง,  ด่วนสรุปหรือตัดสินผู้อื่นแบบเหมาทั้งเข่งทั้งกระด้ง   สิ่งที่ท่านแสดงออกมาทำให้เห็นถึงสิ่งที่ท่านเป็น

           ผมขอยืนยันในสิ่งที่คุณโจโจ้พูดที่ว่า  ท่านปัญญานันทะมีลักษณะแห่งการมุ่งจับผิด  เพ่งโทษคนหรือไม่  นอกจากลักษณะแห่งการมุ่งจับผิด เพ่งโทษคนอื่นแล้ว  ยังเคยเข้าข้างคนผิดบ่อย ๆ เช่นสมัยชวน 1 ชวน 2 และรัฐมนตรีหลายท่านที่คลานมุดเข้ามุดออกกุฏิท่านที่ส่วนมากเป็นคนใต้ ( ตอนนั้นประเทศไทยเกือบล่มจมอย่างฉุดไม่อยู่เลย )  ก็พิจารณากันเอาเองนะครับ  
นิพ 9/02/04 11:06:20 โห การชักชวนพระป่ากว่า 10,000 รูปในระยะเวลาอันสั้นนี่ impossible ครับ
ถ้าท่านไม่ได้มาด้วยใจที่ต้องการปกป้องพระศาสนา ว่ากันซื่อๆ คุณทองก้อน
เป็นใครถึงสามารถชักชวนพระป่ากว่า 10,000 รูปได้ในระยะเวลาสั้นๆ เอาแค่
100 รูปจากจังหวัดต่างๆ ก็ตระเวณชักชวนตามจังหวัดต่างๆก็ยากแล้วครับ
ไม่ต้องหลับต้องนอน พระป่านะครับท่านไม่ค่อยอยู่ในเมืองด้วย
หรือคิดง่ายๆ แค่ค่าเดินทางรูปละ 500 บาทโดยเฉลี่ย ก็ปาไป 5 ล้านบาทแล้ว
แหม...คุณทองก้อนแกก็คนทำมะดานะครับ ไม่ใช่ ท่านทักษิณที่มีภรรยารวย
ใช่ไหมครับ คิดแบบ Logic ง่ายๆก็ได้คำตอบแล้ว ^_______^
tripoom99@hotmail.com 9/02/04 11:13:16 ฟังเสืยงหม่อมอุ๋ยจบไป  เข้าใจในสิ่งที่หลวงตาทำครับกระจ่างขึ้น  ขอบคุณ คุณObserver มากครับ
คนไกลวัด 9/02/04 11:27:22 อ้างอิง (แช่อิ่ม @ 09 ก.พ. 47 - 00:01)
สาธุ ผมพึ่งทราบความจริงเรื่องรวมบัญชีอย่างชัดเจนวันนี้ สิ่งนี้ทำให้ผมยิ่งภูมิใจดีใจที่ได้ช่วยโครงการผ้าป่า ไม่เสียทีเลยที่ได้ร่วมช่วยในโครงการนี้

สาธุ สาธุ สาธุ




ดิฉันเข้ามาร่วม     กับคุณแช่อิ่มอีกคนค่ะ  

ขอบคุณคุณ Observer ที่นำเรื่องนี้มาโพสต์ให้อ่านกัน  คำถามนี้มีคนถามกันมาก  ดิฉันจะได้ส่งข้อความของท่านผู้ว่าฯ ไปให้เขาอ่านกัน  ดิฉันอ่านแล้วถึงเข้าใจว่าเงินช่วยชาติของหลวงตาครั้งแรก .005% นี้คือเงินนำมนต์นี่เองถึงได้ศักดิ์สิทธิ์ทำให้เงินหมุนคล่องจนประเทศตั้งตัวได้    วัดบ้านเราก้าวหน้ามากนะคะเชิญผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมาอธิบายให้ชาววัดฟังว่า  "คลังหลวง ที่มีพวกเรามาขอรับบริจาคเพื่อช่วยชาตินี่จริงๆแล้วเป็นอย่างไร แล้วที่ท่านอาจารย์มหาบัวได้ทำมาในตลอดเวลา4ปีที่ผ่านมาเนี่ย ได้ช่วยชาติไปอย่างไรบ้างแล้วนะครับ”   หลาย ๆ คนที่ดิฉันพูดคุยด้วยส่งเงิน $ ไปร่วมโครงการช่วยชาติ  เพราะพวกเราเคารพในหลวงตามหาบัวกัน   แต่มองไม่เห็นว่าเงินจำนวนน้อยนิดนี้จะไปมีส่วนช่วยหนุนเงินบาทได้มากน้อยแค่ไหน?  ฟังท่านผู้ว่าฯอธิบายครั้งนี้จึงถึงบางอ้อค่ะ    
แอนนา 9/02/04 11:53:41 เกาะติดสถานการณ์  
วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547
 
สำนักพุทธฯ เรียกร้องตำรวจดำเนินการกับกลุ่ม "ทองก้อน"  
โดย ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/asp-bin/viewNews.asp?newsid=2000000049841
 
     
      พล.ต.ท.อุดม เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มนายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ว่า เป็นเรื่องไม่ถูกต้องอย่างยิ่งที่นำพระมาร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ส่วนพระที่ออกมาร่วมเคลื่อนไหวนั้นคงต้องมอบให้เจ้าคณะปกครองดูแลกันเอง แต่ในการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมครั้งต่อไปจะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาแน่นอน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงจบไม่ได้ถ้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ดูแลรักษาความสงบและความมั่นคงไม่ดำเนินการตามหน้าที่ จึงขอเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการกับกลุ่มที่เห็นว่าทำผิดกฎหมาย เพราะหน้าที่ดังกล่าวไม่ใช่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ชี้แจงและออกแถลงการณ์ถึงที่มาที่ไปของคำสั่งแล้ว รวมทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ชี้แจงหลายครั้ง แต่กลุ่มนายทองก้อนไม่ได้สนใจ  

นายโจโจ้ 9/02/04 12:14:05 ยิ่งดูก็ยิ่งสงสัย ว่าท่านอุดมนั้น ทำในฐานะเป็นพุทธบริษัท หรือเป็นลูกจ้างรับคำสั่งจากรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหน่วยงานของท่านกันแน่ เหตุไฉนจึงได้ไม่ใส่ใจกับพระธรรมวินัยเลย ไม่ทราบท่าน "เจริญ" แล้วจริงหรือ?
พัลวัน 9/02/04 12:52:40 พระป่าหมื่นรูปเศษผิดกฎหมายตรงไหนไม่ทราบขอรับ
(คงเคยตัวกับเรื่องสร้างข้อหามาจากวิชาชีพเก่ากระมัง เพื่อนร่วมอาชีพเห็นเด็กตัวเล็กทำผิดกฎจรจร ก็ยังส่งเข้าสถานพินิจได้)
กอบ 9/02/04 01:02:17 อ้างอิง
เรื่องนี้คงจบไม่ได้ถ้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ดูแลรักษาความสงบและความมั่นคงไม่ดำเนินการตามหน้าที่ จึงขอเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการกับกลุ่มที่เห็นว่าทำผิดกฎหมาย



ผิดกฏหมายตรงไหน ครับ ฮิฮิ ที่พระท่านไปชุมนุมกันเอง ที่วัดอโศการาม และยังไม่ได้ก่อการประท้วงจนเป็นเหตุวุ่นวายอะไรสักอย่าง ใครที่ไปในวัน ที่ ๗ ก.พ. ที่วัดอโศการม แล้วเห็นพระท่านถือป้ายประท้วงหรือเดินขบวนประท้วงกันบ้าง

ผมเห็นแต่พระท่านชุมนุมด้วยความสงบเรียบร้อย แม้แต่ตอนท่านเดินขึ้นพระวิหารทั้งสามชั้น ยังไม่มีเสียง ตะโกนคุยเสียงดังหรือเอะอะโวยวายกันแม้แต่นีดเดียว ดังนั้นจะเรียกว่า พระท่านก่อความวุ่นวาย คงไม่ได้ ครับ

ยิ่งการแต่งตั้ง ก็ผิดพรบ.สงฆ์ อยู่แล้ว พระที่ไปชุมนุมคัดค้าน ก็น่าจะเป็นเรื่องถูกต้อง ครับ

นี่เป็นความคิดผม น่ะครับ
นายโจโจ้ 9/02/04 01:07:42 ถ้าพระร่วมเคลื่อนไหวคัดค้าน เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แล้วพระราชกวี และพระมหาโชว์ ที่ออกมาด่ากราดทั้งทางวิทยุ และด้วยโทรโข่งตามสถานที่ต่างๆนั่น ถูกต้องแล้วหรือ ท่านอุดมทำไมไม่ไปจัดการบ้าง หลักฐานมีทั่วไปหมด มหาโชว์บอกให้กระชากคอนายทองก้อน กระชากไม่ได้ให้ตีหัว ตีหัวไม่ได้ก็ให้เผาโรงแรมรัตนโกสินทร์เสียเลย นี่แหละ การก่อความวุ่นวายอย่างชัดเจน แล้วที่พูดอย่างนี้ได้นี่พระรึเปล่าครับ หรือว่าโจร? พระวัดราชาธิวาสปล่อยหลวงพี่ปากจัดอย่างนี้ไว้ในหมู่ของตนได้อย่างไร ใครหนุนหลังอยู่หรือ? ทำไมไม่จับสึกเสีย แล้วสมเด็จเกี่ยวที่สนับสนุนธรรมกายนั้น ทำไมไม่ไปสอบ ติดกิจนิมนต์ต่างประเทศในขณะสอบสวน รอจนเรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา ทำไมไม่สอบสวนต่อ ดึงเรื่องรอใคร? ไปสอบสวนให้จบสิครับ หน้าที่ของสำนักพุทธศาสนาโดยตรงเลย นายวิษณุและนายอุดมทำไมไม่สั่งการ กลับมาสนับสนุนสมเด็จเกี่ยว ต้องการสนับสนุนธรรมกายหรืออย่างไร?

พระป่าทั้งหมดท่านมาประชุมกันอย่างสงบ ลงมติกันอย่างสงบ ทำตามพระวินัยอย่างงดงามน่าชื่นชม ผิดอย่างไร ชี้แจงไม่ได้แล้วมาพูดโดยไม่มีทั้งกฏหมายทั้งพระวินัยรองรับอย่างนี้ เรียกว่าการมีวุฒิภาวะของนักปกครองที่จะมาดูแลพระพุทธศาสนาในฝ่ายฆราวาสแล้วหรือ? ไม่ทราบใครคัดเลือกท่านมาดูแลสำนักพุทธฯ กันครับนี่? คัดเลือกมาได้อย่างไร ผู้อำนวยการอย่างนี้นี่ ควรแก่การตรวจสอบภูมิหลังอย่างยิ่ง...
คนกวน 9/02/04 01:30:48 อยากจะขอตอบคุณ  โยโย่ ครับ   ใช่แล้วครับที่คุณแนะนำผมนั้นถูกต้องที่สุดแล้วครับ
พื้นฐานแต่ละคนไม่เหมือนกัน  เริ่มมาต่างกัน  แต่สุดท้ายก็อยู่ในที่เดียวกันครับ
สิ่งที่ผมขาดคือ  สมถะ ครับ  ความสงบ ไม่ฟุ้ง รับรู้อารมณ์เรื่อยเปื่อยเกินไป
ส่วนการเจริญสติ ก็พยายามทำอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว  มีทั้งรู้และหลง  ลืม มีตลอดครับ
ขอบคุณครับ ที่เข้าใจผม

ผมรู้สึกว่า ผมในสายตาเพื่อนๆ พี่ๆ จะแย่ลงไปเรื่อยๆแล้วนะครับ

รู้สึกว่า  กุญแจสำคัญของปัญหา  ในสายตาของผม  เริ่มทำงานแล้วครับ   ถ้ายังไม่มีใครถอย  รับรองสังฆเภท  แน่ๆ

อย่างนี้เค้าเรียกว่า  น้ำผึ้งหยดเดียวจริงๆครับ   ความไม่เข้าใจกัน  และชอบผูกโยงปัญหามากเกินไป  ทำให้สื่งที่ควรจบแค่1หรือ2  กลายเป็น5หรือ6

ake 9/02/04 01:32:10 อยากเห็นหน้า พระราชกวี และพระมหาโชว์ ครับ
รบกวนโชว์ภาพครับ
_/\_
No comment 9/02/04 02:15:26 ข่าวจาก นสพ. สยามรัฐ ฉบับวันที่ 9 ก.พ. 2547


"มหาโชว์"แฉกลุ่ม"ทองก้อน"จ้างพระป่ามาชุมนุมรูปละ 1,000-3,000 บาท บางรูปได้ถึง 1 หมื่น มาเคลื่อนไหวลงนิคหกรรมคว่ำบาตร"วิษณุ" เตือนให้หยุดเคลื่อนไหว ด้านศิษย์เอกหลวงตามหาบัวโต้ไม่มีเงินมากขนาดนั้น



เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผู้อำนวยการส่วนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) กล่าวถึงกรณีพระสงฆ์สายวัดป่าทั่วประเทศ 15,000 รูป ลงนิคหกรรมคว่ำบาตรนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กรณีการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชว่า เรื่องนี้คิดว่าไม่ควรจะออกมาลงนิคหกรรมคว่ำบาตรนายวิษณุ เพราะการดำเนินการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช รัฐบาลทำถูกแล้ว และการแต่งตั้งก็มีการปรึกษาพระผู้ใหญ่ มีการนำเสนอเข้าในที่ประชุมมหาเถรสมาคม เหตุผลที่แต่งตั้งคนส่วนใหญ่ก็มีความเข้าใจ

พระมหาโชว์กล่าวว่า การกระทำของนายวิษณุไม�ได้มีผลเสียหรือทำลายพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด เว้นแต่ว่านายวิษณุมีพฤติกรรมที่ไม่ดีทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสียถ้าลงนิคหกรรมถึงจะถูก แต่กรณีนี้ไม่ใช่ ทั้งนี้การออกมาเคลื่อนไหวของพระสงฆ์สายวัดป่าครั้งนี้ ทราบว่าหลายท่านไมได้ทราบข้อเท็จจริงอะไรมาก แต่ก็ถูกชักชวนให้มา บางรูปถูกขอชื่อมาด้วย ตนได้คุยกับพระป่าสายศิษย์หลวงปู่ชารูปหนึ่งที่มาร่วมด้วยเล่าให้ฟังว่ามีการให้เงินกับพระป่าที่มาร่วมประชุมเมื่อวานนี้ ที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ จะถวายเงินรูปละตั้งแต่ 1,000-3,000 บาท เป็นส่วนใหญ่ บางรูปที่มีอาวุโสมากก็จะได้ประมาณ 10,000 บาท ทราบว่าเป็นการจัดการของกลุ่มนายทองก้อน วงศ์สมุทร ศิษย์ใกล้ชิดหลวงตามหาบัว

"อาตมาอยากให้กลุ่มนายทองก้อนหยุดการเคลื่อน ไหวได้แล้ว เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์กับพระพุทธศาสนาเลย สู้ไปช่วยกันทำนุบำรงุศาสนาพุทธจะดีกว่า การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชนั้น คนส่วนใหญ่ยอมรับ แต่ว่าไม่ถูกใจนายทองก้อนกับหลวงตามหาบัวมากกว่า ยิ่งพาพระป่ามาชุมนุมก็ไม่ได้เป็นผลดีเลย เพราะคนทั่วไปมองว่าพระสายวัดป่าเป็นพระที่ตัดกิเลส เคร่งครัด แต่ออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ก็เสียหมด" พระมหาโชว์กล�าว

ด้านนายทองก้อนกล่าวว่า กรณีที่มีการกล่าวหาว่าตนจ้างพระสงฆ์สายวัดป่ามาประชุมนั้น คงไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นหรอก มีญาติโยมที่ศรัทธาน ำเงินไปถวายให้พระบางรูปก็มี ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มตนนั้นกำลังประชุมหรือกันเพื่อยื่นร้องต่อศาลปกครองให้ยกเลิกคำสั่งการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์และกฎหมายรัฐธรรมนูญ หากภายในสัปดาห์นี้ได้ข้อสรุปก็จะไปยื่นต่อศาลปกครอง ได้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์

หน้า 1

http://www.mthai.com/square/news/news57111.html
ake 9/02/04 02:38:27 อ่านข่าว ใน 433 แล้ว
ความไม่พอใจพุ่งปรี้ดเลยครับ
......
กรุ่นๆ ลงแล้ว
....
นึกสนุกแล้ว ครับ

_/\_ _/\_ _/\_  
นายโจโจ้ 9/02/04 03:09:50 สำหรับผมแล้ว หลักฐานตั้งแต่ปีก่อนๆแสดงไว้ว่า มหาโชว์ท่านนี้ สามารถพูดอะไรก็ได้เพื่อประโยชน์ของตน พลิกลิ้นได้ทุกวัน คำพูดของมนุษย์คนนี้ไม่มีน้ำหนักแล้วครับ พูดอะไรก็ได้ เป็นผู้อาศัยผ้าเหลืองเพิ่มความน่าเชื่อถือหลอกผู้ที่หลงเชื่อโดยไม่ไตร่ตรองเท่านั้น

จากที่ผมเห็นมา คุณทองก้อนไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายให้พระตามในข่าวหรอกครับ แค่คิดต่ำสุด 1,000 * 10,359 รูป ก็ปาไป 10 ล้าน 3 แสนเศษ เงินเยอะขนาดนั้น ต้องไปถามสมเด็จฯ โน่นแน่ะครับ เพราะท่านกิจนิมนต์มาก ครั้งละอย่างต่ำ 5 หมื่น ไม่นานก็ครบ 10 ล้านแล้วครับ ได้ยินว่าล่าสุดท่านรับมาอีก 120 ล้านสำหรับใช้ในงานนี้ คงร่ำรวยน่าดูแหละครับ
... 9/02/04 03:48:13 ขอยืนยันว่า  พระป่าที่มาแต่ละรูปมาด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยธรรมะ  ไม่เหมือนผู้ที่คิดมีจิตอกุศล  ที่คิดเห็นแต่ผลประโยชน์ถึงจะกระทำการใดๆ  จึงมีความคิดที่คิดว่าผู้อื่นจะเป็นอย่างตน  สงสัยเคยแต่ได้  
9/02/04 04:01:53 ผมไปโพส ที่เวปนี้ http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.asp?NewsID=4787471138834


โดย link กระทู้นี้ไปจากลานธรรมฯ อธิบายข้อความว่า "ข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่ควรศึกษา" เป็นความคิดเห็นที่สอง ... ปรากฎว่า ไม่กี่นาที่ ตอนนี้ ความคิดเห็นที่สองที่จะเชื่อมโยงและเพิ่มข้อมูลอีกด้านหนึ่ง "หายไปแล้ว"
พัลวัน 9/02/04 04:22:00 แค่เรื่องประกาศแต่งตั้งของนายวิษณุ ก็ผิดกฎหมายเต็มประตูแล้ว ยังพยายามตะแบงและเลี่ยงบาลีกันไปเรื่อยๆ

หนังสือพิมพ์(จำไม่ได้ว่าฉบับใด) เคยเอาหนังสือประกาศนามสมเด็จพระสังฆราชมาลงด้วย ข้อความไม่เหมือนกันสักนิด "แต่งตั้ง" กับ "ประกาศนาม"

จะอ้างว่า ทำตามมติของ มส. ก็ไม่ได้ เพราะว่า ทำหนังสือแต่งตั้งก่อน แล้วจึงเรียกประชุม มส. ให้รับทราบ

จะอ้างว่า ได้ปรึกษากับ มส.บางรูป เป็นการเฉพาะแล้ว มันก็แปลกๆอยู่ ผมจำได้นะ เคยมีวิธีนี้ในครม. เหมือนกัน สมัยที่ สุจินดา ทำพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษตัวเอง ก็ใช้วิธีอ้าง ครม.ประชุมแบบไม่ได้ประชุม แต่ส่งหนังสือเวียนเอา แล้วก็อ้างว่าเป็นมติของครม.

วิธีเดียวกันเปี๊ยบเลย สมัยนั้นใครเป็น เลขาฯ ครม กันนะ ทำให้ญาติวีรชน พฤษภาทมิฬ ตามไปฟ้องร้องเอาผิด สุจินดา ไม่ได้ และเชิดหน้าเชิดตา ลอยหน้าลอยตา อยู่ในงานสังคม งานเลี้ยงรุ่น ของเหล่าทหาร จนปัจจุบัน

คนแบบนี้น่ะหรือ มีคุณูปการกับชาติ จนต้องเชื่อว่า ทำอะไรก็ถูกต้องไปเสียหมด
ภูมิจิตภูมิธรรม 9/02/04 04:23:17 เทียบเคียงอย่างง่ายๆ นะครับ องค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หนังสือธรรมะขององค์ท่านมีไว้แจกเป็นธรรมทาน หนังสือธรรมะของหลวงพ่อปัญญามีไว้จำหน่ายขายตามร้านหนังสือ แค่นี้ก็เห็นแล้วว่าใครถึงธรรม ยิ่งเรื่องภูมิจิตภูมิธรรมแล้วเทียบเคียงกันไม่ได้เลย ผมไม่ได้ประมาทธรรมะที่ท่านหลวงพ่อปัญญานำมาสอนประชาชนนะ ซึ่งเป็นธรรมะของพระพุทธเจ้าที่ท่านหลวงพ่อปัญญาจดจำมาจากคัมภีร์ใบลาน แต่ไม่ได้รู้จริงจากการปฏิบัติ ยิ่งท่านออกมาวิพากษ์วิจารณ์พระป่าในครั้งนี้แล้ว เป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่มีภูมิจิตภูมิธรรมเอาเลย เป็นโปฐิละ บวชมาหัวโล้นเปล่า ใบลานเปล่าแล้วก็จะตายเปล่านะครับถ้าไม่เรียบปรับปรุงแก้ไขตัวเองตั้งแต่บัดนี้ ข้อให้หลวงพ่อปัญญาพิจารณาจาก "อภิณหปัจจเวกขณะธรรมสูตร ข้อ ๑๐. คุณธรรมหรือคุณวิเศษของเรามีอยู่หรือไม่ที่จะทำให้เราเป็นผู้ไม่เก้อเขิน เมื่อเพื่อนบรรพชิตถาม ในกาลภายหลัง" ถ้าหลวงพ่อปัญญา (ปั่น เสน่ห์เจริญ) มีภูมิจิตภูมิธรรมจะไม่กล้าออกมากล่าวเช่นนี้อย่างแน่นอน เพราะพระที่ปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นโดยเฉพาะพระอริยะเจ้าตั้งแต่ชั้นโสดาบันขึ้นไปแล้วจะรู้จะเห็นธรรมะอย่างเดียวกันไม่มีองค์ไหนค้านกันยอมกราบราบธรรมะพระพุทธเจ้ากันทั้งนั้น และจะยอมสละเป็นสละตายเพื่อปกป้องพระธรรมวินัย
กอบ 9/02/04 04:26:03 ยืนยันเพิ่ม ว่า แม้แต่ฆราวาส ก็ไม่เห็นถือป้ายประท้วง หรือเอะอะ อะไรในวัดเลย ขนาดโทรโข่งที่ใช้ถือเดินพูดกัน ผมยังไม่เห็นมีเลย

ป้ายที่เห็น จะมีแต่ ป้ายแสดงว่า โรงทานนี้เป็นของวัดอะไร อย่างมากสุด ก็มีอาหารอะไร เท่านั้น
ake 9/02/04 04:32:29 ผมมาพิจรณาเรื่องข้ออาบัติต่างๆของพระทุศีลเหล่านี้(เกี๋ยว, โชว์ ฯลฯ)
ทั้งหมดผมว่าปาราชิกไปนานแล้วนะ(แค่ศีล 5 บางข้อ ผมว่าผมดีกว่านะ, จะว่าผมหลงตัวก็ยอม)

ผมว่าผมไม่ผิดถ้าต่อไปนี้ผมจะเรียกชื่อพวกนี้เฉยๆ
เหมือนเรียกเพื่อนผมเช่น น้องอี้ด เปิ้ล ไอ้เม้ง ฯลฯ

ถ้าเรียก "พระ" นำหน้า, ผมชอบนึกไปถึงครูบาอาจารย์สายวัดป่า แล้วจะกระดากมาก

ขออำนาจแห่งพุทธ อำนวยให้ นายเกี่ยว,โชว์ ฯลฯ ตั้งสติในเบื้องต้นด้วยเถิด

ปล. ผมพึ่งทราบว่า คุณพัลวัล คือพี่ต...
ที่อยู่ในกระทู้ "พี่สดใส"ในพันทิพย์เก่า
ขอขอบคุณในการช่วยเหลือน้าธิดาครับ(ผมนับถือ 3 คนในนั้น คุณพัลวัล ,คุณจุ๊,คุณประทีป) ว่างๆไปเยี่ยมน้าธิดากันนะครับ _/\_
ake 9/02/04 04:49:10 ถ้ากระทุ้ 441 ของผมรุนแรงไป
ขออภัยด้วยครับ ผู้ดูแลสามารถลบได้ครับ
_/\_
thienyohd 9/02/04 04:58:18 ตามข่าวที่ออกมาตอนนี้ รู้สึกว่าคุณทองก้อน กำลังถูกรุมจากพวกที่บ้ายศ บ้าอำนาจ
รวมทั้งการที่สื่อต่างๆ ถูกสั่งมิให้ทำข่าวของคุณทองก้อนให้ประชาชนได้รับทราบความจริง  เรื่องนี้ได้รับฟังมาจากผู้สื่อข่าวที่หน้าทำเนียบรัฐฯในวันนี้   จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่มีแต่ข่าวของพวกที่ บ้ายศ บ้าอำนาจ ออกมาเสนอหน้าอยู่ข้างเดียว
ขอแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าเมื่อไรสมาชิกชาวลานธรรมแสดงพลังออกมาข้างนอกอีกหนึ่งแรง น่าจะช่วยได้อีกมากครับ
ake 9/02/04 05:05:28 ใครพอแนะนำให้ทำเป็นรูปธรรม จาก คห.443
มากกว่านี้ไหมครับ ? ลองเสนอมาดูกัน
:)
สมบูรณ์ ต. 9/02/04 05:11:05 อ้างอิง (thienyohd @ 09 ก.พ. 47 - 16:58)
ความคิดเห็นที่ 44
ขอแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าเมื่อไรสมาชิกชาวลานธรรมแสดงพลังออกมาข้างนอกอีกหนึ่งแรง น่าจะช่วยได้อีกมากครับ
(thienyohd @ 09 ก.พ. 47 - 16:58)



           เห็นด้วยครับที่จะต้องต่อสู้ด้วยสติปัญญาที่แท้จริง  การจะออกไปแสดงพลังแบบเป็นรูปธรรมนั้นมีหลายวิธีครับ  ระวังลูกล่อลูกชนของฝ่ายตรงข้ามด้วย  เราเดินมาดีแล้ว  อย่าให้เกิดความผิดพลาดนะครับ
ake 9/02/04 05:22:32 ข้อผิดพลาด การ refer คห. ตัวเลข ของกระทู้ในลานธรรม
เมื่อ คห. ถูกลบ ตัวเลข คห. ต่อมา จะเลื่อนขึ้น
แบบนี้ทำให้ เกิดความเข้าใจผิดกันได้ครับ
ฝาก น้อง Architect เช็คครับ
_/\_
กอบ 9/02/04 05:27:30 อ้างอิง (ake @ 09 ก.พ. 47 - 17:22)
ข้อผิดพลาด การ refer คห. ตัวเลข ของกระทู้ในลานธรรม
เมื่อ คห. ถูกลบ ตัวเลข คห. ต่อมา จะเลื่อนขึ้น
แบบนี้ทำให้ เกิดความเข้าใจผิดกันได้ครับ
ฝาก น้อง Architect เช็คครับ
_/\_


ผมแก้เลขความเห็น จาก 444 เป็น 443 ให้แล้วครับ คุณ ake
แก้ขัดไปก่อน ครับ
แอนนา 9/02/04 05:27:49 เพิ่งเข้าใจเรื่องการรวมบัญชี ธปท. วันนี้เองค่ะ ตาสว่างขึ้นเป็นกอง เชื่อว่ามีคงคนอีกเป็นอันมากที่ไม่เข้าใจ และแคลงใจหลวงตาอยู่ จึงได้สร้างกรรมให้กับตนเองได้มาก โดยไม่รู้ตัว

ครั้งนี้ กรณีนี้ เรื่องราวคงจะใหญ่โตและสร้างความเสียหายร้ายแรงได้ไม่แพ้กับเรื่องการรวมบัญชี หลวงตาท่านจึงได้เป็นห่วงหนักหนา คนที่ไม่รู้ ไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา ไม่อ่าน ก็ค้านกันไป หลายคนคงได้เกิดเป็นควาย เขียนถึงหลวงตาเปรียบเปรยได้แย่มากๆ เลอะเทอะไปกันใหญ่แล้ว  (เพิ่งอ่านผู้จัดการออนไลน์มาน่ะค่ะ - แถลงการณ์จากชาวพุทธผู้หวังดี..)

ถ้าสมาชิกลานธรรมจะรวมตัวกันสู้อย่างไร รบกวนโพสต์ตัวโตๆ นะคะ  
แช่อิ่ม 9/02/04 05:43:47 วันนี้อ่านข่าวแล้วช้ำใจ คุณทองก้อนโดนข้อหา ตลกๆ ยัดให้เพียบเลย ไหนจะเป็นคริสต์ ไหนจะไปจ้างพระองค์ละสามพัน อย่างที่หลวงตาท่านเทศน์น่ะครับ ถ้าพวกเราจะฟันก็ขอให้ฟันที่คอ อย่าไปสนใจเวลาคนพวกนี้เอามีดเล็กๆ มาทิ่มแขนทิ่มขา คิดว่าการฟ้องศาลปกครองก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีอีกทางหนึ่ง ส่วนตัวผมมอง ดูเหมือนท่าทีของนายกลอยตัวกับปัญหานี้ อาจจะปล่อยไว้ให้เลยหกเดือนเพื่อหาทางออกยกเลิกการแต่งตั้งดังกล่าวโดยอ้างว่าสมเด็จพระสังฆราชทรงสามารถปฎิบัติภารกิจได้แล้ว ทำให้ลูกน้องตัวเองไม่เสียหน้า แต่จริงๆ ควรจะเอาผิดกับลูกน้องตัวเองเสียด้วยซ้ำ หรือถ้าหากนายกเลือกทางคุณวิษณุ ผมก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดกับเมืองไทยเช่นกัน
ตชบ 9/02/04 06:24:24 ท่าทางชาวลานธรรมข้อมูลแน่นดี
ข้าพเจ้าอยากรู้ว่า กองทุนช่วยชาติเริ่มขึ้นได้อย่างไร  (เบื้องหลังอันเป็นเบื้องต้น)
แล้วเมื่อหลวงตาบรรลุเป็นอรหันต์แล้ว  ทำไมยังมีกองทุนอยู่
ข้าพเจ้าตั้งกระทู้ใหม่ไม่ได้  เพราะไม่ใช่สมาชิก
แล้วก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นกระทู้ที่สมควรหรือเปล่า
แต่เห็นว่าที่นี่มีลูกศิษย์ท่านอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย  คงมีข้อมูลอยู่มาก

ส่วนกระทู้นี้  อ่านมามาก ขออนุโมทนาทุกท่าน
   
เจ้าเชื่อข่าว 9/02/04 06:32:17 งานนี้ เป็นคนเชื่อง่ายมากเลยค่ะ
ออกจากบ้านตอนตีห้า ไปซื้อน้ำสามขวด แจกเพื่อนไปคนละขวด
ตัวเองจับขวดน้ำใส่เป๋แบกไปด้วย แล้วก็จัดทำเอกสารไปด้วย
ขอบอกว่า ว่าหนักมาก......

งานนี้ไม่เห็นมีใครหน้าตาทมึงตึงสักคน มีแต่คนภาวนาหน้าตาผ่องใส
ตั้งใจทำกิจเพื่อชาติศาสนากันทั้งนั้น





นายโจโจ้ 9/02/04 07:36:53 สำหรับเรื่องความเป็นมาของโครงการช่วยชาติ คงต้องขอรบกวนคุณ ตชบ. ช่วยไปอ่านที่ http://www.luangta.com/help/objective.php แล้วล่ะครับ น่าจะมีทั้งหมดที่ต้องการทราบครับผม
นายโจโจ้ 9/02/04 08:01:32 จากที่มีผู้เคยตำหนิหลวงตาว่ามายุ่งเรื่องการเมืองซึ่งไม่ใช่กิจของสงฆ์นั้น ขอถือโอกาสนี้ชี้แจง ความเป็นไปเท่าที่พอจะกระทำได้

พุทธบริษัทนั้น มีกิจต่ออริยสัจจ์เป็นลำดับแรก ซึ่งหลวงตาท่านได้กระทำกิจของท่านต่ออริยสัจจ์ให้จบลงอย่างบริบูรณ์แล้วเมื่อเวลา 23.00 น.ของวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 และเมื่อกิจของท่านต่ออริยสัจจ์จบลงแล้ว กิจที่เหลืออยู่ ก็คือการสงเคราะห์โลกให้เต็มกำลังความสามารถ ซึ่งที่กล่าวไปหลายครั้งหลายหน ว่าท่านทำได้บริบูรณ์ยิ่งกว่าพุทธบริษัทใดๆในสากลโลกนั้น ขอให้อ่านบางส่วนที่พอรวบรวมได้ของการสงเคราะห์โลกที่หลวงตาได้เริ่มกระทำตั้งแต่ปี 2493 เป็นต้นมา ดังนี้คือ

การสงเคราะห์โลกของหลวงตา

"…เวลามีชีวิตอยู่นี้ เราจะทำความดีให้โลกทั้งหลายได้เป็นคติตัวอย่างอันดีงาม และทำด้วยความเมตตาสงสาร เพราะหลังจากนี้แล้ว… เราตายแล้ว…เราจะไม่กลับมาเกิดในโลกนี้อีกต่อไป เป็นตลอดอนันตกาล…"

ปณิธานของหลวงตาฯ


"พระช่วยโลกไม่ได้..ใครเล่าจะช่วยได้"


อุปนิสัยที่โดดเด่นประจำองค์หลวงตามหาบัวฯ ตั้งแต่วัยหนุ่มนั้น ท่านเป็นผู้มีเมตตาธรรม มีน้ำใจชอบให้ความช่วยเหลือผู้น้อยผู้ใหญ่ เพื่อนฝูง และผู้ด้อยโอกาสกว่าท่าน จตุปัจจัยไทยทานที่ท่านได้รับมาจึงไม่เคยเหลือเก็บเลย มีมากน้อยเพียงใด หลวงตาฯ ก็นำออกแจกจ่ายคนรอบข้างตลอดมา ความเมตตาดังกล่าวของท่านปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อท่านได้เริ่มตั้งวัดป่าบ้านตาดในปี พ.ศ.2499 ท่านได้ให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือตั้งแต่รายย่อย ได้แก่ คนทุกข์ คนจน คนเจ็บป่วย คนตาบอด คนพิการ คนอนาถา เด็กกำพร้า จำนวนมาก และสำหรับการช่วยเหลือเพื่อสาธารณะประโยชน์นั้น ท่านเน้นความสำคัญเป็นกรณีพิเศษจนถือเป็นกิจวัตรประจำวันของท่านก็ว่าได้ คำกล่าวตอนหนึ่งแสดงได้ชัดเจนถึงความเป็นนักเสียสละของท่าน ดังนี้

"…พอตื่นขึ้น…สิ่งแรกที่คิดถึงก่อนอื่นก็คือเรื่องการช่วยโลก ไม่มีแม้แต่น้อยที่คิดถึงเรื่องตัวเอง… พระช่วยโลกไม่ได้ ใครเล่าจะช่วยได้…"

และคำกล่าวของท่านอีกตอนหนึ่ง

"…ไปดูที่ไหนๆ เราดูจริงๆ ช่วยจ ริงๆ… ถ้าเรายังไม่ตายแล้วเราจะช่วยตลอดไป ไม่ว่าโรงพยาบาลไหนๆ ช่วยทั้งนั้น โรงร่ำโรงเรียนก็ปลูกให้เป็นหลังๆ ขาดอุปกรณ์อะไรๆ บ้าง ให้ ให้ ให้ ไม่ว่าแต่โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ต่างๆ เราก็ให้…"

และด้วยความมุ่งมั่นจริงจังของหลวงตาฯ เช่นนี้เอง ส่งผลให้การช่วยโลกของท่านคิดมูลค่าเป็นตัวเงินมีจำนวนมากมายมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติชีวิตของบุคคลใดในประเทศ ท่านเคยคำนวณมูลค่าไว้ว่าจะต้องถึงหลักหมื่นล้านขึ้นไป เพราะท่านให้ความช่วยเหลือรอบด้านรอบทางหลายแง่หลายมุมและช่วยเช่นนี้ตลอดมาตั้งแต่ออกบำเพ็ญธรรม จตุปัจจัยไทยทานทั้งหลายที่ท่านได้รับมาจึงไม่มีเหลือติดเนื้อติดเลย ท่านได้รับมาเท่าไร ท่านก็ให้การสงเคราะห์มากเท่านั้น มีบ่อยครั้งถึงขนาดที่ท่านต้องยอมติดหนี้ติดสินเพราะเหตุผลที่ต้องช่วยเหลือในเรื่องนั้นๆ มีน้ำหนักมากกว่า ท่านจึงยอมออกรับประกันว่า ให้สั่งซื้อสิ่งนั้นได้เลย เมื่อท่านมีจตุปัจจัยเข้ามาท่านจะสั่งจ่ายให้ในทันที

ตัวอย่างการสงเคราะห์ด้านการแพทย์มีรายการต่างๆ กว่า 500 รายการ ตั้งแต่รายการเล็กๆ จนถึงรายการขนาดใหญ่ที่มูลค่าเป็นสิบๆ ล้านบาท ยกตัวอย่างพอสังเขปดังนี้


1.ครุภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์ทั่วไป

-เครื่องมือผ่าตัด -เครื่องดมยาสลบ -เครื่องตรวจเลือด  
-เครื่องกระตุกหัวใจ -เครื่องเฝ้าติดตามการทำงานของหัวใจ -เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  
-เครื่องช่วยหายใจชนิด Bipap Harmony S/T -เครื่องช่วยชีวิตคนไข้ฉุกเฉิน -โคมไฟผ่าตัด
-รถทำแผล -เครื่องนึ่ง -เครื่องอัลตราซาวด์  
-หัวต่อออกซิเจน -เครื่องเอกซเรย์ ขนาด 320 เอ็ม เอ -ตู้เย็นเก็บเลือด
-เครื่องตรวจเลือดทางเคมีชนิดเทียบสี  -เครื่องกระตุกหัวใจแบบมีจอภาพ  -เครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมความดัน  
-เครื่องปรับอากาศใช้กับห้องเก็บยา -เครื่องซักผ้าอบผ้าในตัว -เครื่อง Monitor 3 option 1) NIBP 2) EKG 3) O2 Saturation  
-หม้ออบไอน้ำเครื่องมือ -ครุภัณฑ์การแพทย์ตึกรวมเมตตามหาคุณ -ครุภัณฑ์ห้องผ่าตัดกระดูก 6 รายการ  
-เครื่องบริหารหัวเข่าและสะโพกแบบอัตโนมัติ  -โครงโลหะถ่างแขน-ขาผู้ป่วย -เครื่องตรวจวิเคราะห์หูชั้นกลาง
-ครุภัณฑ์เวชกรรมฟื้นฟู  -เตียงออกกำลังกายแขน  -ชุดออกกำลังกายแขน-หัวไหล่  
-ยาและวัสดุการแพทย์  -ข้าวสารอาหารแห้งทุกเดือน  -ฯลฯ  


2.อุปกรณ์ก ารแพทย์เกี่ยวกับ ตา หู จมูก คอ

-ชุดส่องตรวจหู  -เครื่องเอกซเรย์ฟัน  -เครื่องขูดหินปูน  
-ชุดตรวจตา หู จมูก คอ -เครื่องตรวจตา slit lamp -เลเซอร์ตา  
-เครื่องตรวจตาพร้อมอุปกรณ์วัดแรงดันลูกตา  -เครื่องมือผ่าตัดตา -เครื่องรักษาโรคตาด้วยแสงเลเซอร์  
-เครื่องมือประกอบการสลายต้อกระจก  -แหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์  -เครื่องตรวจวิเคราะห์ขั้วประสาทตาด้วยระบบเลเซอร์สแกนเนอร์  
-ฯลฯ      


3. อุปกรณ์การแพทย์สำหรับเด็ก

-เครื่องให้ความอบอุ่นเด็กแรกเกิด  -เครื่องส่องไฟเด็ก  -ชุดช่วยเหลือเด็กฉุกเฉิน  
-เครื่องทำคลอดสูญญากาศ  -เครื่องฟังหัวใจทารกในครรภ์  -เครื่องทำคลอดสูญญากาศ  
-กล้องผ่าตัด หู คอ จมูก -ครุภัณฑ์ ไอ ซี ยู เด็ก  -เครื่องบันทึกการบีบรัดของมดลูก
-ฯลฯ      


4.รถพยาบาล ที่ดิน อาคาร

-รถตู้พยาบาล พร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตและวิทยุสื่อสาร -รถปิกอัพ เครื่องดีเซล 1 คัน -อาคารตึกคลอด 1 หลัง  
-อุปกรณ์ภายในตึก  -เตียงเฟาเลอร์พร้อมที่นอน หมอน -ซื้อที่ดินให้จำนวน 16 ไร่ 3 งาน 67 ตรว.
-ตึก ๓๐ เตียง -ตึกหลวงตามหาบัวฯ  -อาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  
-ปรับปรุงอาคารผู้ป่วยโรคกระดูก -สร้างอาคารศัลยาคารอุตราทร -ปรับปรุงตึก ไอ ซี ยู เด็ก
-ตึกรวมเมตตามหาคุณ ๒ ชั้น -ฯลฯ  


5.ตั้งกองทุน มูลนิธิ

-ตั้งกองทุนสงเคราะห์คนพิการ -กองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากจนและไร้ที่พึ่ง -ตั้งมูลนิธิรวมเมตตามหาคุณ
-ฯลฯ      

สถานพยาบาล


สถานพยาบาลที่ได้รับความอนุเคราะห์ด้านการแพทย์และเครื่องอุปโภคบริโภค จาก หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (178 แห่ง)


ประเทศไทย (31 จังหวัด) : ประกอบด้วยโรงพยาบาล 160 แห่ง, สถานีอนามัย 10 แห่ง, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ 3 แห่ง, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 2 แห่ง, ศูนย์ทางการแพทย์ 1 แห่ง,ศูนย์สุขภาพชุมชนโคกกลาง 1 แห่ง
อุดรธานี (31 แห่ง) :  สาธารณสุขจังหวัด, ร.พ.ศูนย์อุดรธานี, ค่ายประจักษ์ศิลปาคม, หนองแสง, หนองวัวซอ, กุดจับ, สร้างคอม, เพ็ญ, นายูง, น้ำโสม, บ้านดุง, ทุ่งฝน, ไชยวาน, หนองหาน, ศรีธาตุ, วังสามหมอ, กองบิน 23, กุมภวาปี, โนนสะอาด, พิบูลรักษ์, บ้านผือ, ห้วยเกิ้ง, สถานีอนามัยบ้านตาด, สถานีอนามัยบ้านหนองหมื่นท้าว, สถานีอนามัยโนนสำราญ อ.โนนสะอาด, สถานีอนามัยกุดดอกคำ อ.โนนสะอาด, สถานีอนามัยทมนางาม อ.โนนสะอาด, ศูนย์สุขภาพ ชุมชน อ.โนนสะอาด,สถานีอนามัยทมป่าข่า, สถานีอนามัยท่าลุมภู, สถานีอนามัยหนองแสง
สกลนคร (18 แห่ง) : สาธารณสุขจังหวัด, ร.พ.สว่างแดนดิน, บ้านม่วง, คำตากล้า, วาริชภูมิ, กุดบาก, พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร, เจริญศิลป์, ส่องดาว, ค่ายกฤษณ์สีวะรา, โพนนาแก้ว, นิคมน้ำอูน, อากาศอำนวย, พังโคน, วานรนิวาส, โคกศรีสุพรรณ, เต่างอย ,กุสุมาลย์
หนองคาย (14 แห่ง) : ร.พ.หนองคาย, พรเจริญ, บึงกาฬ, ปากคาด, โพนพิสัย, บึงโขงหลง, สมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ, เซกา, ศรีเชียงใหม่, บุ่งคล้า, สังคม, สาธารณสุข อ.บึงโขงหลง, ศรีวิไล, โซ่พิสัย  
นครพนม (12 แห่ง) : ร.พ.นครพนม, บ้านแพง, นาหว้า, ศรีสงคราม, นาทม, เรณูนคร, โพนสวรรค์, ท่าอุเทน, สถานีอนามัยสามผง, สถานีอนามัยบ้านกกบก , สาธารณสุขอำเภอนาทม ,ร.พ.ศรีสงคราม
ขอนแก่น (10 แห่ง) :  ร.พ.พล, แวงน้อย, แวงใหญ่, บ้านฝาง, เขาสวนกวาง, สีชมพู, ภูผาม่าน, ซำสูง ,สมเด็จพระยุพราชกระนวน ,ชุมแพ
เลย (7 แห่ง) :  ร.พ.วังสะพุง, ภูหลวง,นาแห้ว, ภูเรือ, ด่านซ้าย, ท่าลี่, ปากชม  
หนองบัวลำภู(6 แห่ง) :  สาธารณสุขจังหวัด, ร.พ.หนองบัวลำภู, โนนสัง, ศรีบุญเรือง, นากลาง, สุวรรณคูหา  
กาฬสินธุ์ (12 แห่ง) : ร.พ.นามน,คำม่วง,หนองกุงศรี,ท่าคันโท, ยางตลาด, สหัสขันธ์, สมเด็จ, ร่องคำ, ห้วยเม็ก, ห้วยผึ้ง, กมลาไสย, สมเด็จฯ กุฉินารายณ์  
มุกดาหาร (6 แห่ง) :  ร.พ.มุกดาหาร,ดงหลวง,หนองสูง, คำชะอี, ดอนตาล, หว้านใหญ่  
มหาสารคาม(4 แห่ง) :  ร.พ.กันทรวิชัย, วาปีปทุม, นาดูน, พยัคฆภูมิพิสัย  
เพชรบูรณ์ (3 แห่ง) :  ร.พ.หล่มสัก, น้ำหนาว, เขาค้อ  
ชัยภูมิ (10 แห่ง) :  ร.พ.เกษตรสมบูรณ์, ชัยภูมิ, คอนสาร, คอนสวรรค์, หนองบัวระเหว, บ้านแท่น, ภักดีชุมพล, เทพสถิต, เนินสง่า, บ้านเขว้า
พิจิตร (2 แห่ง) :  ร.พ.พิจิตร, โพธิ์ประทับช้าง  
ศรีษะเกษ (2 แห่ง) : ร.พ.ศรีรัตนะ, ยางชุมน้อย  
นครราชสีมา(2 แห่ง) : ร.พ.ครบุรี, พิมาย  
บุรีรัมย์ (1 แห่ง) :  ร.พ.บ้านกรวด  
สุรินทร์ (1 แห่ง) :  ร.พ.สนม  
ร้อยเอ็ด (5 แห่ง) :  ร.พ.เมยวดี, โพนทราย, ธวัชบุรี , โพธิ์ชัย , ปทุมรัตน์
ยโสธร (1 แห่ง) :  ร.พ.คำเขื่อนแก้ว
เชียงราย (1 แห่ง) :  ร.พ.เวียงแก่น  
น่าน (1 แห่ง) :  ร.พ.น่าน  
อุตรดิตถ์ (3 แห่ง) : ร.พ.อุตรดิตถ์, ฟากท่า, น้ำปาด
อุบลราชธานี (5 แห่ง) : ร.พ.เขมราฐ, โขงเจียม, บุณฑริก , สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม, สิรินธร
ส ุราษฎร์ธานี (2 แห่ง) :  ร.พ.ไชยา, พุนพิน  
นราธิวาส (1 แห่ง) :  ร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์  
พังงา (1 แห่ง) :  ร.พ.เกาะยาว  
กระบี่ (2 แห่ง) :  ร.พ.ปลายพระยา, เกาะพีพี
ฉะเชิงเทรา (1 แห่ง) :  ร.พ.พนมสารคาม  
นนทบุรี (1 แห่ง) :  ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ  
จันทบุรี (2 แห่ง) : รพ.สองพี่น้อง , แก่งหางแมว
ตาก (1 แห่ง) : รพ.แม่ละมาด
ประเทศลาว (6 แขวง รวม 6 แห่ง) : ร.พ.เวียงจันทน์, คำม่วน, บริกำไชย, สุวรรณเขต, พงสาลี, ปากซัน  
ประเทศพม่า (1 แห่ง) ร.พ. ท่าขี้เหล็ก



สำหรับการสงเคราะห์ด้านการศึกษานั้น ท่านให้ความช่วยเหลือตั้งแต่รายการขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเป็นล้านๆ บาท อาทิเช่น สื่อการเรียนการสอน, โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์การเรียน, ค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนยากจน, ทุนการศึกษาเด็กกำพร้า, สร้างอาคาร, สะพานลอยสำหรับนักเรียน, ตึก, ที่ดิน ฯลฯ สำหรับบุคคลผู้ด้อยโอกาส ท่านก็ไม่เคยมองข้าม ด้วยการช่วยเหลือสถานสงเคราะห์เด็กหญิงภาคอีสานเป็นประเภทต่างๆ เช่น สร้างห้องสมุดและอุปกรณ์(คอมพิวเตอร์-ตกแต่งภายใน), รถตู้, ช่วยเหลือเครื่องอุปโภคบริโภคตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ถึงปัจจุบัน เป็นต้น นอกจากนี้หลวงตาฯ ยังให้ความอนุเคราะห์แก่สถานสงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อนหลายแห่ง บางแห่งท่านให้เงินเป็นค่าจ้างพี่เลี้ยงผู้อภิบาลเด็กพิการทางสมองและปัญญา แม้แต่บุคคลไร้ญาติที่เสียชีวิตลง(ศพไร้ญาติ) ความเมตตาของท่านก็ยังก้าวเข้าไปถึง อีกประการหนึ่งในยามเกิดอุทกภัย วาตภัย หรืออัคคีภัย หลวงตาฯ ยังสั่งซื้อข้าวสาร อาหารสดและแห้ง ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ใส่รถบรรทุกหลายสิบคันรถนำไปบริจาคแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหลายครั้งหลายหนทั้งในจังหวัดใกล้เคียง, ในภาคอื่นๆ หรือแม้แต่พี่น้องชาวลาวที่ประสบภัย


หน่วยงานราชการ และอื่นๆ

หน่วยงานที่ได้รับความอนุเคราะห์จากหลวงตา (อย่างน้อย 52 แห่ง)

อุดรธานี (28 แห่ง) :  ตชด.ค่ายเสนีย์รณยุทธ, ตำรวจทางหลวงจังหวัด, ตำรวจภูธร อ.เมืองอุดรธานี, สถานีตำรวจภูธร อ.กุมภวาปี, ตำรวจสันติบาลจังหวัด, เรือนจำกลางจังหวัด, รพช.จังหวัด, สถานีรถไฟจังหวัด, สถานสงเคราะห์เด็กหญิงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ศูนย์สงเคราะห์บุคคลปัญญาอ่อนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, บ้านเด็กแสงตะวัน, ศูนย์เลี้ยงเด็ก อ.โนนสะอาด, โรงเรียนบ้านตาด, โรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์, โรงเรียนสตรีราชินูทิศ, โรงเรียนหนองแสงวิทยา, โรงเรียนบ้านดงเมือง, โรงเรียนบ้านหนองตุ, โรงเรียนค่ายประจักษ์ศิลปาคม, โรงเรียนโนนสะอาดพิทยาสรรค์, โรงเรียนบ้านถ่อน, โรงเรียนบ้านเสาเล้าผักชี, โรงเรียนบ้านหาดสถาพร อ.โนนสะอาด, โรงเรียนหนองตูม, โรงเรียนโนนสะอาดผาสุข อ.เมือง, โรงเรียนหนองหานวิทยา อ.หนองหาน, ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อ.โนนสะอาด ,สภอ.เมืองอุดรธานี นาข่า
กรุงเทพมหานคร (3 แห่ง) :  ทัณฑสถานหญิงกรมราชทัณฑ์, บ้านเลี้ยงสุนัขถนนพุทธมณฑล 3, สวนสัตว์ดุสิต  
เพชรบูรณ์ (3 แห่ง) :  สถานีตำรวจภูธร อ.น้ำหนาว, อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว(ห้วยสนามทราย), ป้อมตำรวจห้วยสนามทราย  
นนทบุรี (2 แห่ง) :  บ้านสงเคราะห์เด็กปากเกร็ด, สถานสงเคราะห์สัตว์พิการ  
สกลนคร (3 แห่ง) : สถานีตำรวจภูธรกิ่ง อ.ภูพาน, โครงการพระราชดำริฝนหลวง, เรือนจำสว่างแดนดิน
อุตรดิตถ์ (3 แห่ง) :  โรงเรียนฟากท่าวิทยา, โรงเรียนบ้านนาหน่ำ, โรงเรียนวัดบ้านปากไพร  
หนองบัวลำภู (1 แห่ง) :  เรือนจำกลางจังหวัด  
ลำปาง (1 แห่ง) :  ศูนย์พัฒนาสมรรถภาพคนตาบอด  
กาญจนบุรี (1 แห่ง) :  มูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน  
ขอนแก่น (1 แห่ง) : อุทยานแห่งชาติภูเวียง  
นครราชสีมา (1 แห่ง) :  อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  
หนองคาย (1 แห่ง) :  สถานีเรือรัตนวาปี  
กระบี่ ( 1 แห่ง) :  โรงเรียนปลายพระยาวิทยาคม อ.ปลายพระยา
เลย (1 แห่ง) : โรงเรียนบ้านนาแห้ว อ.นาแห้ว
พังงา (2 แห่ง) : โรงเรียนบางเตย,โรงเรียนเกาะเคี่ยม อ.เมือง
 ฯลฯ  


ประเภทของการช่วยเหลือเป็นสาธารณะประโยชน์มีหลายประการ เช่น สร้างและขยายถนน, สร้างสะพาน, ขุดสระน้ำให้ชาวบ้านใช้, ขุดสระให้สัตว์ได้ใช้กิน ฯลฯ ในด้านการสงเคราะห์หน่วยงานราชการก็มีหลายสิบแห่งด้วยกัน โดยให้การช่วยเหลือหลายลักษณะ อาทิเช่น  

-สร้างถนน -ลานฝึกและอาคารปันน้ำใจ  -สถานที่ทำงาน  
-สร้างป้อมตำรวจ -อุปกรณ์สำนักงาน -เครื่องมือทำงาน
-สิ่งก่อสร้างภายในหน่วยงาน -เครื่องอุปโภคบริโภคข้าราชการ  -จ่ายเงินค่าจ้างเจ้าหน้าที่  
-สร้างสถานีรถไฟ  -รถบัสปรับอากาศ  -รถกระบะ  
-รถยนต์  -รถตู้พยาบาลพร้อมอุปกรณ์  -ตั้งกองทุนมูลนิธิ  
-สมทบสร้างอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  -ต่อเติมเรือนนอนผู้ต้องขังหญิง -ซ่อมแซมและก่อสร้างเรือนอาคารสำหรับเด็กแรกเกิดในเรือนจำหญิง
-ห้องอาบน้ำรวมในเรือนจำ -อาคารในเรือนจำ -เครื่ องอุปโภคแก่นักโทษ
-ห้องสุขานักโทษชายและหญิง  -เจาะบาดาล ถังน้ำ ติดตั้งไฟฟ้าในอุทยาน  -ช่วยเหลือการเกษตร
-ซื้อที่ดินกว่าแสนไร่ฟื้นฟูสภาพป่า -เงินว่าจ้างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ  -สร้างห้องน้ำและประปาในอุทยาน  
-สร้างป้อมป่าไม้  -ทำฝนเทียม  - ฯลฯ  


อีกด้านหนึ่งซึ่งแสดงถึงความเมตตาอันยิ่งใหญ่ไม่มีประมาณของหลวงตาฯก็คือ ไม่ว่าท่านมีโอกาสได้เดินทางไปยังสถานที่ใด ท่านจะต้องจัดหาอาหารสด อาหารแห้ง ไปแจกจ่ายเป็นทานแก่สัตว์ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือจังหวัดใกล้เคียง ชนิดของสัตว์ที่ให้การสงเคราะห์มีหลายประเภท เช่น สุนัข, ปลา, จระเข้, เสือ, เก้ง, กวาง, ชะนี, ลิง, ไก่ป่า, กระรอก, กระแต, กระต่ายป่า, หมูป่า รวมไปถึงสัตว์ที่อยู่ตามห้วยหนองคลองบึงทั่วไป ตลอดจนในสวนสัตว์หลายแห่ง ฯลฯ นอกจากนี้ ความเมตตาของท่านยังครอบคลุมไปถึงแม้แต่สัตว์พิการกว่าพันชีวิตที่อยู่ในสถานสงเคราะห์สัตว์พิการหรือบ้านสัตว์พิการ หลวงตาฯก็ไม่เคยมองข้ามไป การช่วยเหลือจึงมีหลายประเภท อาทิเช่น ค่าอาหารต่อเดือนกว่า 200,000 บาท, ซื้อที่ดิน, สร้างอาคาร 3 ชั้นเป็นที่พักสัตว์พิการ, ค่าจ้างสัตวแพทย์ดูแลสัตว์, ค่าน้ำ, ค่าไฟ ฯลฯ



สำหรับการสงเคราะห์ช่วยเหลือเกี่ยวกับการศาสนา นั้น หลวงตาฯ ให้ความสำคัญกับวัดกรรมฐานเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรมอันเป็นงานหลักในพระพุทธศาสนา ท่านจึงให้ความอุปถัมภ์ค้ำชูในด้านต่างๆ จำนวนมาก เช่น

ซื้อที่ดินสร้างวัด, ศาลา, ขุดสระ
สร้างกำแพงล้อมรอบเพื่อรักษาสัตว์ป่าและสภาพป่าภายในวัด
จัดตั้งวัดโดยร่วมมือกับกรมป่าไม้ เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมและรักษาสถานที่สงบสงัดไว้ให้กุลบุตรสุดท้ายได้บำเพ็ญธรรม
จัดหาอาหารสด อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมจัดส่งด้วยรถบรรทุกเป็นประจำทุกเดือนแก่วัดยากจนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อรับเลี้ยงพระผู้มุ่งอรรถมุ่งธรรมให้มีชีวิตพอเป็นไปในการประพฤติปฏิบัติธรรม
บริจาครถกระบะแก่วัดกรรมฐาน สำหรับบรรทุกอาหารเลี้ยงดูสัตว์ป่า
บริจาคจตุปัจจัยไทยทานแก่วัดกรรมฐานในถิ่นทุรกันดารกว่า 100 วัดในจังหวัดใกล้เคียงทั้งในยามปกติ และในเทศกาลบุญสำคัญ เช่น กฐิน, บุญประทายข้าว, บุญเข้าพรรษา, เทศกาลปีใหม่, เทศกาลสงกรานต์ ฯลฯ
ช่วยเหลือค่าอาหาร น้ำตาล แก่วัดที่เรียนด้านปริยัติธรรมในจังหวัดอุดรธานี
วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างฌาปนสถานและศาลาพักศพ
ฯลฯ
-----------------------------------------------




ด้วยเหตุดังกล่าว ใครก็ตามที่กล่าวหาหลวงตาไม่ว่าในทางโลกหรือทางธรรม จึงมีสถานะได้เพียงสถานเดียว คือเป็นความเข้าใจผิดของเขาผู้นั้น เนื่องด้วยว่า ไม่มีแม้ฆราวาสคนใดๆในประเทศไทยนี้ จะได้สงเคราะห์โลกมากเท่ากับที่หลวงตาได้กระทำ และไม่มีสงฆ์ใดๆที่ได้สงเคราะห์โลกมากเท่าที่หลวงตาได้กระทำ มิพักต้องกล่าวอ้างถึงนายวิษณุ สมเด็จเกี่ยว พระราชกวี มหาโชว์ มหาถาวร และหลวงพ่อ ท. ที่ตั้งตนเป็นศัตรูต่อหลวงตามาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ท่านปัญญานันทภิกขุ หรือแม้แต่ลัทธิจานบินที่มุ่งกอบโกยผลประโยชน์เข้าตนแต่ถ่ายเดียว

ด้วยเหตุดังกล่าว มีเพียงคำว่า มหาบุรุษเท่านั้น ที่เหมาะสมกับการเรียกขานพระสงฆ์ไทยท่านนี้ ผู้เป็นเลิศทั้งทางธรรม และการสงเคราะห์โลกที่ไม่มีใครเทียบเทียมได้



และด้วยเหตุที่หลวงตาเป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐสุดอันเป็นผลจากการที่ท่านจบกิจต่ออริยสัจจ์ ประกอบกับการที่ท่านได้สงเคราะห์โลกไว้อย่างมากมาย ย่อมทำให้ความสกปรกโสมมใดๆที่ฝ่ายตรงข้ามสาดมาอันเปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้แห่งกรรมชั่วลงในดินดีนี้นั้น จะส่งผลกลับคืนผู้มีเจตนาเหล่านั้นเป็นเท่าทวีคูณในภายภาคหน้าทั้งสิ้นไป

และในทางกลับกัน ผู้ที่ร่วมบุญกับท่าน ย่อมได้รับผลบุญอันสุดแสนประเสริฐ จากการปลูกต้นกรรมดีลงในเนื้อนาบุญนี้ ซึ่งจะส่งผลให้เมื่อผลนั้นสุกงอมในลำดับต่อไปเช่นเดียวกัน

คนกวน 9/02/04 08:14:16 สาธุ ครับ  โจโจ้  เรื่องความดีนี้เป็นที่ยอมรับอยู่แล้วครับ
สมบูรณ์ ต. 9/02/04 09:01:37
           ขออนุโมทนาหลวงตามหาบัว สาธุ  สาธุ  สาธุ
กิด 9/02/04 09:09:19   ผมเชียร์คุณทองก้อน 100 % เลยครับ  ตอนเขาโจมตีคุณทองก้อนหลวงตาได้เทศหนุนคุณทองก้อนเต็มที่ และบอกลูกศิษย์ให้หนุนคุณทองก้อนได้อย่างเต็มใจ
  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็กลุ่มเดียวกับที่ หนุน พรบ สงฆ์ฯ ที่ผ่านมาไงครับ ไม่แปลกใจหรอกครับที่ จะให้ข่าวทำนองนี้ ทีแรกยิ่งมีข่าวลือว่าจะให้ คนดักยิงคุณทองก้อนด้วยซ้ำ  หลวงตาถึงเทศบอกว่า ถ้าจะมาตัดแขน ให้ตัดคอมันก่อน และให้ ลูกศิษย์ช่วยกันดูแลคุณทองก้อนให้ดี
   จะตั้งคนมาดูแลงานเพื่อลดภาระสมเด็จพระสังฆราชเหรอครับ ปกติ มมส ชุดนี้ก็รวบอำนาจอยู่แล้วนี่ครับ (พระที่มีธรรมะในหัวใจและรู้ทัน ท่านก็ทราบ แต่ก็ทนได้เพราะท่านถือธรรมวินัยเป็นที่ยึด มิใช่ที่อำนาจ) แต่ตอนนี้พวกของท่านบ้าถึงขนาด บอกว่า ให้คุณวิษณุไปรายงานนายก บอกว่า พระองค์ประชวรต้องตั้งคนแทนเพื่อผ่อนภาระ จากนั้นก็ให้ มมส ออกมารองรับ  ในที่สุดหลังจากทำไปตามแผนแล้ว ก็มาคุยกันว่าปัญหาเหลืออย่างเดียว คือ สมเด็จพระสังฆราช ท่านยังไม่ทรงยินยอม จะทำไง ก็อาศัยที่ท่านพยักหน้า เป็นการยอมรับ ( แต่พวกข้าพเจ้าก็ได้ ชงเอง กินเอง และร่วมกันรุมกินโต๊ะพระองค์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยอ้างว่าจะกินโต๊ะแค่ 6 เดือนก่อนแล้วรอคำยืนยันจากคณะแพทย์อีกที  ฟังดูไม่เป็นธรรมเลยครับ)
    เรื่องนี้ไม่ได้ออกมาจากรัฐบาลหรอกครับ ดีไม่ดียังไม่ผ่าน ครม ด้วยซ้ำ ถ้าเรื่องนี้ถูกต้องเป็นธรรม มีหรือหลวงตาจะไม่สนับสนุน แต่ทำกันหมกๆ ลับลับ ล่อล่อ ไม่เปิดเผย ไม่จริงใจไม่ปรึกษา คงกล้วว่าปรึกษาแล้วหลวงตาจะไม่สนับสนุน เพราะไม่ชอบธรรมมั๊ง  อย่าบอกนะครับว่าทำไมจะต้องมาปรึกษาหลวงตาบัวก่อน  ก็เพราะทำอะไรเบ็ดเสร็จไม่เกรงใจใครเลยแบบคุณวิษณุและพวกนี่แหละ แม้สมเด็จพระสังฆราชเองยังไม่ปรึกษาก่อน แล้วอีตาบัวเคยเป็นแค่เพื่อนสมเด็จพระสังฆราชเป็นผู้ที่ประชาชนนับถือทั่วเมืองไทย กับทั้งพระผู้ใหญ่อีกมากในเมืองไทยยังไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย จะไปแคร์ทำไม
     ระวังนะครับ ระวัง.....หรือคิดว่าเรื่องไม่สำคัญ ทำไปก่อนแล้วค่อยอธิบายตามแบบนี้
         สมเด็จพระสังฆราชท่านเป็นเพื่อนเก่ากับพระสงค์ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลายองค์
เท่าที่ผมเคยเห็นรูปถ่าย ก็เช่น หลวงตามหาบัววัดบ้านตาด นี่แน่นอน , หลวงปู่ขาววัดถ้ำกลองเพล, หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดสัมมาณุสรณ์ , แม้งานเผาหลวงพ่อสีทน ศีลธโน พระรุ่นหลาน ก็เห็นท่านไปในงานด้วย  นอกนั้นยังมีอีกมาก (มีองค์ไหนอีกใครทราบช่วยบอก หรือ โพสรูปประกอบด้วย ครับ จะได้ช่วยกันสื่อสาร)  แล้วจะไม่ให้พระสงฆ์ 10000 กว่ารูป ที่ไปงานวัดอโศการาม เคารพและเทอดทูนพระองค์ท่านสุดหัวใจได้อย่างไร  นี่ทำแบบไม่อายฟ้าอายดินแบบที่ทำนี่มันน่าคิดนะ อ้างว่าทำเพื่อพระองค์แบบนี้ไม่ใช่นะ ถ้าทำเพื่อพระองค์แบบลูกเคารพพ่อจะไม่ทำอย่างที่เป็นนี้แน่นอน  ตัวผู้แทนตำแหน่งเองถ้ารู้และเคารพองค์ท่านจริงต้องลาออกเองแล้ว ถ้ายังมีธรรมอยู่บ้างไม่ถือทิฐิมากกว่าธรรม
       หลวงตาท่านมีญาณ หากท่านพิจารณา ท่านคงรู้เรื่องนี้ละเอียดแล้ว จึงออกมาค้าน ท่านมองเห็นสิ่งที่ลึกลับได้   เหมือนที่ท่านเคยพาชาวไทยทำโครงการผ้าป่าช่วยชาติสมัยรัฐบาลก่อน  แล้วตอนหลังท่านผู้ว่าแบงค์ชาติคนปัจจุบันกับท่านวีรพงษ์ รามางกูรจึงมาถึง บางอ้อตามในภายหลัง  เรื่องแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช นี่ก็เหมือนกัน  นี่ถ้าเปลี่ยนตัวคุณวิษณุเป็นคนอื่นที่เข้าใจปัญหาได้  ปัญหาคงไม่เกิดขึ้น เช่นที่เป็นนี้  หรือจะรอให้ปัญหามันค่อยๆจบ ทั้งพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนลืมเลือนเรื่องที่เกิดขึ้นไปเองหรือไง  
นายโจโจ้ 9/02/04 11:19:58 ตัดมาให้อ่านกันครับ เห็นเหมือนกันเลย พ.ต.ท.อุดม เจริญกล้าสนับสนุนกลุ่มคนที่มีนิสัยอย่างนี้ ใจท่านจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องออกแรงเดาเลยครับท่าน

--------------------------------------------------

http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=4721858040690

ความคิดเห็นที่ 49
ความแตกต่างของม๊อบสองฝ่าย

ฝ่ายหนึ่งมีพระเป็นผู้นำถือโทรโข่งด่าหยาบคาย
ฝ่ายหนึ่งมีฆราวาสล้วนๆยืนสงบรอยื่นหนังสือให้นายก

ฝ่ายที่ดุเดือนคือม๊อบต้าน และ เป็นแบบนี้ทุกครั้งตั้งแต่
ครั้ง พรบ สงฆ์ พระที่มายืนถือโทรโข่งไม่มี สมณสารูปหลงเหลือ แถมยังได้รับการสนับสนุนจาก คุณ อุดม ผอ. สนง พระพุทธศาสนาเสียอีก

เราชาวบ้านธรรมดา เราก็เชื่อแล้วล่ะว่า หลวงตากับคุณทองก้อนทำถูกแล้ว พระป่าที่ควำบาตรนายวิษณุก็ทำด้วยความชอบแล้ว

จากคุณ : งดงามและแตกต่าง
--------------------------------------------------
นายโจโจ้ 9/02/04 11:42:37 ผมว่าผมตกไปจุดนึงครับ ต้องขอถ่ายทอดให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านได้ทราบด้วย ว่าคุณทองก้อนได้ประกาศสัจจะวาจาในเช้าวันที่ 24 ม.ค.2547 ที่ห้องประชุมโรงแรมรัตนโกสินทร์ ต่อหน้าพระรัตนไตร ต่อพระบรมฉายาลักษณ์ และผู้คนเกือบพันคนในที่นั้น ว่าคุณทองก้อน ทำเรื่องทั้งหมดนี้เพื่อพระศาสนาโดยแท้จริง และจะไม่แสวงหาผลประโยชน์ใดๆจากการกระทำทั้งหมดนี้ ตลอดจนจะไม่ลงเล่นการเมืองอย่างเด็ดขาด หากผิดสัจจะวาจานี้ ขอให้มีอันเป็นไปในสามวันเจ็ดวัน หรือหากถึงตาย ก็ขอให้ลงนรกอย่าได้ผุดได้เกิด

ก็น่าสนใจว่า นายวิษณุ กับนายอุดม เจริญ จะกล้าประกาศสัจจะวาจาแบบนี้หรือไม่?
No comment 10/02/04 04:01:01 "อุดม" เรียกร้องตำรวจดำเนินการกับกลุ่ม "ทองก้อน"

พล.ต.ท.อุดม เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มนายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด ว่า เป็นเรื่องไม่ถูกต้องอย่างยิ่งที่นำพระมาร่วมเคลื่อนไหวคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ส่วนพระที่ออกมาร่วมเคลื่อนไหวนั้นคงต้องมอบให้เจ้าคณะปกครองดูแลกันเอง แต่ในการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม ครั้งต่อไปจะนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาแน่นอน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้คงจบไม่ได้ถ้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ดูแลรักษาความสงบและความมั่นคงไม่ดำเนินการตามหน้าที่ จึงขอเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการกับกลุ่มที่เห็นว่าทำผิดกฎหมาย เพราะหน้าที่ดังกล่าวไม่ใช่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ชี้แจงและออกแถลงการณ์ถึงที่มาที่ไปของคำสั่งแล้ว รวมทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ชี้แจงหลายครั้ง แต่กลุ่มนายทองก้อน ไม่ได้สนใจ.



สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่า ในการวันที่ 9 ก.พ.47 ที่ผ่านมาได้มีกลุ่มคุณทองก้อน และคณะจำนวน 150 คน และกลุ่มศูนย์พิทัก์ษ์พระพุทธศาสนา มีพระภิกษุ 4-5 รูปและฆราวาสอีก 40 คน ได้สนับสนุนการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าพระสังฆราช ซึ่งบรรยากาศมีความแตกต่างของม๊อบสองฝ่ายคือ

ฝ่ายหนึ่งมีพระเป็นกลุ่มหนุนฆราวาสแต่งตั้งพระ(มส)เป็นผู้นำถือโทรโข่งด่าหยาบคาย
ฝ่ายหนึ่งมีฆราวาส(นำโดยคุณทองก้อน)ล้วนๆยืนสงบรอยื่นหนังสือให้นายก

ฝ่ายที่ดุเดือนคือม๊อบต้าน และ เป็นแบบนี้ทุกครั้งตั้งแต่
ครั้ง พรบ สงฆ์ พระที่มายืนถือโทรโข่งไม่มี สมณสารูปหลงเหลือ แถมยังได้รับการสนับสนุนจาก คุณ อุดม ผอ. สนง พระพุทธศาสนาเสียอีก

ซึ่งหลายคนได้ตั้งข้อสังเกตว่า หลวงตากับคุณทองก้อนทำถูกแล้ว พระป่าที่ควำบาตรนายวิษณุก็ทำด้วยความชอบแล้ว


สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน
http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews220.html

*******************************************************





"ทองก้อน"เตรียมดาบศักดิ์สิทธิ์หั่นคอหุ่น"วิษณุ"วันนี้

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่าเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจำเนียน นาค สกุล ตัวแทนกลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนาและคณะ ได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านกรณีกลุ่มของนายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน


เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจำเนียน นาคสกุล ตัวแทนกลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนาและคณะ ได้เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านกรณีกลุ่มของนายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ที่ได้ล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเห็นว่าการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของรัฐบาล เป็นการทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 73 ในการอุปถัมภ์คุ้มครองและส่งเสริมพระพุทธศาสนา และพระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ นอกจากนี้ยังสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลในทุกรูปแบบอีกด้วย

แฉ"ทองก้อน"นับถือศาสนาคริสต์เรื่องทั้งหมดเป็นแผน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า ชาวพุทธผู้ห่วงใยพระพุทธศาสนา ยังได้ออกแถลงการณ์โจมตีนายทองก้อน โดยมีเนื้อหาว่า ที่ผ่านมานายทองก้อนออกมาคัดค้านโดยไม่ยอมฟังเหตุผลของใครใดๆทั้งสิ้น มีการด่าพระสงฆ์องคเจ้า รวมทั้งได้ทำหนังสือคัดค้านรัฐบาล และทำลายคณะสงฆ์ โดยการหลอกพระสงฆ์และประชาชนหลายจังหวัดให้มาเป็นพวก เพื่อทำลายคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาของประเทศไทยอย่างถอนรากถอนโคน อันเป็นแผนของศาสนาคริสต์ที่นายทองก้อนนับถืออยู่ โดยยอมทำตัวเป็นลูกศิษย์หลวงตามหาบัวที่ยังหลับหูหลับตาให้นายทองก้อนสนตะพาย ทำให้พระพุทธศาสนามีแต่ภัยเบียดบัง

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการประชุมพระสงฆ์ที่วัดอโคการาม จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า มีพระสงฆ์ได้เงินรูปละ 3,000-10,000 บาท ตามลำดับอาวุโสพรรษา นอกจากนี้ในวันที่ 8 ก.พ.ได้จ้างประชาชนในจ.นครนายก และจ.สมุทรปราการ หัวละ 300-500 บาท ให้ไปประท้วงรัฐบาลโดยลงนิคคหกรรม และถอดถอนนายวิษณุ ออกจากตำแหน่ง และคัดค้านคณะสงฆ์เพื่อให้เกิดสังฆเภทในสังฆมณฑล ซึ่งนายทองก้อนได้นำเงินจากการทอดผ้าป่าช่วยชาติมาดำเนินการในครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 12.00 น. นายทองก้อน วงศ์สมุทร และศิษย์ใกล้ชิดหลวงตามหาบัว จำนวน 50 คน ที่คัดค้านคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ได้เดินทางมายื่นหนังสือมติที่ประชุมคณะสงฆ์ไทย จำนวน 10,359 รูป ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งที่ประชุมได้มีมติไม่ยอมรับการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน ้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากขัดต่อกฎหมายจารีตประเพณีวัตรปฏิบัติ และพระธรรมวินัย จึงถือเป็นโมฆะ

"ทองก้อน"เตรียมดาบบั่นคอหุ่น"วิษณุ"ผู้ทรยศแผ่นดิน
โดยทางด้านนายทองก้อน กล่าวว่า การยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกฯ ครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำว่านายวิษณุ ไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช แต่เนื่องจากนายกฯ ติดภารกิจและไม่มีการยืนยันว่า หากมีการยื่นผ่านตัวแทนรัฐบาลแล้วหนังสือร้องเรียนจะถึงมือนายกฯ ดังนั้นทางกลุ่มจะไม่ยื่นหนังสือ แต่จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ในวันที่ 10 ก.พ. โดยจะมีการเปิดเสียงบทสวดนิคหกรรมคว่ำบาตรนายวิษณุของพระสงฆ์ กว่าหมื่นรูป พร้อมกันนี้จะทำพิธีตัดคอหุ่นนายวิษณุด้วยดาบศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งดาบดังกล่าวเป็นดาบที่ได้รับการตกทอดมาจากบรรพบุรุษเคยใช้ฟันคอผู้ทรยศต่อแผ่นดินในอดีตมาแล้ว และถือเป็นประเพณีที่กระทำต่อคนที่ทำผิดต่อแผ่นดิน "แต่กรณีของนายวิษณุถือว่าร้ายแรงกว่า เพราะทั้งทรยศต่อแผ่นดินและกระทำผิดต่อพระพุทธศาสนา" และการที่กลุ่มตนออกมาคัดค้านในครั้งนี้ เพราะหลวงตามหาบัวนิมิตรว่า กำลังจะเกิดเหตุร้ายแรงครั้งใหญ่ถึงขนาดทำให้ประเทศชาติล่มจม อย่ากรณีเงินกองทุนช่วยชาติเมื่อมีการออกกฎว่า ห้ามมีการถอนออกมาทำให้ประเทศชาติรอดพ้นวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ แต่นั้นแค่เรื่องปากท้องของคนในประเทศ แต่ครั้งนี้หนักกว่า เพราะเป็นเรื่องของชาติและศาสนา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดเวลาการปราศรัยของทั้ง 2 กลุ่ม ซึ่งปักหลักชุมนุมประท้วงอยู่คนละฝั่งถนน ได้มีการกล่าวโจมตีและท้าทายกันอย่างรุนแรง จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาลต้องทำการปิดประตูทำเนียบรัฐบาล และเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ป้องกันเพราะหวั่นเกิดการปะทะกัน

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานอีกว่าก่อนหน้านั้นวันที่ 7 ก.พ.47 เวลา 13.00 น. ที่วิหารสุทธิธรรมรังษี วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้มีพระสงฆ์จากทั่วประเทศ จำนวน 10,359 รูป เดินทางมาประชุมร่วมกันเกี่ยวกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ทีได้ประกาศแต่งตั้ง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากประกาศดังกล่าวนั้นทำให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งพระสังฆราช มีจำนวน 2 องค์ คือฝ่ายธรรมย ุทธ 1 องค์ และฝ่ายมหานิกาย 1 องค์ ซึ่งการประชุมในวันนี้ มีพระญาณวิศิษฏ์ หรือ อาจารย์ทอง เจ้าอาวาสวัดอโศการาม เป็นประธานในพิธี

ซึ่งที่พระสงฆ์ได้ร่วมกันประกอบพิธีสังฆกรรมและประชุม และมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่ยอมรับประกาศแต่งตั้งดังกล่าว จากนั้นพระสงฆ์ทั้งหมดก็ได้ร่วมกันสวดญัตติทุติยกรรม คว่ำบาตร นายวิษณุ คือจะไม่รับนิมนต์ หรือบิณฑบาต จากนายวิษณุ อีกด้วย

ด้านนายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำกลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญที่คัดค้านประกาศดังกล่าวมาโดยตลอด ได้มาร่วมงาน แต่ก็ปฏิเสธว่าการเดินทางมาของพระสงฆ์ในวันนี้ไม่เกี่ยวกับตน ซึ่งเป็นฆราวาสแต่อย่างใด ตนเพียงแต่มารับมติของพระสงฆ์ที่คัดค้านประกาศแต่งตั้งดังกล่าว แล้วส่งให้นายกรัฐมนตรีเท่านั้น

"วันนี้พระท่านมาประชุมกัน เพื่อใช้ธรรมวินัย จารีตประเพณี และกฎหมาย เป็นหลักในการพิจารณา เกี่ยวกับเรื่องราวที่คุณวิษณุ ได้ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ว่าขัดพระธรรมวินัยอย่างไร ตลอดจนพระที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติของคุณวิษณุในครั้งนี้ว่า ขัดพระธรรมวินัยอย่างไร และยังเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินไทย อีกก็คือ การลงนิคหกรรมแก่คฤหัสถ์ที่ก้าวล่วงเกินพุทธบัญญัติของพระพุทธเจ้า ด้วยการคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากคุณวิษณุ ทราบแล้วก็ขอให้มาขอขมาต่อที่ประชุมสงฆ์ ท่านจะสวดญัตติใหม่หงายบาตรขึ้น ส่วนหนังสือมตินี้ ผมจะนำไปยื่นให้ท่านนายกฯ ในวันจันทร์ที่ 9 ก.พ.นี้ เวลา 12.00 น." นายทองก้อน กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน ก็มีบรรดาฆราวาสก็ได้มีการจัดให้พุทธบริษัท ร่วมลงชื่อคัดค้านประกาศของนายวิษณุ และร่วมกันลงชื่อถอดถอนนายวิษณุ ออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ บรรดาฆราวาสยังได้ตั้งโรงทานเพื่อแจกจ่ายอาหารให้ประชาชนที่มาร่วมงานอีกด้วย


คำสวด
วรรคที่ 1
สุณาตุ เม ภฺนเต สงฺโฆ วิสฺสนุนามโก อุปาสโก สงฺฆกิจฺจํ อติกฺกมิตวา จ,
พุทฺเธน อปญฺญต์ตาเทสิตํ กมฺมํ อธิกตฺวา จ,
สงฆสฺส เจว หิตสุขานานุยุตฺตํ กมฺมํ กตฺวา,
ธมฺมวินยสฺส จ สงฺฆสฺส จ อติวชฺชคฺครหาย ปริสกฺกติ,
ยทิจ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ วิสฺสนุนามกสฺส อุปาสกสฺส ปตฺตํ นิกุชฺเชยฺย,
อสมฺคํ สงฺเฆน กรฺย , เอสา ญตฺติ.


วรรคที่ 2
สุณาตุ เม ภฺนเต สงฺโฆ วิสฺสนุนามโก อุปาสโก สงฺฆกิจฺจํ อติกฺกมิต วา จ,
พุทฺเธน อปญฺญต์ตาเทสิตํ กมฺมํ อธิกตฺวา จ,
สงฆสฺส เจว หิตสุขานานุยุตฺตํ กมฺมํ กตฺวา,
ธมฺมวินยสฺส จ สงฺฆสฺส จ อติวชฺชคฺครหาย ปริสกฺกติ,
สงฺโฆ วิสฺสนุนามกสฺส อุปาสกสฺส ปตฺตํ นิกุชฺชนา
อสมฺโภคํ สงเฆนกรณํ , โส ตุณหสฺส น ขมติ โส ภาเสยฺย,
นิกุชฺชิโต สงฺเฆ วิสสนุนามกสฺส ปตฺโต , อสมฺโภโค สงฺเฆน,
ขมติ สงฺฆสฺส , ตฺสมา ตุณฺหี , เอวเมตํ ธารยามิ.


คำแปล

ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า อุบาสกนามว่า วิษณุ เครืองาม
ก้าวล่วงกิจของสงฆ์ ทำเกินเลยสิ่งที่พระพุทธเจ้ามิได้ทรงบัญญัติไว้
ทั้งมิได้ทรงแสดงไว้แล้ว
และทำการอันไม่ประกอบด้วยประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่สงฆ์นั่นเทียว
ขวนขวายในเรื่องที่เป็นโทษและความเสื่อมเสียอย่างยิ่ง

ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงคว่ำบาตรแก่อุบาสกนามว่า วิษณุ เครืองาม คืออย่าให้คบกับสงฆ์เป็นญัตติ


ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า อุบาสกนามว่า วิษณุ เครืองาม
ก้าวล่วงกิจของสงฆ์ ทำเกินเลยสิ่งที่พระพุทธเจ้ามิได้ทรงบัญญัติไว้
ทั้งมิได้ทรงแสดงไว้แล้ว
และทำการอันไม่ประกอบด้วยประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่สงฆ์นั่นเทียว
ขวนขวายในเรื่องที่เป็นโทษและความเสื่อมเสียอย่างยิ่ง
แก่ธรรมวินัยด้วย แก่สงฆ์ด้วย

สงฆ์คว่ำบาตรแก่อุบาสกนามว่าวิษณุ เครืองาม คือไม่ให้คบกับสงฆ์ การคว่ำบาตรแก่อุบาสกนามว่าวิษณุ เครืองาม คือไม่ให้คบกับสงฆ์

ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงเป็นเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด
บาตรอันสงฆ์คว่ำแล้วแก่อุบาสกนามว่า วิษณุ เครืองาม คือไม่ให้คบกับสงฆ์
ชอบแก่สงฆ์ทั้งปวง เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน
http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews221.html


*******************************************

"ทองก้อน"ทำพิธีตัดคอหุ่นนายวิษณุด้วยดาบศักดิ์สิทธ์ที่ทำเนียบ

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานข่าวว่านายทองก้อนกล่าวว่า จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ในวันที่ 10 ก.พ. 2547 เวลา 11.00 น.โดยจะมีการเปิดเสียงบทสวดนิคหกรรมคว่ำบาตรนายวิษณุของพระสงฆ์ กว่าหมื่นรูป พร้อมกันนี้จะทำพิธีตัดคอหุ่นนายวิษณุด้วยดาบศักดิ์สิท ธิ์ ซึ่งดาบดังกล่าวเป็นดาบที่ได้รับการตกทอดมาจากบรรพบุรุษเคยใช้ฟันคอผู้ทรยศต่อแผ่นดินในอดีตมาแล้ว และถือเป็นประเพณีที่กระทำต่อคนที่ทำผิดต่อแผ่นดิน "แต่กรณีของนายวิษณุถือว่าร้ายแรงกว่า เพราะทั้งทรยศต่อแผ่นดินและกระทำผิดต่อพระพุทธศาสนา"

"วิษณุ"บอกทองก้อนแจ้งความเป็นเรื่องดี

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานข่าวว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลงานด้านพระพุทธศาสนา กล่าวกรณีนายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำกลุ่มลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับนายวิษณุในข้อหาใส่ความสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505กรณีแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมาย ยังคงยืนยันว่าสิ่งที่ทำมาถูกต้อง เป็นเรื่องดีที่ไปแจ้งความจะได้ไม่ต้องเล่นกันข้างนอก ซึ่งมันไม่สวยสดงดงาม ถ้าเป็นพระก็เรียกว่าอาจารณะ ถ้าเป็นฆราวาสก็ถือว่าไม่งดงาม

http://www.yuwasong.com/
Underground 10/02/04 08:15:19 แปะรูปนี้ก็ได้ ฮี่ๆ


ไม่รู้ความเห็นเราจะโดนลบป่าววุ้ย
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P2661936/P2661936.html#59

กระทู้นี้โดนผมลบเพียบ
http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P2662487/P2662487.html
ดีนะที่เซฟกระทู้ไว้
นายโจโจ้ 10/02/04 08:44:28 คุณลุงสะพายโทรโข่งนั่นเลย คนเดิมครับ ที่ไปด่าอย่างหยาบคายหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ในวันเสาร์ที่ 24 ม.ค. 2547 นี้ งานอื่นไม่ทราบ เพราะพึ่งเคยไปดูจริงๆงานแรก ก็เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

ทำให้รู้ว่าทำไม คนที่รู้เรื่องจริงอย่าง http://www.bangkokbiznews.com จึงอธิบายว่า สื่อเมืองไทย เปลี่ยนบทบาทจากสุนัขเฝ้าบ้าน มาเป็นสุนัขนั่งตัก และที่สุดนี้ เปลี่ยนไปเป็นสุนัขละครสัตว์ ที่สั่งให้กระโดดข้ามห่วง หมุนตัว นั่งหรือยืนแล้วกลิ้งตัวตีลังกาอย่างไรก็ได้

ความจริงที่ปรากฏที่ในงาน ความกักขละหยาบคายของฝ่ายสนับสนุนนายวิษณุและสมเด็จเกี่ยวจึงไม่เหลือมาถึงผู้บริโภคข่าวเลยแม้แต่น้อยนิด

ความรู้ที่สำคัญมากเรื่องหนึ่งก็คือ ที่มาเย้วๆกันหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ในวันก่อนนั้น มีจำนวนมากเป็นคณะศิษย์ของพระมหาถาวร วัดปทุมวนาราม กลางกรุงเทพนั่นเอง
พัลวัน 10/02/04 08:57:20 ได้ข่าวว่า ท่านรองวิษณุฯ กำลังป่วยอยู่
No comment 10/02/04 09:19:56 ความคิดเห็นที่ 462 : (พัลวัน)    
อ้างอิง |

   ได้ข่าวว่า ท่านรองวิษณุฯ กำลังป่วยอยู่

จากคุณ : พัลวัน

---------

ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ “แทน” ท่านรองวิษณุฯ!! :D





*********************************


มติชน  10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547

คนพุทธ"ค้าน-หนุน"เผชิญหน้า "ทองก้อน"ยื่นศาล"ปค."18ก.พ.



กลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนายื่นหนังสือถึง "ทักษิณ" ค้านถอดถอน "วิษณุ" 2 ฝ่ายปะทะคารมหน้าทำเนียบ "ศิษย์หลวงตาบัว" หัวชนฝา เตรียมเคลื่อนไหวทำพิธี "ตัดคอ" วันนี้ ขู่นำเรื่องขึ้นฟ้องศาลปกครอง



กลุ่มของนายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปัณโณ เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ยังคงเคลื่อนไหวกดดันเพื่อให้ถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวหาว่าคำสั่งของนายวิษณุที่ให้มีการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ อ้างว่าเป็นการตั้งสังฆราช 2 พระองค์ และยังไม่เชื่อว่าสมเด็จพระสังฆราชประชวรจนไม่สามารถทรงงานหนัก โดยก่อนหน้านี้นายทองก้อนได้นำกลุ่มศิษย์หลวงตามหาบัว กรีดเลือดใส่ชามแล้วใช้เขียนจดหมายเพื่อขับไล่นายวิษณุมาแล้ว ล่าสุดพระสายวัดป่าที่เป็นลูกศิษย์หลวงตามหาบัว 15,000 รูป อ้างว่ามีมติคว่ำบาตรทางสงฆ์ต่อนายวิษณุ นอกจากนี้ยังจะนำเรื่องฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ยกเลิกคำสั่งของนายวิษณุ ขณะที่กลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนาได้ออกมาคัดค้านการกระทำของนายทองก้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ได้มีกลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนาและคณะ ประมาณ 50 คน นำโดยนายจำเนียน นาคสกุล เดินเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการถอดถอนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตามที่กลุ่มของนายทองก้อน วงศ์สมุทร เสนอ

กลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนาระบุว่า การลงนามแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เป็นไปตามหน้าที่ที่ถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ม. 73 และอยู่ในขอบเขตที่รัฐบาลสามารถทำได้ ไม่ได้เป็นการล่วงล้ำหน้าที่ของคณะสงฆ์แม้แต่น้อย และการออกมาคัดค้านในครั้งนี้ถือเป็นการก้าวก่ายในทุกเรื่อง จนไม่รู้ว่าอะไรคือหน้าที่พระ อะไรหน้าที่ฆราวาส วุ่นวายไปทุกอย่าง แม้ กระทั่งมีการปลุกกระแสเพื่อถอดถอนนายวิษณุออกจากตำแหน่ง ชาวพุทธได้แต่เฝ้ามองด้วยความห่วงใยต่อพระพุทธศาสนา และเห็นว่าเป็นอันตราย บ่อนทำลายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง หากปล่อยไว้จะทำให้สังฆมณฑลเสื่อมเสียมากยิ่งขึ้น จึงขอคัดค้านการถอดถอนนายวิษณุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 12.00 น. ขณะที่กลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนากล่าวปราศรัยต่อประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มของนายทองก้อนประมาณ 50 คน ก็ได้เดินทางมาถึงบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาคำสั่งการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆรามเป็นโมฆะ ที่เป็นมติสังฆสามัคคีจากพระสงฆ์ทั้ง 4 ทิศ ที่ได้ประชุมและลงนามไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยนายทองก้อนได้ปราศรัยอยู่ฝั่งตรงข้ามกลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนา

เมื่อกลุ่มนายทองก้อนมาถึง กลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนาก็ได้ปราศรัยว่า นายทองก้อนเป็นสาวกเทวทัต ยุยงให้สงฆ์แตกแยก เป็นกรรมหนัก เป็นพวกทำลายศาสนา

ฝ่ายนายทองก้อนไม่ได้ตอบโต้ เพียงแต่ยืนยันที่จะยื่นหนังสือดังกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีให้ได้ พร้อมกับแสดงความไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับเรื่องทุกข์ไม่มีหนังสือยืนยันมาจาก พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อนุญาตให้ฝ่ายรับหนังสือไว้แทน เกรงว่าหนังสือดังกล่าวจะไม่ถึงมือนายกฯ

นายทองก้อนให้สัมภาษณ์ว่า หากตนไม่สามารถยื่นหนังสือได้ในวันนี้ เพราะไม่มีจดหมายรับรองถูกต้องของ พล.ท.ปรีชา ตนและคณะจำนวนมากกว่าในวันนี้ก็จะเดินทางมาหน้าทำเนียบใหม่อีกครั้งในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ช่วงเที่ยง และจะนำเทปคำสวดคว่ำบาตรนายวิษณุ ซึ่งคณะสงฆ์ได้สวดเอาไว้มาเปิด และจะไปบวงสรวงที่อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ที่หัวมุมถนนนครปฐม ก่อนที่จะมาประกอบพิธีตัดคอหุ่นนายวิษณุ พร้อมนำรายชื่อผู้คัดค้านการประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชจำนวน 1 แสนกว่าชื่อ มาเปิดเผยให้ทางรัฐบาลดู และจะได้ส่งเรื่องนี้ไปสู่ศาลปกครองให้เร็วที่สุด คาดว่าจะยื่นได้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างคำฟ้องของฝ่ายกฎหมาย เพื่อให้ศาลปกครองมีคำสั่งยกเลิกประกาศดังกล่าว เพราะถือว่านายวิษณุกระทำการโดยมิชอบตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่พระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผอ.ส่วนธรรมนิเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย(มจร.) ออกมาระบุว่า กรณีที่พระสงฆ์สายวัดป่าทั่ วประเทศลงนิคหกรรมคว่ำบาตรนายวิษณุนั้น เป็นเพราะมีการถวายเงินรูปละ 1,000 บาทขึ้น นายทองก้อนกล่าวว่า ขอให้จบเรื่องของนายวิษณุก่อน แล้วจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับคนพวกนี้

พล.ต.ท.อุดม เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวกรณีนายทองก้อนยังออกมาเคลื่อนไหวว่า เป็นเรื่องปกติที่กลุ่มนี้จะยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ เพราะว่าเป็นผู้เสียผลประโยชน์ เป็นเรื่องไม่ถูกต้องอย่างยิ่งที่นำพระป่ามาร่วมเคลื่อนไหวคัดค้าน ซึ่งคงต้องมอบให้เจ้าคณะปกครองดูแลกัน โดยในการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.)คราวหน้า จะนำเรื่องนี้รายงาน มส.แน่นอน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงจบไม่ได้ถ้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ดูแลรักษาความสงบและความมั่นคงไม่ดำเนินการตามหน้าที่ จึงขอเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการกับกลุ่มที่เห็นว่าทำผิดกฎหมาย เพราะก่อนหน้านี้นายวิษณุก็ได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว แต่กลุ่มนายทองก้อนไม่ได้สนใจ

"ผมขอแผ่เมตตาให้กลุ่มที่ยังออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านอยู่ตอนนี้ และไม่รู้สึกหนักใจอะไร" พล.ต.ท.อุดมกล่าว และว่า ส่วนความคืบหน้ากรณีพระเบญจภาคีของสมเด็จพระสังฆราชหายไปนั้น ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ส่วนงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เบื้องต้นทราบว่ามีการแจ้งความไว้ที่ สน.ชนะสงคราม ว่าพระเบญจภาคีหายไปจริง อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้นายถวิล สมัครรัฐกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงาน พศ. ได้ทำหนังสือสอบถามไปยัง สน.ชนะสงคราม ว่ามีการแจ้งความไว้จริงหรือไม่ แต่ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับมา

พล.ต.ต.พยุง ยุคแผน ผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทำหน้าที่หัวหน้าส่วนส่วนปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ(ผบก.ประจำ บช.ก.ทนท.หน.ปปป.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์ อดีตพระลูกวัด วัดป่าบ้านตาด เข้าร้องทุกข์ที่ ปปป.ว่านายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ยักยอกเงินวัดหลายสิบล้านบาท เพื่อใช้ในกิจการส่วนตัวและนำมาใช้ในการเคลื่อนไหวต่อต้านการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ว่านายทองก้อนคือไวยาวัจกรที่รับผิดชอบเงินของวัดที่ประชาชนบริจาคให้หรือไม่

"ที่สำคัญตอนนี้คือต้องสอบถามข้อเท็จจริงกับหลวงตามหาบัว โดย 2-3 วันที่ผ่านมาผมพยายามติดต่อขอเข้านมัสการหลวงตามหาบัว แต่ยังไม่ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่คนอื่นก็ได้พูดคุยสอบปาก คำไปแล้วได้ข้อมูลพอสมควร จะเร่งทำคดีนี้ให้เร็วที่สุด หากพบว่าใครมีความผิดก็จะส่งเรื่องให้กองปราบปรามดำเนินการ" พล.ต.ต.พยุงกล่าว  
กำลังฟุ้ง 10/02/04 09:35:17 อ้างอิง (No comment @ 10 ก.พ. 47 - 09:19)
ความคิดเห็นที่ 462 : (พัลวัน)    
อ้างอิง |

   ได้ข่าวว่า ท่านรองวิษณุฯ กำลังป่วยอยู่

จากคุณ : พัลวัน

---------

ประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ “แทน” ท่านรองวิษณุฯ!! :D





*********************************
(No comment @ 10 ก.พ. 47 - 09:19)


เป็นการชั่วคราว (จนกว่าจะหมดสมัยรัฐบาล) 6 เดือน (และต่ออีกเรื่อยๆ จนกว่าท่านวิษณุ จะหายป่วย) เพื่อให้ท่านรองฯวิษณุมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ (พักผ่อนจนกว่าจะสิ้นลม) ไม่ต้องห่วงรักษาการณ์จะทำหน้าที่อยู่ในหูตาของคณะกรรมการ (ที่รักษาการณ์แต่งตั้งหรือจะทำการแต่งตั้ง) รับรองงานนี้ไม่มีนอกมีใจไม่มีเรื่องอื้อฉาว (ถึงมีเรื่องอื้อฉาวสื่อก็ไม่ลง)...
ปฏิบัติธรรม 10/02/04 11:50:14   ผมก็ไม่รู้นะครับว่าคนที่เขาบอกว่าเขามีธรรมะประจำจิต แต่การกระทำของเขาเป็นไปเพื่อการเป็นบ่าวเป็นทาสของกิเลสทั้งนั้นเลย  ตัวผมเองก็ติดตามเรื่องนี้พอสมควร แต่พยายามไม่ให้ใจมันไปจับกับเรื่องนี้เพราะกลัวว่าจิตเราจะขุ่น  จิตขุ่นเมื่อใด ธรรมะที่สว่างไสวก็จะกลายเป็นธรรมะที่เรานำมาใช้ไม่ถูกสักที  
  จะมาพิมพ์เสียดสีกันอยู่ทำไมครับ  เอาเวลานี้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมดีกว่าครับ  บางท่านนะครับ บอกกับตัวเองว่าเรากำลังเจริญสติปัฏฐาน 4 อยู่ แต่ทำไมสติในตัวหายไปไหน เลยมาเจริญเรื่องที่ทำให้มองอยู่ทุกวัน  ลองทบทวนตัวเองด้วยนะครับ
  "สาวกของตถาคตย่อมไม่กล่าวว่าผู้อื่น  ไม่เสียดสีผู้อื่น   ไม่ดูถูกผู้อื่น  แต่จะสงสารผู้ที่กำลังเดินทางผิดอยู่   ดังนั้นสาวกของตถาคตจะต้องเป็นผู้วางตนเป็นกลาง  คอยมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (ที่มากระทบ)กับจิต ให้รู้เท่าทันอยู่เสมอ  ถ้าเรื่องใดเกิดกับเราให้ยอมรับเป็นกรรมที่เราได้เคยทำมา  ให้ทำกับว่าเราเป็นผู้ยอมรับในกรรมนั้นๆแต่โดยดี เราจะ ไม่สร้างกรรมใหม่เด็ดขาด  เราจะอยู่อย่างสันติ เราจะไม่ตอบโต้ใครเพราะเราเป็นผู้ยังกิเลสให้หมดไป  ไม่ใช่ยังกิเลสแต่ปากให้หมดไป  เราจะสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติ  เราจะไม่สร้างความทุกข์ใดๆให้เกิดกับมวลมนุษยชาติ   เราจะเป็นผู้ที่ให้อภัยและอภัยตลอดไป  เราต้องเป็นผู้ที่ตื่นก่อน เพราะความตื่นของเราจะทำให้ผู้ที่มืดอยู่เห็นว่าการตื่นของเราดีกว่าความมืดของเขา  เราจะให้บุคคลอื่นเห็นแต่ความสว่างของตัวเรา  เพราะความสว่างของตัวเราจะทำให้บุคคลที่มืดอยู่พร้อมที่จะตื่นขึ้นมาโดยไม่สงสัยในความสว่างของเราแต่อย่างใด  ดังนั้นเราต้องมาปฏิบัติให้เข้าถึงสันติสุขภายในกัน  เพื่อเราจะได้เป็นผู้ที่ประกาศก้องว่าพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังสันติสุขให้เกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติจริงๆ"
  พระโอวาทของ พระเดชพระคุณหลวงพ่อรูปหนึ่งที่กระผมนับถือเหนือเศียรเกล้าว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด เป็นผู้ที่ยังสันติสุขให้เกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติ
นายโจโจ้ 10/02/04 12:00:13 ถ้ามีผู้สามารถเสนอได้ ซึ่งผมก็เห็นด้วยในฐานะประชาชนคนหนึ่ง จากที่เห็นมา รองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไม่เหมาะสมกับอำนาจและความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจนดูเสมือนไร้ความสามารถ

จากการที่รองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เขียนกฏหมายเอง ใช้กฏหมายเอง แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยที่กฏหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ เลือกตัวบุคคลที่สนับสนุนนิกายนอกศาสนาพุทธมาเป็นผู้นำศาสนา และยิ่งไปกว่านั้น ตัวรองนายกวิษณุเองก็มีพฤติกรรมฉวยโอกาสสนับสนุนนิกายนอกศาสนามาหลายครั้งหลายหนในอดีต  ขาดความชอบธรรม ทำตัวไม่สมกับเป็นข้าราชการ อันมีความหมายว่า ผู้รับสนองงานของพระราชาตามที่ได้ปฏิญาณตัวไว้  ตัดสินใจใช้อำนาจอย่างผิดพลาดโดยมีเบื้องหลังที่ไม่ควรแก่การไว้วางใจ กระทำการที่เกินแก่อำนาจตนเองไปล่วงอำนาจเบื้องสูง จึงเห็นสมควรเสนอให้มีการแต่งตั้งผู้รักษาการรองนายกรัฐมนตรีเพื่อปฏิบัติราชการแทนรองนายกรัฐมนตรีไปจนกว่าจะหมดวาระการปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะในตำแหน่งบริหาร นิติบัญญัติ หรือฝ่ายปกครองและถ้ากฏหมายเปิดช่องไว้ ควรมีการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายวิษณุ เครืองามไปจนชั่วอายุขัย เพื่อไม่ให้มีการได้ครองอำนาจหรือใช้อำนาจในทางที่มิชอบด้วยกฏหมายอีกต่อไป  
ake 10/02/04 12:06:29 คุณ ปฏิบัติธรรม ครับ

ในมุมมองของผม

ตอนนี้ผมกำลังคิดว่าเรากำลังช่วยติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
ดูว่าเราจะช่วยในรูปธรรมอะไรได้บ้าง อย่างเช่น วันที่ 7 ที่ผ่านมา

ยอมรับครับว่าอ่านกระทู้นี้แล้วอารมณ์เปลี่ยนมากกว่ากระทู้อื่น
จิตส่งออกตลอดครับ
ดูได้แค่ไหนก็แค่นั้น :(

แต่คิดว่าน่าเราจะต้องทำอะไรสักอย่างครับ :)




ปฏิบัติธรรม 10/02/04 01:13:04     ตอบคุณ ake นะครับ  ที่คุณว่า  "ดูได้แค่ไหนก็แค่นั้น :(แต่คิดว่าน่าเราจะต้องทำอะไรสักอย่างครับ :)"  ผมว่าข้อความนี้น่าจะถูกต้องที่สุดครับ  เราน่าจะตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมกันดีกว่านะครับ ถึงจะเรียกว่าเราทำหน้าที่ของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดที่สมกับที่เราเกิดมาสร้างบารมีนะครับ
  ธรรมสวัสดี
  ขอให้เจริญในธรรมทุกๆท่านนะครับ
ตอม 10/02/04 01:15:14 ผมขอตั้งข้อสังเกตุเรื่องการรวมบัญชีแบบนี้นะครับ

 เนื้อหาที่คุณopsevฯ เอาคำกล่าวแบงค์ชาติมาชี้แจงนั้น  มันเป็นการตอบโจทย์  ข้อกล่าวหาทางการเมือง?  เรื่องการเลือกที่รักมักที่ชัง(เลือกรัฐบาลทักษินไม่เอาชวน)?ตอนนี้ข้อหานี้ของกลุ่มหลวงตานั้นเป็นประเด็นร้อนของสังคม พรรคหนึ่ง ที่มาจากเรื่องรวมบัญชี



ผมอ่านจากข้อความที่คุณ opฯเอามาแปะแล้ว เป็นการตอบโจทย์ไปแบบศรัทธาบวกตรรกะแบบคนที่ได้รับโอกาส และความร่วมมือที่ดี  โดยสรุปสมมุติฐานจากตัวแปรเงื่อนไขที่แตกต่างในจังหวะเงื่อนไข(ความไม่ได้รับความร่วมมืออันก่อน)  มาสรุปรวมกับการได้รับโอกาสตอนจังหวะเงื่อนไขตัวแปรที่ต่างออกไป?อันใหม่



ตรรกะแบบนี้เขาเรียกว่าได้ทีขี่แพะไล่  ผมมองข้อวิเคราะห์ที่เอามาแปะนั้นเป็นสองทาง  ว่าหลวงตามีเจตนาอย่างที่กล่าวไว้หรือเปล่า?  หรือว่าบังเอิญบวกกับ ข้อมูลจึงถูกชงมาในมิติของศรัทธา???  หรือว่าท่านมีบารมี มีอภิญญาจริง?  ทั้งสองทางอันไหน?มีความน่าจะเป็นกว่ากัน? เอาหล่ะเรื่องที่ยังไม่ชัดเจนพิสูจน์ไม่ได้ผมจะไม่หยิบมาคุยต่อเพราะคุยไปปุถุชนแบบเราก็หาคำตอบที่กระจ่างไม่ได้(ผมจึงไม่อยากไปลบหลู่ความเชื่อของใคร? หรือแม้แต่รู้แต่จะเอาอะไร?ไปอธิบายให้ฟังเข้าใจในแบบปุถุชน



ผมมองไปว่าถ้าทั้งสองคน(รัฐฯอดีตและปัจจุบัน) ได้รับโอกาสความร่วมมือที่เท่ากัน?(จากกลุ่มหลวงตา)ก่อน ดีกว่า   ถ้าเอาข้อมูลในมิติอื่นๆ(ตัวแปรเงื่อนไขที่ใส่ลงไปตรงข้ามหรือมากว่านั้นเป็นข้อเท็จจริงอื่นๆที่ยังไม่ได้ใส่ไป  ในสมการบทวิเคราะห์ข้างบนนั้น)คือเอาข้อมูลอีกอย่างอีกมิติหนึ่ง มาแทนค่าใหม่ในเวลานั้นค่ามันจะเป็นอย่างที่ ท่านผู้ว่าแบ้งค์ชาติว่าไว้ใหม่ ผลได้หรือผลเสียภายใต้ตัวแปรใหม่นั้นอันไหน?มากน้อยกว่ากัน? แต่ถ้าเอาตัวแปรตามนั้นใส่ไปก็คือตามนั้น?


เช่น  ถ้าตอนนั้นเขาได้รับโอกาสการให้รวมบัญชี(จากการอธิบายถึงเหตุผลให้เข้าใจได้ไม่ได้เสี่ยงไม่เสียงอย่างไร?)  และการใส่ตัวแปรใหม่ที่ไม่ใช่ใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ ทั้งหมดทันทีตามข้อวิเคราะห์ข้างบน แล้วใส่ตัวแปรอื่นๆตามความเหมาะสมจริงๆตามสถานการณ์ตอนนั้น(ผมคงไม่ลงรายละเอียดเพราะยาวมาก) สรุปคือไม่ใช่อย่างที่เขาใส่เอาไว้ในสมการข้างบน แต่ผ่านกระบวนการคิดที่ลงตัวกว่านั้น



และที่สำคัญการรวมบัญชีเพื่อใช้หนี้ต่างประเทศ โดยอ้างภาพรวมทั้งหมดก็คือรวมเอาไอเอ็มเอฟเป็นซับเซ็ตด้วย  แต่ถ้าลองปรับแต่งตั วเลขหรือเงินไขในรายละเอียดความต่างของจังหวะเวลาตามสถานการณ์ที่ต่างกันนั้นให้เหมาะสมใหม่  ผมกลับเห็นว่าการรวมบัญชีเพื่อใช้หนี้ต่างประเทศนั้น


ถ้าเริ่มหรือได้รับความร่วมมือทำความเข้าใจกันอย่างถูกต้อง(ผมเน้นว่าถูกต้องเหมาะสมตามเงื่อนไขตอนนั้น)  ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับทีีเอามาแปะป่านนี้ภาพรวมของการแก้ไขปัญหาหนี้เสียและหนี้ต่างประเทศได้ดำเนินการมานานจนกระบวนการนั้น มันไปไกลกว่านี้ หลายแสนล้านบาท
นายโจโจ้ 10/02/04 01:25:37 1. การกล่าวถึงอดีต จะมีประโยชน์อะไรครับคุณตอม พยายามจับผิดหลวงตาอย่างนั้นหรือ? หรือเพื่อแสดงความรู้เรื่องการเงินระดับประเทศที่คุณมี? ซึ่งเชื่อว่ามากกว่าหลายๆท่านในที่นี้ รวมทั้งมากกว่าผมอย่างมากมายด้วย

2.ความเห็นคุณไม่ตรงประเด็นของกระทู้นี้เลยครับ

3.ในฐานะของผู้ตั้งกระทู้ ถ้าจะสนทนากัน ขอให้อยู่ในกรอบหัวข้อกระทู้ด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม ยินดีที่ได้รู้จักผู้มีความรู้เรื่องการเงินระดับประเทศอีกท่านหนึ่งครับ ซึ่งความรู้อย่างคุณนี้ น่าจะเหมาะสมที่จะไปช่วยชาติที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือที่กระทรวงการคลัง มากกว่ามาถกเรื่องภูมิธรรมของหลวงตามหาบัวโดยยกเรื่องการเงินมานำหรือเปล่าครับ?
ตอม 10/02/04 01:39:12 มายืนยันการแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้ปรัชญาหลักแบบพุทธ คือทำปัญหาให้เล็กลง ด้วยปัญญาหรือสัมมาสติ หรือยึดหลัก อริยสัจสี่ การดับเหตุ แห่งทุกข์หรือปัญหานั้นกระบวนการต้องใช้ปัญญาทำปัญหาให้เล็กลง


ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงจนมันทำปัญหาให้ใหญ่โตขยายผลแบบน้ำผึ้งหยดเดียว  แต่การหาความจริงเดียวกันได้ต่างกัน เพราะอัดตา(อย่างเดียวกันกับปิดตา)เห็นมวยตับจากไหม? ควรจะหันหน้ามาพูดจากันรำวงสามัคคีกันไม่ใช่หันหน้าเข้าชนกันหรือ"รำวงสหบาทา"


มันก็จงหมุนอยู่ในวัฎฎนของความขัดแย้งยิ่ง แกว่งขามาก จนถึงก้านคอ  แรงหมุนของวัฎฎฯนั้นยิ่งแรงยิ่งหาทางออกหาทางหลุดออกมาจากปัญหาไม่ได้การพูดเรื่องเดียวกันแต่อัดตา(ปิดตา)พูดกันมันก็จะเข้ากรณีที่ว่า "จากวัดไปพระลานฯ ตะวันตกดินค่ำไหม?"


คำถามแบบนี้มันคืออะไร?
พัลวัน 10/02/04 01:46:43 อ่านของคุณตอมแล้วทำให้คิดถึงข้อสรุปเกี่ยวกับคนไทยที่เคยมีคนสรุปไว้ข้อหนึ่งครับคือ

ถ้าให้ออกความคิดพิศดาร เก่ง
ถ้าให้วิจารณ์ผู้อื่น เก่ง
ถ้าให้ทำเอง ขอไม่ทำดีกว่า นั่งวิจารณ์ผู้อื่น ง่ายกว่ากันเยอะ

อ่านไปแล้วทำให้รู้ว่า คุณตอมขาดวิญญาณของนัก iplement ทำเป็นเหมือนนักปรัชญาที่วางตนอยู่บนหอคอยงาช้าง แม้จะมีความคิดแหลมคม หลากหลาย มากเท่าไหร่ ก็ใช่ว่าจะสามารถทำงานให้สำเร็จได้
Vicha 10/02/04 01:52:49 เริ่องของเรื่องทั้งมวล

ควร ขออนุญาติ์จากสมเด็จพระสังฆราช ก่อนถ้าพระองค์ท่านอนุญาติ์หรือยินยอม ก็ย่อมดำเนินตามไปตามนั้น

 แต่ถ้าพระองค์ท่านไม่ทรงอนุญาติ หรือทรงนิ่งเฉย ก็ไม่ควรดื้อดึงจนทำให้เกิดปัญหาทางสังคม

  ที่ผมเคยทราบและเคยได้กล่าวไว้ก่อนแล้วว่า ก่อนที่สมเด็จพระสงฆราชสวรรณคต พระองค์จะทรงทำประโยชน์ ครั้งสำคัญกับพระพุทธศาสนา ผมคิดว่าขณะนี้พระองค์ทรงกระทำอยู่ คือไม่ปรงอายุสังขารโดยง่าย (ประสงค์ให้ชีพนี้ดำรงณ์อยู่ต่อไป ตามกำลังที่จะดำเนินไปได้) เพื่อให้วิกฤต ที่เกิดกับพระศาสนานั้นผ่านฟ้นไปเสียก่อน
นายโจโจ้ 10/02/04 01:52:56 ขอชี้แจงอย่างนี้ครับ

-พุทธศาสนา ไม่ใช่ปรัชญา เป็นการปฏิบัติครับ และคุณตอม ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ จึงไม่อาจวิจารณ์ผู้ปฏิบัติได้ถูกต้องแม่นยำ เนื่องจากไม่ใช่ผู้มีฐานทางการภาวนา

-คุณตอมกำลังติดอยู่ใน "พุทธศาสนา" ในความคิดของคุณตอมคนเดียว ไม่ใช่พุทธศาสนาอย่างที่พุทธศาสนาเป็นจริงๆ

ลองนึกดูว่า ถ้าคุณตอมจะใช้ปรัชญาแบบพุทธตามความคิดของคุณตอม จัดการอย่างไรกับโจรที่เข้ามาปล้นบ้านคุณตอมครับ? ทำปัญหาให้เล็กลง ด้วยการยกของให้เขาไป หรือจะต่อต้านเขา ซึ่งก็เป็นการดับที่เหตุเช่นเดียวกัน

ช่วยนำปรัชญาแบบพุทธของคุณตอม มาแสดงเป็นแนวทางที่ปฏิบัติได้ในการแก้ปัญหาที่เกิดอยู่ในขณะนี้ด้วยละกันครับ

ออกไปบอกคุณวิษณุให้เขาแสดงทุกอย่างที่เขามี บัญชีเงินฝาก ทุกสิ่งที่อยู่ในใจ ให้เขาทำตามกฏหมายสิครับ หยุดสนับสนุนธรรมกาย หยุดละเมิดอำนาจเบื้องสูง อย่างนั้นหรือ คุณตอมเป็นใคร ผมเป็นใคร นี่ออกไปบอกกันเป็นร้อยคนแล้ว เขายังไม่ฟัง

ขอเชิญแสดงเลยครับ ว่าปรัชญาแบบพุทธ ในแบบของคุณตอม จะเริ่มวาง Strategy เพื่อพัฒนาเป็น Action Plan ได้อย่างไร
ปฏิบัติธรรม 10/02/04 02:21:42 ธรรมสวัสดีครับ ผมอยากจะเตือนทุกท่านอีกครั้งนะครับว่า เราต้องไม่เป็นผู้ที่ต่อต้านกฎแห่งกรรม  เราต้องยอมรับกฎแห่งกรรม คือเมื่อมีโจรเขามาขโมยของในบ้านเรา  เราในฐานะที่เป็นเจ้าของบ้าน  เราต้องคิดเสียว่าในอดีตเราได้เคยทำอย่างนี้มาก่อนไม่เช่นนั้นเขาไม่มาทวงหนี้กับเราในชาตินี้หรอกนะครับ  เราอย่าสร้างกรรมใหม่โดยเด็ดขาด เพราะกรรมใหม่จะทำให้เราเวียนว่าย ตายเกิด มีหนี้ที่ต้องใช้อย่างไม่รู้จักหมดจักสิ้น  เราอย่าไปทำร้ายโจรคนนั้น แต่เรามีหน้าที่ที่ต้องสอนเขาหรือไม่ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎแห่งกรรม   คุณไม่ใช่เป็นผู้ที่จะจัดการกับกฎแห่งกรรมแต่คุณต้องเป็นผู้ที่ยอมรับกฎแห่งกรรม และสร้างกรรมดีให้มากขึ้น  
    ขอให้ท่านอุเบกขาเสียบ้างนะครับ  ท่านน่าจะกราบถามสมเด็จพระสังฆราชบ้างนะครับว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่  ไม่ใช่เรามาสรุปกันเอง  มาเพิ่มวิบากกับตนให้มากขึ้นอย่างนี้หรือครับที่คุณบอกว่าคุณเป็นผู้ที่มีพื้นฐานของการภาวนา  แค่การเริ่มก้าวแรกๆคุณก็ผิดเสียแล้ว  แล้วก้าวต่อไปของคุณจะเป็นอย่างไร  จงอย่าปล่อยให้กิเลสในตนมันควบคุมจิต  มันหลอกใช้งานเราได้นะครับ  เราจะต้องไม่เป็นทาสของมัน  เราจะต้องใช้จิตที่มีสติเพื่อจัดการกับมัน
    ผมต้องขอจบเพียงเท่านี้นะครับ เพราะผมว่าจิตผมเริ่มที่จะขุ่นเสียแล้ว  ขอตัวไปเจริญสติก่อนนะครับ( พิจารณาว่าผมกำลังทำอะไรอยู่)
    ธรรมสวัสดีครับ  

ตอม 10/02/04 02:26:20 ครับคุณพัลวัน และคุณโจโจ้ผมว่าผมตรงประเด็นน่ะ แต่ตอบช้าไปหน่อย ลองไปดูที่คุณพัลวันก๊อปปี้คำพูดผมมา แล้วอ้างคำพูดผู้ว่าแบ้งค์ชาติถึงความอัศจรรย์อะไร?นั้นย้อนหลังดู  ผมพึ่งมาอ่านเจอ พอดีมีคนก็อปเรื่องนี้ลิ้งก์ไปไว้ในพันทิพ บังเอิญเห็น จริงๆก็จะวางเฉยแล้วหล่ะ แต่ดูท่ามันจะบานปลาย



เห็นมีการเปลี่ยนจากการที่จะแกว่งแค่เท้าไปยังก้านคอ แล้วเปลี่ยนไปเป็น สปาต้าไปยังก้านคอ(หุ่น)มันชักจะไปกันใหญ่  ปัญหาบ้านเมืองวุ่นๆอีกหลายเรื่อง แล้วเรื่องนี้ก็กำลังจะทวีดีกรีรุนแรงขยายแผลความขัดแย้งในสังคม ผมเห็นว่ามันสำคัญเพราะศาสนามันคือจิตวิญญาน  องค์รวมของคนในสังคม(อย่าลืมว่านี่มันคือที่มาของจิตสำนึกที่เป็นที่มาของการจัดระเบียบที่ต้นตอของทุกๆปัญหา ที่จุดเริ่มก่อนที่มาตรการทางนิติ,รัฐศาสตร์จะเข้ามารับช่วง



ไปล้อมคอกต่อ  ถ้ามันเกิดวิกฤตศรัทธาขึ้นมา  เมื่อไหร่? ด้วยเรื่องแบบนี้เมื่อไหร่?อะไรมันจะเกิดขึ้น  และการที่ผมพูดถึงปรัชญานั้น  เพื่อให้เรามีหลักคิดในแบบที่"สัมบูรณ์" แต่เรียบง่ายเข้าใจง่ายเดียวกันในการเป็นแผนที่นำทางไปสู่การปฎิบัติไม่ใช่ไปติดอยู่ที่รูปแบบ,วิธีการสีสันจนมันมาอัดตาด้วยความเป็นสัมพัทธ์(มายา)ของมิติ,เงื่อนไขตัวแปรที่ยังไม่สัมบูรณ์เป็นจริงอกาลิโก(จริงเหนือกาลเวลา)



และให้เป็นไปตามปรัชญาแห่งพุทธ"สัมบูรณ์" แต่เรียบง่าย เหลือแค่พุทธะ คือจิตประภัสสร คือ0(ไม่ได้อ่านว่าศูนย์ หรือแค่วงกลมวัฎฎะ แต่มันมีความเป็นอวตัมสกสูตร และอิทัปปัจฯคือทุกอย่างเกี่ยงเนื่องสอดคล้องกัน หนึ่งคือในนั้น) โดยมีเครื่องมือนำประกอบนำทางเป็นด้วยไตรลักษณ์ มีรายละเอียดย่อยวิธีทำประกอบคืออริยสัจ,ปฎิจจสมุปปบาท อันนี้จึงอ่านว่า"นิพพาน"  คือมันเล็กจนไม่รู้จะอ่านแค่เป็นแบบไหน?จากการรวมเอา360องศาในวงกลมวัฎฎฯของรัสมีเส้นรอบกรรมมาคูณ0 จนหลุดออกมาจากวัฎฎนั้น เป็น"นิพาน" ที่มีทั้งนิพพานการหลุดออกจากปัญหาปุถุชนเช่นปัญหานี้ ได้  ก็ต้องเล็กลงเป็นความเข้าใจ ในคำว่าอัตตาและอนัตตาจัดสมดุลให้กับความต่าง(ประณีประณอม)ตามมัชฌิมาทาง  นั้นคืออาร์ซีต้นๆของแรลลี่พุทธศาตร์ ก่อนที่จะก้าวต่อไปในอาร์ซี่สูงๆระดับ"นิพพาน" อริยะฯ อรหันต์
นายโจโจ้ 10/02/04 02:42:44 คุณตอมครับ

ถ้าคุณจะกรุณาเสนอความเห็นในวิสัยที่ปฏิบัติได้ จะได้คุยกันต่อสบายๆ

ผมเองไม่มีสิทธิไม่มีเสียงจะไปบอกให้ใครทำหรือไม่ทำอย่างไร ที่ออกมาคัดค้าน ก็ทำในนามส่วนตัว พยายามให้ข้อมูลกับทุกคนที่ได้ข้อมูลที่บิดเบี้ยวและไม่ครบถ้วน

และย้ำครั้งสุดท้าย ศาสนาพุทธ ไม่ใช่ปรัชญาครับ เป็นการปฏิบัติจนเกิดปฏิเวธ ผมจะไม่ตอบเรื่องนี้อีกแล้วครับ
ตอม 10/02/04 03:02:39 คนล่ะเหตุคนละปัจจัยครับคุณ โจโจ้  แม้จะเป็นการเปรียบเทียบในตรรกะแบบจับแพะชนแกะ  แต่คนเราเป็นไปไม่ได้ที่จะไปหยุดกรรมอื่นๆ ที่ส่งวงกระเพื่อมของกรรมมาเบียดเบียนเราในลักษณะ "อุบัติกรรม" เช่นคุณห้ามกัปตันทำเครื่องบินตกด้วยตัวเองไม่ได้ และกัปตันก็ไม่ได้มันมีอิทัปปัจฯมาจากเครื่องหรือหลายเหตุปัจจัย



สิ่งที่เราทำได้คือทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ด้วยสัมมาสติและปัญญา เพื่อให้วิบากกรรมนั้นมันส่งผลทางอิทัปปัจฯต่เราให้น้อยที่สุดตามสภาวะกรรมขณะนั้น  แต่เรื่องนี้ประเด็นนี้มันไม่ใช่อุบัติกรรม แม้ทางอิทัปฯจะส่งผลมาที่เรา แต่มันมีเจตนา  ที่เราสามารถใช้สัมมาสติระงับเหตุนั้นได้ ด้วยสัมมาสติ,ปัญญา



แล้วทำไมพระพุทธองค์ระงับวงกระเพื่อมของอกุศลกรรมขององคุลีมาลได้ด้วยการทำปัญหาอกุศลกรรมใหญ่มากมาตุฆาตง่ายๆให้เล็กลง ด้วยคำว่า"เราหยุดแล้ว แต่ท่านสิ ยังไม่หยุด "


อันนี้เหมือนกันทางนั้นอาจจะหยุดแล้ว แต่ตัวท่านเองนั้นแหล่ะที่ยังไม่หยุด จึงไม่ได้ใช้สัมมาสติ,ปัญญามองเห็นว่าเขาหยุด???การอัดตา จึงอาจจะจินตนาการไปเองว่าเขายังไม่หยุด หรือถ้าเปิดตาดูด้วยสติ,ปัญญาคุยกันแล้ว บางเขาอาจจะแค่ขยับตัวมานิดเดียวเอง แต่คุณจินตนาการว่าเขากำลังชักอาวุธ


ถ้าไม่เชื่อง่ายๆคือลองเปิดตาหาข้อมูลหรือถามคนสัก100คนสิว่ากี่คนที่เขาชักอาวุธอย่างที่คุณเข้าใจหรือเปล่า  ผมของตอบแทนหนึ่งเสียงให้คุณทำงานให้เล็กลงไปอีกหนึ่งว่า "เขาแค่ขยับตัวก้าวขามาสองสามก้าว ก็เหยียบขี้หมาพอดีตอนนี้เหม็นหึ่งเลย



เอางัยดี ตัดขาทิ้ง หรือตัดทั้งตัวทั้งหัว หรือว่าเออในเมื่อมันเหม็นส่งผลทางอิทัปปฯมายังทุกจมูกรวมคุณรวมผม  ก็ช่วยกันบอกว่าพี่ๆไปล้างเท้าหน่อยหรือผมล้างให้ พูดเสียงดังๆผ่านสื่ออย่างสุภาพ  แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะไปตัดทั้งตัวทั้งหัวโชว์ผ่านสื่อแบบนั้น  ชาวบ้านเขาจะตอบแทนคนเองแหล่ะว่าคุณหรือเขาได้คะแนนกี่แต้ม ใครควรพิจารณาตัวเองนี่คือกฎแบบประชาธิปไตย ข้อสำคัญต้องหยุดและคิดฟังอย่างมีสติพิจารณาด้วยปัญญารอบข้างก่อนที่จะทำลงไป
แอนนา 10/02/04 03:04:45 ขออนุญาตขัดจังหวะสักนิดนะคะ

เหตุผลหลัก เหตุผลเดียวที่ตัวเองยืนยันจะคัดค้านเรื่องนี้เท่าที่จะมีความสามารถพึงกระทำได้ เพราะเห็นว่าเป็นอันตรายใหญ่หลวง มองย้อนดูตัวเองก็ไม่ทราบว่าจะบรรลุเป็นหมาย จบกิจ จบชาติ ภายในชีวิตนี้หรือเปล่า แล้วถ้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง โลกนี้มีแต่ลัทธิอื่นๆ ทางตรงทางเดียวที่จะถึงพระนิพพานถูกลบไปแล้ว คงจะต้องเคว้งอีกแสนนาน แล้วจะพลาดตกนรกเมื่อไรก็ไม่รู้ -- คงจะต้องทำทุกอย่างที่สามารถกระทำได้  

แล้วจะให้นั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้อะไรก็ได้เกิดขึ้น จะทำได้อย่างไร ไฟกำลังจะไหม้บ้าน จะปล่อยไว้ได้อย่างไร

แต่กระทู้ทำให้ความเพียรมากขึ้นไม่รู้กี่เท่าเลยค่ะ  ก็ยังดี    
คนหลังวัด 10/02/04 03:36:25 อันนี้เหมือนกันทางนั้นอาจจะหยุดแล้ว แต่ตัวท่านเองนั้นแหล่ะที่ยังไม่หยุด จึงไม่ได้ใช้สัมมาสติ,ปัญญามองเห็นว่าเขาหยุด???การอัดตา จึงอาจจะจินตนาการไปเองว่าเขายังไม่หยุด
................................................................................................................
  พูดมาได้ไงเห็นแก่ตัวเองที่สุด  คนที่ทำไม่ถูกต้องถึงจะหยุดแล้วแต่ความไม่ถูกต้องมันยังคงอยู่การหยุดที่แท้จริงคือการกลับไปที่เดิมก่อนจะทำซิครับ   เหมือนมีคนมาบุกรุกแผ่นดินไทยยึดไปได้2จังหวัด แล้วบอกเราไม่บุกแล้วนะเราหยุดแล้วนะ คนไทยคนไหนออกไปร้องแรกแหกกระเชอเพื่อเอาของเราคืน ก็หาว่าก่อความไม่สงบก่อความวุ่นวาย  คุณไปสอนลูกสอนหลานคุณดีกว่าว่าถ้ามีคนมาแย่งห้องนอนในบ้านคุณไป1ห้องแล้วเขาบอกว่าพอแล้ว แสดงว่าเขาดีนะที่เอาแค่ห้องเดียว คุณก็ยินดีที่จะอยู่กับเขาไปเช่นนั้นหรือ  
No comment 10/02/04 03:38:25 เสขิยธรรม ฉบับที่ ๔๓  
ปีที่ ๑๐ มกราคม - มีนาคม ๒๕๔๓
กรณีธรรมกาย… ความล่มสลายของคณะสงฆ์ไทย?

------------------------------------------------------------------------------------

กรณีธรรมกาย : ฤๅจะเป็นภาพสะท้อนชาวพุทธไทย?
บทสัมภาษณ์ เสฐียรพงษ์ วรรณปก / กองบรรณาธิการ

เสขิยธรรม: ถ้าหากไม่มีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาและการปฏิรูปคณะสงฆ์ในประเทศไทย อนาคตจะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น ทั้งสภาพการณ์พุทธศาสนาเองและสังคมไทย

เสฐียรพงษ์ วรรณปก: ผมก็ไม่วิตกหรอกนะ พุทธศาสนาก็เสื่อมมาจากอินเดียเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่เห็นวิตกอะไร (หัวเราะหึๆ) จริงๆ แล้วเมื่อเราพูดถึงพุทธศาสนานี่ เราไม่ได้พูดถึงพุทธศาสนาจริงๆ กันหรอก... ขอประทานอภัย! เราพูดมาเราพูดถึง “พุทธวัฒนธรรม” ศาสนาพุทธในเมืองไทยนี้ไม่ใช่พุทธศาสนาที่บริสุทธิ์ เป็นวัฒนธรรมพุทธไทย ก็คือเราพูดถึงสถาบัน เราพูดถึงองค์กร เสื่อมไม่เสื่อมเราบอกองค์กรเสื่อม องค์กรมันหย่อนยาน แล้วองค์กรนั้นก็คือองค์กรสงฆ์ เราแคบมากถึงกระทั่งว่าองค์กรพุทธในที่นี้หมายถึงเพียงองค์กรสงฆ์ เราลืมแม้กระทั่งองค์กรฆราวาส องค์กรคฤหัสถ์ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญองค์กรหลักอย่างหนึ่งในองค์กรเหล่านี้

         เมื่อเราวิพากษ์วิจารณ์ว่าองค์กรทางพุทธศาสนาเสื่อม เราก็ไปเน้นเฉพาะสถาบันสงฆ์ แต่องค์กรฆราวาสซึ่งเละที่สุด เลอะที่สุด เสื่อมที่สุด เราไม่คิดที่จะมาพัฒนา ไม่คิดที่จะสังคายนา ไม่คิดที่จะปรับปรุงเลย อันนี้น่าคิดนะครับ ผมว่าชาวพุทธไทยที่ไม่บวชนี่แหละ ไม่ว่าระดับไหนก็ตามเละเทะที่สุด! ที่เละเทะอย่างแรกที่จะต้องสังคายนามากที่สุดคือ สำนึกของความเป็นชาวพุทธ เราไม่มีสำนึกว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาของเรา เป็นสมบัติล้ำค่าที่เราจะต้องหวงแหน ที่เราจะต้องให้ใครมาทำอะไรไม่ได้ ให้ใครมาทำลายไม่ได้ เหมือนกับเรามีสมบัติในบ้านเรา เราจะมีความระลึกอยู่ว่าอันนี้เป็นของเรานะ เราต้องเก็บมันไว้ให้ดี รักษามันไว้ให้ดี ใครจะมาขโมยไม่ได้ เราพยายามทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ใครมาแตะต้อง ทำความเสียหายให้แก่สมบัติของเรา ความสำนึกอย่างนั้นมันไม่เกิดขึ้น ชาวพุทธยังไม่ได้คิดว่าพุทธศาสนาเป็นของเขา ถ้าพัฒนาต้องพัฒนาตรงนี้ก่อน พอคิดว่าพุทธศาสนาเป็นของเขา สำนึกที่จะปกป้อง สำนึกที่จะรักษาพุทธศาสนาไว้ ก็ย่อมจะมี ถ้าเห็นพระอลัชชี พระไม่ดีไม่งาม มาประพฤติปฏิบัติไม่ดี เขาก็จะช่วยกัน เพราะว่าท่านผู้นี้จะมาทำศาสนาเขามัวหมอง ไม่ได ้ๆ เอาไว้ไม่ได้ต้องเอาออก ฆราวาสทั้งหลายแหล่ก็จะช่วยกันคนละไม้คนละมือ ในการที่จะรักษาพระศาสนาเอาไว้ เอาคนไม่ดีออกจากศาสนา

เสขิยธรรม: หมายถึงปัจจุบันคนที่ประกาศตัวว่าเป็นชาวพุทธไม่ได้เป็นศาสนิก

เสฐียรพงษ์ วรรณปก: ไม่รู้ประกาศหรือเปล่าด้วยซ้ำไป (หัวเราะ)

เสขิยธรรม: พุทธศาสนาในเชิงวัฒนธรรมอย่างที่ว่า ถ้าหากสภาพการณ์ยังเป็นอยู่อย่างปัจจุบัน ในอนาคตข้างหน้าสังคมไทยจะเป็นอย่างไร

เสฐียรพงษ์ วรรณปก: สังคมไทยมี flexibility สูง มีความยืดหยุ่นสูง ...อยู่ได้ ถ้าพูดในแง่บวกก็คืออิทธิพลของพุทธศาสนาที่หล่อหลอมเป็นอุปนิสัยจิตใจของสังคมไทยนั่นแหละ ของคนไทย นั่นแหละช่วยได้ คือจะยืดหยุ่นได้เยอะ ก็ชาวพุทธไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะรุนแรง หยวนกันง่าย เพราะฉะนั้นพอเกิดวิกฤตหนักขึ้น ผลที่สุดก็ลืมได้ ก็อยู่ได้แต่...
...
อยู่ได้แบบไทยๆ


tripoom99@hotmail.com 10/02/04 03:41:32 ผมขอเสนอข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้ผู้เข้ามาอ่านกระทู้ได้ทราบ

  การพระศาสนาปัจจุบันถือว่าเสื่อมโทรมก็น่าจะไม่ผิด
ประเทศหากจะเจริญ  การศาสนาจะต้องแข็งแรง
ประเทศมาเลเซียเป็นตัวอย่างได้ดี
ปัจจุบันถือว่าเขาเป็นประเทศที่สงบเมื่อเทียบกับไทยเรา
ปัจจุบันเรามีวัดเพิ่มขึ้น
แต่ที่ฟังและคนฟังธรรมลดลง
ที่เราเข้าใจว่าเรานับถือพุทธเกินกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์
เราก็เข้าใจกันไปเอง
ปัจจุบันลัทธิความเชื่อในประเทศไทยที่ใหญ่ ๆ
อย่างกลุ่มโยเร หรือกลุ่มที่เซเคียว ก็ใหญ่โตมาก
กลุ่มที่ฝึกเป็นพลังจักรวาล ก็จะเป็นลัทธิอีกแบบหนึ่ง
ยังมีผู้บูชาเจ้าแม่กวนอิม พระพรหมที่โรงแรมเอราวัณ พระตรีมูรติหน้าตึกเวิลด์เทรด
ที่วัยรุ่นไปขอให้สมหวังกับแฟนแฟน  
แล้วก็ธรรมกายที่พวกกลุ่มคนเกือบทั้งหมดในลานธรรมที่ไม่เห็นด้วย
ซึ่งก็รวมผมเองด้วย  และที่สร้างพระไตรปิฎก ซีดีขึ้นสาเหตุ
ความขัดแย้งในเรื่องกรณีวัดพระธรรมกายก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่ง
เพราะผู้สนับสนุนวัดเป็นถึง ดร. และผู้มีความรู้สูงมากมาย
แต่ก็ไม่รู้ว่าพระธรรม พระวินัยมีอย่างไร
แต่ก็อยากให้ท่านทั้งหลายแยกเรื่องราวให้ออก
เรื่องวัดพระธรรมกายกับ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
ก็ไม่มีส่วนที่สัมพันธ์ในแนวนโยบาย
หากคุณจะดูว่าศรัทธาประชาชนที่มีกับวัดที่มากอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ในเมืองไทยดูได้ที่วัดปากน้ำ
ที่ผมกล้าพูดได้เต็มปากเพราะว่า
ที่วัดแห่งนี้จองกฐินล่วงหน้าไปแล้วกว่า ๔๘ ปี
( นั่นเมื่อก่อนจะมีกรณีขัดแย้งเรื่องวัดพระธรรมกาย )
ขณะนี้น่าจะจองกันไปถึง กว่า ๖๐ ปีแล้ว
นั้นเป็นเพราะเขาศรัทธาหลวงพ่อวัดปากน้ำ

ไม่รวมถึงคนที่ศรัทธาในหลวงปู่ ไต้ ฮง
หรือหากจะพูดให้คนไทยที่ไม่รู้จักฟัง
ก็ต้องบอกว่าเป็นรูปพระจีนที่ประจำอยู่ที่ศาล
ของมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง

ทั้งหมดที่กล่าวนี้ล้วนไม่เกี่ยวกับพุทธศาสนาโดยตรง
แต่เกิดจากศรัทธาของคนต่อตัวคน
ทั้งหลวงปู่ ไต้ ฮง หรือ หลวงพ่อวัดปากน้ำ
ล้วนแล้วแต่เคยทำคุณูประการต่อผู้คนมาในช่วงที่ท่านอยู่
และผู้คนก็ระลึกถึงพระคุณนั้น ๆ  

แต่หากจะให้บอกว่าผู้ที่เคารพนับถือเป็นพุทธ
แบบที่ท่านทั้งหลายผู้ประพฤติปฏิบัดิอยู่
ก็คงต้องบอกว่าพวกเขาไม่ใช่
เขาทั้งหลายนับถือในความศักดิ์สิทธิ์
อีกส่วนเกิดจากความกตัญญูรู้คุณ
ที่ท่านได้มีต่อตน

ในวัดต่าง ๆ ไม่ว่าที่ใด
หากท่านทั้งหลายท ำใจให้เป็นกลาง
ก็จะยอมรับว่า คนดีมี
คนกลาง ๆ มี
และที่ประเภทไม่เป็นที่ต้องการก็มี

หากชาวพุทธผู้ประพฤติธรรมไม่รู้ประมาณ
แล้วเชื่อมั่นอย่างมากว่าเป็นชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ
ผมอยากให้ประเมินใหม่
หากท่านทั้งหลายนับพวกไปขอหวยกับพ่อแม่ครูอาจารย์
และบางคราวก็ไปขอกับต้นไม้รวมไปด้วย
ก็อาจจะใช่
แท้จริงการปกครองคณะสงฆ์ควรได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนานแล้ว
เพราะไม่ประสบความสำเร็จในตามเป้าประสงค์
คนจำนวนมากไม่สนใจแม้บาปบุญคุณโทษ
มุ่งแต่จะสร้างสมวัตถุ
วัตถุมงคลก็เกลื่อนมากกว่าคนในประเทศรวมกันเสียอีก
แต่จิตใจผู้คนไม่ได้มุ่งดีมุ่งเจริญขึ้นตาม
แต่มหาเถรสมาคมก็ไม่สามารถในการจัดการ
และองค์กรพระก็ไม่เปลี่ยนแ ปลงมานานมากแล้ว
วัดมีไม่กี่วัดที่จะสามารถ กาง
ให้ชุมชนและคนทั่วไปดูได้ว่า
รายรับ รายจ่าย ที่เกิดจากเงินบริจาคไปมาอย่างไร
และมีศาสนสมบัติกลางอีกจำนวนหนึ่ง
หากแค่จะมีสถานีวิทยุเพื่อการพระศาสนา
ออกอากาศยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยไม่มีเรี่ยราย
เพื่อคนประสบทุกข์ได้ฟังธรรม
ศาสนสมบัติกลางของพระศาสนาไม่สามารถหล่อเลี้ยงหรือ
แล้วจริงศาสนาที่เราเคารพนับถือ
และทำบุญกันอยู่ให้อะไรแก่ประชาชนเวลาเขาทุกข์เดือดร้อนบ้าง
หรือเราเป็นศาสนาอย่างที่คนเขาเบื่อกัน
ผมเคยพบเห็นคนหันไปนับถือคริสต์
ด้วยเหตุผลนี้ เขารับราชการ
ซองกฐินผ้าป่า ที่หน่วยงานรับมา
หากจะหลบจะเลี่ยง ก็ตอบไปเลยว่า
นับถือศาสนาอื่นไปเลย

อยากจะบอกว่าคนรุ่นแม่ผมมาจากเมืองจีนเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษก่อน
ก่อนที่ท่านจะเหยียบประเทศไทย
หลวงปู่ ไต้ ฮง ก็เอาข้าวไปเลี้ยงเพราะถูกกักอยู่ในเรือ
จนทุกวันนี้ผู้คนที่ยากไร้เหล่านั้นก็เปลี่ยนสถานะไป
และก็เป็นธรรมดาที่คนส่วนหนึ่งก็จะไปทำบุญที่ศาล
ทุกปีเป็นงานใหญ่  

ผมว่าศาสนาอื่น ๆ ที่เข้ามาเผยแผ่ในประเทศไทย
แล้วขยายเอาขยายเอาก็โตมาในลักษณะนี้
แต่ในขณะที่เจ้าของบ้านก็สนใจในเรื่อง
อะไรบางอย่าง ที่ผมรู้สึกว่าห่างไกลคน
ตำแหน่งยศ อะไรพวกนั้น
ผมกล้ายืนยัน
เพราะเมื่อสมเด็จเป็นที่สมเด็จ
และหลวงตาเป็นที่พระธรรม
ทำให้ผมอยู่ห่างจากท่าน
พัลวัน 10/02/04 03:46:15 อ้างอิง (แอนนา @ 10 ก.พ. 47 - 15:04)
เหตุผลหลัก เหตุผลเดียวที่ตัวเองยืนยันจะคัดค้านเรื่องนี้เท่าที่จะมีความสามารถพึงกระทำได้ เพราะเห็นว่าเป็นอันตรายใหญ่หลวง มองย้อนดูตัวเองก็ไม่ทราบว่าจะบรรลุเป็นหมาย จบกิจ จบชาติ ภายในชีวิตนี้หรือเปล่า แล้วถ้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง โลกนี้มีแต่ลัทธิอื่นๆ ทางตรงทางเดียวที่จะถึงพระนิพพานถูกลบไปแล้ว คงจะต้องเคว้งอีกแสนนาน แล้วจะพลาดตกนรกเมื่อไรก็ไม่รู้ -- คงจะต้องทำทุกอย่างที่สามารถกระทำได้  

แล้วจะให้นั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้อะไรก็ได้เกิดขึ้น จะทำได้อย่างไร ไฟกำลังจะไหม้บ้าน จะปล่อยไว้ได้อย่างไร

(แอนนา @ 10 ก.พ. 47 - 15:04)


เห็นด้วยกับคุณ "แอนนา" ครับ
10/02/04 03:56:50 ขออนุญาต เจ้าของกระทู้ และ ทุกๆ คนด้วยครับ
นำเทศน์ของหลวงตาฯ มาให้ ไม่รู้จะทอนตรงไหน
อ่านแล้ว อะไรที่ว่าหายก็กลับมามากมาย

เทศน์หลวงตา http://www.luangta.com/thamma/thamma_talk_text.php?ID=2633&CatID=2

ทำไมถึงหยาบขนาดนี้ ครองผ้าเหลืองเสียด้วย

… การทำความพากเพียรจะไปรอเรื่องหนาวเรื่องร้อนไม่ได้ เรื่องสตินี้ยิ่งตลอดเลย พอเผลอไปจับปั๊บๆ ถ้าสติครองใจอยู่แล้วใจจะไม่แส่หาพิษหาภัย พอสติเผลออันนี้มันจะออกแล้ว ออกไปหางานของมันกิเลส ได้งานก็เข้ามาเผาเรา เมื่อสติมีอยู่มันก็ไม่ออก สติจ่ออยู่ จิตจ่ออยู่ จ่อนานเข้าๆ จิตก็ค่อยอิ่มอารมณ์เข้าไป ไม่อยากออกข้างนอก อาศัยธรรม เช่นผู้มีคำบริกรรมก็ต้องมีคำบริกรรมบังคับเอาไว้ บริกรรมก็สติจ่อกับคำบริกรรม พอเผลอแพล็บออก นี่เรื่องของกิเลสทำงานอัตโนมัติ พอเผลอแพล็บมันจะออกของมัน ออกไปตามอารมณ์ต่างๆ ได้อารมณ์อะไรๆ มาก็อารมณ์ของกิเลสนั่นแหละได้มา จึงมาเผาเราๆ เป็นอย่างนี้ทั่วโลกดินแดน ถ้าไม่มีธรรม

เรายังมีศาสนาพุทธของเรา ซึ่งเป็นศาสนาที่เลิศเลอสุดยอดแล้ว วิธีดับกิเลส เครื่องมือดับกิเลสไม่มีอะไรเกินธรรม แล้วอุบายวิธีการต่างๆ ไม่มีอะไรเกินพระพุทธเจ้าที่มาสอนโลก จึงไม่มีอะไรผิด เรื่องของนักบวชต้องเป็นอย่างที่ว่านี่นะ คือทำหน้าที่อันเดียว มีงานเฉพาะการชำระกิเลสโดยเฉพาะๆ เท่านั้น นี่งานครั้งพุทธกาลไม่มีงานอะไรมายุ่งเหมือนทุกวันนี้ ทุกวันนี้งานกิเลสเข้าไปทำงานแทนศาสนานะเวลานี้ ในวัดในวาในพระในเณรเรามีแต่กิเลสเข้าไปทำงานแทนศาสนาแทนพระ งานของกิเลสเข้าไปทำงานแทนงานของพระ งานของพระคือการชำระกิเลสด้วยสติเป็นพื้นฐาน ถ้าไม่มีสติแล้วนั่นละออกได้วันยังค่ำ กว้านเข้ามาวันยังค่ำ อยู่อย่างนั้น ถ้ามีสติแล้วมันไม่ออกได้ เมื่อไม่ออกได้ ธรรมก็ระงับเข้าไปๆ สติดี เช่น คำบริกรรมดี สติดี ไม่ให้ออกคิด ไม่ให้ออกคิดนานเข้ามันก็ค่อยหดย่นเข้ามาๆ

อุบายวิธีดับกิเลสตัววุ่นวายๆ ต้องดับด้วยสติหรือคำบริกรรม ปิดไว้ไม่ให้มันออก ในเบื้องต้นต้องเอาอย่างนั้นก่อน ปิดด้วยคำบริกรรม เช่น พุทโธๆ สติติดพุทโธอีกทีหนึ่ง ทีนี้เรื่องของกิเลสมันก็ออกไม่ได้ๆ มันอยู่ในใจมันดันออกๆ อยากคิดอยากนึกอยากตลอดเวลา เรื่องกิเลสไม่มีคำว่าพอ มีแต่หิวโหยตลอด ธรรมะต้องบังคับเอาไว้ในขั้นต้น เช่น คำบริกรรม ใครมีสติด ีเท่าไรผู้นั้นจะได้รับความสงบ วางพื้นฐานของใจได้ สงบเป็นพื้นฐาน จากสงบแล้ว สตินี้บังคับตลอดเวลา จากนั้นก็สงบแน่นเข้าไปๆ จิตกลายเป็น ท่านเรียกว่าสมาธิ สมถะคือความสงบ กับสมาธิคือความแน่นหนามั่นคงของใจ หรือความตั้งมั่นของใจนี้เป็นอันหนึ่งต่างหากนะ อยู่ในภาคปฏิบัติ ขึ้นเวทีรู้เอง

ใครมีสติดีเท่าไร คนนั้นไม่ยุ่งเหยิงตัวเองนะ ไม่ก่อเรื่องใส่ตัวเอง มีสติบังคับไม่ให้มันคิดสิ่งที่เป็นภัย มันคิดส่วนมากก็เรื่องของกิเลส มันจะเป็นคุณที่ไหน มีแต่เป็นภัยทั้งนั้นแหละมากน้อยต่างกัน ทีนี้พอสติตั้งเข้าๆ  เช่น ผู้มีคำบริกรรมในพื้นฐานเบื้องต้น ต้องใช้คำบริกรรมเสียก่อน ที่จะตั้งเป็นความสงบขึ้นมาต้องมีคำบริกรรม กำหนดเอาโดยสติเฉยๆ ไม่ได้ เราทำมาหมดแล้ว มีคำบริกรรม แล้วสติติดคำบริกรรม คำบริกรรมติดกับจิต สติติดกับคำบริกรรม ตีแน่นเข้าไปๆ ต่อไปก็ค่อยสงบๆ  พอสงบมากเข้าไปแล้วจิตก็เป็นสมาธิ สงบแน่วอยู่อย่างนั้น ทีนี้ไม่อยากคิดละที่นี่ นั่นเห็นไหมล่ะ

คือแต่ก่อนมันอยู่ไม่ได้มันอยากคิดอยากปรุงต่างๆ พอจิตสงบเข้าไปๆ จนกระทั่งจิตแน่น สงบแล้วแน่นหนามั่นคง ทีนี้ไม่อยากคิด เปลี่ยนแล้ว คิดแล้วรำคาญ อยู่ทั้งวันอยู่ได้อยู่กับอันนี้ ความสงบแน่ว มีอันเดียวไม่มีอะไรเข้ามายุ่ง มีแต่ความรู้อันเดียวแน่ว เท่านี้ก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นนักภาวนาเพื่อความพ้นทุกข์จึงติดสมาธิได้ สมาธิติดได้เพราะมันมีความสุขพอที่จะให้ติด ติดอยู่นั่นละ ทีนี้เรื่องความคิดความปรุงไม่อยากคิดอยากปรุง รำคาญ พอคิดแป๊บนี้กวนแล้ว สมมุติว่าแน่วอยู่นี้ คิดมันจะแย็บออกมาจากนี้ กวนแล้วกวนอันนี้ ไม่อยากคิด อยู่อย่างนั้นทั้งวัน อยู่ที่ไหนนั่งที่ไหนเป็นอย่างนั้นสบายๆ ตลอด ทีนี้มันก็ติด มันไม่อยากออกทางปัญญา ผู้ได้สมาธิเท่านี้ติดแล้วไม่อยากออกทางด้านปัญญา

เรานี่พูดจริงๆ จนขนาดพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นมาขนาบเอาเลย มันจะนอนตายอยู่นั่นเหรอ นู่นน่ะ ว่าเล่นๆ เมื่อไร คือจิตเราสงบ ถามเมื่อไร จิตสงบดีอยู่เหรอ ท่านถามเพื่อจะเอาเหตุเอาผลนะนั่น ถามเมื่อไร จิตสงบดีอยู่เหรอ สงบก็บอกว่าสงบ สงบดีก็ว่างั้นแหละ นานเข้าๆ ก็ใส่เปรี้ยงเลย เราไม่รู้ว่าเหยี่ยวใหญ่จะมาโฉบเอาหัวเมื่อไร พอท่านถามว่าจิตสงบดีอยู่เหรอ สงบดีอยู่ ขึ้นผึงเลยทันทีนะ ท่านจะนอนตายอยู่นั่นเหรอ สุขในสมาธิก็เหมือนเนื้อติดฟัน ท่านจะนอนตายอยู่เหมือนหมูขึ้นเขียงเหรอ ขึ้นเด็ดเสียด้วยนะ สุขในสมาธิมันเท่ากับเนื้อติดฟัน ท่านรู้ไหมเนื้อติดฟันสุขอะไร นี้ละสุขในสมาธิเท่ากับเนื้อติดฟันนั่นละ ขึ้นเลย โห เด็ดๆ สุขเพียงเท่านี้แหละ ว่างั้น

จากนั้นก็จับสมาธิของเรานี้ฟาดเข้าป่าหมดเลย เราก็ไม่ลืม สมาธิทั้งแท่งเป็นสมุทัยทั้งแท่งท่านรู้ไหม นั่นซีตอนมันจะได้เอากัน สมาธิทั้งแท่งเป็นสมุทัยทั้งแท่ง รู้ไหมๆ เราก็ขึ้น ก็เราก็เรียนมานี่ ก็เอาอันเรียนมาหนอนแทะกระดาษนั้นเถียง ถ้าว่าสมาธิเป็นสมุทัยแล้ว สัมมาสมาธิจะให้เดินที่ไหน ไปนี้ ท่านก็ใส่เข้าอีก สมาธิของพระพุทธเจ้ากับสมาธิหมูขึ้นเขียงของเราต่างกันยังไง ท่านก็ซัดตรงนี้อีก นั่นมันไม่อยากออกนะ ขนาดนั้นนะติดสมาธิ แต่ก็เพราะเป็นพื้นฐานอยู่บนกระหม่อมจอมขวัญเราแล้ว เป็นครูเป็นอาจารย์ เป็นที่เคารพเลื่อมใสของเราแล้วก็ต้องยอมฟังท่าน ไม่งั้นมันจะไม่ฟังนะ มันยังจะจมอยู่นั้นอีก ท่านลากออกจากสมาธิให้ออกทางด้านปัญญา

คือให้ออกพิจารณาทางด้านปัญญา อย่ามาติดแต่สมาธิอย่างเดียว ความหมายว่างั้น ท่านใส่เปรี้ยงๆ พอออกจากท่านมาแล้วก็ออกไปพิจารณา โหย มันเร็วนะ เพราะสมาธินี้มันพอ เหมือนกับอาหารเครื่องทำครัวพร้อมอยู่แล้ว แต่เราไม่ปรุงให้เป็นอาหารชนิดนั้นๆ มันก็เป็นผักเป็นปลาเป็นอะไรก็เต็มอยู่ในนั้นเฉยๆ ไม่เป็นอาหารประเภทนั้นๆ ให้ พอจับนั้นเข้ามาใส่นี้ๆ แล้วปรุงเป็นอาหาร มันก็เป็นชนิดนั้นขึ้น เช่น เป็นแกงเป็นอะไรมันก็เป็นได้ทันทีเลย เพราะมันอยู่นี้แล้วรอบแล้ว จับนั้นใส่นี้ๆ สมาธิมันรวมตัวแล้ว มันอิ่มอารมณ์หมดแล้ว อารมณ์ต่างๆ

คือที่ท่านว่า สมาธิปริภาวิตา ปญฺญา มหปฺผลา โหติ มหานิสํสา ปัญญาที่สมาธิอบรมแล้วย่อมเดินได้คล่องตัว สมาธิอบรมหมายถึงว่า สมาธินี่อิ่มอารมณ์แล้ว พร้อมแล้วที่จะก้าวเดิน พอก้าวเดินทางปัญญามันก็พุ่งเลย เร็ว เราออกทางด้านปัญญานี้เร็วจริงๆ บอกได้ชัดเจนว่า ออกได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันพร้อมแล้วสมาธิ พอท่านไล่ออกเท่านั้นออกมันก็ออกเลย พุ่งเลย มันไม่พอดีนะล่ะ พอออกทางปัญญา พิจารณาทางด้านปัญญา เอ๊ะ ชอบกลๆ เข้าไปแล้วนะ พิจารณาตรงไหน เอ๊ะ ชอบกล คือจิตมันอิ่มอารมณ์มันไม่ได้คิดนู้นคิดนี้ ให้ทำงานทางด้านปัญญามันก็ตั้งหน้าตั้งตาทำ ถ้าจิตยังไม่มีความสงบจะให้ทำงานนี้มันเถลไถลออกไปหาอารมณ์ ปัญญาก็ไม่เป็นปัญญา มันเป็นสัญญาไปได้ พอจิตอิ่มอารมณ์แล้ว บังคับให้ทำงานอะไรมันก็ทำ

ทีนี้พอทำงานทางด้านปัญญา พิจารณาวิปัสสนาปัญญา ทางธาตุทางขันธ์ แยกธาตุแยกขันธ์มันก็พุ่งๆ ของมันเลย ทีนี้ก็ไปใหญ่อีกละ เห็นผลของการพิจารณาทางด้านปัญญา โอ๋ ปัญญ าเป็นอย่างนี้ๆ เรื่อย พอหนักเข้าๆ มันก็มาตำหนิสมาธิ ว่าสมาธินอนตายอยู่เฉยๆ ไม่เห็นแก้กิเลสได้สักตัว ปัญญาต่างหากแก้กิเลส พอว่าปัญญาแก้กิเลสได้เท่านั้นก็พุ่งทางด้านปัญญา เลยไม่รู้เวลาหลับเวลานอน เร็วอันนี้ ออกได้เร็วนะ ท่านสอนไว้ผิดที่ตรงไหน พระพุทธเจ้าสอนไว้ทุกแบบทุกฉบับ

ทีนี้จิตของเราที่ยังไม่มีพื้นฐาน ให้ใช้คำบริกรรม สติแนบ ใครมีสติดีเท่าไรจิตจะสงบได้เร็วนะ เรื่อยๆ จิตไม่มีความสงบเลยนี้หาความหมายไม่ได้ ฆราวาสเป็นอีกอย่างหนึ่ง พระเรานี้ถ้าจิตหาความสงบไม่ได้แล้วไม่มีอะไรมีความหมายว่างั้นเลย เพราะพระนี้ควรแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นผู้มีหน้าที่การงานน้อยมากที่สุด ไม่มีอะไรยุ่งกวน มีแต่หน้าที่ทำความพากเพียรชำระกิเลส พอฉันเสร็จแล้วก็เข้าทางจงกรม เดินจงกรมก็สติติดแนบๆ นั่งสมาธิสติติดแนบ มีแต่เรื่องความเพียร สติติดแนบทั้งนั้น นานเข้าๆ มันจะทนได้หรือกิเลส มันก็พังของมันไปโดยลำดับแหละ ทีแรกกิเลสหมอบ กิเลสหมอบจิตก็สงบ จากนั้นก็ปัญญาตีนี้ขาดสะบั้นไปเลย

มันไม่มีผู้ภาวนาซิ พระเรานี่ละ โห น่าทุเรศนะ ไม่สนใจภาวนาเลย ทั้งๆ ที่เป็นงานประจำตัวโดยตรงนะ บวชแล้วไล่เข้าในป่า ฟังซิพระพุทธเจ้าไล่ทุกองค์ ไม่เว้นแม้แต่องค์เดียวที่พระพุทธเจ้าจะไม่ได้ไล่เข้าในป่านะ เรียกว่าประจำพระทุกองค์ไปเลย อย่างทุกวันนี้ก็ขาดไม่ได้ ขาดได้เมื่อไร อุปัชฌาย์บวชผิดวิธีการบวช ผิดวิธีการสอน ปลด นั่นเห็นไหมล่ะ ท่านถือข้อนี้เป็นเด็ด รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย บรรพชาอุปสมบทแล้ว ให้ท่านทั้งหลายเข้าอยู่ตามรุกขมูลคือร่มไม้ นั่นไล่เข้าไปในป่าแล้ว รุกขมูลร่มไม้ ในป่าในเขา ตามถ้ำ เงื้อมผา ป่าช้า ป่ารกชัฏ อันเป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรด้วยความสะดวก ท่านทั้งหลายจงอุตส่าห์ทำความพยายามอยู่อย่างนั้นตลอดชีวิตเถิด นู่นน่ะไม่ใช่ธรรมดา ตลอดชีวิต ทุกองค์ไม่เว้นแม้องค์เดียว

พระที่บวชตามพุทธศาสนาในประเทศไทย และบวชตามหลักพระพุทธเจ้าจริงๆ แล้ว จะไม่เว้นแม้องค์เดียว รุกฺขมูลเสนาสนํ บวชเสร็จแล้วสอนปุ๊บเลยทันที สอนเดี๋ยวนั้น ไปอยู่ในป่า ป่าคืออะไร คือไม่มีสิ่งอะไรรบกวน ประกอบความพากเพียรชำระกิเลสได้อย่างง่ายดายยิ่งกว่าอยู่ในที่คลุกคลีตีโมงกัน ท่านสอนไว้อย่างแนบแน่นที่สุดแล้ว ไปอยู่ที่นั่นตาก็ไม่เป็นภัย หู จมูก อะไรไม่เป็นภัยแก่ตัวเอง ตาเห็นรูปก็รูปต้นไม้ ภูเขาไปเสียไม่เป็นภัย ตา หู จมูก ลิ้น กาย ไม่เป็นภัย จ ิตใจความคิดความปรุงก็ไม่เป็นภัยต่อตัวเอง เพราะมีสติคุ้มครองรักษา ก็สะดวกสบายบำเพ็ญเพียร

นี่ละหลักแก่นพุทธศาสนา พระผู้ที่จะทรงมรรคทรงผล ต้องเป็นผู้ดำเนินตามนี้ นอกจากนี้แล้วไม่มีทาง นี่ทางเพื่อมรรคเพื่อผล พระพุทธเจ้าสอนไว้สำหรับพระเรา จากนั้นก็ ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ อาศัยบิณฑบาต เดินบิณฑบาตด้วยกำลังปลีแข้งของตน หามาฉันพอยังอัตภาพให้เป็นไปเท่านั้นวันหนึ่งๆ แน่ะ ท่านไม่ได้ยุ่งเหยิงวุ่นวายอะไร ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร แล้วก็ยาแก้ไข้ ยาแก้ไข้ก็ไม่มีมากแต่ก่อน งานของพระจึงมีน้อยมากไม่เหมือนฆราวาสเขา มีแต่เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ทำหน้าที่ตามงานของตัวเองตลอดเวลาๆ กิเลสมันจะมีมากขนาดไหนมันก็พังได้ถ้ามีการชำระกัน ถ้าไม่มีการชำระ ยิ่งมีแต่การสั่งสมกิเลสขึ้นมาด้วยแล้ว มันก็ยิ่ง กิเลสในพระเรานี้แหละหนามากยิ่งกว่าประชาชน ไม่มีอะไรหนามากยิ่งกว่าพระที่สั่งสมกิเลส

กิเลสยิ่งสั่งสมมากๆ พระก็กลายเป็นพระที่เลวมากไปเลย พระที่เลวมากก็เลวยิ่งกว่าประชาชนเขาเลวเสียอีก นั่นมันกลับตาลปัตรกัน โห น่าทุเรศนะทุกวันนี้ ศาสนาทุกวันนี้ กับพระเราทุกวันนี้ ดูกันไม่ได้ว่างั้นเลยนะ มันเหยียบหัวพระพุทธเจ้าไป ไม่ดูหลักธรรมหลักวินัย วิ่งตามกิเลสความโลภ บ้าอำนาจวาสนา ไปอย่างนั้นนะ ป่าๆ เถื่อนๆ ลมๆ แล้งๆ ตื่นยศตื่นลาภไป พระพุทธเจ้าบอกไม่ให้หายศ ยศพระทำให้สมบูรณ์จะว่าไง ยศของพระคือธรรม ศีล สมาธิ ปัญญา นี้แหละคือยศของพระ ตั้งใจปฏิบัติตามหลักของศีล ของสมาธิ ของปัญญานี้ ไม่มีใครจะยศสูงยิ่งกว่ายศพระ

เรื่องศีล สมาธิ ปัญญา นี้ยิ่งยศสูงขึ้นไปนะ ศีลเป็นพื้นๆ ถ้าเทียบก็สมุห์ ใบฎีกา ขึ้นไปพระครู แล้วสมาธิขึ้นไปก็เริ่มเข้าไปแล้วนะ พระครูชั้นเอกชั้นอะไรไปแล้ว ทีนี้พอปัญญาแล้วเอาละนะที่นี่ เป็นเจ้าคุณขึ้นไปแล้ว เป็นเจ้าคุณชั้นธรรมดา เป็นเจ้าคุณชั้นนั้นชั้นนี้ไปเรื่อย ปัญญาเลื่อนขึ้นไปละเอียดขึ้นไปเรื่อย จากชั้นธรรมดาก็ชั้นราช ชั้นเทพ ชั้นธรรม ชั้นสมเด็จ ขึ้นเตลิดเปิดเปิงถึงชั้นนิพพานเลย นั่นเห็นไหม ยศของพระท่านทำอย่างนั้นนี่นะ พระพุทธเจ้าประทานยศให้พระ ประทานยศก็เป็นยศที่พระท่านสำเร็จมาเรียบร้อยแล้ว ให้เป็นเครื่องส่งเสริมเพียงเท่านั้น แล้วพระท่านไม่ตื่นนะ พระอรหันต์ที่พระพุทธเจ้าท่านประทานสมณศักดิ์ให้ ล้วนแล้วตั้งแต่เป็นพระอรหันต์ ๘๐ องค์ ท่านตื่นตรงไหนหาดูซิน่ะ

พระพุทธเจ้าตั้งยศให้ท่าน สมณศักดิ์ให้ท่าน แล้วปร ากฏว่ามีพระอรหันต์องค์ไหนบ้างไปเป็นบ้ายศ เหมือนพระเราเป็นบ้ายศอยู่ทุกวันนี้นะ ทุกวันนี้พระกำลังเป็นบ้ายศ มันกำลังก่อกวนนะเดี๋ยวนี้ พวกปฏิบัติเพื่ออรรถเพื่อธรรมเพื่อความสงบสุขโดนกระทบกระเทือน อยู่ในป่าในเขาก็กระทบกระเทือนถึงกันหมด เป็นทุกข์ด้วยกัน เพราะพวกบ้ายศนี้มันตั้งเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งข้อนั้นตั้งข้อนี้ ยุข้อนั้นแหย่ข้อนี้เข้ามา กฎนั้นแล้วกฎนี้ มีแต่กฎกาฝาก กฎทำลายพระพุทธเจ้าทั้งนั้น ไม่ได้มีกฎศีลกฎธรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมธรรมของพระพุทธเจ้าบ้างเลย ตั้งมากฎไหนมีแต่กฎแบบที่ว่าก้างขวางคอๆ ของพระพุทธศาสนากันไปทั้งนั้น เพราะฉะนั้นมันถึงยุ่งมาก

เวลานี้ได้ยินไหม เสียงอึกทึกครึกโครมออกทุกแห่งทุกหน ประกาศโฆษณาตัวเลวทราม ตัวมูตรตัวคูถให้เป็นของดิบของดี ยกยอขึ้นไปเหยียบอรรถเหยียบธรรมของพระพุทธเจ้า ก็กองมูตรกองคูถ ไปเปลี่ยนแปลงไปยกยอมันขนาดไหน มันก็ยกยอกองมูตรกองคูถ มันจะวิเศษวิโสมาจากไหน ถ้ายกยอเป็นอรรถเป็นธรรม เอ้า เริ่มเข้าไปซิ ปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนซึ่งสมบูรณ์แบบทุกอย่างแล้ว ไม่มีอะไรบกพร่องในธรรมของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติตามดูซิ จะได้ตำหนิติเตียนกันที่ตรงไหน ไม่ก่อกวน ไม่ยุ่งเหยิงวุ่นวายกัน นอกจากพวกกิเลสมันแทรกเข้ามาเป็นกาฝาก มาปลูกบ้านปลูกเรือนอยู่ในหัวใจของเราเท่านั้น แล้วกัดตับกัดปอดออกไปมีตั้งแต่ความเสียหาย มีเท่านั้นไม่มีอะไร

กฎของพระพุทธเจ้าสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ตั้งมาหาอะไร ไปปฏิบัติตามนั้นซิจะมีเรื่องมีราวอะไร อันนี้มันไม่สนใจกับศีลกับธรรม สนใจแต่เรื่องของกิเลส ก่อเรื่องนั้นแล้วก่อเรื่องนี้ขึ้นไปเพราะยศเพราะลาภบ้านั่นแหละจะเป็นอะไรไป ท่านผู้ประทานยศให้ ท่านก็หวังจะให้ส่งเสริมตั้งใจปฏิบัติดิบปฏิบัติดีให้เป็นที่เคารพเลื่อมใส ให้เป็นกำลังใจของผู้ได้รับยศ สมณศักดิ์นั่นน่ะ

เดี๋ยวนี้มันกลับกลายเป็นดินเหนียวติดหัวละซิ ว่าตัวมีหงอน ดินเหนียวติดหัวมากเท่าไรยิ่งว่าตัวมีหงอน แล้วยิ่งก่อเรื่องมากขึ้น เลยเป็นมหาโจรของผู้ที่มียศใหญ่ๆ ของพระสมัยปัจจุบันนี่แหละ เวลานี้ยศใหญ่เท่าไรยิ่งก่อกวนมากนะเดี๋ยวนี้ ก่อกวนจนกระทั่งผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งหลายกระทบกระเทือนอยู่ไม่ได้ เป็นอย่างนั้น มันร้ายขนาดนั้นนะกิเลสทุกวันนี้ เห็นแก่ยศแก่ลาภเห็นแก่ชื่อแก่เสียง นี่แหละตัวสำคัญบ้ายศนี่ บ้ายศนี่แหละ พวกบ้ายศนี่แหละพวกก่อกวนอยู่ทุกวันนี้จะเป็นใครไป มันก่อทางนั้นมันก่อทางนี้ อำนาจป่าๆ เถื่อนๆ ลมๆ แล้งๆ หาความสัตย์ความจริง หาเนื้อหาหนังจริงๆ ไม่มีเลย มีตั้งแต่ลมๆ แล้งๆ แล้วเป็นไฟเผาโลกไป มิหนำซ้ำก็เผาในวงเดียวกันเอง หาความสุขความสบายไม่ได้ พวกบ้ายศ มันบ้าอะไรนักหนา

พระพุทธเจ้าสอนให้เป็นบ้ายศนี้เหรอ สอนเพื่อให้เป็นอรรถเป็นธรรม ถ้าเป็นยศก็เป็นยศในธรรม ศีล สมาธิ ปัญญา วิชชา วิมุตติ นี่สอนลงตรงนี้ ยศอยู่ตรงนี้ มรรคผลนิพพาน ความพ้นทุกข์อยู่ตรงนี้ ท่านไม่ได้สอนให้ขยี้ขยำพวกมูตรพวกคูถที่เป็นยศของคนมีกิเลส แล้วเป็นบ้าในยศของตัวเอง แล้วทีนี้กวนไปหมดเลย เวลานี้กำลังนะ กำลังเป็นเวลานี้ โอ๋ย ยุ่งมากที่สุดพวกนี้ พวกนี้พวกก่อกวนพวกยุแหย่ ตั้งเรื่องนั้นขึ้นมาแล้วตั้งกฎนี้ขึ้นมาแล้ว ไม่ทราบว่าได้เรื่องอะไร ศีลธรรมมันไม่มอง มันเป็นแบบโลกไปหมดแล้ว งานของพระเอางานของโลกเข้ามาใส่ มันก็เลยกลายเป็นความวุ่นวายไปหมด ผู้ที่มุ่งอรรถมุ่งธรรมเลยอยู่ไม่สะดวกสบาย ถูกกระทบกระเทือนกระแทกแดกดันตำหนิติเตียนไปทุกอย่าง

สุดท้ายว่าผู้ที่อยู่ในป่าในเขา เป็นพระวิกลจริตไปแล้ว พวกอยู่ในบ้านเท่านั้นแหละพวกเลิศเลอ พวกหายุแหย่ก่อกวนที่นั่นที่นี่ นี่พวกเลิศเลอ หายุ่งตรงนั้นตรงนี้ นี่พวกเลิศเลอ พวกไม่ยุแหย่พวกอยู่สบายเงียบๆ อยู่ในป่าในเขาหาอรรถหาธรรมกลายเป็นผู้วิกลจริตไปแล้วเวลานี้ ใครจะเข้าป่าไม่ได้นะ  เดี๋ยวเป็นวิกลจริต เข้าป่าหาฟืนหาตัดอะไรหาเอาหน่อหวายมาแกงถวายพระนี่ เดี๋ยวจะไปวิกลจริตอยู่ในป่าจะว่าไม่บอกนะ ผู้ที่เอายอดหวายมากินนี้ พวกนี้ได้มาจากป่าก็จะวิกลจริต มันน่าทุเรศนะ มันความคิดสมบัติบ้าอะไร พระปฏิบัติในศีลในธรรม พระพุทธเจ้าเป็นวิกลจริตเหรอ เอ้า เอาตรงนั้นซิ

พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในป่า วิกลจริตอยู่ในป่าหรือ นั่น พระสงฆ์สาวกทั้งหลายเรียนสำเร็จปฏิบัติสำเร็จมาจากในป่า ท่านวิกลจริตในป่าเหรอ ผู้ปฏิบัติตามอรรถตามธรรมของพระพุทธเจ้ามาเป็นลำดับลำดา จนกระทั่งสามารถสำเร็จมรรคผลนิพพาน ท่านเหล่านี้เป็นคนวิกลจริตเหรอ พวกคลังกิเลสตัวเก่งๆ นี้เหรอเป็นตัวเลิศเลอ เลิศเลอกองมูตรกองคูถนี้เหรอไม่เป็นวิกลจริตน่ะ เราอยากถามว่าอย่างนั้นนะ พระพุทธเจ้าพระสงฆ์สาวกที่อยู่ในป่า ปฏิบัติในป่า สอนพระทั้งหลายให้เข้าอยู่ในป่า เป็นพระพุทธเจ้าวิกลจริต สาวกวิกลจริต รุกฺขมูลเสนาสนํ ก็สอนพระให้เข้าไปอยู่ในวิกลจริตหมดแล้วเหรอ มันน่าคิดมากนะ

มันสมบัติบ้าอะไร มันเอาอะไรมาคิดบ้าๆ มาโฆษณามาพูดให้ใครเขาเชื่อ ใครเขาจะไปเชื่อถ้าเขาไม่ใช่คนบ้า ไม่มีใครเชื่อได้ละ โฆษณาไ ปเท่าไรยิ่งทำลายตัวเอง ยิ่งเลอะเทอะไปหมด หาคุณหาค่าราคาไม่ได้นะ อุ๊ย พูดแล้วเราสลดสังเวชนะ พวกอยู่ในป่าเหมือนว่าพวกไม่มีสมอง พวกวิกลจริต พระพุทธเจ้าเลยกลายเป็นวิกลจริต พุทธศาสนาของเรานี้เป็นศาสนาวิกลจริตไปหมด ว่าไง ไม่อยู่กับศาสนาเหมือนลิงนั่นเหรอ ลิงก็ยังดีนะ พระเรานี้คนเรานี้ไม่มีศาสนาเลวกว่าลิงเข้าไปอีกนะ มันน่าทุเรศ วันนี้ไม่พูดอะไรละ พูดเพียงเท่านี้พอ

เห็นไหมในหนังสือพิมพ์ ออกโฆษณาทางอะไร ทีวีแทแว พระอยู่ในป่าพระวิกลจริต อู๋ย ทุเรศ พระวิกลจริตพระอยู่ในป่าวิกลจริต พระพุทธเจ้าเป็นศาสนาคนวิกลจริต สาวกทั้งหลายวิกลจริต ผู้ปฏิบัติอยู่ในป่าตามพระพุทธเจ้าวิกลจริตไปหมดเลย พิจารณาซิน่ะ มันน่าทุเรศไหมคำพูดคำนี้น่ะ ความคิดเช่นนี้น่ะ เหยียบหัวพระพุทธเจ้าเหยียบศาสนาลงแหลก ยกตนขึ้นไปซึ่งเป็นขี้ทั้งกอง แล้ววิเศษวิโสอะไร ใครจะไปกราบกองขี้อย่างนั้นล่ะ


โยม เขาว่าพระในป่าเป็นกบฏ

หลวงตา เป็นอะไร เป็นกบฏก็พระพุทธเจ้าแหละเรื่อยมา เหมือนกันนั่นแหละ พวกเรานี่พวกกบฏ พระพุทธเจ้าเป็นกบฏ สาวกเป็นกบฏ  แล้วศาสนาพุทธเป็นศาสนากบฏไปหมดแล้ว ที่เลิศเลอตั้งแต่ผู้ตำหนิอยู่นั่นแหละ ให้ดูเอา แล้ว(หมา)ไอ้หยองไอ้กี้มันก็ไม่ดูนะพระประเภทนั้นน่ะ เออทุเรศนะ พูดแล้วเราสลดสังเวชเหมือนกัน แหมทำไมถึงหยาบขนาดนี้วะ ครองผ้าเหลืองเสียด้วยนะ แหม เอาผ้าพระพุทธเจ้ามาครองเหยียบหัวพระพุทธเจ้าลงไป อู๋ย น่าทุเรศ

ให้พร ยถา วาริวหาฯ
สมบูรณ์ ต. 10/02/04 04:19:25 อ้างอิง (พัลวัน @ 10 ก.พ. 47 - 15:46)
อ้างอิง (แอนนา @ 10 ก.พ. 47 - 15:04)
เหตุผลหลัก เหตุผลเดียวที่ตัวเองยืนยันจะคัดค้านเรื่องนี้เท่าที่จะมีความสามารถพึงกระทำได้ เพราะเห็นว่าเป็นอันตรายใหญ่หลวง มองย้อนดูตัวเองก็ไม่ทราบว่าจะบรรลุเป็นหมาย จบกิจ จบชาติ ภายในชีวิตนี้หรือเปล่า แล้วถ้าลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง โลกนี้มีแต่ลัทธิอื่นๆ ทางตรงทางเดียวที่จะถึงพระนิพพานถูกลบไปแล้ว คงจะต้องเคว้งอีกแสนนาน แล้วจะพลาดตกนรกเมื่อไรก็ไม่รู้ -- คงจะต้องทำทุกอย่างที่สามารถกระทำได้ 

แล้วจะให้นั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้อะไรก็ได้เกิดขึ้น จะทำได้อย่างไร ไฟกำลังจะไหม้บ้าน จะปล่อยไว้ได้อย่างไร



เห็นด้วยกับคุณ "แอนนา" ครับ
(พัลวัน @ 10 ก.พ. 47 - 15:46)



           สนับสนุนความคิดเห็นที่ 483 ของคุณแอนนา  
นายโจโจ้ 10/02/04 04:20:46 ผมสรุปกับตัวเองว่าให้คุณตอมทำไปแบบคุณตอมก็แล้วกันครับ นั่งคิด และ/หรือใช้วิธีของคุณกับชีวิตของคุณไปอย่างนั้นก็เหมาะสมกับคุณตอมแล้ว ผมเห็นแบบผม ผมก็ทำแบบผม ซึ่งบังเอิญไปตรงกับคนอีกจำนวนมากก็แล้วกันครับ ไว้คุณตอมเห็น และจะเข้ามาร่วม ก็ยินดีต้อนรับครับ แต่ในขณะนี้ เราเห็นไม่เหมือนกัน มองจากคนละมุม คนละพื้นฐาน การตัดสินใจก็ต้องไม่เหมือนกันแน่นอนอยู่แล้ว

ขอให้ประสบโชคดีตามวิถีทางของคุณครับ คุณตอม
คนหลังวัด 10/02/04 04:23:34 เพราะเมื่อสมเด็จเป็นที่สมเด็จ
และหลวงตาเป็นที่พระธรรม
ทำให้ผมอยู่ห่างจากท่าน
.................................................................................................................
 ผมว่าถึงสมเด็จไม่ได้เป็นสมเด็จหลวงตาไม่ได้เป็นพระธรรม คุณก็คงยังอยู่ห่างท่านอยู่ดีแหละครับ    ตราบใดที่คุณแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นรูปธรรมอะไรเป็นนามธรรม  ทำไมไม่พิจารณาว่าท่านติดยศติดสมบัติมั้ย ไม่ใช่ใครได้ยศได้ตำแหน่งก็ไม่ชอบใจซะหมด  จะเอาเสื้อผ้ามาตัดสินความดีของคนได้อย่างไร
yoyo 10/02/04 04:49:50 และให้เป็นไปตามปรัชญาแห่งพุทธ"สัมบูรณ์" แต่เรียบง่าย เหลือแค่พุทธะ คือจิตประภัสสร คือ0

เป็นการปฏิบัติจริงๆ ล้วนๆ  
ไม่ใช้ ปรัชญาครับ

เป็นงานที่ต้องใช้ การทำจริงๆ  
ต้องปฏิบัติจริงๆ  

มีน้อยมากๆ ที่คิดแล้วก็ได้เลย
ถ้าคิดตามแบบนั้นมากๆ แล้วอาจจะหลงทางได้ง่ายกว่าครับ

แต่ประเด็นคือ
ไม่ให้ ก้าวล่วง  พระไตรปิฏก
และ พระธรรมวินัย  ครับ
รวมทั้ง ผู้ที่มี ประวัติไม่ดีมากๆ หรือเกี่ยวข้องกับ
การต่อต้าน พระไตรปิฏก ทั้งหลาย
ก็ไม่ควรมีอำนาจครับ

เราทำให้ทุกคนเป็นคนดีไม่ได้
แต่เราควรทำให้คนดี และมีความรู้
เป็นผู้มีอำนาจในการปกครองครับ  


ส่วนคนที่มีประวัติไม่น่าไว้ใจ
เราก็ไม่ควรให้มีอำนาจ มากนัก

คนกวน 10/02/04 04:59:04 อยากเขียนถึงเรื่องที่คุณทองก้อน พูดว่า หลวงตาได้นิมิตว่าประเทศชาติจะเสียหายอย่างใหญ่ในหลายๆด้าน  อยากบอกเพียงว่า สิ่งที่มันจะต้องเกิด ยังไงมันก็ต้องเกิด  เราทำได้เพียงเลื่อน ความสมบูรณ์ของเหตปัจจัยให้ เหตุไม่ครบ  ผลก็ยังมาไม่ถึง  ลูกไม้เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วบนต้นไม้ รอวันสุก และร่วงหล่นลงมา  ถึงแม้ไม่ปราถนาให้ ผลนั้นหล่นลงมา  เอาถุงกระดาษไปห่อไว้ เมื่อกระดาษขาด มันก็ต้องตกลงมาเหมือนกัน เพียงแต่ถ้าถุงไม่ขาด  ลูกไม้ยังตกอยู่ในถุงครับ

ยังไงสิ่งนั้นก็ต้องเกิดครับ  ไม่ว่าหลวงตาจะแพ้หรือชนะครับ

และถ้าอาศัยนิมิตนี้มาเป็นเหตุเคลื่อนไหวก็คงไม่ถูกครับ  นิมิตทั้งหลายที่ปรากฎเป็นนิมิตรที่ต้องตีความครับ  มันไม่ได้หมายความอย่างที่เห็นตรงๆครับ  แม้พระพุทธเจ้าเองคืนก่อนตรัสรู้ นิมิตรที่พระองค์ทรงได้ พระองค์ก็ต้องตีความครับ  หญ้าแฝกงอกกลางสะดือ  หนอนไต่ขา

เรามาปฏิบัติธรรมดีกว่าครับ  ยังไงๆก็ปีหน้านี้แล้วนิครับ เมื่อเวลานั้นมาถึง ใจเราจะสงบได้อย่างที่พูดหรือเปล่านะ     เขียนไปตามที่รู้มา  อย่าไปคิดอะไรมาก อ่านเล่นๆครับ

อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด  
.............

ฝากคุณแอนนาครับ  คุณคิดมากไป พระกรรมฐาน40 กองล้วนแล้วแต่นำไปสู่ทางสงบ
หนทางตรงที่ว่า อาจเป็นทางโค้งสำหรับคนอื่นครับ   เมื่อเรายอมรับในกันและกัน  จะปฎิบัติธรรมรูปแบบไหนก็ไม่ต่างกันครับ  ถ้าจะเห็นว่า ทางเราดีกว่าทางอื่น นั้นผิดแล้วครับ

คุณรู้ไหมว่า สงครามครูเสดนะเกิดขึ้นเพราะผู้ที่ศรัทธา ในศาสนานะครับ  ผู้ที่เคร่งศาสนาแต่กับลืมตัวคิดว่าหนทางของตนนั้นดีกว่าคนอื่น  แล้วก็ฆ่ากัน ทั้งๆที่พระเจ้าก็องค์เดียวกัน
แค่ศาสดาคนละคน  วิธีปฎิบัติต่างกัน

คุณว่าสิ่งที่พวกคุณทำ คล้ายสงครามครูเสดเข้าไปทุกทีไหม ครับ  นับถือพ่อคนเดียวกัน (พระศาสดา)  แต่วัตรการปฏิบัติต่างกัน  แค่นั้นก็มายกตนยกตัวว่าดีกว่า

คุณยกย่องพระสายป่า ว่าปฎิบัติตนดี  วัตรปฎิบัติถูกต้อง   แต่ดูหมิ่น พระบ้าน แต่คุณรู้ไหมครับ ว่าที่ประชาขน สังคมอยู่ได้ ก็เพราะ การอบรมสั่งสอนของพระมหานิกายทั้งนั้น
การอบรม  คุณธรรม  การให้ความรู้เรื่องศีลธรรม  บวชสามเณรภาคฤดูร้อน  พระบ้านมีอาหาร ข้าวปลาเหลือ  ก็แจกจ่ายแก่ประชาชนรอบๆวัดที่เดือดร้อน

ส่วนพระที่เลว  ก็ต้องมีเป็นเรื่องธรรมดา  ถ้าเรารับไม่ได้ก็อย่าไปยุ่งครับ  ปล่อยท่านไป

ส่วนพระป่า ถ้าเราไม่ได้เข้าไ ปหาท่าน  เราไม่ได้พบท่านหรอกครับ  ถ้าพระสงฆ์ทุกรูปเข้าป่า สังคมคงจะเสื่อมจนคุณอยู่ไม่ได้  พวกคุณในที่นี้หลายคน ก็มีพื้นฐานการอบรมมาจาก วัดในเมืองแทบทั้งสิ้น  เมื่อคุณ เจริญหรือ พัฒนาจนมีความสนใจในการภาวนาถึงระดับที่ พระในเมือง สอนไม่ได้แล้ว  คุณกลับ บอกว่าพระในเมืองไม่ได้ภาวนา  เทียบกับคุณไม่ได้

ภาวนาแปลว่าพัฒนา  ส่วนพัฒนาขึ้นหรือลงคุณต้องสำรวจตัวเองครับ
พัลวัน 10/02/04 05:04:50 อ้างอิง (คนกวน @ 10 ก.พ. 47 - 16:59)
สิ่งที่มันจะต้องเกิด ยังไงมันก็ต้องเกิด  เราทำได้เพียงเลื่อน ความสมบูรณ์ของเหตปัจจัยให้ เหตุไม่ครบ  ผลก็ยังมาไม่ถึง  ลูกไม้เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วบนต้นไม้ รอวันสุก และร่วงหล่นลงมา  ถึงแม้ไม่ปราถนาให้ ผลนั้นหล่นลงมา  เอาถุงกระดาษไปห่อไว้ เมื่อกระดาษขาด มันก็ต้องตกลงมาเหมือนกัน เพียงแต่ถ้าถุงไม่ขาด  ลูกไม้ยังตกอยู่ในถุงครับ

(คนกวน @ 10 ก.พ. 47 - 16:59)


คงต้องศึกษา อิทัปปัจจยตา ปฏิจจสมุปบาท ให้ละเอียดจริง จึงจะเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรให้คุณค่าแห่งความเพียร มากกว่าผลของความเพียร เพราะเหตุว่า มีแต่ผู้ที่มีความเพียรเท่านั้น ที่จะข้ามพ้นล่วงสังสารวัฏฏ์เสียได้
นายโจโจ้ 10/02/04 05:09:21 คุณคนกวนครับ

การที่คุณจะวิจารณ์นักกอล์ฟ ถ้าคุณไม่ใช่นักกอล์ฟ คุณจะเอาอะไรไปวิจารณ์ครับ? และถ้านักบอลไปวิจารณ์นักกอล์ฟ คุณจะเรียกกรณีอย่างนี้ว่าอะไร? และในกรณีนี้ คุณไม่ใช่ผู้ปฏิบัติภาวนา คุณรู้เพียงความหมายของคำว่าภาวนาเท่านั้น คุณอาศัยอะไรมาวิจารณ์ผู้ปฏิบัติภาวนา และคุณจะเรียกตัวเองว่าอะไรครับ ในกรณีนี้?
คนเก่า 10/02/04 06:03:04 เมื่อครั้งจะเข็น ร่าง พรบ.สงฆ์ใหม่มาบังคับใช้  ก็ชัดเจนว่าร่างพรบ.ใหม่นั้นผิดพระธรรมวินัย  และไม่ว่าฝ่ายสนับสนุนจะอ้างอะไร ก็ชัดเจนว่าเป็นฝ่ายที่ดึงดันจะขัดต่อพระธรรมวินัย พิจารณาดูก็รู้เหตุผลเบื้องหลังว่าเพื่อจะได้ควบคุมศาสนสมบัติ

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน  ที่ตะแบงค้านด่าว่าคนที่กล้าออกมาปกป้องพระราชอำนาจ และสมเด็จพระสังฆราช  ไม่ว่าจะดูฉลาดสักเพียงใด  ก็เข้ากรอบเดิม  

โจทย์ง่ายๆ เหมือน 1+1=2
แช่อิ่ม 10/02/04 06:29:40 การที่คุณคนกวนเข้ามาตอบในกระทู้นี้ ก็เพื่อให้คนที่ยังเห็นไม่ตรงเหมือนคุณเข้าใจ เช่นเดียวกันการที่คุณโจโจ้เข้ามาชี้แจงก็หวังให้คุณเข้าใจเช่นกัน และสิ่งที่ผมเขียนตอบคุณก็เช่นกันก็หวังให้คุณได้พิจาราณาข้อมูลอีกด้าน

เอาเรื่องที่คุณวิจารณ์นิมิตของหลวงตาก่อน จริงอาจจะไม่ใช่นิมิตก็ได้ สิ่งนั้นอาจจะเป็นเพียงแค่เหตุและผลทางความคิด คือ ถ้าสิ่งนี้ไม่เกิด สิ่งนั้นก็ไม่เกิด ถ้าสิ่งนี้เกิดสิ่งนั้นก็จะเกิดตามมา หลวงตาท่านใช้ปัญญาพิจารณาตามธรรมชาติของเหตุและผล และเตือนออกมาเท่านั้นเอง เหตุใดคุณคนกวนจึงเอามาตู่และวิจารณ์ดังกล่าว ผมเข้าใจว่าคุณคนมีปัญหาเรื่องของตรรกกะความคิดด้านเหตุและผลพอสมควร นั่นอาจจะเพราะคุณยังภาวนาไม่ดีพอก็เป็นได้

เรื่องที่สองเรื่องที่ว่าถ้าพระหนีไปอยู่ป่าเสียหมด สังคมก็ปั่นป่วน คำพูดแบบนี้เคยมีเพื่อนชาวต่างประเทศถามผมเช่นเดียวกันแต่ถามในลักษณะที่ว่า ถ้าทุกคนเป็นพระถึงซึ่งพระนิพพานหมด ชาวโลกไม่ต้องสูญพันธ์หรอกหรือ คำถามลักษณะนี้เป็นคำถามลักษณะเดียวที่คุณกำลังตั้ง เอาเป็นว่าก่อนอื่นคุณต้องคิดก่อนว่า เหตุใดพระพุทธองค์จึงกล่าวให้ภิกษุออกไปอยู่ป่าอยู่ในที่สงบเพื่อภาวนา ถ้าไม่ใช่พระองค์ทรงอยากให้พระสาวกเข้าถึงแก่นสูงสุดของพระศาสนา เมื่อยังกิจของตนเสร็จ ก็สามารถยังกิจของโลกให้เกิดด้วยความไม่มีกิเลส ไม่ประมาท เพราะใจของท่านเหล่านั้น แม้กิเลสสักน้อยนิดก็เปื้อนมิได้ จึงกล่าวได้กว่าพระอรหันต์คือเนื้อนาบุญอันประเสริฐยิ่ง หลังจากนี้คุณจึงมาคิดต่อว่าบุคคลที่ครองผ้าเหลือง หากมิได้เข้ามาศึกษาพระธรรมคำสอน และ ปฎิบัติตนเพื่อความหลุดพ้นแล้ว ท่านเหล่านั้นจำเป็นไหมที่จะต้องอยู่ในเพศสมณะ หากท่านจะเป็นนักสังคมสงเคราะห์ จำเป็นไหมที่ท่านจะเป็นพระก่อน หากท่านจะเป็นครูสอนจริยธรรมธรรมดาๆจำเป็นไหมที่ท่านจะต้องมาเป็นพระ หากท่านต้องการสร้างศาสนวัตถุใหญ่ๆงามๆจำเป็นไหมที่ท่านจะเป็นมาเป็นพระ หากท่านต้องการศึกษาวิชาทางโลกจำเป็นไหมที่ต้องบวชเข้ามาเป็นพระ สิ่งเหล่านี้ถ้าท่านลองคิดดูดีๆท่านจะสังเกตว่า สังคมไทยได้นิยามจุดมุ่งหมายของการเข้ามาเป็นเพศบรรพชิตไว้หลากหลาย และสิ่งเหล่าพระพุทธองค์ไม่เคยตรัสเลย หากแต่เป็นกิเลสที่เราๆ ท่านๆ เอาไปใส่ไว้ทั้งสิ้น ถ้าคุณลองคิดถึงตรงนี้และคุณเข้าใจจุดมุ่งหมาย เข้าใจสภาวะค่านิยมจารีตที่เปลี่ยนไปจากพุทธพจน์แล้ว  คุณจะไม่ถามปัญหาดังกล่าวในลานธรรมอีกเลย และจะไม่มีคำว่า มหานิกาย หรือ ธรรมยุต ไม่มี คำว่า อรัญวาสี หรือ คามวาสี อีกเลย

ส่วนจริตใครชอบพระปฎิบัติแบบไหน ก็เป็นไปตามกรรม แบบนั้นๆ และยังผลที่จะเกิดในอนาคตก็ขึ้นอยู่กับกรรมที่ตัวเองได้เลือก อันนี้ผมคิดว่าถ้าคุณคิดได้ตรง เห็นได้ตรง อ่านและศึกษาพระไตรปิฏกบ้าง อย่าเอาแต่อ่านจาก นสพ หรือ เชื่อคำต่อๆกันมาโดยไม่ได้คิดพิสูจน์ คุณจะเข้าใจได้ตรงและคำถามตลกๆ หรือ  Senario ที่เป็นไปไม่ได้ จะไม่ออกมาให้เห็นเลย
คนหลังวัด 10/02/04 06:32:08 ยังไงสิ่งนั้นก็ต้องเกิดครับ  ไม่ว่าหลวงตาจะแพ้หรือชนะครับ
.จากคุณ : คนกวน [ ตอบ: 10 ก.พ. 47 - 16:59 ] | กลุ่ม: รอยืนยันทางเมล์ | ตอบ: 37 | ฝากข้อความ | ip:210.203.188.218.....................................................................................
 หลวงตาท่านเทศน์หลายครั้งว่าท่านไม่มีแพ้ไม่มีชนะครับ การทำสิ่งที่ควรไม่มีแพ้ใครหรือชนะใครหรอกครับ  มีแต่ความจริง
   ถ้าคุณกำลังเดินไปเหยียบตะปูโดยที่คุณไม่รู้ถามหน่อยคุณจะเจ็บมากหรือน้อยเปรียบเทียบกับถ้าคุณมองเห็น หรือขณะที่เท้าคุณสัมผัสของแหลมๆที่กำลังจะทิ่มแทงเข้าในเนื้อคุณจะชักขาหนีหรือไม่  
   ขณะนี้ของแหลมกำลังทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อในหนังของศาสนา  ใตรที่ไม่ช่วยกันบ่งก็หลีกทางไปอย่ามาเกะกะเขาเลยครับ  ไม่เกิดประโยชน์ตนประโยชนฺท่านเลย
นายโจโจ้ 10/02/04 06:55:46 พระวินัยเป็นต้นแบบแห่งความเป็นสงฆ์

ผู้ละเมิดพระวินัย ร้ายแรงกว่าการละเมิดสงฆ์เสียอีก

นายวิษณุ คือผู้ประกาศแต่งตั้งรักษาการสังฆราชโดยละเมิดพระวินัย

แรงขนาดไหน ก็ลองคิดดู พูดไม่ได้เลยว่าเคารพสงฆ์
JK 10/02/04 07:00:28 กรณีศิษย์หลวงตาบัว ผมเห็นว่าทำเกินเลยไป... สังคมทุกสังคมย่อมมีความเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ การคัดค้านมีได้แต่ควรทำแต่พอดีเพราะจะทำให้ภาพของศาสนาพุทธออกมาเป็นศาสนาที่วุ่นวาย ที่กลุ่มศิษย์หลวงตาบัวทำมาในช่วงหลังๆนั้น ผมว่าไม่ใช่วิสัยของพวกมุ่งตัดกิเลสแล้วครับ เป็นแนวพวกค้านแหลก ไม่ฟังเหตุผลของคณะตัวแทนบริหารศาสนาโดยรวม จะเอามีดกรีดเลือด/เดินประท้วง ผมว่าจะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ช่วงหลังมาผมเลยเลิกศรัทธาหลวงตาบัวไปเลย (เมื่อก่อนเคยนับถือ) ไม่ทราบว่าท่านทำอะไรอยู่ถึงปล่อยลูกศิษย์ออกมาเย้วๆอย่างนี้ ทุกเรื่องทำตามใจทุกคนไม่ได้หรอกครับ ยังงี้แล้วจะมีคณะสงฆ์, ตัวแทนมหาเถระสมาคมไปทำไม ผมว่าพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในมหาเถระก็คงอึดอัดใจอยู่ใช่น้อย เพราะถูกเย้วๆประท้วงอยู่ฝ่ายเดียว โดยในสถานะสงฆ์แล้วคงไม่สามารถออกมาแถลงโต้ตอบกับฆราวาสได้ ผมคิดว่ากลุ่มลูกศิษย์หลวงตาน่าจะพิจารณาแนวทางการดับทุกข์และลดการยึดติดให้มากขึ้นนะครับ เพราะพฤติกรรมของกลุ่มลูกศิษย์เหล่านี้ผมว่ากำลังทำให้ภาพหลวงตาติดลบไปเยอะมาก ผมเริ่มรู้สึกแย่กลับกลุ่มนี้ตั้งแต่ประท้วงของทองคำคืนจากรัฐแล้วครับ ... สงบเถอะครับ..จะได้เห็นธรรม  
thienyohd 10/02/04 07:17:31 ขออนุญาตครับ

http://larndham.net/index.php?act=ST&f=4&t=11365

ท่านใดต้องการ Video CD การประชุมคณะสงฆ์ไทย ณ วัดอโศการาม เมื่อวันที่ 7 ก.พ.47  กรณีคัดค้านการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  กรุณาลงชื่อได้ที่กระทู้ข้างบนครับ มีจำกัดเพียง 20 ชุดเท่านั้น
แช่อิ่ม 10/02/04 07:19:34 ไม่ทราบคุณ JK ได้อ่านกระทู้เก่าก่อน post หรือไม่ ท่าทางจะ post แบบขาดสติ
ไชยบูลย์ ณ จ๊ะ(ขอแจม) 10/02/04 08:42:16 มีข่าวแจ้งมาเดี๋ยวนี้เองว่า  มส.มีมติงุบๆงิบๆ  ลุกลี้ลุกลน หาอุบายเคลมทรัพย์สมบัติกลางของพุทธศาสนา  สงกาสัยคงรู้ตัวว่านายวิษณุจะหลุดจากเก้าอี้  คงนึกว่าหมูรีบเอาขึ้นโต๊ะเตรียมตัวแบ่ง  ใครรู้รายละเอียดช่วยแจงโดยพลัน
คนกวน 10/02/04 08:58:09 คุณแช่อิ่มครับ

ขอตอบนะครับ ข้อที่1. เป็นไปได้ตามที่คุณพูด  ผมอาจจะยังไม่เข้าใจในธรรมนั้นครับเรื่องที่ว่าสิ่งนี้เกิดแล้วสิ่งนี้ต้องเกิด หรือ สิ่งนี้ไม่เกิดแล้วสิ่งนั้นไม่เกิด  เพราะฉนั้นประเด็นผมอาจเข้าใจผิดครับ  (ตอบคุณพัลวันด้วยนะครับ)

แต่อยากบอกไว้อย่างหนึ่งครับ ว่า กรรมอะไรที่เป็นกรรมใหญ่ ไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้ครับ  คุณจำประวัติพระพุทธเจ้า ตอนห้ามญาติได้ไหมครับ พระพุทธเจ้าทรงไปห้ามทัพพระเจ้าวิทูทัพภะ (ขอโทษถ้าผิดครับ) ถึง3ครั้ง ไม่ให้ยกทัพไปฆ่า เจ้าศากยะวงศ์  แต่ก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดต้องปล่อยไปตามกรรม  นี่เพียงแค่กรรมเบื่อปลา นะครับ

ข้อที่2. คุณเข้าใจผิดประเด็นครับ  ผมไม่ได้ความจริงๆว่าพระทั้งหมดเข้าป่า  เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้  เพียงแต่ยกมาเป็น คำถามว่า ถ้าพระทุกรูปในประเทศไทย ขอทำกิจของตนให้เสร็จก่อน  แล้วจึงปฎิบัตหน้าที่ของการสงเคราะห์ โลกจะร้อนกว่านี้ครับ

แล้วอีกอย่างที่บอกคือ พระบ้านส่วนใหญ่ เป็นผู้ให้การอบรมบ่มนิสัยทางด้านจริยธรรม ของบุตรธิดาในสังคม ถึงระดับการภาวนา ท่านไม่ถึงระดับอริยเจ้า   แต่ก็นับว่าพวกท่านเป็นผู้มีพระคุณระดับหนึ่งครับ  

ส่วนเป้าหมายการบวช แน่นอนครับ ทุกคนอยากหลุดพ้น แต่สักกี่คนครับที่ทำได้  เมื่อหลุดไม่ได้ แล้วเราจะอนุเคราะห์คนอื่นไม่ได้หรือครับ

ส่วนประเด็นที่คุณอ้างมาว่า ถ้าอยากสอนจริยธรรม  ก็ให้ไปเป็นครูสอนจริยธรรม หรือ นักสังคมสงเคราะห์   ผมอยากถามกลับครับ สถานภาพของครู กับ พระ แตกต่างกันแค่ไหน?ในระบบการเรียนการสอนคุณรู้ไหมครับ  ความเป็นครูยากลำบากกว่าการเป็นพระเพียงใด?
การสอนจริยธรรม ศีลธรรม สิ่งที่จำเป็นคือ  ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีครับ  ต้องทำให้ดูครับ
แล้วสถานภาพที่ต้องดิ้นรน ขวนขวายมันเหมาะสมอย่างนั้นเหรอครับ เมื่อเป็น ฆราวาส ต้องมีค่าใช้จ่าย  มีรายจ่าย ต้องดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตอยู่ได้  การทำผิดเผลอ ย่อมมีเป็นธรรมดา  ไม่เหมือนกับสถานภาพของ พระ  ที่อย่างน้อย ก็ไม่ต้องดิ้นรนเรื่อง ปากท้อง  ถ้าไม่ทะเยอทะยาน โลภ มากเกินไป ก็สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้ดูได้ครับ  แล้วเรื่องการสงเคราะห์โลก ไม่ต้องใช้ปัจจัยหรือครับ  คนเราทุกคน  เว้นพระอริยเจ้า  พระมหาโพธิสัตว์เสียแล้ว  ทุกคนย่อมมีกิเลส  ความอยาก เป็นธรรมดา จะให้ ยกสิ่งที่ตนมีทั้งหมดให้กับสังคมย่อมเป็นไปไม่ได้  แต่ในกรณีที่เป็นพระ ถ้าเราพิจารณาดีๆเงินที่ท่านบริจาคก็ล้วนมาจากญาต ิโยมทั้งสิ้น  ด้วยศรัทธาในพระศาสนา เมื่อท่านได้มา  ท่านก็ให้ต่อ ท่านถึงทำได้ครับ เราพูดกันถึงกรณีที่ทุกคนเป็นปุถุชนนะครับ

ส่วนจริตของผม  ผมชอบพระป่าครับ  แต่ผมไม่อยากให้พวกคุณ ดูหมิ่น พระบ้าน ว่าเป็นผู้ไม่ภาวนา   อย่างที่ผมบอกครับ พื้นฐานของพวกคุณก็ล้วนเริ่มต้นมาจากสิ่งที่ง่ายๆทั้งสิ้น แต่มาวันนี้คุณ  นับ5นับ6แล้ว  แต่กลับบอก1 ไม่ใช่6  นั่น แน่นอน 1ไม่ใช่6  แต่ถ้าไม่มี1จะมี6ไหมครับ?


อันนี้ฝากให้ โจโจ้ โดยเฉพาะ ครับ   คุณบอกว่า ผมไม่ใช่ผู้ภาวนา ผมเป็นหรือไม่เป็น คุณรู้ได้อย่างไรครับ  หน้าตา เราก็ไม่เคยเจอกัน  ลำพังเพียงสิ่งที่ผมเขียนนั่นหรือครับ ที่คุณเอามาประมวลว่า ผมไม่ใช่ผู้ภาวนา  รู้สึกว่าคุณชอบตัดสินคนนะครับ  เหมือน ที่คุณบอกว่า หลวงพ่อปัญญา ไม่ใช่นักภาวนา โดยที่อ่านเพียงแค่กัณฑ์เทศน์ นั่นแหละ  ท่านภาวนาครับ  แต่เพียงว่า ท่านสามารถทำได้ถึงระดับใด  เท่านั้นครับ  พระที่ไม่ได้ปฎิบัติธรรม จะไม่สามารถ อยู่ได้ในผ้ากาสาวพัศได้นานขนาดนี้หรอกครับ  คุณเคยได้ยินคำว่า "ธรรมมะคือหน้าที่ไหมครับ"  พี่สมบูรณ์ เป็นศิษย์หลวงพ่อพุทธทาส  พี่คงสามารถอธิบายให้โจโจ้ฟังได้นะครับ  ใจคุณยึดหมั่นแต่เพียง"รู้"  และคิดว่า "รู้" เท่านั้น คือการภาวนา

ผมอาจไม่ใช่นักภาวนาในสายตาคุณ  ผมอาจเป็นเพียงนักท่องจำ แต่นั่นไม่ได้สำคัญอะไรเลย ครับ

อยากบอกอีกอย่างนะ โจโจ้ ถ้าคุณยังจำ สิ่งที่ผมเคยบอกคุณไปตอนก่อนที่คุณจะหายหน้าไปจากเวบ  จนถึงวันนี้ ผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมนะ   "ที่ทักทายกัน เพราะอยากรู้จัก"  
กิด 10/02/04 09:08:21    ช่อง 11 กรองสถานการณ์
 วันนี้ 3 ทุ่ม 10/02/47  กำลังออกอากาศ
  ท่านปัญญา  และ คณะ กำลังประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชน แบบเดิมๆ คงมีคนไม่เข้าใจ โดนหลอก ทั้งประเทศแน่ๆเลยครับ
   ฟังดูคุณอดิศักดิ์ ไม่รู้เป็นกลางรึเปล่า
พจน์ 10/02/04 09:23:39 วันนี้ดูข่าว มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มคัดค้านเรื่องการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช โดยมีแกนนำกลุ่มอย่างคุณทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว และกลุ่มแกนนำพุทธศาสนิกชนไทย นำโดยคุณเสถียร วิพรมหา ปะทะกันและมีการโจมตีกันซึ่งไม่เป็นผลดีต่อพุทธศาสนาเลยผมว่า ศาสนาพุทธสอนให้คนเรามีสติ สอนให้คนเรารู้จักให้อภัยและมีเมตตาต่อกัน แล้วทำไมคนที่เป็นถึงแกนนำและน่าจะมีวุฒิภาวะ มีสติ กลับทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ออกสู่สายตาชาวโลก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เลยในฐานะที่ผมก็เป็นชาวพุทธคนหนึ่ง  
แช่อิ่ม 10/02/04 09:24:49 โทษนะครับ คุณคนกวน ประเด็นที่สอง ผมไม่ได้เข้าใจผิดหรอก แต่คุณนั่นแหละยังไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรไม่ว่า กัน ลองกลับไปคิดดูดีๆ แล้วกันที่ผมเขียน

ขอให้เจริญในธรรม
แช่อิ่ม 10/02/04 09:32:35 คุณพจน์ครับ ถ้าคนที่มีสติปล่อยให้ คนบางคนเหยียบพระธรรมวินัย ลงแล้ว คนคนนั้นจะเรียกว่ามีสติไหมครับ ส่วนกระบวนการพูดคุยชี้แจง คุณวิษณุเป็นคนเลือกหาทางให้ กลุ่มของคุณทองก้อนต่อสู้แบบนี้เอง เมืองไทยอะไรที่ทำกันเงียบๆ คนไทยไม่ค่อยลุกขึ้นมาสนใจหรอกครับ มันต้องทำให้ดังแต่อยู่ในกฎหมาย
นายโจโจ้ 10/02/04 09:34:12 คุณคนกวนครับ ผมทราบว่าคุณไม่ใช่นักภาวนา เพราะคุณมีความสงสัย และคลายความสงสัยนั้นด้วยการคิดเอาเอง และเชื่อตามแบบที่คุณคิด แม้กระทั่งเห็นของจริงแล้ว ก็ยังเชื่อเพียงเฉพาะความคิด ซึ่งเป็นหลักฐานว่าคุณเข้าไม่ถึงการ "รู้" ซึ่งถ้ายังหลงติดอยู่กับความคิดชนิดแกะไม่ออกอย่างนี้ คุณก็ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติภาวนาอย่างแน่นอนครับ เพราะผู้ภาวนา จะเป็นผู้ที่ไม่หลงติดกับความคิด และเฝ้าวนเวียนแสดงความคิดของตนอย่างที่คุณกระทำมาโดยตลอด จนผมเห็นว่าผมควรเก็บแรงไว้ทำอย่างอื่น จะได้ประโยชน์มากกว่าพยายามอธิบายคุณ เพราะคุณไม่ฟัง ยังเชื่อความคิดตัวเองอยู่ตลอดเวลา

และที่ผมเขียนมาทั้งหมด ผมเขียนสิ่งที่ผมเห็นว่าคุณเป็น เขียนจากสิ่งที่เห็น ไม่ได้เขียนจากความชอบหรือไม่ชอบครับ ยังยินดีจะได้พบกันเช่นเดิมเมื่อมีโอกาสครับ และในวันที่ 7 ก.พ. ที่วัดอโศการาม ผมอยู่นั่นตั้งแต่ 4 ทุ่มวันที่ 6 จนถึงบ่ายโมงวันที่ 7 ถ้าคุณจะสอบถามคนแถวนั้นสักนิด ก็ได้พบกันแล้ว คนแถวนั้นรู้จักผมกันเป็นส่วนใหญ่ครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบูรณ์ คุณกอบ คุณไมค์ คุณโยคาวจร หรือแม้แต่คณะทำงานเอกสารแถวนั้นเกือบทุกท่าน

ผมแทบไม่เคยเข้าไปยุ่งกับงานลักษณะนี้มาก่อนเลย ผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับคณะทำงานของหลวงตาด้วยเหตุว่าต้องการให้พ่อแม่ได้ร่วมทำบุญกับหลวงตาอย่างที่ชี้แจงไว้ตั้งแต่ต้น และโดยส่วนตัว ผมเองก็ไม่นิยมงานใหญ่ที่ต้องต่อสู้กันมากขนาดนี้ เพราะมันเสียเวลาภาวนาไปมาก แต่ถ้าไม่ทำ ไม่รักษาพระศาสนา ไม่ปกปักรักษาพระธรรมวินัย ผมจะพูดว่าผมเคารพพระรัตนไตรได้อย่างไร แม้กระทั่งครูบาอาจารย์ที่ผมเคารพท่านด้วยธรรม ไม่ใช่ด้วยวัยวุฒิ ท่านก็ยังสู้ แล้วผมจะไม่สู้ได้อย่างไร

ถ้าคุณคนกวนไม่คิดจะรักษาพระธรรมวินัย ก็ดำเนินชีวิตไปตามทางของคุณเถิดครับ เพราะเราเดินคนละเส้นทางอย่างชัดเจน และถ้าคุณไม่เห็น ว่านายวิษณุทำลายพระธรรมวินัยอย่างไร ผมก็ไม่มีความสามารถใดๆจะทำให้คุณเห็นได้ นอกจากคุณจะยอมมอง ยอมรับข้อมูลจริงด้วยตัวคุณเอง ซึ่งในการทำแบบนั้น คุณต้องหยุดปักใจกับความคิดตนเอง และหันมาปฏิบัติภาวนาเสียก่อน ซึ่งทำตอนนี้วันนี้ ไม่ทันหรอกครับ เพราะคุณได้มีมโนกรรมจาบจ้วงพระอริยะไว้ไม่น้อย ซึ่งในการที่จะปฏิบัติภาวนาได้นั้น คุณต้องสำนึกผิดและขอขมาท่านเสียก่อน ไม่อย่างนั้น คุณจะภาวนาไม่ได้ผลไปอีกไม่รู้กี่ชาติต่อกี่ชาติ

น้อยครั้งที่ผมจะรู้สึกเหนื่อยในการคุยกับคน แต่ต้องยอมรับ ว่าผมเหนื่อยกับ คุณ ด้วยเหตุว่า เป็นการกระทำที่เสียแรงเปล่า คุณดื้อมาก เชื่อตัวเองมาก อัตตาสูงมาก ซึ่งเป็นผลจากกรรมเก่าและการที่ไปจาบจ้วงผู้บริสุทธิ์แล้ว ให้ความทุกข์หลอมคุณไปอีกสักพัก คุณอาจจะดีขึ้นได้ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ผมเก็บแรงผมไปทุ่มเทสอนคนที่เขาต้องการก้าวหน้าจริงๆจะได้ประโยชน์กับส่วนรวมมากกว่าทุ่มกับคุณเยอะเลยครับ
โยธกา 10/02/04 10:02:51 มาถึงจุดนี้ผมมีความรู้สึกว่า  คนส่วนใหญ่คงยังมีความไม่เข้าใจเรื่องนี้อย่างแท้จริง
ถึงแม้ว่าหลายท่านในที่นี้ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะอธิบายความเป็นจริงทั้งประเด็น
1. การขัดพระวินัย
2. ความไม่ปกติและไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้ง
3. เบื้องหน้าเบื้องหลังที่สลับซับซ้อนของเรื่องนี้  
4. การใส่ความต่างๆ นาๆของคนห่มผ้าเหลืองที่อาศัยอยู่วัดราชาธิวาสหรือแม้กระทั้ง
5. แง่มุมทางกฎหมายที่ไม่ถูกต้องแต่ก็ตะแบงเอาว่าถูก

ผมอยากขอโอกาสจากผู้ที่ยังไม่เข้าใจว่า  ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องนี้กรุณายกอคติส่วนตัววางไว้ก่อนแล้วค่อยๆพิจารณาเหตุผล  เท่าที่ผมสรุปก็จะเห็นมีบุคคลเกี่ยวของกับเรื่องนี้อยู่ไม่มากกล่าวคือ
1 คุณวิษณุ
2 คุณทองก้อน
3 สมเด็จเกี่ยว
4 สมเด็จพระสังฆราช
5 หลวงตามหาบัว

ในความเห็นผมเรื่องที่คุณวิษณุทำเรื่องนี้ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน
1 คุณวิษณุตีความกฎหมายข้อนี้อย่างกำกวม  และท้าทายต่อการตีความเป็นอย่างยิ่งอีกทั้งไม่ให้ความเคารพในพระเกียรติของสมเด็จพระสังฆราช  ที่เป็นรูปธรรมอย่างยิ่งก็คือจนกระทั้งปัจจุบันนี้ยังไม่มีหนังสือเห็นด้วยกับการแต่งตั้งครั้งนี้จากสมเด็จพระสังฆราชผู้ที่คุณวิษณุพยายามจะชี้ให้เห็นว่าไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้  ยกแม้กระทั้งเรื่องของหายมาป่าวประกาศให้สื่อทราบเพื่อจะสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง  แต่ก็เป็นพระสังฆราชองค์เดียวกันที่สามารถลงพระอุโบสถได้ในวันพระใหญ่ (ถ้าไม่แข็งแรงขนาดลงนามเห็นด้วยในประกาศครั้งนี้ได้ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะลงอุโบสถได้)  ถึงขณะนี้ค่อนข้างแน่ใจว่าคุณวิษณุไม่ได้ทำเรื่องนี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ  แต่หากมีเหตุปัจจัยอื่นอันเป็นที่แน่ใจได้ว่าไม่ใช่ความห่วงใยในสมเด็จท่าน  (ถ้าเป็นผม  แล้วมีความบริสุทธิใจจริงผมจะไปกราบสมเด็จท่านเพื่อทูลขอความเห็นทั้งไม่ว่าก่อนหรือหลังเกิดเหตุก็ตามแต่นี่ไม่มี)
ซึ่งเหตุปัจจัยที่ว่านี้เป็นสิ่งที่ผมกำลังพยายามหาคำตอบอยู่ว่าคืออะไร  แต่ที่แน่ๆก็คือผมว่าแกเจตนาไม่บริสุทธิ์
2 คุณทองก้อน ถ้าเป็นคุณผู้ที่กำลังไม่เห็นด้วยกับคุณทองก้อนผมกล้าท้าได้เลยว่าไม่มีใครมีความกล้าหาญในการแสดงความเห็นสวนกระแสอย่างแรงและตรงอย่างที่คุณทองก้อนทำ  กล้ายืดอกเปิดเผยตัวออกมาเผชิญกับอำนาจรัฐครั้งแล้วครั้งเล่า  คุณคิดว่าในทางลึกคุณทองก้อนไม่ถูกตรวจสอบอยู่หรอกหรือ  ครอบครัวญาติพี่น้องไม่เดือดร้อนจากเรื่องนี้หรือ  คุณทองก้อนมีเหตุจูงใจอะไรจึงต้องเอ าตัวออกรับเรื่องนี้  ผมพิจารณาโดยรอบก็ไม่เห็นว่าจะมีเหตุจูงใจอย่างอื่นใดนอกจากอุทิศตัวเพื่อความเป็นธรรม  ซึ่งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกทั้งเรื่องรวมบัญชี  พรบสงฆ์  ซึ่งถ้าพิจารณาอย่างเป็นธรรมก็จะเห็นว่าคุณทองก้อนไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนแม้ครั้งเดียวหากเป็นผู้ออกมาเรียกร้องความไม่ถูกต้องอันจะเป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อชาติและศาสนา  แน่นอนที่สุดคุณทองก้อนย่อมต้องถูกถล่มจากกลุ่มบุคคลที่อยู่ตรงข้ามทุกรูปแบบอย่างไม่ต้องสงสัย  สำหรับผมแม้ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวแต่แกคือผู้มีพระคุณซึ่งผมยอมรับอย่างลงใจ


ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับลัทธิซื้อขายบุญแถวปทุมธานี  คุณทราบหรือไม่ว่าแม้สมเด็จพระสังฆราชท่านจะทรงมีพระลิขิตให้สึกหัวหน้าลัทธิ  แต่มีสมเด็จอีกองค์ทั้งดึงเรื่องทั้งหาเหตุที่จะไม่ทำเช่นนั้น  ซึ่งผลอย่างเป็นรูปธรรมก็คือหัวหน้าลัทธิดังกล่าวก็ยังคงสามารถห่มผ้าเหลืองอยู่ได้และสอนคนด้วยความบิดเบือนพระศาสนาต่อไปอย่างปกติสุขดี

ถ้าคุณมีโอกาสไปโรงพยาบาลอำเภอบ่อยและมากเช่นผมคุณจะไม่มีความสงสัยใดใดทั้งสิ้นต่อองค์หลวงตามหาบัว  เพราะการที่ท่านอนุเคราะห์กับสถานพยาบาลที่ขาดแคลนเหล่านั้นแม้ข้อความสักตัวว่า "บริจาคโดยหลวงตา" ยังไม่มี  แล้วทำเช่นนี้มาก่อนผมเกิด
ท่านพูดเป็นธรรมทั้งสิ้นแต่ก็คงยากเกินไปสำหรับบุคคลจำนวนมากที่แม้แต่ศิลซัก 2-3 ข้อยังรักษาไว้ไม่ได้

เรื่องนี้ผมวิงวอนอย่างยิ่งต่อท่านนายกรัฐมนตรี  โปรดดับไฟที่กำลังโหมพระศาสนานี้ด้วยเทอญ  สาธุชนทั้งหลายโปรดใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบเป็นที่สุด

และโดยส่วนตัวผมอย่างเรียกร้องในที่นี้ว่าถ้าเราต่อต้านประกาศครั้งนี้  ช่วยกันออกความเห็นหรือนัดหารือกันอย่างเป็นทางการได้หรือไม่ว่าเราจะทำอะไรได้บางเพื่อยับยั้งเหตุอันจะเกิดความวิบัติอันใหญ่หลวงที่รออยู่ข้างหน้านี้

ผมคิดว่าถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นมาทำงานร่วมกันแล้วครับ
หรือใครมีความเห็นอันแยบคายอย่างไร
ช่วยกันครับ
ผม
อดิสรณ์  ท่าพริก
adisorn@jfav.co.th
กอบ 10/02/04 10:17:13 อ้างอิง (กิด @ 10 ก.พ. 47 - 21:08)
ช่อง 11 กรองสถานการณ์
  วันนี้ 3 ทุ่ม 10/02/47  กำลังออกอากาศ
   ท่านปัญญา  และ คณะ กำลังประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชน แบบเดิมๆ คงมีคนไม่เข้าใจ โดนหลอก ทั้งประเทศแน่ๆเลยครับ
    ฟังดูคุณอดิศักดิ์ ไม่รู้เป็นกลางรึเปล่า


น้า ๆ ที่บ้านผม เค้าดูรายการนี้อยู่เหมือนกันครับ

มาว่าฝ่ายคุณทองก้อนผิด

ไม่รู้ทำไงเหมือนกัน ขี้เกียจชี้แจงแล้ว

------------------------
อีกอย่างขอยืนยัน ว่าพี่โจโจ้อยู่ที่งานจริง ๆ ตอนกลับบ่ายโมงกว่า ๆ ยังบอกว่า กลับแล้วครับ กอบ
เลย ฮิฮิ
แอบดีใจนิด ๆ ไม่เจอพี่โจโจ้ ตั้งนาน ยังจำผมได้ด้วยครับ
   
สมบูรณ์ ต. 10/02/04 10:23:10 อ้างอิง (คนกวน @ 10 ก.พ. 47 - 20:58)
อันนี้ฝากให้ โจโจ้ โดยเฉพาะ ครับ   คุณบอกว่า ผมไม่ใช่ผู้ภาวนา ผมเป็นหรือไม่เป็น คุณรู้ได้อย่างไรครับ  หน้าตา เราก็ไม่เคยเจอกัน  ลำพังเพียงสิ่งที่ผมเขียนนั่นหรือครับ ที่คุณเอามาประมวลว่า ผมไม่ใช่ผู้ภาวนา

ที่คุณบอกว่า หลวงพ่อปัญญา ไม่ใช่นักภาวนา โดยที่อ่านเพียงแค่กัณฑ์เทศน์ นั่นแหละ  ท่านภาวนาครับ  

อยากบอกอีกอย่างนะ โจโจ้ ถ้าคุณยังจำ สิ่งที่ผมเคยบอกคุณไปตอนก่อนที่คุณจะหายหน้าไปจากเวบ  จนถึงวันนี้ ผมก็ยังรู้สึกเหมือนเดิมนะ   "ที่ทักทายกัน เพราะอยากรู้จัก"
(คนกวน @ 10 ก.พ. 47 - 20:58)


ข้อที่ว่าโจโจ้รู้ได้ไง  คุณคนกวนครับ  ด้วยความเคารพรักและเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอด  คุณคนกวนต้องหันมาปฏิบัติบ้างแล้วจะเข้าใจครับว่าโจโจ้เขารู้ได้ด้วยวิธีอะไร  เขามีเจโตครับ  เขารู้แม้กระทั่งว่าผมปวดหัวตรงไหน  เส้นรุ้งเส้นแวงที่เท่าไร  ตอนที่เขามาสอนผมเดินจงกรม  และอีกหลายเรื่องที่เขารู้ครับ  ผมไม่เคยบอกใครครับ  แต่วันนี้ควรต้องบอกคุณคนกวนในฐานะที่เราเป็นเพื่อนสนิทกันมากกว่าใคร ๆ นะครับ

ข้อนี้ก็เช่นกัน  ผมยืนยันด้วยคนว่าท่านไม่ใช่ครับ  ผมไม่อาจแตะต้องครูบาอาจารย์ที่มีบุญคุณกับผมได้  แต่คงต้องพูดความจริงกันเล็กน้อยครับ

ข้อที่คุณคนกวนยังอยากพบโจโจ้นั้นน่ายินดียิ่งนัก  มาที่บ้านผมก็ได้ครับ  ให้โจโจ้สอนปฏิบัติเลยจะดีกว่า  พอปฏิบัติแล้วจะได้รู้ว่า  มันต่างจากตอนไม่ปฏิบัติดั่งฟ้ากับเหวครับ  แต่ไม่ได้หมายความว่าผมได้อะไรแล้วนะ   เพียงแต่ได้กลิ่นทะเลก็รู้ว่ามีโอโซน  ตอนอยู่ในคลองนึกว่าน้ำทั้งโลกเป็นน้ำจืดนะคุณคนกวน   มาเถิดมาปฏิบัติกัน  ที่บ้านผมยินดีต้อนรับครับ
กิด 10/02/04 10:26:09    ดูกรองสถานการณ์จบ แล้ว
   ทำให้บอกตัวเองว่า  นี่บ้านเมืองเราเป็นอย่างไรกันไปแล้ว
   ทำให้นึกถึง เรื่องคนดีกับคนไม่ดี
       เรื่องมีทำนองว่า สมัยหนึ่งมีคนดี มากกว่าคนไม่ดี บ้านเมืองก็ถูกบริหารด้วยคนดี ที่ช่วยกันปกป้องมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ บ้านเมืองก็ดำรงอยู่เรื่อยมาจนกระทั้ง
    กาลต่อมา คนไม่ดีเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนเหลือคนดีเพียงคนเดียว คนดีพยายามสอนเรื่องความดี แต่ในที่สุด คนไม่ดีต่างบอกว่า คนดีเป็นคนไม่ดีเป็นคนบ้าไปเสียแล้ว ก็ช่วยกันขับไล่คนดีออกไป บ้านเมืองนั้นก็สิ้นคนดี เดือดร้อนวุ่นวาย มากขึ้นๆๆๆ     จบ

     เรื่องแต่งตั้งสมเด็จฯ ถ้าเป็นไปตามนี้   พุทธศาสนิกชนคงแตกเป็นเสี่ยงๆแน่ ผมคนหนึ่งละที่ไม่ยอมแน่  ยอมหัก ยอมแตก ไม่ร่วมสังคกรรมแน่  เฮ้อ คงสมใจต่างชาติ โดยคุณวิษณุแน่  คงต้องปล่อยไปตามกรรม
     ในพระคัมภี ที่ว่า เมื่อพุทธศาสนาจะถึงกาลสิ้นสุด เริ่มจากมีการแยกเป็นนิกายต่างๆ
จนประชาชนไม่อาจทราบได้ว่าอันไหนถูก อันไหนจริง อันไหนปลอม  คนจะมีช่วงอายุสั้นลงเรื่อยๆ เด็กเริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยขึ้นๆ  พิจารณาดู หลายอย่างเริ่มจะเป็นจริง เรื่องไม่น่าจะเป็นไปได้ ก็เป็นไปได้   แต่ในคัมภีก็เล่าว่าจะมีกลุ่มชนหนึ่ง เมื่อโลกเลวร้ายสุดๆ ก็ยังมีใจรักษาศีล ปฏิบัติภาวนา  ทำให้มีอายุยืนนานขึ้น จนถึงสมัยพระศรีอริยเมตไตรย์ จึงจะพ้นทุกข์ได้  
     ผมอยากจะพ้นทุกข์ในสมัยพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี่แหละ ไม่อยากรอถึงสมัยหน้า ไม่ทราบจะมีโอกาสรึเปล่า

     สาธุขอให้คุณวิษณุและพวก จงมีความสุขเทอด ขออย่าได้มีทุกข์ กับบาปกรรมที่กำลังก่อขึ้นเลย    ผมขอยินดีกับความสำเร็จอื่นๆในทางที่เคยทำดีไว้ และขอ วางจิตอุเบกขากับเรื่องแต่งตั้งสมเด็จฯ การจาบจ้วงพระที่ท่านปฏิบัติดี การให้ร้ายบุคคลที่มีธรรม อันเป็นการทำบาปกรรมอันรุนแรงขึ้นนี้  ด้วยเทอญ
                                    ขอกราบสมเด็จพระสังฆราช ขอจงพ้นภัยด้วยเทอญ
สมบูรณ์ ต. 10/02/04 10:47:20
           อย่างที่คุณกิดพูดมานั้นถูกต้องครับ  ตอนเริ่มรายการกรองสถานการณ์ช่อง 11 ผมทำใจเป็นกลาง  เพื่อไม่ให้เอนเอียงน้ำหนักไปฝ่ายใด  แต่ทำใจไม่ได้เลยครับ  ที่คุณตำรวจท่านนั้น พลตำรวจโท อุดม เจริญ บอกว่า  ที่พระป่ามาชุมนุมกันที่วัดอโศการามนั้น  มากันไม่เกิน 1 พันรูปเท่านั้น  แต่ทำไมบอกว่ามาเป็น 1 หมื่นหรือ 1 หมื่น 5 พันรูป    ผมฟังมาถึงตรงนี้  ผมต้องรีบเข้าห้องน้ำครับ  เข้าไปอาเจียรครับ  เพราะผมก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย  ผมวิ่งขึ้นไปชั้น 3 ของพระวิหาร  พระนั่งเบียดกันเต็มไม่มีทางจะเดินฝ่าเข้าไปได้   ลงมาชั้น 2 ก็เต็ม   ลงมาชั้นล่างก็เต็ม  ออกมานอกวิหาร  คุณปอบอกให้ผมนั่งข้างนอกวิหารตรงติดกับชั้นล่าง   ผมกำลังจะนั่ง  พระบางรูปที่ล้นออกมาจากวิหารขอนั่งไปหมดพื้นที่  ผมเลยไม่นั่งครับ  เฉพาะวิหารขนาดใหญ่มากขนาดนั้น  3 ชั้นกับข้างนอกอีกขนาดนั้น  ผมว่าเกิน 1 หมื่นอยู่แล้ว  ข้อนี้ข้อเดียวก็อาเจียรไม่หยุดแล้วครับ  
Nonsense 10/02/04 11:01:15              
ไชยบูลย์ ณ จ๊ะ 10/02/04 11:36:28 เมื่อสักครู่ใหญ่ๆ  ดูรายการกรองสถานะการณ์เสร็จแล้ว  ต้องรีบหาน้ำมาล้างหน้าล้างตาล้างหู  กลัวสิ่งที่ได้รับรู้  ได้ยิน ได้ฟังติดต่อไปยังคนอึ่นๆเหมึอนเชื้อหวัดนก  ไม่น่าเชื่อเลยว่า ฐานะอย่างท่านเหล่านั้นไม่น่าจะมาพูดโกหกต่อสาธารณชนทั้งประเทศได้ นึกสงสารท่านเหล่านั้นจริงๆ  อุตส่าห์สร้างบารมีมาตั้งนาน  มาเสียคน(พระ) เพียงเพราะเอาใจฝักใฝ่แก้เกี้ยวให้คนผิด  น่าสงสารจริงๆนะ  
ตอนนี้พยายามมองในแง่ดีว่า  ท่านเหล่านั้นคงเห็นว่า  บ้านเมืองกำลังเผชิญกับสถานะการณ์เลวร้ายมากมาย  จึงหาวิธีคลายเครียดให้ประชาชน  ด้วยการแสดงจำอวดออกทีวี
tung+ 11/02/04 12:23:09 ขอลงชื่อสนับสนุนคุณทองก้อน และหลวงตาได้ที่ไหนครับ

ธีรนันท์ 11/02/04 12:48:14 ลงชื่อได้ที่นี่ครับคุณ tung+

http://www.luangta.com/info/news_text.php?cginews_id=125
No comment 11/02/04 04:15:13 หน้าแรกผู้จัดการ Online http://www.manager.co.th/politics/PoliticsView.asp?NewsID=4784662758707
ข่าวปนคน คนปนข่าว
วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547

3 ข้อผิดพลาดของ'วิษณุ เครืองาม' กรณีแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
โดย เซี่ยงเส้าหลง

     •• บุคลากรในวงการกฎหมายต่างสงสัยกันว่า วิษณุ เครืองาม ที่ถือกันว่าเป็น นักกฎหมายระดับปรมาจารย์ เหตุไฉนจึงมา พลาด ง่าย ๆ ในกรณี แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เมื่อ วันที่ 14 มกราคม 2547 และยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่งยิ่งผูกมัดรัดตัวเป็น ลิงแก้แห เรื่องจะไม่เป็นปัญหาเลยแม้แต่น้อยหากนำความเข้า กราบทูลสมเด็จพระสังฆราช – ให้พระองค์ทรงทราบและเห็นชอบ โดยให้พระองค์ แสดงเจตนา (ไม่ว่าจะโดยวิธี ลงพระนาม หรือ วิธีอื่น) ใน พระบัญชา ไม่ใช่ออกเป็น ประกาศของภาครัฐ โดยอ้าง มติ ของ มหาเถรสมาคม ป่วยการมาอ้างเหตุผลเรื่อง พระอาการประชวร ให้เหม็นขี้ฟันเพราะนอกจากในประกาศฉบับปัญหาจะระบุไว้อย่าง กำกวม (จนเข้าลักษณะ ขัดแย้ง ต่อ มาตรา 10 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2535) ในลักษณะที่ ยอมรับว่าพระองค์ยังทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ – แต่เนื่องจากมีพระภารกิจมากเกรงจะกระทบพระพลานามัย เมื่อไม่นานมานี้ ลิง(แก้แห) ยังแก้ปัญหาด้วยการนำเอกสารให้สมเด็จพระสังฆราช ลงพระนามเห็นชอบ ก็ยิ่งยืนยันถึง ความผิดพลาด และอาจจะถึง ความเหิมเกริม ที่ใช้ อำนาจรัฐ ของ ฝ่ายอาณาจักร สวมเสื้อคลุม มติมหาเถรสมาคม เข้าไปล่วงล้ำ ฝ่ายศาสนจักร หากพิจารณามติของ พระวัดป่า ที่ประชุมออกแถลงการณ์เมื่อ วันที่ 28 มกราคม 2547 ไม่ใช่ คัดค้านในทุกกรณี หากแต่ถ้า วิษณุ เครืองาม ทำให้ถูกต้องเสียตั้งแต่ต้นหรือยกเลิกความผิดที่ทำไว้แล้วกลับมาทำใหม่ให้ถูกต้องคือ “...นำเรื่องการแต่งตั้งดังกล่าวเข้าเฝ้า เพื่อให้พระองค์ทรงทราบ และให้ความเห็นชอบเสียก่อน.” ก็จะ ไม่มีปัญหา แม้แต่น้อย
     
      •• เอาละ – มาดู ความผิดพลาด ของ วิษณุ เครืองาม ในช่วงก่อนที่จะสวมบท ลิงแก้แห กันดีกว่าว่ารวม ๆ แล้วมีอย่างน้อยที่สุด 3 ครั้ง ด้วยกันและมีโอกาสที่จะมี ครั้งที่ 4 ขึ้นในอนาคตอีก
     
      •• เริ่มต้นจาก ความผิดพลาดที่ 1 เป็นประเด็นที่ “เซี่ยงเส้าหลง” เคยชี้ให้เห็นหลายครั้งแล้วว่า มาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ .ศ. 2535 ว่าด้วย การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วรรคแรกของมาตรานี้ขึ้นต้นด้วยประโยคที่ว่า “...ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช.” โดยสามัญสำนึกของคนที่แม้จะไม่เคยเรียนทางกฎหมายมาก่อนก็ต้องเข้าใจว่าหมายถึง สิ้นพระชนม์ ในขณะนี้จึงจะถือว่า ไม่มี ไม่ได้ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชยังทรง มีอยู่, ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ จึงจะไปปฏิบัติตามวรรค 2 ในทันทีที่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของ มหาเถรสมาคม แต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะที่มี อาวุโสทางสมณศักดิ์ ขึ้นเป็น ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน หาได้ไม่เพราะจะต้องไปปฏิบัติตามวรรค 3 และวรรค 4 ที่ว่า “...ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ สมเด็จพระสังฆราชจะทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน.” และ “...ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชมิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชคณะซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชได้ ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม.” กรณีจะเห็นได้ว่า ไม่เข้าหลักเกณฑ์ ในวรรค 3 จึงไม่มีเหตุผลที่จะไปปฏิบัติตามวรรค 4 เพราะสมเด็จพระสังฆราชทั้ง ทรงประทับอยู่ในประเทศไทย และแม้จะ ทรงประชวร แต่ก็ยัง ทรงปฏิบัติศาสนกิจได้ เรื่องนี้ในประกาศฉบับปัญหาเองที่ลงนามโดย วิษณุ เครืองาม เองก็ กล่าวรับรอง ถึงพระอาการไว้ดังนี้ “...ตามที่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการประชวรหลายระบบ และเสด็จเข้าประทับรักษาพระองค์ ณ ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ต้นปี 2545 นั้น คณะแพทย์ได้ถวายการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องมาตลอด จนพระอาการบางระบบดีขึ้น สามารถเสด็จออกจากโรงพยาบาลไปทรงปฏิบัติศาสนกิจได้เป็นครั้งคราว แต่...” โปรดสังเกตตรงคำว่า ทรงปฏิบัติศาสนกิจได้เป็นครั้งคราว นั้น ไม่เข้าด้วยเงื่อนไข ในวรรค 3 ที่ว่า “...ไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้.” ได้เลย สรุป ประกาศปัญหาฉบับวันที่ 14 มกราคม 2547 ไม่เข้าด้วยเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ตาม มาตรา 10 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ไม่ว่า วรรคแรก หรือ วรรคสาม จึงไม่เป็นเหตุที่จะปฏิบัติตาม วรรคสอง หรือ วรรคสี่ ได้
     
      •• โปรดสังเกตความพยายามที่จะ แก้ไข, เยียวยา ความผิดพลาดที่ 1 โดยพากัน วิ่งพล่าน ชนิด ฝุ่นตลบ ไปที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (เหมือนที่ได้วิ่งไปแล้วหลายครั้ งในรอบ 2 ปีมานี้) ให้ออก แถลงการณ์ มา รองรับความชอบธรรม จนปรากฏออกมาเป็นเอกสารชื่อ สรุปรายงานพระอาการประชวรของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก มาแจกจ่ายที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ วันที่ 27 มกราคม 2547 ในนามของ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แม้จะดูเหมือน มีน้ำหนักมากขึ้น แต่ก็ยังคงไม่อาจพิจารณาได้ว่า เข้าเงื่อนไข-หลักเกณฑ์ ของ มาตรา 10 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 แต่ประการใด
     
      •• ประการหนึ่งเมื่อ กระทำผิดไปแล้ว จะมาแสวงหา เหตุผลรับรอง เพื่อแปรเปลี่ยน ผิดเป็นถูก เห็นจะ ไม่ถูกต้อง ทางแก้ไขคือ ยกเลิกการกระทำที่ผิดไปแล้วเสียก่อน เท่านั้น
     
      •• อีกประการหนึ่ง แถลงการณ์ของโรงพยาบาล หาใช่ ใบรับรองแพทย์ ที่จะนำไปใช้เป็นหลักฐานได้ตาม กฎหมาย เรื่องนี้คงต้องพูดความจริงกันว่า ไม่มีแพทย์คนใดยินยอมออกใบรับรองตามกฎหมายให้ เพราะอ่อนน้อมถ่อมตนว่าล้วนเป็นผู้ที่ ไม่รู้ เนื่องจากมีภูมิธรรม ต่ำกว่าสมเด็จพระสังฆราช ไม่อาจตัดสินพระอาการของพระผู้มีภูมิธรรมสูงกว่าได้แต่เพียง สายตา, หลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วไป เท่านั้น
     
      •• ดังนั้น แถลงการณ์ของโรงพยาบาล จึงระบุไว้แต่เพียงอย่างกว้าง ๆ ว่า “...คณะแพทย์มีความเห็นว่าเนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระชนมายุถึง 90 พรรษา ประกอบกับมีพระอาการประชวรหลายโรค การที่สมเด็จพระสังฆราชทรงได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่และไม่สมควรจะทรงงานหนักร่วมกับการได้รับการถวายการรักษาจากคณะแพทย์ในโรงพยาบาล น่าจะส่งผลดีต่อพระอาการประชวรของพระองค์.” ยังห่างไกลกับเงื่อนไข “...ไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้.” ของ มาตรา 10 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 หลายโยชน์ “เซี่ยงเส้าหลง” เห็นว่านี่คือ ความผิดพลาดที่ 2 ที่ไม่ว่าขึ้นศาลไหนก็จะเป็น พยานหลักฐาน ใช้ยืนยันปรักปรำ ความผิดพลาดที่ 1 ของ วิษณุ เครืองาม โดยแท้
     
      •• เท่านั้นยังไม่พอยังมี ความผิดพลาดที่ 3 เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับที่ พระวัดป่า มีแถลงการณ์ออกมา วิษณุ เครืองาม ยืนยันเมื่อ วันที่ 29 มกราคม 2547 ว่า “...สมเด็จพระสังฆราชทรงรับทราบประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์แล้ว โดยพระเจ้าคุณเลขาฯเป็นผู้อ่านถวายให้ฟัง ซึ่งท่านพยักหน้ารับทราบ และพยายามลงพระนามเพื่อรับทราบ แต่ไม่สามารถจรดปากกาลงพระนามได้ เพราะเขียนได้แค่ส.เสือกับด.เด็ก แล้วก็เขียนต่อไปไม่ได้.” เรื่องนี้ชวนให้คิดว่าผู้กระทำการ ใจร้ายมาก ด้านหนึ่งพยายามทำให้เห็นว่าสมเด็จพระสังฆราช ทรงเห็นชอบ – ไม่ทรงคัดค้าน เพื่อให้เสมือนว่าจะเป็นไปตามกฎหมายคณะสงฆ์ มาตรา 10 วรรคสาม แต่อีกด้านหนึ่งที่พูดเรื่อง ไม่สามารถจรดปากกาลงพระนามได้ ก็เพื่อจะบอกในทำนองว่าขณะนี้พระองค์ “...ไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้.” เรียกว่า เอาประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง (ไม่ต่างกับที่ หลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ท่านเทศนาว่า สมเด็จพระสังฆราชถูกรุมกินโต๊ะ) ด้านหนึ่งบอกว่า พระอาการปกติ อีกด้านหนึ่งบอกว่า พระอาการไม่ปกติ เพื่อใช้เป็นเหตุผล รองรับความผิดพลาด จากคนละมุม
     
      •• ในส่วนของ ความผิดพลาดที่ 3 นี้ถ้าแยกพูดเฉพาะด้านที่มุ่งแสดงว่าสมเด็จพระสังฆราช พระอาการปกติ การที่สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับทราบ (ไม่ว่าจะโดย พยักหน้า หรือ ลงพระนาม) ก็ไม่ได้แปลว่าพระองค์ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตาม มาตรา 10 วรรคสาม เพราะความในมาตราดังกล่าวจะต้อง เป็นไปตามพระอัธยาศัย – ไม่ต้องด้วยบังคับอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ตาม มาตรา 10 วรรคสอง แต่ประการใด
     
      •• การประกาศออกไปล่วงหน้าเพื่อ อาศัยกฏเกณฑ์อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ (ตาม มาตรา 10 วรรคสอง) แล้วนำไปอ่านให้สมเด็จพระสังฆราชฟังเพื่อ ทรงรับทราบ ไม่ต่างกับ มัดมือชก แล้วยังนำพระอาการ พยักหน้า มา อ้างอิง ทั้ง ๆ ที่ได้ ปิดช่องทาง ที่พระองค์อาจจะตั้งสมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่งก็ได้ ตามพระอัธยาศัย (ตาม มาตรา 10 วรรคสาม) ไปแล้ว
     
      •• ที่พูดมาหลายครั้งนี้ไม่ใช่ “เซี่ยงเส้าหลง” ไม่เห็น จุดอ่อน ของ สมเด็จพระญาณสังวรพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก โดยเฉพาะ คณะผู้แวดล้อม และไม่ได้ยืนยันแข็งขันว่า พระพลานามัยสมบูรณ์เหมือนเมื่อ 10 – 20 ปีก่อน ตรงกันข้ามกลับเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะต้อง ขจัดจุดอ่อน แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการ รวบรัด, มัดมือชก ชนิด ขัดกฎหมาย เมื่อมีผู้ท้วงติงด้วยบริสุทธิ์ก็แก้ไขให้ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยเฉพาะหันมา เล่นกับกระแส โดยไม่เกรงอนันตริยกรรม
     
      •• จนถึงวันนี้ไม่ว่าใน ประกาศฉบับวันที่ 14 มกราคม 2547 ที่เป็น ต้นเหตุ หรือการพยายามแก้ไขครั้งต่อ ๆ มาคือ แถลงการณ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 27 มกราคม 2547 และคำกล่าวอ้าง สมเด็จพระสังฆราชทรงรับทราบ 29 มกราคม 2547 ล้วนเป็น หลักฐาน ที่ยืนยันว่าพระองค์ ยังทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ (แม้อาจจะ ไม่สมบูรณ์) เมื่อเคารพสักการะพระองค์ไม่ประสงค์จะให้ ทรงงานหนักเกินไป ก็ต้อง หาท างออกตามกฎหมาย อย่าง เคร่งครัด คือ มาตรา 10 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ไม่ใช่ รวบรัด, มัดมือชก ตาม มาตรา 10 วรรคสอง กฎหมายฉบับเดียวกัน
     
      •• ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า มาตรา 10 วรรคสาม บัญญัติไว้ว่า “...ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ สมเด็จพระสังฆราชจะทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน.” ขอเน้นตรง สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่ง ที่หมายความว่าเป็นไปตาม พระอัธยาศัย นั่นเอง
     
      •• เหตุผลที่ไม่ใช้ ทางออก ตาม มาตรา 10 วรรคสาม นั้นใช่หรือไม่ว่าไม่ต้องการให้ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็น สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่ง จึงรวบรัดไปหา มาตรา 10 วรรคสอง (หรือ มาตรา 10 วรรคสี่) ที่แก้ไขใหม่เมื่อ ปี 2535 ให้เป็น อำนาจ ของ มหาเถรสมาคม ที่จะต้องแต่งตั้ง สมเด็จพระราชคณะรูปหนึ่งผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์รองลงมา เพื่อให้ลงล็อกที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) โดย ไม่มีทางผิดพลาดเป็นอื่น เรื่องนี้ “เซี่ยงเส้าหลง” ไม่สนใจเท่ากับว่านี่เป็นเรื่องของ สถาบัน ที่เป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ จะต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะจะเป็น ตัวอย่าง ไปสู่เหตุการณ์ในอนาคตได้
     
      •• คนไทยทั้งหลายไม่ต้องเชื่อ หลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ยิ่งไม่ต้องเชื่อ ทองก้อน วงศ์สมุทร ขอให้ยึดหลัก กาลามสูตร แล้วถามใจตัวท่านเองว่าจะ ยินยอม ได้หรือไม่ที่การปฏิบัติต่อ สถาบันหลักของชาติ โดย ขาดความเคร่งครัดต่อกฎหมายชนิดปราศจากข้อสงสัย ใช้วิจารณญาณให้ดี
     
      •• มิพักต้องกล่าวว่า วิธีปฏิบัติ ที่ ขาดความเคร่งครัดต่อกฎหมายชนิดปราศจากข้อสงสัย มองจากอีกมุมหนึ่งไปต่างไปจาก การยึดอำนาจ หรือ Coup d’Etat เลย
     
      •• ถ้าใช้วิจารณญาณดีแล้ว ยินยอม หรือ วางเฉย เพราะคิดเพราะเชื่อว่า ธุระไม่ใช่, ชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์ ประกาศปัญหาฉบับวันที่ 14 มกราคม 2547 ก็จะเป็น เอกสารประวัติศาสตร์ ที่ได้สร้าง ประเพณีปฏิบัติ เกี่ยวกับ สถาบันหลักของชาติ ขึ้นมาใหม่ “เซี่ยงเส้าหลง” ขอใช้ภาษาอีกอย่างหนึ่งว่า ประกาศ 14 มกราคม 2547 ได้สถาปนาประเพณีปฏิบัติอย่างใหม่ต่อสถาบันหลักของชาติที่จะเป็นตัวอย่างอ้างอิงต่อไปในอนาคตขึ้นมาในราชอาณาจักรไทยแล้ว โปรดใช้วิจารณญาณซ้ำอีกครั้ง
     
      •• ยังมีแนวโน้มที่ต้องจับต าว่าจะเกิด ความผิดพลาดที่ 4 ขึ้นในอนาคตหรือไม่อีกแต่ขอยังไม่กล่าวถึง ณ ที่นี้เนื่องจากข้อความใน 3 ย่อหน้าก่อนหน้านี้ถือเป็น ประเด็นหลัก ที่ต้องการนำเสนอแล้ว
     
     
      มาตรา 10 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
     
      ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ให้สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
      ถ้าสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่เหลืออยู่ เลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่งผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์รองลงมาตามลำดับและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
      ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้สมเด็จพระสังฆราชจะได้ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน
      ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชมิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้ ให้นำความวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
      ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชตามมาตรานี้ในราชกิจจานุเบกษา
ตะวันรุ่ง 11/02/04 04:35:23 ขอแสดงความนับถือผู้ปฏิบัติธรรมทุกท่าน
แต่ขอสังเกตนิดหนึ่ง จากหัวข้อนี้ที่นี่และกระทู้ในผู้จัดการ รู้สึกว่าคุณโจโจ้ ร้อนไวมาก
**มีอยู่ท่านหนึ่งบอกว่า ได้เจโตด้วย ผมเพิ่ม ว่าได้เตโช อีกอย่างหนึ่ง **
นายโจโจ้ 11/02/04 07:36:40 คุณตะวันรุ่งครับ คุณรู้จักเตโชกสิณดีแล้วหรือครับ?

และเป็นวาจาเสียดสี หรือการพยากรณ์ครับ?
No comment 11/02/04 08:15:13 แนวหน้า  วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547
http://www.naewna.com/


ตลบหลังทองก้อน แฉจ้างหัวละ300
ม็อบฝ่ายวิษณุโผล่ โดดป่วนพิธีบั่นคอ

ม็อบฝ่ายต้าน"วิษณุ"เจอม็อบเชียร์ตลบหลังหวิดจลาจลหน้าทำเนียบ "ทองก้อน"อ้างนายกฯ-หลวง ตามหาบัวขอร้องเลิกทำพิธีบั่นคอรองนายกฯ ด้านอดีตศิษย์ซัด"ทองก้อน"อมเงินผ้าป่าพร้อมโร่ แจ้งความจับข้อหาทำให้สังคมแตกแยก แฉที่แท้จ้างหัวละ 300 บาท มาประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาล
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม คือ กลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย ที่คัดค้านการยื่นถอดถอน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นำโดย นายเสถียร วิพรมหา นักวิชาการประจำมหามกุฏราชวิทยาลัย กับกลุ่มของนายทองก้อน วงศ์สมุทร ศิษย์เอกของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ที่นำ ชาวบ้านจากภาคอีสานกว่า 1,000 คน เดินทางมาโดยรถบัสทั้งหมด 14 คัน มาปักหลักชุมนุมหน้า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อยื่นหนังสือมติสังฆสามัคคีจากพระสงฆ์ 10,359 รูป คัดค้านคำสั่งแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช โดยทั้งสองฝ่ายเปิดปราศรัย โจมตีกันอย่างรุนแรง ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 150 นาย ที่คอยควบคุมสถานการณ์

ต่อมานายทองก้อนเปิดเทปบันทึกเสียงที่อ้างว่า บันทึกจากพิธีสวดนิคหกรรมคว่ำบาตรนายวิษ ณุของคณะสงฆ์ 10,359 รูป ที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ จากนั้นได้นำหุ่นคล้ายๆ นายวิษณุ ที่ อยู่ในลักษณะนั่งพนมมือ ถือดอกไม้ธูปเทียน ถูกมัดด้วยสายสิญจน์ทั้งมือและเท้า เตรียมทำพิธีตัดคอ หุ่นดังกล่าว ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนนายวิษณุเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งกลุ่มนายทองก้อน
จนกระทั่งเวลา 12.00 น. พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รับมอบ หมายจากนายกฯให้เป็นตัวแทนออกมารับเอกสาร ประกอบด้วยมติคณะสงฆ์ไทยและรายชื่อประชา ชนที่ต้องการถอดถอนนายวิษณุ จำนวน 145,149 รายชื่อ นายทองก้อนจึงยอมยุติไม่ทำพิธีตัดคอหุ่น ดังกล่าวโดยอ้างว่า ได้รับการขอร้องจากหลวงตามหาบัวและนายกฯ

นายทองก้อน กล่าวว่า จะรอดูว่านายกฯจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ในวันที่ 18 กุมภา พันธ์ จะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้ยกเลิกคำสั่งของนายวิษณุ ส่วนกรณีที่ตนเรียกร้องให้นำหลักฐาน ของคณะแพทย์มาแสดงต่อสาธาร ณชนนั้น นายวิษณุไม่กล้า แต่ตนมีรายงานลับจากโรงพยาบาลตลอด ว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระสุขภาพสมกับอัตภาพของพระองค์ ไม่ได้เป็นร้อยโรคพันโรคอย่าง ที่นายวิษณุกล่าวอ้าง

ด้านนายเสถียร กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้หลวงตามหาบัวบอกให้นายทองก้อนยุติความ เคลื่อนไหวที่สร้างความแตกแยกในหมู่ชาวพุทธ และตนได้ไปแจ้งความจับนายทองก้อนแล้วที่ สน.ดุ สิต ข้อหาก่อความวุ่นวายในสังคม เพราะที่ผ่านมานายทองก้อนปลุกระดมชาวบ้านภาคอีสานที่ไม่รู้ เรื่องมาประท้วง และให้อามิสสินจ้างชาวบ้านและพระที่มาร่วมประท้วง
"ผมคิดว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มนายทองก้อนมีเบื้องหน้าเบื้องหลังจึงอยากเรียกร้องให้ ปปง.และป.ป.ช.ตรวจสอบทรัพย์สินของกลุ่มนายทองก้อน เพราะหลังจากเข้าไปเกี่ยวข้องกับผ้า ป่าช่วยชาติแล้ว พบว่า บางคนมีรถคันละหลายล้านบาท" นายเสถียรกล่าว

เช่นเดียวกับ นางสุวรรณี ตราทองคำ อดีตลูกศิษย์หลวงตามหาบัว เปิดเผยว่า เคยเป็น ลูกศิษย์ของหลวงตามากว่า 40 ปี แต่นับแต่กลุ่มนายทองก้อนเข้ามา ลูกศิษย์เก่าๆ พากันหายหน้า หายตาไป อีกทั้งยังเคยเห็นมากับตาเวลาที่กลุ่มนายทองก้อนเก็บเงินผ้าป่าช่วยชาติใส่ถุงปุ๋ย มีบาง ส่วนตกหล่นแต่ไม่มีใครทราบว่าหายไปไหน เพราะเงินบริจาคไม่มีการตรวจนับหรือแจ้งยอดต่อสา ธารณะเงินจึงค่อยๆ หายไประหว่างทาง และน่าสังเกตว่าการล่าชื่อถอดถอนนายวิษณุนั้น มีการบัง คับให้เด็ก 5 ขวบมาลงชื่อ แถมยังให้ลงชื่อแทนกันได้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามผู้ที่มาชุมนุมกับนายทองก้อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ปรากฏว่า หลายคนไม่เข้าใจเรื่องการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช แต่ได้รับเงินคนละ 300 บาท และได้มาเที่ยวกรุงเทพฯด้วย  
ake 11/02/04 08:20:48 ถ้าคุณตะวันรุ่ง  คุณคนกวนรู้จักกลุ่มผู้ปฏิบัติจริงๆในนี้แบบจริงๆ
แล้วจะหนาวถึงจิตถึงใจ
แขวะเข้าไป....รับไปเต็มๆ :)

ผมมั่นใจว่าแค่ศีลคนกลุ่มนี้ก็สูงกว่าพวกที่ออกTV ช่อง 11 เมื่อคืนเป็นไหนๆ

ปล. เมื่อคืนรู้สึกแย่มากๆ ที่ดู นายปัญญานันทะฯกล่าว ใจความว่า
"หลวงตาบัว ตาบอด หูบอด ใจบอด" มั่นใจว่าหลายคนคงได้ยินประโยคนี้
...รับไปเต็มๆ  เหมือนกัน
 
พัลวัน 11/02/04 08:58:57 ในขณะนี้ กระบวนการ "ฮุบ" ศาสนา ได้เริ่มลงมือ ไปฎิบัติการ" ทุกอย่างด้วยความรวดเร็ว ได้มีการดำเนินการให้มีการจัดตั้งผู้ดูแลศาสนสมบัติขึ้นใหม่ ทั้งๆที่ก็มีหน่วยงานเดิมทำงานอยู่แล้ว เหตุที่ต้องขึ้นมาใหม่ เข้าใจว่า คงไม่ได้หมายความเฉพาะศาสนสมบัติเดิม แต่ต้องหมายถึงเรื่อง "เงินๆทองๆ" ที่เมื่อก่อนนี้เป็นเรื่องของวัด และกรรมการวัด คงจะให้อยู่ในลักษณะ "เอามารวมเป็นกองกลางที่ส่วนกลาง" ทั้งหมด เป็นแน่ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว จะรีบร้อนทำ และตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาทำไม

ตรงนี้เป็นการสืบสานต่อจาก ความพยายามที่จะผลัก พรบ.สงฆ์ฉบับหนังตะลุง และเมื่อทำไม่สำเร็จ ก็มาเลือกใช้วิธีนี้แทน เพราะในขณะนี้ ถือว่าตนเองและพวก สามารถกุมมติของมส.ได้ทั้งหมดแล้ว

ต่อไปก็คงจะมีอะไรๆออกมาอีก ให้จับตาดูไว้ ในตอนนี้เขาเองก็รู้ว่า เวลามีเหลือน้อยลงแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องทำช้าๆเพื่อรักษาภาพพจน์อีกต่อไป ต้องรีบลงมือทำให้เร็วที่สุด

อีกหน่อย ใครบริจาคให้หลวงตาบัว ใครบริจาคให้ผ้าป่าช่วยชาติ ก็จะกลายเป็นว่า หลวงตาบัวไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แต่จะเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ ที่ มส.มีมติเมื่อวานนี้ จะเป็นคนตัดสินใจเองว่า จะเอาเงินทองไปใช้ทำอะไรดี

เห็นร่างเงาของ พรบ.สงฆ์ ฉบับหนังตะลุงแล้วหรือยัง?
พัลวัน 11/02/04 09:02:47 อ้างอิง (กิด @ 10 ก.พ. 47 - 21:08)
ช่อง 11 กรองสถานการณ์
 วันนี้ 3 ทุ่ม 10/02/47  กำลังออกอากาศ
  ท่านปัญญา  และ คณะ กำลังประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชน แบบเดิมๆ คงมีคนไม่เข้าใจ โดนหลอก ทั้งประเทศแน่ๆเลยครับ
   ฟังดูคุณอดิศักดิ์ ไม่รู้เป็นกลางรึเปล่า
(กิด @ 10 ก.พ. 47 - 21:08)


"ท่านรองฯ" วิษณุ เขาคุมกรมประชาสัมพันธ์และช่อง 11 ครับ

รายการนี้ "นายสั่งมา" ครับ
พัลวัน 11/02/04 09:22:49 อ้างอิง (No comment @ 11 ก.พ. 47 - 08:15)
เช่นเดียวกับ นางสุวรรณี ตราทองคำ อดีตลูกศิษย์หลวงตามหาบัว เปิดเผยว่า เคยเป็น ลูกศิษย์ของหลวงตามากว่า 40 ปี แต่นับแต่กลุ่มนายทองก้อนเข้ามา ลูกศิษย์เก่าๆ พากันหายหน้า หายตาไป อีกทั้งยังเคยเห็นมากับตาเวลาที่กลุ่มนายทองก้อนเก็บเงินผ้าป่าช่วยชาติใส่ถุงปุ๋ย มีบาง ส่วนตกหล่นแต่ไม่มีใครทราบว่าหายไปไหน เพราะเงินบริจาคไม่มีการตรวจนับหรือแจ้งยอดต่อสา ธารณะเงินจึงค่อยๆ หายไประหว่างทาง และน่าสังเกตว่าการล่าชื่อถอดถอนนายวิษณุนั้น มีการบัง คับให้เด็ก 5 ขวบมาลงชื่อ แถมยังให้ลงชื่อแทนกันได้ด้วย

(No comment @ 11 ก.พ. 47 - 08:15)


ได้ฟังรายการวิทยุเมื่อคืนนี้ ทราบว่า

1. นางสุวรรณี ตราทองคำ ไม่ได้เป็น "อดีตลูกศิษย์หลวงตามหาบัว" แต่เคยไปกราบหลวงตาที่วัด 2 ครั้ง ในช่วง 40 ปี มานี้ โดยไปกับคณะทัวบุญ

2. สิ่งที่นางสุวรรณีออกมาพูด เจ้าตัวเองก็บอกว่า "ไม่ได้เห็นด้วยตนเอง แต่เพื่อนเขาเล่าให้ฟัง"

หากไม่เชื่อ ก็ไปถามคุณอัญชลี จากสถานี อสมท. 96.5 ในรายการ ประมาณ 3 ทุ่ม ก็แล้วกันครับ (รายการอะไรไม่รู้ จำชื่อไม่ได้)

พอจะเห็นๆอะไรกับข่าวที่เขียนออกไปมั้ยครับ
นายโจโจ้ 11/02/04 09:28:17 คนที่มีถูกโจรบุกเผาบ้านแล้วไม่รู้สึกเดือดร้อน ก็มีคุณปฏิบัติธรรม และคุณตะวันรุ่งนี่เอง แทนที่จะให้ความสำคัญกับการจัดการกับโจร ดันมามัวให้ความสำคัญกับคนที่เดือดร้อน พยายามบอกทุกคนให้ช่วยกัน เพราะบ้านของทุกคนกำลังถูกโจรบุกปล้น คนแบบนี้ แถวบ้านผมเขาเรียกว่า มือไม่พายเอาเท้าราน้ำครับ

คุณพี่พัลวันครับ

ชักคึกคักขึ้นไปทุกทีแล้วครับ รอให้พวกมหาโจรปล้นศาสนาพวกนี้เปิดตัวมาให้หมดก่อน จะได้รู้กันจริงๆ ว่าต่อไปที่เคยเรียกว่าวัด จะต้องเปลี่ยนไปเรียกว่าอะไร

ผมเคยมองนายอุดม ดีกว่านี้มาก แต่หลังจากเมื่อคืนนี้ผ่านไป ชัดเจนเลย นี่แหละ หนึ่งในตัวการใหญ่ ไม่ใช่แค่ความเห็นผิดแล้วครับ

ให้ทุกท่านสังเกตดูใบหน้าของนายวิษณุทางโทรทัศน์ให้ดี ว่าเห็นอะไรหรือเปล่า...
กำลังฟุ้ง 11/02/04 09:29:33 ยิ่งเขาแสดงออกเช่นนี้เท่าไรแสดงว่าเราไปตีโดนจุดสำคัญของเขาเป็นแน่ ตอนนี้จึงมาเล่นบทฝ่ายเทพฝ่ายมารกัน ผมว่าเรามาเน้นที่จุดเดิมคือการแต่งตั้งรักษาการณ์นี้ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมายครับ...ก็คือไม่ชอบด้วยกฏหมายนั่นแหละ
ตะวันรุ่ง 11/02/04 09:33:11 อ้างอิง
คุณตะวันรุ่งครับ คุณรู้จักเตโชกสิณดีแล้วหรือครับ?


ผมรู้จักเตโชกสิณเท่าที่ปัญญาจะเรียนรู้ได้ตามหนังสือ แต่ไม่มีความรู้ในเชิงปฏิบัติเลยครับ

อ้างอิง
และเป็นวาจาเสียดสี หรือการพยากรณ์ครับ?


มิได้เป็นทั้ง 2 อย่าง ทั้งพูดเสียดแทง และการพยากรณ์ เอาเป็นว่า ความตั้งใจคือล้อเล่น น่ะครับ ผมพูดถึงเตโช ที่หมายถึงไฟหรือความร้อน ซึ่งหมายถึง การตอบกระทู้ของคุณโจโจ้ ที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ มิได้หมายถึงการสำเร็จเตโชกสิณ  ผมอ่านกระทู้ ๒ หัวข้อ จากที่นี้และผู้จัดการ ใช้เวลานานมาก สิ่งที่ผมรู้สึกได้อย่างหนึ่ง คือหลาย ๆ คน เช่น คุณคนกวน และคุณเหมือนเดิม โจโจ้ด้วย ในผู้จัดการ ไม่แผ่รังสีความร้อนออกมาจากตัวหนังสือเหมือนคุณโจโจ้

ถึงคุณเอกครับ
อ้างอิง
ถ้าคุณตะวันรุ่ง  คุณคนกวนรู้จักกลุ่มผู้ปฏิบัติจริงๆในนี้แบบจริงๆ
แล้วจะหนาวถึงจิตถึงใจ
แขวะเข้าไป....รับไปเต็มๆ :)


รับมาแล้ว ตีนกาขึ้นเต็มหน้าเลยครับ (ยิ้มน่ะครับ ไม่ใช่หน้านิ่วคิ้วขมวด)
ขอเน้นตรงนี้หน่อยครับ [color=red]]"รู้จักกลุ่มผู้ปฏิบัติจริงๆในนี้แบบจริงๆ"[/color
โอกาสนี้ยังไม่ได้รู้จักตัวจริงแต่ขอทราบวิธีปฏิบัติก่อนแล้วกันครับ ว่าปฏิบัติกันอย่างไร คนที่เข้ามาสัมผัสถึงได้หนาวถึงจิตถึงใจ (ไม่ได้แขวะนะครับ ขอทราบจริง ๆ เผื่อว่าอาจมีบุญวาสนาร่วมกัน อ่านปุ๊บ แล้วมีศรัทธาปั๊บ จะได้ขอเป็นศิษย์สักคน)


พัลวัน 11/02/04 09:36:59 ความเห็นนี้ ทำให้เห็นอะไรๆชัดเจนครับ คัดลอกมาจาก ผู้จัดการ

ความคิดเห็นที่ 22
ดร วิษณุ เครืองาม แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชเมื่อ๑๔มค๒๕๔๗ หากใครได้อ่าน"ธรรมลีลาประจำเดือนกพ๔๗หน้า๕ มีรูปสมเด็จพระสังฆราชประทานโล่ เกียรติบัตร รางวัล แก่ผู้ชนะระกวดภาพวาดเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาฯ เมื่อวันที่๑๓ มค ๔๗ พิจารฌากันว่ามันอย่างไรกันแน่
สงสัย
กำลังฟุ้ง 11/02/04 09:41:58 โคลนที่เขาสาดมาน่ากลัวไม่ใช่เล่นนะครับ เพียงพอที่จะทำให้ผู้ไม่รู้จำนวนมากเห็นผิดได้ยิ่งกว่านี้ ผมเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่ามหาโจรจะปล้นพระพุทธศาสนาได้สำเร็จด้วยอาวุธที่เรียกว่าอำนาจและความหนาของใบหน้า ความหวังคงอยู่ที่ความศรัทธาของพุทธบริษัทที่มีต่อครูบาอาจารย์พระป่าทั้งหลายมารวมพลังกันต้านภัยศาสนาครั้งนี้แต่อย่างเดียวกระมังสำหรับผมสังฆเภทได้เกิดขึ้นแล้ว อาจเกิดขึ้นมาตั้งแต่ร่างพรบ.สงฆ์ฉบับนั้น

พูดถึงพรบ.สงฆ์ผมไม่ได้ตามข่าวมาเสียนาน มีใครพอจะทราบไหมครับว่า พระมหากษัตริย์ท่านยังคงมีสิทธิมีเสียงในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชหรือไม่?
พัลวัน 11/02/04 09:42:43 เมื่อวานนี้ไม่ได้ดูกรองสถานการณ์ เพราะมัวแต่ทำงานอยู่ ฟังแต่วิทยุ ได้อ่านเว้ปบอร์ด ก็เพิ่งจะทราบว่า เขากล่าวหาว่า สมเด็จพระสังฆราชเป็น อัลไซเมอร์

แปลกใจจัง ทำไมแถลงการของคณะแพทย์จุฬาฯ (ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่ระบุชื่อ) ยังไม่ระบุเรื่องนี้เลย

มันบ่งบอกนัยอะไรได้หลายประการนะครับ ท่าทางคงจะร้อนรน จนไม่อาจตรวจสอบความแนบเนียนในเรื่องที่แต่งขึ้นได้ จนทำให้จับผิดคำโกหกกันได้เรื่อยๆ
พัลวัน 11/02/04 09:46:51 อ้างอิง (กำลังฟุ้ง @ 11 ก.พ. 47 - 09:41)
โคลนที่เขาสาดมาน่ากลัวไม่ใช่เล่นนะครับ เพียงพอที่จะทำให้ผู้ไม่รู้จำนวนมากเห็นผิดได้ยิ่งกว่านี้ ผมเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่ามหาโจรจะปล้นพระพุทธศาสนาได้สำเร็จด้วยอาวุธที่เรียกว่าอำนาจและความหนาของใบหน้า ความหวังคงอยู่ที่ความศรัทธาของพุทธบริษัทที่มีต่อครูบาอาจารย์พระป่าทั้งหลายมารวมพลังกันต้านภัยศาสนาครั้งนี้แต่อย่างเดียวกระมังสำหรับผมสังฆเภทได้เกิดขึ้นแล้ว อาจเกิดขึ้นมาตั้งแต่ร่างพรบ.สงฆ์ฉบับนั้น

พูดถึงพรบ.สงฆ์ผมไม่ได้ตามข่าวมาเสียนาน มีใครพอจะทราบไหมครับว่า พระมหากษัตริย์ท่านยังคงมีสิทธิมีเสียงในการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชหรือไม่?


หากเป็นฉบับปัจจุบัน (พรบ.สงฆ์ 2535) ยังทรงมีพระบรมวินิจฉัยจากอาวุโสโดยสมณศักดิ์ได้ เพียงแต่ไม่ได้ระบุว่า ต้องมีอาวุโสโดยสมณศักดิ์สูงสุด ซึ่ก็คือ หากเลือกจาก มส.ที่มีอยู่ ก็ยังทำได้

แต่หากเป็นฉบับหนังตะลุงแล้ว ยังทรงพระราชอำนาจในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช แต่ว่าไม่สามารถเลือกได้ ว่าจะเป็นใคร ต้องแต่งตั้งตามที่เสนอชื่อขึ้นมา (เหมือนกับการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ทั้งหลาย)

และหากไม่เห็นด้วย และไม่โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง มส.ก็สามารถเลือกผู้ปฎิบัติหน้าที่ได้เลย ไม่ต้องแต่งตั้ง

ส่วนการให้อำนาจ รองนายกฯมาแต่งตั้ง นั้นไม่มีครับ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายฉบับไหนก็ตาม
thienyohd 11/02/04 10:14:39 ในกรองสถานะการณ์ ส่วนหนึ่งนายอุดมพูดว่า
" ได้มีพระลิขิตปลอมออกมาจากสมเด็จพระสังฆราชเป็นร้อยฉบับ และมีอีกหลายเรื่องออกมาจากพระองค์ท่าน หากพูดไปแล้วจะทำให้พระองค์เสื่อมเสียพระเกียรติ"  
คำพูดเช่นนี้ส่อเจตนาที่จะบอกว่า  สมเด็จพระสังฆราชกระทำผิด ถ้าพูดไปแล้วจะเสื่อมเสียพระเกียรติ   แล้วเพิ่งจะมาบอกว่ากำลังดำเนินการกับคนปลอมพระลิขิต ทั้งๆที่ปลอมาแล้วเป็นร้อยฉบับ

ฟังแล้วเห็นถึงนิสัยใจคอของนายคนนี้ได้เลยว่าเป็นคนเช่นไร  



   
คนเก่า 11/02/04 10:23:34 ทั้งอำนาจทั้งเงินตรา มหาสมบัติมหาศาลของพระศาสนา จึงทำให้คนหน้าด้าน หลงนึกว่าพวกของตนฉลาดกว่า หลงระเริงในอำนาจรัฐที่อยู่ในมือ สามารถจัดระบบการบริหารจัดการได้อย่างเชี่ยวชาญ มีหน่วยประชาสัมพันธ์โฆษณาชวนเชื่อราวกับทัพนาซีในอดีตแทรกแซงอยู่ทุกสื่อ แม้ในกระดานนี้ก็ยังไม่วายทำหน้าซื่อตาใสออกมาตะแบงค้านผู้ที่เขาเหนื่อยยากออกมาทำงานปกป้องพระศาสนา และพระมหากษัตริย์

ที่นี้แหละที่เหล่าจอมโจรมหามารร้ายทั้งหลายที่แอบแฝงพระศาสนาและอำนาจรัฐ หลอกลวงประชาชนมานาน จะแสดงตัวตนออกมาด้วยกิเลส อวิชชาความโง่ของตนเอง

ใครก็ตามที่มีมันสมองสักนิด ไม่มีเชือกร้อยจมูก ศึกษาดูนิดเดียวก็เห็นชัดว่าใครที่บังอาจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเหนือหัวเหนือเกล้าของประชาชนชาวไทย ละเมิดราชอำนาจ  ซ้ำยังละเมิดกฎหมาย เหยียบย่ำพระเกียรติยศของสมเด็จพระสังฆราช

โง่นัก ถูกจูงจมูกลงอเวจีไปก็สมควรแล้ว
ตะวันรุ่ง 11/02/04 10:27:23 เพิ่งอ่านพบครับ
อ้างอิง
คนที่มีถูกโจรบุกเผาบ้านแล้วไม่รู้สึกเดือดร้อน ก็มีคุณปฏิบัติธรรม และคุณตะวันรุ่งนี่เอง แทนที่จะให้ความสำคัญกับการจัดการกับโจร ดันมามัวให้ความสำคัญกับคนที่เดือดร้อน


เดือดร้อนสิครับ ไม่เดือดร้อนได้ไง ผมก็เป็นเจ้าของบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่งเหมือนกันนี่นา

นายโจโจ้ 11/02/04 11:19:42 คุณตะวันรุ่งครับ แทนที่จะมาจับประเด็นว่านิสัยผมเป็นยังไง ไปช่วยกันจัดการมหาโจรก่อนเถิดครับ ผมจะเลวหรือจะดี จะร้อนหรือจะเย็น เอาเป็นว่า ไอ้โจโจ้มันร้อน มันได้เตโชกสิณ หรือในกระทู้นี้กับกระทู้นั้นมันเป็นคนละคนหรือยังไงก็แล้วแต่ แต่ไม่ว่าไอ้โจโจ้มันจะร้อนหรือมันจะเย็น การไปสนใจประเด็นนั้น มันไม่เป็นประโยชน์กับส่วนรวมเลย แต่ที่แน่ๆ ผมกำลังเดือดร้อนกับการที่มหาโจรกำลังปล้นกำลังทำลายพระศาสนาอยู่ขณะนี้ครับ เข้าประเด็นเลยนะครับ

ขอเสนอให้ทุกท่านร่วมกันเสนอให้ทางรายการกรองสถานการณ์ ช่อง 11 เชิญทางฝั่งที่คัดค้านประกาศแต่งตั้งของนายวิษณุ โดยเฉพาะคุณทองก้อนไปออกในรายการด้วย ด้วยเหตุว่า เพื่อไม่ให้เป็นการฟังความข้างเดียว เพราะแค่ที่นายอุดม เจริญออกมาระบุชัดๆว่า (มีพระไปร่วม) "ไม่ถึงพัน" นั้น ก็ผิดจากความจริงไปอย่างมหาศาล

ดังนั้น ถ้าใครสามารถทำได้ อยากขอให้ทุกท่านช่วยกันคนละไม้คนละมือ เสนอให้ทางรายการเชิญฝ่ายที่คัดค้านประกาศนำข้อมูลจริงไปเสนอกับประชาชนด้วย เพื่อความเสมอภาคครับ
พัลวัน 11/02/04 11:25:24 อ้างอิง (นายโจโจ้ @ 11 ก.พ. 47 - 11:19)
ขอเสนอให้ทุกท่านร่วมกันเสนอให้ทางรายการกรองสถานการณ์ ช่อง 11 เชิญทางฝั่งที่คัดค้านประกาศแต่งตั้งของนายวิษณุ โดยเฉพาะคุณทองก้อนไปออกในรายการด้วย ด้วยเหตุว่า เพื่อไม่ให้เป็นการฟังความข้างเดียว เพราะแค่ที่นายอุดม เจริญออกมาระบุชัดๆว่า (มีพระไปร่วม) "ไม่ถึงพัน" นั้น ก็ผิดจากความจริงไปอย่างมหาศาล



ยากเป็นอันมาก ช่อง 11 เป็นข้าราชการ และยังอยู่ภายใต้การกำกับของ นายวิษณุ เครืองาม ซึ่งใครจะรักพระธรรมวินัยเท่าชีวิตกันล่ะ ในช่อง 11 นั่นน่ะครับ ก็มีแต่คนรักหน้าที่ รักตำแหน่ง รักเก้าอี้ เกินศีล 5 กันไปเสียทั้งนั้นกระมัง

งานนี้ บอกได้คำเดียวครับ ว่าวิกฤติแน่ๆ หากฝ่าย "ท่านรองฯ" วิษณุ เลือกใช้วิธีการเดียวกันกับ "รัฐบาลเผด็จการ" ที่จะ "โฆษณาชวนเชื่อ" ก็เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่า "ท่านรองฯ" วิษณุ ก็เป็น "มรดก" ที่ตกทอดจากยุคเผด็จการมาสู่ยุคประชาธิปไตยในปัจจุบัน ซึ่งไม่มีความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ที่จะให้ดำรงตำแหน่งต่อไป

หากมิเป็นเช่นนั้นแล้ว เหตุไฉน พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษให้กับ สุจินดา และพวก ที่ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนชาวไทย ก็คงจะไม่มีทางที่จะออกมาได้ ด้วยวิธีแสนจะพิศดารเช่นนั้น
rainbow 11/02/04 11:31:29 ไม่ได้ดูช่อง 11 แต่ไปอ่านกระทู้ในพันธุ์ทิพย์มา  ได้ความว่ากลุ่มนายวิษณุประกาศว่าสมเด็จพระสังฆราชเป็นอัลไซเมอร์  เป็นความจริงหรือเปล่า  ทำไมถึงได้บังอาจขนาดนี้
11/02/04 11:32:23 ขออนุญาต ทุกๆ ท่านที่แสดงความคิดเห็น และนำเสนอข้อมูล

ขอนำไปโพสและวางไว้ ตามกระทู้ต่างๆ
ที่เห็นว่า ยังมีผู้ที่มีข้อมูลน้อย และนำมาวิพากษ์วิจารณ์ จนขาดทุนรุ่งริ่ง
สมบูรณ์ ต. 11/02/04 11:50:32
           ผมเคยไปเป็นครูอาสาสอนฟรีที่ รร เซ็นต์ดอมินิก ตอนที่ นร เข้าแถวเคารพธงชาติที่สนามบาสเก็ตบอล 3 สนามติดกัน  สามารถจุ นร ได้ 2085 คน   แต่พระมหาวิหารของวัดอโศการามนั้นใหญ่มาก  ใหญ่กว่าเนื้อที่สนามบาสเก็ตบอลของ ซ.ด. อีกมาก  และมีถึง 3 ชั้น  

ชั้น 3 ให้เฉพาะพระภิกษุอาวุโสพรรษาเกิน ๑๐ เต็มจนกระทั่งล้นออกมาถึงด้านนอก นั่งหน้าประตู  หน้ามุข  หน้าบัน ทะลักออกมาถึงบันไดขึ้นพระมหาวิหาร  แต่นักข่าวเลือกถ่ายเฉพาะภายในครับด้วยการยืนค้ำเศียรพระภิกษุตรงหน้าประตูถ่ายรูปด้วยการ tele zoom in ครับ  

ชั้น 2 ก็เช่นเดียวกัน  ต่างกันตรงเนื้อที่หน้าประตูมีน้อยกว่าชั้น 3

ชั้นล่างก็เช่นเดียวกัน  ล้นทะลักออกมาถึงด้านนอกและพระที่ไม่มีที่นั่งต้องไปนั่งในรถทัวร์และที่สนามหญ้าด้านหลังขบวนรถทัวร์อีก 2 แห่ง  ที่รู้ที่เห็นเพราะผมเป็นคนอยู่ไม่สุขครับ  ในเมื่อไม่มีที่นั่งผมก็เดินเหมือนมดติดจั่นตระเวณรอบบริเวณวัดเพื่อสังเกตุการณ์ครับ

ake 11/02/04 12:02:51 ถ้าจะซื้อเวลาออกอากาศอย่างที่ ชูวิทย์ เคยจะทำ (เอาช่องที่โดนครอบงำน้อยที่สุด)
โดยหาผู้มีสัมมาทิฐิที่ถูก(และรวย) ออกเงินให้ก่อน
และทุกคนร่วมแรงบริจาคคืนให้ทีหลัง
จะเห็นเป็นอย่างไร?

คนกวน 11/02/04 12:15:23 ยินดีครับ  พี่สมบูรณ์ แต่ว่าบ้านพี่ไปยังไงครับ แล้วผมจะว่างก็วันอาทิตย์ พี่จะสะดวกหรือครับ  ไม่เป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนเกินไป หรือเปล่าครับ

อีกเรื่องครับ  เออ คือว่า วันนั้นโจโจ้ คุณกลับไปแล้วจริงๆครับ  ผมเห็นรุ่นน้องคุณคนหนึ่งเค้าบอกว่า " พี่โจ้กลับไปแล้ว"  ขนาดพี่โชติปาลยังบอกอย่างนั้นเลย  รับรองว่าคุณกลับไปแล้วจริงๆครับ  ไม่ใช่ไม่กล้าเจอคุณ   แล้วก็ขอบคุณที่แนะนำผม  

คุณเอกครับ  ไอ้เรื่องที่บอกว่า  "ถ้ารู้จักคนในนี้จริงๆแล้วจะหนาว"  คือผมอยากบอกว่า  คนที่ได้เจโต ผมก็เคยเจอครับ  ผมเคยเจอพระ ที่สามารถมองผมแล้ว ผมรู้สึกเหมือนตัวเปล่า  ล้อนจ้อน  ไม่มีอะไรที่ผมปกปิดท่านได้  มองเราแล้วทะลุเข้าไปทั้งตัวเลยครับ
ที่มองเปลือกอารมณ์ที่ฉาบจิตไว้  เนี่ย ยังไม่หนาวครับ

สนับสนุน โจโจ้ เรื่องที่จะให้ฝ่ายคุณทองก้อน ออกรายการนะครับ  ถ้าหยุดไม่ได้ แตกไปเลยครับ  จะได้ทำอย่างอื่นสักที
   
นายโจโจ้ 11/02/04 12:38:44 เอาเรื่องมาเล่าสู่กันฟังครับ

ผมชวนน้องที่เป็น DJ วิทยุสองคนไปช่วยทำงานเอกสารที่วัดอโศการาม คนนึงรายงานมาเมื่อวานนี้ว่า มี webmaster ของเขาทักเมื่อวานว่า "พี่ทำไปบุญมาอีกแล้วล่ะสิ" เจ้าน้อง DJ ก็ถาม webmaster ว่า "อ้าว แล้วรู้ได้ไง" น้อง webmaster บอกว่า "ก็ rating พี่ขึ้นพรวดๆที่เลยตั้งแต่วันเสาร์เป็นต้นมา"
แอนนา 11/02/04 12:40:47 ขออนุญาตลองคิดดังๆ นะคะ

- เท่าที่เห็นตอนนี้มี นสพ. ผู้จัดการที่อาจจะพึ่งพาได้บ้าง แต่ก็จะมีมุมมองของคุณเซียงเส้าหลงคนเดียว (ในแง่มุมมอง) ถ้านำเสนอทางผู้จัดการทางหนึ่ง สรุปให้เห็นประเด็นชัดเจน อาจจะช่วยได้บ้างที่ให้คนจำนวนมากเข้าใจถึงสถานการณ์จริงๆ
- การซึ้อเวลาออกอากาศ อาจจะเป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่เปิดช่องโจมตีได้เพราะใช้เงินมากพอสมควร คงต้องรัดกุมสักนิดหนึ่งนะคะ

- ก่อนที่จะทำอะไรจริงๆ เราลองเริ่มวางแผนกันเลยดีไหมคะว่า ที่กลุ่มลานธรรมเคลื่อนไหว เราต้องการอะไร แล้วแต่ละเป้าหมายนั้น เราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อที่จะบรรลุจุดประสงค์แต่ละข้อ

เป้าหมายเบื้องต้นที่แท้จริง คือ
1) ต้องการให้รัฐบาลระงับการแต่งตั้งฯ
ทำอะไรได้บ้าง
- ทำได้โดยติดต่อรัฐบาลโดยตรง ใช้สิทธิของประชาชน เช่นที่คุณทองก้อนกำลังทำอยู่
- พลังมหาชน โดยการส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งฯ ซึ่งข้อนี้ทำได้โดยการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้อง ทางคุณวิษณุเองก็กำลังพยายามใช้พลังนี้ลบล้างความถูกต้องอยู่ ตรงนี้เราสามารถทำได้ แต่มีหลายวิธี
2) (ไม่แน่ใจ) คืนอำนาจให้สมเด็จพระสังฆราชท่าน และป้องกันมิจฉาชีพหาประโยชน์จากพุทธศาสนา อันนี้เพื่อผลระยะยาว จะได้ไม่ต้องมีกรณีเช่นนี้อีก

เรามาเริ่มต้นช่วยกันเลยดีกว่าค่ะ วางเป้าหมายให้ชัด รัดกุม จะได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ตัวเองก็รู้ไม่มากค่ะ พี่ๆ เพื่อนๆ คงมีอีกหลายประเด็น พวกเราจะได้ทำการบ้านและเคลื่อนไหวต่อไป


สมบูรณ์ ต. 11/02/04 01:04:33 อ้างอิง (คนกวน @ 11 ก.พ. 47 - 12:15)
ยินดีครับ  พี่สมบูรณ์ แต่ว่าบ้านพี่ไปยังไงครับ แล้วผมจะว่างก็วันอาทิตย์ พี่จะสะดวกหรือครับ  ไม่เป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนเกินไป หรือเปล่าครับ

อีกเรื่องครับ  เออ คือว่า วันนั้นโจโจ้ คุณกลับไปแล้วจริงๆครับ  ผมเห็นรุ่นน้องคุณคนหนึ่งเค้าบอกว่า " พี่โจ้กลับไปแล้ว"  ขนาดพี่โชติปาลยังบอกอย่างนั้นเลย  รับรองว่าคุณกลับไปแล้วจริงๆครับ  ไม่ใช่ไม่กล้าเจอคุณ   แล้วก็ขอบคุณที่แนะนำผม  

คุณเอกครับ  ไอ้เรื่องที่บอกว่า  "ถ้ารู้จักคนในนี้จริงๆแล้วจะหนาว"  คือผมอยากบอกว่า  คนที่ได้เจโต ผมก็เคยเจอครับ  ผมเคยเจอพระ ที่สามารถมองผมแล้ว ผมรู้สึกเหมือนตัวเปล่า  ล้อนจ้อน  ไม่มีอะไรที่ผมปกปิดท่านได้  มองเราแล้วทะลุเข้าไปทั้งตัวเลยครับ
ที่มองเปลือกอารมณ์ที่ฉาบจิตไว้  เนี่ย ยังไม่หนาวครับ

สนับสนุน โจโจ้ เรื่องที่จะให้ฝ่ายคุณทองก้อน ออกรายการนะครับ  ถ้าหยุดไม่ได้ แตกไปเลยครับ  จะได้ทำอย่างอื่นสักที
(คนกวน @ 11 ก.พ. 47 - 12:15)



           ตอบคุณคนกวน  อนุโมทนาด้วยครับที่จะเริ่มปฏิบัติ  วันเวลาผมไม่มีปัญหา  คุณคนกวนนัดคุณโจโจ้ได้เมื่อไรก็เมื่อนั้นครับ  โทรบอกผมได้เลย 09-3155754 เมล์ถามโจโจ้ที่ jojo_pat@hotmail.com บ้านผมอยู่เยื้องวัดใหม่เสนา ( สิริกมลาวาส ) หลวงปู่หลอดครับ สี่แยกวังหิน เสนานิคม 1 ไว้ถามรายละเอียดทางโทรศัพท์ก็ได้ครับ

วันนั้นถ้าคุณคนกวนถึงวัดเลยบ่าย 1 โมง  โจโจ้กลับแล้วครับ  บริเวณที่คุณคนกวนคุยกับคุณโชติปาละนั่นแหละครับ  ถ้าคุณคนกวนหันหน้าเข้าเต้นท์ทำงานด้านเอกสาร  เดินเข้าไปสัก 4 เมตรก็จะเป็นที่ที่คุณโจโจ้วางโน๊ตบุ๊คครับ  

ผมเป็นอีกคนที่ไม่กลัวหนาวเหมือนคุณคนกวน  เพราะผมไม่มีแผล  ถ้ามีแผลเวลาโดนลมแล้วจะแสบครับ  
ake 11/02/04 01:24:58 แต่ผมแผลเยอะมากเลยพี่สมบูรณ์ เลยกลัวและหนาว
ฮี่ ฮี่
 
พัลวัน 11/02/04 01:47:42 อ้างอิง (พัลวัน @ 11 ก.พ. 47 - 11:25)
ยากเป็นอันมาก ช่อง 11 เป็นข้าราชการ และยังอยู่ภายใต้การกำกับของ นายวิษณุ เครืองาม ซึ่งใครจะรักพระธรรมวินัยเท่าชีวิตกันล่ะ ในช่อง 11 นั่นน่ะครับ ก็มีแต่คนรักหน้าที่ รักตำแหน่ง รักเก้าอี้ เกินศีล 5 กันไปเสียทั้งนั้นกระมัง

งานนี้ บอกได้คำเดียวครับ ว่าวิกฤติแน่ๆ หากฝ่าย "ท่านรองฯ" วิษณุ เลือกใช้วิธีการเดียวกันกับ "รัฐบาลเผด็จการ" ที่จะ "โฆษณาชวนเชื่อ" ก็เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่า "ท่านรองฯ" วิษณุ ก็เป็น "มรดก" ที่ตกทอดจากยุคเผด็จการมาสู่ยุคประชาธิปไตยในปัจจุบัน ซึ่งไม่มีความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ที่จะให้ดำรงตำแหน่งต่อไป

หากมิเป็นเช่นนั้นแล้ว เหตุไฉน พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษให้กับ สุจินดา และพวก ที่ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนชาวไทย ก็คงจะไม่มีทางที่จะออกมาได้ ด้วยวิธีแสนจะพิศดารเช่นนั้น
(พัลวัน @ 11 ก.พ. 47 - 11:25)


ไม่ได้ดูรายการนี้ จึงไม่รู้ว่า รายการนี้เขา "ใส่ไคล้" พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช อย่างรุนแรงขั้น "เป็นอัลไซเมอร์" เลยทีเดียว

หากพระองค์ท่านเป็นอัลไซเมอร์เองจริงๆแล้ว ในแถลงการณ์ของคณะแพทย์จุฬา (ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใคร และยังหาตัวแถลงการณ์ตัวจริงไม่ได้ด้วย) ก็คงจะใส่ลงไปให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลาโยกโย้ อ้างแวดล้อมต่างๆนานา ให้เสียเวลาพิมพ์เลย

มานึกๆดู หากทางช่อง 11 ยังนิ่งดูดายต่อ "คณะบุคคล" ที่ออกมาพูดโกหก และไส่ไคล้สมเด็จพระสังฆราช ผู้ซึ่งเป็นอริยะ (มิใช่ว่าเป็นเพราะมีสมณศักดิเป็นสังฆราช) อย่างนี้ ก็เท่ากับว่า ช่อง 11 สนับสนุนให้มีคนเข้าใจผิดคิดว่า สมเด็จพระสังฆราช ผู้เป็นพระอริยะ เป็นอัลไซเมอร์ทั้งที่ไม่ได้เป็น

และเมื่อพูดปากต่อปาก วิพากษ์วิจารณ์ไป คนเหล่านั้นย่อมได้รับบาปกรรมจากการกระทำของช่อง 11 อันเป็นเหตุให้ ช่อง 11 (นับจาก ผู้อำนวยการ ลงมา) ต้องได้รับเคราะห์กรรมหนักในครั้งนี้ไปด้วย

เพื่อเป็น การไถ่ถอนในความผิดครั้งนี้ ผ่อนหนักให้เป็นเบา จะต้องดำเนินการแก้ไขความเข้าใจผิดในครั้งนี้ให้กับประชาชนคนไทยด้วย

อย่าได้รักษาเก้าอี้ของตนเอง มากกว่าธรรม มากกว่าบาปบุญเลย มันไม่คุ้มกันหรอก
No comment 11/02/04 02:11:35 http://www.nationweekend.com/
วันที่ 9 - 15 ก.พ. 2547




รายงานพิเศษ / มนสิกุล โอวาทเภสัชช์ เสาวลักษณ์ กาญจนสาลี

อย่าให้เกิดสังฆเภท

สองมุมมอง 'ทองขาว-ทองก้อน'

สังฆเภท หมายถึง ความแตกแห่งสงฆ์, การทำสงฆ์ให้แตกจากกัน (ข้อ 5 ในอนันตริยกรรม หมายถึง กรรมหนัก, กรรมที่เป็นบาปหนักที่สุด ตัดทางสวรรค์ ตัดทางนิพพาน, กรรมที่ให้ผลคือ ความเดือดร้อนไม่เว้นระยะเลย มี 5 อย่างคือ 1.มาตุฆาต ฆ่ามารดา 2.ปิตุฆาต ฆ่าบิดา 3.อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์ 4.โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป และ 5.สังฆเภท ทำสงฆ์ให้แตกกัน

(จากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ฉบับประมวลศัพท์ของพระธรรมปิฎก : ป.อ.ปยุตฺโต)

***********************

จากกรณีที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติให้สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2547 ไปจนครบกำหนดนั้น ได้ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจขึ้นในคณะสงฆ์บางกลุ่ม

ทาง 'เนชั่นสุดสัปดาห์' ขอเป็นสื่อกลางในการเชื่อมประสานศิษยานุศิษย์ให้หันหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมิได้มีเจตนาใดๆ แอบแฝง นอกจากต้องการให้เกิดความสงบเย็นในสังฆะ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประชาชนโดยถ้วนหน้า

ฝ่ายแรกคือ พล.ต.ทองขาว พ่วงรอดพันธุ์ อดีตอนุศาสนาจารย์ประจำกองทัพบก อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เลขานุการศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ ปัจจุบันจัดรายการวิทยุคลื่น FM 105.5 อ.ส.ม.ท. เวลาเที่ยงคืนถึงตีสอง และจัดรายการวิทยุอยู่ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยอีกวันละ 1 ชั่วโมง ตีห้าถึงหกโมงเช้า เป็นรายการธรรมะทั้งสองรายการ

0 0 0

พ่อแม่ผมทำนา และที่บ้านยากจน พ่อกับแม่มีลูก 6 คน ผมเป็นคนที่ 3 สมัยเด็กๆ ไปเรียนหนังสือต้องผลัดกันใส่ชุดนักเรียนกับพี่ชายไปเรียน ผมต้องเรียนซ้ำชั้น ป.เตรียมถึง 3 ปี จึงมีความคิดจะบวชเรียน ก็ขอพ่อกับแม่บวช ท่านก็นำไปฝากกับหลวงพ่อที่วัดจำปี จ.สุพรรณบุรี และบวชเณรตั้งแต่อายุ 13 ปี แล้วมาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2505 ผมอยู่วัดพระพิเรนทร์ ใกล้ๆ กับวัดสระเกศ เวลาที่วัดสระเกศมีงานก็จะนิมนต์พระที่วัดพระพิเรนทร์ไปร่วมงานด้วย ก็ถ ือว่าใกล้ชิดกับวัดสระเกศมาตลอด แล้วมาใกล้ชิดกับเจ้าคุณสมเด็จเกี่ยว อุปเสโณก็ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเมื่อปี 2506 ท่านเป็นเลขาธิการ ตอนนั้นไม่เรียกว่าอธิการบดี เรียกว่าเลขาธิการมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก็คล้ายกับว่าเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงฆ์นั่นเอง

โดยส่วนตัวของผมกับท่านเจ้าคุณสมเด็จเกี่ยว อาจเป็นเพราะผมชอบทำกิจกรรม ท่านก็เมตตาเรียกใช้ตลอด เวลาผมต้องไปช่วยงานต่างๆ แล้วจะนิมนต์พระไปเทศน์ ผมก็อาราธนาท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ ไปเทศน์ ไม่ว่าจะเป็นงานศพ หรืองานวัดอะไรก็ตาม แถวสุพรรณฯ ผมก็นิมนต์ท่านไป ท่านก็เมตตาไป

หลังจากที่ผมเรียนจบที่มหาจุฬาฯแล้ว ท่านบอกว่า ทองขาว ไม่ต้องไปไหนนะ ทำงานอยู่ที่มหาจุฬาฯ นี่ช่วยกัน ท่านก็ให้ผมเป็นพระอาจารย์สอนที่มหาจุฬาฯ

ตอนผมจะสึกก็ไปกราบลาท่าน จำไม่ได้ว่าท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศหรือยัง ท่านบอกว่าอย่าสึกเลย ท่านจะให้ไปเรียนต่อที่ประเทศอินเดีย แต่ผมก็รบเร้า เพราะพรรคพวกบอกว่าเขามีรับสมัครอนุศาสนาจารย์ในกองทัพบก จะไปสมัครสอบไหม ผมก็เอ.. ไปดีไม่ไปดี ก็ไปนึกถึงสุภาษิตที่ว่า ตื่นแต่ดึก สึกแต่หนุ่ม ก็หมายความว่าจะทำอะไรก็ทำตอนที่มีกำลังวังชาอยู่ก็เลยตัดสินใจสึก ตอนอายุ 28 ปี พรรษา 8 ตั้งแต่บวชเณรมาไม่เคยสึกเลย บวชเณรมา 7 พรรษา รวมทั้งหมด 15 พรรษาพอดี ก็ว่าจะทำงานเพื่อพระศาสนาไป พอเพื่อนมาชวนก็ตัดสินใจสึกมาสมัครสอบเป็นอนุศาสนาจารย์กองทัพบก ก็รับราชการมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ปี 2515 จนถึงเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วก็ลาออกมาก่อนเกษียณราชการเพียง 1 ปี

โดยหน้าที่ของอนุศาสนาจารย์ก็คล้ายกับพระในกองทัพ คือเราสอนเขาอย่างไร เราต้องปฏิบัติให้ได้อย่างนั้น สอนทหารไม่ให้ดื่มเหล้า เราก็ไม่ดื่มเหล้า สอนให้เขาไม่สูบบุหรี่ เราก็ไม่สูบบุหรี่ สอนเขาไม่เล่นการพนัน เราก็ต้องไม่เล่นการพนัน

ธรรมะมีหลายหมวดหมู่ ทหารคือการปฏิบัติหน้าที่ เราพูดไม่ให้เขาไปฆ่าใคร แต่ไปปฏิบัติหน้าที่ ทหารมีหน้าที่อะไร อย่าให้บกพร่องต่อหน้าที่ ส่วนว่าเมื่อเข้าไปในสนาม เขาก็มีกฎมีเกณฑ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของเขาอยู่ เราก็สอนให้เขาอย่าประมาท เราไม่ได้สอนให้เขาไปฆ่าศัตรู แต่หน้าที่คือป้องกันประเทศ และถ้ามนุษย์เราไม่รบกันได้ ก็เป็นการดีที่สุด ระหว่างประเทศเราก็น่าจะพูดกันได้ เราก็เน้นเรื่องของการเป็นทูตในฐานะที่เป็นมนุษย์ เวลาทหารอยู่ชายแดนเราก็ไปเยี่ยมเขา มีหน้าที่อบรมทหาร แต่ละหน่วยก็มีสามกอง พันกับหนึ่งกรม แต่ละเดือนก็ไปอบรมกองพันละครั้ง สามกองพันก็สามครั้ง ของกรมอีกครั้งหนึ่ง ถ้ามีทหารตาย เมียทหารตาย ลูกทหารตายเราก็ไปช่วยในเรื่องของพิธีกรรม หรือว่ามีงานทำบุญของหน่วยเราก็ดูแลตรงนี้ หรือมีการประสานงานกับศาสนาอื่นเราก็ตัวเชื่อมระหว่างหน่วยทหารกับศาสนาอื่นๆ จะประสานกัน

ช่วงที่เป็นอนุศาสนาจารย์ก็ติดต่อกับสมเด็จเกี่ยวตลอดเวลา เวลาผู้บังคับบัญชาเขาจะทำบุญ เราก็ถามว่าท่านจะให้นิมนต์พระวัดไหน เราก็ประสานมาทางวัดสระเกศ ข้าราชการทหารชั้นผู้ใหญ่ได้ทราบความเมตตาของท่านก็จะไปกราบท่าน แล้วติดต่อมาที่ผมให้พาไปพบท่าน ซึ่งท่านก็เมตตาทุกครั้ง ไม่ใช่เฉพาะทหารชั้นผู้ใหญ่ ลูกเด็กเล็กแดง ชาวบ้านอยากจะไปพบสมเด็จฯ บางทีเขาไม่รู้ว่าจะเข้าอย่างไร ก็ติดต่อผมพาไปหน่อย บังเอิญว่าเลขาฯของท่าน

เจ้าคุณสมเด็จฯ ผมเคยสอนท่าน ผมก็โทรศัพท์ไปหาว่าคนนั้นคนนี้อยากจะไปกราบท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ ท่านก็เมตตาทุกครั้ง

ท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ เป็นพระที่ดี พระที่ดีก็คือ 1.มีเมตตา รักทุกคน 2.มีกรุณา เมื่อทุกคนมีความลำบากก็ช่วยเหลือ 3.มีมุทิตา เมื่อมีใครเจริญก้าวหน้าก็ยินดีกับเขา 4.มีอุเบกขา คือถ้าช่วยเหลือได้ก็ช่วย ถ้าช่วยไม่ได้ก็ต้องวางอุเบกขา ไม่ใช่ว่านี่รักมาก ก็สนับสนุนมาก คนนี้ไม่รักก็ไม่สนับสนุน ไม่ใช่

เรื่องของความเมตตาเป็นที่ชื่นชอบของศาสนิกชนทั่วไป ชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า สมเด็จเตี่ย ถ้าไม่มีความสนิทใจ ไม่มีความเคารพอย่างลึกซึ้งเขาจะไม่เรียก มีสมเด็จฯ ตั้ง 8 องค์ แต่ใครๆ ก็เรียกท่านว่า สมเด็จเตี่ย คือว่าทุกองค์ก็ดีหมด แต่ชาวบ้านจะเรียกท่านเอง

อย่างตอนที่มีข่าวเรื่องธรรมกายออกมาก็เป็นเพราะความเมตตาของท่าน คือที่วัดของท่านมีพระรูปหนึ่งชื่อพระเฉลิมชัย ไปสร้างวัดอยู่ที่ดำเนินสะดวก ชื่อวัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม แล้วพระเฉลิมชัยก็มาดูว่าที่วัดสระเกศมีที่ว่างอยู่ ก็ขอเปิดสอนแบบวัดปากน้ำไม่ใช่แบบวัดธรรมกาย ท่านก็เมตตาให้สอน แต่พอตอนหลังมีข่าวกรณีธรรมกายทางนั้นเขาก็เลิกไม่มาสอน ในส่วนตัวของสมเด็จฯท่านก็สอนหลักอานาปานัสสติตามปกติ

บรรดาเจ้าคุณสมเด็จฯ ผมก็ใกล้ชิดเกือบทุกองค์ แต่สำหรับท่านเจ้าประคุณสมเด็จเกี่ยว ผมจะใกล้ชิดเป็นพิเศษเพราะท่านเป็นอาจารย์สอนหนังสือผมมา ท่านสอนดี สอนสนุก จะอธิบายพระวินัยอย่างละเอียดลึกซึ้ง เราก็ชอบ

สมเด็จเกี่ยวท่านมีปฏิปทาอย่างหนึ่ง คือ ทำวัตรเย็นท่านจะทำสองหน คือตอน 5 โมงเย็นท่านจะลงทำ วัตรเย็นกับพระที่อยู่ในวัด แล้วตอนสองทุ่ม สามทุ่ม พระที่ไปเรียนหนังสือที่มหามกุฏฯ หรือมหาจุฬาฯก็ดี กลับมาท่านจะร่วมทำวัตรเย็นอีกหนหนึ่ง

ผมได้ยินมามีองค์นี้องค์เดียวที่ทำวัตรเย็นสองรอบ ถ้าท่านไม่มีกิจนิมนต์ไปไหน ท่านเอาใจใส่ในการอบรมสั่งสอนพระเป็นอย่างดี นี่คือหลักของผู้ปกครองที่ดี คอยตักเตือน คอยดูแล นี่เป็นหน้าที่ๆ สำคัญ

0 0 0

เมื่อสองปีที่ผ่านมา คือปี 2544 ท่านเป็นสมเด็จฯ แล้ว ท่านก็ให้เลขาฯ โทรศัพท์หาผม ท่านบอกว่าให้ไปพบหน่อย ท่านก็ปรารภงานทางศาสนาว่าท่านเป็นห่วงเรื่องวัด ท่านเป็นห่วงมาก ท่านตั้งสมมติฐานว่า ปัจจุบันคนไทยมี 63 ล้านคน มีวัด 35,000 วัด ถ้าต่อไปอีก 50 ปีประเทศไทยมีประชากร 100 ล้านคน วัดจะต้องเพิ่มขึ้นไหม หรืออย่างไร ฝากให้เอาไปช่วยคิด ช่วยเผยแพร่ความคิดตรงนี้ด้วย แสดงว่าท่านเป็นห่วงพระศาสนา

ท่านบอกว่า ทองขาว ตอนนี้เราก็อายุ 70 กว่าแล้ว คนอายุ 70 กว่าไม่มีอะไรแน่นอน ท่านอยากหาความสุขภายในของท่านบ้าง จะไปเต้นแร้งเต้นกาก็ไม่ได้แล้ว ที่ผ่านมา ท่านทำงานเพื่อคนอื่นมาโดยตลอด โอกาสที่จะไปหาความสงบทางจิตจริงๆ มันยาก ท่านก็ปรารภอยู่ การงานทั้งหลายในวัดท่านก็มอบหมายให้พระรุ่นหนุ่มรับผิดชอบ เดี๋ยวนี้วัดสระเกศจะไม่ค่อยมีพระหลวงตา ลองไปสังเกตดูได้ มีเหมือนกัน แต่ไม่มาก อย่างพระ 100 รูปอาจจะมีหลวงตาสัก 4-5 รูป ส่วนใหญ่เป็นพระอยู่ในวัยทำงาน แล้วเณรที่วัดสระเกศ สมเด็จฯท่านจะส่งเสริมให้เรียน อย่างมาเรียนที่มหาจุฬาฯ ท่านจะมีรถรับ-ส่งให้ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง

ท่านเป็นพระที่เอาใจใส่ในเรื่องพระพุทธศาสนา ท่านเน้นเรื่องการศึกษาปฏิบัติมาก ที่มหาจุฬาฯ นอกจากท่านจะสอนพระวินัยปิฎกแล้ว ท่านยังสอนปฏิบัติกรรมฐานด้วย โดยกำหนดอานาปานัสสติ หรือกำหนดลมหายใจเข้า-ออก ตอนผมเป็นนิสิต ท่านก็พาเข้าห้องปฏิบัติตลอด มีชั่วโมงธรรมปฏิบัติทุกวัน

ท่านเป็นห่วงเรื่องการศึกษาของพระ-เณร โดยเฉพาะมหาจุฬาฯ ท่านจะรับผิดชอบตั้งแต่ตอนท่านหนุ่มๆ จนกระทั่งปัจจุบันท่านก็ยังเอาใจใส่ดูแลอยู่ โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ที่จบจากมหาจุฬาฯ ไปเป็นเจ้าอาวาสตามวัดต่างๆ ลองไปดูทางภาคใต้ เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด จะเป็นพระที่จบจากมหาจุฬาฯ เกือบทั้งสิ้น ท่านมองการณ์ไกลว่างานของพุทธศาสนานั้น พระที่มีอายุมากๆ ควรจะวางมือได้ ให้พระหนุ่มๆ เข้ามาทำงาน แม้แต่ตัวของท่านเอง ก็ยังปรารภว่าอยากจะพักผ่อน แต่ท่านก็ยังพักผ่อนไม ่ได้ มันเป็นด้วยภาระหน้าที่

ขณะที่ท่านเป็นสมเด็จฯ กฎหมายบังคับว่า 1.ท่านจะต้องเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง พอเป็นโดยตำแหน่ง ภารกิจต่างๆ ก็มา ในกรรมการมหาเถรสมาคม 21 รูป ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช ในกฎหมายก็จะมีไล่ลำดับเอาไว้ว่า ถ้าสมเด็จพระสังฆราชไม่อยู่ ใครจะต้องมาปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราชแทน ถ้าหากว่าองค์ที่หนึ่งปฏิบัติไม่ได้ องค์ที่สอง ที่สามจะต้องทำอย่างไรต่อไป กฎหมายเขาเขียนไว้ชัดเจน

การที่สมเด็จเกี่ยวฯ ท่านมาปฏิบัติหน้าที่แทนพระสังฆราช ก็เป็นเรื่องตามกฎหมาย หมายความว่า ท่านหนีไม่ออกแล้ว เพราะกฎหมายบังคับว่าถ้าพระสังฆราชไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามพระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ปี 2505 แก้ไขเพิ่มเติมปี 2535 มาตรา 10 วรรคที่ 3 บอกว่า เมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้สมเด็จพระราชาคณะรองลงมาและมีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ปฏิบัติหน้าที่แทน อันนี้เป็นโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีใครแต่งตั้ง เป็นโดยอัตโนมัติเลย

บังเอิญว่าสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์คือเจ้าคุณสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ แต่ขณะนี้เจ้าประคุณสมเด็จท่านมีอายุ 96 ปี แก่กว่าพระสังฆราชอีก แล้วก็ป่วยเหมือนกัน ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้

ในกฎหมายก็บอกว่าให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่เหลือพิจารณาเลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์รองลงมา คราวนี้ก็มาถึงท่านเจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือสมเด็จเกี่ยว เมื่อมหาเถรสมาคมมีมติให้ท่านเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระสังฆราช ตอนนี้ท่านหนีไม่ออกแล้ว ต้องรับ เมื่อมหาเถรสมาคมเลือกได้แล้ว ในกฎหมายก็บอกให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระสังฆราช

เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา ท่านไปธุระที่ไหนไม่ทราบ ผมก็ติดต่อไปทางเลขาฯ ว่าจะขอเข้ากราบในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ ทางเลขาฯก็บอกว่า ท่านอยู่ต่างจังหวัด อยู่มาสักพักหนึ่งทางเลขาฯ ก็โทรศัพท์มาบอกว่าสมเด็จเกี่ยวจะรีบกลับ แล้วก็นัดเวลา 17.30 น. ผมกับคณะก็ไปกราบท่าน ท่านก็ยังบอกว่า ทองขาว เรากับทองขาวรู้ใจกันดีนะ ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก แต่ก็คุยกันราวชั่วโมงหนึ่ง

สำหรับข่าวต่อต้านสมเด็จเกี่ยวฯ ที่ออกมานั้น ในหลักของพุทธศาสนาคือ 'ทิฐิ' หรือความเห็น ถ้าเป็นมิจฉาทิฐิ คือเห็นผิดไปจากความเป็นจริง ถ้าทุกคน ทุกฝ่ายลดทิฐิของตัวเอง หันหน้าเข้ามาพูดคุยกัน ไม่ใช่ไปจับประเด็นคำพู ดคำสองคำไปตีความ ทำไมคำพูดนี้ไม่ใส่ไว้ คำพูดนี้ใส่ไปทำไม ไปจับคำพูดเล็กๆ น้อยๆ เอามาทะเลาะกัน แต่ไม่ได้ดูเจตนาเรื่องราวทั้งหลายว่าเขาทำอย่างนี้เพื่ออะไร มีวัตถุประสงค์อย่างไร ไม่ได้พูดกันตรงนี้ ทุกวันนี้ก็มาตีความกัน จะมาเอาชนะกันตรงนี้ ถ้าทุกคนลดทิฐิความเห็นของตัว เอาประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

การตั้งสมเด็จเกี่ยวมาปฏิบัติหน้าที่ตอนนี้ จริงๆ แล้วมันเลยเวลามาด้วยซ้ำ สมเด็จพระสังฆราชเราก็เคารพที่ท่านเป็นสังฆปริณายก เป็นปูชนียบุคคลที่สำคัญของประเทศชาติ รัฐบาลก็เคารพ ชาวบ้านก็เคารพ พระก็เคารพ แต่มาถึงยุคนี้ท่านอายุ 90 กว่า แล้ว 1.เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร 2.เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย 3.เป็นประธานกรรมการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย 4.เป็นเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายธรรมยุต 5.เป็นประธานมหาเถรสมาคม 6.เป็นสมเด็จพระสังฆราช งานหลักสำคัญ 6 ประการ แล้วงานอื่นที่ชาวบ้านต้องมาเข้าเฝ้าพบปะสนทนา มีกิจนิมนต์อีกมากมายก่ายกอง

ถามว่า คนอายุ 90 จะทำได้มากมายขนาดไหน แล้วอายุ 90 ถ้าร่างกายสมบูรณ์ ก็ค่อยยังชั่ว แต่ก็เกินไปที่เราจะไปใช้คนอายุ 90 แล้วท่านยังเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย

ก็เป็นโอกาสดีที่ทางรัฐบาลได้ทำ ก็จริงๆ แล้วผมกับท่านเจ้าคุณพระศรีปริยัติโมลี รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ท่านเขียนบทความแล้วส่งให้ผมอ่านในรายการวิทยุ ว่าสมควรที่จะมีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระสังฆราชได้แล้ว พูดกันอยู่ 4-5 วัน ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ผมไปงานศพที่วัดสระเกศก็เจอกับคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ท่านก็มาหาผมว่า ขอบคุณมากอาจารย์ ที่พูดเปิดแนวทางให้รัฐบาลมองเห็นทาง เพราะมัวแต่ไปกลัวกันอยู่ รัฐบาลก็ไม่กล้า คนเขาจะว่ากันอย่างโน้นอย่างนี้ พอผมนำเสนอในรายการวิทยุปุ๊บ ท่านก็บอกว่าถึงเวลาแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วมันเลยเวลาแล้ว

0 0 0

แล้วพระสังฆราชทานท่านก็ประเสริฐสุด ท่านไม่ได้ยึดติดกับยศถาบรรดาศักดิ์ทั้งหลาย อันนี้สำคัญ การแต่งตั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ขึ้นรักษาการและปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกนั้น จึงสมควร เพราะสมเด็จพระพุฒาจารย์นั้นมีอาวุโสเป็นลำดับที่สองรองจากเจ้าคุณสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ ซึ่งท่านแก่กว่าพระสังฆราชอีก แล้วก็ป่วยเหมือนกันอย่างที่เล่าให้ฟัง จึงไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ สมเด็จเกี่ยวจึงมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที ่กำหนดเอาไว้ทุกประการ

ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ในช่วงระหว่างที่สมเด็จพระสังฆราชทรงไม่สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ก็ทำหน้าที่ดังกล่าวแทนอยู่แล้ว

**************************

"ตั้งใครขึ้นมาก็ไม่เกี่ยง

ขอให้สมเด็จพระสังฆราชลงพระนาม"

ทองก้อน วงศ์สมุทร

ผมเรียนมัธยมที่วัดบวรนิเวศวิหาร สมัยก่อนเรียกมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีที่ 4-8 แล้วชื่อ 'ทองก้อน' ผมก็ได้จากสมเด็จพระสังฆราชเจ้าวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์) ที่เป็นผู้ประทานให้

ผมก็เลือดเหลืองดำ คือเลือดวัดบวรฯ ผมจึงทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้มีพระคุณของผม วัดบวรฯที่ผมร่ำเรียน และสมเด็จพระสังฆราชเจ้าที่ประทานชื่อผมครองวัดมาก่อน ถูกกระทำย่ำยีอย่างนี้ไม่ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้นผมก็พร้อม 24 ชั่วโมง ที่จะคอขาด พร้อมกับท่านพระอาจารย์มหาบัวที่เลิศเลอประเสริฐของผม

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าเรื่องประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ฉบับวันที่ 13 มกราคม ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ถ้าไม่มีคำว่า 'แทน' นั้น ไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ผมซึ่งเป็นหนึ่งในพุทธบริษัท 4 ซึ่งเป็นฆราวาสก็ออกมาเคลื่อนไหว ขอให้ยกเลิกคำประกาศดังกล่าว

ถึงอย่างนั้น ถ้าจะต้องแต่งตั้ง 'ตัวแทน' ขึ้นมาจริงๆ เรื่องกฎหมายที่เขียนไว้นั้น ก็ระบุไว้ว่า มีกรณีเดียวเท่านั้นที่จะแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระสังฆราชได้ หรือปฏิบัติหน้าที่แทนพระสังฆราชได้ต้องเป็นไปตามวรรค 4 แห่งมาตรา 10 เมื่อต้องเข้า 2 กรณีเท่านั้น คือ

เมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่ทรงอาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรืออาณาจักรก็เข้าไปร่วมไม่ได้ ต้องมหาเถรสมาคมเท่านั้นที่จะเข้าไปจัดการได้

ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะเกิดขึ้น เวลานี้สมเด็จพระสังฆราชยังทรงลงพระอุโบสถได้ ไม่เสียสมณสารูปอะไร ลงอุโบสถนั่งตั้ง 4-5 นาที ท่านมาที่วัดบวรฯท่านก็ให้ศีลได้ ให้พรได้

เรื่องคณะแพทย์ที่ออกมาแถลง ดูแล้วมันไม่มีที่มาที่ไป เลขที่หนังสือก็ไม่มี สถานภาพไหนก็ไม่รู้ จริงๆ ต้องแถลงการณ์แต่งตั้งผู้ถวายการรักษา คณะแพทย์รักษาอาการพระประชวร สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งมีมาทุกยุคทุกสมัย

พอคุณวิษณุประกาศเมื่อวันที่ 13 มกราคม ทีนี้วันที่ 18 มกราคม สมเด็จพระสังฆราชเสด็จวัดบวรฯ ก็ไม่มีใครได้ทำข่าว ให้คนได้เห็นว่าก่อนที่จะลงอุโบสถท่าน ก็เป็นผู้สมาทานศีล ท่านก็เป็นผู้ให้ศีล แล้วนั่งฟังอุโบสถ คือการสวดปาฏิโมกข์ ศีล 227 อยู่ประมาณ 5 นาที

พระองค์ท่านไม่ได้ล้มตึงตัง หรือชักอะไรเลย เสร็จแล้วก็ต้องพยุงท่าน เพราะท่าน 90 ปีแล้ว เสร็จแล้วหลวงพ่อคูณก็มากราบ ท่านก็ยังสนทนาธรรมกันเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็กลับไปที่โรงพยาบาล

มันขัดแย้งกับภาพที่เราๆ ท่านๆ เห็นว่าถ้าป่วย ปกติเท่ากับอัตภาพอย่างท่าน จะให้ท่านมาอยู่อย่างเราก็ไม่ได้

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมจำไม่ได้ ตอนนั้นสมเด็จพระสังฆราชวัดราชบพิธฯมีพระอาการประชวร พระองค์ท่านก็ออกอาการแถลงเองเลยว่าด้วยอาตมาภาพสมเด็จพระสังฆราชมีพระอาการประชวร ก็เลยขอตั้งสมเด็จวัดพระศรีมหาธาตุหรืออีกองค์หนึ่งไม่ทราบมาปฏิบัติหน้าที่แทน ท่านเขียนลงนามเอง แล้วในปีนั้นท่านก็สิ้นพระชนม์ ไม่ใช่อยู่ๆ คุณวิษณุ (วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี) จะไปเที่ยวตั้งมาอย่างนี้ไม่ได้

ต้องขอบอกเลยว่าเราไม่เคยเคลือบแคลงว่าคุณวิษณุมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร แต่เราเห็นว่ามันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมากกว่า เพราะว่าถ้าอย่างนี้ต่อไปถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเกิดสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชขึ้นมาแล้วมีอาณาจักรไปยุ่งเกี่ยวอย่างนี้อีกจะทำอย่างไร

คุณวิษณุหรือใครก็ไม่ได้ในแผ่นดินนี้ที่จะยกใครขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญแน่นอน ผมยังไม่เปิดประเด็นนี้ ผมรอให้ท่านแก้ตัวก่อน

แต่ถ้ายังดึงดันต่อไปผมจะเปิดประเด็นนี้ แล้วรัฐธรรมนูญเขียนว่า 'ในหลวง' เท่านั้นที่เป็นผู้สถาปนาได้ แล้วคุณวิษณุเป็นใคร

0 0 0

จนถึงเวลานี้ ทางด้านคณะสงฆ์ ทั้งสายปริยัติและสายปฏิบัติอยู่ตามป่าตามเขาได้มาประชุมกันไปแล้ว เมื่อวันที่ 28 มกราคม ประมาณเกือบ 600 รูป แล้วก็มีมติกันเป็นที่ทราบโดยทั่วไปแล้ว ก็แสดงให้เห็นว่าทางคณะสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วได้พิจารณาตามหลักพระธรรมวินัยทราบว่า ประกาศดังกล่าวนั้นขัดต่อหลักพระธรรมวินัยอย่างไร และท่านไม่ยอมรับ

เมื่อไม่ยอมรับ เราก็ดำเนินการเคลื่อนไหวไปตามสิทธิที่เราพึงกระทำ ประการแรกเราก็พิจารณาแล้วว่าในความเห็นของกลุ่มคณะของผมว่าคุณวิษณุกระทำการในครั้งนี้ ขัดหรือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อคุณวิษณุมีตำแหน่งในทางการเมืองเราก็จะเข้าชื่อกันถอดถอนให้ได้ 50,000 ชื่อ เพื่อถอดถอนคุณวิษณุให้เป็นไปตามกฎหมายที่ให้สิทธิประชาชนไว้ ทางรักษาการประธานวุฒิสภา คือท่านสุชน ชาลีเครือ ได้รับคำแนะนัดหม ายของเราในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. ให้ไปแสดงตนเป็นผู้ริเริ่ม

หลังจากนั้นเราก็จะเป็นผู้ที่จะไปเริ่มรวบรวมรายชื่อประชาชนที่พิจารณาแล้วเห็นด้วยกันกับเราว่าคำประกาศของคุณวิษณุไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วก็จะประกาศใหได้ 5 หมื่นชื่อ ยื่นให้วุฒิสภานำเข้ากระบวนการถอดถอนต่อไป

ส่วนทางด้านคณะสงฆ์เราก็จะนัดหมายเอามติดังกล่าวมาแก้เพื่อให้นายกรัฐมนตรีหรือว่าทางคุณวิษณุได้ทราบต่อไป ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายไปยิ่งกว่านี้

ปกติวิสัยสายวัดป่าไม่สนใจเรื่องอื่น บอกตรงๆ ในทีนี้มันมีถ่านแดงๆ มาวางลงบนศีรษะเรา เราไม่ลุกขึ้นปัดแล้วไปจัดการดับไฟเสีย มันก็จะกระไรอยู่

พระวัดป่าไม่เคยยุ่ง สายปู่มั่น แล้วก็สายปฏิบัติยังไม่เคยยุ่งเรื่องราวของท่านอื่นเลย จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของกิเลสที่หัวใจเท่านั้นเอง ที่จะต้องปฏิบัติกันไป ท่านจะเห็นได้ว่าไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการปกครอง แต่ที่ออกมายุ่งคราวนี้เป็นเพราะกระทบกระเทือนถึงท่าน

ที่วัดป่ารู้ข่าวได้นั้น ก็เพราะส่งข่าวกันไปลูกศิษย์ ลูกหา ที่พากันไปพบ ไปบอกกันว่าเกิดเรื่องอย่างนี้แล้ว ปรกติแล้วท่านจะไม่ออกมายุ่ง แต่นี่ท่านได้เอาธรรมขึ้นเป็นหลัก เมื่อผิดก็ต้องมารวมตัวกัน นี่เป็นการรวมตัวกันครั้งแรก เพื่อที่จะนำข่าวนี้ออกไปบอกในสังฆมณฑลของท่านด้วย ว่าในขณะนี้มันเกิดไฟขึ้นอีกแล้ว

เรื่องไม่พอใจสมเด็จเกี่ยว เพราะไปเกี่ยวข้องกับธรรมกายนั้น จะเห็นว่าท่านพระอาจารย์ (หลวงตามหาบัว) ท่านไม่เคยเทศน์ถึงธรรมกาย ไม่เคยเทศน์ถึงสันติอโศก มีแต่ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ แต่คราวนี้ไม้ขีดที่คุณวิษณุจุดมันเป็นไฟขึ้นมาถึงกำแพงวัดแล้ว

วันนี้มีหลายฝ่ายเป็นกังวลว่าทำไปทำมา แนวโน้มจะถึงขั้นสังฆเภท ถึงขั้นแตกแยกของสงฆ์ อันนี้เราคงยังตอบไม่ได้ เพราะเหตุการณ์นั้นมันยังมาไม่ถึง ให้มันมาถึงเสียก่อน ทางเราจะไม่ไปพูดล่วงหน้า เพราะพูดล่วงหน้าแล้วจะหาว่าเราขู่

ทุกอย่างแล้วต้องถามคุณวิษณุว่า อยู่ที่ผู้ก่อจะดับไม้ขีดก้านนี้ไหม ผมถามอย่างนี้ ฝากบอกให้คุณวิษณุพูดความจริง ความจริงก็คือ คุณวิษณุรู้ดีว่าพูดอย่างนั้นจริงหรือเท็จ

เพราะที่ผ่านมาพบกับคุณวิษณุไม่เคยได้คุยกันเลย ที่สำคัญคุณวิษณุก็รู้ดีว่าทำไมเราถึงคุยกันไม่ได้ คุณวิษณุพูดความจริงต่อสื่อมวลชนสิ ทำไมไม่พูด ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ถ้าคุณวิษณุพูดความจริงออกมาว่าทำไมผมจะไม่พบคุณวิษณุ แล้วผมจะยืนยันว่าคุณวิษณุพูดถูกไหม อย่างนี้แล้วค่อยมาว่าทองก้อน

เขาก็รู้ ผมก็รู้ แต่ทำไมคุณวิษณุต้องมาพูดแบบนี้ เดี๋ยวผมเปิดเผยไปบ้าง คุณวิษณุจะเสียหาย ไม่มีเรื่องอื่นไปยิ่งกว่านี้ เพราะคุณวิษณุเขาไม่ยอม เขาเป็นมือหนึ่ง เขาจะเสียหน้าไม่ได้

0 0 0

หนทางเดียวที่จะให้เชื่อเรื่องพระประชวร ต้องประกาศให้ชัดไปเลยว่า ด้วยสมเด็จพระสังฆราชมีพระอาการประชวรด้วยโรคนั้นนี้ รัฐบาลจึงได้หารือกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ประกาศคณะแพทย์ผู้แต่งตั้ง ซึ่งดูแลอาการรักษาว่าคณะแพทย์ได้ตรวจการรักษาแล้วมีอาการ ดังนี้ จึงได้แถลงมาเพื่อทราบ หัวกระดาษก็ต้องเป็นของโรงพยาบาลจุฬาฯ เลขที่ วันที่ เซ็นชื่อลงนาม

จะให้ยอมรับได้ก็ต่อเมื่อต้องเข้าข่ายที่กล่าวมาเท่านั้น แต่ถึงขั้นที่ประชวรแบบที่แพทย์ลงความเห็นว่าไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้แล้วก็ตาม คุณวิษณุก็ยังตั้งใครขึ้นมาไม่ได้ ต้องเอาเรื่องนี้ไปเข้ามหาเถรสมาคม (ม.ส.) นี่กฎหมายเขียนว่าต้องเป็นมติ ม.ส. ว่าจะเลือกสมเด็จพระราชคณะขึ้นมารูปหนึ่งแล้วส่งชื่อไปยังคุณวิษณุ อย่างนี้ถึงจะได้ เป็นใครก็ได้ ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย

ถึงเวลานั้น ถ้าเป็นสมเด็จเกี่ยวก็ไม่เกี่ยง ผมพูดตรงไปตรงมาเลย ไม่ต้องอ้อมค้อม แม้ตั้งหลวงตาผมก็ไม่ยอม เพราะผิดกฎหมายจะมีอำนาจไปทั่วบ้าน ทั่วเมืองไปได้ยังไง ทุกอย่างต้องว่ากันตามลำดับ

ตั้งใครขึ้นมาก็ไม่เกี่ยง ขอให้สมเด็จพระสังฆราชลงพระนามฯ เท่านั้น
ตอม 11/02/04 02:13:33 ฟังมาทั้งสองข้างของวางตัวอย่างกลางและตั้งข้องสังเกตุแบบนี้ว่า


 เหตุผลอะไรที่ทำไมนายทองก้อนจึงร้อนตัว ต่อเรื่องนี้มาก  และคิดว่าเหตุผลในการแต่งตั้งตัวแทนพระสังฆราช นั้น เป็นเป้าหมายรอง แต่เป้าหมายหลักคือ คุณวิษณุ  ที่มีแนวคิดที่จะจัดระเบียบสาธารณะสมบัติของพระศาสนาทั้งระบบ  แต่พอเริ่มเดินได้สองสามก้าวก็สะดุดขาตัวเองหกล้มก่อน  เลยโดนพวกนายทองก้อนที่ร้อนตัวต่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้วลงเท้าซ้ำ เข้าทางพอดีก่อนที่เคยคิดจะเสนอเปลี่ยนกติกาแต่งตั้งฯโดยพระราชอำนาจ  เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง  เป็นเครดิตในการเข้าไปมีส่วนในการกำหนดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในพระศาสนา



เรื่องนี้ผมไม่ได้ลึกไปถึงหลวงตา  เพราะท่านอาจจะโดนแอบอ้างหรือขาดความเข้าใจในมิติทางโลกเรือ่งการหาผลประโยชน์(อย่าลืมว่านายทองก้อนที่เคยจับเงินก้อนโตจากการบริจาคที่เป็นเงินของพระศาสนา จะดำเนินการแบบไหน?ถูกต้องหรือไม่จะต้องโดนตรวจสอบจาก การจัดระเบียบใหม่อันนี้)


ผมมองแบบนี้เพราะคิดว่าถ้าแค่ประเด็นแต่งตั้งที่ไม่เขาน่าจะพลาดนั้น นายทองก้อนไม่น่าจะจิกไม่ปล่อยขนาดนั้น(เพราะตอนนี้มันเลยเป้าหมายนี้ไปแล้วเรื่องนี้สื่อเข้าถึงแล้วคนเริ่มชัดเจนแล้วป) มันก็น่าจะจบลงที่ยืนหนังสือผ่านสื่อให้เขารับเป็นพยานในข้อเรียกร้อง ส่งต่อให้ผู้มีหน้าที่ดำเนินการไปตามบทบาทหน้าที่ของใครของมันต่อไป


แต่ดูท่าว่าจะไม่อย่างนั้นจะมีการขยายผล เช่นมีภาพความรุนแรง เขียนหนังสือเลือด ตัดคอหุ่น เผาแช่ง (แต่ขาวว่ามีการขอไว้จึงหยุด เอาเป็นว่าผมอยากให้สังคมจับตาดูเจตนาของคนๆนี้ด้วย  ส่วนตัวผมยังอยากเห็นภาพต่อไปที่ถูกต้องในการที่จะเข้ามาจัดระเบียบใหม่ให้กับ ผลประโยชน์วัดพระศาสนาทั้งระบบ  ความหมักหม่มไม่ชัดเจนตรงนี้ทำให้มีผลส่งต่อไปยังปัญหาอื่นๆ ในศาสนาจนถึงวิกฤตศรัทธาต่อพระศาสนาได้



ผมว่าจุดเริ่มมันน่าจะมาจากการที่เราเอาแนวคิด วัตถุนิยม,บริโภคนิยม,สะสม ลลาภยศ,บรรดาศักดิ์ที่เป็กิเลสแบบฆารวาสเข้าไป เติมลงไปใน วัดในพระศาสนา เกินพอดี  คือถ้าพอดีมันก็จะเป็น  สีสันอุบายธรรม ไปจนถึงเป็นความงามของวัฒนธรรมที่หลอกล่อให้คนเข้าหา "พุทธะ"(จิตสงบแบบผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน  ด้วยไตรสิกขา ศิล,สมาธิ,ปัญญา)  และความพอดีนี้สำหรับปุถุชน,ฆารวาสที่ต้องจัดสมดุลให้กับตัวเองให้อยู่ได้ในวัฎฎฯอย่างประณีประนอมต่อความเป็นไปของธรรมชาติของกิเลสด้วยทางสายกลาง   และลึงลงไปถึงสมถะในบทบาทของพระนักบวชที่มีหน้าที่เผยแพร่ศาสนาและเป้าหมายนิพพานแบบอริยะ


แต่ทิศทางตอนนี้มันเกินพอดีจนสวนทางกับพระศาสนาที่เน้นลดละ  แต่มันกับเป็นการเพิ่มเติมกิเลสแบบฆารวาสลงไปในวัดและพระศาสนา พอกความหนาให้กับสีสันหรือเปลือกจนมองไม่เห็นพทธธที่อยู่ข้างใน วัดพระศาสนาจนต่อไป(เดี่ยวนี้ก็มี)    เราจะแยกไม่ออกว่า วัด,บ้าน,และสถานบันเทิง(ดูตอนมีงานสิ)  ผมว่าต่อไปหนักเข้าก็จะมีกรณี  ทริปท์นักร้อง คล้องพวงมาลัยพระที่ร้องเพลงแร็ฟมาหาชาติ  ได้โหยหวลจับใจ?



นั้นคือปัญหาทางพระพุทธศาสนาเรา เมื่อมองลงมาที่ม.ศ(มหาเถระฯ) ที่เป็นองค์กรหลักโครงสรางหลักองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทหหน้าที่โดยตรงต่อการจัดการต่อปัญหาเรื่องนี้ ก้มีปัยหาอย่างที่เห็นอย่างที่ทราบๆกัน เช่น การปลอมพระลิขิต จากคนใกล้ชิด ไปหาผลประโยชน์ใส่ตัว


แม้แต่ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นแกนนำโดนผ่านนายทองขาว (วัตถุเงินๆทองๆทั้งนั้นป่วนศาสนา) นี่ก็ทองเป็นก้อนๆเลย  ตอนนั้นมีการเดินขบวน(ม๊อบพระ) อยู่วัดดีๆ จะขอไปอยู่คอนโดฯ เพราะกิเลสแบบฆารวาสหรือเปล่า? หรือเพื่อความเหมาะสมกับพุทธศาสนาที่เป็นศาสนาประจำชาติหรือเห็นว่าคอนโดมันโก้ใหญ่โต  แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาก็ต้องแบ่งให้เป็นห้องๆ แม้จะใหญ่กว่าคนอื่นแต่เขาก็ต้องกันห้องอื่นๆไว้ให้ศาสนาอื่นๆอีกแถมคนดุแลคอนโดก้เป็นฆารวาส(เจ้ากระทรวงเป็นอำนาจรัฐ)  ตอนนั้นผมเคยเสนอให้ไปอยู่ที่เป็นอิสระ ขึ้นตรงต่อผู้มีอำนาจสูงสุดทางบริหาร  จนสรุปได้สำนักงาน  ที่เป็นบ้านเดี่ยว และมีงบส่วนตัวจัดการกันเองอิสระกว่า  แต่ตอนแรกก้ยังจะไม่ยอมกันจะเอาคอนโดอย่างเดียวเพราะดูแล้วเป็นตึกใหญ่กว่า



นั้นมันเป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อนศักยภาพทางการบริหารจัดการขององค์กรหลักทางศาสนา มันมีภาพปัญหาอย่างที่เห็นผมไม่มีเจตนาจะล้อเลียนหรือกล่าวหาใครแต่ผมมองเห็นว่ามันมีปัญหาแบบนี้ที่จะส่งผลต่อความเสื่อม, และวิกฤตศรัทธา จึงเป็นหน้าที่ของพุทธบริษัทที่จะช่วยกันดูแล  แต่เมื่อมองมาที่โครงสร้างหลักของพระศาสนาเราม.ศ(มหาเถระฯ)  ที่ถือว่าเป็นโครงสร้างสำคัญโครงสร้างหนึ่ง  ที่มีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการต่อเรื่องนี้ กลับมีสภาพอย่างที่เห็น


ผมจึงเห็นว่ามันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ชาวพุทธและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลพระศาสนาจะต้องให้ความสำคัญเข้ามาดูแล(คนละอย่างกับการก้าวก่ายงานพระสงฆ์ ) อย่างที่นายวิษณุพลาดเองโดนไปแล้ว ถึงจะ ถูกเด้งแต่จำเป็นต้องมีคนสานต่องานดูแล(ไม่ใช่ก้ายก่าย)  เพราะเป็นหน้าที่ร่วมกันของพุทธบริษัท ที่จะจัดระเบียบใหม่ กะเทาะเปลือกหนาๆที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง  และระวังเรื่องเงินทองๆ  โดยเฉพาะทองๆทั้งหลายที่เป็นก้อนๆนั้นน่ะจับตาดูดีๆ
บูชา 11/02/04 02:16:15 พระพุทธพจน์มีไว้ว่า
ลาภ สักการะ ฆ่าคนโง่ให้ตาย
คนพาล ย่อมทำกรรมอันเผ็ดร้อนแก่ตัวเอง ดุจดั่งทำกับศัตรู


เหตุการณ์ต่างๆในบ้านเมืองเราเวลานี้  กำลังมีคนฆ่าตัวตายทั้งในโลกนี้และโลกหน้าอยู่เยอะแยะไปหมดเลยครับ
ใครที่เคยคิดว่าอยู่ในหลักการ มีอุดมการณ์ มีธรรมะ
ก็แปรเปลี่ยนไปได้เสมอเมื่อมีลาภสักการะเข้ามาเกี่ยวข้อง

ผมขออนุโมทนาจริงๆกับท่านทั้งหลายที่ร่วมกันจรรโลงหลักการที่ถูกต้องของพระพุทธศาสนาเอาไว้ให้ถึงที่สุด
กุศลกรรมและน้ำใจที่มีต่อพระศาสนานี้ขออำนวยผลให้ท่านที่เคารพธรรมทั้งหลาย
มีแต่ความเจริญก้าวหน้า ไม่มีเสื่อม จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งทุกข์ด้วยเทอญ

สิ่งที่เราต่อสู้อยู่นี้อาจจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จถ้ามองกันทางโลก
แต่สิ่งที่สำเร็จแน่ๆ คือความตั้งใจอันเป็นกุศลของพวกเราทั้งหลายที่เคารพพระธรรมวินัย
ที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าบัญญัติไว้ดีแล้ว

ผมคิดว่าในที่สุดแล้วจะมีความแตกแยกเกิดขึ้นแน่นอน
อำนาจและเงินตราจะบันดาลความชั่วช้าให้ออกดอกออกผลแน่นอน
วิกฤติการณ์ตรงนี้ ต้องถือเป็นโอกาสที่เราจะร่วมกันสร้างเครือข่ายขึ้นมา
ที่ในที่สุดแล้วจะไม่ขึ้นกับการบริหารของส่วนกลาง
เราคงต้องรณรงค์ไม่ทำบุญให้วัดในระบบ แต่คงต้องทำสถานที่ของแต่ละคนขึ้นมากันเองแล้วเชื่อมโยงกัน
เราต้องพึ่งตัวเองกันแล้วหละครับ อย่างน้อยก็ต้องเตรียมตัวกันไว้

แต่ปัญหาเฉพาะหน้าเราก็ต้องพยายามกันให้ถึงที่สุดนะครับ
เราจะทำอะไรกันได้มากกว่าการแชร์ข้อมูลมั้ยครับ
อย่างที่คุณแอนนาเสนอน่ะครับ

มีโทรทัศน์ช่องอื่นนอกจากช่อง 11 มั้ย ที่เค้าจะสนใจตรงนี้
แล้วเราจะช่วยกัน email หรือ ส่งแฟกซ์ไปเรียกร้องให้มีการเอาข้อมูลอีกด้านมาเปิดเผยจะได้มั้ยครับ
ผมไม่ค่อยได้ดูโทรทัศน์เสียด้วย เลยไม่ค่อยรู้ว่าเดี๋ยวนี้เค้ามีรายการอะไรกันบ้าง
พัลวัน 11/02/04 02:34:18 อ้างอิง (ตอม @ 11 ก.พ. 47 - 14:13)
ฟังมาทั้งสองข้างของวางตัวอย่างกลางและตั้งข้องสังเกตุแบบนี้ว่า


 เหตุผลอะไรที่ทำไมนายทองก้อนจึงร้อนตัว ต่อเรื่องนี้มาก  และคิดว่าเหตุผลในการแต่งตั้งตัวแทนพระสังฆราช นั้น เป็นเป้าหมายรอง แต่เป้าหมายหลักคือ คุณวิษณุ  ที่มีแนวคิดที่จะจัดระเบียบสาธารณะสมบัติของพระศาสนาทั้งระบบ  แต่พอเริ่มเดินได้สองสามก้าวก็สะดุดขาตัวเองหกล้มก่อน  เลยโดนพวกนายทองก้อนที่ร้อนตัวต่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้วลงเท้าซ้ำ เข้าทางพอดีก่อนที่เคยคิดจะเสนอเปลี่ยนกติกาแต่งตั้งฯโดยพระราชอำนาจ  เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง  เป็นเครดิตในการเข้าไปมีส่วนในการกำหนดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในพระศาสนา

(ตอม @ 11 ก.พ. 47 - 14:13)


อันนี้มันเป็นข้อสังเกต หรือว่าเป็นข้อกล่าวหากันแน่ครับ?

เริ่มต้นแบบนี้แล้ว ก็ไม่ต้องไปอ่านอธิบายที่ตามมาหรอก เพราะมันเริ่มต้นจาก สมมุติฐานของตนเองที่กล่าวหา (แต่ใช้ถ้อยคำที่สละสลวยกว่า ว่าเป็นข้อสังเกต)
คนไม่รู้รรม 11/02/04 02:57:53 การที่เราจะตัดสินใจว่าใครเป็นคนบรรลุธรรมหรือไม่บรรลุธรรมนั้น ไม่รุ้ว่าเค้าเอาอะไรเป็นตัววัด เอาความรู้ความจำที่ไปอ่านมาจากหนังสือเป็นตัววัด หรือเอาจิตใจของคนคนนั้นเป็นเครื่องวัด ไม่รู้เหมือนกัน คงเหมือนกับการที่เราจะรู้ว่าใครเป็นคนดี คนไม่ดี คงไม่ได้เอาใบปริญญา หรือวุฒิการศึกษาที่ต่อท้ายชื่อ หรือนำหน้าชื่อ มาเป็นเครื่องวัดว่าคนเป็นคนดีหรือเลวหรือเปล่าครับ ในความคิดส่วนตัวของผมนั้น ในบางครั้งการศึกาในปัจจุบันไม่ค่อยได้ส่งเสริมให้คนเป็นคนดีเสียเท่าไรนัก เพราะรู้สึกว่าทำไมคนยิ่งเรียนสูง ยิ่งเห็นแก่ตัว ยิ่งมีความรู้มากยิ่งเอาเปรียบคนที่ไม่มีความรู้

จากที่ลองอ่าน ที่เค้าแสดงความคิดเห็นมาผมก็ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วฝ่ายไหนเป็นอย่างไร
แต่ผมมองว่า เงินและอำนาจ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายๆอย่างออกมาแล้วดูไม่ค่อยดีในสายตาของคนทั่วไป  คงมีเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
อีกหนึ่งข้อมูล 11/02/04 03:12:59 คุณตอม ความคิดเห็นที่ ๕๔๖ “เรื่องนี้ผมไม่ได้ลึกไปถึงหลวงตา  เพราะท่านอาจจะโดนแอบอ้างหรือขาดความเข้าใจในมิติทางโลกเรือ่งการหาผลประโยชน์(อย่าลืมว่านายทองก้อนที่เคยจับเงินก้อนโตจากการบริจาคที่เป็นเงินของพระศาสนา จะดำเนินการแบบไหน?ถูกต้องหรือไม่จะต้องโดนตรวจสอบจาก การจัดระเบียบใหม่อันนี้)”

คิดเองใช่ไหมครับ ในเมื่อนึกๆ คิดๆ ได้ ลองคิดอีกด้านหนึ่งดู

๑. “เพราะท่านอาจจะโดนแอบอ้าง ขาดความเข้าใจในมิติทางโลก” … ลองคิดอีกด้านหนึ่ง

๒. “อย่าลืมว่านายทองก้อนที่เคยจับเงินก้อนโตจากการบริจาคที่เป็นเงินของพระศาสนา จะดำเนินการแบบไหน?ถูกต้องหรือไม่จะต้องโดนตรวจสอบจาก การจัดระเบียบใหม่อันนี้”
อันนี้ติดตามดูไปเถิด เห็นว่าตำรวจจะไปถามหลวงตาฯ (ทางโลกเรียกว่าสอบปากคำ) อยู่ ก็อีกไม่นานใครจะหน้าม้านกลับไป

คุณเล่นคิดเองว่าจะดำเนินการแบบไหน? ถูกต้องไหม? ไม่เห็นใส่ใจจะลงไปดูเอาเอง ดูของจริง แล้วมาลงความคิดเห็นตั้งข้อสังเกตเอาแบบนี้ต่อสาธารณะชน … ก็เป็นหนึ่งในการส่งข่าวสารที่ไม่ค่อยจะดีเหมือนกัน จริงหรือไม่ครับ
นายโจโจ้ 11/02/04 04:21:35 ฟังจากข่าวแล้วเอามากล่าวหา ไม่ศึกษาให้ละเอียดแล้วนำมาตัดสิน นี่แหละครับ นักปรัชญาพุทธศาสตร์
พัลวัน 11/02/04 04:31:52 ลองอ่านข่าวแล้วนึกสลดใจครับ เขาเตรียมการกันมานานมากจริงๆครับ พ.ต.ท. ทักษิณ ไปพลาดที่ไปมอบหมายให้นายวิษุณไป "ดำเนินการ หาทางแบ่งเบาภาระ สมเด็จพระสังฆราช" จึงเป็นที่มาของการ "ปลด" พระสังฆราช ด้วยการ "ประกาศแต่งตั้งผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ด้วย "อำนาจ" ของ "รองนายกรัฐมนตรี" เข้าให้

เขาเตรียมการกันมานานในขนาดที่ว่า ส่งคนของตนเองเข้าไปในตำแหน่งต่างๆมากมายจริงๆ (ส่วนพระที่มีอายุมาก ก็อาจได้รับการป้อนข้อมูลเพียงด้านเดียว ทำให้เข้าใจผิด - วิธีการปกติของ "Marketing")

-----------------------------------------------------------------------------
"พล.ต.ท.อุดม"สับ"ทองก้อน" มุ่งทำลายฆราวาส-พระสงฆ์
http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php?s_tag=01p0114110247&show=1§ionid=0101&day=2004/02/11

ความคืบหน้ากรณีพระวัดป่าจำนวน 15,000 รูปเคลื่อนไหวคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พร้อมมอบหมายให้นายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด อ.เมืองอุดรธานี มายื่นหนังสือถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จนเกิดการเผชิญหน้ากับฝ่ายที่สนับสนุนคำสั่งดังกล่าวนั้น

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.อุดม เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า เรื่องของพระป่าที่ออกมาเคลื่อนไหวลงนิคหกรรมคว่ำบาตรนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีได้รายงานให้ทาง มส.ทราบ เพราะเรื่องของกลุ่มที่เคลื่อนไหวเตรียมการกันมานานแล้วเป็นเพียงพวกฉวยโอกาสเป็นเรื่องที่สุดวิสัยที่ พศ.จะไปทำอะไรได้ พวกนี้เป็นพวกที่มุ่งทำลายบุคคลที่เป็นฆราวาสและพระสงฆ์ที่ไม่ชอบจึงไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่โตอะไรและอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันช่วยเหลือพระพุทธศาสนาให้มีความขาวสะอาด

"ส่วนเรื่องวัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ที่ปล่อยให้มีการชุ มนุมของพระสงฆ์นั้น จะนำเรื่องนี้ไปหารือเป็นการภายในกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดมกุฏกษัตริยาราม ที่ทำหน้าที่แทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต คิดว่าจะเข้าพบเจ้าอาวาสวัดอโศการามเพื่อรายงานเรื่องการแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติราชการแทนสมเด็จพระสังฆราชให้เข้าใจด้วย รวมทั้งเรื่องการชุมนุมของพระป่า สำหรับกรณีที่พระมหาโชวว์ ทัสสนีโย ออกมาระบุว่ามีการจ้างพระมาชุมนุมนั้นผมได้ข่าวมาเช่นกันว่ามีการให้เงิน จัดทัวร์จากภาคอีสานมาถึงกรุงเทพฯ" พล.ต.ท.อุดมกล่าว

ผอ.พศ.กล่าวต่อว่า ได้ให้สำนักงาน พศ.ออกแถลงการณ์กรณีมติของที่ประชุมสงฆ์ร่วมกับกลุ่มนายทองก้อนว่าเรื่องการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชนั้นดำเนินการทุกอย่างถูกต้องมาตามลำดับ โดยอาศัยอำนาจในมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์(ฉบับที่ 2) และในประเด็นที่มีการขัดต่อพระวินัยหรือไม่นั้นได้พิจารณาเห็นว่า การบริหารใดๆ ที่จะทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยในทุกองค์กร รวมถึงองค์กรทางพระพุทธศาสนา รัฐบาลก็พร้อมจะดำเนินการเพื่อความสงบเรียบร้อย จากมติของกลุ่มพระป่าหรือกลุ่มนายทองก้อนถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่ออกมาเคลื่อนไหวแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่มติของคณะสงฆ์ไทยทั้งหมดจึงขอชี้แจงให้พุทธบริษัทเข้าใจมั่นใจต่อการดำเนิการของรัฐบาล

พล.ต.ท.อุดมกล่าวถึงเรื่องพระเบญจภาคีที่หายไปจากห้องบรรทม ตำหนักเหลืองรังษี วัดบวรนิเวศวิหารนั้น ได้สอบถามไปยังพระเทพสารเวที กรรมการวัดบวรฯ ไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อสอบถามไปยังนายสิทธิโชค ศรีสุคนธ์ คนสนิทของสมเด็จพระสังฆราช ทราบว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงแต่หายไปเมื่อ 3-4 มาแล้ว โดยมี พล.ต.ต.ดุสิต เถระพัฒนะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สอบสวนในครั้งนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำตอบจาก สน.ชนะสงครามว่าแจ้งความไว้จริงหรือไม่

วันเดียวกัน หลวงตามหาบัวได้เทศน์ให้อุบาสกอุบาสิกาฟัง ที่วัดป่าบ้านตาด ตอนหนึ่งระบุว่า พระพุทธเจ้าตั้งยศตั้งสมณศักดิ์ให้ แล้วปรากฏว่ามีพระอรหันต์องค์ไหนบ้างไปบ้ายศ เหมือนพระบ้ายศอยู่ทุกวันนี้ ทุกวันนี้พระกำลังบ้ายศ กำลังก่อกวนอยู่เดี๋ยวนี้ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนให้พระบ้าในยศของตัวเอง พวกนี้พวกก่อกวนพวกยุแหย่ ตั้งเรื่องนั้นขึ้นมาแล้วตั้งกฎนี้ขึ้นมา กลายเป็นความวุ่นวายไปหมด ผู้ที่มุ่งอรรถมุ่งธรรมเลยอยู่ไม่สะดวกสบาย ถูกกระทบกระเทือนกระแทกแดกดันตำหนิติเตียนไปทุกอย่าง สุดท้ายว่าผู้ที่อยู่ในป่าในเขา เป็นพร ะวิกลจริตไปแล้ว พวกอยู่ในบ้านเท่านั้นพวกเลิศเลอ

"พระพุทธเจ้าตรัสรู้ในป่า วิกลจริตอยู่ในป่าหรือ พระสงฆ์สาวกทั้งหลายเรียนสำเร็จปฏิบัติสำเร็จมาจากในป่า ท่านวิกลจริตในป่าเหรอ...เขาว่า หลวงตาเป็นอะไรเป็นพระวิกลจริตเหรอหนุนพระวิกลจริตเหรอ เป็นกบฏเหรอ...พวกเรานี่พวกกบฏ...ที่เลิศเลอตั้งแต่ผู้ตำหนิอยู่นั่นแหละ ให้ดูเอา" หลวงตามหาบัวเทศน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนาประมาณ 50 คน นำโดยนายเสถียร วิพรมหา อาจารย์จากมหามกุฏราชวิทยาลัยเดินทางมาดักประท้วงกลุ่มนายทองก้อนที่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยทางนายทองก้อน พร้อมประชาชนจาก จ.อุดรธานี ประมาณ 500 คน เดินทางโดยรสบัส 10 คัน มาชุมนุมอยู่ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)

นายทองก้อนกล่าวผ่านโทรโข่งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีส่งคนมารับหนังสือมติสังฆสามัคคีจากพระสงฆ์ทั้ง 4 ทิศ ที่ได้ประชุมและลงนามไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ค้านการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระสังฆราช พร้อมกับรายชื่อฆราวาสที่คัดค้านอีกจำนวน 145,149 คน พร้อมเรียกร้องว่าหากจะให้เหตุการณ์นี้สงบ ต้องส่งคนที่ไว้ใจได้มารับมติสงฆ์ดังกล่าว

หลังจากนั้นกลุ่มนายทองก้อนเปิดเทปสวดญัตติทุติยกรรมวาจา เพื่อคว่ำบาตรนายวิษณุจนบทสวดจบ และนำหุ่นนายวิษณุสวมสูทสีน้ำตาลใส่หน้ากากนายวิษณุ อยู่ในท่านั่งพนมมือมัดกับหลัก มีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ในมือเหมือนเตรียมถูกประหารชีวิต และมีป้ายเขียนโจมตีนายวิษณุอย่างรุนแรง

นายทองก้อนให้สัมภาษณ์ว่า จะรอดูท่าทีของนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการอย่างไรกับประกาศแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชที่นายวิษณุได้ลงนามไปแล้วว่าดำเนินการแก้ไขอย่างไร โดยยืนยันว่า ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ จะนำเรื่องนี้ไปฟ้องต่อศาลปกครองให้ยกเลิกประกาศดังกล่าวอย่างแน่นอน

ต่อมา พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกมารับหนังสือคัดค้านจากนายทองก้อนทำให้เหตุการณ์สงบลงโดยกลุ่มนายทองก้อนได้เปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงความฝันอันสูงสุด ก่อนที่จะเรียกรถบัสมารับผู้ชุมนุมกลับสวนแสงธรรม

ด้านนายกำพล ภู่มณี ส.ว.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายทองก้อน และในช่วงที่ผ่านมากลายเป็นว่ามีฆราวาสเข้าไปยุ่งเกี่ยวและแทรกแซงการบริหารงานของสงฆ์ และพยายามบิดเบือนข้อกฎหมายและมติของคณ ะสงฆ์ ความจริงไม่อยากจะพูดเรื่องนี้มาก แต่เห็นสถานการณ์เริ่มเลวร้ายไปในแนวทางเสื่อมมากขึ้นจึงต้องการจะเตือนสติสังคมเอาไว้ว่า ขณะนี้นายทองก้อนไม่มีเครดิตทางสังคมไม่ใช่บุคคลที่น่าเชื่อถือแต่อย่างใด

-----------------------------------------------------------------------------
คนเก่า 11/02/04 04:35:41 เรียน คุณแอนนา

ขอโมทนาและชื่นชมความกล้าหาญที่ต้องการออกมาปกป้องพระศาสนา

แต่ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เขามีทั้งเงิน ทั้งบุคลากร ทั้งอำนาจ และแผนงานที่ดำเนินการมานานปี ค่อยๆแซะ ค่อยๆแทรกอย่างเป็นระบบเป็นขบวนการ  ดูแต่ในลานธรรมนี้เถิดตั้งแต่ครั้งคัดค้านร่าง พรบ.สงฆ์แล้ว ก็มีพวกนั้นแฝงเข้ามาตะแบงใส่ไคล้ โฆษณาชวนเชื่อให้เกิดความไขว้เขวตามหลักวิชาจิตวิทยามวลชน อย่างไม่มียางอาย ไม่เกรงกลัวอเวจี  แม้กฎหมายบ้านเมืองตลอดจนพระบรมเดชานุภาพ พวกนี้ยังดื้อด้านไม่รู้จักเกรง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง  ประชาชนตาดำๆทั่วไปรังแต่จะถูกเหยียบย่ำเหมือนมดปลวกตามความคะนอง เหลิงในอำนาจเถื่อนในมือ

ให้เข้าไปศึกษาคำเทศน์ของหลวงตาที่เกี่ยวข้องเถิด  ลูกศิษย์หลวงตาที่เป็นใหญ่เป็นโตมีมากมาย  แต่หลวงตากลับบัญชาให้คุณทองก้อนออกหน้า  แล้วเรียกร้องให้พุทธบริษัทผนึกกำลังกันสนับสนุน  อย่างการช่วยกันนำความจริงมาเผยแพร่ตีแผ่  การลงนามตามที่คุณทองก้อนรวบรวมไปยื่น  หรือการไปร่วมสนับสนุนการประชุมสงฆ์ที่วัดอโศกการาม ก็ดีอยู่แล้ว

ไม่สมควรกระทำการที่แตกกลุ่มออกไปเพียงลำพัง หรือกลุ่มเล็กๆ  จะได้ไม่คุ้มเสีย  เพียงคอยเปิดหูเปิดตาว่าหลวงตาและคุณทองก้อนต้องการให้ช่วยสนับสนุนอย่างไรต่อไป  แล้วช่วยประชาสัมพันธ์ บอกต่อๆกันไป  และช่วยกันทำเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวดังที่หลวงตาบัญชาเถิด

อย่างไรก็กราบนมัสการเรียนถามหลวงตาโดยตรง โดยผ่านทาง web หลวงตาได้เลย

ด้วยความห่วงใยเพื่อนพุทธบริษัท

นิพ 11/02/04 05:02:51 ต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนมากยังขาดข้อมูลที่แท้จริงอยู่มากครับ บางท่านอาศัย
ความจากสื่อที่ตอนนี้แทบจะหาคำว่าจรรยาบรรณไม่ได้เลย ขนาดผู้ใหญ่ในสมาคม
นักข่าวเองท่านยังมาเล่าสู่กันฟังถึงเรื่องนี้ ซึ่งผมอยากให้ท่านที่จะสนทนาในกระทู้
นี้ลองตอบคำถามผมก่อนจะได้ไหมครับ

1.ท่านรู้จักเบื้องลึกของผู้ที่จะมาเป็นรักษาการสมเด็จพระสังฆราชไหม และรู้ถึง
ความสัมพันธ์ระหว่างท่านนั้น กับลัทธิ UFO แถวคลองหลวงไหม

2. ท่านทราบไหมว่าพระอาการที่แท้จริงของสมเด็จพระสังฆราชเป็นอย่างไร หรือ
ทราบแค่จากสื่อ ที่ท่านคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นความจริง

3.ท่านคิดไหมว่าการตั้งรักษาการพระสังฆราชเป็นเสมือนการตั้งพระสังฆราช
อีกองค์ ซึ่งเป็นการสมควรแล้วหรือ เพราะรักษาการพระสังฆราชตำแหน่งนี้
คือสามารถใช้พระอำนาจของสมเด็จพระสังฆราชได้และดูเหมือนการแต่งตั้ง
ครั้งนี้จะไม่มีกำหนดซะด้วย ไม่เหมือนกับการที่ผู้จัดการไปต่างประเทศแล้วมีการ
แต่งตั้งรักษาการผู้จัดการจนกว่าผู้จัดการจะกลับมานะครับ และที่สำคัญตำแหน่ง
นี้คือประมุขฝ่ายสงฆ์ ไม่ใช่ตำแหน่งธรรมดาๆนะครับ

4.ท่านรู้จักกฎหมายและรัฐธรรมนูญว่าด้วยการแต่งตั้งพระสังฆราชดีแค่ไหน
ถ้าจะฟังความจากสื่อ ลองอ่านข้อมูลที่คุณสนธิในนามเซี่ยงเส้าหลงแห่ง
ผู้จัดการเขียนดูนะครับ

5.ท่านรู้จักคุณทองก้อนตัวจริงไหม หรือเพียงแต่รู้จักผ่านสื่อแล้ว เอามาปรุงแต่ง
ว่าคุณทองก้อนตัวจริงต้องเป็นอย่างที่สื่อว่า

ผมรู้สึกว่าหลายๆท่านที่มาตอบข้อมูลจะมาจากสื่อ ก็อ่านจะ นสพ.มานั่นแหล่ะ
โดยไม่ได้ทราบเลยว่าความจริงเป็นอย่างไร ภัยแห่งพระศาสนากำลังคืบคลาน
เข้ามา มีหลายๆท่านทำตัวเหมือนการสนทนาเรื่องนี้เป็นการสนทนาแบบสภากาแฟ
เอาความคิดที่ตัวเองได้จากสื่อมาถกกัน เพราะประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าใครเป็นคน
อย่างไร พี่โจโจ้จะดีหรือไม่ดี ได้เตโช เจโต ไมโล (อันหลังนี่คนละเรื่อง ^_^;;)
หรือไม่ นายทองก้อนจะถูกหรือผิด หลวงตาท่านเป็นอรหันต์หรือไม่ ไม่ใช่เรื่อง
เหล่านี้แล้ว ประเด็นสำคัญคือผลเสียและความไม่ชอบธรรมของการแต่งตั้งรสก.
พระสังฆราช การหวังที่จะรวบอำนาจของบุคคลบางกลุ่ม

ถ้าการแต่งตั้งในครั้งนี้ชอบธรรมและบริสุทธิ์จริง ทำไม ไม่ทูลเกล้าถวาย
ในหลวงให้พระองค์ทรงลงพระนามแต่งตั้ง เพราะการแต่งตั้งพระสังฆราช
ต้องเป็นพระราชอำนาจของพระองค์ในการแต่งตั้ง เพราะการแต่งตั้ง รักษา
การครั้งนี้เรียกง่ายๆว่าเป็นพระสังฆราชเลยอีกองค์ เพราะไม่มีกำหนดระยะเวลา
รักษาการที่ชัดเจน ซึ่งแค่รองนายกธรรดาไม่มีอำนาจแต่งตั้งและไม่ควรอยู่แล้ว
(ถ้ามีใจยุติธรรมและไม่หน้าด้าน) แต่ผมตอบแทนเลยว่าพวกนั้นไม่กล้าทูลเกล้า
ถวายในหลวงหรอก เพราะพวกนั้นรู้อยู่แก่ใจว่า ในหลวงของพวกเราปรีชาสามารถ
แค่ไหน ทำไมจะไม่ทรงทราบตื้นลึกหนาบางของสมเด็จบางองค์ที่อยากได้อำนาจ
นักหนา

ฝากให้คิด ให้พิจารณาอ่านก่อนสนทนานะครับ ถ้าจะสนทนาเพื่อแสดงว่าข้าถูก ข้าแน่
อย่าทำเลยครับ เพราะไฟเริ่มลามเข้ามาแล้ว แต่บางท่านยังไม่รู้ตัวเลย

สุดท้ายบาปกรรมในครั้งนี้น่ากลัวมากนะครับคอยดูพวกผู้เกี่ยวข้องให้ดีว่าจะได้รับ
ผลกรรมทันตาเห็นหรือไม่??? เอาแค่ลองดูการเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม.คราวนี้อาจจะมี
ผลพลิกล็อค ทำให้พรรคบางพรรคที่สนับสนุนนายวิษณุ ผิดหวังก็ได้ เหอ เหอ เหอ
นิพ 11/02/04 05:18:07 มีเรื่องเล่าให้ฟังกันว่า พี่ชายผมเล่าให้ฟังว่า เพื่อนของเขาคนนึง
(คนนี้พี่ๆในลานธรรมหลายคนรู้จักดี) เขามีฐานะดีมาก เรียกได้ว่าทายาท
เจ้าสัวเหมือนกัน เขาเคยมีประสบการณ์ทางการภาวนา แล้วได้เข้าพูดคุย
ปรึกษากับสมเด็จองค์หนึ่ง ชื่อย่อ ก.ที่อยากจะเป็นสังฆราชมาก พี่คนนั้น
เข้าพบได้ง่ายมากเพราะเขาฐานะดี สมเด็จนั้นคงอยากจะเอาใจ
เลยบอกว่าพี่เขาเป็นพระโสดาบันแล้ว ทั้งที่พี่เขาก็รู้แก่ใจว่าไม่ใช่!!!!
พระที่ดีจริงๆ ท่านจะเดามั่วๆโดยไม่รู้จริงหรือครับ??? ^_*

สงสัยวัดความเป็นโสดาบันตามมาตรฐานลัทธิ UFO ที่ต้องมีทำมะกาย
สูงเท่านี้ๆศอก เท่านี้ๆ วา ตามยอดเงินในบัญชี ล่ะสิ อิ อิ ^__^
อีกสักเที่ยว 11/02/04 05:22:22 ขออนุญาต รบกวนสายตาอีกหนึ่งเที่ยว นะครับ

ปกติวิสัยสายวัดป่าไม่สนใจเรื่องอื่น บอกตรงๆ ในทีนี้มันมีถ่านแดงๆ มาวางลงบนศีรษะเรา เราไม่ลุกขึ้นปัดแล้วไปจัดการดับไฟเสีย มันก็จะกระไรอยู่

พระวัดป่าไม่เคยยุ่ง สายปู่มั่น แล้วก็สายปฏิบัติยังไม่เคยยุ่งเรื่องราวของท่านอื่นเลย จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของกิเลสที่หัวใจเท่านั้นเอง ที่จะต้องปฏิบัติกันไป ท่านจะเห็นได้ว่าไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการปกครอง แต่ที่ออกมายุ่งคราวนี้เป็นเพราะกระทบกระเทือนถึงท่าน
แอนนา 11/02/04 05:23:08 อ้างอิง
เป้าหมายเบื้องต้นที่แท้จริง คือ
1) ต้องการให้รัฐบาลระงับการแต่งตั้งฯ
ทำอะไรได้บ้าง
- ทำได้โดยติดต่อรัฐบาลโดยตรง ใช้สิทธิของประชาชน เช่นที่คุณทองก้อนกำลังทำอยู่
- พลังมหาชน โดยการส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งฯ ซึ่งข้อนี้ทำได้โดยการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้อง ทางคุณวิษณุเองก็กำลังพยายามใช้พลังนี้ลบล้างความถูกต้องอยู่ ตรงนี้เราสามารถทำได้ แต่มีหลายวิธี
2) (ไม่แน่ใจ) คืนอำนาจให้สมเด็จพระสังฆราชท่าน และป้องกันมิจฉาชีพหาประโยชน์จากพุทธศาสนา อันนี้เพื่อผลระยะยาว จะได้ไม่ต้องมีกรณีเช่นนี้อีก



กราบขอบพระคุณคุณคนเก่าค่ะ เห็นพ้องด้วยค่ะ เลยย้อนกลับไปดูที่ตัวเองเขียนก็ทำให้เข้าใจในลักษณะที่คุณคนเก่าเป็นห่วงได้จริงๆ ด้วย  

ที่พยายามจะบอกคือว่า คุณทองก้อนได้ทำอยู่แล้วในข้อแรก ที่เราทำได้ คือ สร้างเสริมความเข้าใจ และ สนับสนุนคุณทองก้อนอย่างที่คุณคนเก่าพูดค่ะ ส่วนข้อ 2) - อยากทำได้จังเลยค่ะ เน้นที่คำว่าอยากนะคะ

ที่เขียนไว้อาจจะดูเหมือนจะชวนชาวลานธรรมไปทำสงคราม ขอโทษไว้ตรงนี้ด้วยนะคะ
อยากจะให้ไอเดียบรรเจิดน่ะค่ะ จะได้เป็นรูปเป็นร่างหน่อย
อยากให้ใช้ความรู้ความสามารถที่เรามีรวมกัน เริ่มต้นในวงเล็กๆ เป้าหมายเล็กๆ ที่เราสามารถกระทำได้
อย่างในกระทู้นี้
หรือจะมีวิธีอะไรอีกไหม ที่จะขยายวงของคนที่เข้าใจให้มากขึ้น
เพราะข้อมูลที่ทุกคนมีอยู่ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
กอบ 11/02/04 05:54:34 http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod.php?sectionid=0301&searchks=''&sk=''&s_tag=03p0117110247&day=2004/02/11&show=1

------------------------------------
หนังสือพิมพ์ข่าวสด ครับ
มส.ฟัน17เจ้าคณะหนุนทองก้อน


เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่บริเวณหน้าประตู 4 ทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ตรงข้ามตึก ก.พ.กลุ่มปกป้องพระพุทธศาสนา และคณะประมาณ 100 คน นำโดยนายจำเนียน นาคสกุล ได้นำเครื่องขยายเสียง กล่าวปราศรัยโจมตีนายทองก้อน วงศ์สมุทร แกนนำลูกศิษย์หลวงตามหาบัว โดยมีการชูป้ายโจมตีนายทองก้อนอย่างดุเดือด คู่ไปกับป้ายให้กำลังใจนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดย พ.ต.อ.ปราโมทย์ ปทุมวงศ์ ผบก.น.1 ต้องจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก สน.ดุสิต และสน.นางเลิ้ง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลางกว่า 60 นาย มาคอยควบคุมสถานการณ์

ต่อมาเวลา 10.50 น. นายทองก้อนเดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับกลุ่มประชาชนประมาณ 500 คน ที่เดินทางมาด้วยรถบัสจาก จ.อุดรธานี จำนวน 10 คัน โดยลงรถบริเวณด้านอาคารตึก ก.พ. พร้อมทั้งนำรถติดเครื่องขยายเสียง โดยชาวบ้านได้ถือป้ายผ้า ข้อความว่า วันประหารนายวิษณุ เครืองาม นอกจากนี้นายทองก้อนยังนำป้ายสีชมพูมีข้อความว่า เทิดฟ้ารักษาธรรม รายชื่อคัดค้านนายวิษณุเครืองาม แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จำนวน 145,149 ราย ตั้งไว้บนรถกระบะพร้อมรายชื่อผู้คัดค้าน ที่ถูกผูกโบสีเหลืองวางไว้

นายทองก้อน กล่าวว่า นายวิษณุต้องการให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ด้วยการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชซ้อนขึ้นมา 2 องค์ วันนี้เราจะนำมติคณะสงฆ์ไทยจำนวน 10,000 กว่ารูป มากราบเรียนนายกรัฐมนตรี และมอบรายชื่อประชาชนผู้คัดค้านการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

ต่อมากลุ่มของนายทองก้อน ได้นำหุ่นของนายวิษณุ ซึ่งสวมชุดสูทสีครีมทั้งชุด ที่มือกำดอกไม้ธูปเทียน ที่ใบหน้าของหุ่นมีหน้ากากรูปนายวิษณุติดไว้ และที่ลำคอมีสีแดงที่ถูกทาไว้ให้เหมือนคราบเลือดไหลออกมาจากคอ และยังนำรูปถ่ายนายวิษณุที่ถูกใส่กรอบสีดำมาวางไว้ที่ตักของหุ่น โดยมีป้ายข้อความว่า ชาตะ 15 ก.ย.2494 มรณะ 10 ก.พ.2547 โทษประหาร ข้อหาฉกรรจ์ กระทำอนันตริยกรรม สังฆเภท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ รองเลขาธิการนายกฯ เดินทางออกมารับมติของคณะสงฆ์ พร้อมทั้งรายชื่อผู้คัดค้านการแต่งตั้งพระสังฆราช โดยนายทองก้อน กล่าวว่า จากการที่เราจะบั่นคอหุ่นนายวิษณุในเวลา 12.00 น. นั้นปรากฏว่า หลวงตามหาบัวได้ขอบิณฑบาตว่าอย่าให้ถึงต้องบั่นคอ และยังได้รับการขอร้องจากนายกรัฐมนตรี เราในฐานะชาวพุทธจึงขอยกเลิก ซึ่งกลุ่มของนายทองก้อน ได้แยกย้ายกันขึ้นรถบัสกลับทันที แต่กลุ่มผู้ปกป้องพระพุทธศาสนา ยังปราศรัยต่อจากนั้นจึงเดินเท้าไป สน.ดุสิต แล้วเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ต.อรรถพร ไวยนิภี ร้อยเวร สน.ดุสิต ให้ดำเนินคดีกับนายทองก้อน ในข้อหา ก่อความไม่สงบทำให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้เกิดความแตกแยกในคณะสงฆ์ และขอให้ตรวจสอบว่านายทองก้อน ขออนุญาต กทม. แล้วหรือยังในการใช้เครื่องขยายเสียง

วันเดียวกัน ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ได้มีการพิจารณาแต่งตั้งพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เลขาธิการคณะธรรมยุต กรรมการมหาเถรสมาคม และพระธรรมวรเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ กรรมการมหาเถรสมาคมฝ่ายธรรมยุต เพื่อดำเนินการกับเจ้าคณะปกครองฝ่ายธรรมยุต 17 รูป และเจ้าคณะพระสังฆาธิการฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสธรรมยุต และพระป่าที่ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนม็อบนายทองก้อน ทั้งนี้ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะรักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตได้นำเสนอสู่ที่ประชุมเป็นวาระเร่งด่วน  
-----------------------------------------
รายงานข่าวที่อ่านพบครับ
โชติปาละ 11/02/04 07:14:47        ผมมีข้อสังเกตให้พิจารณากันครับ
      1. ทำไมกรณีธรรมกายที่มีพระลิขิตและคำสั่งของพระสังฆราช ญานสังวร องค์ปัจจุบันที่ออกข่าวว่า ประชวรนั้น ตอนกรณีธรรมกายนั้น พระสังฆราชยังไม่ประชวร ได้มีพระลิขิตให้สึกเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย แต่ทำไมคณะของมหาเถระสมาคมไม่ให้สึก อีกอย่างตามกฏหมายแล้ว ถ้ามีพระลิขิตประกาศออกมา ถ้าไม่สึกภายใน 3 วัน ตำรวจมีสิทธิ์ไปจับสึกได้
         ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เห็นมีการสึกของเจ้าอาวาสวัดธรรมกายเลย
      2. ทำไม วัดแห่งหนึ่งในกลางกรุงก่อนนี้ คัดค้าน พ .ร.บ สงฆ์ฉบับนี้ แต่พอมีสมเด็จท่านหนึ่ง ที่เป็นที่เคารพของพระที่วัดนี้ ไปที่วัด หลังจากนั้น ท่าที่เปลี่ยนไป กลายเป็นมาสนับสนุน  จนผ่านได้ และต่อมามีการแต่งตั้งสมณะศักดิ์ให้ในปลายปีที่ผ่านมา
       3. ตอนหลังมีผลักดัน จนมีการจัดตั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติสำเร็จ ผมทราบว่า มีการวิ่งเต้นหาบุคคล และเสนอชื่อพวกลูกศิษย์ของบางลัทธิแถวปทุมธานี เข้าไปในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติด้วย
       4. ผมอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก พบการให้สัมภาษณ์ของ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่า มีการส่งคนไปสังเกตการณ์การประชุมที่วัดอโศกการาม แล้วแถลงว่า มีพระมาประชุมกันประมาณ พันรูปเท่านั้น แต่ผมอยู่ที่วัดอโศกการาม ผมเห็นพระประมาณหมื่นรูปแน่นอน และที่สำคัญ พระสงฆ์จากต่างจังหวัดที่มาประชุมนั้น มีพระอรหันต์มาด้วย เท่าที่ผมรู้จัก ก็ 2 รูปแล้ว
       ดังนั้นการที่ผู้อำนวยการของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แค่ส่งคนไปสังเกตการณ์ ในขณะที่เป็นเรื่องสำคัญ อาจถึงขั้นเสื่อมเสียแก่พุทธศาสนาได้ แล้วเชื่อคนรายงาน มีการรายงานที่ไม่ตรงกับความจริง แถลงให้คนไทยรู้ตามข่าวนี้
       พวกท่านคิดว่า ทั้งผู้อำนวยการ และคณะทำงานที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินี้ น่าเชื่อถือให้ดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือไม่ จะไว้ใจให้มีอำนาจดูแลพุทธศาสนาหรือไม่
      5.  พ.ร.บ. สงฆ์ฉบับนี้ มีข้อห้ามผู้ชายอายุต่ำกว่า 18 ปี และยังไม่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ( ม.6 นั้นเอง ) บวชเป็นเณร การประกาศห้ามเช่นนี้ ไม่มีในพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้ และการห้ามนี้ เป็นการตัดวงจรบรรพชาเป็นเณรโดยตรง การไม่มีเณรในวัด เป็นความลำบากอย่างยิ่งแก่วัดที่ไม่มีอุบาสก ยิ่งวัดป่า หรือวัดที่ถือพระวินัยของพระพุทธเจ้าเป็นข้อวัตรอย่างจริง ๆ การบัญญัติอย่างนี้เป็ นการทำลายพระพุทธศาสนาช้า ๆ  ให้ไม่มีเณรไปเอง
      6. พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้อำนาจของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติดูแลทรัพย์สิน และเงินบริจาคของวัดได้ ทั้งที่ตามธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้า บัญญัติไว้ว่า เป็นของสงฆ์ ( สงฆ์ในที่นี้ คือ หมู่พระภิกษุ ครับ ) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีฆราวาสเป็นผู้ดูแล ดังนั้น เป็นการขัดกับพระวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้
       7. พ.ร.บ ฉบับนี้ ระบุว่า การจัดงานต่าง ๆ ภายในวัด ต้องขออนุญาตทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก่อน เมื่อได้รับอนุญาตจึงสามารถจัดได้ ดังนั้น ถ้ามีการบวชพระ จัดการถือบวชเนขัมมะ ปฏิบัติธรรม แล้วสำนักงานพระพุทธศาสนแห่งชาติไม่อนุญาต ก็แสดงว่า บวชพระไม่ได้ ปฏิบัติธรรมไม่ได้ ทั้งที่ตามวินัยแล้ว หมู่สงฆ์ตั้งแต่ 5 รูป ก็บวชพระได้แล้ว สามารถกำหนดเขตทางธรรมชาติให้เป็นเขตสงฆ์ชั่วคราวได้ เมื่อเสร็จพิธีก็สละคืนธรรมชาติได้ ไม่มีระบุไว้เลยว่า ต้องมีฆราวาสอนุญาตครับ
         ลองพิจารณาดูครับ เอาง่าย ๆ ก่อนว่า ขัดกับธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้า ไม่สนับสนุน และยังทำลายอีกด้วยหรือไม่
ake 11/02/04 07:30:14 พอดีผมเข้าพันทิพย์
เจอกระทู้นี้ ทำให้ผมอมยิ้ม+อึ้งใหญ่เลย เมื่อรู้ว่าใครเขียน(เพื่อนสนิทลานธรรมนี่เองครับ)
อย่างไรก็ตาม คนๆนี้ไม่ธรรมดา เขาสามารถ เป็นตัวเร่งให้เกิดความเข้าใจผิดได้เร็วมาก

_/\_
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K2665358/K2665358.html
โชติปาละ 11/02/04 07:47:06 ที่นี้ลองดูสังฆเภทที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้แก่พระอุบาลีกันครับ
       
            สังฆเภท
   [๔๐๕] ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ตรัสว่า  สังฆเภท สังฆเภท ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไร สงฆ์จึงแตก
   พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุบาลี ภิกษุทั้งหลายในธรรมวินัยนี้    
   ๑. ย่อมแสดงอธรรมว่า เป็นธรรม
   ๒. ย่อมแสดงธรรมว่า เป็นอธรรม
   ๓. ย่อมแสดงสิ่งไม่เป็นวินัยว่า เป็นวินัย    
   ๔. ย่อมแสดงวินัยว่า ไม่เป็นวินัย  
   ๕. ย่อมแสดงคำอันตถาคตมิได้ตรัสภาษิตไว้ว่า เป็นคำอันตถาคตตรัส ภาษิตไว้
   ๖. ย่อมแสดงคำอันตถาคตตรัสภาษิตไว้ว่า เป็นคำอันตถาคตมิได้ตรัส  ภาษิตไว้
   ๗. ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตมิได้ประพฤติมาว่า เป็นกรรมอันตถาคต ประพฤติมา
   ๘. ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตประพฤติมาว่า เป็นกรรมอันตถาคตมิได้   ประพฤติมา
   ๙. ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตมิได้บัญญัติไว้ว่า เป็นสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้
   ๑๐. ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ว่า เป็นสิ่งที่ตถาคตมิได้บัญญัติไว้
   ๑๑. ย่อมแสดงอนาบัติว่า เป็นอาบัติ
   ๑๒. ย่อมแสดงอาบัติว่า เป็นอนาบัติ
   ๑๓. ย่อมแสดงอาบัติเบาว่า เป็นอาบัติหนัก
   ๑๔. ย่อมแสดงอาบัติหนักว่า เป็นอาบัติเบา
   ๑๕. ย่อมแสดงอาบัติมีส่วนเหลือว่า เป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้
   ๑๖. ย่อมแสดงอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ว่า เป็นอาบัติมีส่วนเหลือ
   ๑๗. ย่อมแสดงอาบัติชั่วหยาบว่า เป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ  
   ๑๘. ย่อมแสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่า เป็นอาบัติชั่วหยาบ  
   พวกเธอย่อมประกาศให้แตกแยกกัน ด้วยวัตถุ ๑๘ ประการนี้ ย่อมแยก ทำอุโบสถ แยกทำปวารณา แยกทำสังฆกรรม
   ดูกรอุบาลี ด้วยเหตุเพียงเท่านี้แล สงฆ์เป็นอันแตกกันแล้ว    

   [๔๐๗] ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า พระพุทธเจ้าข้า ก็ภิกษุนั้นทำลายสงฆ์ ผู้พร้อมเพรียงกันแล้ว จะได้รับผลอย่างไร
   พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุบาลี ภิกษุทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันแล้ว ย่อมได้รับผลชั่วร้าย ตั้งอยู่ชั่วกัป ย่อมไหม้ในนรกตลอดกัป ฯ
                           นิคมคาถา
   [๔๐๘] ภิกษุทำลายสงฆ์ ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่วกัป
   ภิกษุผู้ยินดีในการแตกพวก ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมเสื่อมจาก  
   ธรรมอันเกษมจากโยคะ ภิกษุทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันแล้ว
   ย่อมไหม้ในนรกตลอดกัป ฯ  
   [๔๐๙] ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า พระพุทธเจ้าข้า ก็ภิกษุสมานสงฆ์ที่ แตกกันแล้วให้พร้อมเพรียงกัน จะได้รับผลอย่างไร    
   พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุบาลี ภิกษุสมานสงฆ์ที่แตกกันแล้วให้  พร้อมเพรียงกัน ย่อมได้บุญอันประเสริฐ ย่อมบรรเทิงในสรวงสวรรค์ตลอดกัป ฯ
                       นิคมคาถา
   [๔๑๐] ความพร้อมเพรียงของหมู่ เป็นเหตุแห่งสุข และการ  
   สนับสนุนผู้พร้อมเพรียงกัน ก็เป็นเหตุแห่งสุข ภิกษุผู้ยินดีใน
   ความพร้อมเพรียงตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่เสื่อมจากธรรมอัน เกษม
   จากโยคะ ภิกษุสมานสงฆ์ ให้พร้อมเพรียงกันแล้ว  ย่อมบรรเทิง
   ในสรวงสวรรค์ตลอดกัป ฯ  
       ผู้ทำลายสงฆ์ต้องเกิดในอบาย    
   [๔๑๑] ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า มีหรือ พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ทำ  ลายสงฆ์ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้    
   พระผู้มีพระภาคตรัสว่า มี อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่วกัปช่วยเหลือไม่ได้
   อุ. และมีหรือ พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ชั่วกัป พอช่วยเหลือได้    
   พ. มี อุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ ชั่วกัป พอช่วยเหลือได้  
   อุ. พระพุทธเจ้าข้า ก็ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้ เป็นไฉน    
   พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมแสดงอธรรมว่า เป็นธรรม มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นอธรรม มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นอธรรม   อำพรางความเห็น อำพรางความถูกใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง    ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับ   สลากนี้ จงชอบใจสลากนี้  
   ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่   ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้
   อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงอธรรมว่า เป็นธรรม มีความเห็นในธรรม  นั้นว่าเป็นอธรรมมีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นธรรม อำพรางความเห็น   อำพรางความถูกใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบ   ใจสลากนี้
   ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่ชั่ว  กัป ช่วยเหลือไม่ได้
   อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงอธรรมว่าเป็นธรรม มีความเห็นในธรรม นั้นว่าเป็นอธรรม มีความสงสัย ในความแตกกัน อำพรางความเห็น อำพราง   ความถูกใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้    
   ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก   อยู่ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้  
   อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงอธรรมว่าเป็นธรรม มีความเห็นในอธรรม  นั้นว่าเป็นธรรมมีความเห็นในการแตกกันว่าเป็นอธรรม ...
   ... มีความเห็นในอธรรมนั้นว่าเป็นธรรมมีความสงสัยในความแตกกัน ...
   ... มีความสงสัยในอธรรมนั้น มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็น อธรรม ...
   ... มีความสงสัยในอธรรมนั้นมีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นธรรม ...
   ... มีความสงสัยในอธรรมนั้น มีความสงสัยในความแตกกัน อำพราง ความเห็น อำพรางความถูกใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง ย่อม   ประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับ  สลากนี้ จงชอบใจสลากนี้  
   ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่   ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้
   อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ... ย่อมแสดงสิ่งมิใช่ วินัยว่าเป็นวินัย ย่อมแสดงวินัยว่ามิใช่วินัย ย่อมแสดงคำอันตถาคตมิได้ตรัส   ภาษิตไว้ ว่าเป็นคำอันตถาคตตรัสภาษิตไว้ ย่อมแสดงคำอันตถาคตตรัสภาษิตไว้ ว่าเป็นคำอันตถาคตมิได้ตรัสภาษิตไว้ ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตมิได้ประพฤติมาว่า   เป็นกรรมอันตถาคตประพฤติมาแล้ว ย่อมแสดงกรรมอันตถาคตประพฤติมาแล้ว  ว่าเป็นกรรมอันตถาคตมิได้ประพฤติมาแล้ว ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตมิได้บัญญัติไว้ ว่าเป็นสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ว่าเป็นสิ่งที่ตถาคตมิ  ได้บัญญัติ
ไว้ ย่อมแสดงอนาบัติว่าเป็นอาบัติ ย่อมแสดงอาบัติว่าเป็นอนาบัติ ย่อม    แสดงอาบัติเบาว่าเป็นอาบัติหนัก ย่อมแสดงอาบัติหนักว่าเป็นอาบัติเบา ย่อมแสดง อาบัติมีส่วนเหลือว่าเป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้ ย่อมแสดงอาบัติหาส่วนเหลือมิได้   ว่าเป็นอาบัติมีส่วนเหลือ ย่อมแสดงอาบัติชั่วหยาบว่าเป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ ย่อมแสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่าเป็นอาบัติชั่วหยาบ มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นอธรรม    มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นอธรรม มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นอธรรม มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นธรรม มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นอธรรม มี  ความสงสัยในความแตกกัน มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความเห็นใ นความแตกกันว่าเป็นอธรรม มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความสงสัยใน  ความแตกกัน มีความสงสัยในธรรมนั้น มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นอธรรม   มีความสงสัยในธรรมนั้น มีความเห็นในความแตกกันว่าเป็นธรรม มีความสงสัย   ในธรรมนั้น มีความสงสัยในความแตกกัน อำพรางความเห็น อำพรางความถูก  ใจ อำพรางความชอบใจ อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรมนี้วินัย นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้  
   ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ต้องเกิดในอบาย ตกนรก อยู่   ชั่วกัป ช่วยเหลือไม่ได้
   ผู้ทำลายสงฆ์ไม่ต้องเกิดในอบาย  
   [๔๑๒] ท่านพระอุบาลีทูลถามว่า พระพุทธเจ้าข้า ก็ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์  ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก อยู่ชั่วกัป พอช่วยเหลือได้ เป็นไฉน  
   พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมแสดงอธรรมว่า  เป็นธรรม มีความเห็นในอธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความเห็นในความแตกกันว่า   เป็นธรรม ไม่อำพรางความเห็นอำพรางความถูกใจ ไม่อำพรางความชอบใจ ไม่อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย นี้สัตถุศาสน์   ท่านทั้งหลายจงจับสลากนี้ จงชอบใจสลากนี้
   ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์แม้นี้แล ไม่ต้องเกิดในอบาย ไม่ตกนรก  อยู่ชั่วกัปพอช่วยเหลือได้  
   อนึ่ง อุบาลี ภิกษุย่อมแสดงธรรมว่าเป็นอธรรม ... ย่อมแสดงอาบัติชั่ว   หยาบว่าเป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ มีความเห็นในธรรมนั้นว่าเป็นธรรม มีความเห็นใน  ความแตกกันว่าเป็นธรรม ไม่อำพรางความเห็น ไม่อำพรางความถูกใจ ไม่อำพราง  ความชอบใจ ไม่อำพรางความจริง ย่อมประกาศให้จับสลากว่า นี้ธรรม นี้วินัย  นี้สัตถุศาสน์ ท่านทั้งหลาย จงจับสลากนี้สังฆเภท

        [๑๒๑๕] อุ. ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอแล เป็นผู้ไปอบาย
ตกนรก ชั่วกัป เยียวยาไม่ได้ พระพุทธเจ้าข้า?
พ. ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ เป็นผู้ไปอบาย ตกนรก
ชั่วกัป เยียวยาไม่ได้. องค์ ๕ อะไรบ้าง?
          ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็น
อธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ อำพรางความเห็นด้วยกรรม ๑
         ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไปอบาย ตกนรก
ชั่วกัป เยียวยาไม่ได้
         ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก เป็นผู้ไปอบ าย ตกนรกชั่วกัป เยียวยาไม่ได้ องค์ ๕ อะไรบ้าง?
         ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็น
อธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ อำพรางความเห็นด้วยอุเทศ ๑
     ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไปอบาย ตกนรก
ชั่วกัป เยียวยาไม่ได้.
        ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก เป็นผู้ไปอบาย ตกนรกชั่วกัป เยียวยาไม่ได้. องค์ ๕ อะไรบ้าง?
         ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็น
อธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ ชี้แจงอำพรางความเห็น ๑
         ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไปอบาย ตกนรก
ชั่วกัป เยียวยาไม่ได้.
         ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก เป็นผู้ไปอบาย
ตกนรก ชั่วกัป เยียวยาไม่ได้. องค์ ๕ อะไรบ้าง?
        ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็น
อธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ อำพรางความเห็นด้วยสวดประกาศ ๑
         ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล เป็นผู้ไปอบาย ตกนรก
ชั่วกัป เยียวยาไม่ได้.
     ดูกรอุบาลี ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก เป็นผู้ไปอบายตกนรก ชั่วกัป เยียวยาไม่ได้. องค์ ๕ อะไรบ้าง?
       ดูกรอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ แสดงอธรรมว่าเป็นธรรม ๑ แสดงธรรมว่าเป็น
อธรรม ๑ แสดงอวินัยว่าเป็นวินัย ๑ แสดงวินัยว่าเป็นอวินัย ๑ อำพรางความเห็นด้วยให้จับสลาก ๑

                                    เภทสูตร
   [๑๙๖] จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอย่างหนึ่งเมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อความไม่เกื้อกูลแก่ชนหมู่มาก เพื่อไม่ใช่ความสุขแก่ชนมาก เพื่อความฉิบหายแก่ชนมากเพื่อความไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ธรรมอย่างหนึ่งเป็นไฉน คือ สังฆเภท
         ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็เมื่อสงฆ์แตกกันแล้วย่อมมีการบาดหมางซึ่งกันและกัน มีการบริภาษซึ่งกันและกัน มีการดูหมิ่นซึ่งกันและกัน มีการขับไล่ซึ่งกันและกัน ในเพราะสงฆ์ แตกกันนั้น ชนทั้งหลายผู้ยังไม่เลื่อมใสย่อมไม่เลื่อมใส
และผู้เลื่อมใสบางพวกย่อมเป็นอย่างอื่นไป ฯ
   พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า
   ผู้ทำลายสงฆ์ต้องไปเกิดในอบาย ตกนรกตั้งอยู่ตลอดกัป ผู้มีความยินดี
   ในพวก ตั้งอยู่ในอธรรม ย่อมเสื่อมจากธรรมอันเกษมจากโยคะ ผู้นั้น
   ครั้นทำลายสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันแล้ว ย่อมหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดกัป ฯ
         เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ
    จบสูตรที่ ๘
   
         อาจจะยาวสักนิด แต่โดยสรุปก็คือ ถ้ามีการขัดกับธรรมและวินัย กล่าวสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมว่าเป็นธรรม สิ่งที่ใช่ธรรมว่าเป็นใช่ธรรม สิ่งที่ไม่ใช่วินัยว่า เป็นวินัย สิ่งที่เป็นวินัยว่าไม่ใช่วินัย เป็นเหตุให้สงฆ์แตกกัน บาดหมางกัน ไม่ร่วมสังฆกรรมกัน  นั้นเคือ สังฆเภท
       ผู้ใดที่ทำ หรือร่วมยินดี ผู้นั้นมีอบายเป็นที่ไปครับ
       
      คำถามคือ
        1. พวกท่านคิดว่าตอนนี้มีการบัญญัติสิ่งที่ไม่ใช่วินัยให้เป็นวินัยหรือไม่ครับ
        2. มีลัทธิแถวปทุมธานี บัญญัติอธรรมให้เป็นธรรม แล้วประกาศว่า เป็นพระไตรปิฏก สลักบนหินอ่อนที่พุทธมณฑล พวกท่านคิดว่า นี้คือ การประกาศว่า นี้คือการบอกว่า อธรรมเป็นธรรมหรือไม่
         3. ตอนนี้มีการบาดหมาง ดูหมิ่นกันกันระหว่างสงฆ์ หรือไม่
         
          ตอนนี้ผมคิดว่า ผู้บงการเบื้องหลังได้สังฆเภทแล้ว โดยมีคนส่วนใหญ่ร่วมสนับสนุน ยินดี  
        ที่เขียนนี้ เพราะสังเวชหมู่สัตว์ส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกให้ร่วมลงอบายโดยไม่รู้ตัวกัน ถึงแม้นไม่ภาวนาตามธรรมของพระพุทธเจ้า ก็อย่าได้ร่วมยินดีในกรรมอันหนักนี้เลย เพื่อให้กลับตัวได้ทันตามที่ยกพุทธพจน์มากัน
        ถ้าไม่พิจารณาตามข้อสังเกตที่ผมยกมาในความคิดเห็นก่อนนี้ เลือกง่าย ๆ ว่าจะเลือกฝ่ายไหนครับ ฝ่ายไหนที่ทำตามธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้า  และตามจารีตประเพณีอันดีงามที่ให้สงฆ์เป็นผู้เลือกประมุขกันเอง โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นผู้แต่งตั้ง ฝ่ายนั้นถูกครับ
          ผมเลือกอยู่ข้างฝ่ายหลวงตามหาบัวครับ ไม่ตามอาจารย์เก่าลงอบายภูมิด้วยครับ เพราะขัดทั้งธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้าครับ
นายโจโจ้ 11/02/04 08:16:05 กรรมของเขา... ทำกับผู้หญิงยังไม่พอ ยังไปจาบจ้วงกับพระผู้บริสุทธิ์อีก  
กิด 11/02/04 08:47:54 ทนไม่ไหวครับคันปาก
   ขอตอบกระทู้ก่อนแล้วค่อยตามอ่านทีหลังครับ

เรื่องคุณอุดม ที่เป็นเลขาณุการมส. แล้วก็เป็นหัวหน้าสนง พระพุทธศาสนาแห่งชาตินี่
ไม่น่าเชื่อเลย ว่าคนแบบนี้จะอยู่ในตำแหน่งแบบนี้ได้ มันทำให้มองเห็นว่าองค์กร สนง พศ และ มส ถึงได้เป็นแบบนี้ไงครับ ในยุคนี้ ไม่มีความเป็นกลาง ตั้งใจชนลูกเดียวเพื่อให้อีกฝ่ายโต้ตอบ
พวกเราอย่าไปสนใจมากเลยครับ เขาบอกว่าห้ามคบกับคนพาล ฟังจากที่พูดก็รู้ว่าเป็นคนพาลไม่ใช่คนมีปัญญาแน่    นี่ออกข่าวทีวีช่อง 9 อีกแล้วว่าจะจับพระที่ร่วมชุมนุมและเคลื่อนไหวการแต่งตั้งพระสังฆราช
    อิอิ   น่าจะจับท่านปัญญากับท่าน พยอม พวกเดียวกันด้วยนะครับ
คนอะไรป่าเถื่อนจริงๆ  
   เรื่องนี้ไม่จบง่ายหรอกครับ รอดูไป ความชั่วจะปรากฏให้เห็น ปิดไม่มิดหลอกครับ  ส่วนคนที่ตกเป็นเหยื่อของสื่อรัฐบาล เข้าใจผิดตามกระบวนวิธีเสนอข่าว เมื่อผ่านไปความจริงจะปรากฏเองครับ ขอให้ทุกท่านมีขันติ ขันติ ขันติธรรม  ภาวนาให้จิตใจเย็นสบาย ยิ่งมีเรื่องแบบนี้ยิ่งภาวนาดีครับ เพราะจิตเห็นสิ่งสกปรกภายนอกจิตต้องการเข้าสู่ความสงบภายใน ผมเองก็ยังภาวนาไม่เป็นหรอกครับ ถ้ามีคนช่วยแนะนำก็คงดีครับ    
      ปล่อยให้ฝ่ายนู้นเต้นแร้งเต้นกาไปเถอะครับ เราสนับสนุนคุณทองก้อน และสิ่งซึ่งหลวงตาจะพาดำเนินต่อไปดีแล้วครับ   อย่าลืมว่า
     ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ไม่ปล่อยให้ล้มลุกคลุกคลานเป็นขอนซุงหรอกครับ
คนกวน 11/02/04 08:55:41 ผมอยากฝากความเห็นเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ  เพราะผมเริ่มเบื่อที่จะเข้ามาคุยเรื่องนี้แล้วครับ
ตามประกาศแต่งตั้ง ผู้ปฎิบัติหน้าที่พระสังฆราช ได้แต่งตั้งเป็น  คณะผู้ปฎิบัติหน้าที่  มี6รูปคือ 1. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (วัดสระเกศ) เป็นผู้ปฎิบัติหน้าที่
2.สมเด็จ พระมหาธีราจารย์ (วัดชนะ) เป็นผู้ช่วย
3.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (วัดปากน้ำ) เป็นผู้ช่วย
4.สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (วัดมกุฎ)    เป็นผู้ช่วย
5.สมเด็จพระญาณวโรดม (วัดเทพศิรินทร์)  เป็นผู้ช่วย
6.พระพรหมโมลี   (วัดบวร)  เป็นผู้ช่วย

สมมติว่า สมเด็จเกี่ยว จะเข้าข้างธรรมกายจริง  หรือ วางแผนการไว้ ยาวนานอย่างที่พวกคุณพูดจริง   พระที่เหลือทั้ง5รูป  ล้วนแต่มีพรรษา และ เป็นผู้ที่อยู่ใต้ร่มเงาพระศาสนามานาน  ท่านจะไม่ช่วยดูแลเพิ่มเติม หรอกหรือครับ  หรือว่าพวกคุณไม่ไว้ทุกท่านที่กล่าวมา เว้นแต่ หลวงตารูปเดียวครับ    ถ้าเป็นเช่นนั้น  พวกคุณไม่ดูถูกคนอื่นมากเกินไปหรือครับ  ลองพิจารณาดูครับ

2.ระยะเวลาแต่งตั้ง ตามประกาศ  มีเวลาเพียง6 เดือน  ซึ่งถ้าพูดตรงๆกว่าพวกคุณจะเคลื่อนไหวสำเร็จ มันก็เกินเวลาแล้ว  
3.การแต่งตั้งผู้ปฎิบัติหน้าที่แทน  ไม่จำเป็นต้องกราบบังคมทูลครับ  เวลานายกทักษิณไปต่างประเทศ รองชวลิตเป็น รักษาการแทน ยังไม่ต้องโปรดเกล้าใหม่เลยครับ  เพราะว่า ท่านได้โปรดเกล้าให้เป็น รองนายกรัฐมนตรีแล้ว  ถ้าจะโปรดเกล้าเป็นนายก ก็ต้องปลดทักษิณครับ  เช่นกันในกรณีนี้  ถ้าในหลวงจะโปรดเกล้า สมเด็จเกี่ยว  ก็ต้องปลด สมเด็จพระสังฆราช  เพราะจะแต่งตั้งเป็นทางการในเวลาเดียวกัน 2รูป ไม่ได้
4.พระวัดบวรนิเวศ  ซึ่งเป็นผู้รู้ข้อมูลจริง ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวร่วมด้วย  แสดงพระอาการอาจจะทรงๆทรุดๆจริง อย่างที่คณะแพทย์แถลงไว้  
ผมมีข้อสังเกตุเพิ่มกรณีนี้ คือ  หลวงตามหาบัว ท่านพูดเพียงคำเดียว พระป่าออกมาชุมนุม เป็นหมื่นรูป  แต่กรณีสมเด็จพระสังฆราช  ไม่มีพระจากวัดบวรนิเวศ แม้แต่รูปเดียวออกมาคัดค้าน สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรครับ  

ครูบาอาจารย์ใครๆก็รักก็เคารพครับ   ถ้าครูเราโดนแกล้ง  ทำไมเราจะไม่ช่วยครับ  อย่างผมเพียงแค่หลวงตาว่า องค์ท่านจะเป็นพระอรหันต์จริงหริอไม่  แค่นี้ยังมีคนแช่งผมเลยว่าจะต้องลงนรก  แล้วนี้สมเด็จพระสังฆราชท่านปกครองวัดบวรมาเป็นหลายสิบปี มีคุณณุปการมากมาย แต่กลับไม่มีพระวัดบวร ออกมาเคลื่อนไหวสักนิดเดียว  ผมว่ามันเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างนะครับ
ข้อสังเกตุ4ประการนี้ เป็นเหตผลที่ผมไม่สนับสนุนการเคลื่อนไหวครั้งนี้ครับ  และที่ผมโพสต์มาตลอดช่วงแรกๆ  ก็เป็นการตั้งข้อสังเกตุให้  แต่ช่วงหลังก็พยายามเติอนสติ เพราะเห็นพวกคุณเริ่มที่จะก้าวร้าว กับพระสงฆ์ มากขึ้นครับ  อย่างคุณ เอก เรียก  นายปัญญา  นายเกี่ยว  แล้วก็ยังมีที่ลบอีก  ผมไม่อยากเห็นเพื่อนที่เข้ามาคุยกันในที่นี้ ต้องล่วงเกินพระ ถึงแม้จะไม่ใช่ พระอริยะก็ตามครับ  เพราะอย่างน้อยท่านเหล่านั้นก็เคยบำเพ็ญ คุณประโยชน์แก่ชาติมามากกว่าพวกเรา

โดยส่วนตัวเห็นว่า วิธีการนั้นทำให้เป็นที่น่าสงสัยครับ  แต่เจตนารมณ์ เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ครับ  และพวกคุณไม่มีเหตุผลมากเพียงพอที่จะ ทำให้ผมเห็นว่า ไม่ชอบธรรมครับ  แต่ที่เห็นแน่ๆคือ กลายเป็นการต่อต้านตัวบุคคลไปครับ

อยากฝากให้คนที่ไม่รู้เรื่องราว ลึกๆ  อย่าง คนทั่วไปที่ได้เข้ามาอ่านครับ   ว่า กรรมนี้เป็นกรรมใหญ่  ผลของมันคือสังฆเภท มันรุนแรงมาก เพราะเป็นอนันตริยกรรม  ให้ผลไม่จำกัดเวลา ถ้าคุณไม่รู้จริงว่าใครถูกใครผิด อย่าเข้าไปยุ่งครับ  สมัยก่อน ยังมีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งที่ตัดสินใจได้ครับ  แต่สมัยนี้ ไม่มีครับ  ปล่อยให้คนที่เค้ารู้เรื่องจริงๆ ทำไปเถิดครับ
...................................................................

ฝากถึงพี่สมบูรณ์ครับ   ผมขอบคุณในเมตตาของพี่ครับ  แต่ตอนนี้ รู้สึกว่าคุณโจโจ้ จะร้อนเกินไปแล้วครับ  ปล่อยให้เค้าสนุกของเค้าไปก่อน  รอเวลาที่เย็นลงแล้วค่อยว่ากันครับ   ถึงแม้ว่าทิฐิ หรือความเห็นในเรื่องนี้ เราไม่ตรงกัน  แต่ผมก็หวังว่า ผมคงจะได้ร่วมทำบุญ กับคนที่มีน้ำใจดีๆอย่างพี่อีก ในอนาคตนะครับ  ถ้าไม่รังเกียจผมคงได้สนทนากันอีกในอนาคตครับ  พี่เจี่ยะด้วยนะครับ  พี่อัธยาสัยดีมาก  คุณกบกับป้าปางด้วยครับ
กอบ 11/02/04 09:02:01 อ้างอิง
4. ผมอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก พบการให้สัมภาษณ์ของ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่า มีการส่งคนไปสังเกตการณ์การประชุมที่วัดอโศกการาม แล้วแถลงว่า มีพระมาประชุมกันประมาณ พันรูปเท่านั้น แต่ผมอยู่ที่วัดอโศกการาม ผมเห็นพระประมาณหมื่นรูปแน่นอน และที่สำคัญ พระสงฆ์จากต่างจังหวัดที่มาประชุมนั้น มีพระอรหันต์มาด้วย เท่าที่ผมรู้จัก ก็ 2 รูปแล้ว



เป็นพยานให้กับคุณโชติปาละ อีกคนครับ
เพราะผมก็ไปในวันนั้นด้วย พระที่ไปมีถึงหมื่นรูปแน่ ๆ ไม่ใช่แค่พันรูป ครับ
แจมแจม 11/02/04 09:20:35 กระทู้นี้ได้อะไรเยอะดี...กว่าที่คิด

คุณโชติปาละ บอกว่ามีพระอรหันต์ 2 รูป....พอจะเล่าเป็นธรรมทานได้ไหม
มีเรื่องดีๆ ให้คนแถวนี้ชื่นใจบ้างครับ

...ลานธรรมน่าเปิดห้อง "อัดกิเลส" ให้คุณโจโจ้คุม คือวิจารณ์ความเห็นผิด,กิเลสต่างๆ สภาวะจิตต่างๆ พร้อมนำวิธีแก้ไข และให้คุณคนกวนทดลองก่อน ฟังอย่างเดียวก่อนอย่าเพิ่งเถียงแล้วนำไปปฏิบัติ อีก 1 อาทิตย์ค่อยมาสอบอารมณ์ที่ห้องอัดกิเลสใหม่


ตอม 11/02/04 09:45:44 คุณพันละวันครับ ลองออกมาจากกะลามองอะไร?ให้กว้างๆหลายมิติกว่านั้นดีไหม?รวมทั้งคุณ โจโจ้ด้วย ผมชงข้อมูลให้ขนาดนี้คิดเองเป็นก็คิดเองแล้วกัน?

ส่วนคุณอีกข้อมูลหนึ่งนั้น คุณเองก็ยังไม่เข้าใจในส่วนของบทบาท หน้าที่ ทุกคนรวมทั้งคุณคงไปนั่งทับตำแหน่งนายกตำแหน่งรองฯที่คุณวิษณุที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ ไม่ได้รวมทั้งคุณ การแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะแบบนี้  มันเป็นส่วนหนึ่งที่ประชาชนหนึ่งคนจะได้แสดงบทบาทหน้าที่ตรวจสอบผู้รับมอบอำนาจ(รัฐฯจากเรา) หรือตรวจสอบความไม่ถูกต้องของสังคมความไม่ถูกต้อง  ที่นอกจากการไปหย่อนบัตร แล้ว กระบวนการทางประชาธิปไตยคงไม่จบตรงนั้น


การมีส่วนร่วมภาคประชาชนต่อกระบวนการในแบบนี้ และแบบเดียวกับที่คุณก็วิจารณ์เหมือนผมอยู่แล้วทำไมจะให้ผมทำไม่ได้แบบคุณ  แต่นั้นน่าจะถือเป็นหน้าที่ด้วยซ้ำ ที่จะแสดงบทบาทได้อย่างคุณอย่างผม แต่ไม่ใช่นายก หรือคุณวิษณุ  หรือใคร?เพราะทุกคนมีบทบาทและหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป แต่ตรวจสอบกันได้ถ้ามันมีผลในทางเบียดเบียน หรือผลกระทบในทางลบต่อสังคม?คุณผมก็คือหนึ่งในส่วนที่ถูกกระทบนั้น หน้าที่ในการปกป้อง,ป้องกันตัวทุกคนจึงต้องมี???


อย่างที่คุณผมกำลังทำอยู่นี่งัย
แช่อิ่ม 11/02/04 09:47:41 ผมก็สงสัยเหมือนคุณคนกวนเช่นกัน ว่าเหตุใดพระลูกวัดในวัดบวร ไม่ออกมาเคลื่อนไหวสักองค์เดียว มันเกิดอะไรขึ้น และมันต้องมีอะไรแน่นอนเหมือนที่คุณคนกวนบอก ทุกวันนี้ผมก็สงสัยอยู่เช่นกัน อีกเรื่องที่สงสัยคือ

คุณวิษณุเคยให้สัมภาษณ์ลง นสพ ว่า เขาไม่สามารถเข้าถึงตัวสมเด็จพระสังฆราชได้เลย เพราะจะคอยมีคนใกล้ชิดและพระผู้ใกล้ชิดคอยกันไม่ให้เขาได้เข้าพบ นอกจากนี้คุณวิษณุเคยให้สัมภาษณ์อีกว่า สมเด็จพระสังฆราชเคยปรารภกับเขาว่า ให้คอยดูแลคนใกล้ชิดด้วย เรื่องของหายพระราชเมธาภรณ์ก็ออกมาให้ข่าวขัดแย้งกับคุณวิษณุว่ายังไม่ทราบว่าของหาย ถ้ามีของหายท่านก็ต้องทราบ ในขณะที่คุณวิษณุบอกว่า มีคนมาบอกเขาว่าพระเบญจภาคีหายไป

ผมก็สงสัยอีกว่าเหตุใดคุณวิษณุให้สัมภาษณ์แบบนั้น ปล่อยข่าวและเล่นข่าวแบบนี้ และพระในวัดบวรก็แปลกๆ ให้ข่าวสนับสนุนคุณวิษณุบ้าง ขัดแย้งคุณวิษณุบ้าง ผมว่ามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นในวัดบวรแน่นอน

เพื่อนๆชาวลานธรรมคนไหน มีข่าววงในวัดบวรมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
กอบ 11/02/04 09:55:24 อ้างอิง
2.ระยะเวลาแต่งตั้ง ตามประกาศ  มีเวลาเพียง6 เดือน  ซึ่งถ้าพูดตรงๆกว่าพวกคุณจะเคลื่อนไหวสำเร็จ มันก็เกินเวลาแล้ว



ตอนแรกในวิษณุไม่ได้กำหนดเวลา น่ะครับ ฮิฮิ ที่บอกว่า 6 เดือน นี่ เค้าบอกว่า 6 เดือน เพื่อให้พระสังฆราชพักผ่อนจนหายประชวร น่ะครับ ถ้านายวิษณุบอกว่าท่านยังไม่หายประชวร จะเป็นไง ครับ

เพราะตั้งแต่ออกประกาศมาว่าพระสังฆราชท่านประชวร นี่ ยังไม่มีคณะแพทย์ออกมายืนยันจริง ๆ สักคน ว่าอาการป่วยเป็นอะไรแน่ ที่นายวิษณุบอกว่าประชวลถึงสิบระบบ ระบบอะไรบ้าง ก็ไม่มีใครรู้ ระบบแต่ละระบบมีอาการยังไง

ที่สำคัญคือ คณะแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นใครบ้าง มีอยู่กี่คน มันแปลกหรือเปล่าครับ มีใครรู้หรือเปล่า ว่าเป็นใครบ้าง

พระสังฆราช ท่านเป็นบุคคลสำคัญระดับประเทศ ระดับชาติ และเป็นใหญ่ที่สุดในหมู่พระสงฆ์แห่งประเทศไทย แต่กลับไม่มีใครรู้สักคน ว่าใครเป็นผู้รักษาพระอาการประชวรของท่าน ใครเป็นผู้รับผิดชอบการรักษาของท่าน ทำไมไม่มีการรายงานข่าวออกข่าวเลยว่าวันนี้ ๆ พระอาการท่านเป็นไงบ้าง ท่านประชวรเป็นอะไรเหรอ ถึงเปิดเผยไม่ได้


มันไม่แปลกหรือครับ
---------------------------------------------
กิด 11/02/04 10:12:21 คุณคนกวนอย่าพึ่งใจร้อนซิครับ  คุณเป็นคนมีเหตุมีผลคนหนึ่งทีเดียว

    คำพูดที่ว่าในเชิงไม่ดีกับธรรมกายผมก็อ่านผ่านมาหลายครั้งในกระทู้นี้ บอกตามตรงผมก็ไม่ค่อยชอบนักหรอกครับ แต่ที่ไม่ตอบ หรือคอมเมนท์เพราะ ก็ยังไม่ทราบเกี่ยวกับสมเด็จเกี่ยวดีพอ
     แต่กับธรรมกายผมพอได้สัมผัสบ้างคือญาติผู้ใหญ่ที่ผมเคารพ ก็เป็นคนอยู่ในสภาธรรมกาย  สมันก่อนตอนมีเรื่อง พรบสงฆ์ ผมเคยถาม ความเห็นของผู้ใหญ่ท่านนั้น ท่านก็แสดงความเห็นคัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับ พรบสงฆ์ ซึ่งผมฟังแล้วก็รู้สึกเหมือนกับของหลวงตา
มาถึงวันนี้ผมยังไม่แน่ใจ ว่าทางโน้น จะเห็นด้วยหรือคัดค้านเรื่องพระสังฆราช (ผมยังไม่ได้ถามญาติเลยก็เลยเงียบไว้ก่อน ) แต่มีประเด็นหนึ่งที่น่าสังเกตุคือ ในกระทู้มีการโจมตีลัทธิจานบิน เป็นการแยกตัวเรากับเขาเกินไปหรือเปล่าครับ
    โดยส่วนตัวผมชอบธรรมของพระป่าสายหลวงปู่มั่นมากกว่า คงมีบุญกับทางนี้ แต่ผมก็มองๆดูอยู่ว่าธรรมกายก็เป็นกลุ่มศาสนาพุทธกลุ่มหนึ่ง เหมือนกับกลุ่มสันติอโศก ซึ่งเขาก็มีอะไรที่ดี เป็นประโยชน์มากเหมือนกัน ผมไม่อยากให้แบ่งแยก ว่าเราดีกว่า เขาไม่ดี แต่มองว่า เราดี เขาก็มีดี แข่งกันทำดีน่าจะดีกว่าครับ ยังไงก็เป็นพุทธเหมือนกัน  
    ท้ายนี้กำลังน้อมรับความคิดเห็นครับ
   
นายโจโจ้ 11/02/04 10:20:12 ยินดีครับ คุณคนกวน พึ่งทราบว่าคุณชอบคนเย็นๆ เอาใจเก่งๆ ที่ผมรู้จักก็มีวัดแถวคลองหลวงที่ปทุมธานีล่ะครับ เย็นแน่ๆ ทั้งใจทั้งกระเป๋าเลย ลองไปดูละกันครับ
นายโจโจ้ 11/02/04 10:31:02 ในสายตาผม ทั้งคุณคนกวนและคุณตอม เชื่อเพียงความคิดของคุณเอง ตั้งข้อสงสัยโดยไม่เคยดูให้รู้ นี่คือนิสัยของนักคิด ไม่ใช่สิ่งผิด แต่มันนำไปไม่ถึงไหน ตราบเท่าที่ไม่ภาวนา ก็จะติดกับความคิดอย่างนี้เรื่อยๆไป ไม่มีอะไรจะชี้แจงแล้วครับ บอกให้ภาวนา ก็ยืนยันจะคิดและติดกับความคิดต่อไป คงคุยกันไม่รู้เรื่องล่ะครับ
ตะวันรุ่ง 11/02/04 10:32:18 คุณคนกวนครับ อย่าเพิ่งไป อ่านตรงนี้นิดหนึ่งครับ
ตั้งแต่ต้นที่คุณออกความเห็นในกระทู้นี้มา  เชื่อไหมครับ ว่า ตรงใจผมมาตลอด ผมตั้งใจจะคุยกับคุณตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่สบโอกาส คุณตอบกระทู้ เหมือนที่ใจผมอยากจะเขียน แต่ถ้าผมเขียน ผมคงเขียนไม่ได้เรื่องแน่ ๆ มาถึงตอนนี้ ผมก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน คือ รู้สึกว่าการแต่งตั้งมันผิดปกติ มันไม่ถูกต้อง เราน่าจะพิจารณาหาเหตุผลตรงนี้ให้ได้เสียก่อน ไม่ควรใช้อารมณ์ตัดสิน บางกระทู้ บอกว่าคุณทองก้อน นำหมู่คณะประท้วงด้วยความสงบ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง เต้นแรงเต้นกา แสดงกิริยาและคำพูดหยาบคาย
ก็แล้วทำไมในบอร์ดนี้ กระทู้นี้ ไม่ทำอย่างคุณทองก้อนเล่าครับ คือใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว  ปรึกษากันด้วยความมีสติ  มีสัมมาวาจา  จริงใหมครับคุณคนกวน
ตะวันรุ่ง 11/02/04 10:47:48 มีอยู่อย่างหนึ่ง ที่ความคิดเห็นของผมกับคุณโจโจ้ ต่างกัน
คุณโจโจ้ บอกว่า คุณคนกวน กับคุณตอม มีความเหมือนกัน
แต่สำหรับผม ทั้ง 2 คนข้างต้น ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักนิดเดียว
ผมไม่เคยอ่านรีพลายของคุณตอมจบแม้สักรีพลายเดียว แต่ผมอ่านรีพลายของคุณคนกวน และคุณโจโจ้ ได้ทุกตัวอักษร ทุกรีพลาย

ผมไม่ใช่นักปฏิบัติ ไม่ใช่นักภาวนา แต่ก็อยากฝึกอยากหัด แต่ถ้าฝึกหัดแล้ว ร้อนแบบคุณโจโจ้ ก็คงจะไม่ไหวนะครับ
ต้องขออภัยถ้าผมพูดแรงไป ถึงตอนนี้ผมก็ยังนับถือคุณโจโจ้อยู่ เหมือนเดิมครับ เพราะผมสัมผัสความจริงจัง จริงใจ ความมุ่งมั่น จากถ้อยคำของคุณโจโจ้ มาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้  
นายโจโจ้ 11/02/04 11:50:21 ยินดีครับ คุณตะวันรุ่ง ขอออกนอกประเด็นกระทู้เล็กน้อยครับ

การปฏิบัติภาวนา ไม่ได้ทำให้ความจริงจังต่อการทำงานหมดไปนะครับ และไม่ได้เปลี่ยนนิสัยคน ที่เปลี่ยนคือมุมมองที่เห็นอะไรกระจ่างชัดขึ้น และอาจจะจริงจังมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

ผมเองไม่ได้มีปฏิกิริยากับทุกเรื่องในลักษณะนี้ครับ ในบางเรื่อง และกับบางคน ผมนิ่งจนคนแปลกใจ และกับบางคน ผมก็แรงจนคนตกใจได้เหมือนกัน แต่ยืนยันว่าไม่ใช้ความพยาบาทนำ ไม่มีเจตนาร้ายกับใครครับ แม้แต่กับฝ่ายแต่งตั้งสมเด็จเกี่ยวเองก็ตามที

คนที่ผมเกลียดมากที่สุดในชีวิตคนหนึ่ง คือคนที่เรียกร้องสินบน ซึ่งผมประกาศต่อหน้าเขา ว่าผมเกลียดเขา แต่ในเวลาที่เขาเดือดร้อน เขาโทรหาผมเกือบเที่ยงคืน และผมก็ไปช่วยเขาในทันที

เรียนเหมือนเดิมครับ ถ้าคุณภาวนาแล้ว คุณจะเข้าใจ นิสัยและวาสนาของคนนั้น ขันธ์ถูกอบรมมายังไง ก่อนและหลังหมดกิเลส นิสัยก็แทบจะไม่เปลี่ยนครับ มีเพียงจิตที่ไม่หลงไปกับกิเลส

ส่วนสาเหตุที่คุณไม่เห็นเหมือนที่ผมเห็น เพราะคุณยังไม่ใช่นักภาวนา คุณใช้มุมมองแบบผู้ที่ยังไม่ภาวนา ถ้าคุณภาวนาแล้ว เห็นแล้ว คุณจะเข้าใจอย่างที่ผมเข้าใจ และเรียนว่า ไม่ใช่ว่า ภาวนาแล้วจะร้อนขึ้นแน่นอนครับ ผมเป็นอย่างนี้มานานแล้ว และขอเรียนว่า การใช้การสังเกตเพียงความคิดเห็นที่แสดงในกระทู้นั้น ไม่เพียงพอที่จะตัดสินคนนะครับ

คุณทั้งสามคน จะเลือกทางใดก็แล้วแต่ ขอให้พบกับความโชคดีครับ ผมเรียนไปแล้ว ว่าลักษณะอย่างคุณคนกวน ถ้าจะภาวนาได้ผล ต้องไปขอขมาผู้ที่เขานึกจาบจ้วงล่วงเกินไว้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นก็จะภาวนาไม่ก้าวหน้าครับ ผมไม่สามารถช่วยเขาได้เหมือนกับหลายๆคนครับ ผมบอกมาตั้งแต่ต้น ว่าสังเกตได้ทันที ว่าคุณทั้งสามคนไม่ใช่ผู้ภาวนา ต้องภาวนาจึงจะเข้าใจ แทนที่จะพยายามภาวนา ก็ยังคิด คิด คิดเอามาตอบอยู่อย่างเดิม ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ คุยยังไงก็ไปไม่ถึงไหน ก็ขอให้คุณคนกวนเดินตามทางที่คุณชอบและมีความสุขเถิด

พอเท่านี้ก่อนนะครับ
ปทุมวัน55 12/02/04 12:40:27      ผมฟังคําพูดของพระมหาโชว์ ทัศนีโย ในรายการวิทยุ ท่านพูดจาโกหกมดเท็จสารพันโจมตีคุณทองก้อน,พระป่าที่วัดอโศการาม        , มหาโชว์ ทัศนีโย พูดจายุยงปลุกระดมให้กลุ่มพรรคพวกตัวเองจัดเตรียมใช้อาวุธเข้าบุกทําร้าย       ผมพิจารณาแล้วท่านไม่มีศีล เป็นสัตว์นรกที่อาศัยอยู่ในผ้าเหลือง

นายโจโจ้ 12/02/04 12:48:43 มันง่ายมากที่จะดู มีแค่พวกที่เชื่อว่าตัวเองคิดถูก พยายามเป็นกลางเท่านั้นแหละ ที่ยังพยายามบอกว่า นายวิษณุมีเหตุผล ทั้งที่นายอุดมเอย พระพยอมเอย ท่านปัญญาเอย พระราชกวีเอย มหาโชว์เอย ต่างก็ออกมาบิดเบือนความจริงกันครบถ้วนทุกตัวคนแล้ว

พยายามเป็นกลางแบบ "มืดบอด" ต่อไปเถอะครับ คุณคนกวน คุณตอม คุณอะไรต่ออะไร ขอให้ตาสว่างโดยเร็วครับ
ผู้หวังดี 12/02/04 12:56:19 อ้างอิง (คนกวน @ 11 ก.พ. 47 - 20:55)
จากความเห็นที่ 564 ซึ่งตอบโดยคุณคนกวน

    3.การแต่งตั้งผู้ปฎิบัติหน้าที่แทน  ไม่จำเป็นต้องกราบบังคมทูลครับ  เวลานายกทักษิณไปต่างประเทศ รองชวลิตเป็น รักษาการแทน ยังไม่ต้องโปรดเกล้าใหม่เลยครับ  เพราะว่า ท่านได้โปรดเกล้าให้เป็น รองนายกรัฐมนตรีแล้ว  ถ้าจะโปรดเกล้าเป็นนายก ก็ต้องปลดทักษิณครับ  เช่นกันในกรณีนี้  ถ้าในหลวงจะโปรดเกล้า สมเด็จเกี่ยว  ก็ต้องปลด สมเด็จพระสังฆราช  เพราะจะแต่งตั้งเป็นทางการในเวลาเดียวกัน 2รูป ไม่ได้

(คนกวน @ 11 ก.พ. 47 - 20:55)


   ผมไม่ทราบว่าคุณคนกวนเข้าใจประเด็นที่หลายคนกำลังคัดค้านเรื่องการแต่งตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชนี้แค่ไหนครับ ผมขออนุญาตแยกประเด็นจากข้อมูลที่คุณคนกวนได้เอามาอ้าง เปรียบเทียบให้คุณคนกวนได้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้ครับ

1. นายกทักษิณไปต่างประเทศ นายกทักษิณได้แต่งตั้งให้รองนายกเชาวลิตรักษาการในตำแหน่งนายกแทน ซึ่งนายกทักษิณเป็นผู้แต่งตั้งรักษาการรองนายกด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม

2. นายกทักษิณไปต่างประเทศ บุคคลอื่นได้แต่งตั้งให้รองนายกเชาวลิตรักษาการในตำแหน่งนายกแทนนายกทักษิณ ซึ่งนายกทักษิณไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้งรักษาการรองนายกด้วยตนเอง แต่บุคคลอื่นเป็นผู้แต่งตั้งรองนายกเชาวลิตขึ้นมาให้รักษาการแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม

3.สมเด็จพระสังฆราชไปต่างประเทศ สมเด็จพระสังฆราชได้แต่งตั้งให้มีผู้รักษาการสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้รักษาการสมเด็จพระสังฆราชด้วยพระองค์เอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม

4.สมเด็จพระสังฆราชไปต่างประเทศ(ในที่นี้คุณวิษณุได้อ้างว่าสมเด็จพระสังฆราชป่วย) บุคคลอื่น(คุณวิษณุ) ได้แต่งตั้งให้มีผู้รักษาการสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้ง ผู้รักษาการสมเด็จพระสังฆราชด้วยพระองค์เอง แต่บุคคลอื่นเป็นผู้แต่งตั้ง ผู้รักษาการสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม

ข้อ 1 = ข้อ 3
ข้อ 2 = ข้อ 4

ข้อ 4 เป็นประเด็นที่พวกเรากำลังคัดค้านกันอยู่นะครับ
  ผมขอถามกลับคุณคนกวนในที่นี้ด้วย สมมุติให้คุณคนกวนเป็นนายกทักษิณ แล้วคุณคนกวนไปต่างประเทศ บุคคลอื่นได้แต่งตั้งผู้รักษากา รนายกแทนคุณคนกวน โดยที่คุณคนกวนไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้ง ผู้รักษาการนายกด้วยตนเอง คุณคนกวนลองตอบคำถามด้วยใจที่เป็นกลางนะครับ ว่าการกระทำแบบนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ และที่พระป่าท่านออกมาคัดค้านก็เพราะมันไม่ถูกต้องชอบธรรมครับ ผมหวังว่าคุณคงเข้าใจประเด็นขึ้นบ้างนะครับ
    อีกเรื่องที่ผมอยากขอร้องคุณคนกวน ด้วยความปรารถนาดีต่อคุณเป็นอย่างยิ่งครับ  ผมขอให้คุณเลิกการกระทำที่จาบจ้วงหรือละเมิดต่อองค์หลวงตามหาบัวเสียเถอะครับ เพื่อตัวของคุณเองนั่นแหล่ะครับ ผมบอกด้วยความหวังดีจริงๆครับ

 "เป็นเพราะยึดมั่นในทิฎฐิและอัตตาจึงทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลายต้องมาเวียนว่ายตายเกิด"
กำลังฟุ้ง 12/02/04 01:12:04 ผมไม่แปลกใจหรอกที่ใครจะถูกโคลนนี้ชักนำให้เชื่อฝ่ายที่ย่ำยีพระศาสนา เพราะมันน่าเชื่อจริงๆ ถ้าไม่รู้อะไรเป็นอะไร ป่านนี้ผมก็คงเย้วๆอัดนายทองก้อน อัดคุณโจโจ้ด้วยเหมือนกัน

แต่งตั้งรักษาการณ์ครั้งนี้มันไม่ชอบด้วยขั้นตอนของกฏหมายอยู่แล้ว จะเอาเหตุผลข้างๆคูๆมาถูไถอย่างไรไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ตอนนี้วิษณุเขาสู้ด้วยกฏหมายไม่ได้ก็เริ่มมีการสาดโคลนเบี่ยงประเด็นต่างๆรวมไปถึงเล่นเกมส์กระแสสังคมเพื่อปกปิดจุดอ่อนจุดนี้ มันได้ผลเสียด้วยเพราะวางกันอย่างดี ตอนนี้คนมองฝ่ายผู้รักศาสนาในภาพลบ มองฝ่ายผู้ย่ำยีพระศาสนาเป็นผู้ถูกรังแก ท้าวความไปถึงสมัยร่างพรบ.สงฆ์ฉบับนั้น และก็เรื่องก่อนหน้านั้นคือเรื่องลัทธิแถวปทุมธานี โยงกันให้ดีก็จะโยงได้ พิจารณาดูดีๆก็จะเห็นเบื้องหน้าเบื้องหลัง มันตั้งหลายปีมาแล้วแต่เขาก็เคลื่อนไหวกันมาตลอด หมกเม็ดร่างพรบ.สงฆ์อย่างกับอะไร

ที่พระป่าค้านพรบ.สงฆ์ประเด็นหลักมันไม่ใช่เรื่องเงิน แต่ประเด็นหลักมันอยู่ที่พระวินัยของพระพุทธเจ้ากำลังโดนย่ำยี สิ่งที่ไม่ใช่วินัยก็บอกว่าวินัย สิ่งที่เป็นวินัยก็บอกว่าไม่ใช่วินัย ครั้งลัทธิจานบินสิ่งที่เป็นธรรมก็บอกไม่ใช่ธรรม สิ่งที่ไม่ใช่ธรรมก็บอกว่าเป็นธรรม (พระธรรมพระวินัยไปแล้วนะครับ) ตอนนี้เหลืออันสุดท้าย กำจัดพระดีให้หมดไป พระดีก็ใส่ร้ายว่าไม่ดี พระไม่ดีก็ครองอำนาจกัน อันสุดท้ายนี้เขาก็เริ่มทำกันแล้ว ก็เรื่องสาดโคลนตอนนี้ไง (ตกลงรวมพระสงฆ์ด้วย)

นี่ถ้าพระพุทธเจ้ายังอยู่ไม่รู้จะโดนด้วยหรือเปล่า หากพระพุทธเจ้ายังอยู่จะโดนคณะใจบาปพวกนี้ปลดลงจากตำแหน่งไหม? จะได้ครบพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ไปเลย มหาโจรจะได้ปล้นให้ครบไปเลย จะเอาเช่นนั้นเลยไหม?
แช่อิ่ม 12/02/04 01:17:31 บางประเด็นคุณคนกวนและคุณตอมไม่คิดจะเข้าใจ  ก็แล้วแต่เขาทั้งสองเถอะครับ ทางใครทางมัน ผมก็ไม่คิดจะพยายามทำให้เขาเข้าใจ ในเมื่อใจเข้าไม่คิดที่จะเข้าใจ เขาเข้ามาที่นี่ก็ไม่ได้หวังจะเข้าใจ แต่เข้ามาที่นี่เพื่อหวังให้คนอื่นเข้าใจเหมือนเขาเท่านั้นเอง ป่วยการที่จะทำให้เขาเข้าใจ ครับ พี่โจ้และผู้หวังดี  

ปล. ก็ไม่รู้ว่าพี่โจ้จะจิกให้เขาเห็นกิเลสได้มากน้อยแค่ไหนอ่ะนะครับ เนี่ยจิกจนคนที่ไม่รู้จักพี่เริ่มสงสัยพี่เสียแล้วสิว่าพี่โจ้ร้อนแรงเกินไป    
ผู้หวังดี 12/02/04 01:22:40 อ้างอิง (ผู้หวังดี @ 12 ก.พ. 47 - 00:56)
2. นายกทักษิณไปต่างประเทศ บุคคลอื่นได้แต่งตั้งให้รองนายกเชาวลิตรักษาการในตำแหน่งนายกแทนนายกทักษิณ ซึ่งนายกทักษิณไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้งรักษาการรองนายกด้วยตนเอง แต่บุคคลอื่นเป็นผู้แต่งตั้งรองนายกเชาวลิตขึ้นมาให้รักษาการแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม

(ผู้หวังดี @ 12 ก.พ. 47 - 00:56)


จากความเห็น 578 ข้อแก้ไขคำผิดในข้อ 2 ครับ
ของเดิม    แต่งตั้งรักษาการรองนายกด้วยตนเอง
ขอแก้เป็น  แต่งตั้งรักษาการนายกด้วยตนเอง
ผู้หวังดี 12/02/04 01:32:49 อ้างอิง (ผู้หวังดี @ 12 ก.พ. 47 - 00:56)
1. นายกทักษิณไปต่างประเทศ นายกทักษิณได้แต่งตั้งให้รองนายกเชาวลิตรักษาการในตำแหน่งนายกแทน ซึ่งนายกทักษิณเป็นผู้แต่งตั้งรักษาการรองนายกด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม

2. นายกทักษิณไปต่างประเทศ บุคคลอื่นได้แต่งตั้งให้รองนายกเชาวลิตรักษาการในตำแหน่งนายกแทนนายกทักษิณ ซึ่งนายกทักษิณไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้งรักษาการรองนายกด้วยตนเอง แต่บุคคลอื่นเป็นผู้แต่งตั้งรองนายกเชาวลิตขึ้นมาให้รักษาการแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม

(ผู้หวังดี @ 12 ก.พ. 47 - 00:56)


จากความเห็น 578 ข้อแก้ไขคำผิดในข้อ 1 และ 2 ครับ

ของเดิม    แต่งตั้งรักษาการรองนายกด้วยตนเอง
ขอแก้เป็น  แต่งตั้งรักษาการนายกด้วยตนเอง
นิพ 12/02/04 03:25:14 ตอบ"คุณคนกวน" โดยเฉพาะขอให้อ่านที่ผมตอบให้จบก่อนนะครับ

ตอบข้อ 1. ต้องขอย้อนอธิบายนิดนึงว่าต้องยอมรับว่าระบบการปกครองสงฆ์
หรือว่ากันง่ายๆยังเป็นกึ่งระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์อยู่คือมีพระสังฆราชเป็น
ประมุขนะครับ แน่นอนพระลิขิตรวมถึงพระกระแสรับสั่งของพระสังฆราชย่อม
เป็นอาญาสิทธิ์ต่อความเป็นไปในพระพุทธศาสนาได้ เพียงแต่สมเด็จพระสังฆราช
องค์ปัจจุบันท่านมีใจเป็นธรรมเลยไม่ค่อยได้ใช้พระอำนาจที่ทรงมี

   การตั้งรักษาการที่มีอำนาจเทียบเท่าพระสังฆราชนั้น ถ้าจะเปรียบก็เหมือน
ตำแหน่งผู้สำเร็จราชการหรือจะเรียกว่าอุปราชก็ได้ดังนั้นย่อมมีอำนาจเท่า
พระสังฆราชโดยทีเดียว คราวนี้วกกลับมาเข้าเรื่องกล่าวอ้างถึงการแต่งตั้ง
จะเห็นได้ว่าสมเด็จองค์ ก. เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่สมเด็จองค์อื่นๆเป็น
ผู้ช่วย ถามว่าเมื่อพิจารณาจากอำนาจที่เป็นดาบอาญาสิทธิ์ที่สมเด็จองค์นั้น
พึงมี องค์ที่เหลือจะมีสิทธิ์มีเสียงอะไรไปคัดค้าน ถึงจะมีก็ไม่กล้าค้าน เพราะคน
ภายในย่อมรู้ดีว่าสมเด็จ ก. องค์นั้นมีอิทธิพลในมหาเถรขนาดไหน และ
อธิบายเพิ่มเติมแบบคนทีมองโลกเป็น สมเด็จ ก. องค์นั้นเขาฉลาดพอควร
เขาไม่ช่วยลัทธิ UFO แบบตรงๆหรอกครับ เขามีอำนาจแล้วแต่เขาก็ไม่โง่
ที่จะใช้อำนาจแบบหักหาญพอหรอก เขาก็ทำแบบลับๆ เงียบๆ แบบที่เคยทำ
ทุกครั้ง

ผมไม่ได้ไว้วางใจหลวงตาองค์เดียวนะครับ และก้ไม่ใช่หลวงตาท่านต่อต้าน
แค่องค์เดียว หากแต่นับง่ายๆยังมีพระระดับพระราชาคณะร่วม 17 รูป พระ
สงฆ์อีก 10,000 องค์ และประชาชนนับล้านที่ต่อต้าน แค่รายชื่อ 150,000
คนนั้นจิ๊บจ้อยครับ

ตอบข้อ  2. แค่ 6 เดือนก็เกินพอแล้วครับ ผมให้คุณคนกวนเป็นพระราชาประเทศนึง
ที่มีสมบัตินับแสนล้านและผลประโยชน์นับหมื่นล้านต่อปี สัก 6 เดือนเอาไหมมีอำนาจ
ล้นฟ้าอยากจะโยกย้ายสมบัติก็ทำได้ โดยที่ไม่มีใครกล้าตรวจสอบ หรือตรวจสอบ
ลำบากมาก ก็ถ้าเขามี 6 เดือนแรกได้ ทำไมจะมีต่ออีกไม่ได้ เขาก็อ้างต่อสิครับ
ว่าพระสังฆราชท่านยังประชวรอยู่

ตอบข้อ 3. แค่นี้ก็แสดงออกแล้วครับว่าคุณสทนาโดย"ไม่มีความรู้จริงๆ" คุณคนกวน
การปกครองคณะสงฆ์กับการปกครองแบบประชาธิปไตยมันคนละเรื่องเลยครับ
โดยปกติแล้วตำแหน่งรองนายกมีหน้าที่และบทบาทในการปฏิบัติหน้าที่แทนนายก
รัฐมนตรีโดยปกติอยู่แล้ว กรณีที่นายกฯไม่สะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่ง เป็นตำแหน่ง
ที่ "มีอยู่แล้ว" ได้รับการแต่งตั้งอยู่แล้ว ผมจะไม่เถียงคุณเลยถ้ามีตำแหน่ง
รองสมเด็จพระสังฆราชหรือตำแหน่งพระสังฆอุปราช (อุป=แปลว่ารอง นะครับ)
ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยพระเจ้าอยู่หัวอยู่แล้ว ย้อยกลับไปร่วมตอบข้อ 2 ด้วย
นี่ก็เป็นแผนการนึงที่ใส่ระยะเวลาแต่งตั้งแทนแค่ 6 เดือน เพราะจะได้เป็นข้ออ้าง
แบบน่าเกลียดในการไม่ต้องทูลเกล้าไงครับ แต่มี 6 เดือนแรก มีหรือจะไม่มีต่อ

ตอบข้อ 4 พระวัดบวรตอนนี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกครับ แต่ไม่มีใครกล้าชน
กับผู้มีอำนาจใน มส. หรอกครับ คุณคนกวนรู้ได้ไงว่าพระวัดบวรไม่ต่อต้าน??
คุณรู้จักพระในนั้นไหม คุณได้ไปวัดบวรฯช่วงนี้ไหม ลองนัดกับผมไปที่วัดบวรฯ
คุยกับพระอาวุโสในนั้นไหมครับว่าท่านรู้สึกอย่างไร ผมว่าคุณคนกวนเองก็
ไม่ได้สนิทชิดเชื้อคุ้นเคยกับพระวัดบวรฯท่านเลยอันนี้คุณกะจะรอข้อมูลจาก
สื่ออย่างเดียวเลยล่ะสิ

ถ้าเหตุผลทั้ง 4 ประการที่ทำให้คุณไม่คัดค้าน ผมว่าคุณเป็นคนที่น่าสงสารมาก
เพราะเหตุผลของคุณนั้นมองแบบเด็กๆตื้นๆ _/I\_ ขออภัยที่ผมพูดตรงๆ
สมเด็จ ก. องค์นั้น เขาฉลาดครับ เขาไม่ทำอะไรแบบตื้นๆง่ายๆ ไม่งั้นเขา
จะอยู่ได้ถึงวันนี้ได้อย่างไร ไม่งั้นเขาจะมีทีมงานสร้างข่าวได้ยังไง คุณคน
กวนยังเป็นคนวงนอกอยู่เลย ที่ยังอาศัยข้อมูลจากสื่อที่ผิดๆๆ ตัวผมนั้นคุ้นเคย
ทั้งพระป่าและพระวัดอารามหลวงชั้นสูงเพราะเคยบวชเรียนที่นั่น และเป็นศิษย์
พระป่าด้วย

ผมว่าเรื่องกรรมนี่คุณคนกวนร่วมทำบาปหนักไม่รู้ตัว เพราะคุณคือคนนึงที่ทำลาย
พระศาสนาทางอ้อม!!! พูดแบบไม่รักษาน้ำใจเลย คือคุณได้รับกรรมแน่นอนครับ
ถ้าตราบใดยังร่วมเสนอข้อมูลแบบผิดๆแบบคิดเอาเอง จนเป็นผลประโยชน์ต่อ
พวกบ่อนทำลายศาสนา

หวังว่าคุณเป็นลูกผู้ชายพอที่จะอ่านความเห็นผมนะครับ!!
yoyo 12/02/04 03:41:07 ใบปลิว บอกรายละเอียดไปเลยครับ

ไม่ต้องด่าว่ามาก แค่ชี้แจงรายละเอียดและ สิ่งที่น่าเคลือบแคลงก็พอ

สีลมนั่นแหละครับ คนเยอะดี
หรือแถวที่คนเยอะๆ ก็ได้

คือว่า แค่ให้เขารู้ข่าว มากพอๆกัน ทั้งสองด้านก็พอ

ตามหลัก สงครามจิตวิทยา เต็มรูปแบบ
yoyo 12/02/04 03:43:46 คือว่า ที่ผมสังเกตุดู

เขามีคนคุม อยู่ทุกเวปแล้วครับ  

อีกครั้ง  แค่ชี้แจง รายละเอียด

รวมทั้งผลเสียหาย ที่จะเกิดขึ้น หากไม่มีการแก้ไข  
ผมว่า คราวนี้ อาจจะต้องแอบๆทำ

และ อาจต้อง ระวังไม่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเกินไป
เพราะ กลัวจะมีปัญหาทางอื่นๆ  

ตามที่คุณแอนเสนอมา คิดได้แค่นี้ครับ  
นิพ 12/02/04 09:40:43 แก้นิดนึงครับ

ตอบข้อ 1. ต้องขอย้อนอธิบายนิดนึงว่าต้องยอมรับว่าระบบการปกครองสงฆ์
หรือว่ากันง่ายๆยังเป็นกึ่งระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์อยู่คือมีพระสังฆราชเป็น
ประมุขนะครับ แน่นอนพระลิขิตรวมถึงพระกระแสรับสั่งของพระสังฆราชย่อม
เป็นอาญาสิทธิ์ต่อความเป็นไปในพระพุทธศาสนาได้ในขอบเขตระดับนึง
เพียงแต่สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันท่านมีใจเป็นธรรมเลยไม่ค่อย
ได้ใช้พระอำนาจที่ทรงมี ลองเปรียบนึกถึง CEO ของบริษัทฯ(ที่ไม่ใช่มหาชน)
อำนาจ CEO ในบริษัทฯที่ปกครองแทบจะมีมากมาย ถ้า CEO จะทำอย่างไร
พวกรองๆลงมาไม่กล้าขัดหรอกครับ
No comment 12/02/04 09:57:53 แถลงการณ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

เรื่องข้อเท็จจริงกรณีการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงานว่าพล.ต.ท.อุดม เจริญ ผอ.สำนักงานพระพุทธศานาแห่งชาติ เผยหลังการประชุมมหาเถรสมาคม วัดบวรนิเวศน์วานนี้10 ก.พ.)โดยมีรายละเอียดแถลงการณ์ดังนี้



จากการที่มีมติของที่ประชุมสงฆ์ ร่วมกับกลุ่มนายทองก้อน วงศ์สมุทร ลูกศิษย์หลวงตามหาบัวออกมาเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 2547 เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่าขัดต่อกฎหมายและพระธรรมวินัยนั้น ล่าสุดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ออกแถลงการณ์ ชี้แจงต่อประชาชนพุทธบริษัท เพื่อให้เกิดความมั่นใจและเข้าใจต่อการทำงานของรัฐบาลว่า การดำเนินการให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา รวมถึงสนองงานคณะสงฆ์ของรัฐบาลนั้น คำนึงถึงความถูกต้องตามกฎหมายและพระธรรมวินัยเป็นสำคัญ มองเห็นประโยชน์ส่วนรวมที่จะบังเกิดแก่พระพุทธศาสนาเป็นที่ตั้ง ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงตามที่กลุ่มคณะของนายทองก้อนออกมากล่าวหาแต่อย่างใด
นอกจากนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีความเห็นว่า การชี้แจงต่อปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ควรจะทำ เพื่อบอกความเป็นจริงแก่ประชาชนพุทธบริษัท



ในเรื่องนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีก็ได้อธิบายชัดเจนไปแล้วต่อประชาชน ดังที่ปรากฏตามสื่อมวลชนฉบับต่างๆ สำหรับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมที่จะอธิบายและตอบคำถามใดๆ หากว่าจะยังมีความไม่เข้าใจอยู่อีกได้ตลอดเวลา แม้กับกลุ่มนายทองก้อน วงศ์สมุทร หรือกลุ่มบุคคลอื่นใด ซึ่งหากประสงค์จะให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติชี้แจง ซึ่งโดยข้อเท็จจริง ก็ได้ชี้แจงมาโดยตลอด แต่ก็ไม่พยายามจะเข้าใจและพูดเท่าใดก็ไม่สามารถทำความเข้าใจกันได้



ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากมีผลประโยชน์บางประการที่แอบแฝงอยู่
พร้อมขอทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ได้โปรดช่วยกันรักษาความถูกต้องให้บังเกิดขึ้นในบวรพุทธศาสนา มีความสามัคคีและเมตตาต่อกัน เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗



สำนักข่าวพระสงฆ์ไทยรายงาน
http://www.yuwasong.com/yuwasongnews/yuwasongnews222.html
นายโจโจ้ 12/02/04 10:09:10 จากพฤติกรรมที่ผ่านมาของพวกเขาเอง นายวิษณุ นายอุดม พระราชกวี มหาโชว์ พระพยอม และหลวงพ่อปัญญา มีคำพูดที่ปราศจากน้ำหนักแล้วครับ บิดเบือนความจริงได้อย่างเหลือเชื่อทีเดียว

แต่จะว่าไป ก็ทำให้เห็นธาตุแท้ของคนทั้งกลุ่มนี้ครับ แสดงออกมาให้หมด จะได้รู้กันไปว่าใครที่ไม่เคารพพระธรรมวินัย
นายโจโจ้ 12/02/04 10:13:52 ยกมาจากกระทู้ 11361 http://larndham.net/index.php?showtopic=11361 โดยคุณ Tammy ครับ

โดย...พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต)
คัดบางตอนจากหนังสือ จากสุขในบ้าน สู่ความเกษมศานติ์ทั่วสังคม

คนที่จะมีสิทธิเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา นั้นจะต้องเป็นพุทธบริษัท พุทธบริษัทก็คือผู้ที่ทำหน้าที่ของชาวพุทธอย่างถูกต้อง ถ้าเป็นพระก็ต้องเป็นพระที่ประพฤติปฏิบัต ิและทำหน้าที่ของพระอย่างถูกต้อง ถ้าเป็นอุบาสกอุบาสิกาก็เป็นคฤหัสถ์ที่ทำหน้าที่ของชาวบ้านอย่างถูกต้อง ถ้าเราทำหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนถูกต้อง เราเองนี่แหละเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา   ในทางตรงข้าม พระก็ตาม ญาติโยมก็ตาม แม้จะประกาศตนเป็นชาวพุทธ แต่ถ้าปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง ทำตัวเหลวไหล ก็ไม่มีสิทธิเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา

ควรจะระแวงว่าเป็นคนร้ายที่แฝงซ่อนเข้ามาหาประโยชน์จากพระศาสนา ที่เรียกกันว่าเข้ามาปล้นศาสนา   เพราะฉะนั้น พระที่ประพฤติเลวทรามเหล่านั้นเราไม่ถือว่าเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา โยมจะต้องไม่มองว่าเป็นพระประพฤติชั่ว โยมจะต้องมองว่าคนชั่วเข้ามาทำลายพระศาสนา ถ้าเราวางใจให้ถูกต้องอย่างนี้แล้วพระศาสนาก็จะดีขึ้น เราจะต้องมีความรับผิดชอบต่อพระศาสนา อย่าถือธุระไม่ใช่ อย่ายกสมบัติของเราให้เขาไป

อาตมาเคยเปรียบเทียบบ่อย ๆ ว่า ถ้ามีโจรเข้ามาปล้นบ้าน แล้วเรายกสมบัติให้โจรไปเลย อย่างนี้ถือว่าวิปริตใช่ไหม ที่ถูกนั้นเราต้องรักษาทรัพย์สมบัติของเรา แต่ที่เป็นกันเวลานี้เราก็ทำวิปริตกันอยู่โดยไม่รู้ตัว คือ ทั้ง ๆ ที่พระศาสนานี้เป็นของเรา แต่พอมีโจรคือคนที่แฝงตัวมาในเพศของพระประพฤติไม่ดีทำเสียหาย เป็นโจรปล้นศาสนา พอมีโจรเข้ามาปล้นพระของเราอย่างนี้ แทนที่เราจะช่วยกันรักษาพระศาสนาของเรา เรากลับยกศาสนาให้โจรไปเสียนี่ อย่างนี้เขาเรียกว่ายกสมบัติให้โจร เพราะฉะนั้นการทำอย่างนี้ เรากำลังทำผิดพลาด ต้องทำใจให้ถูกต้อง เราต้องรักษาพระพุทธศาสนาของเรา ดูให้ดี ปัญหาอยู่ที่คนร้าย หรืออยู่ที่ตัวเรา

-------------------------------------------------------


ขอนอบน้อมแก่ผู้เห็นชอบ เห็นตามจริงทุกท่านครับ
apichan 12/02/04 10:20:31 ข่าวจากคมชัดลึก http://www.komchadluek.com/shownews/news/4047512.html

ด้าน พล.ต.ท.อุดม เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่พศ.ว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างกระแสข่าวลือว่า หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ ได้มรณภาพแล้ว ซึ่งหลังจากทราบข่าวก็ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

"ตอนนี้ภาคใต้วุ่นวายพอแล้ว กลุ่มผู้ไม่หวังดี ไม่ควรสร้างกระแสความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก โดยเฉพาะขณะนี้พุทธศาสนาบอบช้ำพอแล้ว ที่สำคัญหลวงพ่อปัญญาฯ ท่านชราภาพมากแล้ว และเป็นพระที่มีเมตตาธรรม ถือเป็นพระสงฆ์ที่หลุดพ้นแล้วจากการยึดมั่นถือมั่น ควรปล่อยให้ท่านมีความสุขในการดำรงสมณเพศ ไม่ควรสร้างข่าวลือให้ท่านต้องเดือดร้อน จะเป็นการสร้างบาปให้แก่ตัวเอง ผมอยากให้ผู้ไม่หวังดียึดพระราชดำรัสของในหลวงที่ทรงตรัสว่า ขอให้ทุกฝ่ายรู้รักษาสามัคคีกัน จะทำให้บ้านของเราสงบสุข" ผอ.สำนักงานพระพุทธฯ กล่าว

คงพากันมองออกว่านายอุดมคนนี้เป็นคนยังไง


นายโจโจ้ 12/02/04 10:32:24 คุณน้องแช่อิ่มครับ ถ้าใครจะมองว่าผมร้อนหรือแย่โดยการตัดสินจากเพียงในเหตุการณ์นี้ ก็เป็นความคิด เป็นการสรุปของปัจเจกบุคคลนั้นๆเอง ไม่ใช่สิ่งที่ผมเป็นจริงๆและถ้าเขาตัดสินใจเลือกที่จะหลีกออกห่างจากผม  ก็ต้องขอสาธุด้วย เพราะเป็นคนชนิดที่มองเพียงจุดเล็กๆจุดเดียวเท่านั้นแล้วตัดสิน เหมือนดูหนังช็อตเดียวแล้วบอกว่าตัวเองรู้ทั้งเรื่องแล้ว ซึ่งคนชนิดนี้ เป็นคนชนิดที่ผมอธิษฐานจิตว่าจะขอหลีกออกห่างอยู่แล้ว ผมจะโล่งใจเป็นอันมากที่ได้อยู่ห่างจากคนชนิดนี้ เพราะจะทำให้ชีวิตผมราบรื่นขึ้นอีกมากจากการที่ไม่ต้องสู้กับคนที่ปักใจเชื่อในสิ่งที่เห็นเพียงผิวหรือเพียงด้านเดียวครับ

สาธุ สาธุ สาธุ
0_0 12/02/04 10:43:06 ไม่ทราบว่ามีเป็นรูปไล่รายบุคคลไหมคำว่าบุคคลที่ปรากฏตามเหตุการณ์หน้าตาเป็นอย่างไรกันบ้าง  
สมบูรณ์ ต. 12/02/04 10:57:05 อ้างอิง (ตะวันรุ่ง @ 11 ก.พ. 47 - 22:32)
อ้างอิงความคิดเห็นที่ 573 ของคุณตะวันรุ่ง

คุณทองก้อน นำหมู่คณะประท้วงด้วยความสงบ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง เต้นแรงเต้นกา แสดงกิริยาและคำพูดหยาบคาย

ก็แล้วทำไมในบอร์ดนี้ กระทู้นี้ ไม่ทำอย่างคุณทองก้อนเล่าครับ คือใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว  ปรึกษากันด้วยความมีสติ  มีสัมมาวาจา  จริงใหมครับคุณคนกวน

(ตะวันรุ่ง @ 11 ก.พ. 47 - 22:32)



           ผมอยากให้คุณตะวันรุ่งได้พบกับคุณโจโจ้  คุณพัลวัน  และอีกหลายคนในลานธรรมฯนี้  จะพบกันอย่างเป็นการส่วนตัว  หรือจับกลุ่มคณะคุยกันก็ได้  ผมรับรองได้ว่า  คุณตะวันรุ่ง  คุณคนกวนจะถึงกับตะลึงงัน  ตะลึงในท่าทีที่อ่อนน้อมถ่อมตนของคนเหล่านั้น  วาจาที่พูดอย่างเรียบง่าย  และค่อนข้างช้าเนิบ ๆ  

           อาจเป็นเพราะการเขียนบนบอร์ดไม่สามารถเขียนแบบนี้ได้  เช่น  ผ ม  อ ยา ก ใ ห้ คุ ณ ตะ วั น รุ่ ง ไ ด้ พ บ กั บ คุ ณ โ จ โจ้ แ ละ คุ ณ พั ล วั น   แต่ท่านผู้อ่านที่เคยพบคุณโจโจ้และคุณพัลวันสามารถอ่านลากเสียงยาว ๆ ช้า ๆ เนิบ ๆ ได้  พร้อมกับเห็นภาพที่แต่ละท่านยืนหรือนั่งอย่างสงบ  บางครั้งท่านเหล่านั้นเอามือประสานด้านคุยกับท่าน  แล้วท่านผู้อ่านจะรู้เองว่า  " ไม่ได้ร้อนอะไร "
   
tripoom99@hotmail.com 12/02/04 11:00:33 เมื่อวานคุณสมบูรณ์ได้กรุณาโทรมา แล้วชวนกันไปพบคุณโจโจ้
คุณบูชาและท่านอาจารย์จัตตาโรด้วยกันที่หมู่บ้านลานทอง
พอดีผมมีนัดไปกราบหลวงพ่อกล้วยที่ขอนแก่นอยู่ก่อน
ผมคิดได้ขึ้นมาเมื่อคืนขอเสนออย่างนี้ดีกว่า
นิมนต์หลวงตามาเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช
เอากล้องโทรทัศน์จับ
สักห้านาทีความจริงก็ปรากฏ
เรื่องจริง ๆ เมื่อไหร่ก็จริงครับ
ไข่เจียว 12/02/04 11:02:22   ติดตามข่าวเรื่องนี้มาตั้งแต่ช่วงแรกๆ  แล้วก็มีเพื่อนธรรมท่านหนึ่งส่งLinkกระทู้มาให้ดู  แต่รู้สึกว่าเรื่องนี้ออกจะซับซ้อน  อีกทั้งข้อมูลที่มีก็ไม่เพียงพอเลยขอตัวไว้ก่อน

   ยิ่งติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของทั้งสองด้านแล้วยิ่งน่าเป็นห่วง    เหตุการณ์ก็ขยายตัวออกไป  มีทั้งตัดหัวหุ่น ฯ และยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรตามมาอีก  ไปๆมาไม่ได้มีเพียงกุศลเจตนาและกุศลกรรมเดียวที่กระทำเสียแล้ว  สำหรับครูบาอาจารย์นั้นท่านเอาตัวรอดแล้ว   แต่เราๆที่ยังวนเวียนกันอยู่แถวนี้   ยังมีอวิชชาติดตัวอยู่จะทำอะไรแสดงออกอะไรขอให้ทำด้วยสติ   ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นทำบาปบูชาบุญไป   แถมไม่ได้ไปคนเดียวจะชวนพรรคพวกเข้ารกเข้าพงไปเสียด้วย  ที่หวังว่าจะช่วยส่งเสริมให้ถึงมรรคผลนิพพาน ก็จะกลายเป็นบั่นทอนไปเสีย

   สำหรับเรื่องนี้ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายล้วนเจตนาดี   แต่คนเรานั้นทำผิดพลาดกันได้  หนักนิดเบาหน่อยก็ควรค่อยๆใช้สติความคิดแก้ไขพูดจากันไป   อย่าให้ถึงกับห่ำหั่นกันจนตายกันไปข้างหนึ่งเลย  

   และฝากเรื่องคำว่า "บิดเบือน" สักนิดครับโจ้  ปกติเราใช้คำว่าบิดเบือนกับคนที่รู้ว่าเป็นอย่างหนึ่งแต่มี " เจตนา "เปลี่ยนแปลงแสดงออกเพื่อให้เขาใจผิดเป็นอีกอย่างหนึ่ง  สำหรับท่านที่โจ้กล่าวว่าบิดเบือนนั้น ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนหรอกครับ เพียงแต่ท่านก็ทำหน้าในสิ่งที่ท่านเห็นว่าถูกควรแบบเช่นที่โจ้และหลายๆคนทำกันนี่แหละครับ
โชติปาละ 12/02/04 11:05:52 เรียนคุณแจมแจม
        ต้องขออภัยที่ผมไม่สามารถบอกชื่อพระ และฉายาพระอรหันต์ที่มาได้ ด้วยข้อวัตรของพระป่า ที่พระลูกศิษย์สายหลวงปู่มั่น และพ่อแม่ครูบาอาจารย์สั่งสอนกันต่อมา พระอรหันต์เหล่านี้จึงไม่แสดงตัวมากนัก ไม่ประกาศตน แต่เป็นที่รู้กันในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรมแล้วรู้จักกับพระป่าสายหลวงปู่มั่นอย่างดี ว่า พระทั้งสองรูปนี้ พระมหาเถระระดับหลวงปู่ หลวงตา รับรองแล้ว และผมก็ได้กราบ ได้ฟังคำสอนของท่านทั้งสองรูปนี้แล้ว รู้สึกทราบซึ้งในคำสอนของท่าน และธรรมที่ท่านถึงแล้ว

         
          ผมเข้าใจสถานะการณ์ตอนนี้ เพราะมีหลากหลายความคิด และได้รับข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริงกัน โดยผู้มีอำนาจในการดูแล บริหารบ้านเมื่อง พุทธศาสนา และพระหลายรูปที่หลงไปตามกิเลส ยศ สมณะศักดิ์ มีผู้ที่ใช้อำนาจเงินที่มีมาจากศรัทธาของชาวพุทธที่ไม่รู้ ไม่ศึกษาธรรมมาหนุนทำลายพุทธศาสนาเอง แล้วเข้าใจเอาเองไปตามความคิด ทิฏฐิที่ผู้ชักนำให้หลงทางว่า เป็นการรักษาพุทธศาสนากัน
         หลายท่านที่รู้จักผมดี ว่า ที่จริงผมชอบอยู่อย่างเงียบ ๆ  ไม่ค่อยยุ่งกับใคร ทำแต่ประโยชน์ และพยายามไม่เบียดเบียนใคร ต้องสงสัยแน่ว่า ทำไมครั้งนี้ ผมออกมาร่วมสนับสนุนฝ่ายหลวงตามหาบัว และเขียนข้อความที่กล่าวพาดพิงถึงผู้มีอำนาจ และพระ ( ทั้งที่ผมนั้น ไม่ว่าพระท่านจะทำผิดศีล ไม่ทำให้ศรัทธาก็ตาม ผมก็กราบได้ และไม่ตำหนิท่าน เพียงแต่จะไม่ยุ่งกับท่านเท่านั้นอง ) ก็เพราะมันจำเป็นต้องทำอย่างที่พระธรรมปิฏกท่านกล่าวไว้ครับ ผมไม่อยากให้ลูกหลานที่เกิดมารุ่นหลังแล้ว พบแต่คำสอนที่ผิด ไม่ตรงกับคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้ามีประโยชน์จริง ๆ
        กรรมใดที่ผมทำในครั้งนี้ ผมเต็มใจทำ และพิจารณาอย่างดีแล้ว ว่า จำเป็นต้องทำ แม้นว่ามันจะมีผลต่อตัวผมบ้าง แต่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควรทำเพื่อให้ธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้าคงอยู่ต่อไป
      ถ้าผมไปกราบวิงวอนต่อหน้าผู้ที่ร่วมกระทำการอันไม่สมควรนี้ แล้วพวกเขาเปลี่ยนใจ ทำตามธรรมและวินัยของพระพุทธเจ้าได้ ผมก็ยินดีจะไปกราบแทบเท้าพวกนั้นทุกคนเลย ไม่ว่าจะกี่ล้านคนก็ตาม
เพื่อนธรรมในกระดาน 12/02/04 11:35:15 ขออนุญาต (กระทู้นี้ถือว่าผมลงความคิดเห็นมากที่สุดเท่าที่มีมา)

ผมคนหนึ่งหละ เข้าใจตามที่คุณ ตอม คุณ อะไรต่ออะไร ที่เห็นว่าคุณโจโจ้ ร้อน …
แต่มีคำอธิบายหนึ่งเดียวเท่านั้นจริงๆ สำหรับทุกท่านที่เห็นแบบนั้น ลองปฏิบัติภาวนาสักระยะหนึ่ง

อยากให้ผ่าน และเห็น ขั้นตอน การคิดและการเอาตัวตนเข้าไปตัดสินอะไรทุกๆ อย่าง ในโลกนี้ที่เราประสบพบเจอทุกขณะเวลา

ผมขอบอกด้วยสัจจะว่าไม่เคยรู้จักคุณโจโจ้เป็นการส่วนตัว เคยอ่านผ่านๆ จากลานธรรมฯ
ณ เวลานี้ ผมก็ยังไม่เห็นว่า คุณโจโจ้จะร้อนแรง แค่มี “ตัวอักษร” ที่เกาะติดสถานการณ์ (ในลานธรรมฯ) นี้เท่านั้น และการที่เอาข้อมูลที่ประสพมาด้วยตัวเองจริงๆ มายัน “ความคิด” ได้เสียทุกครั้ง จึงย่อมเป็นธรรมดาที่รู้สึกขัดใจ (โดยไม่รู้ตัว) และมีเสียงตะโกนมาจาก “ตัวตน” ออกมาว่า คุณโจโจ้ ร้อน

ที่ร้อนนะ ตัวคนที่อ่าน อักษร ต่างๆ กันเอง ใครละที่ไปรู้สึกร้อน อยู่ดีๆ ก็ไปจับตัวหนังสือ อ่านและปรุงออกมา
คำหนึ่งคำ ให้สองคนอ่าน สองคนก็ย่อมรู้สึกไม่เหมือนกัน ต่างกันไป
ที่สำคัญต้องดูตัวเองครับ ว่า ตั้งอารมณ์ และทิศทางอะไรไว้
นายโจโจ้ 12/02/04 11:36:08 คุณพี่ไข่เจียวครับ ถ้าจะเปลี่ยนจากคำว่า "บิดเบือน" เป็น "ทำสิ่งที่เห็นควร" ก็คงมีเพียงหลวงพ่อปัญญาและพระพยอมครับ ที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าบิดเบือนทางคำพูด แต่เหตุผลของโจ้ก็คือ

อย่างแรก พระทั้งสองท่านนี้ เป็นพระนักพัฒนา ไม่ใช่พระภาวนา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ในหมู่ผู้ปฏิบัติภาวนา

อย่างที่สอง (เพียงแค่)การด่วนสรุปของท่านปัญญา ว่าพระป่าหมื่นกว่ารูป "มืดบอด" โดยไม่ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์นั้น ข้อแรก ผมไม่เชื่อว่าท่านปัญญานั้นท่านจะ "มืดบอด" ในระดับที่สามารถระบุว่าพระป่าหมื่นกว่ารูปมืดบอดและ Abnormal โดยที่ตัวท่านไม่ได้ไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์เลย นั่นเป็นสาเหตุที่ผมระบุว่าท่าน "บิดเบือนความจริง" เพราะในความเป็นจริงแล้ว คนที่มีสติปัญญาระดับปานกลางใดๆก็สามารถคิดได้ ไม่ต้องถึงระดับพระที่มีคนนับถือกันค่อนประเทศอย่างท่านปัญญา ที่จะต้องมีความเฉียบแหลมของท่านที่ทำให้ปัญญาชนทั้งหลายให้ความเคารพอยู่แล้วโดยไม่ต้องอาศัยผ้าเหลือง และผมประเมินท่านสูงครับ คือสูงพอที่จะรับทราบความจริงอย่างคนมีสติดีๆใดๆ ว่าไม่มีหรอก ที่พระป่าหมื่นกว่ารูปจะมาร่วมประชุมและออกมติสังฆสามัคคี ตลอดจนสวดคว่ำบาตรโดยปราศจากเหตุอันควร

และนั่นเป็นเหตุ ที่ทำให้ผมรวบเป็นตรรกประโยคว่า ท่านปัญญาท่านทราบ ว่าพระเหล่านั้นมิใช่ผู้มืดบอด มิใช่ผู้ไร้เหตุผล แต่ท่านยังฝืนระบุว่ามืดบอดและผิดปกติ ดังนั้น ผมจึงสรุปว่าท่าน "บิดเบือน" ครับพี่ไข่เจียว

ส่วนพระพยอมนั้น จากข้อมูลที่ผมสัมผัสกับท่านมาทั้งหมด ผมเห็นว่าท่านเป็นผู้หลักแหลม ทันโลก ทันเหตุการณ์ ทันคน รู้จักคน รู้จักวิเคราะห์ข่าวเป็นอย่างดีมาเป็นเวลานานมาแล้ว ก็เช่นเดียวกัน ที่ผมใช้ตรรกเดียวกัน ว่าท่านจะต้องเห็นความจริง แต่มีเหตุบางอย่างที่ผมไม่อาจทราบได้ ที่ทำให้ท่านออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างนั้น ผมจึงสรุปว่าท่านบิดเบือนความจริงเช่นเดียวกับท่านปัญญาครับ

ที่สรุปอย่างนั้น เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวครับ เวลา ตลอดจนผลกรรมจะเป็นสิ่งพิสูจน์ครับ ในฐานะนักภาวนาแล้ว โจ้ไม่ได้ทำเพื่อสนองต่อกิเลสใดๆของตนเอง ไม่ได้ทำเพื่อพิสูจน์ว่าโจ้เห็นถูก เก่งหรืออะไรแบบนั้น แต่ทำเพื่อรักษาพระศาสนา  ถ้าพี่ไข่เจียวต้องการความกระจ่างในส่วนตัว ขอแนะนำให้รอหลักฐานที่ปรากฏครับ
นรชาติ 12/02/04 11:53:29 ผมติดตามข่าวนี้มาพอสมควร และเก็บข้อมูลมาเรื่อยๆ ตอนแรกไม่อยากออกความเห็นครับ(วางจิตเป็นอุเบกขา และมองด้วยสติและปัญญา ไม่ให้เกิดอคติ) เพราะจะกระทบแก่ผู้ปฏิบัติธรรมที่เป็น "มือใหม่" จำนวนมาก หรือ อาจทำให้หลายคนที่เพิ่งตั้งใจประพฤติ ปฏิบัติธรรมสับสนได้ ดังนั้นขอให้มือใหม่ทุกท่าน เวลาอ่านให้ทำใจเป็นกลาง คือ ถือว่าอ่านเก็บข้อมูล ไม่ต้อง ชอบ หรือ ไม่ชอบ แต่นี่คือ ข้อเท็จจริง ที่อาจจะมี "จริง" และ "ไม่จริง" พวกเราจึงต้องมี สติกำักับตลอด

"แก่นแท้" ของพระพุทธศาสนา คือ วิมุตติ หรือ พระนิพพาน เป็นเป้าหมายหลัก จากนั้น ถึง พูดถึง ทางที่จะไปให้ถึง คือ มรรคมีองค์8 หรือ มหาสติปัฏฐาน4 จะพูดอย่างไรก็ได้ เพราะ คือ เรื่องเดียวกัน แต่มองคนละมุม เหมือนกับ ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ เขากำลังพูดถึง "สูตรทางวิทยา่ศาสตร์" แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็อาจพูดถึง "วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ให้ได้สูตรนั้นมา" ทั้ง 2 สิ่งก็คือ ได้ผลอย่างเดียวกัน นั่้นคือ "ผล" ดังนั้นมรรคมีองค์8 หรือ มหาสติปัฏฐาน4 ก็คือ ต้องได้มรรคผลนิพพาน ตรงนี้คือ แก่นแท้ของพระพุทธศาสนา

กลับมาที่ปัญหาทางสงฆ์สมมติ เรื่องการแต่งตั้ง สงฆ์สมมติที่ได้อำนาจเป็นใหญ่ต้อง "ส่งเสริม" ให้ประชาชน ชาวไทยและชาวพุทธ เจริญในทางที่จะให้ได้ มรรคผล นิพพาน ให้มีอำนาจเหนือ "กิเลส" ตามกำลังของแต่ละคน  จึงควรพิจารณาตรงที่ ผู้ที่ได้สมมติเป็นใหญ่ต้องมี "ธรรมแท้" เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็น "พระ" อย่างแท้จริง คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน อย่างแท้จริง จึงจะรักษาพระศาสนาได้นานๆ และถูกต้องตามพระธรรมวินัย  ซึ่งปัจจุบัน "พระป่า" โดยเฉพาะ ศิษย์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตท่านทำหน้าที่ได้ตามพระธรรม พระวินัยอย่างเคร่งครัด บริบูรณ์ ไม่มีที่ตำหนิได้ เหมือนผ้าขาว ที่ไม่ีมีรอยด่าง จึงน่ายกย่องยิ่งนัก    

การที่ท่านออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ย่อมต้องมีเรื่อง "ไม่ชอบมาพากล"  อย่างแน่นอน และต้องกระทบต่อการสืบต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง จึงขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสาร และเป็นกำลังใจแก่ผู้เจริญหน้าที่ของท่านอย่างเต็มกำลังความสามารถ มองด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเมตตาต่อท่านทั้งหลาย และต่อตนเอง และต่อลูกหลานในภายภาคหน้า หากท่านใด ทำใจไม่ได้ ก็เพียรเจริญ อุเบกขาธรรม ครับ อย่าให้ใจเศร้าหมอง

โดยส่วนตัว สนับสนุน "มติและแถลงการณ์" ของพระป่า และเห็นควรให้ทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็ว เพื่อความมั่นคงในพระพุทธศาสนาครับ      
yoyo 12/02/04 12:02:17
Post ครั้งที่แล้ว ผมคิดว่าผม Postแรงไปหน่อย
และ ก็อาจจะไม่จำเป็น ใน เรื่องใบปลิว

แต่สิ่งที่น่าทำ คือ
หากไปที่ไหน
เมื่อเราจะ อธิบายอะไร
คนส่วนใหญ่แถวๆนั้น จะไม่มีเวลามากพอ
ที่จะทำการนั่งฟัง
หรือหากเขาไม่เห็นด้วย ก็จะไม่ทันฟัง
ต้องรอให้เขาเย็นสักพักก่อน

ดังนั้นการพูดอะไรในช่วงนั้นจึงไม่เกิดผล
เช่นเขาเดินรีบไปธุระ ย่อมฟังได้แค่ ไม่กี่นาทีหรือแค่ผ่านๆ
ข้อมูลนั้น ก็จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เขาแค่เดินผ่าน และก็คิด ว่า พวกนี้ทำอะไรกัน
ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายอีกแล้วเหรอ  
เขาอาจจะคิดว่า น่ารำคาญ

เมื่อเขาเกิดความสงสัย
เขาก็มักจะ ยืนดู หรือไม่ก็เดินไปถามบางคนแถวๆนั้น
ซึ่งคนที่เขาไปถามถ้าโชคดี ก็เป็นคนเข้าใจเรื่องราว
ถ้าโชคไม่ดี ก็เป็นอีกฝ่าย
และถ้า เขาถามคนไม่รู้เรื่องเลย
คนนั้นก็อาจจะบอกว่า ไม่รู้สิ เขาทำอะไรกันก็ไม่รู้ วุ่นวายจริงๆ เขาอาจจะเชื่อสื่ออื่นๆด้วย

ดังนั้นวิธีการ
น่าจะเป็นว่าให้เขาเข้าใจเนื้อหาให้ได้มากที่สุด ในเวลาที่น้อยที่สุด


และ ให้เขาเข้าใจเนื้อหา ได้ โดยไม่ต้องสงสัย
คือเมื่อสงสัย แล้ว ให้ยกเลิกความสงสัยได้โดยเร็วที่สุด   ให้ข้อมูลเขาให้เร็วที่สุด
ก่อนที่เขาจะได้ข้อมูล ที่ผิดแนวความหมาย กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในขณะนั้น


ซึ่งถ้า เป็นธุรกิจ ก็จะมีสิ่งนี้อยู่แล้ว
สิ่งนี้ เรียกกันว่า นามบัตร

นามบัตร จะเป็นสิ่งที่บอกว่า คุณเป็นใคร
ทำอะไร
และ ที่ที่จะติดต่อคุณได้  
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้สนใจ สามารถได้ข้อมูลอย่างรวดเร็ว เก็บได้ง่าย
และหากบางคนอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถ หาเพิ่มเติมได้เช่นกัน

หากให้ข้อมูลได้โดยบัตรเล็กๆ
หรือ อะไรสักอย่างกระดาษสักใบได้
ไม่ว่าไปที่ไหนให้ติดสิ่งนี้ไปด้วย
เมื่อ สังเกตว่า ใครเริ่มเกิดความสงสัย ไม่เข้าใจ
ก็ให้ยื่นให้ เพื่อ ลดความสงสัย และไม่เข้าใจในทันที
ผู้ที่ไม่ สนใจ เราอาจไม่ให้ก็ได้  

น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ ความเข้าใจมีมากขึ้น
เพราะคิดว่า น้อยคนมากๆ ที่จะสามารถยืนฟัง เหตุการณ์ต่างๆ ได้นาน
น้อยคน ที่จะมีเวลา มาเข้าใจเรื่องต่างๆ
สื่อนั้น อยู่ในมือผู้ที่เชื่อมั่นในอีกมุมมอง  
และ เรื่องนี้ก ็ต้องยอมรับว่า ซับซ้อน
ยากในการทำความเข้าใจ วัตถุประสงค์ ที่แท้จริง
ยากในการตัดสินว่าใครผิดใครถูก
ข้อมูลเท่านั้น ที่เป็นเครื่องช่วยได้

แต่อีกฝ่ายบอกว่า ฝ่ายนี้ห้ามให้ข้อมูล
ห้ามออกทีวี  ( จากรายการช่อง 11 แม้ พิธีกรจะ ถามบ้างเล็กน้อย )

หรือแม้แต่บางครั้ง ก็มีการพูดว่ามีพระไม่กี่รูป ซึ่งแค่นี้ก็มีความไม่จริงแล้ว
ดังนั้นอาจมีความไม่จริงอย่างอื่นๆอีก

ข้อมูลนั้น เราอาจไม่สามารถแจกได้ทั่วไป
แต่ ไมโครโฟนและ เสียงนั้น อาจไม่ทำให้ใครเข้าใจได้เลย
เพราะอาจไม่มีใครฟังทั้งหมด
คนอาจรำคาญ  โดยเฉพาะเนื้อหาจำนวนมากซับซ้อน
สิ่งที่ไมโครโฟน ช่วยได้ เพียงบอกว่า  มาทางนี้หน่อยทางนี้มีเรื่อง
แต่สิ่งที่จะอธิบายความคิดเห็น ความเชื่อ และ เหตุผลได้จริงๆนั้น
มีเพียง การนั่งคุยกัน
แต่ก็น้อยนัก กับสมัยนี้ที่จะมี เวลาแม้สักครู่
และ เมื่อไม่ได้เตรียมการชี้แจง ก็ไม่มีข้อมูล จะชี้แจง
การเตรียมข้อมูลที่ดี นั้น ก็ต้องเตรียมเป็น สคริปต์ จัดเตรียมอย่างดี
ตอบได้ทันที  
หากไม่เข้าใจ อาจต้องขอเอกสารเพิ่มเติมไปอ่านต่อได้
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ต้องมี ข้อมูลเพิ่มเติม นำไปสู่แหล่งข้อมูล
หรือ อ้างอิงอื่นๆ ได้  

สิ่งเหล่านี้ เปรียบเสมือนการแนะนำตัว
แสดงตัว แนะนำความเชื่อและเหตุผลของการกระทำ
รวมทั้งยังเป็นการแสดง ความชอบธรรมจากเหตุผลที่ยกมา
รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ ตนเองในสถานที่นั้นๆ

เราอาจไม่สามารถ ทำให้คนอื่นๆเข้าใจ
แต่อย่างน้อย คนบริเวณนั้น เช่น
บริเวณงานที่ร่วม จัดนัดรวมตัวกัน
ก็ควรให้แน่ใจว่า ทุกคนที่มีข้อสงสัย
จะได้รับคำตอบ และหวังว่าทุกคนจะมีความเข้าใจ ไปในแนวเดียวกัน
และ ไกล้เคียงกัน
แม้แต่ คนที่มีเวลาให้กับเราน้อยที่สุด เช่นเดินผ่านไปผ่านมา

เพราะคนที่เดินผ่านไปมา
จะเป็นผู้ที่รู้ข้อมูลเพียงบางส่วน
และ บ่อยครั้งที่ผู้ที่รู้ข้อมูลเพียงบางส่วน
เข้าใจผิด ได้มากกว่าผู้ที่รู้ข้อมูลมากๆ  
รวมทั้งอาจเป็น ผู้ที่ไปบอกกล่าวผิดๆ
หรือมีทรรศนะที่ไม่ดีได้มากกว่า ผู้ที่รู้มากกว่า

ดังนั้น เราอาจพูดได้ว่า
เราอาจต้องเสริมสร้าง  "ความ รู้"   "ความเข้าใจ"
ให้เกิดขึ้นกับผู้ที่ อยู่ในบริเวณหรือเกี่ยวข้อง

และให้เกิด ผู้ที่คิดว่า   "คิดว่ารู้" หรือ "เกื อบรู้" หรือ "รู้นิดๆ"  "คิดว่า" "ฟังคร่าวๆ"
 ให้มากที่สุด

และคิดว่าที่ คิดไว้และสำคัญก็คือ
ไมโครโฟน ไม่สามารถ บอกข้อมูลที่แท้จริงได้เลย
นอกจากผู้ที่ฟังจะ มีเวลา
และ จะเชื่อก็ต่อเมื่อมีศรัทธ และมีข้อมูลพอ
แต่เรื่องนี้ ข้อมูล มากเกินไป

สรุปอีกทีก็คือ
เราควรมีการแนะนำตัวทุกๆ ที่ ที่เราไป
ผมคิดว่า การแนะนำตัวให้ถูกต้อง ถูกกาละเทศะ
กับบุคคล ต่างๆกันนั้น
เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกับทุกๆคน
เพราะว่า ทำให้ผู้อื่นคิดว่า
เรามีเหตุมีผล และเข้าใจในเหตุและผล ของการกระทำเราได้มากขึ้น
เมื่อ เขามีความรู้  ก็จะลดความขัดแย้งเรื่อง ต่างๆลง

ช่วงหลังรู้สึก Post แรงไป ต้องระวัง
การ Post หน่อยแล้วครับ  
ไม่ค่อยชอบ Post แรงๆเลย มาอ่านอีกที
รู้สึกยังไง ก็ไม่รู้ครับ  
yoyo 12/02/04 12:17:25 แก้ไขข้อมูลครับ

และให้เกิด ผู้ที่คิดว่า   "คิดว่ารู้" หรือ "เกือบรู้" หรือ "รู้นิดๆ"  "คิดว่า" "ฟังคร่าวๆ"
 ให้น้อยที่สุด  
 ในทุกสถานที่ๆ ได้ผ่านไป
 เพราะสิ่งเหล่านี้ มักเป็นไปในทางความเข้าใจผิด


ความรู้ก็มีอยู่ แค่เนี้ย เองละ    
ake 12/02/04 12:27:46 ครับ ทำเป็นนามบัตรสวยๆ ก็ไม่เลวครับ คุณ yoyo ใช้กระดาษมีคุณภาพ
หรือทำ packaging design สวยๆ ดูดี อินเตอร์ ขนาดกะทัดรัด มีข้อมูลเบื้องต้นครบข้างใน

ถ้าให้ดีมีการสอด mini CD อัดข้อมูลที่ถูกต้องเข้าไปด้วยให้พวกเขาเปิดฟัง - ดู

ลองซัก 5,000 - 10,000 ชุดก่อนก็ได้

ไม่ทราบ ในนี้ ใครที่ทำอยู่ สื่อสิ่งพิมพ์ บ้างครับ?
รบกวน ประเมิน ค่าใช้จ่ายเปื้องต้นที่กล่าวหน่อยครับ?

ในเมื่อฝ่ายนั้น มีทีม marketing
เราก็ควรใช้วิธีเบื้องต้นนี้เหมือนกัน

_/\_

พัลวัน 12/02/04 12:29:11 เมื่อเช้านี้ ได้ยินเสียงจากช่อง 11 (ที่ว่าได้ยิน ก็เพราะว่าไม่ได้ดู แต่ยืนอยู่ในระยะที่พอได้ยินเสียง) พบว่า เขากำลังเบี่ยงประเด็นไปในเรื่อง สมเด็จพระสังฆราชป่วย ซึ่งจริงๆแล้ว นี่คือข้อเท็จจริง แต่ป่วยในระดับไหน ระดับที่ต้อง "ปฎิวัติ" ยึดอำนาจ ยึดตำแหน่ง สมเด็นพระสังฆราช เอาจากพระญาณสังวร หรือเปล่า? อันนี้ไม่ยอมพูด (แต่วันก่อนพูดพรวดออกมา ว่าเป็น อัลไซเมอร์ ซึ่งไม่มีหลักฐาน เพียงแต่หลุดออกมาจากปากเท่านั้น)

ประเด็นที่สอง เขากล่าวว่า ในความเป็นจริง พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ก็ยังสามารถที่จะมีพระลิขิตในฐานะที่เป็นสมเด็จพระสังฆราชได้อยู่

เอาล่ะสิ ผมเป็นงง เพราะว่า หากพระองค์ยังสามารถที่จะมีพระลิขิตได้อยู่ จะไปแต่งตั้งคนอื่นมาทำหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชทำไม

ยิ่งไปกว่านั้นอีก ก็คือ นี่ไม่เท่ากับว่า ในปัจจุบันนี้เรามีสมเด็จพระสังฆราชถึง 2 องค์ หรอกหรือ? และหากพระลิขิตขององค์จริง ก็องค์แทน ขัดแย้งกัน แล้วจะทำยังไงกัน?

และยิ่งได้รับรู้ว่า เขากำลังจะเล่นงานเจ้าคณะ 17 รูป ก็ไม่รู้ว่าจะเล่นงานอย่างไร ปลดออก จับเข้าคุก หรืออย่างไร แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ก็ทำให้ผมอกสะท้อน และอดคิดถึงคำพูดของครูบาอาจารย์ (หลวงพ่อ สีทน สีลธโน วัดถ้ำผาปู่ จังหวัดเลย สามารถอ้างท่านได้เต็มที่ พระท่านละสังขารแล้ว ได้รับพระราชทานเพลิงศพแล้ว คงไม่มีใครคิดจะไปจับท่านสึก ในข้อหาอวดอุตริมนุสธรรม ได้แน่) ท่านบอกว่า "ต่อไป พระพุทธศาสนา จะไปเจริญในประเทศลาว"

อาจได้เห็นการ "อพยพ" ของครูบาอาจารย์ ในช่วงชีวิตนี้ เพราะอยู่ภายใต้ สมเด็จพระสังฆราชชุดปฎิวัตินี้ไม่ได้ อยู่ภายใต้ผู้ไม่เคารพพระธรรมวินัยไม่ได้อีกแล้ว
ake 12/02/04 12:49:06 ถ้าเป็นอย่างที่พี่ต..บอก เห็นที จะต้องดูลู่ทางไปตั้งรกรากอยู่ทางนั้น ครับ
อิ อิ
ผู้สังเกตอีกต่อหนึ่ง 12/02/04 12:53:39 อ้างอิง
ความเห็นที่ 88

  เมื่อสองปีที่แล้วมีโอกาสผ่านไปวัดแห่งหนึ่งที่จังหวัดชัยภูมิเห็นประชาชนจำนวนมากประชุมกันเต็มวัดเลยถามได้ความว่าพระอรหันต์จะมาเทศโปรด( ชาวบ้านพูดครับ) ทำให้ผมเกิดความสนใจทันเพราะเราเป็นพุทธศาสนิกชนในชีวิตอยากจะทำบุญกับพระอรหันต์บ้าง พอถึงเวลาปรากฏพระดังกล่าวมามีประชาชนห้อมล้องเข้าใจว่าจะเป็นลูกศิษย์ชี้มือสังพระที่วัดนั้นให้จัดทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็มีความรู้สึกไม่ดี พอพระที่ชาวบ้านเทศข้าเจ้ามีความรู้สึกว่าท่านจะเทศในลักษณะการปฏิบัติธรรมของตัวเองมีตอนหนึ่งท่านบอกว่าท่านต่อสู้กับกิเลสจนสามารถเอาชนะกิเลสได้ทั้งมวลจนบรรลุธรรม เข้าพเจ้าเลยสงสัยว่าการหพูดอย่างนี้เป็นการพูดอวดอุตริมนุษธรรมหรือไม่ เพราะอีกไม่นานจำได้ว่าตอนนั้นได้มีข่าวว่ารัฐบาลจะนำเงินผ้าป่าอะไรซักอย่างออกมาใช้ ก็ได้เห็นพระรูปดังกล่าวเทศด่าพวกนั้นและคนที่สนับสนุนว่าเป็นพวกยักพวกมารเป็นพวกเปรต และกิริยาอาการของท่านแม้แต่เด็กก็ดูออกว่าท่านโกรธจัดมากพร้อมทั้งกินหมากปากแดงพร้อมกับด่านักข่าวและคนต่างๆที้จะมาสัมภาษณ์ ถึงได้รู้ว่าคนที่บอกว่าตนเองบรรลุธรรมนั้นยังเต็มไปด้วยความโกรธอยู่เหรอ และการพูดของท่านอย่างนั้นที่บอกว่าตัวเองบรรลุธรรมนั้นเป็นการสมควรหรือไม่ครับ ถึงแม้ว่าท่านจะบรรลุจริงเคยอ่านหนังสือและถามท่านผู้รู้ว่าพระพุทธองค์ไม่ให้พวดอวดอ้างถ้าใครไปอวดอ้างเข้าต้องอาบัติเป็นควมผิด ยิ่งถ้าไม่บรรลุจริงแล้วไปพูดยิ่งขาดความเป็นภิกษุทันที่ ศาสนิกชนโปรดพิจารณาพระรูปนี้ให้ดีแล้วท่านจะเห็นอะไรบางอย่าง


จากคุณ :   ชาวพุทธผู้สังเกตุ - [14:12:58 น. : 11 ก.พ. 2547] : IP 203.118.64.XXX X

ช่วยแก้ขอสงสัยตรงนี้ที
12/02/04 01:24:20 ที่ว่า “ศาสนิกชนโปรดพิจารณาพระรูปนี้ให้ดีแล้วท่านจะเห็นอะไรบางอย่าง” และที่ยกของสังเกตมาทั้งหมดนั้น ที่จริงวนไปวนมาก็เท่านั้น มีหลายแง่มุมที่คุณสังเกตผิด เข้าใจผิดและคิดไปเอง ถามว่าเป็น “ความผิด” ไหม ก็คงไม่ใช่ แต่ถ้าอยากให้บอกจริง (อยากรู้จริง) ก็แจ้งความจำนงค์มาอีกทีครับ ผมจะค่อยๆ สนทนาด้วย (ที่จริงอยากให้ปฏิบัติภาวนาก่อนนะครับ ไม่เป็นไรผมจะพยายาม)

ผมคนหนึ่งหละที่ไม่สงสัยองค์ท่าน เรื่องแบบนี้ อยู่ที่เจ้าตัว ของแต่ละคนไป

ทุเรียนหนามแหลม แต่ปฏิเสธไม่ได้ไม่ใช่หรือว่า “คนส่วนใหญ่” ยกย่องว่าเป็น ราชาแห่งผลไม้
เพราะ อร่อยจริง

หนามแหลม ถ้าวางตั้งไว้เฉยๆ ก็เป็นแค่สัญลักษณ์อย่างหนึ่งในหลายอย่างบนโลกนี้
นอกจาก จะไปหยิบ ไปทำการ เพื่อให้เกิดอันตรายขึ้นมา

คิดเทียบเอาเอง  
นิพ 12/02/04 01:30:37 ไม่หรอกครับพี่พัลวัน ผมคนนึงที่ไม่ยอม ผมสู้ตายครับ ดีกว่าปล่อยให้สมเด็จ ก.
คนนั้นเป็นพระสังฆราชครับ สงสารก็แต่พอแค่ครูบาอาจารย์ของเราไม่รู้จะโดน
กลั่นแกล้งอย่างไรบ้าง หลวงพ่อพุธท่านก็เคยกล่าวไว้เหมือนกันว่าศาสนาพุทธจะ
ไปเจริญที่รัสเซียครับ แต่ผมไม่ยอมง่ายๆหรอกที่จะให้ศาสนาเราต้องมาจบสิ้น
ในน้ำมือคนบางคนที่อยากเป็นสังฆราชจนตัวแทบขาด สงสารก็แต่หลายๆท่านยัง
มัวแต่คิด คิดแบบง่ายๆแบบประมาทด้วยว่าไม่มีปัญหาอะไร ทั้งที่ไฟลามมาถึงแล้ว
ครับ :-(


เบื่อที่จะสังเกตแล้ว 12/02/04 01:53:38 อ้างอิง
ความคิดเห็นที่ 606 : (ฬ) อ้างอิง |


ที่ว่า “ศาสนิกชนโปรดพิจารณาพระรูปนี้ให้ดีแล้วท่านจะเห็นอะไรบางอย่าง” และที่ยกของสังเกตมาทั้งหมดนั้น ที่จริงวนไปวนมาก็เท่านั้น มีหลายแง่มุมที่คุณสังเกตผิด เข้าใจผิดและคิดไปเอง ถามว่าเป็น “ความผิด” ไหม ก็คงไม่ใช่ แต่ถ้าอยากให้บอกจริง (อยากรู้จริง) ก็แจ้งความจำนงค์มาอีกทีครับ ผมจะค่อยๆ สนทนาด้วย (ที่จริงอยากให้ปฏิบัติภาวนาก่อนนะครับ ไม่เป็นไรผมจะพยายาม)

ผมคนหนึ่งหละที่ไม่สงสัยองค์ท่าน เรื่องแบบนี้ อยู่ที่เจ้าตัว ของแต่ละคนไป

ทุเรียนหนามแหลม แต่ปฏิเสธไม่ได้ไม่ใช่หรือว่า “คนส่วนใหญ่” ยกย่องว่าเป็น ราชาแห่งผลไม้
เพราะ อร่อยจริง

หนามแหลม ถ้าวางตั้งไว้เฉยๆ ก็เป็นแค่สัญลักษณ์อย่างหนึ่งในหลายอย่างบนโลกนี้
นอกจาก จะไปหยิบ ไปทำการ เพื่อให้เกิดอันตรายขึ้นมา

คิดเทียบเอาเอง
จากคุณ : ฬ [ ตอบ: 12 ก.พ. 47 - 13:24 ] | | | ip:203.145.2.82

ขอโทษครับ ผมปัญญาน้อย ผมไม่ใช่นักภาวนา ผมเทียบไม่เป็น
หลายต่อหลายคน ที่เอะอะอะไร ก็บอกให้ภาวนา
ถามหน่อยครับ ภาวนาแล้ว รู้อะไรได้ทุกอย่าง ทุกเรื่องหรือเปล่าครับ
คุณกำลังหิวข้าว ต้องการกินข้าว แล้วมีคนบอกว่า ก่อนอื่นคุณต้องไปซื้อที่นา ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว แล้วค่อนไถ ค่อยหว่าน รอจนออกรวง จนแก่ เก็บเกี่ยว เอามาสี มาหุง แล้วคุณก็จะได้ข้าวกินเป็นที่อิ่มหนำสำราญ แล้วก็จะมีข้าวเก็บไว้กินได้อีกนาน ๆ    อย่างนี้ คุณจะถือเอาคำบอกของผู้นั้น หรือจะไปซื้อข้าวราดแกงกิน ให้หายหิวครับ
ผมไม่เคยเห็น ไม่เคยฟังเทศน์ ไม่เคยใกล้ชิดกับหลวงตามหาบัว ผมแค่ต้องการคลายข้อข้องใจบางอย่างเกี่ยวกับหลวงตามหาบัว ตามที่ได้รับฟังมาเท่านั้น คิดว่าลูกศิษย์ลูกหาของท่าน ซึ่งอยู่ในที่นี้เป็นจำนวนมาก คงจะตอบให้ฟังได้
ผมขอแค่ข้าวจานเดียว เพื่อให้อิ่มท้องในเวลานี้  ไม่ต้องการข้าวทั้งยุ้ง


apichan 12/02/04 01:58:52 ตอบ (ผู้สังเกตอีกต่อหนึ่ง)

อากัปกริยาที่ท่านแสดงออกมานั้น รู้ได้ยังไงว่าภายในจิตใจท่านโกรธจริงๆ บางทีนั้นอาจเป็นกริยาที่ออกมาจากธรรมของท่านก็ได้ ซึ่งแท้จริงแล้วสำหรับพระผู้ปฎิบัติจริงๆเราไม่สามารถเอาอากัปกริยาที่แสดงออกมาข้างนอกมาตัดสินได้ว่าท่านภายในเป็นยังไง

ซึ่งการแสดงออกของทางกายกับจิตใจนั้น จริงๆแล้วในโลกปุถุชนก็มีการใช้กันทั่วไป เหมือนกับคำที่ว่า ปากปราศรัย (พูดดี พูดหวาน) น้ำใจเชือดคอ (จริงๆคำพูดหวานๆนั้น โกหกทั้งหมด เพื่อที่จะอะไรก็แล้วแต่)

ถ้าคุณอยากรู้มากกว่านี้ ผมแนะนำว่าลองมาปฎิบัติธรรม ให้รู้จิตของคุณเองดีกว่าครับ บางทีนั้นอาจจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่ไม่ศรัทธาในองค์ท่าน
เบื่อ ๆ อยาก ๆ 12/02/04 02:11:58 ขณะนี้ผมไม่ปักใจเชื่อในฝ่ายใด
ผมอ่านหลายเวปที่เกี่ยวข้องกับข่าวนี้
ขอบอกว่า อ่านแล้ว นักพัฒนา กับนักภาวนา ไม่เห็นต่างกันตรงไหน
ต่างก็สาดโคลนใส่อีกฝ่ายหนึ่งด้วย ผรุสวาจา
ผมเลือกที่จะเข้ามาถามตอบ ในเวปของนักภาวนา
ด้วยหวังว่า คำตอบดี ๆ จะมีให้  แต่ที่ไหนได้ ตรง ๆ ไม่เห็นมี มีแต่ตะแบงบอกให้คิด ให้ภาวนา อือ ถ้าผมภาวนาแล้วรู้ได้เองใน 3 วัน 7 วัน ผมก็คงไม่มาถามหรอกนะครับ
apichan 12/02/04 02:25:28 จากเทศน์หลวงตาเช้านี้

โยม อันนี้จบแล้วครับ ทีนี้มีข่าวส่งมาบอกว่าในช่วงนี้ นายสถานีวิทยุหลายจังหวัดเขารายงานมาว่า มีคำสั่งให้ทุกสถานีวิทยุงดออกรายการเทศน์ของหลวงตาซึ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะทำหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช แต่ก็มีวิทยุอีกส่วนหนึ่งไม่โดนถูกงด ออกมาโจมตีเกี่ยวกับเทศน์ของหลวงตาแล้วก็เกี่ยวกับลูกศิษย์หลวงตา แล้วก็ถ่ายทอดไปในโรงเรียนในสถานที่ราชการต่าง ๆ แสดงว่าต้องมีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง

หลวงตา ต้องมีผู้บงการ เข้าใจแล้วมิใช่เหรอนี่

เมืองไทยเขามีกฎข้อบังคับหรือกฎหมายบ้านเมืองอยู่เหมือนกันมิใช่เหรอ มันก็คนทางนี้มันก็คนเข้าใจไหมละ มันห้ามมายังไง ออกไปซิอยากจะออกก็ออกไปซิ เรามีสิทธิที่จะออกนี่นะ อำนาจมาจากไหนตามหาเจ้าอำนาจมาให้ได้

โยม ตัวเจ้าคนสั่งมีอำนาจคุมประชาสัมพันธ์อยู่

หลวงตา อำนาจเหนือคนสั่งนี้ยังมีอีกนะ ตามไปหาให้มันถึงซิ เข้าใจเหรอ คนนี้มันสั่งมาๆ ใครมีอำนาจเหนือผู้นี้ยังมีอยู่นี่ เข้าใจเหรอ ทำป่า ๆ รก ๆ อย่างนี้ไม่ได้ อย่างนี้แหละมันบังคับมาแต่ต้น ตั้งแต่ต้นรัฐบาลที่จะตั้งใหม่แบบเดียวกันนี้ ไปเที่ยวหาบังคับ ๆ เอาหมดๆ ไม่ให้เขาโฆษณาทางดีเพื่อชาติเพื่อศาสนา ต้องเปิดทางให้เขา อย่างตั้งอะไรตะกี้นี่ สังฆราชนี่

----------------------------------------------------------
มีใครทราบหรือเปล่าครับว่าเป็นใคร
พัลวัน 12/02/04 02:29:22 เบื่อ และรู้ตัวว่าเบื่อ ในขณะที่กำลังเบื่อ (โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องรู้ว่าเบื่ออะไร) ก็เรียกว่าภาวนา (ด้วยการเจริญ สติ - สัมปชัญญะ) แล้ว

อยาก และรู้ตัวว่าอยาก ในขณะที่กำลังอยาก (โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องรู้ว่าอยากอะไร) ก็เรียกว่า ภาวนา (ด้วยการเจริญ สติ - สัมปชัญญะ) แล้ว

หากเอาแต่คิด โดยที่ไม่รู้ตัวว่าคิด ในขณะที่คิดนั้น ก็ไม่เรียกว่า ภาวนา (ด้วยการเจริญ สติ - สัมปชัญญะ) เลย

หากเอาแต่คิด โดยที่รู้เรื่องที่คิด แต่ไม่รู้ตัวว่ากำลังคิด ในขณะที่คิดนั้น ก็ไม่เรียกว่า ภาวนา (ด้วยการเจิรญ สติ - สัมปชัญญะ) แม้แต่น้อย
กวีใหม่ 12/02/04 02:33:46 อ้างอิง
อากัปกริยาที่ท่านแสดงออกมานั้น รู้ได้ยังไงว่าภายในจิตใจท่านโกรธจริงๆ บางทีนั้นอาจเป็นกริยาที่ออกมาจากธรรมของท่านก็ได้ ซึ่งแท้จริงแล้วสำหรับพระผู้ปฎิบัติจริงๆเราไม่สามารถเอาอากัปกริยาที่แสดงออกมาข้างนอกมาตัดสินได้ว่าท่านภายในเป็นยังไง


สงสัยแฮะ ว่าอากัปกริยาฉุนเฉียว โกรธเกรี้ยว ขุ่นเคือง มันออกมาจาก "ธรรม"ข้อไหนในตัวท่าน
อ้างอิง
ซึ่งการแสดงออกของทางกายกับจิตใจนั้น จริงๆแล้วในโลกปุถุชนก็มีการใช้กันทั่วไป เหมือนกับคำที่ว่า ปากปราศรัย (พูดดี พูดหวาน) น้ำใจเชือดคอ (จริงๆคำพูดหวานๆนั้น โกหกทั้งหมด เพื่อที่จะอะไรก็แล้วแต่)

????? รู้สึกตัวเองโง่ ๆ ยังไงไม่รู้
"อันกริยาท่าทางเหมือนถือสาก    อันว่าปากก็ประโคมว่าถือศ๊ล
กล่าวว่าใจเรานั้นหมดมลทิน       แต่ที่ยิน ยลเยี่ยง เพียงโคมลอย
โอ๊ย สากปลิว เฉียดไปนิดเดียวเอง
พัลวัน 12/02/04 02:36:18 หลวงพ่อปัญญาบอกว่า มีคนปล่อยข่าวว่า หลวงพ่อปัญญาเสียชีวิต เป็นเพราะออกมาต่อต้านหลวงตา

ผมคิดว่า น่าจะเป็นคณะบุคคลปฏิวัตินี่ล่ะ ออกข่าว(ที่พิสูจน์ง่ายๆ)อย่างนี้ เพื่อให้ได้โอกาสออกมาพูดว่า ถูกปล่อยข่าว

คนจะปล่อยข่าวแบบนี้ หากมีสมองสักหน่อย ก็รู้ว่า สามารถพิสูจน์ทราบได้ง่าย แต่หากเป็นคนที่วางแผนเหนือชั้นสักนิด เลือกใช้วิธีการ "ปัญญาอ่อน" อย่างนี้ มาป้ายสีให้อีกฝ่ายหนึ่ง สูญเสียความชอบธรรมไป

มันเป็นเรื่องของวิชามารครับ เพราะการที่มีสื่ออยู่ในมือ และสั่งการได้ทุกอย่างอยู่แล้ว โดยเฉพาะ วิทยุ และโทรทัศน์ จึงสามารถใช้แผนนี้ให้สำเร็จได้โดยง่าย เป็นการป้ายสีสองชั้น โดยนักวางแผนที่มีชั้นยศนั่นแหละ (คนผู้นี้ล่ะ ที่ร่วมวางแผนการครั้งนี้)
12/02/04 02:50:16 ก็คิดอยู่แล้วว่าจะได้คำตอบแบบนี้ ถึงได้บอกไงครับผมแจ้งความจำนงมาผมจะ “พยายาม”

(ขออนุญาต เจ้าของกระทู้ คงอธิบายเรื่องนี้ไม่นาน อย่างไรก็ตามจะให้จบเร็วที่จุด เพื่อให้อยู่ในประเด็นของกระทู้)

คุณ สังเกต (แล้วเบื่อง่าย) ^_^

๑. ตอบผมก่อนว่า คุณเห็นด้วยตาตนเองหรือเปล่า

๒. ที่ว่า “ลูกศิษย์ชี้มือสังพระที่วัดนั้นให้จัดทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็มีความรู้สึกไม่ดี”
***** เอาอะไรไปตัดสินและพาลพาโลไม่ชอบใจต่อพระองค์นั้น

๓. ที่ว่า “พอพระที่ชาวบ้านเทศข้าเจ้ามีความรู้สึกว่าท่านจะเทศในลักษณะการปฏิบัติธรรมของตัวเองมีตอนหนึ่งท่านบอกว่าท่านต่อสู้กับกิเลสจนสามารถเอาชนะกิเลสได้ทั้งมวลจนบรรลุธรรม เข้าพเจ้าเลยสงสัยว่าการหพูดอย่างนี้เป็นการพูดอวดอุตริมนุษธรรมหรือไม่” ….
***** อันนี้ง่ายๆ เอาแค่ศึกษาค้นคว้าดูด้วยใจไม่อคติ ตั้งแต่ กิเลสคืออะไร ทำอย่างไรถึงจะหมดกิเลส วาสนา (นิสัย) ของแต่ละบุคคล เรื่องเดียวกันกับการบรรลุธรรมหรือไม่ .. อันนี้ไม่ป้อนครับ เดี๋ยวไม่มีการพัฒนาการ

๔. ที่ว่า “เพราะอีกไม่นานจำได้ว่าตอนนั้นได้มีข่าวว่ารัฐบาลจะนำเงินผ้าป่าอะไรซักอย่างออกมาใช้ ก็ได้เห็นพระรูปดังกล่าวเทศด่าพวกนั้นและคนที่สนับสนุนว่าเป็นพวกยักพวกมารเป็นพวกเปรต และกิริยาอาการของท่านแม้แต่เด็กก็ดูออกว่าท่านโกรธจัดมากพร้อมทั้งกินหมากปากแดงพร้อมกับด่านักข่าวและคนต่างๆที้จะมาสัมภาษณ์ ถึงได้รู้ว่าคนที่บอกว่าตนเองบรรลุธรรมนั้นยังเต็มไปด้วยความโกรธอยู่เหรอ”
***** ไหงเอาตนเองไปตัดสินใจแทนคนอื่นละครับ ก็บอกแล้ว อธิบายแล้ว รู้หรือเปล่า ว่าผ้าป่าช่วยชาติมีวัตถุประสงค์อะไร มีรายละเอียดการนำไปมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ถ้าไม่รู้ก็หาข้อมูลซะอย่าคิดเองเดาเอง  ..... คำบางคำ เป็นเรื่องปกติสำหรับ บุคคล ท้องถิ่น ไม่จับมาร้อนใส่ตัว ก็ไม่เห็นมีอะไร (เช่น มาร, เปรต) ปู่ย่าตายายที่เคยกินหมากปากแดงพร่ำสอนลูกหลาน เพื่ออยากให้เป็นคนดี อย่างนี้ผิดไหมครับ อย่างนี้อาการเรียกว่าโกรธหรือ (หรือเพราะกินหมากปากแดงไม่น่าดู)

๕. และสุดท้ายที่ว่า “ถึงแม้ว่าท่านจะบรรลุจริงเคยอ่านหนังสือและถามท่านผู้รู้ว่าพระพุทธองค์ไม่ให้อวดอ้างถ้าใครไปอวดอ้างเข้าต้องอาบัติเป็นความผิด ยิ่งถ้าไม่บรรลุจริงแล้วไปพูดยิ่งขาดความเป็นภิก ษุทันที”
***** เฮ่อ!  .. โบราณว่า “ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด” (ขอโทษทีใช้คำโบราณที่ปัจจุบันอาจจะถือว่าแรง) อันนี้ ไปศึกษาเพิ่มนะครับ ไม่ต้องภาวนา ก็สามารถรู้ได้ ขอบอกว่าที่ไปจำมา และอ่านมานั้น “ไม่ดี ไม่ครบถ้วน” … แสดงความคิดตัดสินเปรี้ยงลงไปแบบนี้ ยังผิดอยู่

apichan 12/02/04 02:53:04 คุณ เบื่อ ๆ อยาก ๆ และอีกหลายๆชื่อ

ถ้าจะตั้งใจมาป่วนก็ขอเถอะนะครับ แต่ถ้าจะตั้งใจมาหาข้อมูลจริงๆ ก็ไม่ว่ากัน แต่ผมว่านะจะเป็นอย่างแรกมากกว่า
ม.ม.ม. 12/02/04 02:53:28 เห็นด้วยกับคุณ yoyo ครับ

แต่ผมว่าทำให้คน "สงสัย" น่าจะง่ายกว่าทำให้คน "เข้าใจ" นะครับ

เช่นเขียนไว้ว่า
1. ทำไมต้องแต่งตั้งรักษาการสังฆราช ?
-->เพราะสมเด็จพระสังฆราชประชวร, ท่านทรงมีพระชนม์มายุมากแล้ว อยากแบ่งเบาภาระท่าน

2. สมเด็จพระสังฆราชประชวรจริงเหรอ ?
-->ไม่รู้

3. ถ้าท่านทรงประชวรหรืออยากแบ่งเบาภาระท่าน ต้องทำยังไง ?
-->ให้ท่านแต่งตั้งรักษาการสังฆราช

4. แล้วมีปัญหาอะไร ?
-->เขาบอกว่าท่านประชวรหนักทรงเขียนหนังสือแต่งตั้งไม่ไหว

5. แล้วตอนนี้ที่เขาทำกัน เขาทำยังไง ?
-->รองนายกฯ วิษณุ แต่งตั้งเอง

6. มันมีปัญหามากเลยเหรอ ?
--> มาก เพราะมันผิดกฏหมาย แต่ที่สำคัญที่สุดคือผิดพระธรรมวินัย
แล้วไม่สงสัยบ้างเหรอว่า ทำไมต้องรีบแต่งตั้ง ทำไมแอบทำกันเงียบๆ ทำไมไม่ทำให้ถูกต้อง ทำไม ทำไม ทำไม................................................ มีเบื้องหลังอะไรรึเปล่า
พัลวัน 12/02/04 02:59:52 ขอนับถือ คุณ ม.ม.ม. ครับ อธิบายได้ชัดเจนด้วยการไม่ต้องอธิบาย    
คนเก่า 12/02/04 03:10:55 เสริม คุณ ม.ม.ม.

เป็นการละเมิดพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ จาบจ้างเบื้องสูงอีกนะครับ อย่าลืมว่าโทษครั้งนี้รุนแรงแค่ไหน
yoyo 12/02/04 03:15:51 เห็นด้วย ครับ    
คนกวน 12/02/04 05:51:24 ผมเคยบอกแล้วครับ ว่าไม่ต้องการที่จะทะเลาะกับใคร ผมเพียงตั้งข้อสังเกตุ  และถามพวกคุณซึ่งแต่ละคนก็บอกว่า มีข้อมูล  แต่ก็ไม่เห็นจะได้ตอบข้อมูลที่คุณบอกว่าลึกๆอะไรเลย
สิ่งที่ผมต้องการคือ ข้อมูลที่คุณมีครับ  ไม่ใช่การภาวนา การภาวนา ผมทำเองได้ ซึ่งโจโจ้ก็บอกผมว่า  สิ่งที่เค้ารู้ เค้าก็พูดแล้ว  แต่สิ่งที่คุณพูด มันก็ลอยๆพอสมควรนะครับ

อันนี้ขอตอบประเด็นที่อ้างถึงผมนะครับ

1.คุณ ผู้หวังดี  ถ้าจำไม่ผิด(บังเอิญไม่ได้จดไว้) ประเด็นคุณคือ  คณะผู้แทน ชุดนี้ สมเด็จพระสังฆราช  ท่านไม่ได้ทรงแต่งตั้งเอง ครับแต่ตอนนี้ ท่านทรงลงพระนามแล้วครับ ถึงแม้เงื่อนเวลาจะไม่ใช่  แต่ต้องเคารพในสิ่งที่พระองค์ทรงทำครับ คือได้ทรงแต่งตั้งไปแล้วตามกฎหมาย จะเนื่องด้วยเหตุผลเช่นใด ก็แล้วแต่ครับ (เช่นไม่อยากให้สงฆ์แตกแยก)

ส่วนเรื่องที่คุณบอกว่า ผมหมิ่น หรือล่วงเกิน จาบจ้วงต่อองค์ท่าน  ผมยืนยันนะครับ ว่าไม่มีแม้แต่ครั้งเดียว ที่ผมสงสัยในความบริสุทธิ์ใจ ขององค์ท่าน  ท่านทำความดีมามากครับ  แล้วผมก็ไม่เห็นคำพูดไหนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ที่หมิ่นประมาทองค์ท่านครับ
มีเพียงแค่  ผมสงสัยในความเป็นอรหัตต์  เท่านั้น ( ซึ่งคูณก็คงรู้ว่า มีคนสงสัยและแสดงอาการจาบจ้วงท่าน มากกว่าผมอีก)  ผมสงสัยผมก็หาทางพิสูจน์  เท่านั้นครับ  ถ้าหากว่า สงสัยแล้วไม่พิสูจน์  แล้วก็พาลพาโลไม่เชื่อ  ดูหมื่น  ประมาท  นั่นสิครับผิด  ทุกคนสงสัยได้ครับ  เมื่อพิสูจน์แล้วก็ขอขมา เป็นเรื่องปรกติครับ ผมสงสัยมาเรื่อยแหละครับ  แล้วผมก็พิสูจน์มาอยู่เรื่อยครับ  ไม่ใช่แต่หลวงตามหาบัว รูปเดียวนะครับ หลายรูปทีเดียวครับ  เพียงแต่หลวงตาท่านไม่เปิดโอกาสให้ผม  ถ้าผมเล่าคุณก็จะหาว่าโม้  แต่เอาเป็นว่า ผมรู้ตัวดีครับว่า ทำอะไรอยู่  ( แล้วถ้าท่านมาสวนแสงธรรม  ผมจะไปนมัสการครับ)  

และอีกอย่างหนึ่ง  นี่ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนครับกับคำที่ผมพูดว่า

     " ครูบาอาจารย์ใคร  ใครก็รัก ใครก็เคารพ  "

2.คุณ ตรีภูมิ   ผมว่า นี่แหละ ใช่เลย  ง่ายที่สุด ครับ  อันนี้สนับสนุนครับ

3.คุณนิพ  ผมอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ครับ  ไม่มีข้ามแม้แต่ความเห็นเดียว  แล้วก็ไม่รู้สึกอะไรกับความเห็นของคุณ แล้วก็ยืนยันว่า ของคุณเป็นเพียงความเห็นครับ  ไม่ใช่ข้อมูล
สิ่งที่ผมต้องการคือ  ข้อมูล ครับ  ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนความเห็นของผมได้ทันที  ถ้าข้อมูลที่รับรู้ของผมผิดพลาด  ผมเข้าใจดีครับว่า ความคิดของคนเป็นสิ่งเชื่อไม่ได้มากที่สุด  และหลอกลวงมากที่สุด เพราะทุกคนย่อมคิดเข้าข้างตัวเองทั้งนั้น  ดังนั้น ผมจึงพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์   สิ่งที่ผมต้องการคือข้อมูลครับ

4.คุณโจโจ้   พูดจริงๆนะ อันนี้จากใจเลย  ผมอ่านที่คุณเขียน มาในลานธรรมเนี่ย ถ้าจะนับก็3ปี  ผมรู้สึกคุณเป็นคนที่มีนิสัยใช้ได้ครับ  รู้สึกอย่างไรก็เขียนอย่างนั้น  ผมอยากเป็นเพื่อนกับคุณมากกว่านะ เราอย่าเถียงกันเลยครับ  คุณบอกว่าผมไม่ได้ภาวนา  ผมอาจจะไม่ได้ภาวนาก็ได้ ตามวิธีของคุณ แต่ผมปฎิบัติธรรมตามแนวทางของผม  ซึ่งผมสอนตัวเองและวิเคราะห์ ตัวเองมาโดยตลอดครับ  ผมรู้เสมอครับ ว่าผมขาดอะไร สิ่งไหน? และผมกำลังพยายามทำอยู่  ผมเองคิดว่าไม่ต้องให้ใครสอนหรือบอก  แต่ที่อยากเจอเพราะอยากรู้จักเท่านั้นครับ  
อันนี้บอกคุณตรงๆเลยนะ  ถ้าผมยอมให้คุณสอนเนี่ย  ท่านที่อยากเป็นอาจารย์ผม ท่านคงเซ็งแน่ครับ  ผมขอคุยหน่อยนะ ตัวผมเนี่ยมีแต่คนอยากเป็นอาจารย์ นะครับ  ได้เป็นอาจารย์ผมเนี่ยเป็นความภูมิใจเลยแหละครับ เพราะว่าผมดื้อมาก  แต่ผมน้อมรับความปราถนาดีของทุกท่านนะครับ  ที่แนะนำผม ซึ่งทุกท่านก็หวังดีต่อผมถึงได้แนะนำ ขอบคุณครับ  (ถ้าคุณไม่เชื่อ  ว่างๆไปกราบหลวงตาด้วยกัน แล้วคุณก็จะรู้ครับ  ถ้าผมไม่แน่ ผมไม่ท้าหรอก )  

อยากฝากทุกท่าน  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เพียงแค่ ผู้รับข้อมูลไม่ตรงกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการภาวนา หรือปฎิบัติธรรมหรือไม่เลยครับ  การปฎิบัติธรรมช่วยให้เรายึดติดน้อยลง ต่อความเห็นหรือความเป็นตัวตนของตนเอง สามารถรับรู้เหตุผลและเข้าใจในสถานการณ์ที่เป็นจริงได้ง่ายขึ้น
ขอเพียงแต่ว่า พวกเราสามารถรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ผมเชื่อว่าทุกคนก็ตัดสินใจได้ถูกต้องครับ  ทุกคนเป็นชาวพุทธ ที่พร้อมยอมรับได้เสมอต่อการเปลี่ยนแปลงครับ การกระทำบางอย่างที่อาจทำให้สถานการณ์แย่ลงก็ขอให้อย่าได้ทำเลยครับ  

สิ่งที่ผิด บางอย่าง ถ้าอยากทำให้ถูก ถ้าแก้แล้ว  สังคมมันดีขึ้น  ก็ควรแก้ครับ
สิ่งที่ผิด  บางอย่าง ถ้าอยากทำให้ถูก ถ้าแก้แล้ว  สังคมมันแย่ลง ก็ไม่ควรแก้ครับ

เมืองไทย  อยู่มาได้ถึงทุกวันนี้  ก็เพราะ อยู่กันแบบ    " ผิดๆถูกๆ "   นี่แหละครับ
ต่างประเทศ บางแห่ง  ต้องล่มจมลง  ก็เพราะ  อยากอยู่กันแบบ  "ถูกต้อง"

ปุถุชน ส่วนใหญ่  ก็อยู่กันแบบ "ผิดๆถูกๆ" นี่แหละครับ   สังคมนี้ไม่ใช่สังคม  อริ ยะ  ครับ
นายโจโจ้ 12/02/04 06:34:54 มายิ้มครับ เห็นด้วยกับเรื่องงุบงิบแต่งตั้ง ทำไมต้องงุบงิบ

แล้วความจริงจะปรากฏครับ ผมมองไปมองมา เห็นว่า สู้กับกิเลสตนเองยังหนักกว่านี้เลย สิ่งที่จะหยุดการต่อสู้ของผู้มีเจตนาสู้เพื่อปกป้องพระศาสนา ก็กิเลสอีกนั่นและ

โมทนากับทุกท่านที่เห็นความจริงครับ



คุณคนกวนครับ คุณยังไม่ "รู้" เลยครับ คุณทำได้เพียง "คิด" เพราะติดอยู่กับคิด ทุกสิ่งในการรับรู้ของคุณ เป็นเพียงความคิด เป็นเพียงการประมาณ เป็นเพียงผลของสังขารขันธ์ที่ปรุงสิ่งต่างๆมาหลอกคุณ จิตคุณหลงอยู่กับสังขาร ก็เลยเข้าไม่ถึงรู้ที่ไม่มีคิดเจือปน ผมเขียนเรื่องนี้มาหลายสิบครั้งแล้ว คุณยังไม่เคยถามเลย ว่าทำยังไงถึงจะเข้าถึง "รู้"  มีแต่พยายามคิดหาคำอธิบาย แก้ต่างให้ตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างเช่นครั้งนี้ก็เหมือนเดิม

"แต่ผมปฎิบัติธรรมตามแนวทางของผม  ซึ่งผมสอนตัวเองและวิเคราะห์ ตัวเองมาโดยตลอดครับ  ผมรู้เสมอครับ ว่าผมขาดอะไร สิ่งไหน? และผมกำลังพยายามทำอยู่  ผมเองคิดว่าไม่ต้องให้ใครสอนหรือบอก"

ถ้าพูดอย่างนี้แล้ว ก็อย่าพบกันให้เสียเวลาเลยครับ เปลืองเวลาเปล่าครับ คุณเห็นว่าคุณรู้แล้ว ไม่ต้องให้ใครสอนหรือบอก เชิญตามทางของคุณเถิด อย่าแม้กระทั่งเสียเวลาถามใครในนี้ เพราะคุณไม่เคยฟังใคร ถามไปก็เสียเวลาคุณ เพราะเขาตอบแล้วคุณไม่ฟัง

ผมนึกคำที่เหมาะกับคุณได้เลยครับ -ชาล้นถ้วย- ผมเห็นว่าการสนทนาที่สร้างสรรค์ระหว่างเราในขณะนี้ยังไม่ถึงวาระที่จะเป็นไปได้ ขอตัวไม่คุยต่อกับคนที่คิดว่าตนเองรู้แล้ว เต็มแล้วดุจชาเต็มถ้วยครับ เติมอะไรก็ไม่เข้า เสียเวลาเติม เสียน้ำชาไปเปล่าๆ  ตลอดทั้งกระทู้นี้ คุณยังไม่เคยฟังใครเลย ดีลละหลายๆล้านของคุณมันผ่านเลยไปหมดแล้ว จิตคุณก็ยังติดอยู่กับสภาวะเดิมตอนนั้นนั่นแหละ ผมรู้จักคนที่ดีลงานสเกลสามสี่พันล้านมากกว่าสิบคน เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ที่งานสำเร็จได้ ก็เพราะความนอบน้อมถ่อมตัวทั้งนั้น งานนี้ให้คนที่เขาทำหน้าที่เพื่อพระศาสนาเขาคุยกันอย่างสะดวกเถิด มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำเลยคุณ
Underground 12/02/04 06:57:53 ประเด็นตอนนี้
1. ที่บอกว่าสมเด็จท่านเซ็น
-ถามกลับว่า..สมเด็จท่านเซ็นเองหรือเปล่า?
เพราะคุณอุดมบอกว่ามีลิขิตปลอมเป็นร้อย....

2.ข่าวออกมาว่าท่านเซ็น ส จุด ด จุด
- แต่ในรายการกรองสถานการณ์ ผมเห็นตัวเดียว เหมือนขีดฆ่าทิ้ง.....

3.รายการ itv เมื่อเช้าวันนี้ 12 ก.พ.
- เขาบอกว่าสมเด็จฯท่านไม่มีสติ...พิธีกรถามกลับว่าใช้ได้เหรอในเมื่อบอกว่าสมเด็จฯท่านไม่มีสติ คุณอุดมบอกใช้ได้ไม่มีปัญหา...
คุณอุดมบอกว่าสมเด็จฯท่านไม่มีสติแล้ว เห็นพูดจัง คำนี้ บอกไม่ได้เป็นการหมิ่นพระเกียรติ
....แต่บอกว่าท่านไม่มีสติแล้วเหม่อลอย แบบนี้ไม่เรียกไม่หมิ่นพระเกียรติเหรอ
แค่จะให้แพทย์แถลงอาการณ์ เหอๆบอกว่าหมิ่นพระเกียรติ

แย่จัง....เบื่อคำพวกนี้จัง หมิ่นพระเกียรติ พวกนี้เขามีโผ พวกนี้มีผลประโยชน์แอบแฝง....เฮ้อ

(เอ้อๆนิดนึง ทุกๆโรงพยาบาลจะมีบันทึกผู้ป่วยเก็บไว้ตลอดครับ....สมเด็จพระสังฆราชก็ต้องมีบันทึกพระอาการไว้เหมือนกัน คิดเอาเองนะครับ...ทำไมเขาถึงไม่กล้าเอาออกมาแสดงให้ประชาชนได้รู้......ความจริง......)

...ที่บอกว่าพระมหานิกายและธรรมยุต ทำสังฆกรรมร่วมกันไม่ได้ เป็นนานาสังวาส
การสวดคว่ำบาตรสังฆกรรมครั้งนั้นถือเป็นโมฆะ....

แล้วได้ไปดูหรือเปล่าที่พระท่านสวดคว่ำบาตร นั้นหนะมีแต่พระธรรมยุต 20กว่ารูปมั๊งไม่ได้นับ...
การทำสังฆกรรมวันนั้นท่านทำในหนึ่งหัตถบาส มีแต่พระธรรมยุตเน้อ จะบอกว่าเป็นโมฆะไม่ได้... ว่าแต่พระที่อ้างว่าเป็นโมฆะหนะท่านจะรู้วินัยข้อนี้หรือเปล่าเนี่ยยย  

พอก่อนดีกว่า.....รอท่านอื่นมาให้ข้อมูลต่อ
กอบ 12/02/04 07:16:17 แปลกอย่างน่ะครับ
ในเอกสารทางราชการ
คุณอุดมบอกว่า พระสังฆราชท่านไม่มีสติ คนไม่มีสติ เซ็นเอกสาร แล้วเอกสารนั้น จะใช้ได้ตามกฏหมายเหรอครับ เพราะคนเซ็นไม่มีสติสมบูรณ์พร้อมน่ะ แปลกดีที่ใช้ได้แฮะ

ผมไม่ค่อยรู้เรื่องกฏหมาย ครับ
แช่อิ่ม 12/02/04 07:26:55 ตอนนี้ก็ต้องรอ นายกแล้วล่ะ พวกเราร้อนกันหลายวันแล้วเนี่ย เห็นทีต้องไปภาวนาบ้างแล้วล่ะ ไม่ไหวเลยเสียสุขภาพจิตอย่างแรง เรื่องนี้
สมบูรณ์ ต. 12/02/04 07:28:07
http://www.luangta.in.th/info/news_text.php?cginews_id=126

ใหม่....  เทศน์หลวงตาเกี่ยวกับแต่งตั้งสมเด็จพระสังราช

เทศน์หลวงตาเกี่ยวกับปัญหาการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

- จ้างโฆษณา วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 8:45 น. สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี        
         อ่าน          ฟัง

- เอาไว้ทำไมข้าศึกศัตรู วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 8:45 น. สถานที่ : วัดเขาน้อยสามผาน จ.จันทบุรี
         อ่าน          ฟัง

- ต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่ภาวนา วันที่ 30 มกราคม 2547 เวลา 8:45 น. สถานที่ : ศาลาวัดป่าบ้านตาด
         อ่าน          ฟัง          รับชมภาพวิดีโอ

- หยุดนะหลาน วันที่ 29 มกราคม 2547 เวลา 8:45 น. สถานที่ : ศาลาวัดป่าบ้านตาด
         อ่าน          ฟัง          รับชมภาพวิดีโอ

- กาฝากแฝงธรรมวินัย วันที่ 28 มกราคม 2547 เวลา 8:45 น. สถานที่ : ศาลาวัดป่าบ้านตาด
         อ่าน          ฟัง          รับชมภาพวิดีโอ


- ผู้ทำคุณต่อแผ่นดินไทย วันที่ 27 มกราคม 2547 เวลา 8:45 น. สถานที่ : ศาลาวัดป่าบ้านตาด
         อ่าน          ฟัง

- ปัญหาเป็นคติเตือนใจได้ดี วันที่ 26 มกราคม 2547 เวลา 8:45 น. สถานที่ : ศาลาวัดป่าบ้านตาด
         อ่าน          ฟัง          รับชมภาพวิดีโอ

- สงสารสมเด็จพระสังฆราช วันที่ 21 มกราคม 2547 เวลา 8:45 น. สถานที่ : ศาลาวัดป่าบ้านตาด
         อ่าน          ฟัง          รับชมภาพวิดีโอ

- กินโต๊ะกันแต่ยังไม่ตาย  วันที่ 20 มกราคม 2547 เวลา 8:45 น. สถานที่ : ศาลาวัดป่าบ้านตาด
         อ่าน          ฟัง          รับชมภาพวิดีโอ

- ลูกศิษย์หลวงตาบัวทำไมถึงโง่เอานักหนา  วันที่ 3 มกราคม 2547 เวลา 19:00 น. สถานที่ : ศาลาวัดป่าบ้านตาด
         อ่าน          ฟัง


dhamma2001 12/02/04 08:44:52 ยังคงเห็นด้วยกับคุณทองก้อนครับ และเริ่มเห็นลวดลายของพวกที่เป็นอันตรายต่อพระศาสนามากยิ่งขึ้น ....ขอให้พระพุทธศาสนาที่ถูกต้องอยู่คู่กับชาติไทยชั่วกาลนาน ครับ
ปล.อยากรู้จักพี่โจโจ้บ้างครับ
สาธร 12/02/04 09:39:29 กระทู้นี้ ยาวมากๆๆๆ สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาอ่าน ทำความเข้าใจ และคนที่ไม่เข้าใจเรื่องราวมาก่อน อาจจะรู้สึกเหมือนเป็นไทยมุง ที่เข้าไปฟังคนนี้พูดที คนโน้นพูดที พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว มีการพูดแทรกนอกเรื่องบางครั้ง มีทะเลาะถกเถียงกัน แม้กระทั่งการกล่าวร้าย ต่อผู้ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งทำให้ประเด็นเรียกร้อง กลายเป็นประเด็นรอง หรือด้อยลงไป เพราะคนที่ถูกกล่าวร้าย ต่างมีกลุ่มบุคคลจำนวนมากให้ความเคารพนับถืออยู่ ประเด็นที่ไม่สำคัญก็จะเป็นประเด็นร้อนๆ ขึ้นมาแทน คือ เป็นการวิวาทะกันระหว่างชาวพุทธสองกลุ่ม ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อพุทธศาสนา

ผมขออนุญาต เสนอคณะทำงานเกี่ยวกับการเรียกร้องครั้งนี้ จัดทีมขึ้นเพื่อจัดทำเว็บไซต์ สำหรับการเรียกร้องคัดค้านครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ และเป็นกรณีศึกษา ต่อไป โดยเนื้อหาหลักๆ ที่ควรจะมี เช่น

1) สรุปประเด็นข้อเรียกร้อง/ ขัดแย้ง:  สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามตั้งแต่ต้น เข้ามาทำความเข้าใจ โดยง่าย

2) ลำดับเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้น ถึงปัจจุบัน/ ข่าวด่วน :  เพื่อให้คนที่ติดตามเรื่องอยู่ ได้ทราบความเคลื่อนไหว เหตุการณ์ อย่างทันท่วงที โดยระบุแหล่งข่าว ว่า เป็นข่าวสารของกลุ่ม หรือ จากหนังสือพิมพ์ใด ให้ผู้อ่านประเมินน้ำหนักความน่าเชื่อถือของเนื้อข่าว หรือ อาจแยกข่าวสารประชาสัมพันธ์ของคณะทำงาน เพื่อความชัดเจน ก็จะดีมาก

3) รวบรวมรายชื่อผู้คัดค้าน : .ให้ผู้เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย ร่วมโหวด หรือลงชื่อ
4) กำหนดการ เคลื่อนไหวของกลุ่ม: เพื่อให้ผู้สนใจ เข้าร่วม ได้ทราบ วันเวลา สถานที่ ที่จะเข้าร่วม ได้ง่าย
5) เว็บบอร์ด: เพื่อรวบรวมความคิดเห็น เพื่อกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติ ต่อไป
6) รายชื่อ คณะกรรมการพิจารณาเนื้อหาเว็บไซด์: เพื่อควบคุม เนื้อหา ของเว็บไซต์ ให้เป็นแนวทางเดียวกัน
7) รายชื่อ คณะทำงานหลัก/ ที่ปรึกษา
8) อื่นๆ

สุดท้าย ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย วางใจให้เป็นกลางๆ ในการหาข้อสรุป ที่ดีที่สุดสำหรับพุทธศาสนา การยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยไม่แบ่งพวก แบ่งฝ่าย ต้องยอมรับว่า คนที่คิดเห็นต่างจากเรา ไม่จำเป็นต้องเลว ต้องชั่ว การแสดงความคิดเห็นบนข้อมูลที่แตกต่างกัน ย่อมทำให้เกิดข้อสรุปที่ต่างกันได้  และหวังว่า จะเปลี่ยนวิกฤติครั้งนี้ ให้เป็นโอกาส ในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ทำให้พระพุทธศาสนา เป็นที่เคารพเลื่อมใส แก่คนทั่วไป และนำคำสอนในพระพุทธศาสนา ไปปฏิ บัติ มากยิ่งๆ ขึ้นไป ครับ.
ตันหยง 12/02/04 09:54:29 สวัสดีค่ะ จริงๆไม่อยากมาขัดจังหวะเลยนะคะ แต่ว่า กระทู้นี้ยาวจังเลย เวลาจะกรด refresh เพื่ออ่านความเห็นหน้าก่อนๆ ถ้าไม่ตามอย่างใกล้ชิด ใช้เวลาโหลดพอสมควรนะคะ เอ่อ .........จะกราบเป็นพระคุณอย่างยิ่งถ้าจะไปตั้งกระทู้ใหม่ค่ะ เพราะว่าก็สนทนากันมาหกสิบกว่าหน้าแล้วมีแนวโน้มจะยังไม่จบอีกระยะ  ขอบคุณค่ะที่รับฟังความคิดเห็นทั้งพี่โจ้เจ้าของกระทู้ และท่านอื่นๆ และขออภัยในความไม่สุภาพที่มาขัดจังหวะกลางกระทู้ค่ะ  


และกราบขออนุญาตนอกประเด็นสนทนากับคุณคนกวนด้วยค่ะ
ผมสงสัยในความเป็นอรหัตต์  เท่านั้น ( ซึ่งคูณก็คงรู้ว่า มีคนสงสัยและแสดงอาการจาบจ้วงท่าน มากกว่าผมอีก)  ผมสงสัยผมก็หาทางพิสูจน์  เท่านั้นครับ  ถ้าหากว่า สงสัยแล้วไม่พิสูจน์  แล้วก็พาลพาโลไม่เชื่อ  ดูหมื่น  ประมาท  นั่นสิครับผิด  ทุกคนสงสัยได้ครับ  เมื่อพิสูจน์แล้วก็ขอขมา เป็นเรื่องปรกติครับ

คุณคนกวนค่ะ ขออนุญาตเสียมารยาทนะคะ ก็วิธีการที่คุณคนกวนกระทำตรงนี้แหละค่ะ ที่ผิดวิสัยของนักภาวนาทั่วๆไป คนที่เป็นนักภาวนาหรือเริ่มจะเป็น จะไม่ไปจับผิดผู้อื่นหรือสงสัยไปแม้แต่พระอริยะเจ้าหรือพระผู้ปฏิบ้ติค่ะ เพราะนอกจากจะไม่คุ้มกับการสงสัยแล้ว ยังมีสิทธิ์สร้างกรรมให้กับตัวเองมากมายโดยไม่รู้ตัวค่ะ เพราะเราไม่มีภูมิธรรมขนาดที่จะไปตรวจสอบพระหรือผู้ที่ปฏิบัติที่มีวาระจิตสูงกว่าเราได้ค่ะ ปกติคนที่มีพลังจิตสูงกว่าเราหรือมีภูมิธรรมสูงกว่าเรา ถ้าเราเข้าใกล้เราจะรู้สึกได้นะคะ เราจะสัมผัสในความเย็น เราจะสัมผัสในความเมตตาของท่านได้ โดยที่คำพูดไม่กี่คำของพระผู้ปฏิบัติ สามารถทำให้เรื่องที่เรารู้สึกว่ายาก เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น นี่ก็คือประโยชน์จากการไปเรียนรู้การภาวนาจากพระอริยะเจ้าค่ะ เพราะท่านจะจี้จุดตามจริตที่เรามีทำให้เราเข้าในการปฏิบัติได้ง่ายขึ้น
แล้วยิ่งระดับพระอรหันต์ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ  


ดังนั้นเมื่อพระท่านสอนหรือใครก็ตามที่สอนเรา การเปิดรับฟังความเห็นทุกด้านและน้อมนำมาพิจารณา จะทำให้เราพัฒนาและก้าวหน้าไปเรื่อยๆค่ะ (ตรงนี้ตันหยงก็ได้รับคำสอนจากพระวัดป่าที่ตปทค่ะ ซึ่งตันหยงก็รู้ว่าพระที่สอนตันหยงนั้น ท่านปฏิบัติได้ดีกว่าตันหยง จากที่ท่านชี้แนะเรื่องการปฏิบัติธรรมได้ตรงจุดตอนตันหยงส่งจิตออกนอกขณะที่นั่งหลับตากับท่าน)

และท่านก็แจกหนังสือหลวงตาบัวเป็นคู่มือนักภาวนาเนื่องในวันปีใหม่กับฆราวาสแถวตปทนี้ค่ะและตันหยงก็เคยได้ยินเรื่องหลวงตาบัวจากพระผู้ปฏิบัติและนักภาวนามาบ้างนะคะจนตันหยงไม่ไม่มีความสงสัยแต่ประการใดในตัวหลวงตา  

ส่วนพี่โจ้นั้น คุณคนกวนค่ะ พี่โจ้มีจริตเป็นแบบที่เห็น อาจจะดูห้วนๆ ไม่ค่อยมีอัธยาศรัยเพราะตรงไปตรงมา แต่จากที่โดนพี่โจ้ดุมาเกือบสองปีและก็หนักเอาการอยู่แต่ละครั้ง (เนื่องจากพี่โจ้รู้จักรุ่นพี่ของตันหยงทางด้านคอมพิวเตอร์ในอเมริกา แม้ตอนนี้จะไม่ค่อยติดต่อพี่เหล่านั้นนักก็ตาม    ตอนที่ไม่สนใจภาวนา จนเริ่มสนใจการภาวนาแต่ก็ยังปฏิบัติไม่เป็น ก็ยังโดนกระหน่ำอยู่ค่ะและก็ไม่ได้คิดจะรักษาหน้าตันหยงแต่ประการใดถ้าผิดก็โดนว่าตรงๆค่ะ

แต่พอปฏิบัติมาระดับหนึ่ง เมื่อเข้าใจการปฏิบัติได้สักนิด พอจะเป็นบ้าง เริ่มเข้าใจตัวเอง ตันหยงก็อ๋อ ที่เห็นเนี่ยจริงๆแล้วพี่โจ้เขามีน้ำใจแล้วก็จริงใจและปฏิบัติกับคนทุกคนเท่าเทียมกันนะ แต่การแสดงออกของเค้าจะตรงไปตรงมาเลยดูเหมือนข้อความที่อ่านร้อนแรงแล้วก็ไม่ค่อยรักษาน้ำใจเท่าไหร่

แต่ถ้าคุณคนกวนภาวนาในระดับหนึ่งคุณ คนกวนจะเข้าใจในตัวพี่โจ้นะคะว่าเค้าเป็นยังไง   ไม่ได้ทำเรื่องต่างๆเพื่อสนองกิเลสตัวเองและยกระดับตัวเองให้ดูเด่นอะไรเลยค่ะ ถ้าไม่ใช่ประโยชน์ตรงกลาง ต้องกราบขออภัยพี่โจ้ด้วยค่ะที่มาแทรกแซงเรื่องตรงนี้

ให้อีกความเห็นในแนวกลางๆโดยไม่ลำเอียงค่ะ
ที่เขียนมาทั้งหมดก็เพราะ< br>แต่อยากชี้แจงกับคุณคนกวนตรงเรื่องการไปพิสูจน์พระอรหันต์จริงๆค่ะ ว่าควรจะเปลี่ยนมุมมองตรงนี้ใหม่ และเริ่มมาดูตัวเอง สนใจตัวเองให้มากๆค่ะ
เพราะเมื่อเรารู้จักตัวเองในแง่การปฏิบัติภาวนาระดับหนึ่ง คำถาม ความสงสัยทั้งหมดที่คุณคนกวนเป็นจะคลี่คลายในตัวของมันเองค่ะ
   อนุโมทนานะคะ
เฉียวฟง 12/02/04 11:32:50 มาคอยลุ้นให้ครบ 100 หน้าครับ ^_^
ปทุมวัน55 12/02/04 11:47:07     ยิ่งได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ    ผมยิ่งเคารพรักคุณทองก้อนมากๆ   คุณทองก้อนเสียสละแบกชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์   ต่อสู้กับมหาโจรปล้นศาสนาอย่างกล้าหาญ องอาจ
นายโจโจ้ 12/02/04 11:59:46 ผมเห็นด้วยครับ ว่าควรมีการสรุปประเด็นทั้งหมดและไปเริ่มกระทู้ใหม่ที่อ่านง่ายสำหรับผู้มาทีหลัง และเนื่องจากวันนี้ผมยังติดประชุมซึ่งคงจะยาวไปถึงค่ำวันพรุ่งนี้หรืออาจยาวไปถึงวันอาทิตย์ คงต้องรบกวน/ขอแรงท่านที่พอมีเวลา ลองช่วยสรุปข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นมาเรียบเรียงเพื่อนำไปตั้งเป็นกระทู้ใหม่ครับ ส่วนใครที่อึดพอที่จะอ่าน ก็ค่อยกลับมาอ่านกระทู้นี้ต่างหากไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
ฟ้า 13/02/04 12:05:36 อยากให้หลายๆท่านในลานธรรมไปช่วยกันชี้แจงข้อเท็จจริงที่

http://www.manager.co.th/Politics/PoliticsView.asp?NewsID=4784662758707&PageNo=1&#Comment

คิดว่ายังมีคนที่มีใจเป็นธรรมแต่ไม่เข้าใจความจริงเพราะมีอีกมาก    คนที่ให้ขาวบิดเบือนนั้นกล้าโกหกโดยไม่รู้สึกละอายใจเอาเลย

นายโจโจ้ 13/02/04 01:48:48 ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเมืองวงในท่านหนึ่งวิเคราะห์ให้ฟังว่า

รัฐบาลนี้ต้องการตัวนายวิษณุไว้ จะยอมให้ถูกถอดถอนมั้ย - คำตอบคือไม่ วิธีการมีอยู่แล้ว ยื่นมาเถอะ แสน สองแสน สามแสนชื่อ มีทางแก้อยู่แล้ว

รัฐบาลนี้เกรงใจหลวงตามั้ย เกรงใจ - มากด้วย แต่จะให้นายวิษณุออก ก็ไม่ได้เหมือนกัน

นายวิษณุทำผิดมั้ย ผิด คนในรัฐบาลก็รู้กันทั้งนั้นแหละว่าผิด

ที่นายวิษณุทำไปนี่ ดีมั้ย - ไม่ดี คนในรัฐบาลก็รู้อีก ว่าไม่ดี แต่จะให้ออก ก็ไม่ได้

ทางออกเดียวที่เห็นในตอนนี้คือ นายวิษณุต้องถอย ซึ่งประเด็นคือ - เมื่อไหร่ล่ะ - ไม่มีใครตอบได้ นอกจากตัวนายวิษณุและ "ส่วนรวม" ของนายวิษณุ ซึ่งก็คือ สมเด็จเกี่ยว นายอุดม พระราชกวี มหาโชว์ แล้วก็จานบิน ซึ่งท่าทีที่ผ่านมา ลุยหน้าอย่างเดียว เหมือนไม่รู้จักคำว่าถอย

เกาะติดขอบเวที อย่ากระพริบตาเลยเชียว อาจพลาดช็อตเด็ดได้ :-)
สมบูรณ์ ต. 13/02/04 07:46:39 อ้างอิง (นายโจโจ้ @ 12 ก.พ. 47 - 23:59)
ผมเห็นด้วยครับ ว่าควรมีการสรุปประเด็นทั้งหมดและไปเริ่มกระทู้ใหม่ที่อ่านง่ายสำหรับผู้มาทีหลัง และเนื่องจากวันนี้ผมยังติดประชุมซึ่งคงจะยาวไปถึงค่ำวันพรุ่งนี้หรืออาจยาวไปถึงวันอาทิตย์ คงต้องรบกวน/ขอแรงท่านที่พอมีเวลา ลองช่วยสรุปข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นมาเรียบเรียงเพื่อนำไปตั้งเป็นกระทู้ใหม่ครับ ส่วนใครที่อึดพอที่จะอ่าน ก็ค่อยกลับมาอ่านกระทู้นี้ต่างหากไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
(นายโจโจ้ @ 12 ก.พ. 47 - 23:59)


            ผมขออนุญาตทำลิ๊งค์เพื่อท่านที่ต้องการไปดูต่อในกระทู้ที่ตั้งใหม่จะได้ไปได้อย่างถูกต้องและง่ายยิ่งขึ้นครับ  กระทู้ใหม่คลิกที่นี่ ครับ
tripoom99@hotmail.com 13/02/04 07:55:05 ผมเห็นว่า

ยุคนี้ความจริงควรเปิดสู่สาธารณะ  และผู้นำประเทศก็มีหน้าที่บริการ
ผมไม่เข้าข้างใครหรอกนะ
ในข้อความที่อ่านหลายอย่างหลายข้อ
ก็มีตรงและไม่ตรง
เวลาเราเห็นมาหรืออยู่ในเหตุการณ์
รู้เข้าไปในรายละเอียด
คนที่มาให้แล้วผิดไปจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม
เราก็รู้สึกว่าไม่ชอบธรรม

ที่ผมเสนอให้นิมนต์พ่อแม่ครูอาจารย์
หลวงตามหาบัว พระธรรมวิสุทธิมงคล
ไปเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชโดยมีกล้องโทรทัศน์นั้น
เพื่อให้ความจริงเปิดสู่ประชาชน
ผมไม่ได้เสนอเพื่อปกป้องใคร

ในขณะที่เราต่างคิดว่าปกป้องพระศาสนาอยู่
ผมว่าคนนอกศาสนาเห็นเรากำลังทะเลาะกัน
หากผมเป็นคนนอก
ผมก็คงชอบใจ
แต่ผมอยากให้เรื่องยุติโดยเร็ว
หากสมเด็จพระสังฆราชยังคงพระสติเป็นปกติ
เรื่องก็จะจบได้ในรูปแบบที่ท่านท้งหลายในลานธรรมแห่งนี้ปรารถนาโดยไม่ยากเย็น
สมบูรณ์ ต. 13/02/04 08:09:39 อ้างอิง (สมบูรณ์ ต. @ 13 ก.พ. 47 - 07:46)
อ้างอิง (นายโจโจ้ @ 12 ก.พ. 47 - 23:59)
ผมเห็นด้วยครับ ว่าควรมีการสรุปประเด็นทั้งหมดและไปเริ่มกระทู้ใหม่ที่อ่านง่ายสำหรับผู้มาทีหลัง และเนื่องจากวันนี้ผมยังติดประชุมซึ่งคงจะยาวไปถึงค่ำวันพรุ่งนี้หรืออาจยาวไปถึงวันอาทิตย์ คงต้องรบกวน/ขอแรงท่านที่พอมีเวลา ลองช่วยสรุปข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นมาเรียบเรียงเพื่อนำไปตั้งเป็นกระทู้ใหม่ครับ ส่วนใครที่อึดพอที่จะอ่าน ก็ค่อยกลับมาอ่านกระทู้นี้ต่างหากไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ



(สมบูรณ์ ต. @ 13 ก.พ. 47 - 07:46)


          ผมขออนุญาตทำลิ๊งค์เพื่อท่านที่ต้องการไปดูต่อในกระทู้ที่ตั้งใหม่จะได้ไปได้อย่างถูกต้องและง่ายยิ่งขึ้นครับ  กระทู้ใหม่คลิกที่นี่ ครับ  ขอความกรุณาโพสต์ที่กระทู้ใหม่ได้เลยครับ  เพราะหลายท่านบอกว่ากระทู้นี้โหลดนานมากครับ
พัลวัน 13/02/04 08:39:22 ได้ฟังข่าวเมื่อเช้านี้ ข่าวระบุว่า "ท่านรองฯ" วิษณุ ป่วย ไม่ได้มาทำงานที่ทำเนียบตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจาก เครียด เป็นความดัน และเป็นเบาหวาน ซึ่ง "ท่านรองฯ" เริ่มมีอาการไม่ดีมา 2 สัปดาห์แล้ว และแพทย์ได้สั่งพักงานไม่มีกำหนด

ในเนื้อข่าว มีว่ากันต่อไปอีกว่า นี่เป็นเพราะนายทองก้อน กระทำคุณไสย ต่อ "ท่านรองฯ" วิษณุ

ผมฟังแล้วก็ขำครับ ขำมากก็เพราะว่า หากนี่เป็นกระบวนการป้ายสีคุณทองก้อน เหมือนการออกข่าว(บ้องตื้น)เรื่อง หลวงพ่อปัญญาสิ้นชีวิต ล่ะก็ เป็นสิ่งที่สะท้อนอยู่ 2 อย่างครับ คือ

1. "ท่านรองฯ"วิษณุ เป็นผู้ขาดจากศีลธรรม ไม่มีศีล 5 ไม่เจริญสติ-สัมปชัญญะ ไม่ปฎิบัติตาม "อนุศาสนี" ซึ่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานไว้ให้
2. นายทองก้อน มีความเก่งกาจเรื่องคุณไสยมาก


สำหรับกรณีแรก ใครๆก็ทราบกันครับว่า หากท่านใดเป็นผู้มี "ศีล 5" ก็ไม่มีใครทำคุณไสยใส่ได้ เพียงแต่วิถีชีวิตชาวบ้านไม่อาจเลี่ยงศีลของ ปาณาฯได้ เพราะต้องหาปลา หาปู มากิน ดังนั้นจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะต้องผิดศีลฯได้ และเป็นเหตุให้ "ผี" สามารถเข้าครอบงำได้

แต่ก็แปลกนะครับ หลวงพ่อปัญญาท่านไม่เชื่อเรื่องพวกนี้สักหน่อย แม้แต่เรื่องผีๆสางๆก็เถอะ

ยิ่งไปกว่านั้น หากท่านใดมีชีวิตเป็นอยู่ตาม "อนุศาสนี" ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ เจริญสติ-สัมปชัญญะ เป็นวิหารธรรมแล้ว หลวงพ่อสีทน วัดถ้ำผาปู่ จังหวัดเลย ท่านเคยบอกเอาไว้ว่า แม้แต่พวกผี หรือพวกวิญญาณร้ายๆ ก็ไม่อาจเข้าใกล้ได้ หากเข้าใกล้แล้ว กายต้องแตกเจ็ดเสี่ยง (คือ ต้องย่อยยับไป)

อ่านสติสูตรเพิ่มเติมนะครับ

ดังนั้น นี่เป็นสิ่งที่สะท้อนว่า "ท่านรองฯ" วิษ ณุ มีศีลไม่ครบ แต่ผมไม่ทราบว่า ได้ขาดข้อใดไปบ้าง

หากเป็นประเด็นข้อ 2 เรื่อง คุณทองก้อนมีความเก่งกาจเรื่องไสยศาสตร์ ก็เป็นที่น่าแปลกใจ เพราะว่าผมทราบแต่ว่า คุณทองก้อนเป็นทนายเท่านั้น และในขณะที่มีการโจมตีคุณทองก้อนกันมานาน เรื่องนี้จะต้องถูกขุดขึ้นมาโจมตีเป็นเรื่องแรก เพราะสามารถทำลายความชอบธรรมของคุณทองก้อนได้ดีที่สุด แต่เรื่องนี้ไม่มีแต่แรก ก็น่าสงสัยอยู่

แต่ถ้าเป็นความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ผมคิดว่า นี่เป็น "กรรมตามสนอง" เสียมากกว่า เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้นั้น เกิดเนื่องจากมีการกล่าวหาสมเด็จพระสังฆราชว่า "ป่วยหลายระบบ" จนไม่อาจปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้ และได้แต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ขึ้นมา (ด้วยอำนาจของรองนายกฯ ซึ่งไม่ทราบว่า มีกฎหมายใดให้อำนาจไว้) และมีทีท่าว่า สมเด็จพระสังฆราชจะต้อง "ป่วยไม่มีหาย" เพราะข้อกล่าวหาล่าสุดนั้น กล่าวกันเอาไว้ว่า สมเด็จพระสังฆราชเป็น "อัลไซเมอร์"

ผมคิดว่า นี่คือ "กรรมสนองกรรม" อย่างแน่นอน ที่ได้ก่อกรรมเอาไว้กับพระอริยะองค์หนึ่ง (ท่านได้รับการรับรองจากหมู่พระป่าด้วยกันมานานแล้ว เพียงแต่ผมไม่แน่ใจว่า ท่านได้ก่อนเป็นสมเด็จพระสังฆราชหรือเปล่าเท่านั้น เพราะไม่อาจหาหลักฐานมาเทียบวันเดือนปีได้) มิใช่พระอริยะอุปโลกน์ตัวเองของสมเด็จท่านหนึ่ง ที่มีความอยากเป็นพระสังฆราชมากมายเหลือเกิน
ตะวันรุ่ง 13/02/04 09:21:01 ความเห็นท้าย ๆ ตั้งแต่ 628 มา อ่านแล้วค่อยน่าชื่นใจหน่อย
อย่างนี้ น่าสนับสนุนครับ
สมบูรณ์ ต. 13/02/04 09:42:48
           ขอบพระคุณทุกท่านครับ  ที่ไปโพสต์ที่กระทู้ใหม่กันแล้ว  และขอกราบไหว้วานท่านเวปมาสเตอร์ลานธรรมฯ ช่วยกรุณาปิดกระทู้การเสวนาเรื่องการแต่งตั้งรักษาสังฆราช ( ๑ ) นี้ได้แล้วครับ  ขอบพระคุณมากครับ