| ฝนที่เทกระหน่ำลงมาโดยไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้ามาพร้อมกับฟ้าแลบอยู่แปลบปลาบ
ผู้คนในขบวนต่างเข้าไปหลบในกระโจมที่ทำจากหนังสัตว์เคลือบด้วยยางไม้
ทำให้สามารถหลบฝนได้ในระหว่างการเดินทาง จันทราวตีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยเสียงฟ้าคำรามอยู่ครืนๆก่อนจะผ่าลงมาเสียงดังสนั่น
เปรี้ยงง!!!
เจ้าหญิงหวีดร้องดังในความมืด ผวาตื่นขึ้นมาโผกอดคนที่อยู่ใกล้ๆอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ขวัญเอยขวัญมา
เสียงปลอบโยนนั้นไพเราะเสนาะหูแต่มิใช่เสียงของผู้ที่เธอควรผวากอดในเวลานี้แน่
แสงจากฟ้าแลบเข้ามาแปลบปลาบทำให้ภายในกระโจมสว่างจ้า จันทราวตีจึงรู้ว่าบุคคลตรงหน้าคือเจ้าชายเทวินทร์วรมันต์
นึกลำดับเหตุการณ์ได้จึงรู้ว่าเธอสลบไปตั้งแต่บนหุบเขาแล้วเจ้าชายพามานอนอยู่ถึงที่ประทับ
รู้สึกตัวแล้วจึงกลับผลักพระองค์ออกแล้วกระเถิบตัวถอยหนีในทันทีที่นึกได้
ขอพระราชทานอภัยเพคะ ขอให้ข้าพระองค์ได้กลับไปพักที่กระโจมของตนเถิด
แม้จะนึกเสียดายกลิ่นไอละมุนที่ซุกอยู่กับพระอุระเมื่อครู่ เจ้าชายก็เต็มพระทัยจะให้เกียรติแก่หญิงสาวด้วยการถอยผละออกห่าง
และลุกไปจุดตะเกียงให้แสงสว่างเรื่อเรืองขึ้นมาในที่ประทับ
จะกลับได้อย่างไร ข้างนอกฝนตกแรงออกอย่างนั้น พักที่นี่สักครู่เถิด
องค์
เอ้อ น้องหญิง
ดำรัสติดขัดในเบื้องต้น พินิจดูจันทราวตีมีสีหน้าแปลกใจ ด้วยไม่รู้ว่าในยามเผลอสติตนได้ละเมอสิ่งใดออกมาบ้าง
เจ้าชายจึงสรวลออกมาได้ก่อนจะตรัส
เจ้าหลับไปได้สักพัก เวลานี้คงอาการดีขึ้นแล้ว
เพคะ ขอบพระทัย
จันทราวตีรู้สึกสับสนในตัวเองยิ่งนัก ด้วยว่าในเวลาที่นึกได้ว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงก็นึกอิจฉาสาวชาวป่าที่เจ้าชายให้ความเมตตานัก
ถึงขนาดออกปากว่าไม่อยากเข้าร่วมพิธีอภิเษกกับเจ้าหญิงแห่งเมืองสาวัตถี
แต่หากยามใดที่ระลึกได้ว่าตนคือสาวชาวบ้านไร้ยศฐาบรรดาศักดิ์ก็กลับกังวลในใจนัก
ว่าเจ้าชายจะให้ความสงสารเธอแค่เห็นว่าเป็นดอกไม้ตามรายทางที่นึกจะเด็ดจะขว้างก็คงทำได้
และหากเมื่อท้ายที่สุดเจ้าชายทรงประจักษ์ว่าเจ้าหญิงและสาวชาวบ้านเป็นคนเดียวกัน
พระองค์จะทรงรักเธอในฐานะใดกันหนอ ความคิดฟุ้งซ่านกระจัดกระจาย ไปพร้อมกับสายลมที่พัดพาเอาสายฝนเคลื่อนผ่านไปจากขบวนและซาลงช้าๆ
เจ้าชายทอดพระเนตรมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเย็นพระทัยก่อนตรัสถาม
ตกลงเรายังไม่รู้เลยว่า เจ้าโกรธเราเรื่องอะไร
โกรธเรื่องอะไรเพคะ
จันทราวตีเรียงลำดับไม่ถูกนัก ใช่ ในคืนก่อนหน้านั้นเธอโกรธเจ้าชายในฐานะเจ้าหญิงที่ทรงดำรัสว่าไม่อยากอภิเษกด้วย
แต่เมื่อเย็นที่ผ่านมาเธอเป็นสาวชาวป่าที่เจ้าชายเอาพระทัยใส่และพาไปดูทิวทัศน์ที่ตรึงตรา
แล้วจะให้ถือโทษเอาความเจ้าชายอย่างไรได้
ก็ตอนที่เราไปตามเจ้าด้านหลังขบวน ดูเจ้าอิดออดที่จะไปกับเรานัก นึกว่ามีเรื่องใดข้องใจอยู่
แล้วใครบอกพระโอรสเพคะ ว่าข้าพระองค์โกรธ
ต้องให้ใครบอกหรือ สบตาเจ้าเราก็อ่านออก
ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ดวงเนตรหวานช้อนตาขึ้นสบพระเนตรสีเหล็กกล้าแล้วอ่อนระทวย
ดวงใจไหววาบด้วยความสับสน ตรึกคิดได้ว่ามีความจริงที่ปิดบังบุรุษตรงหน้าอยู่จึงพลัน
หลบตาหันหน้าไปทางอื่นแล้วเอ่ยตัดบท
หามิได้เพคะ ข้าพระองค์จะโกรธด้วยเรื่องอะไร
เช่นนั้นน้อยใจหรือ
เจ้าชายยังราวีไม่เลิก
ไม่เพคะ
จันทราวตีบ่ายเบี่ยง
เกลียดล่ะ
ไม่เพคะ
เช่นนั้นก็รัก
เพคะ
รัก
|