และแม้ไม่เคยแย้มพระโอษฐ์ตัดพ้อต่อว่าพระราชบิดาเลยแม้เพียงครั้ง
แต่สายตาอำมาตย์ชราก็มองออก ว่าองค์จักรพรรดิแห่งมคธองค์ต่อไปพระองค์นี้
มิได้ทรงใส่พระทัยที่จะเดินตามรอยพระบาทของราชบิดาเลยแม้แต่นิด
กระแสลมพัดผ่านบัญชรของพระที่นั่งหมุนวนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพัดพาเอาความวังเวงไปยังแดนไกล
ท่ามกลางความหนาวเย็นของไอน้ำค้างในช่วงเวลาเดียวกัน หากแต่ข้ามไปยังอีกฝั่งของขอบแคว้นมคธไปจรดเทือกเขาหิมาลัย
ดวงใจอีกหนึ่งดวงก็กำลังรำพึงรำพันกับดวงจันทร์อย่างหม่นหมอง
จันทราเอย เจ้าอยู่ที่ไหน ไยไม่ออกมาส่องแสงให้ข้าได้เชยชมบ้าง ช่างไร้น้ำใจเสียจริง
คืนนี้คืนเดือนเพ็ญแท้ๆ แทนที่เจ้าจะออกมาสาดแสงปลอบประโลมข้าบ้าง
กลับหนีไปอุดอู้อยู่แต่หลังหมู่เมฆเสียได้
พระสุรเสียงแผ่วเบานั้นลอดผ่านพระบัญชรลอยลมออกมา แล้วกลืนหายไปกับความเงียบงันของราตรี
พระเทวีผู้มีสิริโฉมงดงามเอื้อมพระหัตถ์เปิดม่านบัญชรออกโล่งแล้วเงยพระพักตร์ขึ้นมองฟ้า
นิ่งรอจนแน่พระทัยว่าไม่มีผู้ใดขานรับจึงรำพันต่ออย่างหม่นหมอง
จันทราวตีเอย ใครที่ไหนจะมาตอบเจ้า พระจันทร์สนทนากับใครได้เสียที่ไหน
เอาเถิด ไม่ตอบข้าก็ไม่เป็นไรจันทร์เจ้าขา ฟังข้าต่ออีกสักนิดเถิด
ข้ากำลังจะแต่งงาน จันทร์เจ้าเชื่อไหม แต่งกับเจ้าชายจากต่างเมือง
ที่สง่างามทัดเทียมกับพระเชษฐาของข้า พระปรีชาสามารถนั้นเกรียงไกรไปทั่วแดน
พระสิริโฉมเล่าก็งดงามดังเทวะประสาทพรของชายงามมาให้
นิยายประโลมโลกอย่างนี้ข้าฟังมาตั้งแต่เล็ก สนุกนักหรือ? ไม่ล่ะ น่าขำสิ้นดี
เจ้าชายผู้สง่างามแห่งแคว้นมคธ กระทำการอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงผู้เลอโฉมแห่งนครสาวัติถีอันเป็นบรรณาการชั้นดีจากแคว้นโกศล!
ยกย่องข้าอย่างราชินีได้สักสิบราตรีไม่น่าเกิน จากนั้นคงเที่ยวหาบรรณาการจากเมืองอื่นไปบำรุงบำเรอใหม่ไม่รู้จบ
ประเพณีนี้ควรสิ้นสุดลงเสียทีเจ้าคิดเหมือนข้าไหม หากแต่ข้าจะทำอย่างไรเล่าจันทร์เจ้าขา
ข้าไม่อำนาจใดๆไปขัดขืนราชานุภาพ นี่ข้าต้องแต่งงานจริงๆหรือ
ดวงจันทร์ยังคงลอยอ้อยอิ่งอยู่หลังหมู่เมฆ ไม่มีเสียงขับขานใดๆ ให้พระทัยคลายความกังขา
พระธิดาจึงตัดบทเอาเสียดื้อๆ
ไม่มีทาง ข้าไม่ยอมง่ายๆหรอก ฟังไว้นะจันทรา ข้าจะต้องหาทางล้มเลิกงานแต่งงานครั้งนี้ให้ได้
ในคืนนั้น ม่านบัญชรเปิดกว้าง พระธิดาโฉมงามนั่งสนทนาอยู่เพียงลำพังกับดวงจันทราที่ยังหลบลี้หนีหน้าอยู่หลังหมู่เมฆไปจนถึงรุ่งสาง
ขณะที่สายลมแห่งกาลเวลายังคงพัดพาเรื่อยไปไม่สิ้นสุด คล้ายกับจะอาสาทำหน้าที่นำพาบุคคลที่มีชะตาต้องกันให้มาพานพบกันไม่วันใดก็วันหนึ่ง
ยิ่งดื้อดึงเท่าไร ก็ดูประหนึ่งว่าจะยิ่งกรรโชกแรงขึ้นไปเท่านั้น
|