บทที่ ๓ | หน้าที่ ๒

ด้วยเหตุที่การสังคายนาในครั้งนั้น มิเพียงเพื่อชำระร้อยกรองพระธรรมวินัยให้เป็นหมวดหมู่เป็นระเบียบแบบแผนเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันสังฆามติในข้อที่ว่า แม้พระผู้มีพระภาคจะทรงมีพุทธานุญาตให้สงฆ์ถอนสิกขาบทเล็กน้อยได้

แต่ผลสรุปการสังคายนาในครั้งนั้น เป็นการสรุปว่าไม่ควรถอนสิกขาบทใดเลย เพื่อความพรั่งพร้อมของพระธรรมวินัย หากแต่ในเวลานั้น ยังมีภิกษุจำนวนมาก ที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม และไม่เห็นด้วยกับมตินั้น มาในบัดนี้ ก็เกิดความขัดแย้ง ด้วยเรื่องของสิกขาบทเล็กน้อยนั้นเอง ถ้าข้าพระองค์คาดการณ์ไม่ผิด ภายในเวลาไม่ช้าไม่นานข้างหน้า พระพุทธศาสนาอาจจะมีการแตกแยก เป็นนิกายต่างๆ เนื่องด้วยความไม่ลงรอยแห่งศีลและวินัยเป็นสำคัญ”

ศรีรามถอนหายใจอย่างหนักหน่วงเมื่อเล่าจบ

“เรื่องใหญ่มิใช่เล่น เหตุใดท่านอำมาตย์เก็บเรื่องนี้เงียบไม่เอามาแจ้งในราชสำนัก”
“อาจจะกำลังวุ่นวายอยู่กับพิธีสถาปนาของพระโอรสก็ได้พะย่ะค่ะ หมายกำหนดการเดิมจะตรงกับวันที่เริ่มทำการสังคายนา พระราชบิดาของพระองค์เอง ก็ได้รับเชิญเป็นประธานในงานนั้นแต่กำลังทรงบ่ายเบี่ยงอยู่”
เทวินทร์วรมันต์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงตรัส

“เช่นนั้นเราจะไปปรึกษาเสด็จพ่อให้ทรงเลื่อน”
“เลื่อนการสังคายนาหรือพระเจ้าข้า ทำเช่นนั้นไม่ได้พะย่ะค่ะ เหล่าพุทธบริษัทรับทราบข่าวนี้กันไปทั่วทุกแคว้นและเริ่มจัดขบวนมุ่งตรงไปยังเวสาลี การเลื่อนพิธีสังคายนาย่อมจะกระทบกับคนหมู่มาก”

“หามิได้ เราจะไปขอร้องให้เสด็จพ่อเลื่อนพิธีสถาปนา ทั้งพิธีอภิเษกสมรสพร้อมกันในวันนั้นด้วย เลื่อนเสียให้หมด”
“เช่นนั้นพระโอรสก็จะได้ขึ้นครองราชย์ช้าไปอีกหลายเดือน”
“ไม่สำคัญเท่างานทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาหรอก เสด็จพ่อก็น่าจะเห็นพ้องกับเราด้วย ว่าแต่นี่เจ้าจะเดินทางวันไหน”
“แรม ๘ ค่ำที่จะถึงนี้พะย่ะค่ะ”
ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่ด้วยความรู้สึกผิดปกติบางอย่างทำให้อุบาสกหนุ่มต้องหันกลับมาถาม
“พระองค์ดำริแผนการอะไรอยู่หรือเปล่าฝ่าบาท”
ศรีรามทูลถามอย่างขัดข้อง หากแต่เจ้าชายทรงสรวลเบิกบาน

“นั่นเป็นไร เจโตปริยญาณของเจ้าคลาดเคลื่อนแล้วเพื่อนเอย มองเราในแง่ดีบ้างเถิด เราแค่อยากร่วมคาราวานธรรมทานไปกับเจ้า และไม่เห็นว่าความคิดอันเป็นกุศลกรรมนี้เป็นเรื่องร้ายแต่อย่างใด”

“ไม่ได้ฝ่าบาท พระองค์ต้องเตรียมรับการสถาปนาและเข้าพิธีอภิเษกในเวลาอีกไม่ช้านาน คาราวานที่ข้าพระองค์จัดไปคงกลับมาไม่ทันเวลาแน่”
“ก็นั่นแหละ ที่เราต้องการ”
“ไม่มีประโยชน์หรอกฝ่าบาท ทรงหนีงานแต่งงานครั้งนี้ ครั้งหน้าก็ต้องมีอีก จะทรงหนีไปตลอดชีวิตเลยหรือพะย่ะค่ะ”
“เจ้านี่ชักจะลามปาม คิดตั้งตัวเป็นบิดามาสั่งสอนเราหรือ”
“ข้าพระองค์มิกล้า”
“ถ้าเช่นนั้นจงฟัง เราสั่งให้เจ้าไปเตรียมการดังนี้…”

ร่มไม้ในชายเขตเวฬุวันวนารามยังรื่นรมย์ หมู่นกทั้งหลายร่อนลงมาเกาะตามกิ่งไม้ หากสาลิกาเจื้อยแจ้วเป็นภาษามนุษย์ได้ คงบอกต่อกันไปเป็นเสียงเดียวกันว่า น่าประหลาดนัก แผนการของเจ้าชายและเจ้าหญิงซึ่งอยู่ห่างไกลกันลิบลับ กลับมีส่วนคล้ายคลึงกันโดยมิได้นัดหมาย

ปลายทางของคาราวานที่ขนเสบียงคือนครเวสาลี แคว้นวัชชี อันเป็นสถานที่ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๒ อันมีเหตุเนื่องมาจากการปรารภข้อปฏิบัติย่อหย่อน ๑๐ ประการทางพระวินัยของพวกภิกษุวัชชีบุตร

การเดินทางในคาราวานธรรมนั้นจึงสำคัญนัก จงบินไปบอกเพื่อนพ้องของเจ้าเถิดสาลิกาเอ๋ย ไม่ควรเลยที่มนุษย์จะฝืนกฎของธรรมชาติ มาช่วยกันรอดูทีเพื่อนเอย ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดหนีพ้นวังวนแห่งบุพเพมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว…



 
< หน้าก่อนหน้า


หน้าถัดไป >