บทที่ ๖ | หน้าที่ ๒

มิทันจะต่อความใด ศรีรามซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้ๆรับรู้ว่า มีคนอยู่ริมลำธารจึงส่งเสียงร้องเรียกและประคองภาวิณีเข้ามาหา
“มีใครอยู่ตรงนั้นบ้างขอรับ”

เมื่อเข้ามาใกล้จนต้องรัศมีของแสงตะเกียง เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นสหายของตนในสภาพไม่สมประดีทั้งคู่ ศรีรามเข้าไปดูอาการขององค์เทวินทร์ จันทราวตีเข้าไปรับภาวิณีมาประคองไว้ และพยาบาลเพื่อนหญิงจนฟื้นคืนสติ ภาวิณีขยับปากจะเรียก ‘พระธิดา’ ก็ถูกปรามไว้ หันไปดูบุรุษสองนายที่ปราศรัยกันด้วยน้ำเสียงปรกติแต่ชัดถ้อย

“พระโอรสเป็นอย่างไรบ้างพระเจ้าข้า”

ภาวิณีจับต้นชนปลายได้ในทันที หันมองเจ้าหญิงมีสีหน้าครุ่นคิดจึงไม่เอ่ยคำใดต่อ คนเจ็บที่เพิ่งถูกพยาบาลเมื่อครู่เพียงยิ้มรื่นเหมือนเพิ่งถูกมดกัด

“เราเดินไม่ดูตาม้าตาเรือจนได้เรื่อง ดีที่น้องหญิงคนนี้ช่วยไว้ รอร้องเรียกให้เจ้ามารักษาพยาบาลเราคงตายเสียก่อน”
ศรีรามตรวจสอบบาดแผลของเจ้าชายเห็นว่าไม่ร้ายแรงมากนัก ทั้งมีการพยาบาลเบื้องต้นไว้เป็นอย่างดี มองผ่านตะเกียงเห็นสีหน้าของสตรีที่ตนช่วยไว้เมื่อครู่ว่ามีท่าทีดีขึ้น จึงหันมาเอ่ยทักทายอย่างนอบน้อม

“กระผมชื่อศรีราม ติดตามขบวนเข้าร่วมพิธีสังคายนาพระไตรปิฎก มาจากนครราชคฤห์ขอรับ เดินพลัดเข้ามาในป่าพบกับน้องหญิงเกือบถูกงูจงอางกัดจึงได้ช่วยไว้ หากล่วงเกินอันใดต้องขออภัยด้วยขอรับ”

ภาวิณีฟังคำแล้วค่อยสบายใจขึ้น จันทราวตีเห็นกิริยาเพื่อนหญิงแล้วแม้ไม่มีคำอธิบายอันใดก็พอคาดเดาเรื่องราวทั้งหมดได้ พินิจดูคนเจ็บที่ได้พยาบาลเมื่อครู่ เพิ่งได้มีโอกาสพินิจเค้าหน้าใต้แสงตะเกียงจึงได้เห็นลักษณะของสุขุมาลชาติ ทั้งหน้าตาท่าทีและแม้อาภรณ์ที่สวมใส่ก็แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป ในเมื่อบุรุษหนึ่งแนะนำว่าตนเป็นผู้ติดตามพระโอรสที่เสด็จมาจากนครราชคฤห์ แล้วอีกบุรษหนึ่งเล่า

“ท่านคือเจ้าชายแห่งแคว้นมคธ นามว่าองค์เทวินทร์วรมันต์ เช่นนั้นหรือ?”
“ใช่ พบกันครั้งนี้นี้นับว่าเป็นบุญวาสนา ขอให้เราได้ตอบแทนเจ้าที่ช่วยเราไว้ พาเพื่อนไปพักรักษาตัวที่ขบวนของเราเสียก่อน ส่วนตัวเจ้าเราจะให้นางกำนัลจัดหาอาภรณ์ใหม่ให้ เวลานี้มันฉีกขาดและเปื้อนเลือดอย่างนี้ จะกลับเรือนได้อย่างไร”

มิทันได้เอ่ยถามที่มาก็ตีขลุมเอาว่า หญิงตรงหน้าคือสาวชาวบ้านที่รับสั่งเรียกใช้ง่ายดายตามรายทาง จันทราวตีหลบตายิ้มให้เพื่อนหญิงอย่างซ่อนเล่ห์และรับคำ

“ขอบพระทัยเพคะ ข้าพระองค์ทั้งสองต้องขอรบกวนแล้ว”

เหตุการณ์คลี่คลายเอาเมื่ออรุโณทัยของวันใหม่เริ่มมาเยือน ประกายแดดเรืองรอง ค่อยโผล่พ้นจากขุนเขาขึ้นมาอย่างอ้อยอิ่ง คล้ายจะรีรอให้วันใหม่ผ่านไปช้าลง แต่ความเที่ยงตรงของเวลามิอาจเปลี่ยนแปลงได้ ใจคนต่างหากที่จะเร่งรัดหรือผ่อนผัน…


 
< หน้าก่อนหน้า


หน้าถัดไป >