บทที่ ๗ | หน้าที่ ๒

เสียงคนเดินใกล้เข้ามาการสนทนาจึงหยุดลง อุบาสิกาผู้หนึ่งเอ่ยปากขออนุญาตแล้วเดินเข้ามาในกระโจม สำรวจเสื้อผ้าอาภรณ์ของสตรีทั้งสองเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้ว จึงเชื้อเชิญให้ออกไปเข้าเฝ้าพระโอรส ที่ประทับรออยู่ในกระโจมอีกด้านหนึ่ง เมื่อเดินไปจวนถึง ศรีรามก็ออกมาต้อนรับและถามไถ่
“สบายดีแล้วนะขอรับ”
“จ้ะ ฉันสบายดี” ภาวิณีบอกกล่าว
แล้วพระโอรสเล่า…จันทราวตีรำพึงอยู่ในใจด้วยความห่วงใยแต่ไม่ยอมปริปาก
“พระโอรสประชวรอยู่ขอรับ…ลูกศรอาบยาพิษ”
ศรีรามหันมาบอกเหมือนรู้ใจ จันทราวตีจึงเอ่ยถามตามที่สงสัย
“พระอาการเป็นอย่างไรบ้าง”
“แย่ขอรับ ยังปรุงยามาถอนพิษไม่ได้…เมื่อคืนลืมถามไถ่ เลยมิรู้ชื่อเสียงเรียงนามของน้องหญิงทั้งสอง “
“ไม่สำคัญเท่า พี่ชายโปรดพาฉันไปดูอาการพระโอรสก่อนเถิด”

สัมผัสได้ถึงความห่วงใยอย่างใกล้ชิด ศรีรามรับรู้ได้ถึงรัศมีเรืองรองจากภายในของทั้งสองนาง คนหนึ่งสว่างเย็นด้วยการเข้าใกล้พระธรรมอันพิสุทธิ์ อีกคนทอประกายด้วยวาสนาและบารมีอันสูงส่ง คนหลังดูอย่างไรก็มิน่าจะใช่สาวชาวบ้านในป่าเขาลำเนาไพร แต่การพบกันคงเป็นเรื่องดีมิใช่ร้าย ดูเธอเองก็ห่วงใยพระโอรสจากน้ำใสใจจริง ชื่อเสียงเรียงนามค่อยถามคราวหลังก็คงได้ …

“เชิญขอรับ”

ศรีรามนำทางให้จนถึงที่ประทับ ด้านหน้ามีทหารรักษาเวรยามอยู่แน่นหนา เมื่อเห็นคนสนิทของเจ้าชายมาพร้อมคนแปลกหน้าก็ระวังระไว ศรีรามเพียงพยักหน้าให้สัญญาณว่าปลอดภัยจึงถอยไปยืนห่างๆ

จันทราวตีเข้าไปจับชีพจรและตรวจดูบาดแผลที่ซีดเผือดจนดูม่วงคล้ำ เจ้าชายยังสลบไสลไม่ได้สติมีพระสาโทซึมอยู่ทั่วพระวรกาย
‘เมื่อคืนยังปรกติดีอยู่เลย…พิษที่ทำให้อาการทรุดลงหลังสี่ชั่วยามและทำให้ชีพจรเต้นช้าลงเรื่อยๆ …ท่านสิงหลน่าจะช่วยได้’
เจ้าหญิงดำริในพระทัยแล้วหันไปบอกกล่าว

“เรือนของฉันอยู่ไม่ห่างจากที่นี่มากนักและพอมีทางช่วย รออยู่ที่นี่ไม่เกินสองชั่วยาม ฉันจะกลับมาพร้อมหมอและยารักษา”

ศรีรามจัดทหารตามไปส่งสตรีทั้งสองยังเรือนที่จันทราวตีเอ่ยถึง การไปเยือนของเหล่าทหารได้รับการต้อนรับขับสู้ จากหมู่เครือญาติกำมะลอที่เหล่าองครักษ์จัดเตรียมไว้ เป็นเครื่องช่วยยืนยันตัวตนของ ’สาวชาวบ้าน’ ที่เจ้าชายพบกลางป่าได้เป็นอย่างดี ภาวิณีฝากข่าวไปถึงพ่อและผู้รู้เห็นคนอื่นในขบวนว่ามีภาระต้องทำอีกสักระยะ สตรีทั้งสองนางกลับไปยังขบวนของนครราชคฤห์พร้อมท่านหมอสิงหลที่นำยามารักษาพยาบาลได้ทันเวลา…

ที่ประทับในคืนนั้นมีแสงตะเกียงเรื่อเรืองอยู่ตลอดทั้งคืน โอรสเทวินทร์วรมันต์ครึ่งตื่นครึ่งฝัน หากลืมตาขึ้นมาครั้งใดก็ได้พบใบหน้าหวานละไม กับดวงเนตรสุกใสดังหมู่ดาราในเวลามืดมิดวนเวียนอยู่ไม่ห่าง สาวชาวบ้านเฝ้าพยาบาลเจ้าชายอยู่จนใกล้รุ่งจึงผลอยหลับไปด้วยความอ่อนแรง



 
< หน้าก่อนหน้า


หน้าถัดไป >