| ระหว่างที่เดินสำรวจขบวน ศรีรามเดินเอื่อยอย่างใจเย็น
หาเรื่องชมนกชมไม้และเล่าเหตุการณ์ที่พบระหว่างการเดินขบวนมากมาย ขณะที่ภาวิณีนิ่งฟังแล้วส่ายหน้า
เอียงคอสงสัย
มีอะไรหรือขอรับ
จ้ะ ฉันกำลังฉงนใจว่า เมื่อครู่ท่านรู้ได้อย่างไร ว่าฉันตามหาวตีอยู่
โดยที่ฉันยังไม่เอ่ยปาก
เป็นเรื่องที่ภาวิณีสงสัยและแปลกใจมานาน ด้วยความคิดในจิตใจของเธอแต่ละครั้ง
มักจะถูกศรีรามอ่านออกเสมอ เมื่อต้องการสิ่งใดบางครั้งมิต้องเอ่ยปากพูด
ศรีรามก็นำมาหยิบยื่นให้ในทันใด และแม้ครั้งนี้ก็มิได้ต่างกันนัก ศรีรามเอ่ยปากทักตั้งแต่เธอเดินเข้าไปหา
หากคู่สนทนาจะตอบว่าเขามีญาณวิเศษที่รู้สภาวะธรรมในจิตใจ ของผู้อื่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนัก
ด้วยว่าแม้พระพุทธองค์จะปรินิพพานไปกว่าร้อยปี แต่ก็ยังมีพระเถระเถรีและอุบาสกอุบาสิกาที่มีฤทธิ์
และถ่ายทอดแนวทางการปฏิบัติทั้งด้านสมถะและวิปัสสนาจนได้ญาณกันอยู่มากหลาย
แต่ผู้ใดมีก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอามาโอ้อวด ด้วยสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นผลพลอยได้
หาใช่ทางสายกลางที่นำไปสู่การหลุดพ้นไม่
แต่ภาวิณีต้องการจะถามเพื่อรับรู้ไว้เพื่อเป็นการหยั่งเชิงว่า ถ้าศรีรามมีญาณพิเศษชนิดนั้นเธอย่อมต้องระวังให้มาก
ก่อนจะหลุดคำพูดหรือความคิดใดๆให้ชายหนุ่มสงสัย
ศรีรามชะงักอึ้งแล้วพินิจมองสตรีตรงหน้า เธอถามราวกับอยากรู้ว่าเขามีเจโตปริยญาณหรือไม่
แต่จะเป็นไปได้อย่างไรที่หญิงสาวชาวบ้านจะรู้จักคำๆนั้น ทั้งญาณวิเศษที่เขามีก็มิใช่ของเล่นที่จะหยิบยกมาอวดใครได้พร่ำเพรื่อ
ด้วยขอบเขตความสามารถในการควบคุมยังมีเพียงจำกัด เปิดรับเฉพาะคนที่ใกล้ชิดและมีจิตผูกพันกันมาก่อนหน้า
หรืออาจต้องมาอยู่ใกล้รัศมีกันพอสมควร
สิ่งที่ศรีรามสัมผัสได้ชัดเจนคือ เมื่อใดจิตใจของอีกฝ่ายขุ่นมัว
กระแสพลังจะเหนี่ยวรั้งให้ใจเขาสั่นไหวและร้อนรุม เมื่อใดจิตใจของอีกฝ่ายผ่องใส
ก็จะเหมือนได้รับกระแสลมชื่นเย็นของยามรุ่งอรุณพัดผ่าน เช่นเดียวกับเมื่ออยู่ใกล้หญิงสาวในยามนี้
ก็รู้สึกถึงความเป็นมิตรที่ฉ่ำเย็นจนคิดจะเปิดใจ หากแต่ด้วยได้รับการกำชับจากพระเถราจารย์มาก่อนหน้า
ที่ห้ามมิให้เปิดเผยเรื่องญาณวิเศษกับผู้ใดโดยไม่จำเป็น เห็นภาวิณีสงสัยจึงได้แต่ยิ้มอย่างถนอมน้ำใจก่อนกล่าว
ก็ทุกคราวกระผมเห็นน้องหญิงทั้งสองอยู่ด้วยกันตลอดนี่ขอรับ วันนี้เห็นน้องหญิงภาวิณีมาผู้เดียวและเหมือนมองหาใครอยู่
จึงเดาดูเท่านั้นขอรับ
อ๋อ
เจ้าค่ะ
ภาวิณีรับคำและนิ่งไป
คงเป็นการคาดเดาอย่างที่เขาว่า ตัดความสงสัยออกไปแล้วเหลียวมองหาเพื่อนหญิงทางทิศอื่นต่อ
ศรีรามชำเลืองมองแล้วหาเรื่องมาสนทนาแก้ขัด
คราวก่อนน้องหญิงถามถึงเวฬุวันวิหาร กระผมยังมิได้เล่าเรื่องพิศดารยิ่งกว่านั้นเลยขอรับ
อย่างคิดจะดึงเธอไว้ให้การสนทนายาวนานขึ้น จึงเกริ่นถึงเรื่องที่อีกฝ่ายน่าจะสนใจและดูทีว่าจะได้ผล
เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ
มีอีกวัดหนึ่งที่สร้างขึ้นมาต่อจากเวฬุวันวิหารและไปตั้งอยู่ที่เมืองสาวัตถี
น้องหญิงทราบหรือไม่ขอรับ ว่าเป็นวัดใด
ศรีรามตั้งปุจฉาแล้วก็พบว่าผิดความคาดหมาย เมื่อภาวิณีวิสัชนากลับไปอย่างคล่องแคล่ว
ทราบจ้ะ เชตวันมหาวิหารใช่หรือไม่
ใช่ขอรับ ดูท่ากระผมจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนเสียแล้ว
ศรีรามบ่นอุบอิบ ภาวิณีจึงหัวเราะต่ำๆก่อนเอ่ยคำปลอบใจ
เล่ามาเถิดจ้ะ ฉันรอฟังอยู่
เมื่อเธอเปิดโอกาส ศรีรามจึงวางมาดผู้รู้แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเล่านิทานเรื่องยาวให้หญิงสาวฟังอีกครั้ง
เมื่อเวฬุวันวิหารสร้างแล้วเสร็จ และพระบรมศาสดาเสด็จเข้าประทับ ในระหว่างพรรษาที่สามของการเผยแผ่พระศาสนา
ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐีพ่อค้าผู้มั่งคั่งแห่งเมืองสาวัตถี ได้เดินทางไปยังเมืองราชคฤห์และมีโอกาสเข้าเฝ้าพระพุทธองค์พร้อมรับฟังพระธรรมเทศนา
ก็เกิดความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธองค์อย่างล้นพ้น จึงเข้าไปกราบทูลเชิญเสด็จโปรดชาวเมืองสาวัตถีบ้าง
เมื่อพระบรมศาสดาทรงรับคำทูลเชิญ ท่านอนาถบิณฑิกะเษรษฐีจึงได้เตรียมหาซื้อที่ดินเพื่อจัดสร้างวัดถวาย
เป็นที่พักแด่พระศาสดาและภิกษุสงฆ์ดังวิหารเวฬุวันบ้าง
ศรีรามชำเลืองมองสตรีที่เดินเคียงข้าง ริมฝีปากบางกลับปรากฏรอยแย้มยิ้ม
ชายหนุ่มจึงเอ่ยถาม
เรื่องนี้ก็รู้แล้วหรือขอรับ
จ้ะ
ภาวิณีพยักหน้า เห็นว่าศรีรามเลิกคิ้วเขม่นตาทำท่าสงสัย เธอจึงเป็นฝ่ายเล่าบ้าง
เมื่อราวร้อยปีกว่าก่อนในกรุงสาวัตถี มีเศรษฐีผู้หนึ่งชื่อ สุทัตตะ
เป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนยากจน ได้ตั้งโรงทานให้อาหารคนอนาถาทุกวัน
จึงได้ชื่อว่า อนาถบิณฑิกะ แปลว่า มีก้อนข้าวเพื่อคนอนาถา เป็นชื่อที่เรียกกันมาจนติดปาก
ในคราวที่ท่านเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระบรมศาสดาอย่างแรงกล้า และคิดจะสร้างวัดถวาย
ก็ได้ไปขอซื้อที่ดินจากราชาที่ดิน ชื่อพระเจ้าเชตุ
จะด้วยพระเจ้าเชตุหวงแหนที่ดินหรือต้องการเงินทองมากมายอย่างไรก็ไม่รู้ได้
จึงประกาศว่า หากใครเอาเหรียญทองคำมาปูให้ทั่วบริเวณที่ดินได้เมื่อไรละก็จะขายให้
ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐีจึงให้คนใช้เอาเหรียญทองบรรทุกเกวียน มาวางเรียงรายเกลี่ยลงบนที่ดินนั้นจนเกือบเต็มหมดทั่วบริเวณ
พระเจ้าเชตุจึงยอมตกลงขาย เมื่อท่านเศรษฐีได้ที่ดินมาจึงทำการสร้างวัดที่มีชื่อว่า
เชตวันมหาวิหาร และทูลอัญเชิญพระบรมศาสดามาจำพรรษา เป็นเรื่องที่เล่าขานกันมานานแล้ว
|