บทที่ ๑๑ | หน้าที่ ๕

หลุดปากตอบรับไม่รู้ตัว เจ้าชายได้ฟังแล้วถึงกับสรวลรื่นแต่หญิงสาวตื่นตกใจ และเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี สองปรางเรื่อนั้นแดงซ่านจนเทวินทร์วรมันต์นึกสงสาร หากแดงซ่านด้วยพิษรักรุมจะช่วยก้มลงจุมพิตเสียให้พอบรรเทา
“ชื่นใจนักที่ได้ฟังจากปากเจ้า”
เทวินทรวรมันต์ดำรัสหวานซึ้ง
“ตอบเรามาอีกคำเดียว วตี เจ้ายินดีเป็นมเหสีของเราไหม”
จันทราวตีอ้าปากค้าง สาวชาวบ้านรำพึงได้คำเดียวว่า ‘พระโอรส!’ แล้วน้ำตาคลอก่อนแข็งใจถาม
“ด้วยฐานะใดเพคะ เป็นข้าราชรองพระบริบาทดังเช่นนางสนมในวังกระนั้นหรือ”
“หามิได้ เป็นหนึ่งเดียวในดวงใจของเรา แต่อาจจะมีอีกหนึ่งนางที่เราต้องเข้าพิธีอภิเษกด้วย”
เจ้าชายแสร้งถอนพระทัยกลุ้ม
“แต่ในคืนก่อนหน้านั้น ข้าพระองค์ได้ยินว่าพระองค์ไม่ประสงค์จะแต่งกับนาง”
ครานี้เอ่ยปากในฐานะเจ้าหญิงที่ยังค้างคาในพระทัยนัก เทวินทร์วรมันต์ทรงสดับฟังแล้วจึงสรวลรื่น รำพึงในพระทัยว่า…ที่แท้ก็เรื่องเท่านี้ นางถึงได้ร้องไห้ฟูมฟายนักในคืนนั้น… คิดหาเหตุผลที่หญิงสาวตรงหน้าจะฟังแล้วสบายใจ ทั้งในฐานะสาวชาวบ้านและเจ้าหญิงแห่งนครสาวัตถี
“เจ้าลองทบทวนให้ดี ว่าพิธีอภิเษกนั้นจัดขึ้นโดยการบังคับ พระธิดาแห่งสาวัตถีถูกจับใส่พานมาแต่งงานกับเราโดยที่ พระนางจะเต็มพระทัยหรือไม่ก็ไม่รู้ ต้องมาอยู่ร่วมกันด้วยความฝืนพระทัย เป็นเจ้า…เราสมมติว่าหากเจ้าเป็นเจ้าหญิงพระองค์นั้น เจ้าทนได้ไหม”

เป็นการสร้างสถานการณ์สมมติที่ใกล้เคียงความจริงยิ่งนัก เจ้าหญิงจึงก้มหน้ารับ
“ไม่ได้เพคะ”
“นั่นแหละ หากเจ้าเป็นเจ้าหญิงอีกเหมือนกัน ได้พบกับชายหนุ่มที่พึงใจโดยที่เขาไร้ยศฐาบรรดาศักดิ์ ขณะที่ตนเองต้องเข้าพิธีอภิเษกเพื่อบ้านเมือง เจ้าจะเลือกสิ่งไหน”
“จะให้ขัดราชโองการขององค์ราชาราชินีก็เท่ากับเป็นการอกตัญญูต่อพ่อแม่ หากเป็นเช่นนั้นจริงข้าพระองค์คงทำได้เพียงแต่อธิษฐานเพคะ ให้งานอภิเษกล้มเลิกไปเอง”
“นั่นอย่างไร ต่างกับความคิดของเราในคืนนั้นที่ตรงไหน”
จันทราวตีอ้าปากจะค้าน เจ้าชายกลับตรัสแทรก
“หากเจ้าเลือกได้ เจ้าจะเลือกเป็นแบบไหน คนไร้ยศฐาบรรดาศักดิ์หรือเจ้าหญิงที่มีพร้อมทุกสิ่ง…”
คำถามนั้นแปลกพิกล ดูจะรุกเร้าเอาความจริงจากเจ้าหญิงอยู่ทุกขณะ จันทราวตีก้มหน้านิ่งอยู่นานจนเจ้าชายทรงเปลี่ยนไปตั้งคำถามใหม่ พระหัตถ์ไล้แก้มบางแล้วเชยคางเธอให้เงยหน้ามาสบตา
“แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เราอยากรู้เพียงเรื่องเดียว…ยินดีมาเป็นมเหสีของเราไหม วตี”
พระเนตรคมกล้านั้นเหมือนดังมีมนต์สะกดให้เธอตกอยู่ใต้อำนาจ เจ้าหญิงจึงรำพึงตอบอย่างอ่อนหวาน
“เพคะ ข้าพระองค์ยินดีเป็นข้ารับใช้ของฝ่าบาทตราบจนชีวิตจะหาไม่”
สายฝนสาดซาจนขาดสาย เทวินทร์วรมันต์ขยับเข้าไปใกล้ แล้วน้อมลงจุมพิตประทับตราที่หน้าผากของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม เจ้าหญิงอยู่ในอ้อมกอดของเจ้าชายเนิ่นนาน กระทั่งความมืดมิดมาเยือน จึงเห็นรัศมีของดวงจันทราฉายแสง มาทางม่านบัญชรของที่ประทับ จันทราวตีเงยหน้ามองแล้วใจหายวาบ
ถึงเดือนเพ็ญเย็นใจให้กลับมา
เข้าพิธีวิวาห์อย่าคืนคำ…

พรุ่งนี้คืนวันพระจันทร์เต็มดวง พระธิดาจากเมืองสาวัตถีมีกำหนดต้องนิวัติถึงพระนคร!



 
< หน้าก่อนหน้า


หน้าถัดไป >